วิชาการพัฒนาองค์การ

 วิชาการพัฒนาองค์การ 

 

 

 

ขอต้อนรับนักศึกษาสู่การเรียนการสอนวิชาการพัฒนาองค์การ

นักศึกษาสามารถดาวน์โหลดเอกสารประกอบการเรียนการสอนได้

๑. Course Syllabus

http://gotoknow.org/file/kiratiacademy/od1.PDF

๒.แนวการจัดการเรียนการสอนและการประเมินผล

http://gotoknow.org/file/kiratiacademy/od2.pdf

   รูปแบบการเขัยนรายงาน

http://gotoknow.org/file/kiratiacademy/reportform.pdf

  หนังสือประกอบการสอน

๓.เอกสารประกอบการบรรยาย

เรื่อง "แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การ"

http://gotoknow.org/file/kiratiacademy/od3.pdf

๔.เอกสารประกอบการบรรยาย

เรื่อง "แนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ"

http://gotoknow.org/file/kiratiacademy/od4.pdf

๕.เอกสารประกอบการบรรยาย

เรื่อง "การวางแผนการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์การ"

http://gotoknow.org/file/kiratiacademy/od5.pdf

๖. เอกสารประกอบการบรรยาย

เรืื่อง "เทคนิคการใช้เครื่องมือสอดแทรกเพื่อการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์การ"

๗. บทความ เรื่อง "การพัฒนาองค์การ: แนวคิดและกระบวนการ" โดย อ.ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

http://gotoknow.org/file/kiratiacademy/odj.pdf

๘. ตัวอย่างแนวข้อสอบปลายภาค ๑/๒๕๕๓

 http://gotoknow.org/file/kiratiacademy/odex.pdf

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 394718
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 404  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
นายธนทัต ภู่วิจิตร กจกรุ่น2
IP: xxx.24.219.123
เขียนเมื่อ Sun Sep 19 2010 23:59:42 GMT+0700 (ICT)

สรุปเนื้อหาและความรู้ที่เรียนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2553

วิชา พฤติกรรมองค์การของ อาจารย์ ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

โดย นาย ธนทัต ภู่วิจิตร คณะการจัดการ ม.ปทุมธานี รุ่นที่2

รหัส B5220123

แนวคิดเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การ

เนื่องจากความต้องการของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่เคยที่จะหยุดนิ่งซึ่งโลกในปัจจุบันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วทั้งเทคโนโลยีข่าวสารและมีการแข่นขันกันอย่างสูงทางด้านการค้าดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาองค์การเข้ามาเพื่อพัฒนาองค์การของเราให้ก้าวหน้าไปกว่าคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นองค์การขนาดเล็กหรือใหญ่และที่สำคัญคือการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์

ซึ่งมีนักวิชาการหลายคนทั่วโลกต่างออกมาให้คำจำกัดความหมายของการพัฒนาองค์การไว้มากมายแต่ที่สุดแล้วความหมายต่างก็ออกมาคล้ายคลึงและไปในทิศทางเดียวกันทั้งสิ้นผมจะสรุปคร่าวๆดังนี้

แนวคิดของการพัฒนาองการคือ การใช้ศาสตร์หลายๆแขนงเข้ามาเพื่อพัฒนาองค์การอย่างมีกระบวนการและการวางแผนอย่างมีประสิทธิผลเพื่อทำให้องค์การพัฒนาก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยสรุปแนวคิดในการพัฒนาองค์การได้ 6 เป้าหมายหลักๆคือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ตรามหลักเศรษฐศาสตร์คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด แต่ด้านการพัฒนาองค์การแล้วดูที่ผลลัพธ์ นั่งคือคือตัวเลขของกำไรที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนลดลง หลังจากที่ได้ผ่านการพัฒนาองค์การอย่างมีระบบแล้วนั่นเอง

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ เน้นที่การทำงานได้สำเร็จลุล่างตามที่ได้วางแนวคิดและแนวทางการปฏิบัติเอาไว้อย่างดีเยี่ยมและสมบูรณ์

3. การปรับปรุงองค์การ คือการเดินตามความล้ำหน้าของเทคโนโลยีให้ทันและนำประโยชน์จากกเทคโลโนยีเหล่านั้นนำมาประยุกต์ใช้กับองค์การของเราให้เกิดประโยชน์และนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเกิดความก้าวหน้าที่ดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือการเพิ่มความสามารถให้กับระดับตัวบุคคล กลุ่ม และเสริมสร้างความรู้ให้กับบุคลากรเพื่อนำความรู้ความสามารถใหม่ๆที่ได้มาใช้ความคู้กับการพัฒนาขององค์การ สร้างความสามัคคีในองค์การ และปลูกฝังให้พนักงานรับองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและนวัตกรรมขององค์การ คือการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีแบบแผนและระบบ เพื่อให้มีการเปลี่ยนรูปแบบเดิมๆขององค์การไปสู่แนวทางที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ อุดมการความคิดและการกระทำของพนักงาน ตลอดจน นำเอาวิทยาการใหม่ๆเข้ามาแทนที่ของเก่า ในทุกๆด้านในทุกกระบวนการขององค์การ

6. การเพิ่มขีดความสามารถขององค์การ โดยกระทำผ่านทางคน นั่นคือการวางกลยุทธ์ ทางด้านต่าเพื่อเพิ่มความสามารในการแข่งขันขององค์การให้ได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง

รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน คือ ความเสมอภาคของคน นั่นคือทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ทุกคนสามารถที่จะออกความคิดเห็นได้

รากฐานแนวคิดและกรอบของการวิเคราะห์ คือการนำศาสตร์ต่างๆเข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์การ เช่นจิตวิทยา เน้นตัวบุคคล สังคมวิทยาเน้นที่กลุ่มคน มนุษยวิทยาเน้นวัฒนธรรมและการปรับตัวของมนุษย์ และเชื่อมโยงกับศาสตร์ต่างๆหลายๆศาสตร์ สรุปคือ การนำแนวคิดและความรู้ทางด้านวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้อง มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เป็นสหวิทยาการ เพื่อ

1. ให้เกิดความรู้กับคนในด้านต่างๆ ทั้งความรู้สึกแรงจูงใจ

2. ให้เกิดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มในองค์การ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ บทบาท

3. ให้เกิดความเข้าใจ และความรู้ และความสามารถในหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดขององค์การ

องค์ประกอบพื้นฐานของการพัฒนาองค์การ

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ คือ การมองภาพรวมในองค์การและประเมิณสภาวะปัจจัยภายนอก แล้วจึงกำหนดลำดับความสำคัญที่มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาก่อนหรือหลัง

2. การวินิจฉัยองค์การ คือการรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นกระบวนการเพื่อการวางแผนพัฒนาองค์การที่ถูกต้อง

3. การออกแบบ คือ กระบวนการที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาตามข้อมูลที่ได้วินิจฉัย แบ่งเป็นการกำหนดเป้าหมาย การเลือกเทคนิควิธีการ การวางแผนรายละเอียด

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ คือกระบวนการที่ดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยนำแผนที่เราได้สร้างขึ้นมาจากการวินิจฉัยข้อมูลมาดำเนินการ และมีการสังเกตุพฤติกรรมต่างๆ ของบุคคลและกลุ่มในองค์การด้วย

5. การประเมิณผลการพัฒนาองค์การ คือเป็นกระบวนการทบทวนทั้งระบบหลังจากที่ผลของการพัฒนาองค์การออกมาแล้วว่าสัมฤทธิ์ไปตามแนวทางที่ได้วางไว้หรือไม่

สรุป การพัฒนาองค์การเป็นวิชาที่จำเป็นยิ่งของนักบริหารเป็นการผนวกวิชาการด้านต่างๆและนำเข้ามาประยุกต์ในองค์การอย่างเป็นกระบวนการและมีแบบแผนเข้าไปพัฒนาตัวบุกคลและกลุ่มบุคคลในองค์การให้ดีขึ้นทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เคยพอและการไม่หยุดนิ่งของวิทยาการความล้ำสมัยต่างๆที่มีวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้องค์การของเราสามารถที่จะแข่งขันกับคู่แข่งและสามารถที่จะเติบโตและเดินหน้าต่อไปไปได้ตามที่เราได้คิดไว้

ประเสรฐศักดิ์ จงดี
IP: xxx.183.178.146
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 07:41:04 GMT+0700 (ICT)

นายประเสริฐศักดิ์ จงดี คณะบริหารธุรกิจ สาขา การจัดการ รุ่น 1 สรุป เนื่องหาการเรียน และสิ่งที่ได้รับในการเรียน ในวันที่ 19-09-2553 วิชา : การพัฒนาองค์กร เนื่องหาโดยสรุป 1. ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการ การพัฒนาองค์กร ( Introduction to Organization Development : OD ) แนวคิดพื้นฐานในการพัฒนาองค์กร เมื่อโลกเปลี่ยน คนจึงเปลี่ยนตาม และการดำรนชีวิตจึงเปลี่ยนไปตามสภาพปัจจุบัน ดังนั้น คนจึงต้องหาอะไรใหม่ๆเข้ามาเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง หรือให้ทันยุคทันสมัย องค์กรก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากองค์กรประกอบขึ้นด้วย คนหลายๆคนมารวมกลุ่มเพื่อวัตถุประสงค์ที่คล้ายๆกัน จึงเรียกได้ว่าองค์กรก็เป็นสิ่งที่มีชีวิตเช่นกัน ดังนั้น หากองค์กรใดที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มีการพัฒนา องค์กรนั้นก็จะไม่มีการเจริญเติบโต สุดท้ายก็ไปไม่ทันคนอื่นและอาจตายลง ในที่สุด จากบทสรุปข้างต้น จึงพอจะสรุปได้ว่าทำไมจึงต้องพัฒนาองค์กร ดังนั้นเป้าหมายของการพัฒนาองค์กร จึงจะเน้นไปในเรื่องของการพัฒนาองค์กร ซึ่งการพัฒนาองค์กรก็จะเน้นไปในเรื่อง  สิทธิความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาพของคนในองค์กร เช่น คนในองค์กรจะต้องมีสุขภาพที่ดีทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจทำงานอย่างมีความสุข มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น เป็นต้น  กรอบแนวคิดและวิเคราะห์ ในการพัฒนาองค์กรนำ พื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา และมนุษย์วิทยา เป็นต้นเข้ามาปรับใช้ในการพัฒนาองค์กร เช่น จิตวิทยาศึกษา เรื่องของตัวคนหรือบุคลากรในองค์กร เป็นต้น เหตุผลเนื่องจากคนที่อาศัยอยู่ในองค์กรมีหลายระดับ ทั้งทางด้านการศึกษา และทักษะ ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับการใช้แรงงาน เช่นระดับผู้บริหารจะต้อง ใช้สมองมากกว่ากำลังในการทำงานดังนั้นความรู้และประสบการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญ แต่หากเป็นพนักงาน ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องคิดอะไรมากเพียงแต่ทำงานตามคำสั่ง ตาม Job description ก็พอจึงอาจไม่ต้องใช้ความรู้และประสบการณ์ เป็นต้น  การออกแบบ กิจกรรมการพัฒนาองค์กร รากฐานการออกแบบ กิจกรรมการพัฒนาองค์กร ไม่มีความสัมพันธ์ทางยุทธศาสตร์ ขององค์กร การ ให้ความรู้ที่มีการพัฒนาที่ชัดเจน เช่น การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ หากจะทำให้คนๆหนึ่งทำงานให้เราอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องรู้จักสร้างแรงจูงใจ คือการทำเส้นทางอาชีพในความก้าวหน้าให้เขาเพื่อเป็นแรงผลักดันให้เขามีความกระตือรือร้นในการทำงาน เพราะฉะนั้น เมื่อเน้นคนเป็นสำคัญจึงทำให้งานมีประสิทธิภาพมากขึ้น เป็นต้น การพัฒนาองค์กรเป็นกระบวนการ คิดอย่างเป็นระบบ ( system Approach ) ซึ่งจะต้องมี Input ,= มีปัจจัยที่นำเข้า เช่นเรื่องของสิ่งที่กระตุ่นให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพต่างๆ การเปลี่ยนแปลงแนวคิดในการบริหารจัดการ การกำหนดนโยบาย เป็นต้น , output =ปัจจัยที่นำเข้าออก สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการเปลี่ยนแปลง หรือจาก input โดยผ่านกระบวนการนำไปปฏิบัติ อาจจะดีไม่ดีไม่รู้รู้แต่ว่าได้ถูกนำไปปฏิบัติตามนโยบายแล้ว เป็นต้น , และ out come = คือผลลัพธ์ ซึ่งจะบอกว่าประสบผลสำเร็จหรือไม่ เป็นต้น ปัจจุบันองค์กรเน้นเรื่องของ out come เพราะฉะนั้นการพัฒนาองค์กรจึงต้องแสวงหาความมีประสิทธิภาพของคนในองค์กร โดยการพัฒนาองค์กรแบ่งได้ 3 มิติ คือ 1. พื้นฐานระดับองค์กร 2. พื้นฐานระดับกลุ่ม 3. พื้นฐานระดับบุคคล 2. ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์กร ( Introduction to Organization Change : OC ) จุดประสงค์ในการเปลี่ยนแปลงองค์กร อาจมีมากมายหลายปัจจัย ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงองค์กร หากสรุปได้ง่ายๆแสงสั้นๆคือ เพื่อการปรับตัวให้เกิดการสมดุลและเกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ที่เป็นจริงในปัจจุบันหรือกับเหตุการณ์ที่อาจจะเกิดในอนาคต ที่มีการพยากรและคาดการไว้เป็นต้น โดยอาจมีจุดประสงค์ที่ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เช่น 1. เพื่อความอยู่รอดขององค์กร 2. เพื่อความเจริญเติบโตขององค์กร โดยมีกลยุทธ์ การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์กร 5 ระดับ ระดับที่ 1 ขั้นตอนของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง อาจมีความยากที่เราพยายามที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน ระดับที่ 2 ขั้นตอนของการประเมินช่องว่างของความแตกต่าง จะต้องทำเพราะต้องมีการเปรียบเทียบสิ่งที่จะต้องทำในอนาคตกับปัจจุบัน สิ่งที่จะต้องทำในอนาคตจะต้องมีความแตกต่าง ไปในทิศทางที่ดี ระดับที่ 3 เปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์กร วัตถุประสงค์ และ กลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการ ระดับที่ 4 ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่ๆ และฝึกปฎิบัติการทรัพยากรมนุษย์ เพราะบุคคลมีความสำคัญมากกว่าเครื่องมือเครื่องจักร ระดับที่ 5 ทำการประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำ ๆในขั้นตอนที่ 1 สิ่งที่ได้รับจากการเรียนในครั้งนี้ วันที่ 19-09-2553 1. เข้าใจเหตุผลที่ต้องทำให้เราจะต้องมีการพัฒนา ตนเอง และองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพราะ เนื่องจากเมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาหากเราไม่มีความเคลื่อนไหวยังคงอยู่กับที่เราก็ไม่สามารถที่จะไปสู่กับ คน อื่น สู้กับโลกภายนอกได้เนื่องจากเพราะการที่เราจะประสบผลสำเร็จในการที่จะทำงาน หรือ ในการประกอบธุรกิจ เราจะต้องปรับสภาพให้ทันต่อความต้องการของตลาด ยกตัวอย่างอย่าง เช่น ตัวบุคคลจะต้องมีการ พัฒนาความสามารถของตัวเองให้เทียบเท่ากับความต้องการของตลาดแรงงานเพื่อเอาชนะคนอื่น และการประกอบธุรกิจก็เช่นเดียวกันจะต้องมีการพัฒนาองค์กรทั้งในด้าน ทรัพยากรมนุษย์ เครื่องไม้เครื่องมือรวมถึงเรื่องของ นวัตกรรม เช่น ในด้าน ทรัพยากรมนุษย์ จะต้องทำให้คนในองค์กรมี ขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการทำงาน เพื่อให้งานที่ออกมาได้คุณภาพไม่เกิดความเสียหาย ในเรื่องเครื่องมือต่างจะต้องมีการหาเครื่องจักที่ทันสมัยเขามาเพื่อช่วยในเรื่องของการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน และในเรื่อง นวัตกรรม จะต้องคิดหาแนวทางใหม่ๆสินค้าใหม่ๆที่ไม่เหมือนชาวบ้าน เป็นต้น 2. เข้าใจในเรื่องของความสำคัญในเรื่องของการ เปลี่ยนแปลงองค์กร หากเราเป็นพนักงานทำงานในโรงงาน ธรรมดาๆ ไม่ใช้ผู้ประกอบธุรกิจเราก็อาจมองข้ามในเรื่องนี้ไปเนื่องจาก เราเป็นมนุษย์เงินเดือน ขอให้มีงานทำสิ้นเดือนก็รับตัง แต่หากมองในมุมของเจ้าของกิจการการเปลี่ยนแปลงองค์กรถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ เป็นเรื่องของความอยู่รอดขององค์กรเลยทีเดียว เนื่องจาก ผลกำไรขาดทุนปัจจัยหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงองค์กร ยกตัวอย่างเรื่องของการเปลี่ยนแปลงในด้านการลดขนาดองค์กร และเรื่องของการขยายกิจการ สิ่งต่างๆเหล่านี้เป็นการเปลี่ยนแปลง องค์เพื่อให้เกิดความสมดุลเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริงในปัจจุบันและอาจมองไปจนถึงอนาคต หากผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการไม่ทำอะไรเลยในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง กิจการก็อาจไปไม่รอดก็เป็นได้ \ จากบทสรุปข้างต้นทำให้ผมเข้าใจว่า เมื่อไรที่เราเริ่มหยุดนิ่ง ไม่มีการพัฒนาตัวเอง หรือไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง เมื่อนั้นเราก็จะมองเห็นว่าเริ่มมีคนแซงหน้าเราไปทุกทีๆ ความประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานก็จะห่างเราออกไปทุกทีๆ เนื่องจากในโลกปัจจุบันคือโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงหากเราไม่เปลี่ยนตามเราก็ไม่สามารถที่จะไปให้ถึงซึ่งจุดหมาย ปลายทางที่เราคาดหวังได้ ครับ

นาย ปิยปราชญ์ กองศรี
IP: xxx.136.187.234
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 08:08:57 GMT+0700 (ICT)

-สรุปเนื้อหาที่เรียนวันที่ 19 sep 2010

นาย ปิยปราชญ์ กองศรี การจัดการ รุ่นที่ 3

การเรียนในวันนี้ได้รับเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรในรูปแบบต่างๆ คือการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบระเบียบ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์แบบขององค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่องค์กรได้ตั้งเป้าหมายไว้ การพัฒนาองค์การนั้นสามารถจำแนกได้ 6 อย่างที่สำคัญคือ เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิผล เพื่อปรับปรุง เพื่อความสมบูรณ์ เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบและวัฒนธรรม และ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน การพัฒนาองค์การมีจุดสำคัญ 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล กลุ่ม และองค์การ ส่วนกระบวนการพัฒนาองค์การมี 5 ข้อหลักที่สำคัญ ได้แก่ การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ การวินิจฉัยองค์การ การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ การดำเนินการพัฒนาองค์กร และการประเมินผลการพัฒนาองค์การ การเปลี่ยนแปลงและองค์การมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไปสู่สภาพหนึ่งในอนาคตที่ต้องการ ทั้งนี้โดยมีพื้นฐานแนวคิดที่เน้นความจำเป็นขององค์การในความสามารถในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อความอยู่รอดและเหตุผลอื่นๆขององค์การ ตลอดจนการสร้างความพึงพอใจสูงสุดกับผลตอบกลับของการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้นโดยมีเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง ความมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ วัฒนธรรมบุคคล ภารกิจ โครงสร้าง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวล้ำ กระบวนการเปลี่ยนแปลงมีทั้งหมด 5 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนของความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง ขั้นตอนการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ แนวคิดการเปลี่ยนแปลงองค์การมีลักษณะแตกต่างกันไปตามการพัฒนาความคิดและรูปแบบของแต่ละยุอสมัยของสังคม ซึ่งสามารถสรุปแนวคิดพื้นฐานการเปลี่ยนองค์การได้ 3 ลักษณะคือ ลักษณะเชิงกระบวนการการเปลี่ยนแปลงองค์การ ลักษณะปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การ และ ลักษณะเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงองค์การ การวางแผนกลยุทธ์เป็นขบวนการวางแผนระยะยาวขององค์การ โดยจำแนกได้ 3 ระดับ ระดับองค์การ ธุรกิจ และ หน้าที่ การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การแบ่งกลุ่มระดับการเปลี่ยนแปลงเป็น 4 ระดับ คือ การเปลี่ยนแปลงระดับความรู้ ทัศนคติพฤติกรรมและการปฏิบัติงานของกลุ่มและองค์การและจำแนกเทคนิคการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 6 ขั้นตอนหลักๆ จำแนกสภาพแวดล้อมภายนอกออกเป็นด้านต่างๆ กำหนดเวลา ศึกษาสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ ที่เลือกไว้ว่ามีความสำคัญ ในห้วงเวลาที่กำหนดไว้ และวิเคราะห์เชื่อมโยงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสาธารชน ผู้มีส่วนได้เสียขององค์การ โดยใช้กลยุทธ์ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 2 แนวทาง คือ มองจากปัจจุบันสู่อนาคตและอนาคตย้อนหลังสู่ปัจจุบัน เพื่อมองหาแนวทางที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์ในสภาพแวดล้อม

นายสุริยา เหมกุล [125.27.112.136]
IP: xxx.42.93.45
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 09:19:09 GMT+0700 (ICT)

นายสุริยา เหมกุล สาขาการจัดการรุ่น3

สรุปการเรียนการพัฒนาองค์การ วันที่ 19 กันยายน 2553

การพัฒนาองค์การเป็นผลมาจากการที่บรรดานักปฏิบัติการทางด้านการจัดการและนักวิชาการโดยเฉพาะด้านพฤติกรรมศาสตร์ ได้คิดค้นหาเทคนิคใหม่ๆ ในอันที่จะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์การให้ดีกว่าแบบเดิมที่เป็นอยู่ แนวความคิดและวิธีการใหม่นี้ได้มุ่งไปสู่การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง “องค์การ” เพื่อประสิทธิผล และความเจริญเติบโตขององค์การโดยส่วนรวม แนวความคิดเชื่อว่าสามารถจะแก้ไขข้อบกพร่อง และความไร้ประสิทธิภาพของเทคนิคในการเปลี่ยนแปลงในแนวเก่าได้เป็นอย่างดี และได้รับการขนานนามว่า “การพัฒนาองค์การ” หรือที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า “Organization Development” และเรียกสั้นๆ ว่า “OD”

อย่างไรก็ตาม ถ้าพิจารณาถึงความหมายของคำว่า “การพัฒนาองค์การ” ย่อมมีหลายแนวด้วยกัน เช่น การพัฒนาองค์การ หมายถึง

1) ความพยายามในการเปลี่ยนแปลงอย่างมีแผนไว้ล่วงหน้า

2) เกี่ยวกับองค์การโดยส่วนรวมทั้งหมด

3) เริ่มดำเนินการจากฝ่ายจัดการระดับสูง

4) เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิผลและประสิทธิภาพขององค์การ

5) โดยวิธีการใช้เครื่องมือสอดแทรกอย่างมีแผนในกระบวนการต่างๆ ภายในองค์การ อาศัยความรู้จากพฤติกรรมศาสตร์

อีกแนวหนึ่ง การพัฒนาองค์การหมายถึง เป็นการตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง เพื่อมุ่งที่จะเปลี่ยนความเชื่อเจตคติ ค่านิยม และโครงสร้าง ในอันที่จะให้องค์การปรับตัวให้เข้ากับวิทยาการใหม่ๆ ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

แนวสุดท้าย การพัฒนาองค์การเป็นความพยายามที่ต้องใช้ระยะเวลาอันยาวนาน เพื่อที่จะปรับปรุงความสามารถขององค์การให้พร้อมเพื่อต้อนรับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ทั้งภายนอกและภายในองค์การเอง ตลอดจนเป็นการปรับปรุงความสามารถขององค์การในการแก้ปัญหาต่างๆ ในองค์การ

จากความหมายและองค์ประกอบต่างๆ พอสรุปถึงความหมายของการพัฒนาองค์การได้ คือ

1) เป็นความพยายามในการเปลี่ยนแปลงอย่างมีแผนไว้ล่วงหน้าในองค์การ

2) เป็นเรื่องเกี่ยวกับระบบทุกระบบที่ประกอบกันขึ้นเป็นองค์การ

3) โดยอาศัยผลของความรู้จากพฤติกรรมศาสตร์เข้ามาสอดแทรกในกระบวนการต่างๆ ขององค์การที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการต่างๆ ขององค์การที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลง

4) เพื่อวัตถุประสงค์ในการเจริญก้าวหน้าของส่วนต่างๆ ภายในองค์การ

5) เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพ – ประสิทธิผล ตลอดจนความสามารถในการปรับตัวขององค์การให้เข้ากันได้กับสภาพแวดล้อมภายนอกที่เปลี่ยนแปลง

แนวความคิดพื้นฐานของการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การมีคุณสมบัติเบื้องต้นบางประการ เช่น

1) จะต้องมีการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลในองค์การอย่างเปิดเผย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการแลกเปลี่ยนข้อมูลกันและกัน

2) การไว้เนื้อเชื่อใจกันระหว่างบุคคลในกลุ่มนั้นจะต้องมีสูงพอสมควร

3) การวินิจฉัยสั่งการจะต้องเปิดโอกาสให้บุคคลที่เกี่ยวข้องทราบ เข้าใจ และผู้ใกล้ชิดกับปัญหาได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมด้วย

4) มีความรับผิดชอบร่วมกัน มิใช่ตามกฎหมายเท่านั้น แต่รวมถึงความผูกพันทางจิตใจอยู่ด้วย

5) ทุกคนในกลุ่มมีโอกาสกำหนดเป้าหมายขององค์การร่วมกัน

6) การพัฒนาองค์การเป็นเรื่องของการเปลี่ยนแปลง โดยอาศัยหลักพฤติกรรมศาสตร์

นอกจากคุณสมบัติของการพัฒนาองค์การดังได้กล่าวมาข้างต้นแล้ว จะต้องมีการคำนึงถึงเงื่อนไขเพิ่มเติมอย่างน้อยอีก 2 ประการด้วยกัน คือ

ก) จะต้องศึกษาทำความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทของบุคคลในองค์การ โดยเน้นที่ความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน

ข) การปรับปรุงโครงสร้างขององค์การให้มีความสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ในด้านพฤติกรรม เจตคติที่ได้รับ อันเป็นผลมาจากการพัฒนาตัวบุคคลนั้นๆ (หรือหวังว่าจะเกิดขึ้น)

ตารางแสดงการเปรียบเทียบการพัฒนาการบริหารกับการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาการบริหาร การพัฒนาองค์การ

1) ความรู้ความสามารถในการบริหารงานและแก้ปัญหา ส่วนมากจะอยู่ที่ตำแหน่งบางตำแหน่งซึ่งปกติจะอยู่ที่ผู้รับผิดชอบระดับยอด (หรือใกล้เคียง) ดังนั้น ประสิทธิภาพของงาน คือ การฝึกอบรมบุคคลเหล่านี้ในด้านมนุษย์-สัมพันธ์ ทักษะในการทำงานกับบุคคลอื่นในระดับรองๆ ลงมา

2) องค์การเจริญเติบโตขึ้นได้ย่อมแล้วแต่วิธีการและโครงสร้างขององค์การนั้นๆ ดังนั้นการพัฒนาจะต้องเน้นที่สิ่งต่างๆ เหล่านั้น

3) องค์การประกอบด้วยหลายๆ ส่วนเข้าด้วยกัน แต่ละคนใช้ความคิด ความพยายามและความชำนาญ โดยปราศจากเป้าหมายรวมขององค์การ ดังนั้น จะมีประสิทธิภาพถ้าหากคำนึงถึงส่วนใดส่วนหนึ่งโดยเฉพาะ เช่น กองทะเบียน กรมการปกครอง

4) เจตคติและความรู้ความสามารถที่เหมาะสม จะมีผลให้มีพฤติกรรมที่เหมาะสม ความรู้ที่ว่า “องค์การควรจะดำเนินการอย่างไรได้ กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว” และสิ่งเหล่านี้จะต้องสอนให้ทุกคนทราบไว้ เวลาประเมินผลก็จะวัดผลได้ว่าเป็นอย่างไร ดังนั้นดูเหมือนว่าองค์การควรจะมีประสิทธิภาพ ถ้าหากคนทุกคนรู้เท่าๆ กัน และโดยเฉพาะนายใหญ่ว่าเข้าต้องการอย่างไร แล้วทุกคนก็ปฏิบัติตาม 1) ความรู้ความสามารถในการบริหารงานและแก้ปัญหา จะอยู่ที่ผู้ใดก็ได้ในองค์การ ทั้งนี้ย่อมแล้วแต่ปัญหาและประเด็นข้อเท็จจริงของงานเป็นเรื่องๆ ไป ดังนั้นคุณสมบัติด้านการร่วมมือร่วมใจในการทำงานบุคคลอื่นย่อมเป็นสิ่งจำเป็น

2) องค์การเจริญเติบโตพัฒนาขึ้นโดยการปรับตัวของบุคคลในองค์การนั้นๆ กับเทคนิคใหม่ๆ ให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงในองค์การปัจจุบัน

3) องค์การย่อมประกอบด้วยส่วนประกอบหลายๆ ส่วน แต่ละส่วนมีความสำคัญและเกี่ยวข้องกัน ความรู้ความสามารถของบุคคลทั้งหมดรวมกันแล้วย่อมมีพลังมากกว่าส่วนรวมของแต่ละอัน (คน) ดังนั้นองค์การจะเจริญและพัฒนาขึ้นได้ ถ้าหากได้เน้นที่แต่ละส่วนในความสัมพันธ์ระหว่างกัน

4) พฤติกรรมทั้งที่มีประสิทธิภาพ และไม่มีประสิทธิภาพ อาจจะเป็นผลให้เกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลง ความรู้และเจตคติที่เหมาะสม การจะดำเนินการอย่างไรอยู่ที่ทุกคน และนี่เองเป็นผลของการเปลี่ยนแปลง เรียนรู้โดยความคิดริเริ่มและความร่วมมือและเรียนรู้กัน ดังนั้นการเรียนจะได้ผลถ้าหากทุกคนอย่างจะเรียน ความพยายามของการเปลี่ยนแปลงอยู่ที่บรรยากาศและผลสะท้อนกลับ

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนในครั้งนี้ วันที่ 19กันยายน2553

การเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งอย่างใดในระบบย่อยขององค์การ ย่อมจะมีผลกระทบถึงระบบย่อยอื่นๆ อีกด้วย กระบวนการพัฒนาองค์การนั้นจะต้อง สอดคล้องกับคติฐานที่ว่า การพัฒนาองค์การเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ มนุษย์ (ค่านิยม ความชำนิชำนาญ ฯลฯ) และโครงสร้างขององค์การมีวิทยาการทางสังคมเป็นเครื่องมือ และโดยหลักการของการการพัฒนาองค์การ จะต้องมุ่งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านโครงสร้าง และพฤติกรรมเจตคติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ การติดต่อสื่อสาร การวินิจฉัยสั่งการ การกำหนดเป้าหมาย การมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน ฯลฯ องค์ประกอบทั้งสองประการนี้ย่อมมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดที่ควรจะต้องคำนึงถึงในกระบวนการการพัฒนาองค์การ ทั้งนี้ก็เพื่อผลทั้งความสำเร็จของงาน และความพึงพอใจของมนุษย์ในองค์การ

น.ส. คำพลอย กุมารสิทธิ์
IP: xxx.122.159.145
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 12:17:09 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนรู้ วันที่ 19/09/53

วิชา การพัฒนาองค์การ (อ. ดร. ยงยุทธ ยศยิ่งยง)

นางสาว คำพลอย กุมารสิทธิ์ สาขาการจัดการ รุ่นที่ 1 รห้ส B5220007

**ความหมายและแนวความคิดในการพัฒนาองค์กร

การพัฒนาองค์กร (Organization Development)

หรือที่นิยมเรียกกันว่า OD เป็นเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ในการบริหารและพัฒนาองค์กรเพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหา

ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

การพัฒนาองค์การ คือกระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัมนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

ประสิทธิผลและความสมบูรณ์ขององค์การ เนื่องจากปัจจุบันโลกแห่งเทคโนโลยีที่ทันสมัยมากขึ้นจึงทำให้การพัฒนาศักยภาพทาง

ด้านต่างๆต้องพัฒนาตามไปด้วยเพื่อองค์กรหรือหน่วยงานนั้นๆบรรลุเป้าหมายแห่งความสำเร็จ

