วัฒนธรรมวิถีพุทธกับวิถีมุสลิม

 เพราะเราแตกต่างกันใช่มั๊ย เราจึงสนใจซึ่งกันและกัน 

การได้สนทนากับผู้รู้เฉพาะทาง  จะทำให้เราได้ความรู้ใหม่เสมอ

บ่ายแก่ ๆของวันที่  21  ก.ค.  2549  นิสิต ป. เอก ( วัฒนธรรมศึกษา )  2 ท่าน  ของมหาวิทยาล้ยทักษิณ  เชิญผมร่วมหารือ

ทิศทางทำดุษฎีนิพนธ์  นายท้ายเรือถือหางเสือวันนั้นคือ

ศาสตราจารย์  นพ.  วีระศ้กดิ์  จงสู่วิวัฒน์วงศ์   หัวหน้าหน่วย

ระบาดวิทยา  มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์  ท่านเป็นผู้อำนวย

การสถาบันวิจัยและพัฒนาสุขภาพภาคใต้  ( วพส . )ท่าน อ.

มองสิ่งที่คุยกันอยู่บนฐานของวิทยาศาสตร์  ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ

        นิสิตท่าน 1  เป็นพระในพุทธศาสนา  มีคัมภีร์พระไตรปิฎก

เป็นฐานคิด  ท่าน อ.  ให้แง่คิดว่า  การแปลภาษาบาลีเป็นภาษา

ไทย  อาจมีความหมายไม่ตรงกัน  เพราะสิ่งที่มนุษย์ทำนั้น

มันมีผิดได้  และสิ่งที่คุยกันเมื่อ  2500  กว่าปีมาแล้วกับสิ่งที่

คุยกันในเรื่องเดียวกัน  อาจแตกต่างกันได้  เช่น  คุยกันเรื่องโลก

เราพูดถึงโลกกลม ๆ ใบนี้  แต่เขาคุยกัน  อาจหมายถึงชีวะ

ทั้งหลายก็คือโลกเหมือนกัน

        นิสิตท่าน  1  เป็นโต๊ะอิหม่ามในศาสนาอิสลาม  มีคัมภีร์

อ้ลกุรอานเป็นฐานคิด  ท่าน อ.  ให้แง่คิดว่า  การวิจัยที่น่าสนใจ

ไม่ควรศึกษากลุ่มคนที่มีฐานคิดเหมือนกัน  ท่านเสนอแนะว่า

เรื่องวิถีชุมชนมุสลิม  ควรศึกษากลุ่ม  3  จ.ชายแดนใต้ , กลุ่ม

จ. สตูล และกลุ่ม จ. กระบี่ , พังงา , ภูเก็ต  เป็นต้น

          นิสิต  2  ท่านนี้  ไปไหนมักเดินทางร่วมกัน  เป็นที่น่าสนใจ

ต่อผู้พบเห็นเสมอ  คือเป็นภาพแห่งความสงบ  สวยงาม

เหมื่อนครั้งอดีตที่บรรพบุรุษของเราได้ร่วมสร้างสรรไว้...ครับ.

หรือท่านมีความคิดเห็นอย่างไร...?

                                       ด้วยไมตรีจิตมิตรภาพ

                                                            umi

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 40361
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 41  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

Mr.Direct
เขียนเมื่อ Wed Apr 18 2007 08:44:15 GMT+0700 (ICT)

น่าสนใจครับ...

ที่หมู่บ้านผมก็เป็นสังคมที่มีไทยพุทธกับมุสลิมอยู่รวมกันครับ สลับกันบ้านต่อบ้านเลยครับ...

ทุกครอบครัวก็เป็นเพื่อนบ้านที่ดีต่อกันครับ...

ยูมิ
เขียนเมื่อ Fri Apr 20 2007 15:07:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ  คุณ

P

ถอยหลังมาดูเห็นคุณมาอ่านบันทึก

ที่หมู่บ้านผมก็เป็นสังคมที่มีไทยพุทธกับมุสลิมอยู่รวมกันครับ สลับกันบ้านต่อบ้านเลยครับ...

เป็นหมู่บ้านที่น่าสนใจเรียนรู้มากนะครับ...ควรทำวิจัย...ว่าอยู่กันอย่างไร...?

ขอบคุณครับ

พระ มงคล มงคล ถีราวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Sep 30 2012 22:39:53 GMT+0700 (ICT)

วันนี้ได้เข้าไปปรึกษา ผศ.ดร.นิพนธ์ ทิพย์ศรีนิมิต ว่าจักทำวิทยานิพนธ์ ท่านจึงแนะนำให้ทำ เรื่อง วิถีพุทธในชุมชนหัวเขาแดงในท่ามกลางวัฒนธรรมมุสลิม:ชุมชนของวัดสุวรรณคีรี ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา ดังนั้นข้อมูลตรงนี้ไม่รู้ว่าจักหาข้อมูลอย่างไรดี ขอให้อาจารย์ช่วยแนะนำให้ด้วย

พนน
IP: xxx.55.10.29
เขียนเมื่อ Mon Jan 28 2013 23:17:23 GMT+0700 (ICT)

ด้วยหลัก ภราดรภาพ และ หลักสิทธิมนุษยชน

ภารดรภาพนั้น คือ แท้จริงมนุษย์ย่อมเป็นพี่น้องกัน สืบเผ่าพันธ์มาจากมนุษย์คู่แรกของโลกทั้งหมด

สิทธิมนุษยชน คือ 1. การมุ่งครอบครองในธรรมทุกธรรมที่เอ่ยอ้างจากปาก จากสมองมนุษย์ทุกชาติพันธุ์ และ2. การขอพร. 

เมื่ออิสลามคือ ปรัชญาที่สนับสนุนในสองสิ่งนี้แล้วไซร้ เช่น มิได้ห้าม แต่แนะนำให้ กตัญญูต่อผู้สร้างธรรมชาติ อย่างมีเหตุผล มีความเข้าใจ มีหลักฐานแสดงความจริง นั่นคือ กตัญญูธรรม. และมิได้เรียกร้องที่จะพบจะเจอก่อน แสดงความกตัญญู(ตือ ขันติธรรม ) เป็นศูนย์กลางแห่งประกาย และอนูของพลังงาน ความคิดต่าง(เที่ยงธรรม) เป็นที่มอบตัวในทุกๆผิด ไม่หนีคดี ไม่แสวงหลุดพ้น ไม่ต่อรองหาสิ่งไถ่โทษ ไม่ค้นเครื่องมือ ประณีประนอมในความผิดทุจริต(นิติธรรม). ไม่ขอพรผ่านสิ่งใดที่ไม่สามารถสอบถามในการงานขอพรว่าล้นมือ หรือคั่งค้างมากไหม(เมตตาธรรม) เพราะสุจริตว่า มนุษย์สามารเท่าเทียมกันที่จะเข้าถึงต้นพรได้เสมอภาค(ยุติธรรม) ไม่เบียดเบียน ไม่สมมุติสิ่งใดใาเป็นตัวแทนนายหน้า(สุจริตธรรม). อิสลามห้ามในการทำสัญญาใดใดที่มิใช่การฟื้นฟูดีงาม บั่นทอนความชั่ว ไม่ว่าต่อมนุษย์ หรือ วิญญาณ(สันติธรรม) พระเจ้าได้สั่งให้การขอทำสัญญาเป็นศัตรูของฝ่ายที่เสนอเราเป็นโมฆะไปตลอดเวลา. หากใครสนใจในอิสลาม จงศึกษาเถิด. 

พนน
IP: xxx.55.10.29
เขียนเมื่อ Mon Jan 28 2013 23:29:17 GMT+0700 (ICT)

อิสลาม มิได้แนะนำให้ละทิ้ง แม้ศาสนทูตคนใดคนหนึ่งเลย. พระเจ้าได้มอบศาสนทูต ที่ดีงาม สุจริตมา ทุกๆคน. ปต่บางคนได้ถูกแต่งแต้ม อุตริในงานการใหม่ๆ ทำให้ชื่อเสียงท่านเสียหายมานาน. จงนำความจริง นำความดีงามท่านฯกลับมาสู่สังคมไทยเถิด อย่าหลงเชื่อในนักบวช ที่มุ่งรอที่ประตูที่มีผลประโชน์(แค่ความพึงใจก็ยังเอา) และรอจับต้องงบประมาณท่านๆ. และอย่าหลงเชื่อว่ามีสิ่งใดจะช่วยให้ท่านหลุดพ้นจากการพึ่งพาออกซิเจนจากเจ้าเมืองธรรมชาติ ที่ท่านๆหลงลืมชื่อเสียง และคุณสมบัติไปเลย. และไม่มีสิ่งประณีประนอมในความผิดพลาด บาปกรรมท่านได้ นอกจากการมอบตัวทุกคดีเท่านั้น. นี่คือความเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง 

ปล อัลกุรอาน คือ คัมภีร์ ที่หม่มีผลประโยชน์ของมนุษย์ อยู่ในนั้น แม้แต่ดอกไม้สักกลีบเดียวก็ไม่มี( ไม่มี5 needs ที่มาสโลว์กล่าวในทฤษฎีเขา. และไม่มีการแสวงหาความโดดเด่นทางเพศ และแสวงหาความสะดวกสบายใดใดปรากฎเลย). แต่ทุกๆวรรณกรรม มีมากมาย ศึกษาดูเถิด อย่าเพิ่งเชื่อ. 

