สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ภาษาท้องถิ่นอีสาน เทียบกับภาษากลาง

มูลมังอีสาน

 

  

 

    ครูจ่อย ขอนำความหมายของภาษาอีสานมาเสนอให้ผู้ที่อยากเรียนรู้ได้ศึกษา นะครับ

กวย     ไกว หรือแกว่ง เช่น เขาก็แขวนหง่าไม้ กวยอยู่ฟางตาย โอยๆคาง เวทนาเสียงฮ้อง
 กอก    มวน(ยาสูบ) เช่น ข้า จั่งขอปากเว้าสมมา หมากสองคำ ยาสองกอก ผู้ข้าบอกพาหวาน เต็มพาบ๋าแม่..
 กก    ต้น แรก พาทีทูล แต่ตอนกกโก้ ขานไขข้อ ความจริง
 กกโก้    แต่ต้น ดั้งเดิม แจ้งทั่ว บ่มีอำเงื่อนไว้ ไขถ้วนซูประการ
 กกเค้า    ครั้งแรก คนแรก ต้นกำเหนิดเป็นกกเค้าเจ้าตระกูลวงศา เป็นผู้พาสู้ซนแปลงบ้าน กาลก่อนกี้ มี ญาพ่อผู้เดียว
 กง    ขอบ วงล้อ ล้อเกวียน จักเชิญจอมเจ้าเกียนคำ ทังกงกำแลดุมแอก
 กงกำ    ล้อเกวียนทังทวยแปรก แลคานหลัง ..
 กวม    ครอบคลุม รวบ
 กวยโต่งเต่ง    แกว่งไป-มาช้าๆ ไปเป็นเผดอยู่โนนหมากเป้ง กวยโต่งเต่งห้อยขา ลิ้นยาววาลิบแลบ
 ก่อง    โหน โก่งลงมาท่อใบกล้วย ก้านก่องธรณี ไผบุญมี ยอเอาก็จิ่งได้
 ก่องค่องน่อง    โค้งเป็นวงพอดี ตัดเอาสองป้องปาย ผ่าตามลายลิ่วล่อง เบ็ดให้ก่องค่องน่อง เอาสายค้องเกี่ยวเบ็ด
 กองก้น    โก้งโคง(โก่งตูด) ท้าวขี้คร้าน มันนอนตื่นสวย กองก้นกูดจูด    หมอบหัวลงแล้วยกก้นขึ้น ไปนา บ่ลุก แม่ไปปลุก กองก้นกูดจูด
 กองกอย  ผีชนิดหนึ่ง คล้ายๆกระสือ                                                     
 ก้อมก้อย    (ว)อย่างเชื่องช้า คลานก้อมก้อย ตอบแข้งตอบขา แล้วผัดว่า เอาแต่ญาท่าน ความคึดอ่านหั่นบ่เคยมี
 ก้อย(๑)    (ว)อาการคลาน ก้อยเข้ามาบักหล่า เถิบมาอย่านั่งมอ เฮียนกะแห่งน้อย เสาเหย้ากะแห่งเพ
 ก้อย(๒)    (น)อาหารอีสานชื่อดัง อีสานเฮาหากินง่าย นอนโคกกินก้อยกระต่าย ยามงายกินก้อยไข่มดแดง
 ก้อย(๓)    (ก)ทำอาหาร ประเภทก้อย ฆ่างัวน้อย ฮ้อยพูดซาวสอง ซิ้นสองกองเอาไปก้อย ดูกใหญ่น้อยต้มใส่กระทะ
 กั้ง    ให้เจ้าอยู่เหนือคน มีสัปทนกั้งเกศ เป็นผู้นำประเทศคาเม เป็นเสาเสหลักชาติ
 กั้งโกบ    มือป้องตามอง มันข้าโท่งบ้านค้อ เหลียวเห็นพอลิบลี่ แดดกะจี่ได้กั้งโกบส่องหา