**การพัฒนาคุณภาพสู่ความเป็นองค์กรที่ดีเลิศ

ผู้ประสบความสำเร็จอย่างมั่นคง อย่างยั่งยืนเป็นสิ่งที่ทุกคนและทุกองค์กรมุ่งหวัง เช่นเดียวกับผู้ที่อยากเป็นเศรษฐีมีมากมาย แต่ผู้ที่

ได้บรรลุผลสำเร็จเป็นเศรษฐีมีน้อย เมื่อเทียบกับคนส่วนใหญ่ของโลก อย่างไรก็ตามโอกาสมีเสมอกับทุกคน คนจนก็มีสิทธิ์รวยได้

คนรวยก็มีสิทธิ์ที่จะจนได้ โลกแห่งความจริงนี้ไม่แน่นอน (อนิจจัง) เราอยู่ได้ก็เพราะมีการเปลี่ยนแปลง ความสามารถในการปรับ

ปรุง ปรับตัวเพื่อตอบรับการเปลี่ยนแปลงเป็นความสามารถ (Competence) ที่สำคัญมาก ค่านิยม วัฒนธรรมอย่างหนึ่งในระดับโลกที่

ยอมรับและนิยมกันทั่วไปคือ การปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement, CI ) เรื่องนี้เป็นคุณสมบัติประการแรก ควรที่

จะหมั่นถามและหาคำตอบอยู่เสมอ ๆ

*มุมมองว่ากันตามหลักกลยุทธ์ (Strategy) โดยพื้นฐาน คือ มุมมองด้านการเงิน มุมมองด้านลูกค้า มุมมองด้านกระบวนการ และมุม

มองด้านองค์กรและการเรียนรู้ (อ้างถึง Strategy Maps , Balanced Scorecard , KPI ) กลยุทธ์คุณภาพเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกใน

*มุมมองด้านกระบวนการ ถัดจากการจัดการคน การจัดการความรู้ การจัดการองค์กร

กลยุทธ์คุณภาพเป็นกลยุทธ์ขั้นพื้นฐาน ถ้าวัตถุประสงค์และเป้าหมายในเรื่องนี้ยังทำให้บรรลุผลสำเร็จไม่ได้ โอกาสยากมากที่องค์กร

จะประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง มีแต่ทรงกับทรุด กระบวนการทางคุณภาพไม่ดี ผลงานคุณภาพไม่ดีจะขายสินค้า หรือบริการให้ได้

เงินดีได้อย่างไร

**สรุปแนวความคิดการพัฒนาองค์การได้ 6 เป้าหมายแนวทางหลัก คือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นสัมฤทธิผลของการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะนำนวัตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ๆ และทรัพยากร

มนุษย์ทีมีค่ามาสู่องค์การ ทั้งนี้ เพื่อให้องค์การดีเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ สร้างบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุน

ให้คนและองค์การมีความเจริญไปพร้อมกัน ตลอดจนสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรกับองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่องมุ่งให้มี การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม

ขององค์การทั้งระบบ เช่น บรรทัดฐาน ความเชื่อ ค่านิยม อุดมการณ์วัฒถุประสงค์องค์การ โครงสร้างองค์การ นโยบายและแนวทาง

การปฏิบัติ เทคโนโลยี ผลผลิต และทรัพยากรด้้านต่างๆ

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขัน หรือได้เปรียบคู่แข่งทาง

การค้า

**การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

1. ระดับบุคคล บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญสำหรับองค์การซึ่งมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอันเป็นประโยชน์ต่อ

องค์การความสำคัญของการพัฒนาคน ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนประเภทอื่นๆ ทั้งนี้

เพราะความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับศักยภาพของบุคลากร องค์กรใดหากมีทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถสูง มีคุณธรรม

จริยธรรม ย่อมสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์และเป้า

หมายที่ต้องการได้อย่างยั่งยืน องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในยุคปัจจุบัน จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้เป็นทั้งคนดี

และคนเก่ง

*การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับบุคคล มุ่งพัฒนาบุคลากรให้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มความรู้ความ

สามารถและประสิทธิภาพในการทำงานให้ สามาถดำรงตนอยู่ในสังคมได้ เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว องค์กร สังคม และประเทศ

ชาติ

สำหรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร แต่เดิมเป็นเรื่องของการพัฒนาภายนอก คือ มุ่งพัฒนาที่ความรู้ ทักษะ เพื่อเปลี่ยน

แปลงพฤติกรรมในการทำงานให้ดีขึ้น แต่การพัฒนาแนวใหม่กลับให้ความสำคัญกับการพัฒนาจากองค์ประกอบภายในสู่ภายนอก

(Inside Out Development Approach ) นั่นก็คือ หากต้องการให้การพัฒนาบุคลากรได้ผลสัมฤทธิ์ตามที่มุ่งหวัง การพัฒนา

ทรัพยากรมนุษย์ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาแรงขับภายในตัวบุคคล เช่น ทัศนคติ ค่านิยม แรงจูงใจ และอุปนิสัย เป็นการ

พัฒนาจากจิตใจเพื่อให้บุคลากรปรับเปลี่ยนวิธีคิด ค่านิยม ความเชื่อ รู้จักค้นคว้าศึกษาหาความรู้และพัฒนาทักษะด้วยตนเองเพื่อ นำ

ไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้อย่างถาวรและเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

2. ระดับกลุ่ม

เป็นกระบวนการพัฒนากลุ่มบุคคลที่ทำงานด้วยกัน เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้เรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรจึงสามารถทำงานให้บรรลุเป้า

หมายทั้งของตนเองและกลุ่มหรือองค์การในขณะเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ การสร้างทีมงานจึงเป็นความ

พยายามที่จะช่วยให้กลุ่มแก้ปัญหาของตนเองด้วยความเต็มใจ สมัครใจ โดยปราศจากอคติและข้อบาดหมางส่วนบุคคล เพื่อให้เกิด

ผลสำเร็จของหมู่คณะ หรือเป้าหมายของกลุ่ม ดังนั้นส่วนสำคัญของการสร้างทีมงานก็น่าจะได้แก่ ความสามารถในการวิเคราะห์

ปัญหาของหัวหน้างาน และการช่วยกันแสวงหาแนวทางในการแก้ปัญหาเพื่อให้ทีมงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ระดับองค์การ

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับองค์การ มุ่งพัฒนาคนให้เกิดความเชี่ยวชาญที่สามารถทำงานให้แก่องค์การได้อย่างมีผลิตภาพ

สูงและพร้อมรับการขยายตัวและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การพัฒนาระดับนี้จึงจะเป็นเรื่องของการบูรณาการระหว่าง การพัฒนา

บุคคล การพัฒนาอาชีพ และการพัฒนาองค์การ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาจากการเรียนรู้ของบุคคลไปสู่ทีมการเรียนรู้และองค์กรแห่ง

การเรียนรู้ไปพร้อมกัน องค์กรจึงจะพัฒนาไปสู่ความสำเร็จในการแข่งขันระดับโลกาภิวัฒน์ได้

**สรุปได้ว่า การ พัฒนาองค์กร หมายถึง ความพยายามอย่างมีแผนและต่อเนื่อง เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้งระบบ โดย

มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กรเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลขององค์ารและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทาง

การแข่งขัน ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบและสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงและต้องใช้เครื่องมือ และเทคนิคทางด้านพฤติกรรม

ศาสตร์ ประกอบกระบวนการวิจัยเชิงแก้ปัญหาเป็นแม่แบบ

IP: xxx.19.99.147
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 13:14:25 GMT+0700 (ICT)

น.ส.เพ็ญนิภา จันทร์แสง

รุ่น 2 B 5220112

สาขา บริหารการจัดการ

สรุป ผลการเรียน วิชา การพัฒนาองค์การ วันอาทิตย์ ที่ 19 ก.ย.2553

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การ

สิ่งที่ได้รับในการเรียน วันอาทิตย์ ที่ 19 ก.ย.2553

รู้วิธีการพัฒนาองค์การ การแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การ การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ เช่น

- การวินิจฉัยองค์การ

- การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

- การดำเนินการพัฒนาองค์การ

- การประเมินผลการพัฒนาองค์การ

อย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล เพื่อความสมบูรณ์แบบขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ที่ได้ศึกษาและเกี่ยวข้องต่างๆมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์การ ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญต่อไป

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ

     การเปลี่ยนแปลงองค์การมีลักษณะการเลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ไปสู่อีกสถานภาพหนึ่งในอนาคตที่กำหนดไว้ เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ เพื่อความอยู่รอดและเหตุผลอื่นๆขององค์การ ตลอดจนสร้างความพึงพอใจสูงสุดจากผลตอบกลับในการลงทุน โดยมีเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง ความมุ่งหมาย วัตถุประสงค์กลยุทธ์ วัฒนธรรม บุคคล ภารกิจ โครงสร้าง และเทคโนโลยี

    พื้นฐานกระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์การแบ่งการดำเนินการได้ 5 ขั้นตอนคือ ขั้นของความพยายามที่ผู้นำเปลี่ยนวิสัยทัศน์ การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังเปลี่ยนแปลง ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่ปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีจำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์ และขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่หนึ่ง โดยกระบวนการตัดสินใจ การเปลี่ยนแปลงพิจารณาจากลักษณะเฉพาะสภาพแวดล้อมองค์การ ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลการปฏิบัติงาน ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารระดับสูง กลยุทธ์องค์การ และคุณลักษณะเฉพาะโครงสร้างองค์การ โดยมีปัจจัยด้านเวลา ด้านขอบเขตละความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลง ด้านการเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลง ด้านการเห็นพ้องของผู้นำการเปลี่ยนแปลงป็นหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงองค์การ โดยมีปัจจัยด้านการอำนวยความสะดวก ด้านข้อมูล ด้านทัศนะคติ และด้านการเมืองเป็นกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์การ ผ่านเทคนิควิธีการดำเนินการใน 2 ลักษณะ คือการเปลี่ยนแปลงแบบการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ

    แนวคิดการเปลี่ยนแปลงองค์การมีลักษณะแตกต่างกันไปตามการพัฒนาแนวคิดและรูปแบบของแต่ละยุคสมัยของสังคม ซึ่งสามารถสรุปแนวคิดพื้นฐานการปลี่ยนแปลงองค์การ ได้ 3 ลักษณะ คือลักษณะเชิงกระบวนการการเปลี่ยนแปลงองค์การ ลักษณะปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การ และลักษณะการเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงองค์การ

เรืองกิตติ์ พูลสินเรืองโชค
IP: xxx.47.94.224
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 13:18:57 GMT+0700 (ICT)

สรุปผลการเรียนการสอน วิชาพัฒนาองค์การ ของดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

โดยนายเรืองกิตติ์ พูลสินเรืองโชค วันที่19 กันยายน 2553 สาขาการจัดการรุ่นที่2

ม.ปทุมธานี รหัส B5220114

วันที่ 19 กันยายน 2553

สรุปผลการเรียน

วิชาการพัฒนาองค์การเชิงกลยุทธ์

จากเรืองกิตติ์ พูลสินเรืองโชค การจัดการรุ่นที่ 2

จากการเรียนวิชาพัฒนาองค์การเชิงกลยุทธก็เพื่อให้สอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าของโลกของประเทศของบริษัทห้างร้าน เพื่อให้ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นในโลกของเราปัจจุบันว่าความเจริญก้าวหน้า ทางวัตถุหรือทางปัจจัยต่างนั้นองค์กรของเราก็ต้องเรียนรู้พัฒนา ให้ทันเหตุการทันโลกเพื่อความเจริญก้าวหน้า ขององค์กรเพื่อความเจริญก้าวหน้าของบริษัทของเรา ให้เจริญทัดเทียมกับบริษัทอื่นๆซึ่งความเจริญก้าวหน้าขององค์กร แต่ละบริษัทก็ต้องพัฒนาแข่งขันกัน การพัฒนาบางบริษัทบางประเทศเขาจะวางแผนการพัฒนาของเขา กำหนดเป้าหมายของเขา เขาจะมองการใกลไปถึงสิบปีข้างหน้าเลย ว่าแผนการพัฒนาของเขาไปใกลขนาดนั้นแล้วเมื่อถึงเวลาอนาคตข้างหน้าไปถึงบริษัทหรือประเทศนั้นก็จะประสพความสำเร็จด้วยดี เพราะว่ามีการวางแผนล่วงหน้าแล้ว ส่วนบริษัทไหนที่ไม่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าไว้ ก็จะประสพปัญหาตลอดเลย เพราะว่าไม่มีการวางแผนรองรับอนาคตภายภาคหน้า ดังนั้นวิชาการพัฒนาองค์การเชิงกลยุทธ์ จึงจำเป็นและสำคัญต้องเรียนรู้และนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย เพื่อนำไปพัฒนาองค์การของเขาให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ซึ่งจะได้เปรียบต่อคู่แข่งขัน ถ้าองค์กรเราไม่มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆนั้น ก็จะทำให้หล้าหลัง ตามเขาไม่ทัน เมื่อเราเรียนรู้เรารู้แล้วเราก็สามารถมองเห็นจุดอ่อน จุดแข็ง ของคู่แข่งเราได้อีกมองเห็นอนาคตได้เราก็ได้เปรียบทุกด้าน ด้านกลยุทธ์ มันก็ทำให้องค์กรเราอยู่รอดได้ตลอดไป

IP: xxx.164.167.108
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 15:29:27 GMT+0700 (ICT)

นางสาวณัฐฐาพร แม้นศรี การจัดการรุ่นที่ 3 ค่ะ

สรุป เนื่องหาการเรียน และสิ่งที่ได้รับในการเรียน ในวันที่ 19-09-255

นอกจากนี้เทคโนโลยีเหล่านี้ยังถือว่าเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรในอนาคต ดังจะเห็นได้จากเดฟ อุลริช ปรมาจารย์ทางด้านการบริหารทรัพยากรมนุษย์ระบุว่าเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่งที่จะมีบทบาทสำคัญต่อการแข่งขันธุรกิจในอนาคต สารสนเทศเป็นสิ่งหนึ่งที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในองค์กร

เทคโนโลยีที่ใช้กันในปัจจุบันจึงถือว่าเป็นตัวขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถเก็บรวบรวมข้อมูล การแก้ไขเปลี่ยนแปลง การเรียกดูข้อมูล การประมวลผล การใช้งานร่วมกันแบบหลายๆ คน และการวิเคราะห์ข้อมูลทำได้ง่ายขึ้น มีค่าใช้จ่ายต่ำลง เพิ่มคุณค่าและประโยชน์ในการใช้งานข้อมูล และสารสนเทศที่ได้มาจะมีคุณภาพในการนำไปวิเคราะห์และใช้งานมากเพิ่มขึ้น ในขณะเดียวกันเทคโนโลยียังสามารถช่วยให้เกิดการพัฒนและปรับปรุงกระบวนการในการผลิตและการทำงานให้มีต้นทุนที่ต่ำลง ใช้เวลาในการทำงานที่ลดลง และได้สินค้าหรือผลลัพธ์ที่มีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ดังนั้น เทคโนโลยีจึงมีความสำคัญต่อการพัฒนาองค์กรเป็นอย่างยิ่ง

จะนำเอาเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการพัฒนาองค์กรได้อย่างไร

การนำเทคโนโลยีสารสนเทศไปใช้ในการพัฒนาองค์กรสามารถทำได้หลายระดับและหลายรูปแบบ เช่น การนำไปจัดระบบกระบวนการผลิตอัตโนมัติ (Automation) ในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับการบริหารทรัพยากรมนุษย์โดยนำเทคโนโลยีมาใช้ในการพัฒนาองค์กร ดังต่อไปนี้

การพัฒนาโครงสร้างการบริหาร

ในปัจจุบันหลายๆ องค์กรให้ความสนใจกับการพัฒนาองค์กร โดยเฉพาะการปรับปรุงโครงสร้างการบริหาร บ้างก็ยุบรวมหน่วยงาน บ้างก็แยกหน่วยงานออกมา บ้างก็ตั้งหน่วยงานกลางขึ้นมาสนับสนุนและประสานงาน ซึ่งในอดีตเราอาจจะต้องมีทีมงานขึ้นมาทำหน้าที่เป็นพิเศษและต้องใช้เวลาหลายวันหรือเป็นสัปดาห์เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้น แต่ในปัจจุบันมีซอฟท์แวร์หลายๆ บริษัทที่พัฒนาการใช้งานในด้านของการจัดโครงสร้างองค์กรขึ้นมา โดยให้ผู้บริหารสามารถทดลองปรับเปลี่ยนองค์กรเพียงแค่คลิกเมาท์แล้วไปวางหน่วยงานที่ต้องการไปยังตำแหน่งที่ต้องการ ข้อมูลต่างๆ ของหน่วยงานนั้นๆ ทั้งหมดก็จะถูกปรับเปลี่ยนไปทั้งข้อมูลตำแหน่ง ข้อมูลหน่วยงาน และข้อมูลผู้บังคับบัญชาโดยอัตโนมัติ ทำให้ผู้บริหารสามารถประเมินผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรได้ง่ายและชัดเจนมากขึ้น

การพัฒนาและเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กร

เทคโนโลยีสามารถช่วยให้เกิดการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กรได้โดยรวดเร็วและถึงตัวบุคคลมากยิ่งขึ้น ตัวอย่างที่เกิดขึ้นจริงก็คือ ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งที่มีการประชุมระหว่างแพทย์กับพยาบาลเป็นประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งวิธีการนัดประชุมก็คือทำเป็นจดหมายและโทรศัพท์แจ้ง ในขณะประชุมก็มีเจ้าหน้าที่หนึ่งคนบันทึกการประชุม หลังประชุมเสร็จอีกประมาณ 2-3 วันเจ้าหน้าที่จึงจะพิมพ์บันทึกการประชุมไปให้ผู้เข้าร่วมประชุมทั้งหมดได้ ทำให้เกิดปัญหาทั้งการมาเข้าร่วมประชุมไม่ครบ การวางแผนงานเกิดความผิดพลาดเพราะแผนที่สรุปในห้องประชุมไม่ตรงกับแผนการทำงานส่วนบุคคล เป็นต้น ในเวลาต่อมาหัวหน้าแพทย์ซื้อเครื่องบันทึกข้อมูลแบบปาล์มมาให้ทุกคนใช้งาน โดยใช้ในการนัดหมายประชุม จัดตารางนัดหมาย และบันทึกผลการประชุม ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมทุกคนสามารถบันทึกนัดหมายได้ตรงกันมากขึ้นและรับบันทึกการประชุมได้รวดเร็วขึ้น โดยใช้การส่งข้อมูลแบบไร้สาย ทำให้เกิดวัฒนธรรมใหม่ของผู้เข้าร่วมประชุมก็คือการถือเครื่องปาล์มไปประชุมแทนการถือเอกสารพะรุงพะรัง

การสื่อสารภายในองค์กร (Internal Communication)

ในบางองค์กรยังใช้การปิดประกาศโดยใช้กระดาษตามบอร์ดต่างๆ เพื่อสื่อสารข้อมูล ข่าวสารต่างๆ ไปยังพนักงาน การปิดประกาศโดยใช้บอร์ดนี้เป็นการสื่อสารแบบทางเดียวที่ไม่ส่งถึงเฉพาะตัวบุคคล ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาความไม่ทั่วถึงของการสื่อสาร และหากจะทำการสื่อสารข้อความบางอย่างแบบถึงตัวพนักงานเฉพาะบุคคลทั้งองค์กร ก็อาจต้องใช้ต้นทุนที่สูงและยังเสียเวลาอีกด้วย ในเรื่องนี้เทคโนโลยีได้เข้ามามีส่วนช่วยให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ถูกต้องและประหยัดเวลาในการสื่อสารลงไปได้หลายแบบ เช่น

การใช้อีเมล์ (Email)

การสร้างเว็บสื่อสารสำหรับพนักงาน (Employees’ Portals)

การสร้างเว็บเพื่อให้พนักงานสามารถเข้าถึงและดูแลรักษาข้อมูลส่วนตัว (Employee Self Service)

การสร้างเว็บเพื่อให้ผู้บริหารสามารถจัดการและบริหารทรัพยากรบุคคลในหน่วยงานได้ (Manager Self Service)

การจัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลทางโทรศัพท์สำหรับพนักงาน ( Employee Call Center )

การใช้การประชุมทางไกลด้วยวิดีโอ (VDO Conference)

การปรับปรุงกระบวนการทำงาน (Business Process Improvement)

หลายองค์กรในประเทศที่พัฒนาแล้วได้นำเอาเทคโนโลยีไปช่วยในการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการทำงานในหลายๆ ด้านคือ

ระบบการบันทึกประวัติการติดต่อและให้บริการ (Case Management System) โดยจะจัดเก็บข้อมูลของผู้รับบริการที่มาติดต่อใช้บริการแต่ละครั้ง เพื่อนำไปวิเคราะห์และปรับปรุงกระบวนการทำงานที่เกิดปัญหาต่อไป

การขจัดงานที่ไม่จำเป็นออกไปจากกระบวนการทำงาน (Non-Value Added) เพราะถือว่างานที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ย่อมทำให้เกิดการสูญเสียทั้งเวลา กำลังคน และค่าใช้จ่ายโดยเปล่าประโยชน์

การพัฒนาความสามารถในการทำงาน (Competency Development)

ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่มาสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรได้อย่างถึงตัวบุคคล และสามารถเข้าไปศึกษาและพัฒนาความรู้ของตนเองได้โดยไม่จำกัดเวลา ซึ่งระบบที่มีการนำมาใช้มากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในปัจจุบันก็คือ การเรียนผ่าน CD-Rom และ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านระบบเครือข่ายการสื่อสารที่ทำให้ส่งข้อมูลกันได้ทีละมากๆ และมีความเร็วมากขึ้น ทำให้สามารถใช้ระบบการเรียนออนไลน์ (e-Learning) ได้มากขึ้น ในขณะที่มีการพัฒนาซอฟท์แวร์เพื่อมาสนับสนุนการพัฒนาความสามารถในการทำงาน (Competency Development System) ออกสู่ตลาดได้ทำให้แนวความคิดในการพัฒนาบุคลากรสามารถเป็นจริงขึ้นมาได้ง่ายขึ้น

การสร้างสังคมแบบองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization)

องค์กรที่มีการใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วยในการทำงาน ย่อมสามารถสร้างองค์ความรู้ใหม่ๆ ในองค์กรได้อย่างต่อเนื่อง และบุคลากรในองค์กรเองก็จะเกิดการเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อ อาทิเช่น การสร้างเว็บบอร์ด เพื่อให้พนักงานสามารถแลกเปลี่ยนความรู้ในการทำงานกัน การนำเอาความรู้ใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการทำงานมาวางบนเว็บไซต์เพื่อให้พนักงานได้อ่านทุกวัน เป็นต้น หากในองค์กรมีการจัดการองค์ความรู้ (Knowledge Management) อย่างเป็นระบบแล้ว ก็จะเกิดการถ่ายทอดความรู้ระหว่างกันของพนักงานตลอดเวลา

การพัฒนาผลการปฏิบัติงาน (Performance Development)

ในการพัฒนาผลการปฏิบัติงานขององค์กรต่างๆ ในประเทศไทยส่วนใหญ่ยังใช้เอกสารเป็นกระดาษ ซึ่งการนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่กระบวนการพัฒนาบุคลากรทำได้ยาก หลักสูตรการพัฒนาบุคลากรจึงมักถูกจำกัดอยู่ในกรอบของการสำรวจความจำเป็นในการฝึกอบรม ซึ่งไม่เพียงพอต่อการพัฒนาบุคลากรเพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน ปัจจุบันได้มีการนำระบบประเมินผลการทำงาน (Performance Management System) มาใช้ในองค์กรขนาดใหญ่หลายองค์กร โดยระบบดังกล่าวจะช่วยในการกระจายและเชื่อมโยงเป้าหมายและดัชนีชี้วัดความสำเร็จของงาน (Key Performance Indicator) จากผู้บริหารระดับสูงสุดไปจนถึงระดับล่างสุดได้ และเมื่อพนักงานถูกประเมินผลงานแล้วผู้บังคับบัญชาสามารถวางแผนการพัฒนาให้แต่ละบุคคลได้ (Individual Development Plan) ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพในการทำงานของพนักงานต่อไป

ดังนั้น จึงควรมีการนำเอาเทคโนโลยีไปใช้เพื่อช่วยในการพัฒนาองค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และคาดการณ์ได้ยากอย่างปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม การนำเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาองค์กรให้สำเร็จก็ขึ้นอยู่กับความพร้อมของปัจจัยภายในองค์กรหลายด้าน ได้แก่ ฮาร์ดแวร์ ซอฟท์แวร์ ข้อมูลและสารสนเทศ ฐานข้อมูล ระบบเครือข่ายการสื่อสาร ความซับซ้อนของกระบวนการทำงาน บุคลากรที่ทำงานเกี่ยวกับระบบสารสนเทศ และที่สำคัญคือผู้ใช้ โดยต้องอาศัยการบริหารการเปลี่ยนแปลงที่ดี เพื่อให้ผู้ใช้เกิดการยอมรับและใช้งานเทคโนโลยีได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ความรู้ที่ได้จากการเรียนในวันทที่ 19/09/10 เราสามารถเอาความรู้ที่อาจารย์สอนมาประกอบการทำรายงานเพื่อให้รายงานที่อาจารย์

สั่งให้ทำบรรลุตามวัตถุประสงค์ที่อาจารย์กำหนดไว้ และเข้าใจชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กร เข้าใจถึงความหมายที่ต้องทำการพัฒนาองค์กรและทำไมต้องมีการพัฒนาองค์กร เราสามารถมีแนวคิดในการพัฒนาองค์กรได้อย่างถูกต้อง

นาย สมบัติ วัฒนานุสรณ์
IP: xxx.168.67.225
เขียนเมื่อ Mon Sep 20 2010 23:51:00 GMT+0700 (ICT)

นาย สมบัติ วัฒนานุสรณ์ สาขาการจัดการ รุ่น 2

สรุปการเรียนการสอน วันที่ 19 กันยายน 2553 เวลา 10.00 – 16.30 น.

วิชา การพัฒนาองค์กร อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

การพัฒนาองค์การ

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การ มี 6 เป้าหมายหลัก

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัด ให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ ให้องค์การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ เน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่อมุ่งให้มี การเปลื่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การทั้งระบบ

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

คุณค่าและข้อสมมติฐาน

สิทธิความเป็นมนุษย์ คนที่มีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานที่สาคัญ ระบบการจูงใจตนเองที่จาเป็นในการทำงานในระบบต่าง ๆ

ความเสมอภาค คนมีสิทธิในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อผลกระทบที่จะได้รับจากการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น คนแต่ละคนควรจะมีอิสระจากการใช้พลังหรืออำนาจอย่างเต็มที่

กรอบแนวคิดและการวิเคราะห์การพัฒนาองค์การ

รากฐานกรอบแนวคิด และการวิเคราะห์ พื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยา

กลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรม

ไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การ

การให้ความรู้ที่มีการพัฒนาที่ชัดเจน เช่น การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เป็นต้น

การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ

1. ระดับบุคคล ( Individual Level)

2. ระดับกลุ่ม ( Group Level)

3. ระดับองค์การ (Organization Level)

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การเป็นกระบวนการศึกษาบรรยากาศและสภาพแวดล้อมปัจจุบันขององค์การ เพื่อหาวิธีดำเนินการเปลื่ยนแปลงองค์การ เพื่อไปสู่สภาพองค์การที่พึ่งปรารถนาซึ่งขบวนการพัฒนาองค์การ มีอยู่ 5 ขั้นตอน

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Need s Identification )

2. การวินิจฉัยองค์การ (Diagsosis)

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ (Design)

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ (Implementation)

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation)

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ

รากฐานแนวคิดของการเปลื่ยนแปลงองค์การ

รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

ความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์การ เป็นความจำเป็นที่สุดขององค์การ พนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นต่างๆ ขององค์การ

ขั้นตอนการเปลื่ยนแปลงองค์การ

ขั้นที่ 1 ขั้นของความพยายามที่ผู้นำจะเปลื่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังจะเปลื่ยนแปลง

ขั้นที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 4 ขั้นการเปลื่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฎิบัติทางทรัพพยากรมนุษย์

ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ และทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

เทคนิคในวิธีการดำเนินการเปลื่ยนแปลงองค์การ แบ่งได้ 2 ลักษณะ

1. ลักษณะการเปลื่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม โดยเริ่มต้นจากการใช้อำนาจของบุคคลก่อให้เกิดการเปลื่ยนแปลงในความรู้

2. ลักษณะการเปลื่ยนแปลงแบบสั่งการ การเปลื่ยนแปลงแบบนี้ เริ่มต้นจากที่ผู้หริหารองค์การใช้อำนาจในการสั่งการให้บุคคลในองค์การเปลื่ยนแปลงพฤติกรรม และเมื่อคนในกลุ่มเปลื่ยนแปลงพฤติกรรมแล้วย่อมส่งผลกระทบต่อคนแต่ละคนที่ต้องเปลื่ยนแปลงพฤติกรรมตามกลุ่มด้วย

ขั้นตอนการละลายพฤติกรรม

1. สร้างแรงจูงใจในการเปลื่ยนแปลง

2. ให้กำลังใจหรือกระตุ้นการเปลื่ยนทัศนคติและพฤติกรรมเก่า

3. หาวิธีการออกแบบซึ่งให้ได้มาซึ่งการลดอุปสรรคในการเปลื่บยแปลง

4. สร้างความรู้สึกมั่นคงที่จะไม่เป็นภัยคุกคามหากเกิดความเปลื่ยนแปลง

สุวารี มิสกาวัน / รหัส B5220103
IP: xxx.120.243.177
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 07:37:23 GMT+0700 (ICT)

นางสุวารี มิสกาวัน  สาขา การจัดการ รุ่นที่ 2

สรุปการเรียนการสอน วันที่ 19 กันยายน 2553 

วิชา การพัฒนาองค์กร อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

การพัฒนาองค์การ ( Organization Development ) : OD

ความหมายของการพัฒนาองค์การ คือ เพื่อชี้ให้เห็นอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อองค์การต่างๆ ดังนักวิชาการได้อธิบายความหมายคือการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์แบบขององค์การโดยนำความรู้ทางด้านสาขาวิชา จิตวิทยา สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา เป็นต้น เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์การเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ เป้าหมายหลักขององค์การแบ่งเป็น 6 แนวทางหลักดังนี้

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ คือมุ่งเน้นการปฎิบัติงานให้สัมฤทธิผลตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ คือมุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ที่จะนำนวรรตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ ๆ มาใช้

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือมุ่งเน้นสร้างความสามารถ สร้างบรรยากาศ สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุลคลากรกับองค์กร

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ คือทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงานเป็นทีม และกล้าที่จะแสดงออก

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน คือ มุ่งเน้นความสามารถที่จะแข่งกับคู่แข่งขันทางการค้าได้

ความสำคัญของการพัฒนาองค์การ จะเน้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค แนวความคิดและการวิเคราะห์ การพัฒนาองค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ในลักษณะสหวิทยาการเพื่อ ทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับคน กลุ่ม และหน้าที่ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

ระดับบุคคล ( Individual Level ) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

ระดับกลุ่ม ( Group Level ) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

ระดับองค์การ ( Organization Level ) ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ ( Needs Identification ) เป็นความต้องการความคาดหวังขององค์การในการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมภายนอก

2. การวินิจฉัยองค์การ ( Diagnosis ) เป็นกระบวนการแสวงหาและรวบรวมข้อมูล

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ ( Design ) เป็นกระบวนการมุ่งเน้นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามข้อมูลที่ได้

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ ( Implementation ) เป็นกระบวนดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง

5. การประเมิณผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation ) เป็นกระบวนการทบทวนการปฏิบัติงานทั้งระบบ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ ( Organization Change ) : CD

การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต ความบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย ( Purpose Change ) คือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ ( Objectives Change ) คือขยายเป้าหมายเฉพาะเจาะจง

3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ ( Strategies Change ) คือการสร้างแผนกลยุทธ์ขึ้นมาใหม่

 4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ( Culture Change ) มุ่งเน้นความเชื่อและค่านิยมที่ชัดเจนเป็นหลัก

5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล ( People Change ) มุ่งเน้นการเปลี่ยนบุคลากรที่สามารถดำเนินงานได้

6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ ( Task Change ) มุ่งเน้นการออกแบบงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ( Structure Change ) มุ่งเน้นการออกแบบและกลไกการประสานงานให้ทันสมัย

8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี่ ( Technology Change ) มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือเครื่องใช้

พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการได้ 5 ขั้นตอน คือ

1. ขั้นตอนการพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์

2. ขั้นประเมิณช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์และกลยุทธ์

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

5. ขั้นประเมิณวิธีการที่จะดำเนินการ

โดยกระบวนการตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงนี้พิจารณาจากลักษณะสภาพแวดล้อมขององค์การ ระดับการเปลี่ยนผลของการปฏิบัติงาน ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารระดับสูง กลยุทธ์การจัดการ และคุณลักษณะโครงสร้างขององค์การ คือต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านเวลา ด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านความเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงขององค์การ โดยมีปัจจัยการอำนวยความสะดวก ด้านข้อมูล ด้านทัศนคติ และด้านการเมือง เป็นกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์การ โดยมีเทคนิคและวิธีการในการดำเนินการ 2 ลักษณะ ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม

2. การเปลี่ยนแปลงแบบการสั่งการ

แนวคิดการเปลี่ยนแปลงขององค์การจะมีลักษณะและรูปแบบแตกต่างกันตามยุคสมัยของสังคมดังนี้

ลักษณะเชิงกระบวนการเปลี่ยนแปลงขององค์การ

 ลักษณะปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์กร

ลักษณะการเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงขององค์กร

------------------------------//////////////////////////--------------------------------------

นางรุ้งกานต์ รัตนแพร
IP: xxx.121.206.16
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 11:17:58 GMT+0700 (ICT)

ชื่อนางรุ้งกานต์ รัตนแพร สาขา การจัดการ รุ่น 2 รหัส B 5220117 สรุปเนื้อหาของการเรียนวันที่ 19 ก.ย. 53 วิชา การพัฒนาองค์การ ดังนี้ 1. ความเข้าใจเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การ คือ การพัฒนาองค์กร (Organization Development) หรือที่เรียกว่า O.D. เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหาในองค์การที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาองค์การเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เจริญก้าวหน้า หรือดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อทำให้องค์การมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลโดยการสร้างปัจจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาให้สอดคล้องตามเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ขององค์การ เป้าหมายหลักขององค์การแบ่งเป็น 6 แนวทางหลักดังนี้ 1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด 2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ คือมุ่งเน้นการปฎิบัติงานให้สัมฤทธิผลตามวัตถุประสงค์ขององค์การ 3. การปรับปรุงองค์การ คือมุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ที่จะนำนวรรตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ ๆ มาใช้ 4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือมุ่งเน้นสร้างความสามารถ สร้างบรรยากาศ สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรกับองค์กร 5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ คือทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงานเป็นทีม และกล้าที่จะแสดงออก 6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน คือ มุ่งเน้นความสามารถที่จะแข่งกับคู่แข่งขันทางการค้าได้ ความสำคัญของการพัฒนาองค์การ จะเน้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค แนวความคิดและการวิเคราะห์ การพัฒนาองค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ในลักษณะสหวิทยาการเพื่อ ทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับคน กลุ่ม และหน้าที่ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ระดับบุคคล ( Individual Level ) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ ระดับกลุ่ม ( Group Level ) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ ระดับองค์การ ( Organization Level ) ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย การเปลี่ยนแปลงองค์การ ( Organization Change ) : CD การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต ความบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้ 1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย ( Purpose Change ) คือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน 2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ ( Objectives Change ) คือขยายเป้าหมายเฉพาะเจาะจง 3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ ( Strategies Change ) คือการสร้างแผนกลยุทธ์ขึ้นมาใหม่ 4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ( Culture Change ) มุ่งเน้นความเชื่อและค่านิยมที่ชัดเจนเป็นหลัก 5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล ( People Change ) มุ่งเน้นการเปลี่ยนบุคลากรที่สามารถดำเนินงานได้ 6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ ( Task Change ) มุ่งเน้นการออกแบบงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น 7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ( Structure Change ) มุ่งเน้นการออกแบบและกลไกการประสานงานให้ทันสมัย 8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี ( Technology Change ) มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือเครื่อง

ชลทิชา บุญเกลี้ยง
IP: xxx.91.164.250
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 12:04:31 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนรู้ เมื่อวันที่ 19/09/10

น.ส. ชลทิชา บุญเกลี้ยง สาขาการจัดการ รุ่น 1 รหัส 5220020

การพัฒนาองค์การ คือ กระบวนการในการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล อย่างเป็นระบบ โดยที่มีการนำองค์ความรู้หลาย ๆ สาขาวิชา มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาบุคคล กลุ่ม หรือองค์การ เพื่อที่จะนำไปสู่ผลสำเร็จตามเป้าหมายและความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ

การพัฒนาองค์การ เนื่องมาจาก สังคมมีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย จึงทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปและมีผลทำให้องค์กรเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

เป้าหมายของการพัฒนาองค์การ คือ

-เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

-เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

-เป็นการปรับปรุงองค์การให้ดีขึ้นกว่าเดิม

-ความสมบูรณ์ขององค์การ ซึ่งมุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ

-เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ

-เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ มีดังนี้

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน ได้แก่

- สิทธิความเป็นมนุษย์

- ความเสมอภาค

กล่าวคือ คุณค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคนั้น เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในองค์การที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนในองค์การและการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งทั้งนี้ก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามนุษย์จะมีแรงผลักดันทางธรรมชาติที่จะทำให้เกิดการเติบโตและการพัฒนาเพียงไร

2. รากฐานของกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ ซึ่งได้มีการนำองค์ความรู้หลากหลายสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ และทำให้มีผลต่อคนและกลุ่มคนในองค์การ รวมถึงหน้าที่ของคนในองค์การนั้น ๆด้วยเช่นกัน

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ กล่าวคือ เป็นการมองเห็นปัญหาข้อบกพร่องในการที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งการออกแบบกลยุทธ์นี้จะไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การ แต่จะการให้ความรู้ที่ชัดเจนในการพัฒนาองค์การทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม ระดับองค์การ

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ มีขั้นตอนดังนี้

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Needs Identification) เป็นการรับรู้ถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงองค์การเพื่อการพัฒนาสภาพภายในและภายนอกองค์การให้มีความสมบูรณ์ และมีขีดความสามารถที่เพิ่มขึ้น

2. การวินิจฉัยองค์การ (Diagnosis) เป็นการรวบรวมข้อมูล ปัญหา การดำเนินการต่าง ๆ ขององค์การเพื่อที่จะนำมาวิเคราะห์ข้อมูลให้ได้ข้อสรุปที่ถูกต้องถึงแนวคิด และแนวทางที่จะนำไปวางแผน รวมทั้งจัดลำดับความสำคัญของข้อมูลต่าง ๆ อันจะนำไปสู่การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การต่อไป

3. การออกแบบ ( Design) เป็นการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ของข้อมูลที่ได้ผ่านการวินิจฉัยอย่างถูกต้องแล้ว นำมาออกแบบและวางแผนกิจกรรม เพื่อดำเนินการพัฒนาองค์การ

4. การดำเนินการ (Implementation) เป็นการนำแผนที่รวบรวมและออกแบบไปปฏิบัติตามสภาพการณ์ที่เป็นจริงในปัจจุบัน รวมทั้งมีการประเมินผลของการดำเนินการดังกล่าวด้วย

แนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ

1. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ กล่าวคือ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่หวังผลอย่างฉับพลันทันที ซึ่งวิธีนี้อาจมีผู้ที่ต่อต้านมาก

2. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีวัฒนาการ คือ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีลักษณะค่อยเป็นค่อยไป

3. เปลี่ยนแปลงโดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า คือ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีการศึกษาค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูลการวางแผนล่วงหน้าแล้ว ดำเนินการตามขั้นตอนตามแผน

รากฐานแนวความคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1. ด้านคุณค่าและสมมติฐาน

- เพื่อความอยู่รอด กล่าวคือ พนักงานในองค์การจะเป็นส่วนเติมเต็มให้กับองค์การได้ดำเนินการเพื่อให้ประสบความสำเร็จขององค์การ

- เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้บริหารจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีและเหมาะสมในการที่นำผลตอบแทนกลับมาสู่ผู้ถือหุ้นและองค์การสูงสุด

2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ กล่าวคือ ต้องมีพื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ โดยมีลักษณะการเปลี่ยนแปลง หลาย ๆ รูปแบบมีความสอดคล้องกันไม่ว่าจะเป็น กระบวนการ โครงสร้าง วัฒนธรรม

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การ กล่าวคือ มีแรงผลักดัน ในการใช้ยุทธศาสตร์ขององค์การและดำเนินกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีลักษณะที่เน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1. ขั้นตอนความพยายามที่จะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการตัดสินใจของเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลง

2. ขั้นตอนประเมินช่องว่างของความแตกต่าง ในสิ่งที่เราทำอยู่ และกำลังจะทำในอนาคต

3. ขั้นตอนการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมและปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ และกลับไปทำซ้ำในขั้นที่ 1

แนวคิดวิธีการดำเนินการเปลี่ยนแปลง มี 2 ลักษณะ คือ

1. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยการให้ความรู้ เช่น การฝึกอบรม เพื่อที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม และการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมกลุ่มในองค์การ ตามลำดับ

2. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยการสั่งการจากผู้บริหารองค์การ เพื่อให้บุคคลมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง และทำให้พฤติกรรมกลุ่มเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมนี้จะต้องมีการให้ความรู้ในการที่จะเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วย เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อสิ่งที่ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว

*** ความรู้ เป็นเครื่องมือของความสำเร็จ โดยที่เอาเป้าหมายขึ้นเป็นตัวนำ ***

นางสาว ชยาภรณ์ สำเริงศิลป์
IP: xxx.49.193.6
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 16:11:12 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนรู้ ในวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553

การพัฒนาองค์การเป็นผลมาจากการที่บรรดานักปฏิบัติการทางด้านการจัดการและนักวิชาการโดยเฉพาะด้านพฤติกรรมศาสตร์ ได้คิดค้นหาเทคนิคใหม่ๆ ในอันที่จะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์การให้ดีกว่าแบบเดิมที่เป็นอยู่ แนวความคิดและความสำคัญของการพัฒนาองค์การ จะเน้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค แนวความคิดและการวิเคราะห์ การพัฒนาองค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ในลักษณะสหวิทยาการเพื่อ ทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับคน กลุ่ม และหน้าที่ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

ระดับบุคคล ( Individual Level ) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

ระดับกลุ่ม ( Group Level ) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

ระดับองค์การ ( Organization Level ) ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ ( Needs Identification ) เป็นความต้องการความคาดหวังขององค์การในการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมภายนอก

2. การวินิจฉัยองค์การ ( Diagnosis ) เป็นกระบวนการแสวงหาและรวบรวมข้อมูล

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ ( Design ) เป็นกระบวนการมุ่งเน้นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามข้อมูลที่ได้

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ ( Implementation ) เป็นกระบวนดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง

5. การประเมิณผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation ) เป็นกระบวนการทบทวนการปฏิบัติงานทั้งระบบ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ ( Organization Change ) : CD

การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต ความบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย ( Purpose Change ) คือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ ( Objectives Change ) คือขยายเป้าหมายเฉพาะเจาะจง

3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ ( Strategies Change ) คือการสร้างแผนกลยุทธ์ขึ้นมาใหม่

4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม ( Culture Change ) มุ่งเน้นความเชื่อและค่านิยมที่ชัดเจนเป็นหลัก

5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล ( People Change ) มุ่งเน้นการเปลี่ยนบุคลากรที่สามารถดำเนินงานได้

6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ ( Task Change ) มุ่งเน้นการออกแบบงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ( Structure Change ) มุ่งเน้นการออกแบบและกลไกการประสานงานให้ทันสมัย

8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี่ ( Technology Change ) มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือเครื่องใช้

พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการได้ 5 ขั้นตอน คือ

1. ขั้นตอนการพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์

2. ขั้นประเมิณช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์และกลยุทธ์

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

5. ขั้นประเมิณวิธีการที่จะดำเนินการ

โดยกระบวนการตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงนี้พิจารณาจากลักษณะสภาพแวดล้อมขององค์การ ระดับการเปลี่ยนผลของการปฏิบัติงาน ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารระดับสูง กลยุทธ์การจัดการ และคุณลักษณะโครงสร้างขององค์การ คือต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านเวลา ด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านความเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงขององค์การ โดยมีปัจจัยการอำนวยความสะดวก ด้านข้อมูล ด้านทัศนคติ และด้านการเมือง เป็นกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์การ โดยมีเทคนิคและวิธีการในการดำเนินการ 2 ลักษณะ ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม

2. การเปลี่ยนแปลงแบบการสั่งการ

แนวคิดการเปลี่ยนแปลงขององค์การจะมีลักษณะและรูปแบบแตกต่างกันตามยุคสมัยของสังคมดังนี้

ลักษณะเชิงกระบวนการเปลี่ยนแปลงขององค์การ

ลักษณะปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงขององค์กร

ลักษณะการเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงขององค์กร

วิธีการใหม่นี้ได้มุ่งไปสู่การปรับปรุงและเปลี่ยนแปลง “องค์การ” เพื่อประสิทธิผล และความเจริญเติบโตขององค์การโดยส่วนรวม

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ มีดังนี้

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน ได้แก่

- สิทธิความเป็นมนุษย์

- ความเสมอภาค

กล่าวคือ คุณค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคนั้น เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในองค์การที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนในองค์การและการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งทั้งนี้ก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามนุษย์จะมีแรงผลักดันทางธรรมชาติที่จะทำให้เกิดการเติบโตและการพัฒนาเพียงไร

น.ส นริษา ป้องวงศ์ B5220107
IP: xxx.120.124.71
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 16:17:06 GMT+0700 (ICT)

สรุปผลการเรียน วันที่ 19/09/53

วิชา การพัฒนาองค์การ (อ. ดร. ยงยุทธ ยศยิ่งยง)

นางสาว นริษา ป้องวงศ์ สาขาการจัดการ รุนที่2 รหัส B5220107

เนื่องจากความต้องการของมนุษย์ไม่เคยหยุดนิ่งและในปัจจุบันโลกของเราได้มีการพัฒนาอย่งรวดเร็ว ทั้งทางเทคโนโลยี่ ข่าวสาร ทำให้การแข็งขันในตลาดสูงขึ้น หากเราหยุดนิ่ง องค์กรของเราก็จะหยุดนิ่งอยู่กับที่เพราะฉนั้นการพัฒนาองค์กรจึงเป็นกลยุทธที่สำคัญ เพื่อที่จะแข็งขันกับคู่แข่งในสายงานเดียวกัน และ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร ด้วย

การพัฒนาองค์กรนั้นแบ่งเป็น 6 หลัก คือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ เน้นที่การทำงานได้สำเร็จลุล่างตามที่ได้วางแนวคิดและแนวทางการปฏิบัติเอาไว้อย่างดีเยี่ยมและสมบูรณ์

3. การปรับปรุงองค์การ คือการนำเทคโนโลยีมาใช้ให้เกิดประโยชน์เพื่อนำมาประยุกต์ใช้กับองค์กร

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือการเพิ่มความสามารถให้กับระดับตัวบุคคล กลุ่ม และเสริมสร้างความรู้ให้กับบุคลากร

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและนวัตกรรมขององค์การ คือการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีแบบแผนและระบบ เพื่อให้มีการเปลี่ยนรูปแบบเดิมๆขององค์การไปสู่แนวทางที่วางไว้

6. การเพิ่มขีดความสามารถขององค์การ โดยกระทำผ่านทางคน นั่นคือการวางกลยุทธ์ ทางด้านต่าเพื่อเพิ่มความสามารในการแข่งขันขององค์การให้ได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง

รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน คือ ความเสมอภาคของคนนั่น คือ

ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียม

น.ส กาญจนา วิรุฬราช B5220108
IP: xxx.120.124.71
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 16:26:44 GMT+0700 (ICT)

นางสาว กาญจนา วิรุฬราช รหัส B5220108

สาขา การจัดการ รุ่นที่ 2

สรุปการเรียนการสอน วันที่ 19 กันยายน 2553

วิชา การพัฒนาองค์กร อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

การพัฒนาองค์การ

ความหมายของการพัฒนาองค์การ คือ เพื่อชี้ให้เห็นอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อองค์การต่างๆ ดังนักวิชาการได้อธิบายความหมายคือการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์แบบขององค์การโดยนำความรู้ทางด้านสาขาวิชา จิตวิทยา สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา เป็นต้น เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์การเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ เป้าหมายหลักขององค์การแบ่งเป็น 6 แนวทางหลักดังนี้

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ คือมุ่งเน้นการปฎิบัติงานให้สัมฤทธิผลตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ คือมุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ที่จะนำนวรรตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ ๆ มาใช้

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือมุ่งเน้นสร้างความสามารถ สร้างบรรยากาศ สร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุลคลากรกับองค์กร

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ คือทำให้เกิดความสามัคคีในการทำงานเป็นทีม และกล้าที่จะแสดงออก

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน คือ มุ่งเน้นความสามารถที่จะแข่งกับคู่แข่งขันทางการค้าได้

ความสำคัญของการพัฒนาองค์การ จะเน้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค แนวความคิดและการวิเคราะห์ การพัฒนาองค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ในลักษณะสหวิทยาการเพื่อ ทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับคน กลุ่ม และหน้าที่ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

ระดับบุคคล บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

ระดับกลุ่ม กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

ระดับองค์การ ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ เป็นความต้องการความคาดหวังขององค์การในการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมภายนอก

2. การวินิจฉัยองค์การ เป็นกระบวนการแสวงหาและรวบรวมข้อมูล

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนการมุ่งเน้นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามข้อมูลที่ได้

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง

5. การประเมิณผลการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนการทบทวนการปฏิบัติงานทั้งระบบ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต ความบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย คือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ คือขยายเป้าหมายเฉพาะเจาะจง

3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ คือการสร้างแผนกลยุทธ์ขึ้นมาใหม่

4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม มุ่งเน้นความเชื่อและค่านิยมที่ชัดเจนเป็นหลัก

5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล มุ่งเน้นการเปลี่ยนบุคลากรที่สามารถดำเนินงานได้

6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ มุ่งเน้นการออกแบบงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง มุ่งเน้นการออกแบบและกลไกการประสานงานให้ทันสมัย

8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี่ มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือเครื่องใช้

พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการได้ 5 ขั้นตอน คือ

1. ขั้นตอนการพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์

2. ขั้นประเมิณช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์และกลยุทธ์

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

5. ขั้นประเมิณวิธีการที่จะดำเนินการ

โดยกระบวนการตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงนี้พิจารณาจากลักษณะสภาพแวดล้อมขององค์การ ระดับการเปลี่ยนผลของการปฏิบัติงาน ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารระดับสูง กลยุทธ์การจัดการ และคุณลักษณะโครงสร้างขององค์การ คือต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านเวลา ด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านความเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงขององค์การ

IP: xxx.49.33.176
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 20:01:43 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนรู้ วิชาการพัฒนาองค์กรและการเปลี่ยนแปลงองค์กร เมื่อวันที่ 19 เดือนกันยายน พ.ศ.2553

น.ส. อุไร เฉิดไธสง การจัดการ รุ่น 2

วิชานี้ได้อธิบายถึงการแสวงหาทางเพื่อพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลและเพิ่มความสามารถทางการแข่งขันโดย การพัฒนาแบ่งได้ 3 ระดับ คือระดับบุคคล กลุ่ม และ องค์กร โดยเน้นวัฒนธรรมและการปรับตัวของมนุษย์ ให้ความสำคัญกับคุณค่าของมนุษย์ การกำหนดแผน ต้องมี KPI เป็นตัวชี้วัดผลงาน

การเปลี่ยนแปลงองค์กรคือจากสภาพหนึ่งในปัจจุบันไป สู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคต ที่เรากำหนดไว้เพื่อปรับตัว และหลังจากการเปลี่ยนแปลงองค์กร สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงตาม เมื่อทัศนคติเปลี่ยน พฤติกรรมของคนก็เปลี่ยน ทุกคนในองค์กรเปลี่ยนก็ส่งเสริมให้พฤติกรรมของกลุ่มเปลี่ยนด้วยแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์กร แตกต่างกันไปตามรูปแบบตามยุค ตามสมัยของสังคม เช่น ลักษณะและปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงและลักษณะการเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลง องค์กร

สรุปได้อีกอย่างหนึ่งว่าองค์กรเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไปหรือโลกเปลี่ยนไป จึงทำให้พฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยน ตามไปด้วยและความต้องการของมนุษย์ เปลี่ยนไป จึงหาความพึงพอใจสูงสุดของคนไม่ได้ เพราะองค์กรมีชีวิต เพราะมีบุคคลในองค์กรนั่นเอง

การพัฒนาองค์กร ก็คือ การมุ่งเน้นไปที่ตัวของมนุษย์นั่นเองแต่ก็ข้อแตกต่าง ระหว่าง OD และ OC

OD เน้นความเสมอภาคสิทธิของบุคคลคือสิ่งที่ทำในปัจจุบันและในอนาคต ส่วน

OC เน้นความอยู่รอดขององค์กรเป็นหลัก

ส่วนตัวของพนักงานคือส่วนเติม เพราะการเปลี่ยนแปลงคือการประเมินสภาพแวดล้อม คือเน้นองค์กร อยู่รอด แต่ทุกอย่างจะสำเร็จก็ต้องอาศัยคนเป็นหลักทุกอย่างไม่ว่าจะพัฒนาองค์กรหรือการเปลี่ยนแปลงองค์กร จุดสำคัญก็คืออยู่ที่ตัวของมนุษย์หรือพฤติกรรมของมนุษย์นั่นเอง แต่ความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์ก็ต้องนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยเช่น สังคมวิทยา ,จิตวิทยา และมนุษย์วิทยา ทุกอย่างต้องเชื่อมโยงกันจึงจะ

บรรลุเป้าหมายที่องค์กรนั้นๆตั้งไว้

บัวภิมาส ผันสยอง
IP: xxx.47.231.138
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 21:19:04 GMT+0700 (ICT)

สรุป การเรียนวิชา การพัฒนาองค์กร วันที่ 19/9/53 โดย น.ส. บัวภิมาส ผันสยอง การจัดการ รุ่น 1

การพัฒนาองค์การ เป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เจริญก้าวหน้า หรือดีกว่าเดิม เพื่อทำให้องค์การมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลโดยการสร้างปัจจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาให้สอดคล้องตามเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ขององค์การ

กระบวนการในการพัฒนาองค์การ

1. การรวบรวมข้อมูล (Data collection)

2. การวินิจฉัยเบื้องต้น (Innitial diagnosis)

3. การพิสูจน์ข้อมูล (Data confrontation)

4. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Action planning)

5. การสร้างทีมงาน (Team building)

6. การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม (Intergroup development)

7. การประเมินและติดตามผล (Appraisal and follow – up

ความหมายของการพัฒนาองค์การ การพัฒนาองค์กร (Organization Development) หรือที่เรียกว่า O.D. เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหาในองค์การที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาองค์การเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เจริญก้าวหน้า หรือดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อทำให้องค์การมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลโดยการสร้างปัจจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาให้สอดคล้องตามเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ขององค์การ

วัตถุประสงค์ของการพัฒนาองค์การ องค์การมีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิต คือ มีเกิดมีความเจริญเติบโตมีแก่ มีดับสูญ ดังนั้นองค์การจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้องค์การมีชีวิตที่สมบูรณ์ และมีชีวิตที่คงอยู่ยาวนานในการพัฒนาองค์การ

วิธีการในการพัฒนาองค์การ รูปแบบสามขั้นตอนของ Kurt Lewin ซึ่งประกอบด้วยการละลายพฤติกรรม (Unfreezing)การเปลี่ยนแปลง (Changing) การดำรงพฤติกรรมใหม่ (Refeezing)

คุณลักษณะที่สำคัญของการพัฒนาองค์การ การพัฒนาควรจะมีการพัฒนาทุกส่วนขององค์การ มีการเปิดโอกาสให้สมาชิกในองค์การได้ใช้ศักยภาพ หรือสติปัญญาอย่างเต็มที่ ซึ่งจะทำให้ลดปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในองค์การ การพัฒนาองค์การจะต้องสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม

รูปแบบในการพัฒนาองค์การ

1. การฝึการรับรู้ หรือการฝึกกลุ่มสัมพันธ์

2. การประชุมแบบเผชิญหน้า

3. การแสดงบทบาทเป็นการให้สมาชิกได้อธิบายหน้าที่ของตน

4. กระบวนการให้การปรึกษา

5. การปฏิบัติงานในห้องทดสอบ

6. การประสานงานประโยชน์วิเคราะห์

คุณลักษณะที่สำคัญของการพัฒนาองค์การ

1. การพัฒนาควรจะมีการพัฒนาทุกส่วนขององค์การ

2. การพัฒนาองค์การจะต้องสอดคล้องกับสภาพแวดล้อมภายนอก เป็นต้น

ลักษณะองค์การที่มีประสิทธิภาพ มีดังนี้

1. ทุกคนทำงานโดยมีเป้าหมายและตามแผนงาน

2. รูปแบบต้องกำหนดตามวัตถุประสงค์

3. การตัดสินใจอยู่ที่ผู้รู้ข้อมูลดีที่สุด มิใช่ตามลำดับชั้นของความรับผิดชอบ เป็นต้น

สภาพแวดล้อมที่มีผลต่อการพัฒนาองค์การ

1. สภาพแวดล้อมภายนอกองค์การ 2. สภาพแวดล้อมภายในองค์การ

บุคคลที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์การ

1. ผู้บริหารระดับสูงสุด และผู้บริหารระดับต่าง ๆ

2. บุคลากรทุกคนในองค์การ

3. ผู้ประสานงานภายในองค์การ

4. ที่ปรึกษาภายนอก และที่ปรึกษาภายใน

ผลประโยชน์ของการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การนำมาซึ่งการเพิ่มผลผลิตให้แก่องค์การ การปฏิบัติงานภายในองค์การอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอัตราการว่างงาน การลาป่วย การลากิจ การเปลี่ยนงาน การลาออกจากงาน ลดความขัดแย้งภายในองค์การ ทำให้บุคลากรในองค์การมีความพึงพอใจสูง และทำให้องค์การสามารถดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายขององค์การ

นางสาวพินิดา บุบผาลา
IP: xxx.84.169.187
เขียนเมื่อ Tue Sep 21 2010 21:55:17 GMT+0700 (ICT)

สรุปเนื้อหาและความรู้ที่เรียนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2553

วิชา พฤติกรรมองค์การของ อาจารย์ ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

โดย นางสาวพินิดา บุบผาลา คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ ม.ปทุมธานี รุ่นที่2

รหัส B5220124

การพัฒนาองค์การ

เนื่องจากความต้องการของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่เคยที่จะหยุดนิ่งซึ่งโลกในปัจจุบันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วทั้งเทคโนโลยีข่าวสารและมีการแข่นขันกันอย่างสูงทางด้านการค้าดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาองค์การเข้ามาเพื่อพัฒนาองค์การของเราให้ก้าวหน้าไปกว่าคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นองค์การขนาดเล็กหรือใหญ่และที่สำคัญคือการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์

ซึ่งมีนักวิชาการหลายคนทั่วโลกต่างออกมาให้คำจำกัดความหมายของการพัฒนาองค์การไว้มากมายแต่ที่สุดแล้วความหมายต่างก็ออกมาคล้ายคลึงและไปในทิศทางเดียวกันทั้งสิ้นผมจะสรุปคร่าวๆดังนี้

แนวคิดของการพัฒนาองการคือ การใช้ศาสตร์หลายๆแขนงเข้ามาเพื่อพัฒนาองค์การอย่างมีกระบวนการและการวางแผนอย่างมีประสิทธิผลเพื่อทำให้องค์การพัฒนาก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

โดยสรุปแนวคิดในการพัฒนาองค์การได้ 6 เป้าหมายหลักๆคือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ตรามหลักเศรษฐศาสตร์คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด แต่ด้านการพัฒนาองค์การแล้วดูที่ผลลัพธ์ นั่งคือคือตัวเลขของกำไรที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนลดลง หลังจากที่ได้ผ่านการพัฒนาองค์การอย่างมีระบบแล้วนั่นเอง

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ เน้นที่การทำงานได้สำเร็จลุล่างตามที่ได้วางแนวคิดและแนวทางการปฏิบัติเอาไว้อย่างดีเยี่ยมและสมบูรณ์

3. การปรับปรุงองค์การ คือการเดินตามความล้ำหน้าของเทคโนโลยีให้ทันและนำประโยชน์จากกเทคโลโนยีเหล่านั้นนำมาประยุกต์ใช้กับองค์การของเราให้เกิดประโยชน์และนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเกิดความก้าวหน้าที่ดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือการเพิ่มความสามารถให้กับระดับตัวบุคคล กลุ่ม และเสริมสร้างความรู้ให้กับบุคลากรเพื่อนำความรู้ความสามารถใหม่ๆที่ได้มาใช้ความคู้กับการพัฒนาขององค์การ สร้างความสามัคคีในองค์การ และปลูกฝังให้พนักงานรับองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและนวัตกรรมขององค์การ คือการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีแบบแผนและระบบ เพื่อให้มีการเปลี่ยนรูปแบบเดิมๆขององค์การไปสู่แนวทางที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ อุดมการความคิดและการกระทำของพนักงาน ตลอดจน นำเอาวิทยาการใหม่ๆเข้ามาแทนที่ของเก่า ในทุกๆด้านในทุกกระบวนการขององค์การ

6. การเพิ่มขีดความสามารถขององค์การ โดยกระทำผ่านทางคน นั่นคือการวางกลยุทธ์ ทางด้านต่าเพื่อเพิ่มความสามารในการแข่งขันขององค์การให้ได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง

รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน คือ ความเสมอภาคของคน นั่นคือทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ทุกคนสามารถที่จะออกความคิดเห็นได้

รากฐานแนวคิดและกรอบของการวิเคราะห์ คือการนำศาสตร์ต่างๆเข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์การ เช่นจิตวิทยา เน้นตัวบุคคล สังคมวิทยาเน้นที่กลุ่มคน มนุษยวิทยาเน้นวัฒนธรรมและการปรับตัวของมนุษย์ และเชื่อมโยงกับศาสตร์ต่างๆหลายๆศาสตร์ สรุปคือ การนำแนวคิดและความรู้ทางด้านวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้อง มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เป็นสหวิทยาการ เพื่อ

1. ให้เกิดความรู้กับคนในด้านต่างๆ ทั้งความรู้สึกแรงจูงใจ

2. ให้เกิดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มในองค์การ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ บทบาท

3. ให้เกิดความเข้าใจ และความรู้ และความสามารถในหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดขององค์การ

องค์ประกอบพื้นฐานของการพัฒนาองค์การ

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ คือ การมองภาพรวมในองค์การและประเมิณสภาวะปัจจัยภายนอก แล้วจึงกำหนดลำดับความสำคัญที่มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาก่อนหรือหลัง

2. การวินิจฉัยองค์การ คือการรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นกระบวนการเพื่อการวางแผนพัฒนาองค์การที่ถูกต้อง

3. การออกแบบ คือ กระบวนการที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาตามข้อมูลที่ได้วินิจฉัย แบ่งเป็นการกำหนดเป้าหมาย การเลือกเทคนิควิธีการ การวางแผนรายละเอียด

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ คือกระบวนการที่ดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยนำแผนที่เราได้สร้างขึ้นมาจากการวินิจฉัยข้อมูลมาดำเนินการ และมีการสังเกตุพฤติกรรมต่างๆ ของบุคคลและกลุ่มในองค์การด้วย

5. การประเมิณผลการพัฒนาองค์การ คือเป็นกระบวนการทบทวนทั้งระบบหลังจากที่ผลของการพัฒนาองค์การออกมาแล้วว่าสัมฤทธิ์ไปตามแนวทางที่ได้วางไว้หรือไม่

สรุป การพัฒนาองค์การเป็นวิชาที่จำเป็นยิ่งของนักบริหารเป็นการผนวกวิชาการด้านต่างๆและนำเข้ามาประยุกต์ในองค์การอย่างเป็นกระบวนการและมีแบบแผนเข้าไปพัฒนาตัวบุกคลและกลุ่มบุคคลในองค์การให้ดีขึ้นทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เคยพอและการไม่หยุดนิ่งของวิทยาการความล้ำสมัยต่างๆที่มีวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้องค์การของเราสามารถที่จะแข่งขันกับคู่แข่งและสามารถที่จะเติบโตและเดินหน้าต่อไปไปได้ตามที่เราได้คิดไว้

จารุนตร สง่างาม
IP: xxx.120.86.126
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 00:36:12 GMT+0700 (ICT)