ดารนา
IP: xxx.55.9.74
เขียนเมื่อ Fri Feb 01 2013 10:20:07 GMT+0700 (ICT)

อย่ากำหนด หรือสมมุติตน เป็นโจทย์ หรือ จำเลย

   เพราะ หากกำหนดตนเป็นโจทย์ ท่านอาจหลง ไปพยายามให้จำเลยของท่าน ด้อยค่าราคา ต่ำต้อย น่ารังเกียจที่สุด และพยายามทำให้ตนสูงชั้น มีค่าราคา มีความน่าเชื่อถือที่สุด. และหากว่ากำหนดตนเป็นจำเลย จำเลยก็จะพยายามต่อรองในการถูกประนามอย่างที่สุด พยายามสู้คดีที่ถูกกล่าวหาอย่างที่สุด พยายามต่อรองในการที่จะต้องยกยอปอปั้นผู้อื่น ประนามตนเองอย่างที่สุด. และแล้วความเกลียดชังก็จะตกกับมนุษย์ทั้งสองสถานะนั้น ความอาฆาตพยาบาท จะก่อขึ้นบนประกายจิต. และอย่างมงายว่า การวางเฉยในการที่มีผู้มาแสดงวิทยะ ปัญญาญาณที่เหนือจากตนจะเป็นการสมควร. เพราะ แท้จริงผู้มาแถลงในวิทยปัญญานั้นมิใช่ผู้ที่จะมาตกลงในสัญญาของท่านที่มุ่งเป็นศัตรู เขามิได้มาเพื่อลงนามนั้น แต่มาเพื่อแบ่งปันในการตักเตือนท่านเท่านั้น. ในเมื่อทุกท่าน แสวงหนทางมีธรรมะ และ มุ่งขอพร. ผู้ที่มีมันครบถ้วน และแบ่งปันท่าน โดยมันมิได้สึกหรอขาดหาย จะนิ่งเฉย อยู่กระนั้นหรือ. จงอย่าใช้สัญชาติญาณมุ่งตอบโต้และทำลายเลย. จงใช้การรับมือ กับสิ่งใหม่ วิทยะญาณใหม่ๆ อย่าปิดกั้นในองค์ธรรมทั้งหลายที่มีอยู่อย่างสาธารณะ. ท่านทำลายมันมิได้ เพราะท่าน มิใช่ผู้สร้างมัน. อย่าละเมิดสิทธิ์ของตน และผู้อื่นเลย. 

ผู้นำธรรมา
IP: xxx.55.13.167
เขียนเมื่อ Fri Feb 01 2013 23:03:12 GMT+0700 (ICT)

อย่ากำหนด หรือสมมุติตน เป็นโจทย์ หรือ จำเลย

   เพราะ หากกำหนดตนเป็นโจทย์ ท่านอาจหลง ไปพยายามให้จำเลยของท่าน ด้อยค่าราคา ต่ำต้อย น่ารังเกียจที่สุด และพยายามทำให้ตนสูงชั้น มีค่าราคา มีความน่าเชื่อถือที่สุด. และหากว่ากำหนดตนเป็นจำเลย จำเลยก็จะพยายามต่อรองในการถูกประนามอย่างที่สุด พยายามสู้คดีที่ถูกกล่าวหาอย่างที่สุด พยายามต่อรองในการที่จะต้องยกยอปอปั้นผู้อื่น ประนามตนเองอย่างที่สุด. และแล้วความเกลียดชังก็จะตกกับมนุษย์ทั้งสองสถานะนั้น ความอาฆาตพยาบาท จะก่อขึ้นบนประกายจิต. และอย่างมงายว่า การวางเฉยในการที่มีผู้มาแสดงวิทยะ ปัญญาญาณที่เหนือจากตนจะเป็นการสมควร. เพราะ แท้จริงผู้มาแถลงในวิทยปัญญานั้นมิใช่ผู้ที่จะมาตกลงในสัญญาของท่านที่มุ่งเป็นศัตรู เขามิได้มาเพื่อลงนามนั้น แต่มาเพื่อแบ่งปันในการตักเตือนท่านเท่านั้น. ในเมื่อทุกท่าน แสวงหนทางมีธรรมะ และ มุ่งขอพร. ผู้ที่มีมันครบถ้วน และแบ่งปันท่าน โดยมันมิได้สึกหรอขาดหาย จะนิ่งเฉย อยู่กระนั้นหรือ. จงอย่าใช้สัญชาติญาณมุ่งตอบโต้และทำลายเลย. จงใช้การรับมือ กับสิ่งใหม่ วิทยะญาณใหม่ๆ อย่าปิดกั้นในองค์ธรรมทั้งหลายที่มีอยู่อย่างสาธารณะ. ท่านทำลายมันมิได้ เพราะท่าน มิใช่ผู้สร้างมัน. อย่าละเมิดสิทธิ์ของตน และผู้อื่นเลย. 

ผู้นำธรรมา
IP: xxx.55.13.167
เขียนเมื่อ Fri Feb 01 2013 23:07:51 GMT+0700 (ICT)

พระเจ้า สั่งไว้อย่างแน่ชัดว่า. "ผู้ที่นำสัจจะธรรมไปเผยแพร่ในที่ต่างๆนั้น ย่อมหนีไม่พ้นกับการขอเป็น "ศัตรู" แต่ทุกคนที่ศรัทธา มีธรรมนั้น ใยต้องลงนามในสัญญาทำศึกนั้นด้วย. แล้วถ้าไร้ซึ่งคู่สัญญาแล้วไซร้ สัญญานั่นย่อมเป็น"โมฆะ". จาก อัล-กุรอาน มิอนุญาติให้มนุษย์เป็นศัตรูต่อกัน

ผู้นำธรรมา
IP: xxx.55.13.167
เขียนเมื่อ Fri Feb 01 2013 23:18:07 GMT+0700 (ICT)

อัล- กุรอาน อะห์ซอด 7,8,9 กล่าวว่า " 7แท้จริง บรรดาศานทูต ที่พระเจ้ามอบให้มนุษย์นั้น สุจริต ดีงามทุกท่าน.8และเมื่อวันสอบสวนในบัญชีความดีความชั่วมาถึง เขาจะนั่งเป็นพยานให้กับหมู่ชนที่ตามเขา 9แท้จริงความรู้ต่างๆนั้น เราคือผู้ตรัสให้เขารู้" ฉะนั้น จงอย่าแต่งแต้มพระพุทธเจ้าให้เสียหายว่า ท่านอนุญาติ ให้เนรคุณต่อผู้ให้ออกซิเจนกับท่านเพื่อหายใจได้. (คือกตัญญุตาธรรม). เพราะเมื่อวันนั้นมาถึง ท่านอาจจะลาออก เพราะท่านมีมลทิล หมู่ชนที่ติดตามท่าน จะไร้พยานในความมุ่งทำความดี(อย่างไม่งมงาย และแค่ตามเชื่อนักบวช ว่าดีของเขานั้น จะสามารถไถ่โทษให้ท่านได้ หรือต่อรองกับการกระทำของพวกท่านได้เท่านั้น). จงตรองกันอย่างละเอียดว่า พระพุทธเจ้าจะกตัญญูต่อเจ้าเมืองธรรมชาติ ที่ชาวโลกเขากตัญญูกันไหม จะปิดกั้นแค่ธรรมชาติจริงไหม. เตือนมายังคนไทยทุกๆคนครับ. 

ผู้นำธรรมา
IP: xxx.55.13.167
เขียนเมื่อ Fri Feb 01 2013 23:25:22 GMT+0700 (ICT)

เมื่อท่านว่า พิคเนศ ศักดิ์สิทธิ์ มุสลิมก็ กตัญญูตาอผู้สร้าง และให้มีพิคเนศ เมื่อท่านว่า กวนอิมศักดิ์สิทธิ์ มุสลิมก็กตัญญูต่อผู้สร้างและอนุญาติให้มีกวนอิม. และท่านกล่าวถึงสิ่งใดศักดิ์สิทธิ์ มุสลิมก็กตัญญูต่อผู้สร้างและอนุญาติให้เกิดและมีสิ่งนั้น. ไม่มีการลบหลู่สิ่งนั้นแม้แต่สิ่งเดียว. และเมื่อมุสลิมกล่าวว่า พระเจ้าคือผู้ที่มุสลิม กตัญญูนั่นเอง กลับมีผู้คน (แม้จะน้อยนิดในโลกก็ตาม)  ลบหลู่ว่า ไม่มีหรอก พระเจ้า มุสลิม คริสต์ ยิว(เกือบหมดโลกแล้วนะ) งมงายไร้สาระ. นั่นต่างหาก ที่เราจะแสดงให้ทุกท่านพบเห็น การลบหลู่ที่แท้จริง ในสังคมโลก. 

ผู้นำธรรมา
IP: xxx.55.13.167
เขียนเมื่อ Fri Feb 01 2013 23:27:42 GMT+0700 (ICT)

จงมีขันติธรรม(ที่พระพุทธเจ้าไม่ขาดธรรมนี้แน่) ที่จะรอพบ พระเจ้า ผู้มีพระคุณล้นพ้น. อย่าเพิ่งเนรคุณ จงกตัญญูไปพลางๆก่อน. เพราะท่านๆจะชาชินต่อจิตที่เนรคุณของตน จนหาสัมมาจิตไม่เจอ และ ไม่สามารถเป็นสัมมาชนได้เลย. 

ผู้นำธรรมา
IP: xxx.55.13.167
เขียนเมื่อ Fri Feb 01 2013 23:29:46 GMT+0700 (ICT)

เสพของผู้ใด เมื่อยังไม่พบตัวตน ก็สามารถ กตัญญู ขอบคุณได้ กุศลจิตนั้นสัมมาจิตแน่นอน. แต่หากไม่ยอมขอบคุณ ก็ดท่ากับ ขโมย(ขาดศีลธรรม) ศีล5 ไม่มีผู้เนรคุณใด รักษาได้มาก่อนเลย. 

ผู้นำธรรมา
IP: xxx.55.13.167
เขียนเมื่อ Fri Feb 01 2013 23:31:49 GMT+0700 (ICT)

ขอให้ ชาวไทยทุกศาสนา พยายาม นำพระพุทธเจ้า กลับมาส่องรัศมี แห่ง ศาสนทูตเถิด อย่าปล่อยให้ท่านถูกนักบวช แต่งแต้ม ต่อเติมท่าน ในสิ่งงมงายไร้สาระ สิ่งพยากรณ์ สิ่งพนัน สิ่งที่จะมีกิเลสหลุดพ้น(หนีคดี ขาดหลักนิติธรรม). 