 กั่ว    ตะกรั่ว แถมปนด้วย โลหะ ซีน กั่ว ยามเมื่อ เผาทั่วแล้ว เป็นก้อนต่อนคำ ฯ
 กั้ว    ยุ่งเกี่ยว เกี่ยวข้อง เกลือก ผีกก่อนลูกหล่า อย่าสุมากั้วแม่ ตมแฮ่งสิแปด คีงเจ้าก็สิเหม็น
 กั้วปาก    ล้างปาก (กั้วคอ ก็ว่า) กินอิ่มแล้ว กั้วคอกั้วปาก หาอูบหมาก อูบพู หยูกยา
 กับก่าย    (โบราณ)กลับกลาย กลับคืน สนเทห์แท้ คราวตาย กับก่าย ต่างก็หลบต่าวตั้ง เมือบ้านแห่งตน
 กับแก้    ตุ๊กแก กับแก้ ฟ่าว เต้นคาบคอลึงค์ ติดปานตัง ไป่มีทางดิ้น
 กับขีด    ไม้ขีดไฟ ฝนตกลินแต่เช้าฮอดค่ำ ไฟซ้ำมามอด กะแพมก็เสีย กับขีดก็เล่าเปียก
 กะจอน    ตุ้มหู
 กะจ้อน    แคระแกรน เล็ก ไม่สมบูรณ์
 ม้ากะจ้อน    ม้าพันธุ์ตัวเล็ก(ม้าบักจ้อน) พ.ศ.๒๕๐๔ ผู้ใหญ่ลีขี่ม้ากะจ้อน แดดฮ้อนๆใส่แว่นตาดำ
 กะด้อ    เหลือเกิน ผู้ได้มาพบพ้อ งามกะด้อคนมาเห็น แม่เป็นนางฟ้า
 กะโด้น    ท้ายทอย หริงเบิ่งโนมพรรณหน้า ราศีเทียมแทบ หน้าผากทังกะโด้น ก็งามล้นหลื่นหญิง
 กะทอด    เครื่องเรือน(ล่าง) อย่ามาเอาเป็นกะทอด อย่ามาจอดเป็น ขางอย่ามาวางเป็นขื่อ.
 กะเทิน    ครึ่งๆกลางๆ ไหนๆก็ไหนๆแล้ว คั่นว่า ราชภัฏ เป็นพอกะเทิน เพิ่นก็เอิ้น มหาวิทยาลัย อยู่ดอก
 ตกกะเทิน    (ตกกระไดพลอยโจน) ตกกะเทินว่าได้กำคอแข้ บ่วางให้หางฟาด ตกกะเทินได้ม้าบักก่ำน้อย หนีแส้ย่านห่ากิน
 กะบอง    ตะเกียง ขี้ไต้ น้ำไฮ่นาล้นหลาก น้ำมากไหลเนืองนอง แสงกะบองออกจับกบเขียด ทังนาเอียดนาทาม
 กะโปะ    กะลามะพร้าว บวยบ่มีด้าม สิเอาหยังมาค้างแอ่ง เขาสิเอิ้นว่ากะโปะหมากพร้าว บ่มีเอิ้นว่ากะบวย
 กะแพม    หินเหล็กไฟ หรือไฟแชก กะแพมพ่ออยู่กะโหล่งยา ตาเจ้าดีส่องหาให้แด เอาให้แม่โตจูดกะบองดังฟืนไฟ
 กะโมะ    ประจวบเหมาะ มาเจอะกัน แล้วเล่าลงสู่พื้น กะโมะ แม่ลิงมา นายพรานเลย ฆ่า คอนนำซ้ำ
 กะฮอก    กระรอก ไปชมกวางหมีเม่น กาเร็นกะฮอกป่า ชมชะบาป่าเอื้อง เฟืองมี้ม่วงพนา
 กาลัน    การันตี ทุกข์คึดฮอดนาพูดน้อย โซ่นปันให้ ก่อนตายป๋า แม่เอาไปกาลันเขา ค่าหัวไปเมืองนอก
 กางต้อน    (โบราณ)เตรียมการต้อนรับ

 