นางสาว จารุนตร สง่างาม

สาขา การจัดการ รุ่นที่ 3

สรุปการเรียน วันที่ 19 กันยายน 2553

วิชา การพัฒนาองค์กร อาจารย์ผู้สอน อ.ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

การการพัฒนาองค์กร(Organization Development )

การพัฒนาองค์กรเพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมมากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลและความบูรณ์ขององค์กร โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเป็นพื้นฐานกระบวนการทางมนุษย์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่มและองค์กรเพื่อให้บรรลุเป้าหมายแบะควมเจริญเติบโตขององค์กรเป็นสำคัญ เราสามารถสรุปการพัฒนาองค์กรได้ 6 เป้าหมายคือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

2. เพิ่มประสิทธิผล

3. ปรับปรุงองค์กร

4. ความสมบูรณ์ขององค์กร

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์กร

6. เพิ่มขีดความสามรถทางการแข่งขัน

การพัฒนาองค์กรมีจุดเน้นสำคัญในการสร้างความมั่นคงโดยมีรากซานแนวคิดเป็นองค์ประกอบสำคัญสามารถแยกได้เป็น 3 ข้อคือ

1.รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน ให้ความสำคัญกับคุณค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาค

2.รากฐานด้ารกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ ให้ความสำคัญด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เป็น คน/กลุ่ม และหน้าที่

3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรม โดยให้ความรู้ที่มีการพัฒนา

การเปลี่ยนแปลงองค์กร(Organization Change)

“การเปลี่ยนแปลง” คือ? ความท้าทาย หรือ ความหวาดกลัว วิถีใหม่ที่ดีกว่า หรือ ความร้าวฉาน การลดค่าใช้จ่าย หรือ การสิ้นเปลือง ปัจจุบันการทำธุรกิจเป็นเกมการแข่งขันที่มีความซับซ้อน และทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วมากขึ้นกว่าในอดีต ด้วยสาเหตุนี้องค์กรต่างๆ จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อปัจจัยจากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น ให้ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที จากการศึกษาเราอาจจะสรุปได้ว่า การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในองค์กรจะมีอยู่ 3 ลักษณะ คือ

1. การเปลี่ยนแปลงแบบปฏิวัติ (Revolutionary Change)

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่หวังผลอย่างฉับพลันทันที ซึ่งผู้บริหารมักจะใช้อำนาจและสั่งให้พนักงานปฏิบัติตามที่ตนต้องการ โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกหรือความพึงพอใจของผู้ที่เกี่ยวข้อง และมักจะเป็นการกระทำตามความต้องการของฝ่ายบริหารเพียงฝ่ายเดียว เช่นการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง ระบบงาน และโครงสร้างองค์กร เป็นต้น การปฏิวัติอาจจะมีผู้ต่อต้านมาก เพราะผลจากการเปลี่ยนแปลงอาจจะสร้างความไม่พอใจ และความรู้สึกขัดแย้งระหว่างสมาชิกกลุ่มต่าง ๆได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดความไม่ไว้วางใจ ความขัดแย้ง และไม่ให้ความร่วมมือในอนาคต

2. การเปลี่ยนแปลงแบบมีวิวัฒนาการ (Evolutionary Change)

เป็นการเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป อย่างช้า ๆ ที่เรียกได้ว่าเกือบจะอยู่ตรงกันข้ามกับวิธีการปฏิวัติ โดยปกติการเปลี่ยนแปลงแบบวิวัฒนาการในองค์กรจะไม่ก่อให้เกิดความตื่นเต้นหรือประหลาดใจมากนักในหมู่สมาชิก เพราะการเปลี่ยนแปลงจะค่อย ๆเกิดขึ้น ทำให้ผู้คนปรับตัวตามโดยไม่รู้สึกตัวว่ามีการเปลี่ยนแปลง นาน ๆ ครั้งจึงจะปรากฏว่าไปกระทบกระเทือนต่อผู้เกี่ยวข้องสักครั้ง

3. การเปลี่ยนแปลงแบบวางแผน (Planned Change)

เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ทำอย่างเป็นระบบ เพราะมีการศึกษา วิเคราะห์ และวางแผนไว้ล่วงหน้า ซึ่งจะช่วยให้องค์กรเปลี่ยนแปลงและพัฒนาไปอย่างเป็นขั้นตอน และมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีอื่น โดยเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงเข้ามาร่วมมือกับฝ่ายบริหารในการเปลี่ยนแปลง

อย่างไรก็ดี การเปลี่ยนแปลงแบบวางแผนอาจจะได้รับการต่อต้านจากบุคคลทั่วไปเหมือนกัน แต่น้อยกว่าวิธีการปฏิวัติ เนื่องจากทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจะมีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการเปลี่ยนแปลง ประการสำคัญการวางแผนเปลี่ยนแปลงจะต้องมีผู้นำที่เข้าใจอนาคต มีวิสัยทัศน์ และคิดอย่างเป็นระบบ ตลอดจนสามารถประสานงานและสื่อความเข้าใจกับสมาชิกได้ทุกคน มิเช่นนั้นอาจเสียเวลา และทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินงาน

เราจะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรในรูปแบบต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารขององค์กรนั้นต้องการจะนำรูปแบบใดมาใช้ ซึ่งเขาจะต้องตัดสินใจโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยเลือกใช้การเปลี่ยนแปลงได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมตามสภาพของสิ่งแวดล้อม และปัจจัยต่างๆในองค์กร ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการตอบสนองที่ดีจากสมาชิก หรืออาจก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ และแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารและตัวแทนการเปลี่ยนแปลง จะต้องทำการศึกษาถึงผลกระทบที่สะท้อนกลับมาอย่างรอบคอบ และหาแนวทางและวิธีแก้ไข เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงองค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าและประสบความสำเร็จได้

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนในครั้งนี้ วันที่ 19-09-2553

1. ทำให้เข้าใจเหตุผลที่ต้องมีการพัฒนา ตนเอง และองค์กรอย่างต่อเนื่อง เพราะ เนื่องจากเมื่อโลกมีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาหากเราไม่มีความเคลื่อนไหว ยังคงอยู่กับที่เราก็ไม่สามารถที่จะไปสู่กับคนอื่น สู้กับโลกภายนอกในยุคโลกาภิวัตน์ได้ เพราะการที่เราจะประสบผลสำเร็จในการที่จะทำงาน หรือ ในการประกอบธุรกิจ เราจะต้องปรับสภาพให้ทันต่อความต้องการของตลาด และต้องแข่งขันกับคู่แข่งด้วย ดังนั้นตัวบุคคลจะต้องมีการ พัฒนาความสามารถของตัวเองให้เทียบเท่ากับความต้องการของตลาดแรงงานเพื่อเอา ชนะคนอื่น ซึ่งในเชิงุรกิจก็เช่นจะต้องมีการพัฒนาองค์กรทั้งในด้าน ทรัพยากรมนุษย์โดยการฝึดอบรมเพื่อให้มีความรู้มากขึ้น เครื่องจักร ที่ทันสมัยเขามาเพื่อช่วยใน เรื่องของการเพิ่มผลผลิตและลดต้นทุน วัตถุดิบรวมถึงเรื่องของ นวัตกรรม จะต้องคิดหาแนวทางใหม่ๆสินค้าใหม่ๆ ตลอดเวลา

2. ในเรื่องของความสำคัญของการ เปลี่ยนแปลงองค์กร ถือว่าเป็นเรื่องที่ สำคัญ เป็นเรื่องของความอยู่รอดขององค์กรเลยทีเดียว เนื่องจาก ผลกำไรขาดทุนปัจจัยหนึ่งขององค์กร เพื่อให้เกิดความสมดุลเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เป็นจริงใน ปัจจุบันและอาจมองไปจนถึงอนาคต หากผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการไม่ทำอะไรเลยในโลกแห่งการเปลี่ยนแปลง กิจการก็อาจไปไม่รอดก็เป็นได้ ดังนั้นเมื่อไรที่เราเริ่มหยุดนิ่ง ไม่มีการพัฒนาตัวเอง หรือไม่เปลี่ยนแปลงตัวเอง เมื่อนั้นเราก็จะมองเห็นว่าเริ่มมีคนแซงหน้าเราไปทุกทีๆ ความประสบผลสำเร็จในหน้าที่การงานก็จะห่างเราออกไปทุกทีๆ เนื่องจากในโลกปัจจุบันคือโลกแห่งการเปลี่ยนแปลงหากเราไม่เปลี่ยนตามเราก็ ไม่สามารถที่จะไปให้ถึงซึ่งจุดหมาย ปลายทางที่เราคาดหวังได้ ครับ ฉันใดก็ฉันนั้นหากองค์กรใดไม่มีการพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงองค์กรนั้นอาจจะค่อยๆล้มสลายไปเอง

“...สรรพสิ่งทั้งปวง ล้วนอยู่ภายใต้กฎแห่งการเปลี่ยนแปลงด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้น การปฏิเสธการเปลี่ยนแปลงจึงเป็นการฝืนความเป็นจริงของกฎแห่งธรรมชาติ นั่นเอง ...”

นายสนอง ไผ่รักษา
IP: xxx.122.77.199
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 00:36:26 GMT+0700 (ICT)

นายสนอง ไผ่รักษา สาขาการจัดการ รุ่น.3

สรุปการเรียน-วันที่ 19 กันยายน 2553

วิชาการพัฒนาองค์การ

ความหมายของการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การทำให้เกิดการผสมผสานระหว่างคน และสังคม (People and Social) โครงสร้าง (Structure) วิทยาการสมัยใหม่ (Technology) ระบบงาน (Work System) ให้สอดคล้องกันวงจรในการพัฒนาองค์การ จะมีลักษณะกระบวนการย้อนกลับ โดยเริ่มจากวิเคราะห์องค์การการวางแผนปฏิบัติการ การสนับสนุนการปฏิบัติการ และการประเมินผล ตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

วัตถุประสงค์ของการพัฒนาองค์การ องค์การมีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิต คือ มีเกิดมีความเจริญเติบโตมีแก่ มีดับสูญ ดังนั้นองค์การจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้องค์การมีชีวิตที่สมบูรณ์ และมีชีวิตที่คงอยู่ยาวนานในการพัฒนาองค์การ

เป้าหมายการพัฒนาองค์การมี 6 เป้าหมายหลักได้แก่

1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากร ผลงาน คุณภาพ

2. เพื่อเพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นผลการปฎิบัติงานตามวัตถุประสงค์องค์การ

3. เพื่อปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ๆ

4. เพื่อความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นความสามารถของบุคลากรในองค์การ

5. เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การทั้งระบบ

6. เพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

การพัฒนาองค์การมีจุดสำคัญสร้างความมั่นคงในองค์การสามารถพัฒนาองค์การได้ 3 ระดับ

1. ระดับบุคคล (Individual Level)

2. ระดับกลุ่ม (Group Level)

3. ระดับองค์การ (Organization Level)

กระบวนการในการพัฒนาองค์การ

1. การรวบรวมข้อมูล (Data collection)

2. การวินิจฉัยเบื้องต้น (Initial diagnosis)

3. การพิสูจน์ข้อมูล (Data confrontation)

4. การวางแผนการปฏิบัติงาน (Action planning)

5. การสร้างทีมงาน (Team building)

6. การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่ม (Intergroup development)

7. การประเมินและติดตามผล (Appraisal and follow – up)

เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การเน้นหลักเพื่อความอยู่รอดและความมีเหตุมีผลขององค์การตามลักษณะการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงได้ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย (Purpose Change) มุ่งเน้นการกำหนดพันธกิจ วัตถุประสงค์ขององค์การให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ (Objectives Change) มุ่งเน้นการกำหนดหรือขยายเป้าหมายการปฎิบัติงานที่เฉพาะเจาะจง

3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ (Strategies Change) เพื่อทำความชัคเจน สร้างแผนกลยุทธ์ แผนปฎิบัติงานขึ้มาใหม่

4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม (Culture Change) มุ่งเน้นการทำความชัดเจนในคุณค่าความเชื่อ และค่านิยม

5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล (People Change) มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงบุคลากรในองค์การสามารถดำเนินการได้จากการคัดเลือก การรับสมัคร

6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ (Task Change) มุ่งเน้นการออกแบบงานของบุคลากรแต่ละคนแต่และกลุ่มให้ทันสมัย

7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง (Structure Change) มุ่งเน้นการออกแบบองค์การการประสานงานให้ทันสมัยเพื่อให้การดำเนินงานเกิดความยืดหยุ่นและคล่องตัวมากที่สุด

8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี (Technology Change) มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลง การปรับปรุง เครื่องมือ สิ่งอำนวยความสะดวก กลไกการไหลเวียนของงานให้เกิความคล่องตัว

สรุป การพัฒนาองค์การ หมายถึง ความพยายามอย่างมีแผนและต่อเนื่อง เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้งระบบ โดยมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การ ทั้งนี้ต้องได้รับความเห็นชอบและสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงและต้องใช้เครื่องมือและเทคนิคทางด้านพฤติกรรมศาสตร์ ประกอบกระบวนการแก้ปัญหาอย่างมีระบบเชิงวิทยาศาสตร์

ไรวินท์นาถ วริทธ์ธนิน
IP: xxx.24.87.54
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 01:26:35 GMT+0700 (ICT)

สิ่งที่ได้เรียนวันนี้คือวิชา การพัฒนาองค์กร JOURNAL ANALYSIS SINGLE แนวคิดการเปลี่ยนแปลง ต้องก้าวตามให้ทันโลกปัจจุบันต้องทำ3อย่างให้ได้ คือ

- Descriptive mend mind

- Computer

- eight

แนวคิดการวางแผน จะได้รู้ถึงปัญหาและการแก้ไขเพื่อไปเป็นหัวหน้างาน หรือเจ้าขอกิจการ

ทำไมต้องพัฒนาองค์กร เพราะเวลาเปลี่ยนแปลง พฤติกรรมก็เปลี่ยนตามไปด้วยเพื่อให้ก้าวทันตามยุคสมัยปัจจุบันและความต้องการของคนไม่มีที่สิ้นสุดจึงมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

- องค์กรเป็นสิ่งมีชีวิตการบริหารทำงานด้วยคน จึงมีชีวิตและเป้าหมายในการพัฒนาองค์กรคือ ประสิทธิภาพและ

ประสิทธิผล ประสิทธิภาพคือเน้นด้านเงินคาดหวังด้านตัวเลข ประสิทธิผลคือเน้นเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่วางไว้

- การปรับปรุงองค์การหรือ OD เน้นความเสมอภาพเช่น เน้นคนในองค์กร มีสุขภาพดี มีสิทธิความเป็นมนุษย์เน้นคนทำงานเป็นหลักในหน้าที่ต่างๆการใช้องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับบุคคล อำนาจ หน้าที่ ลักษณะงานที่แตกต่างกัน

รากฐานของการออกแบบกิจกรรมไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธ์สตร์การให้ความรู้ที่มีการพัฒนาที่ชัดเจน เช่น การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

เป้าหมายของการพัฒนาองค์กร คือ

- เพิ่มประสิทธิภาพให้กับองค์กร

- เพิ่มประสิทธิผลให้กับองค์กร

- ปรับปรุงองค์กร

- ความสมบูรณ์ขององค์กร

- เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมขององค์กร

- เพิ่มขีดความสามารถของคนในองค์กร

เป้าหมายของการพัฒนาองค์กรคือทำให้เกิดความสามัคคีและมีความคิดไปในแนวทางเดียวกันโดยผ่านคนเป็นสำคัญ การพัฒนาองค์กรต้องมี

Input ปัจจัยเข้า

Output ปัจจัยออก

Outcome ผลลัพธ์หรือ OD

เข้ามาประยุกต์ใช้ร่วมกันโดยใช้ศาสตร์และศิลป์มาใช้เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลเพื่อให้องค์ กรประสบเป้าหมายตามที่วางไว้เน้นความเสมอภาคของความเป็นมนุษย์ ความรู้ของคนในองค์กร

OD ต่างกับOC ในเรื่อของคุณค่าและสมมุติฐาน พื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงทางเชิงกลยุทธ์ รูปแบบ โครงสร้าง ราฐานและกรอบแนวความคิดและการวิเคราะห์ กระบวนการ วัฒนธรรม

องค์ประกอบประกอบด้วย 3 มิติ

องค์กร Organize

กลุ่ม Group

คน Indendual

เน้นบรรยากาศสภาพองค์กรปัจจุบันบรรยากาศที่พึงปรารถนากระบวนการพัฒนาต้องมีการตรวจวินิจฉัยองค์กร วางแผนและจัดลำดับความสำคัญและทำ KPI ตัวชี้วัดขีดความสามารถของคน

Principle of organization change

คุณค่าและข้อสมมุติฐาน

- ความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์การ

- ผู้ถือหุ้นขององค์การ

- เกิดความพึงพอใจสูงสุด

- เกี่ยวข้องกับการแข่งขันขององค์การที่เป็นรูปธรรม

ข้อสมมุติฐาน

- เป็นความจำเป็นที่สุดขององค์กร พนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นต่างๆขององค์การนั้นๆ

- องค์กรจะอยู่ได้โดยการจัดหาผลตอบกลับจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้น การจัดการทางการเงินที่เหมาะสมขององค์ การเป็นสำคัญมากกว่าการมีส่วนร่วม

กลยุทธ์ต้องสำเร็จเป้าหมายเป็นสำคัญรากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมโดยมีแรงผลักดัน โดยยุทธ์ศาสตร์องค์การการดำเนินงานการแปเลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

Principle of process

- ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลง

- ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง หาวิธีการลดความขัดแย้ง

- กำหนดวัตถุประสงค์ ประเมินสภาพการก่อนลงมือทำ scan

- เปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรผ่าน คน เป็นสำคัญ

- ประเมินวิธีการให้เป็นมาตรฐานและปรับให้ดีขึ้น

เทคนิคการเปลี่ยนแปลง

- บนลงล่างฟังคำสั่งคนเดียว

- ล่างขึ้นบน ช่วยระดมหาแนวทางเสนอความคิด

Understanding and predicting of oc

- ความอยู่รอด

- โครงสร้างโดยการกระจายอำนาจ

- ผู้บริหารต้องมีโครงสร้าง เช่น อายุ การทำงาน

- ระดับและการเปลี่ยนปลง

- ลักษณะเฉพาะของสภาพแวดล้อมให้ชัดเจน

นายมาโนช จันทร์เพ็ญ
IP: xxx.25.150.179
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 09:12:12 GMT+0700 (ICT)

สรุปวิชาการพัฒนาองค์กร

นายมาโนช จันทร์เพ็ญ B5220130 สาขาการจัดการ รุ่นที่ 2

สรุปการเรียนของวันที่ 19 กย. 2553

ความหมายของการพัฒนาองค์การ คือ เพื่อชี้ให้เห็นอิทธิพลของสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อองค์การต่างๆ ดังนักวิชาการได้อธิบายความหมายคือการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์แบบขององค์การโดยนำความรู้ทางด้านสาขาวิชา จิตวิทยา สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา เป็นต้น เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์การเพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ

ความสำคัญของการพัฒนาองค์การ จะเน้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค แนวความคิดและการวิเคราะห์ การพัฒนาองค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ในลักษณะสหวิทยาการเพื่อ ทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับคน กลุ่ม และหน้าที่ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

ระดับบุคคล บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

ระดับกลุ่ม กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

ระดับองค์การ ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การแบ่งกลุ่มระดับการเปลี่ยนแปลงเป็น 4 ระดับ คือ การเปลี่ยนแปลงระดับความรู้ ทัศนคติพฤติกรรมและการปฏิบัติงานของกลุ่มและองค์การและจำแนกเทคนิคการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 6 ขั้นตอนหลักๆ จำแนกสภาพแวดล้อมภายนอกออกเป็นด้านต่างๆ กำหนดเวลา ศึกษาสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ ที่เลือกไว้ว่ามีความสำคัญ ในห้วงเวลาที่กำหนดไว้ และวิเคราะห์เชื่อมโยงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสาธารชน ผู้มีส่วนได้เสียขององค์การ โดยใช้กลยุทธ์ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 2 แนวทาง คือ มองจากปัจจุบันสู่อนาคตและอนาคตย้อนหลังสู่ปัจจุบัน เพื่อมองหาแนวทางที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์ในสภาพแวดล้อม

นางสาวน้ำทิพย์ จันทร์เพ็ญ
IP: xxx.25.150.179
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 09:20:52 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียวันที่ 19 กันยายน  2553

วิชาการพัฒนาองค์การ

นางสาวน้ำทิพย์  จันทร์เพ็ญ  B5220115  สาขาการจัดการ  รุ่น 2

สรุปการวันนี้ ดร.ยงยุทธ ได้ผู้ถึงความหมายความของการพัฒนาองค์กร (Organization Development) หรือที่เรียกว่า O.D. เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหาในองค์การที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาองค์การเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เจริญก้าวหน้า หรือดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อทำให้องค์การมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลโดยการสร้างปัจจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาให้สอดคล้องตามเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ขององค์การ

วัตถุประสงค์ของการพัฒนาองค์การ องค์การมีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิต คือ มีเกิดมีความเจริญเติบโตมีแก่ มีดับสูญ ดังนั้นองค์การจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม เพื่อให้องค์การมีชีวิตที่สมบูรณ์ และมีชีวิตที่คงอยู่ยาวนานในการพัฒนาองค์การ

วิธีการในการพัฒนาองค์การ รูปแบบสามขั้นตอนของ Kurt Lewin ซึ่งประกอบด้วยการละลายพฤติกรรม (Unfreezing)การเปลี่ยนแปลง (Changing) การดำรงพฤติกรรมใหม่ (Refeezing)

คุณลักษณะที่สำคัญของการพัฒนาองค์การ การพัฒนาควรจะมีการพัฒนาทุกส่วนขององค์การ มีการเปิดโอกาสให้สมาชิกในองค์การได้ใช้ศักยภาพ หรือสติปัญญาอย่างเต็มที่ ซึ่งจะทำให้ลดปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในองค์การ การพัฒนาองค์การจะต้องสอดคล้องกับสภาพแวดล้อม

การเปลี่ยนแปลงองค์กรคือจากสภาพหนึ่งในปัจจุบันไป สู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคต ที่เรากำหนดไว้เพื่อปรับตัว และหลังจากการเปลี่ยนแปลงองค์กร สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงตาม เมื่อทัศนคติเปลี่ยน พฤติกรรมของคนก็เปลี่ยน ทุกคนในองค์กรเปลี่ยนก็ส่งเสริมให้พฤติกรรมของกลุ่มเปลี่ยนด้วยแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์กร แตกต่างกันไปตามรูปแบบตามยุค ตามสมัยของสังคม เช่น ลักษณะและปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงและลักษณะการเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลง

 

พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการได้ 5 ขั้นตอน คือ

1. ขั้นตอนการพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์

2. ขั้นประเมิณช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์และกลยุทธ์

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

5. ขั้นประเมิณวิธีการที่จะดำเนินการ

โดยกระบวนการตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงนี้พิจารณาจากลักษณะสภาพแวดล้อมขององค์การ ระดับการเปลี่ยนผลของการปฏิบัติงาน ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารระดับสูง กลยุทธ์การจัดการ และคุณลักษณะโครงสร้างขององค์การ คือต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านเวลา ด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านความเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงขององค์การ

 

จริญญา เลิศถาวรสิน
IP: xxx.25.218.76
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 15:58:02 GMT+0700 (ICT)

สรุปเรียนวันอาทิตย์ที่ 19/09/10 วิชาการพัฒนาองค์การ

โดยนางสาวจริญญา เลิศถาวรสิน รุ่น 1 สาขาการจัดการ

ความหมายและแนวคิดในการพัฒนาองค์การ กล่าวได้ว่า เป็นกระบวนการแสวงหาสิ่งใหม่ๆ เพื่อมาพัฒนาความสามารถให้องค์การมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อให้องค์การมีคน กลุ่มคน และองค์การที่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายในองค์การได้

แนวคิดในการพัฒนาองค์การ มี 6 เป้าหมาย คือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งให้เกิดการใช้ทรัพยากรที่มีที่มีอยู่ใช้อย่างมีคุณภาพและผลงานมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งให้เกิดการปฎิบัติงานให้ได้ตามเป้าหมายขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ เพื่อปรับความสมดุลขององค์การ ให้องค์การมีความคิดสร้างสรรค์และมีการนำวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ในองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งพัฒนาและส่งเสริมให้คนกับองค์การพัฒนาไปพร้อมกัน

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ เป็นการเน้นให้องค์การมีการพัฒนาอย่างมีแบบแผนของการเปลี่ยนแปลงในทุกๆด้าน

6. เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน โดยใช้คนเป็นหลักในการเพิ่มประสิทธิภาพความสามารถในการแข่งขัน

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน เป็นการให้ความสำคัญกับคุณค่าของคนและความเสมอภาคในการพัฒนา

คุณค่า สิทธิความเป็นคน

ข้อสมมติฐาน คนที่มีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นสำคัญ และมีแรงจูงใจในการทำงาน

คุณค่า ของความเสมอภาค

ข้อสมมติฐาน คนมีสิทธิในการร่วมการตัดสินใจและผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลง

2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ โดยมีพี้นฐานของกระบวนการทางมนุษย์ เช่น คน/กลุ่ม หน้าที่

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ โดยให้ความรู้กรพัฒนาอย่างชัดเจน

การพัฒนาองค์การ แบ่งได้ 3 ระดับ โดยเน้นความขีดความสามารถเป็นหลัก

1. ระดับบุคคล คนถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าขององค์การ

2. ระดับกลุ่มหรือฝ่าย/แผนก เป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อคนจะช่วยให้คนมีการตอบสนองความต้องการของตนเอง เพื่อช่วยสนับสนุนให้ได้ตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. ระดับองค์การ เพื่อช่วยในการมีความสัมพันธ์กันในระหว่างองค์การ และด้านต่างๆ

แนวคิดพื้นฐานกระบวนการพัฒนาองค์การ โดยมุ่งเน้นว่า ทำอะไรก็ได้เพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายในอนาคต

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ

2. การวินิจฉัยองค์การ

3. การออกแบบ

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์การ

รากฐานแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

- โดยเน้นความอยู่รอดและมีเหตุผลขององค์การ เป็นความจำเป็นที่สุดขององค์การ

- เพื่อให้เกิดความพึงพอใจสูงสุด โดยองค์การจะจัดสรรและหาผลตอบแทนให้กับองค์การ

2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

- การมีพื้นฐานด้านกลยุทธ์ และการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ และความสอดคล้องของคนในองค์การ

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การ เป็นขั้นตอนในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคน

1. ขั้นของการความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมาย

2. ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง คือ ช่องระหว่างปัจจุบันกับอนาคต

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ คือ การวางแผนงานเป็นขั้นตอน

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ โดยผ่านคนเป็นหลักในการฝึกอบรมหรือฝึกปฎิบัติ

5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ

การตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1. ลักษณะสภาพแวดล้อมองค์การ

2. ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลการปฎิบัติงานขององค์การ

3. ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารสูงสุดขององค์การ

4. กลยุทธ์องค์การ

5. ลักษณะเฉพาะโครงสร้างองค์การ

รูปแบบการเปลี่ยนแปลง 3 ขั้นตอน

- ขั้นตอนการละลายพฤติกรรม

- ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลง

- ขั้นตอนของการสร้างพฤติกรรมใหม่

รูปแบบการสร้างจุดสำคัญในการเปลี่ยนแปลง ของ Michael Kotton มี 8 ขั้น

1. สร้างความรู้สึกของความเร่งด่วน

2. สร้างแนวทางการร่วมมือ

3. พัฒนาวิสัยทัศน์และกลยุทธ์

4. สื่อสารถึงการเปลี่ยนวิสัยทัศน์

5. ให้อำนาจพนักงานปฎิบัติงานอย่างอิสระ

6. กำหนดความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น

7. สร้างความก้าวหน้าและการนำเสนอเพื่อความแข็งแรงมากว่าการเปลี่ยนแปล’

8. ยึดเหนี่ยวในวิธีการใหม่ๆ ในวัฒนธรรม

แนวคิด ** สิ่งที่เราคิดอาจจะไม่ถูกต้องเสมอไป หน้าที่เราจะต้องวินิจฉัยออกมาว่า “ สิ่งที่เราคิดมันถูกต้อง “

** การจัดระดับความสำคัญและออกแบบการกำหนดแผนจะมี KPI เป็นเครื่องช่วยชี้วัด

** การเปลี่ยนแปลง เน้นความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์การ

** หน้าที่ของผู้บริหารถ้าเห็นภาพได้ชัดเจนเท่าไร จะสามารถพัฒนาองค์การได้อย่างดี

** คนต้องการสิ่งที่ดีที่สุด มีความต้องการไม่จำกัด

นางสาวรัตน์ณาพร เพชรปานกัน
IP: xxx.122.140.14
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 16:32:05 GMT+0700 (ICT)

จากการเรียนในวันอาทิตย์นี้อาจารย์สอนให้ทราบถึงความหมายของการพัฒนาองค์การคือความพยายามในการเปลี่ยนแปลงอย่างมีแผนที่มุ่งเปลี่ยนแปลงองค์การทั้งระบบโดยเริ่มจากผู้บริหารระดับสูงลงมาเพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพและประสิทธิผลความเจริญเติบโตให้กับองค์การและต้องการหาแนวทางในการเปลี่ยนแปลงองค์การจากสภาพที่เป็นอยู่ไปสู่สถาพที่ได้รับพัฒนาที่ดี ทั้งนี้เป้าหมายของการพัฒนาองค์การสามารถแบ่งออกเป็นเป้าหมายหลักดังนี้

1.เพิ่มประสิทธิภาพองค์การ

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. ปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ

6. เพิ่มความสามรถทางการแข่งขัน

ความแตกต่างระหว่างประสิทธิภาพและประสิทธิผล ประสิทธิภาพขององค์กรคือเน้นในด้านการเงิน ตัวเลข ส่วนประสิทธิผลเน้นในด้านของบุคคลให้บรรลุจุดประสงค์

การพัฒนาองค์กรมีจุดเน้นสำคัญในการสร้างความมั่นคงในองค์การโดยมีรากฐานแนวคิดต่างเป็นองค์ประกอบสำคัญคือ

1.ด้านคุณภาพและสมมติฐาน ด้านคุณค่าคือสิทธิความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคส่วนสมมติฐานคือสุขภาพที่แข็งแรงของคนและระบบแรงจูงใจ สิทธิในการร่วมตัดสินใจต่อผลกระทบจะได้รับการเปลี่ยนแปลง

2. ด้านกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ คือพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์เช่นจิตวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ฯลฯ คน/กลุ่ม หน้าที่

3.ด้านกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรม คือการไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การการให้ความรู้ที่มีการพัฒนาที่ชัดเจน เช่น การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

การพัฒนาองค์กรแบ่งได้ 3 ระดับคือ 1. ระดับบุคคล ,2.ระดับกลุ่มหรือฝ่าย, 3. ระดับองค์กร

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การมีดังนี้

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์กร

2. การวินิจฉัยองค์การ

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

4. การดำเนินการพัฒนาองค์กร

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์กร

การเปลี่ยนแปลงองค์การสามารเปลี่ยนได้ 3 ลักษณะคือ 1. โดยวิธีปฏิวัติ ,2. วิธีวิวัฒนาการ, 3.การวางแผนไว้ล่วงหน้า

เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งได้ดังนี้

1.ความมุ่งหมัน 2. วัตถุประสงค์

3.กลยุทธ์ 4.วัฒนธรรม

5.บุคคล 6. ภารกิจ

7.โครงสร้าง 8.เทคโนโลยี

ด้านคุณค่าและข้อสมมติฐาน ของการเปลี่ยนแปลงคือด้านคุณค่าคือความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์การผู้ถือหุ้นของอองค์การเกิดความพึงพอใจ ส่วนสมมติฐานเป็นความจำขององค์การคือพนักงานองค์การจะอยู่ได้โดยการจัดการผลตอบกลับจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้น

ด้านกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์คือพื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และรูปแบบของความสอดคล้องกัน

ด้านกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงคือแรงผลักดันโดยยุทธศาสตร์องค์การ การดำเนินงาน ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารแบ่งได้ 5 ขั้นตอน

1. ขั้นตอนของความหมายเปลี่ยนแปลง

2. ขั้นตอนประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นตอนการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่ปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

4. ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การโดยวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบ

ใหม่และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์ 5 ขั้น ประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

การตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงองค์การจำเป็นต้องพิจารณาถึงโครงสร้างและปัจจัยต่างๆ 5 ประการคือ