ภราดร
IP: xxx.55.172.163
เขียนเมื่อ Sat Feb 02 2013 22:11:54 GMT+0700 (ICT)

นักบวช แห่ง chinawangso.net รับไม่ได้ กับการเรียกร้อง ให้นำคุณค่าของพระพุทธเจ้ากลับมา

ทำเฉยกับการไล่ลบ ข้อความ ที่เป็นหนทางแห่งการสามารถมีธรรมของปวงชนชาว(ที่อ่านภาษาไทยออก). กลุ่มชนเหล่านั้น พยายามไล่ล่าข้อความ ลบทิ้งอย่าบ้าคลั่ง ไร้ปัญญาณ ใช้แต่สัญชาติญาณ. ทั้งๆที่ข้อความเหล่านั้นสามารถส่องรัศมี ที่กุศล แห่งพระพุทธเจ้าได้อย่างชัดเจน. 

แมงหวี่
IP: xxx.55.8.245
เขียนเมื่อ Mon Feb 04 2013 23:35:52 GMT+0700 (ICT)

คุณค่า มหาศาล เมื่อ ทุกคนมีพระเจ้า เป็นสิ่งยำเกรง เป็นสิ่งกตัญญ. มิใช่มีเป็นสิ่งเย้ยหยัน เนรคุณ และเป็นสิ่งปฎิเสธ. ------

พ่อ แม่ ใด สามารถตระหนัก และสื่อสารแก่ลูกตนเอง ถึงผู้มีอำนาจสูงสุดที่ ไม่เคยปรากฎการสร้างความเสียหายแก่แผ่นดิน ไม่เคยมีใครพบว่ารับผลประโยชน์ รับทาน จับต้องงบประมานของหมู่ชนใด สังคมใด และที่สำคัญสุดสำหรับลูกน้อยแต่เยาว์วัยคือ ผู้นั้น สามารถนำตัวพ่อแม่เจ้าไปได้ทันที ทุกขณะ เมื่อพวกลูกกระทำสิ่งชั่ว ทำสิ่งที่พอกพูนความชั่ว ความงมงาย ไร้สาระ ไม่บั่นทอนชั่ว ไม่ฟื้นฟูความดี มุ่งสู่ทางขาดองค์แห่งธรรมใดใด ที่พ่อแม่(ที่ดีอย่างมาตรฐานครบธรรม)ได้สอนสั่งเจ้า. ลูก(ตั้งแต่ยังเด็กน้อย ถึงเป็นผู้ใหญ่) ก็จะ ขี้หดตดหาย ยำเกรงผู้นั้นอย่างยึดมั่น ศรัทธา เพราะเริ่มจากรัก และผูกพันแม่-พ่อ ไม่ต้องการความเศร้าสร้อยที่พ่อแม่ต้องถูกนำไปห่าง หรือจากไปเลย นั่นเอง. เขาจะกระทำแต่สิ่งที่ดีงามเป็นมาตรฐานครบองค์แห่งธรรม ได้เองตั้งแต่เด็ก ไม่จ้องนั่งสมาธิให้เสียเวลา ไม่ต้องละโมบแสวงหาสิ่งไถ่โทษตนเอง ไม่ไขว่คว้าสิ่งต่อรองในความชั่ว ความผิดพลาดตนภายหลังผิดพลาดทำชั่ว. ไม่ต้องหลงเชื่อนักบวช ผู้แอบอ้าง อวดอ้าง ว่าล่วงรู้ในมายาคติใดใด ไม่อวดอ้างเกินจากศาสนทูตที่ถูกมอบมาอย่างมุสา ไม่ต้องหลงเชื่อในวรรณกรรมใดใดที่ถูกนำมา หรือ ตกแต่งโดยผู้นั้น(ที่เขาสามาาถพบเห็นได้อยู่ถึงชั่ว ถึงผิดพลาด ขลาดเขลา สวมรอย ทุจริต ติดพนัน ยุยงให้พนัน ให้พยากรณ์ เพื่อแลกกับ 7 ระดับ แห่งความจ้องการของมนุษย์. แม้แต่ความพึงใจ พวกนี้ก็เอาเพื่อแลกกับบริการพยากรณ์ในมายาคติที่มนุษย์บางคนไม่อดทน ไร้ขันติธรรม ไร้ศีลธรรม)

แมงหวี่
IP: xxx.55.8.245
เขียนเมื่อ Mon Feb 04 2013 23:44:06 GMT+0700 (ICT)

หากศรัทธา คุณค่า ของพระพุทธเจ้า จะคงอยู่
ความเชื่อ กับ ความศรัทธานั้นต่างกัน. การเชื่อในพระเจ้านั้น ยังไม่เท่ากับการศรัทธาในพระเจ้า เช่นหลายคนมีความรู้ มีปัญญาที่คับแคบเกินจะเข้าใจมัน แต่เปิดกว้างไม่ปิดกั้นได้
หากเราศรัทธาในพระเจ้า เราจะไม่มีการละทิ้งพระพุทธเจ้า ไม่มีการลบหลู่ผู้มีพระคุณต่อพระพุทธเจ้า ไม่มีการเนรคุณต่อผู้ที่มอบอภินิหารให้ท่าน(คงคุณค่าคุณลักษณะที่พระเจ้าให้เช่นเดินได้7ก้าว)เพราะบางท่านยังกล่าวว่าเป็นเรื่องมุสา อย่างเช่นพระพุทธเจ้า อธิฐานขอ(ต่อพระเจ้า)ให้บัวทวนน้ำ พระเจ้าก็ให้ตามที่พระพุทธเจ้าขอฯ. 
แต่หากไม่ศรัทธาต่อผู้มีพระคุณต่อพระพุทธเจ้า ที่บริสุทธิ์ ยุติธรรม มีหลักฐาน พยานล้นโลก ในนาม และรูปนั้นเล่าจะเกิดอะไรขึ้น. ก็อย่างที่เห็น มีการลบหลู่นามและรูป มีการไม่เชื่อบางประการว่าพระพุทธเจ้ามุสาบ้าง ว่าห้ามกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ(มอบออกซิเจนให้หายใจ)บ้าง แล้วทุกวันนี้ คุณค่าของพระพุทธเจ้า ก็จะถูกลบทิ้ง ยกสะพาน เนรคุณ เพราะจิตที่สกปรก และเคยลบหลู่ จัดนามตัดรูป พระเจ้าทิ้ง ไงล่ะ. เชื่อร้ายนั้นมันสามารถทำให้มนุษย์ที่ติดตามพระพุทธเจ้า เนรคุณ มุสา อวดอ้าง อุตริ ต่อ ความดีงามของพระพุทธเจ้าได้ แบบ ไร้ยางอาย ไร้ความละอายต่อบาป. แม้จะตักเตือนเพียงใด ก็ยังยากที่จะลั่นในสมองพวกเขา(แต่เพียรอยู่นะ) เพื่อช่วยกันนำคุณค่า(Value)ของพระพุทธเจ้ากลับสู่ ศรัทธาธรรม ของคนไทย(และหลายประเทศของโลก). 
เพียงการมีศรัทธาธรรม ไม่ยึดเพียงความเชื่อ ที่ มากมายหลายจิต ติดยึดมันอย่าแคบๆเช่นนั้น ปิดกั้นมันอยู่ หลงเชื่อในผู้อวดอ้างเป็นตัวแทนพระพุทธเจ้า หลอกให้ดำเนินพิธีกรรมที่มีแต่พนัน หนีคดี ไม่จำนนต่อผิดที่ผ่านมา หลอกในสิ่งที่ลวงว่าจะใช้ไถ่โทษให้เพื่อนมนุษย์ได้ เป็นเครื่องมือประนีประนอมในสิ่งชั่ว สิ่งผิดพลาดของตน แทนที่มีความผิดจะทำให้ถูกหลักนิติธรรม คือ การมอบตัว ไม่สู้คดี ไม่หนีคดี ไม่เนรคุณ มุสาว่าไม่พึ่งพาพระเจ้าทั้งๆที่พึ่งพาอยู่ทุกนาที มุสาง่ายๆ ลบหลู่ง่ายๆ เนรคุณง่ายๆ ไปตามการร่ายวรรณกรรมของผู้ที่ขาดความรู้ ทำตามพ่อแม่ที่ผิดพลาดมาเท่านั้น. และแล้วข้อความที่เป็นสัจจะธรรมนี้ ก็จะจีรัง เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจแด่ทุกๆท่านในหลายๆเว็บ มิใช่แค่ที่นี่ chinawangso.net

พะนน
IP: xxx.55.3.87
เขียนเมื่อ Wed Feb 06 2013 00:22:13 GMT+0700 (ICT)