 ก่าน(๑)    (ว)ลายคาด ลายเป็นปล้องๆ ก็จึ่ง ยอเอาน้ำ ไตคำมาลูบล้างองค์พระแก้ว มหานิลแก้วก่าน
 ก่าน(๒)    (ก)ควั่นลำไม้โดยรอบ(ไม่ขาด)
 ก้าม    แห้งหมาดๆ
 กาย(กลาย)    ผ่านไป เลยไป กายแก่วเวียงจันทน์กว้าง ตกลงฟากฝั่งข่วม(ข้าม)แม่น้ำ โขงกว้าง แล้วไป
 ก่าย    เกย พาด ให้ค่อยทำตนตุ้ม เสมอนกยูงชมเหยื่อ อย่าได้เป็นตู้เตี้ย ตีนสิ้นก่ายพา
 กิ    สั้น ๆ อวัยวะเพศชายน้อยเขากิ ได้ขวบปีซิเอาแอบไถไปหล่าไป ไปนอนนานำพ่อ
 กินดอง    กินเลี้ยงงานแต่งงาน งามชายอิงมาแอบ งามหญิงแนบทังสอง มากินดองสมเผ่า พี่น้องเล่าสองทาง
 กินแหนง    เบื่อหน่าย
 กี้(๑)    เล็ก แคระแกร็น วัวกี้ หมูกี้ เลี้ยงบ่พอปี แผ่ลูกเต็มคอก อยู่บ้านนอก เฮ็ดคอกใหญ่ๆ
 กี้(๒) ตั้งแต้กี้    กาลแต่อดีต ตั้งแต่ครั้งโน้น ตั้งแต่กี้ เคยฮ่วมกันมา ดวงชะตาจั่งถืกต้อง จั่งได้มาฮ่วมห้องเตียงนอน
 กีด    ขวาง เกะกะ ยามมีแขกมีคน อย่าเฮฮน อนอัวพ่อแม่ ให้ผีกแว อย่ากีดอย่าขวาง
 กืก ปากกืก    ใบ้ เป็นใบ้ ไม่พูด พูดไม่ออก ยามเมียว่า ทำท่าปากกืก ถืกบ่ถืก ไผซิฮู้นำเจ้า(หละพ่อใหญ่)
 กือ    ร้อยล้าน(๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐)
 เกย(๑)    (น)เฉลียง ส่วนที่ต่อจากเรือนมาแถวหน้าสี่เสาระดับจะต่ำเรือนเล็กน้อยไม่มีฝา แขกคนมาให้นั่งเฮือนเกย แขกคนมาให้นั่งเฮือนเกย
 เกย(๒)    (ก) พาด วางทับ วางเทิน นั่งกอดเข่ากอดขาคางบาเกยศอก เฮ็ดหน้าซอกมอก คือนายฮ้อยหลุบทึน
 กุด    ห้วย
 กุบ    งอบ
 กู้    เก็บกลับคืน แก้ให้คืน
 กู้แข้ง กู้ขา    เก็บขา (ขณะนั่งเหยียด)
 กู้บ่อน    เก็บที่นอน
 กู้หูก    เก็บหูกเมื่อทอเสร็จแล้ว
 กู้หูก    (น) ชื่อนกชนิดหนึ่ง
 กูนา    (โบ-แผลง) กรุณา ในหนังสือผูกบางแห่ง เขียน”กูร์ณา” สัพพัญญูนี้ กูนา คนทุกหมู่ จึ่งเทศนาสอนให้ เฮาเว้นบาปเวร
 กูก    เรียก เสียงเรียก(ในป่า สวนหรือทุ่ง) เข้าป่าไม้ ไพรหนาคราวเยิ้นอย่าฟังเสียงกูกเอิ้น ให้เมินหน้าต่าวมา
 กูด หัวกูด    หงิก งอ ผมหยิก ไฟลนลวก แห้มกูดหงิกงอ
 ตีนกูด มือกูด    ขี้ทูด
 ผักกูด    เฟินชนิดหนึ่ง ชอบขึ้นริมน้ำ