1. ลักษณะเฉพาะสภาพแวดล้อมองค์การ

2. ระดับการเปลี่ยนแปลงผลปฏิบัติงาน

3. ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารระดับสูง

4. กลยุทธ์องค์การ

5. คุณลักษณะเฉพาะโครงสร้างองค์การ

เทคนิคในวิธีการดำเนินการเปลี่ยนแปลงมี 2 วิธี

1. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม

2. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ

กระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์การสรุปได้ 3 ขั้นตอน (Kurt Lewin’s Three Step Chang Model)

1. ขั้นตอนการละลายพฤติกรรม

2. ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลง

3. ขั้นตอนของการสร้างพฤติกรรมใหม่หรือการควบคุม

กฎการวิเคราะห์สนามพลังการเปลี่ยนแปลง(Modern Field of Law Enforcement) เป็นแนวคิดเชิงระบบที่กระบวนการสามารถดำเนินไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบคือ

1. The Future (อนาคต) การกำหนดความชัดเจนในวิสัยทัศน์

2. The Present (ปัจจุบัน) การเปลี่ยนแปลงด้วยการคิดนอกกรอบแนวความคิดเดิม

3. The Delta /Change (การเปลี่ยนแปลง) การเปลี่ยนแปลงองค์การเป็นความเสี่ยง

รูปแบบการสร้างจุดสำคัญในการเปลี่ยนแปลง (Michael kotter’s Eight Points Model) มีอยู่ 8 ขั้นตอน

1. การสร้างความรู้สึกเร่งด่วน

2. การสร้างแนวทางการร่วมมือ

3. พัฒนาวิสัยทัศน์และกลยุทธ์

4. สื่อสารถึงการเปลี่ยนวิสัยทัศน์

5. ให้อำนาจพนักงานปฏิบัติงานอย่างอิสระ

6. กำหนดความสำเร็จในระยะเวลาอันสั้น

7. สร้างความก้าวหน้าและการนำเสนอเพื่อความแข็งแกร่ง

8. ยึดเหนี่ยวในวิธีการใหม่ๆ ในวัฒนธรรม

นางสาวรัตน์ณาพร เพชรปานกัน

การจัดการรุ่นที่ 3

พรมรินทร์ พอนไธสงค์
IP: xxx.168.84.60
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 20:34:41 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนวันอาทิตย์ที่ 19/09/10 วิชา การพัฒนาองค์การ โดย พรมรินทร์ พอนไธสงค์ การเปลี่ยนแปลงองค์กรคือจากสภาพหนึ่งในปัจจุบันไป สู่ในอนาคต ที่เรากำหนดไว้เพื่อปรับตัว และหลังจากการเปลี่ยนแปลงองค์กร สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงตาม เมื่อทัศนคติเปลี่ยน พฤติกรรมของคนก็เปลี่ยน ทุกคนในองค์กรเปลี่ยนก็ส่งเสริมให้พฤติกรรมของกลุ่มเปลี่ยนด้วยแนวคิดของการ เปลี่ยนแปลงองค์กร แตกต่างกันไปตามรูปแบบตามยุค ตามสมัยของสังคม เช่น ลักษณะและปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงและลักษณะการเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลง องค์กร สรุปได้อีกอย่างหนึ่งว่าองค์กรเปลี่ยนไป สังคมเปลี่ยนไปหรือโลกเปลี่ยนไป จึงทำให้พฤติกรรมของมนุษย์เปลี่ยน ตามไปด้วยและความต้องการของมนุษย์ เปลี่ยนไป จึงหาความพึงพอใจสูงสุดของคนไม่ได้ เพราะองค์กรมีชีวิต เพราะมีบุคคลในองค์กรนั่นเอง การพัฒนาองค์กร ก็คือ การมุ่งเน้นไปที่ตัวของมนุษย์นั่นเองแต่ก็ข้อแตกต่าง ระหว่าง OD และ OC OD เน้นความเสมอภาคสิทธิของบุคคลคือสิ่งที่ทำในปัจจุบันและในอนาคต ส่วน OC เน้นความอยู่รอดขององค์กรเป็นหลัก การพัฒนาองค์การถือได้ว่าเป็นเทคนิคในการเปลี่ยนแปลงองค์การ ที่จะก่อให้เกิดผลดีแก่องค์การอย่างมาก แต่ในการพัฒนาองค์การนั้น องค์การก็จะต้องมีการพิจารณาการเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับองค์การ เพราะการพัฒนาองค์การจะต้องเผชิญกับการเมืองในการเปลี่ยนแปลงองค์การ ปัญหาด้านวัฒนธรรมขององค์การ ปัญหาด้านวัฒนธรรมของสังคม หรือประเทศ และปัญหาเกี่ยวข้องกับจริยธรรม หรือการกระทบสิทธิส่วนบุคคลของคนที่ทำองค์การ การเลือกเปลี่ยนแปลงองค์การโดยใช้ OD. เป็นแนวทางจึงเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาถึงปัญหาต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นเหล่านี้ด้วย ส่วนตัวของพนักงานคือส่วนเติม เพราะการเปลี่ยนแปลงคือการประเมินสภาพแวดล้อม คือเน้นองค์กร อยู่รอด แต่ทุกอย่างจะสำเร็จก็ต้องอาศัยคนเป็นหลักทุกอย่างไม่ว่าจะพัฒนาองค์กรหรือ การเปลี่ยนแปลงองค์กร จุดสำคัญก็คืออยู่ที่ตัวของมนุษย์หรือพฤติกรรมของมนุษย์นั่นเอง แต่ความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์ก็ต้องนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับพฤติกรรมของมนุษย์ ด้วยเช่น สังคมวิทยา ,จิตวิทยา และมนุษย์วิทยา ทุกอย่างต้องเชื่อมโยงกันจึงจะบรรลุเป้าหมายที่องค์กรนั้นๆตั้งไว้ ื์

ชฎาพร ทองโปร่ง
IP: xxx.89.149.77
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 21:33:47 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนวันอาทิตย์ 19 กันยายน 2553

การพัฒนาองค์การ

โลกปัจจุบันมีการพัฒนาก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กร ทำให้องค์กรและหน่วยงานทั้งหลายต้องปรับท่าทีเพื่อความอยู่รอด

องค์กรเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เครื่องจักร โดยคนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ ซึ่งคนไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นทุนมนุษย์เพราะในตัวคนมีทักษะและประสบการณ์ที่ก่อให้ เกิดความชำนาญซึ่งเป็น ทุนความรู้ จำเป็นต้องสร้างค่านิยมขององค์การและวัฒนธรรมองค์การที่ดี

เป้าหมายเน้นไปในการเพิ่มประสิทธิภาพคุณภาพของงาน (ตัวเงิน) ประสิทธิธิผล เน้นผลสำเร็จของงาน ตามเป้า(เรียนได้ตามเป้าหมาย,ชิ้นงานได้ตามเป้า)

คุณค่าเน้นสิทธิความเป็นมนุษย์(คนที่มีสุขภาพแข็งแรง,มีการจูงใจ)

การให้ความรู้ที่ชัดเจน เช่นการเปลี่ยนทัศคติ

การพัฒนาองค์การ หรือเรียกว่า 0D เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหาในองค์การที่มีประสิทธิภาพ องค์การมีลักษณะเหมือนสิ่งมีชีวิต คือ มีการเกิดมีความเจริญเติบโตมีแก่ มีดับสูญ ดังนั้นองค์การจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อม

วิธีการพัฒนาองค์การ รูปแบบสามขั้นตอน ซึ่งประกอบด้วยการละลายพฤติกรรม,การเปลี่ยนปลง,การดำรงพฤติกรรมใหม่ คุณลักษณะให้องค์การใช้สติปัญญาอย่างเต็มที่ ลดปัญหาความขัดแย้ง จะต้องสอดคล้องกับสภาแวดล้อม ลักษณะ องค์การที่สิทธิภาพหรือองค์สุขภาพที่ดี ทุกคนทำงานโดยมีเป้าหมาย

สรุป ในโลกที่เปลี่ยนอย่างรวดเร็วนั้น ความรู้ ซึ่งหมายถึง สารสนเทศผนวกกับทักษะประสบการณ์ของบุคลากร ความรู้เป็นตัวสร้างมูลค่าเพิ่มขององค์การ ที่พร้อมจะถูกนำไปใช้ประโยชน์ในองค์การ ในการบริหารความสำเร็จจำเป็นต้องขยายผลจากการทำให้วิสัยทัศน์มีความชัดเจน ซึ่งจะเพิ่มความกระตือรือร้นขององค์การในการเรียนรู้ สร้างความรู้และเพิ่มพูนสมรรถนะที่จะก่อเกิดความก้าวหน้าในการดำเนินกิจการไปสู่เป้าหมายร่วมกันขององค์การ ประสิทธิภาและประสิทธิผลขององค์การ ขึ้นอยู่กับความสามารถของบุคลากรในองค์กร ในการเรียนรู้ถึงสถานการณ์ แนวคิด เทคนิคการดำเนินงาน นวัตกรรม และเทคโนโลยีต่างๆ การเรียนรู้จากประสบการณ์ ซึ่งกันและกัน ภายในองค์การ เราต้องสร้างตัวเร่งในขับเคลื่อนให้สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์การให้เจริญก้าวหน้า

สุวิสา สร้างเสาร์
IP: xxx.89.149.77
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 21:36:11 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียน วันที่ 19/09/53

วิชา การพัฒนาองค์การ (อ. ดร. ยงยุทธ ยศยิ่งยง)

นางสุวิสา สร้างเสาร์ สาขาการจัดการ รุ่นที่ 1

การพัฒนาองค์การ เป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เจริญก้าวหน้า หรือดีกว่าเดิม เพื่อทำให้องค์การมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลโดยการสร้างปัจจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาให้สอดคล้องตามเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ขององค์การ

แนวคิดของการพัฒนาองการคือ การใช้ศาสตร์หลายๆแขนงเข้ามาเพื่อพัฒนาองค์การอย่างมีกระบวนการและการวางแผนอย่างมีประสิทธิผลเพื่อทำให้องค์การพัฒนาก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพ

* โดยสรุปแนวคิดในการพัฒนาองค์การได้ 6 เป้าหมายหลักๆคือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ตรามหลักเศรษฐศาสตร์คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด แต่ด้านการพัฒนาองค์การแล้วดูที่ผลลัพธ์ นั่งคือคือตัวเลขของกำไรที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนลดลง หลังจากที่ได้

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ เน้นที่การทำงานได้สำเร็จลุล่างตามที่ได้วางแนวคิดและแนวทางการปฏิบัติเอาไว้อย่างดีเยี่ยมและสมบูรณ์

3. การปรับปรุงองค์การ คือการเดินตามความล้ำหน้าของเทคโนโลยีให้ทันและนำประโยชน์จากกเทคโลโนยีเหล่านั้นนำมาประยุกต์ใช้กับองค์การของเราให้เกิดประโยชน์และนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเกิดความก้าวหน้าที่ดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือการเพิ่มความสามารถให้กับระดับตัวบุคคล กลุ่ม และเสริมสร้างความรู้ให้กับบุคลากรเพื่อนำความรู้ความสามารถใหม่ๆที่ได้มาใช้ความคู้กับการพัฒนาขององค์การ สร้างความสามัคคีในองค์การ และปลูกฝังให้พนักงานรับองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและนวัตกรรมขององค์การ คือการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีแบบแผนและระบบ เพื่อให้มีการเปลี่ยนรูปแบบเดิมๆขององค์การไปสู่แนวทางที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ อุดมการความคิดและการกระทำของพนักงาน ตลอดจน นำเอาวิทยาการใหม่ๆเข้ามาแทนที่ของเก่า ในทุกๆด้านในทุกกระบวนการของ

6. การเพิ่มขีดความสามารถขององค์การ โดยกระทำผ่านทางคน นั่นคือการวางกลยุทธ์ ทางด้านต่าเพื่อเพิ่มความสามารในการแข่งขันขององค์การให้ได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง

* การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

1. ระดับบุคคล บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีความสำคัญสำหรับองค์การซึ่งมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานอันเป็นประโยชน์ต่อ

องค์การความสำคัญของการพัฒนาคน ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและยั่งยืนที่สุดเมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนประเภทอื่นๆ ทั้งนี้

เพราะความสำเร็จขององค์กรขึ้นอยู่กับศักยภาพของบุคลากร องค์กรใดหากมีทรัพยากรบุคคลที่มีความสามารถสูง มีคุณธรรม

จริยธรรม ย่อมสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน นำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จตามวิสัยทัศน์ พันธกิจ กลยุทธ์และเป้า

หมายที่ต้องการได้อย่างยั่งยืน องค์กรทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในยุคปัจจุบัน จึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรให้เป็นทั้งคนดี

และคนเก่ง

*การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับบุคคล มุ่งพัฒนาบุคลากรให้ตระหนักถึงความจำเป็นในการพัฒนาตนเอง เพื่อเพิ่มความรู้ความ

สามารถและประสิทธิภาพในการทำงานให้ สามาถดำรงตนอยู่ในสังคมได้ เป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว องค์กร สังคม และประเทศ

ชาติ

สำหรับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในองค์กร แต่เดิมเป็นเรื่องของการพัฒนาภายนอก คือ มุ่งพัฒนาที่ความรู้ ทักษะ เพื่อเปลี่ยน

แปลงพฤติกรรมในการทำงานให้ดีขึ้น แต่การพัฒนาแนวใหม่กลับให้ความสำคัญกับการพัฒนาจากองค์ประกอบภายในสู่ภายนอก

(Inside Out Development Approach ) นั่นก็คือ หากต้องการให้การพัฒนาบุคลากรได้ผลสัมฤทธิ์ตามที่มุ่งหวัง การพัฒนา

ทรัพยากรมนุษย์ควรให้ความสำคัญกับการพัฒนาแรงขับภายในตัวบุคคล เช่น ทัศนคติ ค่านิยม แรงจูงใจ และอุปนิสัย เป็นการ

พัฒนาจากจิตใจเพื่อให้บุคลากรปรับเปลี่ยนวิธีคิด ค่านิยม ความเชื่อ รู้จักค้นคว้าศึกษาหาความรู้และพัฒนาทักษะด้วยตนเองเพื่อ นำ

ไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้อย่างถาวรและเกิดการพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

2. ระดับกลุ่ม

เป็นกระบวนการพัฒนากลุ่มบุคคลที่ทำงานด้วยกัน เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นได้เรียนรู้ว่าจะทำอย่างไรจึงสามารถทำงานให้บรรลุเป้า

หมายทั้งของตนเองและกลุ่มหรือองค์การในขณะเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิผลและประสิทธิภาพ การสร้างทีมงานจึงเป็นความ

พยายามที่จะช่วยให้กลุ่มแก้ปัญหาของตนเองด้วยความเต็มใจ สมัครใจ โดยปราศจากอคติและข้อบาดหมางส่วนบุคคล เพื่อให้เกิด

ผลสำเร็จของหมู่คณะ หรือเป้าหมายของกลุ่ม ดังนั้นส่วนสำคัญของการสร้างทีมงานก็น่าจะได้แก่ ความสามารถในการวิเคราะห์

ปัญหาของหัวหน้างาน และการช่วยกันแสวงหาแนวทางในการแก้ปัญหาเพื่อให้ทีมงานสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ระดับองค์การ

การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในระดับองค์การ มุ่งพัฒนาคนให้เกิดความเชี่ยวชาญที่สามารถทำงานให้แก่องค์การได้อย่างมีผลิตภาพ

สูงและพร้อมรับการขยายตัวและการเปลี่ยนแปลงในอนาคต การพัฒนาระดับนี้จึงจะเป็นเรื่องของการบูรณาการระหว่าง การพัฒนา

บุคคล การพัฒนาอาชีพ และการพัฒนาองค์การ เพื่อมุ่งเน้นการพัฒนาจากการเรียนรู้ของบุคคลไปสู่ทีมการเรียนรู้และองค์กรแห่ง

การเรียนรู้ไปพร้อมกัน องค์กรจึงจะพัฒนาไปสู่ความสำเร็จในการแข่งขันระดับโลกาภิวัฒน์ได้

**สรุปได้ว่า การ พัฒนาองค์กร หมายถึง ความพยายามอย่างมีแผนและต่อเนื่อง เพื่อก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั่วทั้งระบบ โดย

มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์กรเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลขององค์ารและเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทาง

การแข่งขัน ทั้งนี้ ต้องได้รับความเห็นชอบและสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูงและต้องใช้เครื่องมือ และเทคนิคทางด้านพฤติกรรม

ศาสตร์ ประกอบกระบวนการวิจัยเชิงแก้ปัญหาเป็นแม่แบบ

บุพผา สิธิลักษณ์
IP: xxx.137.229.40
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 21:44:19 GMT+0700 (ICT)

สรุปเนื้อหาและความรู้ที่เรียนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2553

วิชา พฤติกรรมองค์การ อาจารย์ ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

โดย นางสาวบุพผา สิทธิลักษณ์ คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ ม.ปทุมธานี รุ่นที่2 รหัส B5220121

การพัฒนาองค์การ (Introduction to Organization Development: OD)

เนื่องจากความต้องการของมนุษย์ไม่มีที่สิ้นสุดและไม่เคยที่จะหยุดนิ่งซึ่งโลกในปัจจุบันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วทั้งเทคโนโลยีข่าวสารและมีการแข่นขันกันอย่างสูงทางด้านการค้าดังนั้นจำเป็นที่จะต้องมีการพัฒนาองค์การเข้ามาเพื่อพัฒนาองค์การของเราให้ก้าวหน้าไปกว่าคู่แข่งไม่ว่าจะเป็นองค์การขนาดเล็กหรือใหญ่และที่สำคัญคือการพัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์

ซึ่งมีนักวิชาการหลายคนทั่วโลกต่างออกมาให้คำจำกัดความหมายของการพัฒนาองค์การไว้มากมายแต่ที่สุดแล้วความหมายต่างก็ให้ความหมายที่คล้ายคลึงและไปในทิศทางเดียวกันสรุปคร่าวๆดังนี้

แนวคิดของการพัฒนาองการคือ การใช้ศาสตร์หลายๆแขนงเข้ามาเพื่อพัฒนาองค์การอย่างมีกระบวนการและการวางแผนอย่างมีประสิทธิผลเพื่อทำให้องค์การพัฒนาก้าวหน้าไปในทิศทางที่ดีขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

โดยสรุปแนวคิดในการพัฒนาองค์การได้ 6 เป้าหมายหลักๆคือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ตรามหลักเศรษฐศาสตร์คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด แต่ด้านการพัฒนาองค์การแล้วดูที่ผลลัพธ์ นั่งคือคือตัวเลขของกำไรที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนลดลง หลังจากที่ได้ผ่านการพัฒนาองค์การอย่างมีระบบแล้วนั่นเอง

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ เน้นที่การทำงานได้สำเร็จลุล่างตามที่ได้วางแนวคิดและแนวทางการปฏิบัติเอาไว้อย่างดีเยี่ยมและสมบูรณ์

3. การปรับปรุงองค์การ คือการเดินตามความล้ำหน้าของเทคโนโลยีให้ทันและนำประโยชน์จากกเทคโลโนยีเหล่านั้นนำมาประยุกต์ใช้กับองค์การของเราให้เกิดประโยชน์และนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเกิดความก้าวหน้าที่ดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือการเพิ่มความสามารถให้กับระดับตัวบุคคล กลุ่ม และเสริมสร้างความรู้ให้กับบุคลากรเพื่อนำความรู้ความสามารถใหม่ๆที่ได้มาใช้ความคู้กับการพัฒนาขององค์การ สร้างความสามัคคีในองค์การ และปลูกฝังให้พนักงานรับองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและนวัตกรรมขององค์การ คือการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีแบบแผนและระบบ เพื่อให้มีการเปลี่ยนรูปแบบเดิมๆขององค์การไปสู่แนวทางที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ อุดมการความคิดและการกระทำของพนักงาน ตลอดจน นำเอาวิทยาการใหม่ๆเข้ามาแทนที่ของเก่า ในทุกๆด้านในทุกกระบวนการขององค์การ

6. การเพิ่มขีดความสามารถขององค์การ โดยกระทำผ่านทางคน นั่นคือการวางกลยุทธ์ ทางด้านต่าเพื่อเพิ่มความสามารในการแข่งขันขององค์การให้ได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง

 รากฐานแนวคิดและกรอบของการวิเคราะห์

คือการนำศาสตร์ต่างๆเข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์การ เช่นจิตวิทยา เน้นตัวบุคคล สังคมวิทยาเน้นที่กลุ่มคน มนุษยวิทยาเน้นวัฒนธรรมและการปรับตัวของมนุษย์ และเชื่อมโยงกับศาสตร์ต่างๆหลายๆศาสตร์

สรุปคือ การนำแนวคิดและความรู้ทางด้านวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้อง มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เป็นสหวิทยาการได้ดังนี้

1. ให้เกิดความรู้กับคนในด้านต่างๆ ทั้งความรู้สึกแรงจูงใจ

2. ให้เกิดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มในองค์การ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ บทบาท

3. ให้เกิดความเข้าใจ และความรู้ และความสามารถในหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดขององค์การ

องค์ประกอบพื้นฐานของการพัฒนาองค์การ (Introduction to Organization Change: OC)

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ คือ การมองภาพรวมในองค์การและประเมิณสภาวะปัจจัยภายนอก แล้วจึงกำหนดลำดับความสำคัญที่มีความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาก่อนหรือหลัง

2. การวินิจฉัยองค์การ คือการรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็นกระบวนการเพื่อการวางแผนพัฒนาองค์การที่ถูกต้อง

3. การออกแบบ คือ กระบวนการที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาตามข้อมูลที่ได้วินิจฉัย แบ่งเป็นการกำหนดเป้าหมาย การเลือกเทคนิควิธีการ การวางแผนรายละเอียด

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ คือกระบวนการที่ดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยนำแผนที่เราได้สร้างขึ้นมาจากการวินิจฉัยข้อมูลมาดำเนินการ และมีการสังเกตุพฤติกรรมต่างๆ ของบุคคลและกลุ่มในองค์การด้วย

5. การประเมิณผลการพัฒนาองค์การ คือเป็นกระบวนการทบทวนทั้งระบบหลังจากที่ผลของการพัฒนาองค์การออกมาแล้วว่าสัมฤทธิ์ไปตามแนวทางที่ได้วางไว้หรือไม่

การพัฒนาองค์การเป็นผลมาจากการที่บรรดานักปฏิบัติการทางด้านการจัดการและนักวิชาการโดยเฉพาะด้านพฤติกรรมศาสตร์ ได้คิดค้นหาเทคนิคใหม่ๆ ในอันที่จะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์การให้ดีกว่าแบบเดิมที่เป็นอยู่ แนวความคิดและความสำคัญของการพัฒนาองค์การ จะเน้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค แนวความคิดและการวิเคราะห์ การพัฒนาองค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ในลักษณะสหวิทยาการเพื่อ ทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับคน กลุ่ม และหน้าที่ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

ระดับบุคคล ( Individual Level ) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

ระดับกลุ่ม ( Group Level ) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

ระดับองค์การ ( Organization Level ) ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย

สรุป การพัฒนาองค์การเป็นวิชาที่จำเป็นยิ่งของนักบริหารเป็นการผนวกวิชาการด้านต่างๆและนำเข้ามาประยุกต์ในองค์การอย่างเป็นกระบวนการและมีแบบแผนเข้าไปพัฒนาตัวบุคคลและกลุ่มบุคคลในองค์การให้ดีขึ้นทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เคยพอและการไม่หยุดนิ่งของวิทยาการความล้ำสมัยต่างๆที่มีวิวัฒนาการไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้องค์การของเราสามารถที่จะแข่งขันกับคู่แข่งและสามารถที่จะเติบโตและเดินหน้าต่อไปได้ตามเป้าหมาย

ทองอินทร์ สีประหลาด
IP: xxx.120.125.24
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 21:51:52 GMT+0700 (ICT)

นางสาวทองอินทร์ สีประหลาด สาขาวิชา การจัดการ รุ่น 2 ม.ปทุมธานี รหัส B5220122

สรุปการเรียนรู้ในวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553

วิชา การพัฒนาองค์การ (Organization Development)

การพัฒนาองค์การ คือ การนำเอาแนวคิดและวิธีปฎิบัติใหม่ๆ ในอันที่จะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการปรับปรุงเปลี่ยนนแปลงองค์การให้ดีกว่าเดิมที่เป็นอยู่ เพื่อจะได้นำพาองค์การไปสู่การพัฒนาองค์การให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มประสิทธิผลและความสำเร็จมาสู่องค์การ

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ

1.เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

2.เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3.ปรับปรุงองค์การ

4.ความสมบูรณ์ขององค์การ

5.เปลี่ยนแปลงรูปแบบขององค์การและวัฒนธรรมขององค์การ

6.เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์คือพื้นฐาน ทางด้านกระบวนการทางมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ฯลฯ ซึ่งจะสรุปได้ว่าการพัฒนาองค์การ คือ การนำอาแนวคิดทางด้านพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้

1.ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับคน

2.ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับกลุ่ม พฤติกรรมของกลุ่ม สมาชิก ผู้นำ และ ความสำเร็จของกลุ่ม

3.ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจที่ทำให้เกิดความเข้าใจในการทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด ตามเป้าหมายขององค์การ

การพัฒนาองค์การ สามารถแบ่ง ได้ 3 ระดับคือ

1.ระดับบุคคล Individual Lavel

2.ระดับกลุ่ม Group Laval

3.ระดับองค์การ Organization Laval

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ

1.การกำหนดความจำเป็น

2.การวินิจฉัยองค์การ

3.การออกแบบ

4.การดำเนินการพัฒนาองค์การ

5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ

สรุป การพัฒนาองค์การ คือ การแสวงหาแนวทาง การนำเอาความคิด เพื่อนำมาพัฒนาองค์การ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ความสมบูรณ์แบบขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา เข้ามาประยุกต์ในการพัฒนาองค์การ เพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จและทันต่อโลก และคู่แข่งในปัจจุบันอยู่เสมอและตลอดเวลา

นาย วัลลภ เอี่ยมพันธ์
IP: xxx.87.76.219
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 22:02:42 GMT+0700 (ICT)

นาย วัลลภ เอี่ยมพันธ์ ( การจัดการ รุ่น 2 ) B5220105

สรุป เนื้อหาการเรียนรู้ วิชา การพัฒนาองค์การ ในวันที่ 19 /09/2553

การพัฒนาองค์การ

คือ ความพยายามอย่างมีแผน ที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ เป็นความพยายามที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบขององค์การ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ควรมุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การเป็นหลัก ไม่ใช่การมุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงของบุคคล แต่การเปลี่ยนแปลงของบุคคลที่เกิดขึ้น เป็นผลพลอยได้ของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ

วัตถุประสงค์ในการพัฒนาองค์กร

การ พัฒนาองค์การของหน่วยงานแต่ละหน่วยงานนั้นมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ปัญหา ซึ่งลักษณะปัญหาตลอดจนแนวทางการวางยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตาม เป้าหมายขององค์กรไม่เหมือนกันกับประสบการณ์และทักษะของผู้บริหาร การเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาองค์การนั้นมุ่งเน้นในหัวข้อต่อไปนี้

เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยมีการวางแผนและปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด

1. การสร้างระบบ หรือปรับระบบในสายการทำงานให้ยืดหยุ่นได้ตามลักษณะงาน

2. การ แก้ปัญหาร่วมกัน เพราะการทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นเสมอ ฉะนั้นการแก้ปัญหาในหน่วยงานนั้นทางที่ดีที่สุดคือการให้สมาชิกในหน่วยงาน ร่วมกันหากแนวทางด้วยวิธีการสร้างบรรยากาศที่ เปิดเผยทั่วทั้งองค์การ

3. การยอมรับในความรู้ความสามารถ ทักษะเฉพาะตัวของสมาชิกว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าอำนาจตามตำแหน่งและบทบาทหน้าที่

4. เพื่อ ความไว้วางใจ คือ ความให้ความไว้เนื้อเชื่อใจให้ความร่วมมือ ให้การสนับสนุนและกลุ่มบุคคลทัดเทียมอย่างเสมอภาค แม้ระดับจะต่างกันก็ตาม

5. ขจัดความขัดแย้ง หรือการแข่งขันให้อยู่ในกรอบ เป้าหมายของงาน

6. ระบบการให้รางวัลหรือความดีความชอบคือเน้นความก้าวหน้าของคน และประสิทธิภาพความก้าวหน้าของงานเป็นหลัก

7. มุ่ง เน้นสมาธืเกิดความเชื่อมั่นและรู้สึกว่าเป็นเจ้าขององค์การร่วมกัน มิใช่คนใดคนหนึ่ง เพื่อความเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพและการดำเนินงานมากขึ้น

8. ความสอดคล้องในการบริหารคนกับบริหารเป้าหมายขององค์การเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

9. การควบคุมตัวเองได้ คือ สมาชิกองค์การรู้ทิศทางกระบวนการพัฒนาตนเอง เพื่อความเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพและการดำเนินงานมากขึ้น

10. สมาชิก พร้อมที่เผชิญปัญหาสามารถแก้ปัญหา โดยทีมงามและการแก้ปัญหาเพื่อกลุ่มมากกว่าพยายมเลี่ยง ปัด บ่ายเบี่ยงฃ ไม่ยอมรับว่ามีปัญหาในองค์การ

11. ส่งเสริมระบบการติดต่อสื่อสารทั้ง 2 ระบบ คือ แนวนอนและแนวตั้งอย่างเปิดเผยไม่ซ่อนเร้น

12. การตอบปัญหา เน้นการตอบปัญหาแบบเสริมสร้างมากกว่าขัดแย้ง

13. เพื่อ พัฒนาบุคคลและพฤติกรรมของกลุ่มงาน ได้แก่ การสื่อสารและการประสานงานภาวะผู้นำการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิภาพ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับหน่วยงานในองค์การเทคนิคการประชุมที่เหมาะสม ฯลฯ เกี่ยวกับวิชาพฤติกรรมศาสตร์

นายกิตติยพงษ์ โพธิ์อ่อน
IP: xxx.24.185.95
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 22:12:39 GMT+0700 (ICT)

สรุปเนื้อหาและความรู้ที่เรียนเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2553

วิชา การพัฒนาองค์การ ของอาจารย์ ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

โดย นายกิตติยพงษ์ โพธิ์อ่อน คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ รุ่นที่2

รหัส B5220132 ม.ปทุมธานี

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการ การพัฒนาองค์กร ( Introduction to Organization Development: OD )

แนวคิดพื้นฐานในการพัฒนาองค์การ

เมื่อโลกเปลี่ยน คนจึงเปลี่ยนตาม และการดำรนชีวิตจึงเปลี่ยนไปตามสภาพปัจจุบัน ดังนั้น คนจึงต้องหาอะไรใหม่ๆเข้ามาเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง หรือให้ทันยุคทันสมัย องค์กรก็เช่นเดียวกัน เนื่องจากองค์กรประกอบขึ้นด้วย คนหลายๆคนมารวมกลุ่มเพื่อวัตถุประสงค์ที่คล้ายๆกัน จึงเรียกได้ว่าองค์กรก็เป็นสิ่งที่มีชีวิตเช่นกัน ดังนั้น หากองค์กรใดที่เกิดขึ้นมาแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มีการพัฒนา องค์กรนั้นก็จะไม่มีการเจริญเติบโต สุดท้ายก็ไปไม่ทันคนอื่นและอาจตายลง ในที่สุด จากบทสรุปข้างต้น จึงพอจะสรุปได้ว่าทำไมจึงต้องพัฒนาองค์การ ดังนั้นเป้าหมายของการพัฒนาองค์การ จึงมุ่งเน้นไปในเรื่องของการพัฒนาองค์การ เพื่อแก้ไขปัญหาเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์การ ท้าทายต่อการเปลี่ยนแปลง เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน เพื่อความอยู่รอดและความเจริญเติบโตขององค์การ

การพัฒนาองค์การ (Organization Development)

การพัฒนาองค์การ คือกระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางมนุษย์ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่ม และองค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

การพัฒนาองค์การ มี 6 เป้าหมายหลัก คือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นสัมฤทธิผลของการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะนำนวัตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ๆ และ ทรัพยากรมนุษย์ทีมีค่ามาสู่องค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ สร้างบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้คนและองค์การมีความเจริญไปพร้อมกัน ตลอดจนสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรกับองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่อมุ่งให้มี การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การทั้งระบบ เช่น บรรทัดฐาน ความเชื่อ ค่านิยม อุดมการณ์วัตถุประสงค์องค์การ โครงสร้างองค์การ นโยบายและแนวทางการปฏิบัติ เทคโนโลยี ผลผลิต และทรัพยากรด้านต่างๆ