   เมื่อมนุษย์หนึ่ง ที่เสพออกซิเจนเหมือนเรา มาแจ้งว่า เขาค้นพบสิ่งหนึ่งที่เป็นเหตุผล ที่มนุษย์เสพ ก่อนค้นพบ เขาได้อธิฐาน ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ว่าหากดอกบัวลอยทวนกระแสน้ำครั้งนั้น แล้วเขาจะเพียรค้นหาสิ่งเสพของมนุษย์ชาตินั้นต่อไป เพราะคือสัญญาณว่าเขาจะค้นพบ. แน่นอน ด้วยหลัก อิถปัจยตาที่เขาค้นพบมา ก็ปรากฎว่า มีผู้มีพระคุณต่อเขา เมตตาเขา ดลให้ดอกบัวลอยทวนกระแสน้ำตามการระลึกยขอร้อง ของเขา. เขาจึงเพียรต่อไปจนค้นพบสิ่งที่มนุษย์เสพนี้ คือ หลักอิถะปัจยตานั่นเอง. ฉะนั้นผู้เมตตา มีอำนาจในการสั่งการให้ดอกบัวทวนกระแสน้ำ เป็นสัญญา ที่ให้ไว้ว่าได้สร้างสิ่งนั้นไว้ให้ผู้ร้องขอนั้น ให้สัญญาณว่าให้เพียรต่อเถิด สภาวะโอกาสรออยู่. นั่นคือการไม่ลบหลู่สิ่งที่เหนือธรรมชาติ เหนือผู้ค้นพบสิ่งเสพของมนุษย์นั้น. ไม่กล่าวหาแต่งแต้มให้ผู้ค้นพบนั้นด่างพร้อยว่า อวดอ้างรู้เอง และห้ามกตัญญูต่อผู้ดลอำนาจนั้นมอบให้ท่าน แต่งแต้มว่าท่านให้ปิดกั้นการศึกษาหารูป หลังผัสสะนาม ปิดกั้นในคุณค่า ในสภาวะโอกาสที่ได้รับปัญญาญาณ วิทยะญาณ มาประจักษ์ต่อหน้า องค์ธรรมทั้งหลายมาประจักษ์ต่อหน้า. เลิกแต่งแต้มศาสนทูตที่ ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ กับพวกท่านด้วย แต่ถูกใส่ร้ายมาตลอด อุตริการงานใหม่ๆขึ้นมาหาเงิน หาทาน หาความพึงใจกัน หางบประมาณของเพื่อนมนุษย์มาจับต้อง. จงนำคุณค่าของท่านนั้น กลับมาสู่สังคมโลก อย่างทรนงเถิด. ท่านไม่ผิด และผู้ที่ศรัทธาในพระเจ้า ไม่มีใครลบชื่อ ลบนาม ลบรูปท่านเลย. แต่ผู้ที่อ้างว่าติดตามท่านนั้น กลับมุสา ลบหลู่ผู้มีพระคุณของท่านนั้น จนแม้กระทั่งจำนนแล้วว่า มีพระคุณต่อตนเอง พ่อแม่ด้วย ก็ยัง มุสา หลบเลี่ยงในการ กตัญญูต่อผู้ศักดิ์สิทธิ์ เมตตาต่อมนุษยชาติ(แม้แต่ผู้เนรคุณยังให้เสพตั้งมากมาย)เมื่อขันธ์สามารถควบรวมจนท่านเป็นมนุษย์ได้แล้วนั้น นโยบายใหม่ๆตามพญามารกระซิบท่านคือ เนรคุณ ทั้งๆที่ก่อนขันธ์รวมกันได้ ท่านเคย กตัญญูมาก่อน(เพราะสัญญาต่อผู้มีพระคุณว่าจะไม่ลืมจะกตัญญู จะดพรงสัญญาขันธ์ให้ได้. แต่เมื่อควบรวมได้ กลับมีนโยบายใหม่คือ เนรคุณเป็น ลืมสัญญาเป็น เพิ่มเข้ามา. จงกตัญญูเป็นหลักการใหญ่ อย่าขาดธรรมในข้อนี้เด็ดขาด. มิเช่นนั้น อาจจะมีผู้นำอิถะปัจยตา มาหลอกท่านให้ เนรคุณ แล้ว จะหลุดพ้น ไม่ต้องพึ่งพา พระเจ้า (แต่ก่อนหลุดต้องพึ่งพาก่อน). นำ อิถะปัจยตา ที่คนดีๆ ค้นพบ มาปู่ยี่ปู่ยำ ใช้มันในทางขาดธรรม ในทิศทางพอกพูนชั่วช้า พอก เนรคุณ อกตัญญู. มำไมถึงจ้องทำสิ่งอกุศลต่อผู้ค้นพบ คุณค่าดีดีนั้นกันเล่า. กตัญญูต่อเขากันแล้วหรือ เข้าถึงเจตนารมย์ที่สุจริต ดีงามของท่านนั้นกันแล้วหรือ. ตรองให้ละเอียดๆซิ ว่า ท่านตกอยู่ในมนุษย์ประเภทใดกันเล่า. 

พนน
IP: xxx.55.3.176
เขียนเมื่อ Wed Feb 06 2013 06:14:35 GMT+0700 (ICT)

เสพสิ่งใด ที่เขามิได้เป็นหนี้เรา ก็ต้องจ่ายเป็นราคา. ตีราคาไม่ได้ ยังไม่พบเจ้าของ ก็ขอบคุณไว้ก่อน. อดทนก่อน อย่าเพืิ่ง อุตริว่าไม่มี ม่ายงั้น ขโมยทุกนาที เพรา เราเสพเข้าไปแล้ว จริง. นั่นคือ หลัก อิถะปัจยตา. 
ใครเสพ ออกซิเจนของเจ้าเมืองธรรมชาติบ้าง ยกมือขึ้น. เจ้าเมืองนั้น เป็นหนี้ท่านหรือเปล่า ถ้าไม่มีหลักฐานว่าเป็นหนี้ จงจ่ายมูลค่าที่ท่านเสพเข้าไปแล้วนั้น เป็นกตัญญู. ก่อนจะปฎิเสธว่าไม่มี ไม่ได้เสพ. ม่ายงั้น "ขโมย" กันทุกนาที. หนักเอาการนะ ที่มีผู้เนรคุณเพิ่มจาก ไม่กตัญญูได้อีก. เชื่อมั้ย?

Raff
IP: xxx.55.4.99
เขียนเมื่อ Thu Feb 07 2013 14:23:38 GMT+0700 (ICT)

 เกิดแล้ว จง ค้นคว้าสิ่งนั้นให้ดีจีรัง. และ ชั่วจีรัง. ชั่วก็ประนามให้จัรังเข้าไว้. ดีก็สรรเสริญนิยมเข้าไว้.  เพื่อลูกหลานเราเกิดมา จะไม่ต้องลองผิดลองถูก ลองเสพยา ลองผิดประเวณีอีก. แล้วไม่ต้องหลงเชื่อในการพนัน การพยากรณ์ใดใด ว่าศัพทย์ คำว่า บุญ บารมี. จะเป็นสิ่งไถ่โทษให้กับเขา. หรือ คือเครื่องมือ ประณีประนอมในความพลาดผิดของเขา. เขาจะไม่จ้องตกในบรรยากาศแห่งการพยากรณ์ ตกใต้ตำรา ใต้ อีเว้นท์ ของใคร. ลูกหญิงก็ไม่ต้องไปพลาด "แบ" ให้ผู้อวดอ้างเป็นตัวแทนนายหน้าบุญบาปที่ไหนเลย. ลูกชาย ก็ไม่ต้องละทิ้งหน้าที่ต่อครอบครัว แผ่นดิน หนีการพัฒนาตน บ้านเมือง หปพยากรณ์แลกข้าว แลกไอโฟน แลกซองที่ไหนเลย. ไม่ต้องยกเลิกสัญญาขันธ์ใดใดอย่างทุจริต คาดเดาเอาเองว่า ทำเช่นนั้น เช่นนี้ แล้วจะหลุดจากคดีผิด ไม่ต้องรับโทษ มันขี้ขลาด ขนาดทำผิดไม่กล้ารับผิดกันหมดประเทศแล้วหรือ. (ใครทำผิดไปลบหลู่ผู้มีพระคุณ ไม่กล้ารับผิดเอ่ย ทายซิน้องๆ). ใยจะหนีภพ หนีคดีกันไปก่อนเล่า. หากมอบตัว จะต้องใช้ทนาย ใช้อัยการ ที่ลวงโลก ลวงเอาทาน อยู่ทุกวันนี้หรือ. 

Pnon
IP: xxx.55.0.137
เขียนเมื่อ Sat Feb 09 2013 03:03:28 GMT+0700 (ICT)

บางเว็บ มีการกลัวเพื่อนมนุษย์จะมีสัทธรรม และเข้าถึงต้นแห่งพรได้ จึงมีการไล่ลบกระทู้ธรรมที่สร้างสิ่งนั้นได้จริง ที่ chinawangso.net กระทำการเช่นนั้น เพราะ กลัวว่าหากเพื่อนๆเข้าถึงต้นพร การเป็นตัวแทนนายหน้า บุญบารมีจะตกไป ตนหมดความสำคัญ อดรับทาน และการจับต้องงบประมาณจะลดลง จึงลบข้อความที่จรรโลงเกียรติศาสนทูตแห่งตน(พระพุทธเจ้า) ไปเสียสิ้น ลบอย่าเมามัน หลงลืม ปิดกั้น ไม่อยู่กับธรรม ไม่รับความจริง ไม่อยู่กับปัจจุบัน มุสาง่าไม่รู้ไม่เห็นไม่ต้องตักเตือนแอดมิน. นำพาผู้คนหนีคดี หลุดภพชาติ ด้วยการไร้ธรรมมากมาย. จะพาพวกเขาไปไหนหรือ ในเมื่อ ผู้อวดอ้างนำทาง ยังหลงอยู่.

Pnot
IP: xxx.55.7.233
เขียนเมื่อ Sun Feb 10 2013 21:09:53 GMT+0700 (ICT)

 เมื่อมนุษย์ใช้สิทธิ์ในการปกครองตนเองแล้ว. จงอย่าละเมิดสิทธิ์ในการนำพยากรณ์ใดใด ที่ตนยังไม่เข้าใจดี ไม่เคยไปถึง มาบังคับเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเอง. จงอย่าทำลายกระบวนการแจ้งสิทธิ์ เพื่อการรับรู้ ของผู้คน. เพราะทุกคนมีสิทธิ์เท่าเทียมกัน ที่จะนำธรรม ทุกธรรม เข้าปกครองในขันธ์ของตน. การทำลายล้างการแจ้งสิทธิ์นั้น คือ สิ่งที่สมควรยอมรับหรือไม่. เรามิได้พิพากษาว่า ใครผิด. แต่ถ้าพลาดไป เมตาอยู่ต่อกันจะห่วงใยกัน เช่นที่ผ่านมานานเป็นปีๆ ทุกท่านคงพบเห็นเจตนารม ที่เราห่วงใยเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้ว ไม่มากก็น้อย ไม่รีบอ่านก็จะไม่สัมผัสข้แความเพื่อบั่นทอนชั่ว และฟื้นฟูความดี นำพาผู้คนออกห่างจากการพยากรณ์ การพนัน การเนรคุณ การหนีคดีไม่มอบตัวไม่จำนน แสวงหาสิ่งไถ่โทษแทนแสวงปัญญาและสัทธรรม เพราะ มีผู้มุทะลุ จ้องลบ. แทนที่จะกล้าหาญเผชิญต่อ การแจ้งสิทธิ์ อันเป็นสาธารณะ. ที่ทั้งเพื่อนๆและตนเอง ก็ได้รับสิทธิ์นั้นเช่นกัน. จงตระหนักเถิด. เพื่อนๆเอ๋ย. (สายกลางต้องกล้าหาญ เพราะมีขลาดเขลาหวาดกลัว กับ มุทะลุ อยู่ข้างๆ). พระพุทธเจ้า คือ ผู้เดินสายกลาง. 