 กุ้มกอง ให้กองสูงเพียงปลายไผ่ ให้ข้าวกุ้มใหญ่ท่อภูผา ให้มาอั่งแน่นเต็มลานคำ
 เกิ่ง    ครึ่งหนึ่ง ลูกพ่อ-แม่นั้น ฮักเกิ่งเสมอกัน ใผ่ประสงค์หมาย ใคร่ได้เรือนหลังใดให้เลือก
 เกิ้ง(อีเกิ้ง)    ดวงจันทร์ อี้เกิ้งเดือนดาว ผู้สาวตำข้าว ผู้เฒ่านั่งมอง(ครกมอง)
 แก่    ลาก ดึง ขน ต้นไม้ใหญ่ไฟลน อย่าไปขนไปแก่ ต้นแกแดมันตาย อินทร์พรหมหมายเพิ่นบ่มัก
 แก้เกื่อย    แก้ไข เลยลวดฟ่าว จัดการแก้เกื่อย เอาออกให้ ไวได้ง่ายดาย....ฯ
 แก่ง    ขว้าง เหวี่ยง พอควรซ้ำ เอาลงหม้อใหญ่(นรก) ซัดแก่งถิ่ม ปิ้นคว่ำ ปิ้นหงาย
 แก่งแก้    เอาจริงเอาจัง เต็มเหนี่ยว บาเต้นคุบ กุมกอดเอาแม่ นางผัดฟึดแก่งแก้ กัวย่านแล่นหนี
 แก้ง(๑)    (น) แก่งน้ำ เงินคำเหมิด บ่มีของเอ้ เทียมดั่งซายหนึ่งค้า ทางเฮือน้ำใหญ่
 แก้ง(๒)    ขูดออกให้หมด เข้าป่าเหล่า หักไม้ลำปอ เอาพอกำแก้งก้น
 แก้งก้น    เช็ดก้น ไม้เช็ดก้น แก้งดาก อย่าคึดยากไปหน้าบ่มี
 แกน    เอาไหว ทำได้ เขาก็ ยอเสาขึ้น หมายใจได้ป่อน
 บ่แกน    ไม่ไหว ท่อว่า เสาใหญ่ล้น ยอขึ้นก็บ่แกน..ฯ
 แก่น(๑)    (ว)แข็ง แน่น เทียมดั่งเอาหินตั้ง แปลงเสาเฮือนใหม่หมั่นแก่นตราบต่อเท่า ชีวังเมี้ยน ก็หากยัง
 แก่นหล่อน    เหลือแต่แก่นล้วนๆ มะม่วงป่าผลเล็ก เปรี้ยว (สำนวน) คนดื้อ
 แก่นคูน    บักแก่นหล่อน เที่ยวทั่วเมืองหมาบ่เห่า ฮิ้นแล ยุงกะบ่ตอม ห่าก้อม กะบ่กิน
 แก่น(๒)    (ว)สนิทสนมรักใคร่สนิท ท้าวก็ ลาเพื่อนพ้อง คนคุ้นแก่นกัน
 (แกว่น) ฮักแก่น    สนม ฮักแกว่น ก็ว่า
 แก่น(๓) คุ้นแก่น    (ว)ชอบอยู่อาศัย ชุกชุม อันว่าดงหลวงนี้ พึงคณาเนื้อแก่น นกหากบินซื่นซ้อย ดอกไม้ฮ่มงาม
 เงินบ่แก่น    (สำนวน) เก็บเงินไม่อยู่ หนูกินข้าวใจคนแค้นคั่ง มาแล้ว ชาติที่ผัวขี้เหล้า เงินเบี้ยบ่แก่นถง
 แกม    แจม ทำให้สิ้นเปลือง อย่าได้ซอมงอมหน้า ซำงำย่านแกมของเฮือนออกแลน้อย อย่าฟ้าวฮ่ำไฮ
 แกว(๑)    (น)เรียกคนญวนหรือเวียดนาม
 แกว(๒)    (น)ทาง แนวทาง ช่องทาง คั่นสิเว้าไปแล้ว มันฮู้แกวกันอยู่ฮานี่โตผัดซ้า ฮาหน้าจั่งสิเอา
 แกว(๓)    (น)ถิ่น อาณาเขต