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขัน หรือได้เปรียบคู่แข่งทาง

การค้า

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ มีดังนี้

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน ได้แก่

- สิทธิความเป็นมนุษย์

- ความเสมอภาค

กล่าวคือ คุณค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคนั้น เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในองค์การที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนในองค์การและการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งทั้งนี้ก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามนุษย์จะมีแรงผลักดันทางธรรมชาติที่จะทำให้เกิดการเติบโตและการพัฒนาเพียงไร

2. รากฐานของกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ ซึ่งได้มีการนำองค์ความรู้หลากหลายสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ และทำให้มีผลต่อคนและกลุ่มคนในองค์การ รวมถึงหน้าที่ของคนในองค์การนั้น ๆด้วยเช่นกัน

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ กล่าวคือ เป็นการมองเห็นปัญหาข้อบกพร่องในการที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งการออกแบบกลยุทธ์นี้จะไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การ แต่จะการให้ความรู้ที่ชัดเจนในการพัฒนาองค์การทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม ระดับองค์การ

การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

1.ระดับบุคคล (Individual Level) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

2.ระดับกลุ่ม (Group Level) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

3.ระดับองค์การ (Organization Level) ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย เช่น ต่อคน ต่อกลุ่ม ต่อธรรมชาติ ความรู้สึก ทัศนคติ และพฤติกรรมของคน

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Needs Identification) เป็นความต้องการความคาดหวังขององค์การในการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมภายนอก

2. การวินิจฉัยองค์การ (Diagnosis) เป็นกระบวนการแสวงหาและรวบรวมข้อมูล

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ (Design) เป็นกระบวนการมุ่งเน้นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามข้อมูลที่ได้

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ (Implementation) เป็นกระบวนดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation) เป็นกระบวนการทบทวนการปฏิบัติงานทั้งระบบ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ (Organization Change): CD

การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต ความบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย (Purpose Change) คือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ (Objectives Change) คือขยายเป้าหมายเฉพาะเจาะจง

3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ (Strategies Change) คือการสร้างแผนกลยุทธ์ขึ้นมาใหม่

4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม (Culture Change) มุ่งเน้นความเชื่อและค่านิยมที่ชัดเจนเป็นหลัก

5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล (People Change) มุ่งเน้นการเปลี่ยนบุคลากรที่สามารถดำเนินงานได้

6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ (Task Change) มุ่งเน้นการออกแบบงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง (Structure Change) มุ่งเน้นการออกแบบและกลไกการประสานงานให้ทันสมัย

8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี (Technology Change) มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือเครื่องใช้

พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการได้ 5 ขั้นตอน คือ

1. ขั้นตอนการพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์

2. ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์และกลยุทธ์

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ

โดยกระบวนการตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงนี้พิจารณาจากลักษณะสภาพแวดล้อมขององค์การ ระดับการเปลี่ยนผลของการปฏิบัติงาน ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารระดับสูง กลยุทธ์การจัดการ และคุณลักษณะโครงสร้างขององค์การ คือต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านเวลา ด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านความเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงขององค์การ

เทคนิคและวิธีการในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงองค์การ มี 2 ลักษณะ ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม (Participative Change Cycle) เช่น การฝึกอบรม ทำให้เกิดความรู้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมของคน ส่งผลให้พฤติกรรมของกลุ่มเปลี่ยนไปด้วย

2. การเปลี่ยนแปลงแบบการสั่งการ (Directive Change Cycle) ผู้บริหารใช้อำนาจสั่งการ ให้บุคคลในองค์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จึงจำเป็นต้องให้ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วย เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อกัน

น.ส.สิริลักษณ์ เพราะนุทัศน์
IP: xxx.67.211.176
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 22:19:26 GMT+0700 (ICT)

สรุป สาระการเรียนวิชาการพัฒนาองค์การ วันที่ 19 /Sep/2010

น.ส. สิริลักษณ์ เพราะนุทัศน์ สาขาการจัดการ รุ่นที่ 3

องค์การมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตที่ต้องการ ทั้งนี้โดยมีพื้นฐานแนวคิดที่เน้นความจำเป็นขององค์การในความสามารถในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปเพื่อความอยู่รอดและเหตุผลอื่นๆ ขององค์การตลอดจนสร้าความพึงพอใจสูงสุดจากผลตอบกลับในการลงทุนแก่ ผู้ถือหุ้น โดยมีเป้าหมายของการเลี่ยนแปลง ความมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ กลยุทธุ วัฒนธรรม บุคคล ภารกิจ โครงสร้าง และเทคโนโลยี

ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงองค์การแบ่งการดำเนินการได้ 5 ขั้นตอนคือ

ขั้นที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง (การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ปฏิบัติอยู่)

ขั้นที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง(ขั้นที่สูญเสียผลประโยชน์)

ขั้นที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์ (เน้นคน)

ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่หนึ่ง (จัดทำเป็นมาตารฐาน)โดยกระบวนการตัดสินใจการแปลี่ยนแปลงพิจารณาจากลักษณะเฉพาะสภาพแวดล้อมองค์การ ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลการปฏิบัติงาน ลักษณะเฉพาะของผูบริหารสูงสุดกลยุทธ์องค์การ และคุณลักษณะเฉพาะโครงสร้างองค์การ โดยมีปัจจัยด้านเวลา ด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านการเป็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลง ด้านการเห็นพ้องต้องกันของผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงองค์การ โดยมีปัจจัยด้านการอำนวยความสะดวก ก้านข้องมูล ด้านทัศนคติ และด้านการเมืองเป็นกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์การ ผ่านเทคนิควิธีการดำเนินการใน 2 ลักษณะ คือการเปลี่ยนแปลงแบบการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบการสั่งการ

แนวคิดการเปลี่ยนแปลงองค์การมีลัษณะแตกต่างกันไปตามการพัฒนาแนวคิดและรูปแบบของแต่ละยุคสมัยของสังคม ซึ่งสามารถสรุปแนวคิดพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การ

ได้ 3 ลักษณะ

1.คือลักษณะเชิงกระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์การ

2.ลักษณะปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การ

3.ลักษณะการเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงองค์การความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การมีพื้นฐานมาจากความตระหนักของผูบริหารที่มีความต้องการ ความคาดหวัง หรือเห็นความจำเป็นในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงองค์การนักวิชาการได้ให้ความหมายของความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การไว้ว่า เป็นช่องว่างหรือสภาพความแตกต่างระหว่างสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและสภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้น สภาพที่กล่าวถึงนั้นสามารถอธิบายในรูปของทักษะ ทัศนคติ การปฏิบัติงานหรือสถานการณ์ ความจำเป็นมองได้ 2 ลักษณะคือลัษณะของการขาดแคลนและลักษณะที่เป็นโอกาส

ความจำเป็นจำแนกได้ 5 ประเภท ได้แก่

1.ความจำเป็นที่พิจารณาตามคาบขอเวลา

2. ความจำเป็นที่พิจราณาจากสิ่งที่ต้องการให้บุคคลกรได้รับ

3.ความจำเป็นที่พิจารณาจากแหล่งที่มาของ

4.ความจำเป็นที่พิจารณาจากกลุ่มบุคลากรเป้าหมาย

5.ความจำเป็นที่พิจารณาวิธีการเสาะหาข้อมูลเกี่ยวกับความจำเป็น

การกำหนดความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การมีความสำคัญที่จะช่วยให้ผู้บริหารสามารถระบุปัญหาที่เฉพาะเจาะจงในองค์การ สามารถทราบจุดแข็งและจุดอ่อนในการดำเนินงานขององค์การ สามารถทราบสภาวการณ์ที่ผู้ปฏิบัติงานในองค์การคาดหวังและสามารถกำหนดยุทธวิธีหรือทางเลือกต่างๆ และสามารถพัฒนาข้อมูลเพื่อการประเมินได้

สภาพการณ์ที่แสดงให้ผู้บริหารเห็นว่าเกินความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การ ประกอบด้วย 10 ลักษณะ ได้แก่

1.ความจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงแนวยุทธศาสตร์ด้านการจัดการ

2.ความจำเป็นที่ต้องสร้างบรรยากาศขององค์การ

3. ความจำเป็นที่ต้องเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม

4.ความจำเป็นของโครงสร้างและบทบาทต่างๆขององค์การ

5.ความจำเป็นต้องปรับปรุงความร่วมมือร่วมใจระห่วางกลุ่ม

6. ความจำเป็นที่ต้องการที่จะทำให้ระบบการสื่อสารเป็นไปอย่างเปิดกว้าง

7.ความจำเป็นที่ต้องวางแผนที่ดีขึ้น

8.ความจำเป็นที่จะต้องยุบรวมหน่วยงานอื่นหรืองค์การอื่น

9.ความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลงการจูงใจบุคคลในองค์การ

10.ความจำเป็นที่จะต้องปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ ๆ

สาระสุดท้ายสำหรับวันนี้ ดร.ยงยุทธ แจกหนังสือ “Strategic Organiza Change&Development planning” (การวางแผนการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การเชิงกลยุทธ์) ซึ่งถือเป็นอาหารสมองในการที่จะพัฒนาองค์ความรู้

นาสาวจินดาพร บัวสี
IP: xxx.49.192.140
เขียนเมื่อ Wed Sep 22 2010 23:57:57 GMT+0700 (ICT)

นางสาวจินดาพร บัวสี บริหารธุรกิจ สาขา การจัดการ รุ่นที่ 2

สรุปการเรียนอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้จากการเรียนอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553 ได้เรียนวิชาการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การ (Organization Development)

การพัฒนาองค์การ คือกระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางมนุษย์ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่ม และองค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ

เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

ปรับปรุงองค์การความสมบูรณ์ขององค์การ

เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ

เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

สิทธิความเป็นมนุษย์และความเสมอภาค

กล่าวคือ คุณค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคนั้น เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในองค์การที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนในองค์การและการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งทั้งนี้ก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามนุษย์จะมีแรงผลักดันทางธรรมชาติที่จะทำให้เกิดการเติบโตและการพัฒนาเพียงไร

2. รากฐานของกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ ซึ่งได้มีการนำองค์ความรู้หลากหลายสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ และทำให้มีผลต่อคนและกลุ่มคนในองค์การ รวมถึงหน้าที่ของคนในองค์การนั้น ๆด้วยเช่นกัน

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ กล่าวคือ เป็นการมองเห็นปัญหาข้อบกพร่องในการที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งการออกแบบกลยุทธ์นี้จะไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การ แต่จะการให้ความรู้ที่ชัดเจนในการพัฒนาองค์การทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม ระดับองค์การ

การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

1.ระดับบุคคล (Individual Level) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

2.ระดับกลุ่ม (Group Level) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

3.ระดับองค์การ (Organization Level) ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย เช่น ต่อคน ต่อกลุ่ม ต่อธรรมชาติ ความรู้สึก ทัศนคติ และพฤติกรรมของคน

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ เป็นความต้องการความคาดหวังขององค์การในการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมภายนอก

2. การวินิจฉัยองค์การ เป็นกระบวนการแสวงหาและรวบรวมข้อมูล

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนการมุ่งเน้นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามข้อมูลที่ได้

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนการทบทวนการปฏิบัติงานทั้งระบบ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต ความบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย คือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ คือขยายเป้าหมายเฉพาะเจาะจง

3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ คือการสร้างแผนกลยุทธ์ขึ้นมาใหม่

4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม มุ่งเน้นความเชื่อและค่านิยมที่ชัดเจนเป็นหลัก

5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล มุ่งเน้นการเปลี่ยนบุคลากรที่สามารถดำเนินงานได้

6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ มุ่งเน้นการออกแบบงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง มุ่งเน้นการออกแบบและกลไกการประสานงานให้ทันสมัย

8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือเครื่องใช้

พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการได้ 5 ขั้นตอน คือ

1. ขั้นตอนการพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์

2. ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์และกลยุทธ์

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ

ชื่อ พักดิ์ เกยแก้ว
IP: xxx.121.209.107
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 10:40:46 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียน วิชาการพัฒนาองค์กร วันที่ 19/09/53 รุ่น 1

การพัฒนาองค์กร (Organization Development) หรือที่นิยมเรียกกันว่า OD เป็นเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ในการบริหารและพัฒนา

องค์กรเพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหา ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรอย่างเป็นระบบ

และเป็นรูปธรรมมากขึ้น

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ มี 6 ประการ คือ

1. การเพิ่มประสทธิภาพขององค์การ

2. การเพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. ปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมขององค์การ

6. การเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

พื้นฐานระดับองค์การ

สภาพแวดล้อมภายนอก

- ยุทธวิธี

- เทคโนโลยี

- โครงสร้าง

- วัฒนธรรม

- ระบบ

พื้นฐานระดับกลุ่ม

สภาพแวดล้อมขององค์การ

- ภารกิจ

- สมาชิก

- บรรดทัดฐาน

- ความยึดเหนี่ยว

- กระบวนการ

พื้นฐานระดับบุคคล

สภาพแวดล้อมของงาน

- ภารกิจ

- เป้าหมาย

- ความต้องการ

- ความสามารถ

- ความสัมพันธ์

กระบวนการพัฒนาองค์การ

1. การกำหนดความจำเป็น

2. การวินิจฉัย

3. การออกแบบ

4. การดำเนินการ

องค์ประกอบหลักของการพัฒนาองค์กร (Organization Development )

1. มีพื้นฐานทางด้านสังคมศาสตร์

แม้ว่าปัจจุบันเทคนิคการพัฒนาองค์กรได้ขยายตัวและบูรณาการเข้ากับเทคนิคการบริหารอื่นๆ เช่นการบัญชีและการเงิน การปรับปรุง

เทคโนโลยีสำนักงานและการดำเนินการ เป็นต้น แต่ไม่ว่าเราจะพัฒนาองค์กรไปในรูปแบบใดเราก็ต้องประยุกต์โดยการนำความเข้า

ใจและหลักทางสังคมศาสตร์และมนุษย์สัมพันธ์มาประยุกต์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในทิศทางที่ต้องการ

2. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมาชิกขององค์กร

โดยหลักการเชื่อว่ามนุษย์ทุกคน มีความสามารถและต้องการจะมีสภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นผู้บริหารจะต้องจัดโครงสร้างองค์กร ระบบงาน

และบรรยากาศที่สร้างความพอใจในการทำงาน และพร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานมีความก้าวหน้า และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

3. เพิ่มความสามารถในการทำงานขององค์กร

การพัฒนาองค์กร จะศึกษาและวิเคราะห์ปัญหาเพื่อกำหนดแนวทางในการปรับปรุงและแก้ไขปัญหาในระดับต่างๆ ขององค์กร

ตั้งแต่ระดับบุคคล หน่วยงานหรือองค์กร เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงขึ้น

ศราวุธ
IP: xxx.174.48.16
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 11:34:11 GMT+0700 (ICT)

นายศราวุธ ทองจัน สาขาการจัดการ 2

สรุปการเรียนรู้ในวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553

วิชา การพัฒนาองค์การ (Organization Development)

ในขณะที่โลกเราการเปลี่ยนแปลงตามยุคตามสมัย ถ้าเราหยุดนิ่งเท่าว่าเรานั้นตามโลกไม่ทัน ไม่ว่าจะเป็น คน สิ่งของเครื่องใช้ และเครื่องมือต่างๆ มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ดังนั้น องค์กรก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ต้องมีการพัฒนา การเปลี่ยนแปลง ให้ทันกับโลกปัจจุบันที่มีการแข่งขันกันสูง เพื่อให้เกิดความอยู่รอดกับโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

การพัฒนาองค์การ คือ การปรับปรุงเปลี่ยนนแปลงองค์การให้ดีกว่าเดิมที่เป็นอยู่ เพื่อจะได้นำพาองค์การไปสู่การพัฒนาองค์การให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มประสิทธิผลและความสำเร็จมาสู่องค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมนุษย์ ทั้งทางด้าน จิตวิทยา สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา เข้ามาประยุกต์ในการพัฒนาองค์การ เพื่อมุ่งไปสู่ความสำเร็จและทันต่อโลก และคู่แข่งในปัจจุบันอยู่เสมอและตลอดเวลา

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การแบ่งกลุ่มระดับการเปลี่ยนแปลง คือ การเปลี่ยนแปลงระดับความรู้ ทัศนคติพฤติกรรม การปฏิบัติงานของกลุ่มและองค์การ

จำแนกเทคนิคการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 6 ขั้นตอนหลักๆ จำแนกสภาพแวดล้อมภายนอกออกเป็นด้านต่างๆ กำหนดเวลา ศึกษาสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ ที่เลือกไว้ว่ามีความสำคัญ ในห้วงเวลาที่กำหนดไว้ และวิเคราะห์เชื่อมโยงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสาธารชน ผู้มีส่วนได้เสียขององค์การ โดยใช้กลยุทธ์ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 2 แนวทาง คือ มองจากปัจจุบันสู่อนาคตและอนาคตย้อนหลังสู่ปัจจุบัน เพื่อมองหาแนวทางที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์ในสภาพแวดล้อม 1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ตรามหลักเศรษฐศาสตร์คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด แต่ด้านการพัฒนาองค์การแล้วดูที่ผลลัพธ์ นั่งคือคือตัวเลขของกำไรที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนลดลง หลังจากที่ได้ผ่านการพัฒนาองค์การอย่างมีระบบแล้วนั่นเอง

 2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ เน้นที่การทำงานได้สำเร็จลุล่างตามที่ได้วางแนวคิดและแนวทางการปฏิบัติเอาไว้อย่างดีเยี่ยมและสมบูรณ์

3. การปรับปรุงองค์การ คือการเดินตามความล้ำหน้าของเทคโนโลยีให้ทันและนำประโยชน์จากกเทคโลโนยีเหล่านั้นนำมาประยุกต์ใช้กับองค์การของเราให้เกิดประโยชน์และนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเกิดความก้าวหน้าที่ดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือการเพิ่มความสามารถให้กับระดับตัวบุคคล กลุ่ม และเสริมสร้างความรู้ให้กับบุคลากรเพื่อนำความรู้ความสามารถใหม่ๆที่ได้มาใช้ความคู้กับการพัฒนาขององค์การ สร้างความสามัคคีในองค์การ และปลูกฝังให้พนักงานรับองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและนวัตกรรมขององค์การ คือการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีแบบแผนและระบบ เพื่อให้มีการเปลี่ยนรูปแบบเดิมๆขององค์การไปสู่แนวทางที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ อุดมการความคิดและการกระทำของพนักงาน ตลอดจน นำเอาวิทยาการใหม่ๆเข้ามาแทนที่ของเก่า ในทุกๆด้านในทุกกระบวนการขององค์การ

 6. การเพิ่มขีดความสามารถขององค์การ โดยกระทำผ่านทางคน นั่นคือการวางกลยุทธ์ ทางด้านต่าเพื่อเพิ่มความสามารในการแข่งขันขององค์การให้ได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง

ว่าที่ร้อยตรีหญิงพัชราภรณ์ สนามไชย
IP: xxx.87.115.139
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 11:42:06 GMT+0700 (ICT)

ว่าที่ร้อยตรีหญิงพัชราภรณ์ สนามไชย คณะบริหารธุรกิจ สาขา การจัดการ รุ่น 3

สรุปการเรียน วิชาการพัฒนาองค์การ ในวันที่ 19/09/53

การพัฒนาองค์การ คือ กระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทฺธิภาพและประสิทธิผล และความสมบูรณ์ขององค์การ

รากฐานแนวความคิดการพัฒนาองค์การมี

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน จะให้ความสำคัญกับความเป็นมนุษย์และความเสมอภาค

2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

3. รากฐานกลยุทธ์และการออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ จะเกิดขึ้นจากการมองเห็นปัญหาข้อบกพร่อง

การพัฒนาองค์การแบ่งเป็น3 ระดับ

1.ระดับบุคคล บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

2.ระดับกลุ่ม เป็นกลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

3.ระดับองค์การ และถ้าเกิดว่าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งก็ย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นๆ

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ มี 5 ขั้นตอน คือ กำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ วินิจฉัยองค์การ ออกแบบกิจกรรมพัฒนาองค์การ ดำเนินการและประเมินผลองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์กรมีเป้าหมายสำคัญคือ ความมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ วัฒนธรรม ตัวบุคคล ภารกิจ โครงสร้าง และเทคโนโลยี

การตัดสินใจที่จะเปลี่ยนแปลง องค์การต้องพิจารณาถึงโครงสร้างและปัจจัยของสภาวะสิ่งแวดล้อม การเปลี่ยนแปลงผลปฏิบัติงาน กลยุทธ์องค์การ คุณลักษณะเฉพาะโครงสร้าง และเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงขององค์การก็ขึ้นอยู่กับเวลา ขอบเขต ความเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายและผู้นำการเปลี่ยนแปลง และแต่ละแนวความคิดก็แตกต่างออกไปตามยุคตามสมัยของสังคม

rapita womnthad
IP: xxx.24.68.106
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 15:33:23 GMT+0700 (ICT)

นางสาวรพิตา วงค์เทศ การจักการรุ่น 1

การพัฒนาองค์การ (Organization Development)

การพัฒนาองค์การ คือกระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางมนุษย์ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่ม และองค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ

เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

ปรับปรุงองค์การความสมบูรณ์ขององค์การ

เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ

เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

สิทธิความเป็นมนุษย์และความเสมอภาค

กล่าวคือ คุณค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคนั้น เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในองค์การที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนในองค์การและการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งทั้งนี้ก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามนุษย์จะมีแรงผลักดันทางธรรมชาติที่จะทำให้เกิดการเติบโตและการพัฒนาเพียงไร

2. รากฐานของกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ ซึ่งได้มีการนำองค์ความรู้หลากหลายสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ และทำให้มีผลต่อคนและกลุ่มคนในองค์การ รวมถึงหน้าที่ของคนในองค์การนั้น ๆด้วยเช่นกัน

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ กล่าวคือ เป็นการมองเห็นปัญหาข้อบกพร่องในการที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งการออกแบบกลยุทธ์นี้จะไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การ แต่จะการให้ความรู้ที่ชัดเจนในการพัฒนาองค์การทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม ระดับองค์การ

การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

1.ระดับบุคคล (Individual Level) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

2.ระดับกลุ่ม (Group Level) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

3.ระดับองค์การ (Organization Level) ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย เช่น ต่อคน ต่อกลุ่ม ต่อธรรมชาติ ความรู้สึก ทัศนคติ และพฤติกรรมของคน

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ แบ่งเป็น 5 ขั้นตอนดังนี้

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ เป็นความต้องการความคาดหวังขององค์การในการเปลี่ยนแปลงไปตามสภาพแวดล้อมภายนอก

2. การวินิจฉัยองค์การ เป็นกระบวนการแสวงหาและรวบรวมข้อมูล

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนการมุ่งเน้นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามข้อมูลที่ได้

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนการทบทวนการปฏิบัติงานทั้งระบบ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต ความบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย คือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ คือขยายเป้าหมายเฉพาะเจาะจง

3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ คือการสร้างแผนกลยุทธ์ขึ้นมาใหม่

4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม มุ่งเน้นความเชื่อและค่านิยมที่ชัดเจนเป็นหลัก

5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล มุ่งเน้นการเปลี่ยนบุคลากรที่สามารถดำเนินงานได้

6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ มุ่งเน้นการออกแบบงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง มุ่งเน้นการออกแบบและกลไกการประสานงานให้ทันสมัย

8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือเครื่องใช้

พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการได้ 5 ขั้นตอน คือ

1. ขั้นตอนการพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์

2. ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์และกลยุทธ์

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ

วิภาวรรณ กรโกษา
IP: xxx.173.251.218
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 16:19:28 GMT+0700 (ICT)

นางวิภาวรรณ กรโกษา การจัดการรุ่น 3 ส่งการบ้าน วิชาการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การ

เป้าหมายการพัฒนาขององค์การ คือ -เพิ่มประสิทธิภาพ –เพิ่มประสิทธิผล – ปรับปรุงองค์การ – ความสมบูรณ์ขององค์การ – เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรม – เพิ่มความสามารถ ความพอใจของมนุษย์คือ ระบบองค์การมีสิ่งมีชีวิตทำไห้องค์การมีชีวิตเป้าหมายของการพัฒนาองค์การ ประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่างกัน ประสิทธิภาพคือการเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัด ประสิทธิผลคือผลของการปฏิบัติของงาน ประสิทฺธิภาพเป็นส่วนหนึ่งของประสิทธิผล เช่น เรียนแล้วได้อะไร ประสิทธิผลเน้นที่เงิน จำนวน ค่าใช้จ่าย ตามแนวคิดและการวิเคราะห์ใช้ในองค์การต่างๆที่เกี่ยวข้องกับคน เช่น จิตวิทยา โดยทั้งหมดเน้นที่คน ทักษะของการเป็นผู้บริหารเลยต่างกัน รากฐานของการออกแบบองค์การกำหนดยุทธศาสตร์ มีวิสัยทัด มีกลยุทธ์ มีเป้าหมาย วัตถุประสงค์ การทำ OD ไม่เกี่ยวกับวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ แต่เกี่ยวกับคนแต่ละตำแหน่งก็เกี่ยวกับการเซ้นซีทีปทำให้คนแต่ละคนมีหน้าที่ของตัวเองให้ดีขึ้น เพื่อเน้นคนเป็นสำคัญทำให้งานมีคุณภาพมากขึ้น ถ้าทำให้ค่าใช้จ่ายลดลงทำให้องค์การมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การปรับปรุงองค์การ เช่น ขาดคนมีความสามารถในการเจรจา พัฒนาคนให้มีความสามารถองค์การก็สมบูรณ์ขึ้นได้ทำให้เกิดความสามัคคีกันทำให้คนสามารถแสดงออกเพิ่มขีดความสามารถผ่านคนเป็นหลัก

การพัฒนาองค์การมันจะมีปัจจัยเข้าและปัจจัยออก ส่วนมากจะสนใจปัจจัยเข้า เช่น เอาพนักงานมาขายของปัจจัยออกมาขายได้นิดเดียวแต่ไม่เป็นไปตามเป้าหมายองค์การต้องการปัจจัยออก

การพัฒนาองค์การคือการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลและความสมบูรณ์ขององค์การโดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องที่เป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา และมนุษย์วิทยาเข้ามาประยุกต์ในการพัฒนาแต่ละบุคคลกลุ่มแต่ละองค์การเพื่อการบรรลุเป้าและการเจริญเติบโต โดยมองไปที่ 3 มิติ 1. ระดับบุคคล 2. ระดับกลุ่ม 3. ระดับองค์การ พื้นฐานของขบวนการสิ่งที่เราต้องการคือเข้าใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตปัจจุบันเราจะมีปัญญา เราจะทำอะไรก็ได้เพื่อที่เราจะบรรลุถึงเป้าหมาย

เราจะผ่านมิติอยู่ 4. คือ 1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ 2. การวินิจฉัยองค์การ 3. การออกแบบ 4 . การดำเนินการพัฒนาองค์การ 5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ สิ่งที่เราคิดจะไม่ถูกเสมอไป ในการกำหนดแผนจะต้องมี เช่น นักศึกษาควรจะมาเรียนมาเรียน 80% แต่KPIจะต้องไม่น้อยกว่า 80% นักเรียนส่วนใหญ่มาเรียน KPI น้อยกว่า 75% ถ้าต่ำกว่า 70% เราก็ไม่สามารถวัดค่าได้

OC คุณค่า เน้นความอยู่รอด ความเป็นเหตุเป็นผลผู้มีส่วนเกี่ยวกับต่างกับ OD ความเสมอภาคกับความเป็นมนุษย์มีส่วนร่วม มีบทบาท แต่ oc เน้นความอยู่รอด เน้นความพึงพอใจ ข้อสมมุติฐานคือเป็นความจำเป็นที่สุดขององค์การ พนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นต่างๆ oc คือ 1. เปลี่ยนได้ทันทีเพื่อความอยู่รอดขององค์การ 2. ปฏิวัติ มี 2. อย่าง คือ 1. ปฏิวัติเลย 2. ปฏิวัติเงียบ oc ต่างกับ od เพราะคุณค่า กรอบแนวคิดเพื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นหลัก

กลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การ

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรม - แรงผลักดัน โดยยุทธ์ศาสตร์

- การดำเนินการ ( การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

ก่อนเปลี่ยนแปลงทัศนคติ)

ความรู้เป็นเครื่องมือต้องใช้ทุกวิถีทางในการที่จะเอาตัวรอดโดยใช้กลยุทธ์

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

ขั้นที่ 1. ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง ขั้นตอนนี้ยากที่จะเปลี่ยนแปลง เช่น ไม่ถนัดซ้ายแต่ใช้ช้อนมือซ้ายตักข้าว

ขั้นที่ 2 ขั้นประเมินช่องวางของความแตกต่าง

ขั้นที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติ ปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรบสำหรับความรับผิดชอบใหม่และการปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุยษ์ เช่นถ้าเราขายส้มตำเราจะต้องทำอย่าง ไรถึงจะส่งให้ลูกค้า คือ เราจะต้องจ้างวินมอเตอร์ไซค์โดยมีค่าตอบแทนให้

ขั้นที่ 5 ประเมินวิธีการ ถ้าประเมินไม่ได้ก็ย้อนกลับมาข้อที่ 1

มีความเข้าใจในการตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลง

1. กลยุทธ์ขององค์การ

2. โครงสร้างองค์การ

3. ผู้บริหาร

4. ระดับของการเปลี่ยนแปลงผลปฏิบัติงาน

5. ลักษณะเฉพาะสภาพแวดล้อมองค์การ

เทคนิคการเปลี่ยนแปลงคือ 1 ล่างขึ้นบน 2 บนลงล่าง

ลลนา ป้อมแจ่มศรี
IP: xxx.173.251.218
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 16:36:59 GMT+0700 (ICT)

นาง ลลนา ป้อมแจ่มศรี

ส่งสรุปการเรียนการสอนวิชาการพัฒนาองค์การ วันอาทิตย์ที่ 19/9/53

จากการที่ได้เรียนมาวันอาทิตย์ สรุปได้คือ

การพัฒนาองค์การ คือ ความพยายามอย่างมีแผน ที่มุ่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ เป็นความพยายามที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงระบบขององค์การ ทั้งที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ควรมุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การเป็นหลัก ไม่ใช่การมุ่งเน้นที่การเปลี่ยนแปลงของบุคคล แต่การเปลี่ยนแปลงของบุคคลที่เกิดขึ้น เป็นผลพลอยได้ของการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การ

วัตถุประสงค์ในการพัฒนาองค์กร การ พัฒนาองค์การของหน่วยงานแต่ละหน่วยงานนั้นมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะขึ้นอยู่กับการวิเคราะห์ปัญหา ซึ่งลักษณะปัญหาตลอดจนแนวทางการวางยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตาม เป้าหมายขององค์กรไม่เหมือนกันกับประสบการณ์และทักษะของผู้บริหาร การเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาองค์การนั้นมุ่งเน้นในหัวข้อต่อไปนี้

เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยมีการวางแผนและปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ มี 6 ประการ คือ

1. การเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

2. การเพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. ปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมขององค์การ

6. การเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

สรุป การพัฒนาองค์การเป็นวิชาที่จำเป็นยิ่งของนักบริหารเป็นการผนวกวิชาการด้านต่างๆหลายด้าน นำมาประยุกต์ใช้ในองค์การ อย่างเป็นกระบวนการเรียนรู้ และมีแบบแผนมุ่งการพัฒนาตัวบุคคลและองค์การ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เคยพอและการไม่หยุดนิ่งของวิทยาการความล้ำสมัยใหม่ที่มีวิวัฒนาการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้องค์การของเราสามารถที่จะแข่งขันกับคู่แข่งและสามารถที่จะเติบโตและเดินหน้าต่อไปได้

มาลี ปั้นคำ
IP: xxx.173.251.218
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 16:43:46 GMT+0700 (ICT)

นาง มาลี ปั้นคำ การจัดการ 3

สรุปการเรียนวันอาทิตย์ 19/9/2553

การพัฒนาองค์การ (Organization Development ) หรือที่เรียกว่า O.D. เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการแก้ปัญหาในองค์การที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาองค์การเป็นการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เจริญก้าวหน้า หรือดีขึ้นกว่าเดิมเพื่อทำให้องค์การมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลโดยการสร้างปัจจัยต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาสอดคล้องตามเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ขององค์การ การพัฒนาองค์การได้ 6 เป้าหมายแนวทางหลักได้แก่ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ เพื่อเพิ่มประสิทธิผลขององค์การ เพื่อปรับปรุงองค์การ เพื่อความสมบูรณ์ เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ และเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