Pnon
IP: xxx.55.12.43
เขียนเมื่อ Thu Feb 14 2013 21:10:03 GMT+0700 (ICT)

พลุแห่งสัทธรรม ได้ถูกจุดขึ้นแล้ว

จุดทั้งที ต้องจุด สมควรจุดดอกใหญ่ๆหน่อย

แต่หากมันแสบหู แสบตาใคร เราก็ต้องขออภัยด้วยนะครับ

แต่ผู้คนมากมายได้เห็นธรรมนั้นทั่วถ้วน

และผู้ลบทำลายนั้น มีไม่กี่คนเอง. จงล้มเลิกการสมรู้ร่วมคิดนั้นให้ได้เร็วๆนะครับ

ภาคผล จะได้ชัดเจนว่า คนดีนั้น มอบตัวได้เมื่อทำความผิด

พพ
IP: xxx.55.12.43
เขียนเมื่อ Fri Feb 15 2013 00:18:57 GMT+0700 (ICT)

อารยะ เมตตรัยยะ เกิดแล้ว เกิดนานแล้ว. แต่ท่านๆไม่รู้ไม่เปิดกว้างที่จะเข้าถึงเอง. อย่ามัวแตติดพยากรณ์ว่า"จะ จะ จะ" มันก็จะ"จะ"ของมันอยู่อย่างนั้น. แล้วอย่าหลงเชื่อว่า อารยะเมตรัยยะ จะนำธรรมต่างๆมาหากิน มาแลกข้าว แลกความพึงใจใดใด เพราะ ผิดสเป็ค จากอารยะเมตตรัย ตามที่พระพุทธเจ้าได้ แจ้งรายละเอียดไว้.

Dekslam
IP: xxx.55.173.120
เขียนเมื่อ Thu Feb 21 2013 16:10:37 GMT+0700 (ICT)

ความดี คือ การดูแลรักษา2บัญชีของตนให้เป็นผลบวกตรงกันอยู่เสมอ. บัญชีที่1คือ บัญชีที่สาธารณะพบเห็น(อาจถูกแก้ไขตกแต่งจากเรา หรือผู้อื่นได้.  2คือบัญชีภายในที่เรา และผู้อื่นก็แก้ไขตกแต่งมิได้.รอวันสอบสวนที่ยุติธรรมที่สุดมาถึงอย่างมีขันติธรรม.  ทำทั้ง2ให้มีผลบวกที่ตรงกันอยู่เสมอ. นั่นแหละ คือความดีที่เป็นมาตรฐาน. ไม่มีดีของคุณของผมของใครแล้ว จบ. 

จากความดี. ที่มีมาตรฐานนั้น เราจะได้นิยามถึงความกตัญญู อีกด้วย กล่าวคือ. หากมนุษย์รักษา2บัญชีส่วนตัวตนเองเป็น ก็จะเป็นภาระหน้าที่ในการรักษา2บัญชีของพ่อแม่ ของผู้มีพระคุณ ของแผ่นดิน ของศาสดา. นั่นคือความกตัญญู

เมื่อรู้จักมาตรฐานกตัญญูแล้ว. จะได้นิยามความรักมาด้วย คือหากมนุษย์ผู้นั้นมีความรักต่อผู้ใด นั่นคือผู้นั้นจะรักษา2บัญชีของอีกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นคนรัก เป็นผู้ปกครอง พ่อแม่ เป็นพี่น้อง เป็นผู้ปกครองหรือใต้ปกครองก็ตาม. นั่นคือนิยามความรัก

นี่แถมให้ด้วยนะครับ ความดี ความกตัญญู ความรัก ที่เป็นมาตรฐานที่สุดเท่าที่มีมาแล้วหละครับ. 

เด็กสลัมครับ

Dekslam
IP: xxx.55.173.120
เขียนเมื่อ Thu Feb 21 2013 16:12:58 GMT+0700 (ICT)

เมื่อพุทธ มองเห็นว่า มุสลิมมีปัญหา ก็เริ่มศึกษาหลักธรรมของอิสลาม เพื่อนำมาปริยัติธรรมต่อเขา. และเมื่อมุสลิมพบเห็นว่า ชาวพุทธมีปัญหาบกพร่องใด ก็เริ่มศึกษาพุทธเพื่อนำมาปริยัติต่อกันและกัน. เท่านี้ก็จบ ปรองดองได้ทุกศาสนา. 

Hondo
IP: xxx.55.6.38
เขียนเมื่อ Sun Feb 24 2013 20:32:03 GMT+0700 (ICT)

ทุกท่าน นัดพ่อแม่ลูกเมียผัว และผู้ผูกพันโยงใย และศาสนทูตที่ท่านชื่นชอบติดตาม ไว้ที่ใด. มิใช่ที่ประตูสวรรค์หรอกหรือ(สำหรับผู้แสวงหาสวรรค์) แล้วท่านๆใยไม่ทำตนให้เฉียดประตูที่ท่านนัดแนะนั้นเล่า. อย่างน้อยจะได้ประมานก้าว ประมาณที่ยืน คำนวนพื้นที่ด้านหน้า location ที่ ที่เรามีนัดจะไปนั้น. ท่านสมควรศรัทธาว่า ศาสนทูตที่ดีงามทุกท่าน รวมถึงศาสนทูตที่ท่านติดตามนั้น รวมตัวอยู่ที่นั่น. หากท่านสามารถเฉียดไปที่นั่นได้ ท่านใยไม่ลองตะโกนถามว่า ศาสนทูตครับ ยกมือหน่อยครับว่า ท่านใดที่อนุญาติให้ปิดกั้น และ เนรคุณต่อผู้ให้ออกซิเจนท่านหายใจ จัดการในเรื่องมดลูกแม่ท่าน ให้ภาระหน้าที่ รวมขันธ์ให้ท่านผ่านภพการเป็นมนุษย์ ให้ที่พำนักรอเราอยู่ตรงนั้นได้ ยกมือหรือโบกมือเท่านั้นเพื่อฉันจะได้ปฎิบัติตนต่อไป และมาตามนัดได้. ท่านจงมั่นใจเลยว่า ไม่มีใครยกมือให้ท่านแน่นอนครับ. รวมถึงศาสนทูตที่ท่านเคยรู้จักมาก่อน ท่านก็ไม่ยกมือหรอกครับ เพราะท่านสอนให้ไม่ปิดกั้นในองค์สัทธรรม. ไม่เคยห้ามกตัญญูต่อเจ้าเมืองธรรมชาติที่ท่านก็เสพประโยชน์นั้นแน่นอน.อย่าดี ท่านขอพรย้ำให้ท่านมาว่า"จงอยู่กับปัจจุบัน ที่มีปรัชญาที่ครบองค์แห่งธรรม ที่มายังมนุษย์ชาติแล้ว นั่นแหละ. ลองเฉียดไปที่นั่นดู(จินตนาการ สำคัญกว่าความรู้) แต่ก่อนจะเฉียดที่นั่นได้ ท่านต้อง มีธรรมเข้าครองจิตขันธ์ท่าน อย่างครบครัน พอเพียง(หรือไม่ก็อยู่ระหว่าง เพียร) อย่าขาดยุติธรรมที่แต่งแต้มปรัชญา และหลักธรรม ปิดกั้นปฎิเสธหลักธรรมใดใด แต่งแต้ม มุสา อุตริ ไปตามๆเขา ตามๆวรรณกรรม ตามๆผู้ตกใต้นโยบายจากพญามาร. ผู้จ้องรับผลประโยชน์ จงรู้เท่านั้นตัวเอง รู้เท่าทันสื่อ รู้เท่าทันนโยบายทุจริต รู้เท่าทันนโยบายพญามาร รู้เท่าทันผู้ตกใต้อานัติของพญามาร. ศึกษาองค์ธรรม เพื่อครอง มิใช่เพื่อเย้ยหยัน. บั่นทอนความชั่ว ฟื้นฟูความดี. แลกของต่ำ ด้วยของสูงคุณค่า รู้จักคำนวนในเท่าทุน หรือขาดทุน(ยังไม่จ้องโลภะในกำไรด้วยซ้ำ) ระลึกรู้ในบัญชีพ่อแม่ที่ตนรักและมีสัญญาขันธ์ว่า จะกตัญญู ดำรงชื่อเสียงท่าน และวงศ์ตระกูลเผ่าพันธุ์ กตัญญูต่อแผ่นดินเกิด ชั้นฟ้า และระหว่างทั้งสอง. อย่าให้เชื้อเนรคุณ เชื้อปิดกั้น เชื้อหนีคดี เชื้อขาดธรรมไปก่อนได้. แพร่ออกสู่อารยธรรมที่ตนอาศัย เพราะลมหายใจตนเลย. จงขจัดโรคร้ายนั้น ก่อนที่จะหายใจออกสู่ลูกหลานตน และผู้อื่น. ทำจิต และ ดีเอ็นเอ เลือด ห้องฝอกอากาศ(หัวใจ) ให้สะอาด เพื่อ อากาศขาออก จะได้สะอาด มีคุณค่า ดีงาม. 