                                                     ครูจ่อย                          

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: มรดกชาวอีสาน 
· หมายเลขบันทึก: 396008 · เขียน:  
· ความเห็น:
14
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
Boo
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 15:11:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่ครูจ่อย มาเรียนรู้ นี่แค่ตัว ก ยังคักๆ เด้อค่า ;)

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 20:54:08 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับ น้องpoo
  • ที่แวะมาเรียนรู้ภาษาอีสานด้วยกัน
  • รู้เรื่องมั้ยครับ นี้แค่เป็นคำนะ ถ้าเป็นประโยคม่วนกว่านี้เยอะ
  • โชคดีมีสุขนะครับ
krugui
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 21:31:25 GMT+0700 (ICT)

โอย.....ข้อยเวียนหัวหลายเด้อครูจ่อย

จบภาคกอไก่รึยังเนี่ยะ....

กว่าจะถึงฮอนกฮูก..ลืมเมิ้ด

มนัสนันท์
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 21:37:42 GMT+0700 (ICT)

ดีจ้าเพื่อนรัก คิดถึงนะ ภาษาอีสานน่ารักมากๆจ้า

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 21:48:42 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณมากๆนะครับพี่krugui Chutima
  • ที่แวะมาเยี่ยม มาทักทายเรื่อยมา
  • มีความสุขมากๆนะครับ
KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 21:51:22 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณมากๆครับคุณมนัสนันท์
  • เงียบหายไปนานคิดถึงจังเลย
  • สบายหรือเปล่า
  • ระลึกถึงเสมอ
มนัสดา
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 22:27:10 GMT+0700 (ICT)

   เรียนคุณครูIco64ที่นับถือ

    หลังจากคุณยายประสบอุบัติเหตุเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พอท่านมาตายีทราบเรื่องเลยแนะนำให้ไป "ส่อนขวน " ค่ะ เทียบกับคำว่า "เรียกขวัญ"ได้มั๊ยคะ?

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 23:14:44 GMT+0700 (ICT)
  • ใช่เลยครับ คุณยาย "ส่อนขวน"
  • เป็นประเพณีบ้านเฮา เป็นการให้กำลังใจหลังจากเสียขวัญด้วยสาเหตุต่างๆ
  • ทุกวันนี้สบายดีหรือยังครับ ครูจ่อยขอเอิ้นขวนให้อีกจักเทือเด้อ

      "ว่า มาเด้อขวัญ...คุณยายเอ้ย   จากนี้ไปให้อยู่แดงมีฮี  อยู่ดีมีแฮงเด้อ"

เบดูอิน
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 08:43:08 GMT+0700 (ICT)
  • อยากไปดูลูกสาวงามของครูจ๋อยจังเลย
  • สักวันคงได้มาเยี่ยมครับ
  • น่าจะทำเป็นรวมเล่มนะครับ น่าสนใจมาก
กฤติยา มีวงศ์
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 16:21:17 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะครูจ่อย

แวะมาเรียนภาษาท้องถิ่นอีสานค่ะ พูดได้บ้าง ไม่ได้บ้าง แต่ก็ดีใจที่ได้เรียนรู้ค่ะ

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 09:38:28 GMT+0700 (ICT)
  • ยินดีต้อนรับเสมอครับ ท่าน เบดูอิน
  • หลานชายอยู่ข้างๆบ้านเขาทำรวมเล่มแล้วครับชื่อ "THE COWS" 
  • ครูจ่อยก็คอยให้กำลังใจ ให้คำแนะนำให้ข้อมูลต่างๆเขาอยู่เรื่อยๆ ก็พอขายได้
  • โชคดีมีสุขนะครับ
บุษรา
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 09:43:22 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ
  • คนใต้มาเรียนรู้ภาษาท้องถิ่นอิสาน พยายามหัดพูดอยู่ค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ

                          

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 09:44:57 GMT+0700 (ICT)
KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 09:48:41 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับน้องบุษรา ที่แวะมา
  • ขอให้พูดอีสานได้เร็วๆเด้อ
  • วันหลังมีโอกาสได้เจอกันจะไม่ให้น้องแลงใต้นะ จะให้เว้าอีสานอย่างเดียว
  • มึความสุขกับการทำงานนะครับ
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์