การพัฒนาองค์การมีจุดสำคัญในการสร้างความมั่นคงสามารถแบ่งการพัฒนาได้ 3 ระดับ ระดับบุคคล กลุ่ม และองค์การ

กระบวนการการพัฒนาองค์การมีอยู่ 5 ขั้นตอน

1.การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ

2. การวินิจฉัยองค์การ

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

4. การดำการพัฒนาองค์การ

5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การคือการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่อยู่ในปัจจุบันไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตที่ต้องการลการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปเพื่อความอยู่รอดขององค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ เกิดขึ้นได้ 3 ลักษณะ

1. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ

2. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีวิวัฒนาการ

3. เปลี่ยนแปลงโดนมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

พื้นฐานกระบวนการการเปลี่ยนแปลงองค์การได้ 5 ขั้นตอน

1.ความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง

2. ประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. การพัฒนาวัตถุประสงค์ที่จะปฏิบัติการการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

4. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวีธีที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

5. ประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

แนวความคิดการเปลี่ยนแปลงองค์การมีลักษณะแตกต่างกันไปตามการพัฒนาแนวคิดและรูปแบบของแต่ยุคสมัยของสังคม

รัศมี ศรีอ้นยู้
IP: xxx.173.251.218
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 16:59:46 GMT+0700 (ICT)

นส.รัศมี ศรีอันยู้ การจัดการ 3

สรุปการเรียนวันอาทิตย์ 19/9/2553

สรุปได้คือ ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการ การพัฒนาองค์กร ( Introduction to Organization Development : OD ) แนวคิดพื้นฐานในการพัฒนาองค์กร เมื่อโลกเปลี่ยน คนจึงเปลี่ยนตาม และการดำรงชีวิตจึงเปลี่ยนไปตามสภาพปัจจุบัน ดังนั้น คนจึงต้องหาอะไรใหม่ๆเข้ามาเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลง หรือให้ทันยุคทันสมัย องค์กรก็เช่นเดียวกัน

การพัฒนาองค์กรในรูปแบบต่างๆ คือการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบระเบียบ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์แบบขององค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่องค์กรได้ตั้งเป้าหมายไว้ การพัฒนาองค์การนั้นสามารถจำแนกได้ 6 อย่างที่สำคัญคือ เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิผล

เพื่อปรับปรุง เพื่อความสมบูรณ์ เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบและวัฒนธรรม และ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน การพัฒนาองค์การมีจุดสำคัญ 3 ระดับ คือ

1.ระดับบุคคล

2. กลุ่ม

3.องค์การ

สรุปก็คือ ได้เข้าใจชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กร เข้าใจถึงความหมายที่ต้องทำการพัฒนาองค์กรและทำไมต้องมีการพัฒนาองค์กร เราสามารถมีแนวคิดในการพัฒนาองค์กรได้อย่างถูกต้อง

rinda daaj chaisunthorn
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 18:48:27 GMT+0700 (ICT)

นางสาวรินดา ไชยสุนทร B5220134 การจัดการรุ่น 2

สรุปวิชาการพัฒนาองค์การ 19/09/53

ความหมายการพัฒนาองค์การ

กระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องที่เป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่ม และองค์การ ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย และความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ

เป้าหมายของการพัฒนาองค์การ

1.เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพที่สุด

2.เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นสัมฤทธิผลของการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3.การปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะนำนวัตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ ๆ และทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามาสู่องค์การ ทั้งนี้ เพื่อให้องค์การดีเท่าเดิม หรือดีกว่าเดิม

4.ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ สร้างบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริม และสนับสนุนให้คนและองค์การมีความเจริญไปพร้อมกัน ตลอดจนสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรกับองค์การ

5.เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่อมุ่งให้มีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์การทั้งระบบ

6.เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขัน หรือได้เปรียบคู่แข่งทางการค้า

รากฐานแนวความคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1.รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2.รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1.ระดับบุคคล (Individual Level)

2.ระดับกลุ่ม (Group Level)

3.ระดับองค์การ (Organization Level)

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ 5 ขั้นตอน

1.การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Needs Identification)

2.การวินิจฉัยองค์การ (Diagnosis)

3.การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ (Design)

4.การดำเนินการพัฒนาองค์การ (Implementation)

5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation)

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การเป็นการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไปสู่อีกสถานภาพหนึ่งในอนาคตที่กำหนดไว้เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต การบรรลุเป้าหมายขององค์การตลอดจนการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

การเปลี่ยนปลงองค์การเกิดขึ้นได้ 3 ลักษณะ

-เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ

-เปลี่ยนแปลงโดยวิธีวิวัฒนาการ

-เปลี่ยนแปลงโดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

รากฐานแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1.รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2.รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การมี 5 ขั้นตอน

1.ขั้นของความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังเปลี่ยนแปลง

2.ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3.ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติปิดช่องว่างของความแตกต่าง

4.ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

5.ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำใน ขั้นที่ 1

การตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงองค์การ

-ลักษณะสภาพแวดล้อมองค์การ

•สภาพแวดล้อมรุกราน วุ่นวาย (Turbulent environments)

•สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน (Competitive environments)

•สภาพแวดล้อมซับซ้อน (Complexity environments)

-ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลการปฏิบัติงานขององค์การ

•การเพิ่มขึ้น ลดลงของผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา

•ระดับของการปฏิบัติงานในอดีต

-กลยุทธ์องค์การ

•กลยุทธ์ในกลุ่มผู้คาดหวัง

•กลยุทธ์ในการปกป้อง

-ลักษณะเฉพาะโครงสร้างองค์การ

•การรวมอำนาจการบริหาร (Centralization)

•มาตรฐาน (Standardization)

•ความชำนาญขององค์การ (Specialization)

•การพึ่งพากันในระบบต่าง ๆ ขององค์การ(Interdependence)

เทคนิคในวิธีการดำเนินการเปลี่ยนแปลง แบ่งได้ 2 ลักษณะดังนี้

1.ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม (Participative Change Cycle)

2.ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ(Directive Change Cycle)

รูปแบบการเปลี่ยนแปลงมี 3 ขั้นตอนดังนี้

1ขั้นตอนของการละลายพฤติกรรม (Unfreezing Stage)

•สร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลง

•ให้กำลังใจหรือกระตุ้นการเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมเก่าเพื่อให้เป็นไปตามที่องค์การต้องการ

•หาวิธีการการออกแบบซึ่งให้ได้มาซึ่งการลดอุปสรรคในการเปลี่ยนแปลง

•สร้างความรู้สึกมั่นคงที่จะไม่เป็นภัยคุกคามหากเกิดการเปลี่ยนแปลง

2.ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลง (Change Stage)

•จัดข้อมูล รูปแบบพฤติกรรมและวิธีการการมองสิ่งต่าง ๆ ใหม่

•ช่วยให้พนักงานได้เรียนรู้แนวคิดต่าง ๆ ใหม่

•สร้างเครื่องมือเพื่ออำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนแปลง

3.ขั้นตอนของการสร้างพฤติกรรมใหม่หรือการควบคุม (Refreezing Stage)

•ช่วยให้พนักงานรวมตัวกันเพื่อเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและทัศนคติในการทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยวิธีการธรรมดา ๆ

•ใช้การเสริมแรงเชิงบวกในการสนับสนุนหรือบังคับให้มีการเปลี่ยนแปลง

•ช่วยสนับสนุนให้การเปลี่ยนแปลงดำเนินไปอย่างสม่ำเสมอ

IP: xxx.84.195.234
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 21:25:54 GMT+0700 (ICT)

นางสาวอรปรียา เบ้าทำ

การจัดการรุ่นที่ 2

สรุปสิ่งที่ได้รับจากการเรียนในครั้งนี้ วันที่ 19กันยายน2553

การเปลี่ยนแปลงอย่างหนึ่งอย่างใดในระบบย่อยขององค์การ ย่อมจะมีผลกระทบถึงระบบย่อยอื่นๆ อีกด้วย กระบวนการพัฒนาองค์การนั้นจะต้อง สอดคล้องกับคติฐานที่ว่า การพัฒนาองค์การเป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ประกอบด้วยปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ มนุษย์ (ค่านิยม ความชำนิชำนาญ ฯลฯ) และโครงสร้างขององค์การมีวิทยาการทางสังคมเป็นเครื่องมือ และโดยหลักการของการการพัฒนาองค์การ จะต้องมุ่งปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทั้งในด้านโครงสร้าง และพฤติกรรมเจตคติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ การติดต่อสื่อสาร การวินิจฉัยสั่งการ การกำหนดเป้าหมาย การมีความไว้เนื้อเชื่อใจกันและกัน ฯลฯ องค์ประกอบทั้งสองประการนี้ย่อมมีความสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดที่ควรจะต้องคำนึงถึงในกระบวนการการพัฒนาองค์การ ทั้งนี้ก็เพื่อผลทั้งความสำเร็จของงาน และความพึงพอใจของมนุษย์ในองค์การ

เพื่อให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่ โดยมีการวางแผนและปฏิบัติงานให้เป็นไปตามแผนที่กำหนด

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ มี 6 ประการ คือ

1. การเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

2. การเพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. ปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมขององค์การ

6. การเพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

สรุป การพัฒนาองค์การเป็นวิชาที่จำเป็นยิ่งของนักบริหารเป็นการผนวกวิชาการด้านต่างๆหลายด้าน นำมาประยุกต์ใช้ในองค์การ อย่างเป็นกระบวนการเรียนรู้ และมีแบบแผนมุ่งการพัฒนาตัวบุคคลและองค์การ ให้มีประสิทธิภาพดีขึ้นทั้งนี้เพื่อรองรับความต้องการที่ไม่เคยพอและการไม่หยุดนิ่งของวิทยาการความล้ำสมัยใหม่ที่มีวิวัฒนาการดำเนินไปอย่างรวดเร็ว เพื่อให้องค์การของเราสามารถที่จะแข่งขันกับคู่แข่งและสามารถที่จะเติบโตและเดินหน้าต่อไปได้

วรณัน
IP: xxx.84.195.234
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 21:31:10 GMT+0700 (ICT)

วรณัน ธันยุพัก

การจัดการรุ่น 2

สรุปการเรียน วันที่ 19 กันยายน 2553

การเรียนในวันนี้ได้รับเนื้อหาเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กรในรูปแบบต่างๆ คือการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบระเบียบ อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์แบบขององค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่องค์กรได้ตั้งเป้าหมายไว้ การพัฒนาองค์การนั้นสามารถจำแนกได้ 6 อย่างที่สำคัญคือ เพิ่มประสิทธิภาพ เพิ่มประสิทธิผล เพื่อปรับปรุง เพื่อความสมบูรณ์ เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบและวัฒนธรรม และ เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน การพัฒนาองค์การมีจุดสำคัญ 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล กลุ่ม และองค์การ ส่วนกระบวนการพัฒนาองค์การมี 5 ข้อหลักที่สำคัญ ได้แก่ การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ การวินิจฉัยองค์การ การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ การดำเนินการพัฒนาองค์กร และการประเมินผลการพัฒนาองค์การ การเปลี่ยนแปลงและองค์การมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไปสู่สภาพหนึ่งในอนาคตที่ต้องการ ทั้งนี้โดยมีพื้นฐานแนวคิดที่เน้นความจำเป็นขององค์การในความสามารถในการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อความอยู่รอดและเหตุผลอื่นๆขององค์การ ตลอดจนการสร้างความพึงพอใจสูงสุดกับผลตอบกลับของการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้นโดยมีเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง ความมุ่งหมาย วัตถุประสงค์ กลยุทธ์ วัฒนธรรมบุคคล ภารกิจ โครงสร้าง และเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ก้าวล้ำ กระบวนการเปลี่ยนแปลงมีทั้งหมด 5 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนของความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง ขั้นตอนการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ แนวคิดการเปลี่ยนแปลงองค์การมีลักษณะแตกต่างกันไปตามการพัฒนาความคิดและรูปแบบของแต่ละยุอสมัยของสังคม ซึ่งสามารถสรุปแนวคิดพื้นฐานการเปลี่ยนองค์การได้ 3 ลักษณะคือ ลักษณะเชิงกระบวนการการเปลี่ยนแปลงองค์การ ลักษณะปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การ และ ลักษณะเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงองค์การ การวางแผนกลยุทธ์เป็นขบวนการวางแผนระยะยาวขององค์การ โดยจำแนกได้ 3 ระดับ ระดับองค์การ ธุรกิจ และ หน้าที่ การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การแบ่งกลุ่มระดับการเปลี่ยนแปลงเป็น 4 ระดับ คือ การเปลี่ยนแปลงระดับความรู้ ทัศนคติพฤติกรรมและการปฏิบัติงานของกลุ่มและองค์การและจำแนกเทคนิคการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 6 ขั้นตอนหลักๆ จำแนกสภาพแวดล้อมภายนอกออกเป็นด้านต่างๆ กำหนดเวลา ศึกษาสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ ที่เลือกไว้ว่ามีความสำคัญ ในห้วงเวลาที่กำหนดไว้ และวิเคราะห์เชื่อมโยงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสาธารชน ผู้มีส่วนได้เสียขององค์การ โดยใช้กลยุทธ์ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 2 แนวทาง คือ มองจากปัจจุบันสู่อนาคตและอนาคตย้อนหลังสู่ปัจจุบัน เพื่อมองหาแนวทางที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์ในสภาพแวดล้อม

นาง กรรณิกา ภาสิระกุล
IP: xxx.89.140.217
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 21:36:43 GMT+0700 (ICT)

นาง กรรณิกา ภาสิระกุล การจัดการ รุ่น 1 รหัส B5220045

สรุปการเรียนรู้ วิชา การพัฒนาองค์กร วันที่ 19 ก.ย. 2553

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การ มี 6 เป้าหมายหลัก

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ

1. ระดับบุคคล ( Individual Level)

2. ระดับกลุ่ม ( Group Level)

3. ระดับองค์การ (Organization Level)

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การมีอยู่ 5 ขั้นตอน

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Need s Identification )

2. การวินิจฉัยองค์การ (Diagsosis)

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ (Design)

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ (Implementation)

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation)

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ

รากฐานแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

ความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์การ เป็นความจำเป็นที่สุดขององค์การ พนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นต่างๆ ขององค์การ

ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงองค์การ 5 ขั้น คือ

1. ขั้นของความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง

2. ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฎิบัติทางทรัพยากรมนุษย์

5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ และทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

เทคนิคในวิธีการดำเนินการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งได้ 2 ลักษณะ

1. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม

2. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ

ขั้นตอนการละลายพฤติกรรม

1. สร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลง

2. ให้กำลังใจหรือกระตุ้นการเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมเก่า

3. หาวิธีการออกแบบซึ่งให้ได้มาซึ่งการลดอุปสรรคในการเปลี่ยนแปลง

4. สร้างความรู้สึกมั่นคงที่จะไม่เป็นภัยคุกคามหากเกิดความเปลี่ยนแปลง

นาย พิสิฐ อาภาพิลาส
IP: xxx.89.140.217
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 21:46:11 GMT+0700 (ICT)

นาย พิสิฐ อาภาพิลาส การจัดการ รุ่น 1 รหัส B5220051

การพัฒนาองค์การ คือ การแสวงหาทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพและประสิทธิผล อย่างเป็นระบบ โดยที่มีการนำองค์ความรู้หลาย ๆ สาขาวิชา เช่น สังคมศาสตร์ จิตวิทยา มนุษย์ศาสตร์ เป็นต้น

การพัฒนาองค์การ เนื่องมาจาก สังคมมีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย จึงทำให้วิถีการดำเนินชีวิตของคนในสังคมเปลี่ยนแปลงไปและมีผลทำให้องค์กร เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

1.เป้าหมายของการพัฒนาองค์การ คือ

1.1การเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

1.2การเพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

1.3การปรับปรุงองค์การให้ดีขึ้นกว่าเดิม

1.4การทำให้เกิดความสมบูรณ์ขององค์การ โดยการสร้างทักษะของบุคลากรในองค์การ

1.5การเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ

1.6การเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

2.รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ มีดังนี้

2.1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2.2. รากฐานของกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

2.3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

3.องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ มีขั้นตอนดังนี้

3.1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Needs Identification)

3.2. การวินิจฉัยองค์การ (Diagnosis) เ

3.3. การออกแบบ ( Design)

3.4. การดำเนินการ (Implementation)

4.แนวคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ คือ

4.1. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ

4.2. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีวัฒนาการ

4.3. เปลี่ยนแปลงโดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

5.รากฐานแนวความคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

5.1. ด้านคุณค่าและสมมติฐาน เพื่อความอยู่รอด กล่าวคือ พนักงานในองค์การจะเป็นส่วนเติมเต็มให้กับองค์การได้ดำเนินการเพื่อให้ประสบความสำเร็จขององค์การเพื่อความพึงพอใจสูงสุดของผู้ถือหุ้น ซึ่งผู้บริหารจำเป็นที่จะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีและเหมาะสมในการที่นำผล ตอบแทนกลับมาสู่ผู้ถือหุ้นและองค์การสูงสุด

5.2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ กล่าวคือ ต้องมีพื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์ โดยมีลักษณะการเปลี่ยนแปลง หลาย ๆ รูปแบบมีความสอดคล้องกันไม่ว่าจะเป็น กระบวนการ โครงสร้าง วัฒนธรรม

5.3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การ กล่าวคือ มีแรงผลักดัน ในการใช้ยุทธศาสตร์ขององค์การและดำเนินกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงซึ่งมีลักษณะ ที่เน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

6.ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงองค์การ

6.1. ขั้นตอนความพยายามที่จะเปลี่ยนวิสัยทัศน์ในการตัดสินใจของเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลง

6.2. ขั้นตอนประเมินช่องว่างของความแตกต่าง ในสิ่งที่เราทำอยู่ และกำลังจะทำในอนาคต

6.3. ขั้นตอนการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

6.4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างขององค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมและปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

6.5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ และกลับไปทำซ้ำในขั้นที่ 1

7.แนวคิดวิธีการดำเนินการเปลี่ยนแปลง มี 2 ลักษณะ คือ

7.1. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยการให้ความรู้

7.2. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยการสั่งการจากผู้บริหารองค์การ เพื่อให้บุคคลมีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง และทำให้พฤติกรรมกลุ่มเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย

นางจันทร์ทา พ่วงสร
IP: xxx.130.82.41
เขียนเมื่อ Thu Sep 23 2010 22:36:35 GMT+0700 (ICT)

(นางจันทร์ทา พ่วงสร สาขาวิชาการจัดการรุ่นที่ 3 )

                     บทสรุปการในการเรียนวิชาการพัฒนาองค์กร

                        (การเรียนในสัปดาห์ที่ 19 กันยายน 53)

 การพัฒนาองค์การ

สามารถแปลได้หลายความหมาย เช่น ความพยายามเปลี่ยนแปลง องค์การอย่างมีแบบแผน มีการวิเคราะห์ปัญหา/วางแผนยุทธศาสตร์และใช้ทรัพยากรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หรือการพัฒนาระบบโดยมีส่วนร่วมทั้งองค์การ เริ่มจากผู้บริหารระดับสูงลงสู่ระดับล่างขององค์การ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

ความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ

การบริหารงานเพื่อการปรับเปลี่ยนองค์การจะต้องคำนึงถึงความเป็นจริง โดยไม่คำนึงถึงศักดิ์ศรีและความต้องการของคน การบริหารงานระบบนี้ จึงไม่ค่อยยอมรับคุณค่าและวิธีการทำงานของคน เพราะสายการบังคับบัญชากำหนดไว้แน่นอนตายตัวว่าจากใครถึงใคร การแบ่งงานจะแบ่งตามความชำนาญเฉพาะอย่าง การบรรจุ เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง ขึ้นอยู่กับความสามารถ ส่วนความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลนั้นมีจำกัด แต่ละคนในหน่วยงานจึงใช้ความรู้ความสามารถและประสบการณ์ของตนเพื่องานของตนมากกว่าเพื่องานส่วนรวม

 วัตถุประสงค์ในการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การของหน่วยงานแต่ละหน่วยงานจะมีวัตถุประสงค์ไม่เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งลักษณะปัญหาตลอดจนแนวทางการวางยุทธศาสตร์ในการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาตามเป้าหมายขององค์การไม่เหมือนกันกับประสบการณ์และทักษะของผู้บริหาร การเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาองค์การนั้นมุ่งเน้นในหัวข้อนี้

1. การสร้างระบบหรือปรับระบบในสายการทำงานให้ยืดหยุ่นได้ตามลักษณะงาน

2. การแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะการทำงานทุกอย่างย่อมมีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นเสมอ

ลักษณะสำคัญของการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การจะมีลักษณะต่างๆ หลายประการ ซึ่งผู้บริหารระดับสูงและทีมที่ปรึกษาจะต้องพิจารณาควบคู่กันไป เช่น การพัฒนาจะมุ่งเน้นไปที่วัฒนธรรมขององค์การ (Organization Cultural), ค่านิยม (Value) และทัศนคติของบุคคลภายในองค์การ โดยการพัฒนาจะต้องกระทำเป็นระบบ เช่น ระบบโครงสร้างใหม่ ซึ่งจำเป็นจะต้องกระทำอย่างต่อเนื่อง มีการสอดแทรกข้อคิด (Intervention) เพื่อทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง การพัฒนาจะต้องเริ่มที่ผู้บริหารระดับสูงสุดและ คณะกรรมการบริหารจะต้องให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น เพื่อวัดประสิทธิภาพที่ได้จากการพัฒนาองค์การ การพัฒนาองค์การจะต้องใช้เทคนิค และเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อพัฒนาความสามารถของบุคคล และมุ่งขจัดความขัดแย้งในองค์การ การพัฒนาองค์การ ไม่ได้หมายถึงการพัฒนาแต่เฉพาะองค์การที่มีปัญหาเท่านั้น แต่หมายถึงองค์การที่มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่แล้วก็ควรได้รับพัฒนาให้เจริญยิ่งขึ้น เมื่อใดที่คิดว่าองค์การของตนมีความเจริญและมีการพัฒนาที่ดีแล้วจึงหยุดนิ่ง ก็เท่ากับว่ากำลังเดินถอยหลังตลอดเวลา ผู้บริหารจึงควรมีการพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยอาศัยหลักการดังนี้

1.กำหนดเป้าหมาย (Goal Sating) ควรมีการประชุม อภิปราย เพื่อกำหนดนโยบายร่วมกันทั้งฝ่ายผู้บริหารและสมาชิกในองค์การอย่างชัดเจน และตรงไปตรงมา

2.ความเข้าใจในสถานการณ์ (Understand Relations) ต้องอาศัยความเข้าใจร่วมกัน เพราะความต้องการของบุคคลจะเป็นตัวอิทธิพลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมการทำงาน

3.การปรับปรุงสัมพันธ์ภาพ (Improving Relations) การมีสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อกันในองค์การถือเป็นผลพลอยได้ขององค์การ แต่ไม่ว่าคนในองค์การจะมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันหรือไม่ก็ตาม ควรได้รับการเปิดเผย เพื่อให้ต่างฝ่ายได้รู้ถึงปัญหา เมื่อรู้ถึงปัญหาทุกคนจะพยายามปรับตัวเข้าหากันและตั้งใจทำงานมากขึ้น

 4.ให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ในการดำเนินการ การแก้ปัญหา การตัดสินใจ การให้ความสนับสนุนและความร่วมมือ ทั้งนี้ควรคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลง การแก้ปัญหา ระบบการทำงานของมนุษย์ขึ้นอยู่กับดุลภาพของงาน (Balance of force) ภายในระบบของหน่วยงานนั้นๆ

5.การเชื่อมโยง (Linking) แนวยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การ คือ ความสามารถในการโน้มน้าวคนในหน่วยงานให้มีความเข้าใจที่ดีต่อกันมากที่สุด

สรุป

 องค์การจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลงานใหม่ การให้บริการระบบใหม่ ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง อาทิ สภาพแวดล้อมทั่วไป การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม ผู้บริหารจึงควรจะต้องแสวงหาความคิดใหม่ๆ องค์ความรู้ใหม่ เพื่อพัฒนาองค์การต่อไปให้ประสบผลสำเร็จ

กฤติกา
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 00:36:41 GMT+0700 (ICT)

น.ส.กฤติกา วิชาธร สาขา การจัดการ รุ่น3

สรุปการเรียนวิชา การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การเชิงกลยุทธ์ วันที่ 19 กันยายน 2553

สาเหตุที่องค์กรต่างๆ ต้องทำการพัฒนา

1. ความซับซ้อนและความหลากหลายขององค์กร

การเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าในสังคมปัจจุบัน ทำให้องค์กรหลายแห่งต้องปรับตัวจนมีโครงสร้างที่ซับซ้อน และมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น ซึ่งเราจะเห็นรูปแบบการปรับตัวในระดับต่างๆ เช่น การรื้อปรับระบบ (Reengineering) การแตกออกเป็นหน่วยธุรกิจย่อย (Business Unit) การลดระดับการบังคับบัญชา (Delayering) หรือการลดขนาดองค์กร (Downsizing) เป็นต้น ทำให้มีการปรับเปลี่ยนระบบและวิธีการทำงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบุคลากรที่ปฏิบัติทั้งในเชิงกายภาพและจิตใจ ทำให้ฝ่ายบริหารไม่เพียงแต่ต้องตัดสินใจเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กร แต่จะต้องสามารถวางแผนและทำการพัฒนาองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ทั้งบุคคลและองค์กร

2. พลวัตของสภาพแวดล้อม

การขยายตัวและเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม การเมือง เทคโนโลยี และโลกาภิวัตน์ ตลอดจนสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานต่างๆ เช่น ลูกค้า คู่แข่งขัน ต่างก็มีอิทธิพลต่อการดำรงอยู่ของทั้งองค์กรและบุคลากร ประกอบกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับมหภาคของประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชากร ได้สร้างแรงผลักดันให้องค์กรธุรกิจต้องปรับตัวและดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของแรงงานเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น

3. ความยืดหยุ่นและการตอบสนองต่อปัญหา

องค์กรต้องมีความยืดหยุ่นต่อแรงกดดันและสามารถตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเหมาะสม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของสภาพแวดล้อม อาจสร้างโอกาสหรืออุปสรรคให้แก่องค์กรได้ โดยโอกาสและอุปสรรคที่เกิดขึ้นอาจจะมีรูปแบบที่แตกต่างจากอดีต ทำให้องค์กรต้องสามารถตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างเป็นระบบและตรงประเด็น ซึ่งต้องอาศัยความรู้ความสามารถและความพร้อมขององค์กร ในการรับรู้และตระหนักถึงปัญหา การวิเคราะห์สาเหตุ และการแก้ไขที่ถูกต้อง ผ่านทางทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตนเอง กลุ่ม องค์กร และสภาพแวดล้อมอย่างดี

4. แรงผลักดันของเทคโนโลยี

ปัจจุบันเทคโนโลยีเป็นปัจจัยสำคัญที่มีอิทธิพลต่อประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการทำงานของธุรกิจ การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีในอุตสาหกรรมทำให้องค์กรต้องปรับเปลี่ยนเทคโนโลยีของตนเอง เพื่อให้สามารถทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลทัดเทียมหรือเหนือกว่าองค์กรอื่นๆ มิเช่นนั้นก็จะถูกคู่แข่งขันแซงหน้า และอาจจะต้องออกจากการแข่งขันไปในที่สุด ซึ่งเราสมควรให้ความสนใจกับเทคโนโลยีด้านต่างๆ ดังนี้

4.1 เทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Technology) หรือ IT ได้แก่ คอมพิวเตอร์ ชุดคำสั่ง อุปกรณ์สื่อสาร และระบบ Internet จะเป็นกลจักรสำคัญในการสร้างประสิทธิภาพ และความคล่องตัวให้แก่องค์กร ผ่านระบบการจัดการข้อมูลที่เหมาะสม ที่ช่วยให้การตัดสินใจแก้ไขปัญหามีความถูกต้องและเหมาะสมกับข้อจำกัดของสถานการณ์

4.2 เทคโนโลยีการผลิตและการปฏิบัติงาน (Production/Operations Technology) เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยให้การผลิตมีประสิทธิภาพ และผลผลิตสูงขึ้น ตลอดจนช่วยในการปฏิบัติงานของบุคคลให้สะดวกและรวดเร็วมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ในการดำเนินงานของธุรกิจ

4.3 เทคโนโลยีการบริหารงาน (Management Technology) เป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ช่วยให้การทำงานขององค์กรมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการวางแผน การปฏิบัติการ และการควบคุม เช่น Benchmarking การบริหารคุณภาพโดยรวม (Total Quality Management : TQM ) หรือ การรื้อปรับระบบ (Reengineering) เป็นต้น โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาทั้งโครงสร้างและการทำงานขององค์กรให้ก้าวหน้าและทันสมัย ซึ่งจะช่วยสร้างความได้เปรียบเหนือคู่แข่งขัน

เราจะเห็นว่า พัฒนาการและการใช้งานเทคโนโลยีทั้งสามด้านอย่างเหมาะสมจะมีอิทธิพล และช่วยเร่งการพัฒนาผลิตภาพ (Productivity) รวมขององค์กร ดังนั้นการที่เราจะสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างถูกต้อง และลงตัวจะต้องอาศัยทรัพยากรมนุษย์ที่ไม่เพียงแต่มีความรู้ในงานที่ตนทำ แต่จะต้องสามารถใช้เทคโนโลยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่องค์กร โดยสามารถประสานประโยชน์และสร้างสมดุลระหว่างงานและระบบให้ได้อย่างเต็มที่

5. การตื่นตัวด้านจริยธรรมและความรับผิดชอบต่อสังคม

นอกจากแรงผลักดันของกระแสการดำเนินงาน และปัจจัยแวดล้อมภายนอก ดังที่กล่าวมาแล้ว ผู้บริหารในองค์กรต่างๆ ยังจะต้องตื่นตัวและให้ความสำคัญกับการดำเนินงานอย่างมีจริยธรรม ซื่อสัตย์ และรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งแวดล้อม ลูกค้าและพนักงาน โดยเฉพาะพนักงานซึ่งเป็นส่วนประกอบที่สำคัญอันดับหนึ่งขององค์กร ที่สมควรได้รับการปฏิบัติอย่างเป็นธรรม และมีมนุษยธรรมเพื่อให้เขามีความพอใจและเต็มใจปฏิบัติงานที่ตนได้รับมอบหมายอย่างเต็มความสามารถและเสียสละให้แก่องค์กร โดยพร้อมจะปฏิบัติงานอื่นที่อยู่นอกเหนือขอบเขตการทำงานของตน เพื่อให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง

การพัฒนาองค์การ ถือเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีความสำคัญกับทุกองค์การไม่ว่าจะเป็นในส่วนของภาครัฐ หรือแม้แต่ภาคเอกชนก็ตาม การพัฒนาองค์การเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีการวางแผนไว้ เพื่อให้เป็นไปตามที่องค์การต้องการ เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ วางแผน ปฏิบัติงาน แทรกแซงหรือเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงาน และประเมินผล โดยมีเทคนิคทางการบริหารที่นำมาใช้ในการปรับปรุงองค์การ ซึ่งควรมีการพิจารณาการเลือกใช้วิธีการที่เหมาะสมกับองค์การนั้น ๆ เพราะการพัฒนาองค์การจะต้องเผชิญกับการเมืองไทยในการเปลี่ยนแปลงองค์การ ปัญหาด้านวัฒนธรรมขององค์การ ปัญหาด้านวัฒนธรรมของสังคมหรือประเทศ และปัญหาเกี่ยวข้องกับจริยธรรม หรือการกระทบสิทธิส่วนบุคคลของคนที่ทำงานในองค์การ

เนื่องจากปัจจุบันกระแสการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วมากและทันทีทันใด จนบางครั้งไม่มีใครคาดคิดมาก่อนได้เลยถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเพื่อให้ธุรกิจสามารถปรับตัวและก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น พบว่าองค์การหลายแห่งให้ความสำคัญในการพัฒนาองค์การ (Organization Development: OD) มากขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา จนทำให้องค์การหลายแห่งได้กำหนดบุคคลที่ทำหน้าที่คิดหาวิธีการพัฒนาองค์การให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การพัฒนาองค์การ คือกระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องที่เป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่มและองค์การ ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ

1.เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

2.เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3.ปรับปรุงองค์การ

4.ความสมบูรณ์ขององค์การ

5.เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ

5.เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้เป็น 3 ระดับ คือ

ระดับบุคคล (Individual Level) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ากับองค์การ