พนน
IP: xxx.55.1.27
เขียนเมื่อ Tue Feb 26 2013 22:45:10 GMT+0700 (ICT)

เมื่อลูกทั้ง5 ของเรานั้น เติบโตขึ้น ได้รับความรู้ ได้รับวรรณกรรมของเขา. เขาสามารถใช้ชีวิตได้เอง หาเงินได้เอง. ท่านว่า เราจะชี้นำ หรือทักท้วงในสิ่งที่จะพลาดผิดต่อชีวิตของเขา แล้วเขาจะเชื่อฟังเราหรือไม่. ในเมื่อ1. เขาโตแล้วทำงานหาเงินได้แล้ว2. ไม่ต้องพึ่งพาเราแล้ว. แน่นอน เราทราบดีว่า ชีวิตภาคหน้าเขาต้อพบกับอันตราย ความยุ่งยาก. แต่เราก็ไม่สามารถในการรับรองในสิ่งที่จะเกิด หรือ ไม่เกิดต่อเขาได้อย่างเต็มปาก. แต่ที่กล่าวมาแล้วนั้น สิ่งเดียวที่เราจะสมเป้าประสงค์ในความห่วงใยทั้งหมดคือ. ลูกทั้ง5 อยู่ในโอวาททุกคน

  แต่มันเป็นไปได้หรือไม่กันเล่า. นั่นแสดงให้เห็นว่า พระเจ้าได้สร้างมนุษย์ที่พระองค์ต้องดูแลในปัจจุบันมีถึง 6000 กว่าล้านคนแล้วนะครับ. หากมนุษย์ อยู่ในโอวาทของผู้สร้างทุกคน โลกก็จะสงบสันติมิใช่หรือ(เช่นเดียวกับลูกๆเราไง). อิสลาม คือ การตักเตือน บอกกล่าวในโอวาท ที่เมื่อเพื่อนๆมนุษย์ พี่น้องมนุษย์ อยู่ในโอวาทนั้นแล้วไซร้ โลกจะสงบ สันติได้ ไม่ต้องเสี่ยงภัย ไปลุ้นเอาภาคหน้า อิสลามคือโอวาท จากพระเจ้าที่จะเตือนในทางเดินของมนุษย์ให้เดินบนทางที่ปลอดภัย ทั้งการใช้ชีวิต อาชีพ อาหารการรับทาน. การครองเรือน การมีองค์แห่งธรรมที่ครบครัน ไม่อนุญาติเนรคุณต่อสิ่งสร้างแบบตนเอง ไม่ว่าจะต่ำกว่า หรือสูงกว่า ไม่ให้สาปแช่งต่อกัน(เน้นขอพรให้แก่กัน)

Pnon
IP: xxx.55.12.78
เขียนเมื่อ Thu Feb 28 2013 08:37:20 GMT+0700 (ICT)

  การมองเห็น ในมิติความเป็นพี่น้องกัน(หลักภราดรภาพ). ความเป็นพี่น้องมีระดับในการมองเห็นต่างกัน ระดับแรกๆของการรับทราบคือ การเป็นพี่น้องทางสายเลือดที่ใกล้ชิดกัน คือพี่น้องพ่อแม่เดียวกัน น้าป้า หลาน. เป็นต้น. อีกระดับหนึ่งคือ การเป็นพี่น้องร่วมศรัทธาเดียวกัน ร่วมสถาบันเดียวกัน ร่วมชาติ ร่วมโลก ร่วมในถังออกซิเจน ใบเดียวกัน. แค่ขั้นที่สองนี้ เข้าใจว่า การมองเห็นนั้นมันยากเหลือเกินสำหรับผู้เดินหนีหลักภราดรภาพ. ยังมีอีกขั้นที่ปรมัติในขั้นสูงสุดคือ การเป็นพี่น้องในระดับ วิญญาณ. หากท่านที่มองเห็นในระดับนี้ได้ ท่านจะเข้าถึงสัญญาขันธ์ที่เคยมีต่อกัน ว่า วิญญาณที่เคยอยู่ร่วมกัน มีสัญญาว่าจะไม่ทอดทิ้งกัน(เมตตาธรรม ขั้นปรมัติ). หากมีผู้มองเห็นความเป็นพี่น้องกัน ห่วงใยตักเตือนต่อกัน ในเรื่อง ที่บั่นทอนความชั่ว ฟื้นฟูความดี ให้เราห่างจากสิ่งงมงาย ไร้สาระ. มิได้มายืมเงินไปเล่นพนัน มิได้มาเพื่อชวนผิดประเวณี มิได้มาหาเพื่อชวนเสพของมึนเมา มิได้มาหาเพื่อชักชวนทิ้งภาระหน้าที่ มิได้มาหาเพื่อชวนปล้นทรัพย์ มิได้มาหาเพื่อชวนเนรคุณต่อพ่อแม่ บ้านเมือง ผู้มีพระคุณ ฯลฯ เราสมควรเปิดรับ เพราะ พี่น้องเรา ยังไปมาหาสู่กันอยู่เสมอ. นั่นคือ กรรมที่มาจากมรรคผลของความดีงาม. 

Pnon
IP: xxx.55.12.78
เขียนเมื่อ Thu Feb 28 2013 08:39:52 GMT+0700 (ICT)

พระพุทธเจ้า แนะนำให้ลองก่อนเชื่อ. --- ฉะนั้น ผู้บริหารประเทศในระดับ รับผิดชอบนั้น ใยไม่ลองมีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู แทน การมีเป็นสิ่งปฎิเสธเย้ยหยัน เนรคุณ ก่อนที่จะกำหนดนโยบาย ทั้งดับไฟใต้ และดับไฟอยากใหญ่ อยากรวย อยากดัง กันก่อนเล่า. พระพุทธเจ้ายังแนะนำให้ลอง. ลองบ้างหรือยัง. ใครลองก่อนได้เปรียบนะครับ. และแน่นอน หากใครมีโอวาทจากพระเจ้าเป็นสิ่งที่นำมาตักเตือนต่อผู้มีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู. ผู้ฟังก็คิดเองได้ง่ายมาก ว่า เขาห่างจากโอวาทของพระเจ้าแล้วหรือไม่ ผู้คนสุจริตขึ้นได้แน่นอน ลองก่อนอย่าเพิ่งเชื่อ(นี่แหละ คุณค่าของการมีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู มิใช่มีเป็นสิ่งปฎิเสธเย้ยหยัน)ลองศึกษา โอวาทแห่งผู้สร้างมนุษย์เถิด. 

Pnon
IP: xxx.55.12.78
เขียนเมื่อ Thu Feb 28 2013 08:42:59 GMT+0700 (ICT)

ศัพท์ และ สิ่งเดียวที่จะแก้ไขปัญหา ในทุกๆเรื่อง ทุกๆภาค ทุกๆประเทศ คือ พระนามของพระเจ้า ไม่ว่าจะกล่าวว่า อัลลอฮ์ ยะห์โฮลวา หรือ พระเจ้าก็ตาม. ชื่นนี้ ใช้ได้. แม้กระทั่ง การถูกแต่งแต้มของศาสตร์ ด้วยศิลปะที่ทุจริต ติดผลประโยชน์รับทาน จับต้องงบประมาณชุมชน โรงงานพลุดอกไม้ไฟธูปเทียน รวยกันเละ จาก การที่ศาสนทูตที่ชื่อ สิถถะ ที่ได้รับความรู้ และโอวาทมาจากพระเจ้า ผู้ดลให้ดอกบัวท่าน ลอยทวนน้ำในครั้งที่ยังไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ใดใดถูกอุปโลกขึ้นมาเลย ไม่ว่าศาลหลักเมือง เจ้าแม่กวนอิม ลิ้มกอเหนี่ยว สยามเทวาธิราช ชินราช หลวงโต หลวงเล็ด หลวงทวด. ท่านก็สามารถขอพร และได้รับการดลบันดาลต่อพรที่ขอตรงนั้นได้. แต่ภายหลังท่านถูกศิลปะ มาสอดใส่ในศาสตร์จากพระเจ้าที่ท่านได้รับมาบอกกล่าว. จึงเกิดความงมงาย ความโง่เขลา การพนันในบุญบารมี การหนีคดีผิดที่ว่าหลุดพ้น. ตรองกันให้ชัดๆแล้วทุกท่านที่เป็นพี่น้องกัน จะหันมากอดกัน.

Pnon
IP: xxx.55.12.78
เขียนเมื่อ Thu Feb 28 2013 08:44:16 GMT+0700 (ICT)

พระพุทธเจ้าแนะให้ลอง. ก็มักจะลองแต่สิ่งผิด สิ่งงมงาย ไร้สาระ ไร้เหตุผล. ใยไม่ลองแต่สิ่งที่จะ บั่นทอนความชั่ว และ ฟื้นฟูความดี กันเล่า. ชาวไทยเอ๋ย. 

พนน
IP: xxx.55.0.119
เขียนเมื่อ Thu Feb 28 2013 23:47:03 GMT+0700 (ICT)

หาก ปัญหาในภาคใต้ เป็นไปตามการจับคู่ว่า อิสลามนั้นคู่กับความรุนแรงจริง. และกระบวนการของเขานั้น คือ การ แบ่งแยกดินแดนตามที่เราเสพ วรรณกรรมข่าวแล้ว. วลีที่สามารถ นำความสงบสุขมาสู่ประเทศได้ จากการไขข้อองค์แห่งธรรมที่แท้จริง ต่อผู้มีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู ตามที่ผู้สร้างมนุษย์ตักเตือนคือ "แผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วก็เป็นของพระเจ้าของเรา เราสมควรกตัญญู และ ไม่คิดจะแบ่งแยก". การจะทำหรือไม่ทำขึ้นอยู่กับความกล้าหาญของผู้ที่มีหน้าที่ต้องกล่าว เพราะหากผู้กล่าวมีพระเจ้าเป็นสิ่งปฏิเสธอยู่ เมื่อกล่าวเช่นนั้น จะต้องกลายเป็นผู้มีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญูไปทันที. กล้าหาญเพื่อสันติธรรมเถิดครับ. กล้าหาญคือการเดินสายกลาง เพราะ สายกล้าหาญมีหวาดกลัว และ มุทะลุ อยู่ข้างเสมอ. ขอให้ผู้บริหารประเทศ กล้าหาญทุกๆคนครับ. 

Pnon
IP: xxx.55.9.177
เขียนเมื่อ Thu Mar 07 2013 08:40:24 GMT+0700 (ICT)

หาก ปัญหาในภาคใต้ เป็นไปตามการจับคู่ว่า อิสลามนั้นคู่กับความรุนแรงจริง(มีผู้จับคู่ให้โดยที่อิสลามมิได้คิ้นรนที่จะแยกมันออกเอง). และกระบวนการของเขานั้น คือ การ แบ่งแยกดินแดนตามที่เราเสพ วรรณกรรมข่าว(หรือเป็นเรื่องจริงก็ตาม)แล้ว. จากการสำรวจปรัชญาอิสลาม และ แก่นธรรม แห่งศาสนาที่พวกที่ท่านชี้เฉพาะไปตามๆกันนั้น. พบว่า ง่ายมากที่จะนำพาผู้ทุจริต หลงผิดไปจากโอวาทของผู้สร้างมนุษย์ 6500 กว่าล้านคน(ที่ตายไปแล้วและจะเกิดใหม่ ยังไม่นับนะครับ ฮา...) วลีง่ายๆสั้นๆที่สามารถ นำความสงบสุขมาสู่ประเทศได้ เป็นแก่นธรรมที่แท้จริง ปลุกสำนึกในการจงรักภักดีต่อพระเจ้า ของหรือต่อผู้มีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู ตามที่ผู้สร้างมนุษย์นั้นตักเตือน และให้โอวาทตักเตือน คือ "แผ่นดินแม้แต่ตารางนิ้วก็เป็นของพระเจ้าของเรา เราสมควรกตัญญู และ ไม่คิดจะแบ่งแยก". เรามิใช่เจ้าของ ท่านมิใช่เจ้าของ เราและท่านมิใช่ผู้พิพากษาชีวิตใคร สิทธิ์ต่างๆเป็นของพระเจ้า ที่เป็นผู้จัดการกรรม เป็นเจ้าแห่งโรงงานธรรมชาติ. เท่านี้แหละ ง่ายแสนง่ายที่จะปลุกสำนึกต่อผู้มีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญู. แต่ผู้มีพระเจ้าเป็นสิ่งปฏิเสธเย้ยหยัน เล่า ตรองก่อนได้ไหม. การจะทำหรือไม่ทำขึ้นอยู่กับความกล้าหาญของผู้ที่มีหน้าที่ต้องกล่าว เพราะหากผู้กล่าวมีพระเจ้าเป็นสิ่งปฏิเสธอยู่ เมื่อกล่าวเช่นนั้น จะต้องกลายเป็นผู้มีพระเจ้าเป็นสิ่งกตัญญูไปทันที. กล้าหาญเพื่อสันติธรรมเถิดครับ. กล้าหาญคือการเดินสายกลาง เพราะ กล้าหาญมีหวาดกลัว และ มุทะลุ อยู่ข้างเสมอ. ขอให้ผู้บริหารประเทศ กล้าหาญทุกๆคนครับ. ประโคมทุกๆชั่วโมงเถิดครับ. รับรองส่งผลบวกแน่นอนครับ.ลองก่อน อย่าเพิ่งรีบเชื่อ(ใช่ไหม และกล้าหาญไหม)

Pnon
IP: xxx.55.9.177
เขียนเมื่อ Thu Mar 07 2013 08:43:08 GMT+0700 (ICT)

จะพบว่า คุณค่าใดใดที่จีรังแล้ว จะแปรไปตามศาสตร์ที่มิได้บั่นทอนความชั่ว และฟื้นฟูความดีไปได้. อิสลามคือสันติธรรม. แม้มีผู้พยายามแปรเปลี่ยนให้มีนิยามใหม่ คือ ความรุนแรง เหตุเพราะความหวาดกลัวจะสูญเสียบรรยากาศพยากรณ์ ของเขาไป. ก็ไม่สามารถทำได้. คุณค่ายังคงเดิมครับ. 

Pnon
IP: xxx.55.4.155
เขียนเมื่อ Fri Mar 22 2013 14:53:26 GMT+0700 (ICT)

ขอให้ออกสปอตนี้ว่า. แผ่นดินแม้ตารางนิ้วเดียวก็แบ่งแยกไม่ได้ เพราะมันเป็นของพระเจ้าของเรา. เท่านี้ น่าจะลองดูก่อน พระพุทธเจ้าแนะให้ลองก่อน อย่าเพิ่งเชื่อ. รับรองสงบสุขสันติได้. เพียงชาวไทยกล้าหาญที่จะพูดเท่านั้น. 

Pnon
IP: xxx.55.7.176
เขียนเมื่อ Mon Apr 29 2013 21:40:30 GMT+0700 (ICT)

มุสลิม ทั่วโลก จะละทิ้งศาสนทูตท่านหนึ่ง ที่พระเจ้าส่งลงมายังท่านไปได้อย่างไร ท่านนั้นสุจริตดีงามจีรังแล้ว(แต่ถูกความต้องการของมนุษย์สวมรอย เสพประโยชน์ แปรมันเป็นสินค้าและบริการซะงั้น)

ลองกลับหลัง ตั้งต้นเดินทางใหม่เถิด ยังไม่สายหรอกที่จะจำนนต่อ ความผิดพลาดของตน

สารภาพ แล้วมอบตัว ตรงๆ ง่ายๆ ต่อ ผู้เที่ยงธรรม ไร้ตัวแทนนายหน้ากันเถิด

   มีคำสั่งจากท่าน มูฮัมมัด มิให้ละทิ้ง พระพุทธเจ้าที่เป็นทวด ที่ถูกส่งลงมาก่อนหน้าท่าน
ในครั้งที่ท่านได้เพลี่ยงพล้ำในสงคราม เพื่อ การประกาศศาสนาอิสลาม แบบ เป็นทางการ(Formal) ท่านได้สั่งให้ลูกน้อง เดินทางไปขอความช่วยเหลือจาก อาณาจักรชามส์ ให้ส่งกองทหารที่เกรียงไกรมาช่วยเหลือ เพื่อไปสู่ความสำเร็จ ลูกน้องยังงงเลยว่า อาณาจักรชาร์มขณะนั้น คือ ดินแดนแห่งศาสนจักร ทั้งดินแดน(ชาวไครส์ หรือ คริสต์ นั่นเอง) แต่ก็เดินทางไป(ทำไม่ไม่ขัดหรือสงสัย แล้วจะเล่าแทรกทีหลังนะ)

   เมื่อไปถึง แน่นอน แจ้งความประสงค์จะเข้าพบกษัตริย์ชาร์มส ก็ถูกจับเข้าคุกแล้ว. ครั้น กษัตริย์ มาสอบสวน(กษัตริย์ชาร์มส นั้น พระเจ้ากำหนดให้ท่านมีความยุติธรรมสูง(มีธรรมข้อใหญ่ที่จำเป็น) )ได้สอบถามลูกน้องท่านมูฮัมมัดว่า มันไม่เป็นลิเก โอละพ่อไปหน่อยหรือ ที่เจ้านายเจ้า จะมาขอให้ผู้ยิ่งใหญ่ที่มีพระเจ้า และศาสนทูตเป็นของตัวเอง ไปช่วยรบ หากชนะ แล้วจะประกาศศาสนาใหม่เนี่ยะนะ ลูกน้องท่านมูฮัมมัดอึ้ง(ตามที่คิดไว้แล้วว่า เป็นงี้แน่เลย) 
  แต่พระเจ้าได้ดลให้กษัตริย์ชาร์มส เอ่ยปากว่า"เอางี้ มีวลี หรือ ประโยคเด็ดๆที่มูฮัมมัด ฝากมาบอกเรา เพื่อทำให้เราแต่งกองทหารที่เกรียงไกรของเราไปช่วยเล่นลิเกโรงนี้กับเจ้าไม๊ล่ะ"
  โดนครับ! ลูกน้องท่านหนึ่ง ก้าวออกมา แล้วกล่าวว่า " ท่านมูฮัมมัด กล่าวว่า"! "พระเจ้าของเรา มีคำสั่งให้ชนะสงคราม(หลังจากหนีครบ6ครั้ง)นี้เพื่อความพอเพียงที่จะประกาศศาสนาใหม่อย่างเป็นทางการ ที่ชื่อว่า สันติธรรม เพื่อเป็นสรณะของมวลมนุษย์ โดยมิให้ละทิ้งศาสนทูตใด ศาสนทูตหนึ่ง ที่ถูกส่งมาตักเตือนมนุษย์เลย" 
  โดนครับ กษัตริย์ชาร์มส ปิ้งเลยครับ (1พระประสงค์จากผู้มีพระคุณ คือพระเจ้าสั่ง 2มิให้ละทิ้งศาสดาคนใดเลย เยซู โมเสส สิถถะ) พลันสั่งให้แต่งกองทหาร ไปช่วยท่านมูฮัมมัด รบจนชนะศึก (อันเป็น PR หรือ Event ในยุคนั้นๆ ที่พระเจ้า จัดการให้อย่างสมดุลในการทำงานใหญ่ทันต่อยุคสมัย ขณะนั้นมนุษย์ยังมิได้รับความรู้ในการพัฒนาโทรทัศน์ วิทยุ) และประกาศศาสนาชื่อ "สันติธรรม"(อิสลาม) เพื่อใช้เป็นสรณะของมวลมนุษยชาติ
   ฉะนั้น มุสลิมที่ติดตามปรัชญาตามท่าน มูฮัมมัด ก็จะละทิ้งศาสดาคนไหนที่ถูกกำหนดก่อน ท่านมา มิได้ด้วย. เมื่อศึกษาพบว่าท่านใด ในเหล่านั้นถูกใส่ร้ายป้ายสี ถูกบิดเบือน ถูกสวมรอย ถูกเอาทรัพยากรณ์ท่านมาแปรเป็นสินค้าและบริการ ต้องช่วยเหลือ อย่าละทิ้งท่าน การตักเตือนต่อความเสียหายต่อดวงจิต ต่อบัญชีบาปบุญ เสียหายต่อส่วนตัว ต่อสังคม เป็นสิทธิ และ เสรีภาพขั้นพื้นฐานอยู่แล้ว แต่การเตือนบางครั้ง ผู้เตือนมิต้องการได้หน้า ได้ยศได้ศักดิ์ ได้ความพึงใจ เขาก็แอบเตือน ขึ้นป้ายบ้าง อะไรอื่นบ้าง อย่าปลดป้ายเขาลง แค่กลัวสูญเสียสังคมพยากรณ์ กระทำการที่มีผลตรงต่อการบิดเบือนศาสดาที่ดีงามท่านหนึ่งไปแค่นั้น จงมีศีล ปัญญา สมาธิ. มีสิ่งใดที่เที่ยงแท้ ก็ขึ้นป้ายผ้าต่อไปก็ได้นี่นา.

Pnon
IP: xxx.55.2.92
เขียนเมื่อ Mon Jun 17 2013 09:03:02 GMT+0700 (ICT)

การเป็นหุ้นส่วนกับพระพุทธเจ้า แล้ว หุ้นส่วนนั้นทุจริต ติดกิเลสหนา กระทำการพะรุงพะรังในกิเลสที่ไม่มีใครอวดอ้างไปตัดมันได้สักรายเดียวนั้น ทำให้บริษัทแห่งพระพุทธเจ้าเสียกายมาตลอด ศาสนาที่เกิดในอินเดีย ใยสูญหาย หรือไม่โตในอินเดีย เพราะมีแต่คนจน ขอทาน อาหารก็ไม่พอจะแบ่งปันกัน เดิน10กิโลฯยังไม่ได้ข้าวพอสักอิ่มหนึ่งเลย. แต่เดินในประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลาในนามีข้าวเช่น ไทย พม่า เวียดนาม เขมร ญี่ปุ่น แบบนี้ซิ ค่อนคุ้มในการพญากรณ์ แลกข้าว แลกทาน แลกความพึงใจ(ที่เป็นทุนที่ประเมินค่ามิได้เลย). ศาสนาอย่างนี้ เลยเติบโตแต่ในประเทศที่อุดมสมบูรณ์ไงล่ะ. 

Pnon
IP: xxx.55.2.92
เขียนเมื่อ Mon Jun 17 2013 09:05:26 GMT+0700 (ICT)

พระพุทธเจ้าสั่งห้าม ในเรื่องการไม่อวดอ้าง. แล้วกิเลสที่มีในมนุษย์ มันเป็นสิทธิ์ที่มนุษย์สร้างขึ้นมาเองหรือ ทั้งสิ่งเสพ สุนทรียะต่างๆ มิได้เลย มนุษย์มิใช่ผู้สร้างเอง อย่าอุตริ อวดอ้างไปตัดสิ่งนั้นต่อไปเลย มันทำไม่ได้เลย. ท่าน มิสุโอะ เริ่มทราบแล้วว่า ทำไม่ได้ แต่ก็เผยแผ่ธรรมต่อไปได้. 

ลองเถิด
IP: xxx.122.80.14
เขียนเมื่อ Sun Sep 15 2013 19:36:55 GMT+0700 (ICT)

แค่อิถถิบาท4. ก็มีนวัตกรรม ค้นพบคุณค่าของอัลลอฮ์ได้. มีฉันทะ ที่จะกตัญญูไปพลางๆไหมล่ะ หรือมีฉันทะที่จะเนรคุณไปพลางๆ. หากมีทางเนรคุณก็จบ. แต่หากมุ่งทิศกตัญญู ก็จงวิริยะที่จะสืบค้นคุณค่า. ตั้งจิตตะ ที่จะทำ ที่จะอ่านอย่าเข้าถึงเจตนารม มีวิมังสะ ที่จะสืบค้นความจริงไปอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ไม่ใช้กิเลสสุข กิเลสทุกข์ ความเห็นแก่ได้ มาปิดกั้นทำให้วิมังสะกลายร่างไปนิวรณ์เสียก่อน

พบเอง
IP: xxx.96.91.200
เขียนเมื่อ Mon Sep 23 2013 09:07:02 GMT+0700 (ICT)

พิฆเนศ ศักดิ์สิทธิ์ กับ เมตตาธรรม.

พิฆเนศ ที่ผู้คนมากมาย ขอพร มุ่งหวังสู่ความสำเร็จ ผู้คนมากมาย รุมกันขอพรผ่านพระพิฆเนศสุจริตธรรมแล้วหรือ ที่ทุกท่านไม่เคยถามไถ่ได้ว่า งานขอพรนั้นเสร็จสิ้นเท่าไร. คั่งค้างเท่าไร. มีแต่ผู้รุมส่งงานให้พระพิฆเนศ ขอพร ทั้งๆที่มนุษย์ทุกท่านสามารถขอพร ต่อต้นพรได้(อย่างไรหรือครับเรียกว่าขอพรตรง คนไทยงงครับ ไม่เคยถูกสอนมาก่อน) เพราะเมื่อพบเจอกัน กล่าวสวัสดีต่อกัน. แสดงว่าทุกท่านสามารถขอพรให้กันตรงๆต่อกันโดยมิต้องมีรูปร่วมเคารพ รูปปั้น หรือ กล่าวถึงชื่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ใดใดเพื่อขอพรให้แก่กันเลย. แต่เราก็ขอพรให้กันได้มาตลอด. สังเกตุบ้างหรือไม่ว่า เราขาดเมตตาธรรมต่อพระพิฆเนศ เพราะหากเราสุจริตและมุสามิได้ว่า เราไม่เคยสอบถามได้เลยว่ามันลำบาก หรือยุ่งยากอะไรในการขอพรผ่านๆนั้น เสร็จไม่เสร็จเท่าไร. ใช่หรือไม่. เมตตาธรรมนี้ พระพุทธเจ้าจะขาดหรือไม่. เพราะในประวัติศาสตร์ ไม่เคยพบว่า พระพุทธเจ้าพึ่งพา เบียดเบียนวิญญาณเพื่อขอพร หรือขอพรผ่านสิ่งใดเลย. แล้วใยยุคนี้ มีการขอพรผ่านสิ่งต่างๆกันทั่วประเทศ พึ่งพารูปปั้น รูปหล่อ สรรพวิญญาณทั่วประเทศ. ทำยังกับว่าสิ่งนั้นคือเรื่องจริงที่มองเห็นได้ทางรังสีวิทยาไปแล้ว. จริงหรือไม่จริง ไม่น่าจะสำคัญกว่าการขาดเมตตาธรรมกับสรรพวิญญาณ ที่พวกเราไปรุมขอพรโดยไม่เคยถามว่าเสร็จไม่เสร็จ หากผมและเพื่อนคนหนึ่ง ตื่นขึ้นมา มีงวงแบบพระพิฆเนศขึ้นมาทั้งคู่. ปรากฏว่าผมและเพื่อน รวยได้เป็นร้อยล้านภายในไม่กี่อาทิตย์ เพราะว่าผมทั้งคู่มีลักษณะเดียวกับพระพิฆเนศ. แต่เจ๋งกว่าคือ พูดได้ เดินได้ตอบคำถามได้. มีผู้คนเอาเงินมาให้เอาของมาถวายเยอะแยะ. เมื่อผมมีเงิน50 ล้านแรก ผมและเพื่อนจะไปที่ ศิริราชครับ. เพื่อนถามว่าเราจะไปบริจาคกันหรือ. ผมบอกว่า เปล่าเลย. เราจะไปหาหมอให้ผ่าตัดเอางวงนี้ออก. นายจะเอามั้ยล่ะ ลักษณะอย่างนี้ เดินในที่สาธารณะ ความเป็นส่วนตัวหมดสิ้น ต้องรับงานรับแขกรับการกราบไหว้ขอพรทั้งวัน พ่อแม่ไม่ต้องดูแลกันแล้ว. เพื่อนว่า เออจริงนะ. เราคงผ่าตัดเอาออกเช่นกันนั่นแหละ. เราว่านั่นน่ะซินะ. เรายังไม่เอาเลยลักษณะนี้แล้วเราเอาลักษณะแบบนี้ไปโยนให้วิญญาณหนึ่งที่เราไม่เคยถามว่าเขาจะชอบไหม เขาจะรับไหม เรายุติธรรมกันแล้วหรือ. นี่แหละที่ต้องจุดประกายนั้นให้ได้ตระหนักรู้กันเสียบ้าง เพราะทุกคนหลงไปในพยากรณ์ที่ไม่สุจริตธรรม ขาดเมตตาธรรมต่อพระพิฆเนศนั้นมานานเท่าไรแล้ว. ทั้งๆที่เราสามารถขอพรได้เอง ไม่ต้องเบียดเบียนสรรพวิญญาณใดเลยด้วยซ้ำ. ลองติดดูแล้วกัน. อย่าเพิ่งเชื่อ. ลองคิดแบบที่เราพบซิครับ

พิเนส
IP: xxx.122.81.31
เขียนเมื่อ Wed Oct 02 2013 00:44:01 GMT+0700 (ICT)

เมื่อ นิค วูยิซิกส์ ผู้ไม่มีเท้าทั้งสองข้างแต่เกิด ได้ศรัทธามั่นว่า วันหนึ่ง พระเจ้าจะมอบเท้าทั้งสองข้างให้กับเขา เพียงไม่ลืมพระเจา ศรัทธา และทำหน้าที่ที่พระเจ้ามอบหมายให้มาอย่างเต็มประสิทธิภาพ ไม่ต่อรอง แสดงความกตัญญูอย่างเปิดเผยต่อสาธารณะ ยังเพื่อนๆมนุษย์ และ พญามารตลอดเวลา. เขาจึงเตรียม รองเท้า ไว้1คู่เสมอ. แล้วเราที่ครบถ้วนด้วยร่างกายเล่า จะตระเตรียมแค่ ความกตัญญู ความศรัทธา มิได้หรือ มันง่ายกว่าการเตรียมรองเท้า ที่ไม่เคยจะได้ใส่มัน1คู่เสมอๆในชีวิตด้วยซ้ำ. ทำไม่เรา เสพ แล้วจริง แต่กลับไม่กตัญญูต่อผู้ให้เราเสพ ผู้รอสอบสวนชำระบัญชี ทั้งเรา และ พ่อแม่เรา รวมถึงศาสนทูตที่เราติดตามเชื่อฟังทุกๆท่านเล่า. มันยากเย็นตรงขั้นตอนใดหรือ แค่กตัญญูไปพลางๆไม่เนรคุณไปพลางๆนั้น มันต้องหาเหตุผลกันมากมายทั้งชีวิตเลยหรือ. ระหว่างหาเหตุผลก็ยังสามารถกตัญญูไปพลางๆได้นะ. ขอจงอย่าเนรคุณ ปฏิเสธ ปิดกั้น ไปพลางๆแบบที่คนไทยมากมายถึงเกือบ60 ล้านคน กระทำอยู่นี้เลย. แผ่นดินจะมีแต่การก่อ อกุศลกรรม อกุศลจิต ทำให้แผ่นดินตกต่ำไร้มงคล อากาศก็ไม่บริสุทธิ์ เพราะผู้ที่มีเครื่องในที่ทำการฝอกอากาศออกมาแบบ มีเชื้อเนรคุณปนลมหายใจออก ออกมาด้วย ติดเชื้อกันทั่วประเทศ ก่อความเสียหายให้ตน ให้สังคม ให้ผู้อื่นรอบข้างเปล่าๆ.

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า