ระดับกลุ่ม (Group Level) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

ระดับองค์การ (Organization Level) ซึ่งมีองค์ประกอบมากมาย เนื่องจากองค์การจะประกอบไปด้วยกลุ่มหลายๆ กลุ่มรวมกัน ซึ่งหากเกิดการเปลี่ยนแปลงในส่วยในส่วนหนึ่ง ย่อมส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆ ตามไปด้วย

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนา

ปัจจุบันการพัฒนาองค์กร(OD) ได้รับการยอมรับในความสำคัญและนำไปประยุกต์ใช้ในองค์กรต่างๆมากขึ้นทั้งที่นำไปประยุกต์โดยตรงหรือใช้งานในรูปแบบอื่นๆ ทำให้มีการพัฒนาองค์กรในมิติต่างๆให้ก้าวหน้าขึ้น ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการพัฒนาองค์การ 5 ขั้นตอน คือ

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ เป็นความต้องการขององค์การที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง พัฒนาองค์การให้ทันกับสภาวะแวดล้อมภายในองค์การและภายนอกองค์การ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตรงตามวัตถุประสงค์ขององค์การและเป็นการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน

2. การวินิจฉัยองค์การ หลังจากที่ผู้บริหารตระหนักถึงปัญหาที่องค์กรประสบอยู่หรือ มองเห็นโอกาสในการพัฒนาองค์กร เขาก็จะแต่งตั้งผู้ที่มีอำนาจพัฒนาองค์กร (OD Team) ให้ทำการศึกษา ทำความเข้าใจและอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา และเสนอแนะวิธีการพัฒนาองค์กรในอนาคต

3. การออกแบบ เป็นการนำข้อมูลจากการวินิจฉัยองค์การ มากำหนดแผนพัฒนาองค์การเลือกเทคโนโลยีและระดับในการพัฒนาองค์การและร่างแผนปฏิบัติงาน ( Action Plan ) เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลตามเป้าหมายที่ต้องการซึ่งจะต้องดำเนินงานอย่างเป็นระบบ และเป็นขั้นตอน โดยพิจารณาภาพรวมขององค์การ เพื่อให้แผนปฏิบัติการสามารถบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กร และสร้างผลงานที่สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ เป็นกระบวนการในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงองค์การโดยนำแผนที่ได้ออกแบบไว้ มาใช้จริงกับสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งมีการสังเกตปฏิกิริยาและพฤติกรรมของกลุ่มหรือบุคคลในองค์การไปด้วย

5. การประเมินผลการพัฒนา เป็นการประเมินผลการพัฒนาองค์การว่าสอดคล้องกับเป้าหมาย เกณฑ์ และมาตรฐานที่กำหนดไว้เพียงใด ตลอดจนจะต้องมีการแก้ไขและปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ขณะเดียวกันก็จะเป็นการส่งเสริมการเรียนรู้ของทีมงานพัฒนาองค์การที่จะได้รับข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) เพื่อปรับปรุงตนเองให้สามารถทำการพัฒนาองค์การให้ดีขึ้นในอนาคต

การเปลี่ยนแปลงองค์การเกิดขึ้นได้ 3 ลักษณะ คือ

1. เปลี่ยนแปลงโดยการปฏิวัติ เป็นการเปลี่ยนแปลงที่หวังผลฉับพลัน ผู้บริหารมักใช้อำนาจสั่งการให้พนักงานปฏิบัติตามที่ต้องการ

2. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีวิวัฒนาการ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปช้าๆ ทำให้พนักงานในองค์การสามารถปรับตัวได้

3. เปลี่ยนแปลงโดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นระบบมีการศึกษา วิเคราะห์ และวางแผนล่วงหน้า ทำให้องค์การพัฒนาไปอย่างเป็นขั้นตอน และมีประสิทธิภาพมากกว่าวิธีอื่น

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

ขั้นที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง

ขั้นที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์ หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรม สำหรับความรับผิดชอบใหม่ และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ และทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

เทคนิคในวิธีการดำเนินการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม เริ่มต้นจากการใช้อำนาจของบุคคลก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางความรู้ ความรู้จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติของบุคคล และเมื่อทัศนคติเปลี่ยนพฤติกรรมของคนก็จะเปลี่ยนตามไปด้วย

2. ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ เริ่มต้นจากการที่ผู้บริหารใช้อำนาจในการสั่งการให้คนในองค์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและเมื่อคนในกลุ่มเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ย่อมส่งผลต่อคนแต่ละคนที่ต้องเปลี่ยนแปลงตามกลุ่ม

แนวคิดพื้นฐานที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง

Kurt Lewin’s Three Step Change Model (รูปแบบการเปลี่ยนแปลง 3 ขั้นตอน)

Stephen P. Robbins (2002) อธิบายทฤษฎีของ Kurt Lewin ว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงตามอุปมา “เมื่อคลื่นสงบ” (Calm Water Metaphor) ซึ่งแบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ( 3 Phases)ดังแสดงในรูปที่ 4 คือ

1. Unfreezing คือขั้นตอนการเตรียมไปสู่การเปลี่ยนแปลง หรือ “ละลาย” สิ่งที่เป็นอยู่หรือดุลยภาพ (Equilibrium) เดิมโดยการขับเคลื่อน (Driving Forces) ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง เช่น การอธิบายถึงความจำเป็นของการเปลี่ยนแปลง และลดอุปสรรค (Restraining or Resistance Forces) ที่จะต่อต้านการเปลี่ยนแปลง

2. Changing or Moving เป็นกระบวนการเรียนรู้พฤติกรรมใหม่ เพื่อนำไปสู่พฤติกรรมองค์การที่พึงปรารถนา โดยผ่านวิธีการต่างๆ เช่น การสอนงาน การพัฒนา / ฝึกอบรม การสาธิต การวิจัย ฯลฯ

3. Refreezing เป็นช่วงที่พฤติกรรมที่ได้เรียนรู้ใหม่อยู่ตัว จึงต้องมีการเสริมแรงโดยการจัดทำเป็นระบบมาตรฐานและกระตุ้นจูงใจให้บุคคลปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง

Michael Kotter’s Eight Points Model (รูปแบบการสร้างจุดสำคัญในการเปลั้ยนแปลง)

Kotter เสนอพื้นฐานความสำเร็จในการจัดการเปลี่ยนแปลงองค์การ ดดยพิจานณาตามลำดับขั้นตอนต่างๆ 8 ขั้นตอน คือ

1.Establishing Sense เร่งด่วน

ก่อนที่จะเริ่มโครงการมีความจำเป็นต้องค้นหาในความสนใจของคุณเองหากโครงการที่จะมอบหมายเป็นอยู่ปัญหาจริงบางอย่างที่เร่งด่วนและต้องมีการแก้ไข ถ้าไม่เร่งด่วน, ฉันไม่คิดว่าจะมีพลังงานเพียงพอในองค์กรจะมุ่งเน้นคือการเปลี่ยนแปลงที่จะใช้ระบบใหม่หรือกระบวนการ

2.Creating Coalition แนวทาง

ผู้บริหารระดับสูงมักจะมากแม้กรรมการผู้จัดการที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงพอในแง่จริงเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงตัวเอง / งานของตนสามารถที่จะโน้มน้าวเพื่อนร่วมงานและประชาชนโดยทั่วไปว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเร่งด่วนและหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในคำอื่น ๆ จำเป็นต้องมีกลุ่มคนที่มีความมั่นใจว่าการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องแนะนำและว่าจะเป็นประโยชน์

3.Developing วิสัยทัศน์และยุทธศาสตร์

นี้โดยทั่วไปเป็นเนื้อหาของการสื่อสารในอนาคต ผู้นำการเปลี่ยนแปลงไม่สามารถเพียงแค่เดินเข้ามาในสำนักงานและบอกว่าเราจำเป็นต้องทำแบบนี้ 'ทำไม'ที่ต้องกล่าวว่าควรจะรวมอยู่ในวิสัยทัศน์ -- กรณีที่พวกเราจะกับนี้วิธีที่คุณต้องการให้เราไปที่นั่น

4.Communicating วิสัยทัศน์เปลี่ยน

ในความคิดซึ่งเป็นหนึ่งในผลงานเด่นที่สำคัญที่สุดของฉันในการจัดการการเปลี่ยนแปลง ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องเร่งด่วนที่มีหลาย ๆ คนแล้วคนที่เชื่อในมันและเรามีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของการที่เราต้องการไปและวิธีการที่จะได้มีทุกความคิดและการวางแผนนี้ควรจะห่อหุ้มอยู่ในชั้นการสื่อสารที่สร้างขึ้นอยู่กับผู้ชมพนักงาน

5.Empowering สำหรับการดำเนินการตามแบบทั่วไป

ฉันมักจะคิดว่าคนในระดับปานกลางและต่ำขององค์กรทราบว่าสามารถทำงานได้เป็นอย่างดีและตราบใดที่วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ที่ชัดเจนสำหรับพวกเขามีปัญหาใด ๆ กับการส่งมอบคุณภาพและเวลาบรรทัด ถ้าพวกเขาเชื่อในสาเหตุการหางานจะทำ

6.Generating คว้าระยะสั้น -- คว้าด่วน

ในกรณีส่วนใหญ่แม้ในขณะที่การดำเนินการระบบที่ค่อนข้างเล็ก ๆ มันก็จะนำการเปลี่ยนแปลงในองค์กร วิธีการจัดส่งสินค้าควรได้รับการออกแบบในลักษณะที่ผู้ให้การสนับสนุนเห็นคุณค่าก่อนที่ระบบจะใช้งานได้จริง ซึ่งสามารถทำได้เช่นการออกแบบใหม่อีกครั้งก่อนดำเนินการกระบวนการทางธุรกิจของพวกเขาในระบบ คนงานที่สอดคล้องกับกฎระเบียบใหม่ทุกครั้งก่อนที่จะนำมาเปลี่ยนระบบใหม่

7.Consolidating กำไรและการผลิตเปลี่ยนเพิ่มเติม

โดยปกติแล้วการเปลี่ยนแปลงที่มาพร้อมกับความคิดริเริ่มใหม่ทำให้เกิดการจัดเรียงของการไม่ปฏิบัติตามบางคนที่มีส่วนที่เหลือของสภาพแวดล้อมที่มีอยู่ ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเป็นที่รับรู้ทางบวกเราควรจะสร้างมันและสร้างการเปลี่ยนแปลงมากขึ้นในความคิดริเริ่มที่มีอยู่แล้วก็เริ่มการวางแผนโครงการใหม่ ๆ นี้วิญญาณที่ดีไม่ควรเสีย

8.Anchoring แนวทางใหม่ในการเพาะเลี้ยง

นี้เป็นจุดสุดท้ายที่ส่วนท้ายสุด แต่เป็นสิ่งที่สำคัญมากที่สุด ในระหว่างการนำการเปลี่ยนแปลงในองค์กรก็คือจะเป็นพนักงานไม่พอใจกับเงื่อนไขใหม่ของการทำงาน นี้ poses ความเสี่ยงว่าถ้ากลุ่มนี้เป็นจำนวนมากพวกเขาไม่ได้รับการฝึกอบรมอย่างถูกต้องในการใช้ระบบใหม่และพวกเขาจะมีอิทธิพลก็อาจทำให้เกิดการที่ระบบจะไม่นำไปใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่ และนี่เป็นเพียงหนึ่งในสถานการณ์ที่เป็นไปได้มาก นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำและป้องกันการเปลี่ยนแปลงให้มันแสดงค่าเมื่อเวลาผ่านไป

สรุป ปัจจุบันการทำธุรกิจเป็นเกมการแข่งขันที่มีความซับซ้อน และทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วมากขึ้นกว่าในอดีต ด้วยสาเหตุนี้องค์กรต่างๆ จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อปัจจัยจากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น ให้ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที การพัฒนาองค์กร (Organization Development) หรือที่นิยมเรียกกันว่า OD เป็นเครื่องมือที่ถูกนำมาใช้ในการบริหารและพัฒนาองค์กรเพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวและแก้ไขปัญหา ก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พร้อมสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรอย่างเป็นระบบและเป็นรูปธรรมมากขึ้น

เราจะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรในรูปแบบต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารขององค์กรนั้นต้องการจะนำรูปแบบใดมาใช้ ซึ่งเขาจะต้องตัดสินใจโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยเลือกใช้การเปลี่ยนแปลงได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมตามสภาพของสิ่งแวดล้อม และปัจจัยต่าง ๆ ในองค์กรซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการตอบสนองที่ดีจากสมาชิก หรืออาจก่อให้เกิดความไม่เข้าใจ และแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้บริหารและตัวแทนการเปลี่ยนแปลง จะต้องทำการศึกษาถึงผลกระทบที่สะท้อนกลับมาอย่างรอบคอบ และหาแนวทางและวิธีแก้ไข เพื่อให้การเปลี่ยนแปลงองค์กรสามารถก้าวไปข้างหน้าและประสบความสำเร็จได้

พาฝัน ประวะเข
IP: xxx.49.205.2
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 10:55:35 GMT+0700 (ICT)

ความหมายการพัฒนาองค์การ

กระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องที่เป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่ม และองค์การ ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย และความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ

เป้าหมายของการพัฒนาองค์การ

1.เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพที่สุด

2.เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นสัมฤทธิผลของการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3.การปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะนำนวัตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ ๆ และทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามาสู่องค์การ ทั้งนี้ เพื่อให้องค์การดีเท่าเดิม หรือดีกว่าเดิม

4.ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ สร้างบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริม และสนับสนุนให้คนและองค์การมีความเจริญไปพร้อมกัน ตลอดจนสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรกับองค์การ

5.เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่อมุ่งให้มีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์การทั้งระบบ

6.เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขัน หรือได้เปรียบคู่แข่งทางการค้า

รากฐานแนวความคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1.รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2.รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1.ระดับบุคคล (Individual Level)

2.ระดับกลุ่ม (Group Level)

3.ระดับองค์การ (Organization Level)

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ 5 ขั้นตอน

1.การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Needs Identification)

2.การวินิจฉัยองค์การ (Diagnosis)

3.การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ (Design)

4.การดำเนินการพัฒนาองค์การ (Implementation)

5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation)

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การเป็นการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไปสู่อีกสถานภาพหนึ่งในอนาคตที่กำหนดไว้เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต การบรรลุเป้าหมายขององค์การตลอดจนการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

การเปลี่ยนปลงองค์การเกิดขึ้นได้ 3 ลักษณะ

-เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ

-เปลี่ยนแปลงโดยวิธีวิวัฒนาการ

-เปลี่ยนแปลงโดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

รากฐานแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1.รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2.รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การมี 5 ขั้นตอน

1.ขั้นของความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังเปลี่ยนแปลง

2.ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3.ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติปิดช่องว่างของความแตกต่าง

4.ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

5.ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำใน ขั้นที่ 1

นางสาวณัฐณิชา ชัยแสง
IP: xxx.90.64.14
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 12:17:32 GMT+0700 (ICT)

นางสาวณัฐณิชา ชัยแสง การจัดการ รุ่น2

สรุปผลการเรียนวันที่19 กันยายน 2553

จากการการเรียนข้าพเจ้าสรุปได้ว่า การเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์กรเป็นจุดสำคัญในการสร้าความมั่นคงในองค์การทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับคนมากขึ้นความแตกต่างระหว่างบุคคลและแรงจูงใจในการทำงานความพึงพอใจของบุคคลที่มีต่องาน และทำให้เกิดความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่ม สถานภาพความเป็นผู้นำและความสำเร็จของกลุ่มการปฎิบัติหน้าที่ที่ไดรับผิดชอบอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล

ระบบขององค์การมีความสำพันธ์กันเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่งก็จะส่งผลกระทบต่อส่วนอื่นๆด้วย วัฒนธรรมองค์การเป็นพื้นฐานคุณค่าที่ถูกแบ่งปันสู่กลุ่มและบุคคลที่เกิดการเปลี่ยนแปลงย่อส่งผลต่อธรรมชาติและพฤติกรรมของคนและกลุ่มด้วย

โครงสร้างและภาระงานเป็นส่วนสำคัญขององค์การเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลกระทบต่อคนและกลุ่ม

เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ แล้วก็พูดถึงรากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ คือการมุ่งเน้นสำคัญในการสร้างความมั่นคงในองค์การ โดยมีรากฐานเป็นองค์ประกอบสำคัญคือ 1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน คือการพัฒนาองค์การให้ความสำคัญกับคุณค่าความเป็นมนุษย์และความสมอภาคและเป็นสิทธิของบุคคลในองค์การในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 2 . รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ คือการได้นำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ สรุปคือการพัฒนาองค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆๆที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ ทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวกับ คน กลุ่ม หน้าที่ที่รับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมายองค์การ 3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ คือการมองเห็นปัญหาข้อบกพร่องหรือความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ คือมีเป้าหมายหลักขององค์การ โดยมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงหลายๆรูปแบบที่มีลักษณะสอดคล้องกัน เช่น จุดมุ่งหมาย กระบวนการ โคลงสร้าง และวัฒนธรรมเป็นต้นรากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การเกิดขึ้นจากความพยายามในการกาวิธีการในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและมุ่งผลกำไรเป็นสำคัญ และเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เพื่อการหวังผลการปฏิบัติงานหรือผลสำเร็จในทันที

การเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการดำเนินงานได้ 5ขั้นตอน

1.ขั้นของความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง

2.ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3.ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการ ปิดชิ่งว่างความแตกต่าง

4ขั้นการเปลี่ยนแปลงโคลงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบ

5.ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ และทำซ้ำในขั้นตอนที่1

การตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงองค์การ คือการตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงองค์การจำเป็นต้องพิจารณาถึงโคลงสร้างและปัจจัยต่างๆ 5 ประการ

1.ลักษณะสภาพแวดล้อมองค์การ

2. ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลการปฎิบัติงานขององค์การ

3.ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารสูงสุดขององค์การ

4.กลยุทธ์องค์การ

5.ลักษณะเฉพาะโคลงสร้างองค์การ หลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงองค์การมีปัจจัยอยู่ 4ประการ คือปัจจัยด้านเวลา ปัจจัยด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลง ปัจจัยการเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลง ปัจจัยด้านการเห็นพ้องต้องกันของผู้นำการเปลี่ยนแปลง กลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์การ เทคนิคในวิธีการดำเนินการเปลี่ยนแปลง

ข้าพเจ้าจึงสรุปได้ว่า ปัจจุบันนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาซึ่งควรจะรับมืออย่างไรกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเรื่องต่างๆที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์การอยู่ตลอดเพื่อการอยู่รอดของบริษัท และองกรทุกองค์กร

จากการเรียนวิชาพัฒนาองค์การเชิงกลยุทธก็เพื่อให้สอดคล้องกับความเจริญก้าวหน้าของโลกของประเทศของบริษัทห้างร้าน เพื่อให้ได้เรียนรู้ในสิ่งใหม่ๆที่เกิดขึ้นในโลกของเราปัจจุบันว่าความเจริญก้าวหน้า ทางวัตถุหรือทางปัจจัยต่างนั้นองค์กรของเราก็ต้องเรียนรู้พัฒนา ให้ทันเหตุการทันโลกเพื่อความเจริญก้าวหน้า ขององค์กรเพื่อความเจริญก้าวหน้าของบริษัทของเรา ให้เจริญทัดเทียมกับบริษัทอื่นๆซึ่งความเจริญก้าวหน้าขององค์กร แต่ละบริษัทก็ต้องพัฒนาแข่งขันกัน การพัฒนาบางบริษัทบางประเทศเขาจะวางแผนการพัฒนาของเขา กำหนดเป้าหมายของเขา เขาจะมองการใกลไปถึงสิบปีข้างหน้าเลย ว่าแผนการพัฒนาของเขาไปใกลขนาดนั้นแล้วเมื่อถึงเวลาอนาคตข้างหน้าไปถึงบริษัทหรือประเทศนั้นก็จะประสพความสำเร็จด้วยดี เพราะว่ามีการวางแผนล่วงหน้าแล้ว ส่วนบริษัทไหนที่ไม่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าไว้ ก็จะประสพปัญหาตลอดเลย เพราะว่าไม่มีการวางแผนรองรับอนาคตภายภาคหน้า ดังนั้นวิชาการพัฒนาองค์การเชิงกลยุทธ์ จึงจำเป็นและสำคัญต้องเรียนรู้และนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดด้วย เพื่อนำไปพัฒนาองค์การของเขาให้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆตลอดเวลา ซึ่งจะได้เปรียบต่อคู่แข่งขัน ถ้าองค์กรเราไม่มีการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆนั้น ก็จะทำให้หล้าหลัง ตามเขาไม่ทัน เมื่อเราเรียนรู้เรารู้แล้วเราก็สามารถมองเห็นจุดอ่อน จุดแข็ง ของคู่แข่งเราได้อีกมองเห็นอนาคตได้เราก็ได้เปรียบทุกด้าน ด้านกลยุทธ์ มันก็ทำให้องค์กรเราอยู่รอดได้ตลอดไป

นางสาววรัญญา กองแก้ว การจัดการ รุ่นที่ 1 B5220030
IP: xxx.137.191.50
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 12:56:22 GMT+0700 (ICT)

สรุปผลการเรียน วันอาทิตย์ ที่ 19-09-10

นางสาว วรัญญา กองแก้ว ( การจัดการทั่วไป รุ่นที่ 1 )

ข้าพเจ้า ประทับใจเป็นอย่างมาก คือ ท่านอาจารย์เพิ่งบินมาจากต่างประเทศซึ่งเหนื่อยมาก แต่ท่านก็ตั้งใจสอนไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยและก็เตรียมการสอนมาเป็นอย่างดีไม่ละเลยหน้าที่ในการสอนแม้แต่น้อย

ความหมายของการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์

องค์กรจะพัฒนาหรือหยุดนิ่ง เวลาเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว แน่นอนว่าวันเดือนปี ไม่เคยรอใคร มีแต่เกียร์เดินหน้า ถอยหลังไม่เป็น “เวลา” จึงมีค่ามหาศาล เมื่อไม่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพราะอาจจะยึดติดกับความสำเร็จเดิมๆ ก็อาจเรียกได้ว่า องค์กรคุณเริ่มถอยหลังเข้าคลองหรือเปล่า แล้วจะไปต่อสู้กับคู่แข่งได้อย่างไร

เมื่อกล่าวถึงคำว่า “กลยุทธ์” ผู้เขียนให้ความสำคัญมากโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่เกี่ยวกับงานทรัพยากรบุคคล ลองทบทวนหรือวิเคราะห์กันดูว่า ปัจจุบันนี้องค์กรมีกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากรหรือไม่ วิเคราะห์ถึงบทบาทของ HR ว่าจัดอยู่ในกลุ่มใด ระดับไหน เพื่อสะท้อนภาพเกี่ยวกับเรื่องนี้ในเบื้องต้นได้พอสมควร

ลองตั้งคำถามว่า องค์กรเรามีกลยุทธ์ในการพัฒนาบุคลากรหรือเปล่า? แล้วรูปแบบในการพัฒนาบุคลากรใช้เทคนิคอะไรบ้างน้า? และองค์กรให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากรมากน้อยแค่ไหนล่ะ? ภารกิจของหน่วยงานทรัพยากรบุคคลนั้น มีหน้าที่ในการพัฒนาบุคลากร (Human Resource Development) ซึ่งถือว่าเป็นหน้าที่ที่มีความสำคัญมากในการผลักดันให้องค์กรบรรลุเป้าหมายและวิสัยทัศน์ที่กำหนดไว้ แต่ในข้อเท็จจริงอาจจะพบว่า ยังมีอีกหลายองค์กรที่ยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มากนัก หรือให้ความสำคัญน้อยกว่าภารกิจอื่นๆ ที่องค์กรเห็นว่าสำคัญกว่า

“การพัฒนาองค์กร คือ การพัฒนาคน” Organization Development is Human Resource Development หากภารกิจขององค์กรจะบรรลุได้นั้น ต้องเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพนักงานในองค์กร กล่าวคือ การพัฒนาบุคลากรคือ การเปลี่ยนแปลงบุคลากรในเชิงพฤติกรรม จากขาดความรู้ให้กลายเป็นมีความรู้เพิ่มขึ้น จากขาดทักษะความเชี่ยวชาญให้กลายเป็นความเชี่ยวชาญ จากขาดความเข้าใจให้กลายเป็นความเข้าใจ และจากทัศนคติในเชิงลบหรือไม่ดีให้กลายเป็นทัศนคติเชิงบวกหรือดีกว่าเดิม ซึ่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวนั้นเกิดจากกระบวนการพัฒนาโดยกิจกรรมการฝึกอบรม (Training) เป็นเครื่องมือหนึ่งที่มีส่วนผลักดันให้เกิดขึ้นได้

การพัฒนาบุคลากร (Human Resource Development) คือส่วนสำคัญของระบบการบริหารทรัพยากรบุคคล ประกอบด้วยเทคนิค เครื่องมือ วิธีการต่างๆ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของพนักงานให้สอดคล้องและมีทิศทางเดียวกันกับความต้องการขององค์กร รวมถึงช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ขณะเดียวกันการพัฒนาบุคลากรก็ส่งผลหรือเปิดโอกาสให้พนักงานมีความก้าวหน้าในการทำงาน รวมถึงมีศักยภาพสูงขึ้น ซึ่งต้องแสวงหากลยุทธ์ที่เหมาะสมกับสไตล์ กับวัฒนธรรมองค์กรให้เกิดการเรียนรู้ได้ดีที่สุดอีกด้วย และการพัฒนาบุคลากรที่มีประสิทธิผลนั้นไม่ได้หมายถึงเพียงการฝึกอบรม (Training) เท่านั้น ดังนั้น จึงทำให้มีวิธีการพัฒนารู ปแบบของการพัฒนาที่หลากหลายเกิดขึ้น และมีพัฒนาการตามลำดับ

การวิเคราะห์และปรับเปลี่ยนโครงสร้างองค์การ

ในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์นั้น หากมีกลยุทธ์ที่จะทำให้โครงสร้างเดิมขององค์การไม่สามารถที่จะนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติได้ ก็จะต้องมีการปรับเปลี่ยนลักษณะการจัดโครงสร้างขององค์การด้วย สำหรับกลนุทธ์ที่จะต้องทำให้มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างขององค์การนั้นก็ได้แก่

สิ่งสำคัญในการปรับโครงสร้างองค์การก็คือการจัดแบ่งส่วนงานให้สอดคล้องกับภารกิจของหน่วยงานโดยให้มีความคล่องตัวในการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ

การปรับระบบงาน

การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ บางครั้งทำให้องค์การจำเป็นต้องปรับระบบกระบวนการปฏิบัติงานเพื่อให้การปฏิบัติงานเป็นไปตามกลยุทธ์ที่กำหนดขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่การปรับกลยุทธ์นั้นๆ ทำให้ต้องมีการปรับโครงสร้างขององค์การด้วย

ในการปรับระบบงานเพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์นั้นมีแนวทางปรับระบบงาน ดังนี้

สำหรับเทคนิควิธีการปรับระบบงานนั้น ได้แก่

1การปรับปรุงงานแบบ Work Simplification ซึ่งหมายถึงการปรับปรุงงานโดยการวิเคราะห์แยกออกเป็นขั้นตอนย่อยๆ แล้วพิจารณา ตัด ยุบรวม หรือแก้ไขให้ระบบงานสั้นขึ้น ใช้เวลาและทรัพยากรน้อยลง และ ง่าย สะดวกต่อการปฏิบัติมากขึ้น

2.การรื้อปรับระบบงาน (Business Process Reengineering) ซึ่งเป็นรื้อระบบงานเดิมออกทั้งหมดในกระบวนงานหนึ่งๆ แล้วออกแบบสร้างระบบงานใหม่ขึ้นมาแทนที่โดยพิจารณาถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่มีอยู่ในปัจจุบันมาใช้เพื่อทำให้การปฏิบัติงานมีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างมาก เช่น การนำระบบอัตโนมัติ (Automation) มาใช้แทนคนในการผลิต หรืองานสำนักงาน

3.การปรับระบบงานโดยกิจกรรมการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ซึ่งหมายถึงการสร้างวัฒนธรรมในองค์การให้ผู้ปฏิบัติงานทุกคนมีส่วนรวมในการคิดริเริ่ม และดำเนินการปรับปรุงคุณภาพงานในส่วนต่างๆ ขององค์การอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

การปรับการจัดอัตรากำลังคน

เมื่อมีการปรับกลยุทธ์ ตลอดจนโครงสร้างและระบบงานขององค์การแล้ว ขั้นตอนต่อมาของการปรับเปลี่ยนองค์การก็ได้แก่ การปรับการจัดอัตรากำลังคน เพื่อจัดคนลงไปปฏิบัติงานให้เหมาะสมกับลักษณะงานที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการปรับการจัดอัตรากำลังนี้อาจทำได้โดย

4.1 ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ที่ไม่ส่งผลกระทบให้มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การ ก็อาจใช้เพียงวิธีการปรับลักษณะการมอบหมายงาน (Reassignment) เพื่อจัดแบ่งงานที่เกิดขึ้นมาใหม่ หรืองานที่เปลี่ยนไปกับผู้ปฏิบัติงานที่มีอยู่เดิม

การพัฒนาทรัพยากรบุคคล

ในการปรับกลยุทธ์ขององค์การนั้น การพัฒนาทรัพยากรบุคคลถือเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่จะช่วยให้การนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติประสบผลสำเร็จ เพราะในการปรับกลยุทธ์นั้น มักทำให้คนในองค์การต้องปรับเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจ ทักษะ และ ทัศนคติในการทำงาน เช่น การเปลี่ยน

กลยุทธ์การดำเนินงานของทางราชการจากการลงมือจัดการบริการเอง มาเป็นการกำกับดูแลและส่งเสริมนั้น ก็จะต้องมีการปรับแนวคิด แนวการปฏิบัติงานของบุคลากรขนานใหญ่ เป็นต้น

การฝึกอบรมการให้การศึกษาและการพัฒนาคนด้วยวิธีการอื่นๆ เช่น การมอบหมายงาน การหมุนเวียนงาน หรือการสอนงาน ฯลฯ จึงเป้นเครื่องมือที่สำคัญในการพัฒนาคนในองค์การให้สามารถนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การพัฒนาวัฒนธรรมขององค์การ

ในการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์การดำเนินงานขององค์การนั้น ในบางครั้งอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมขององค์การด้วย เช่น การเปลี่ยนกลยุทธ์ของกรมราชทัณฑ์จากการที่เน้นการคุมขังเพื่อลงโทษ มาเป้นการพัฒนาคนนั้นเท่ากับเป็นการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์การใหม่อย่างพลิกโฉม ฯลฯ ซึ่งการเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์การในลักษณะดังกล่าวนี้ จะต้องใช้วิธีการหลายๆ อย่างประกอบกัน เช่น

• ใช้การรณรงค์ประชาสัมพันธ์คำขวัญ วิสัยทัศน์ และกลยุทธ์ใหม่ อย่างเข้มข้นและต่อเนื่อง

• ใช้การประชุมชี้แจงจากการเปลี่ยนแปลงเรื่องต่างๆ เช่นโครงสร้างระบบงาน เป็นเวทีที่ใช้ชี้แจงและตอกย้ำถึงความจำเป็นในการที่ต้องปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานใหม่

• ใช้การนำนวัตกรรมใหม่ เช่น เครื่องมือใหม่ การจัดโครงสร้างใหม่ ระบบงาน เป็นเวทีที่ใช้ชี้แจงและตอกย้ำถึงคงามจำเป้นในการที่ต้องปรับเปลี่ยนแปลง

• ใช้การเปิดโอกาสให้กับบุคลากรมีส่วนร่วมในกระบวนการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ขององค์การในการปลูกฝังวัฒนธรรมใหม่

• ใช้การแต่งตั้งโยกย้าย การพิจารณาความดีความชอบในการแสดงให้คนในองค์การเห็นถึงรางวัล และการลงโทษในการยอมรับ หรือปฏิเสธวัฒนธรรมองค์การใหม่

สำหรับปัจจัยที่สำคัญที่สุกต่อการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของคนในองค์การนั้น ได้แก่

6.1 สิ่งที่ผู้นำให้ความสำคัญ และ คอยติดตาม กำกับดูแลอยู่เสมอ และทุ่มเทให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นการให้วัฒนธรรมใหม่ที่สอดคล้องกับกลยุทธ์

6.2 ลักษณะการปฏิบัติงานและปฏิบัติตนของผู้นำในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งควรจะต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์และนโยบายที่ประกาศไว้

6.3 การปฏิบัติตนของผู้นำให้เป็นตัวอย่าง และการยกย่องบุคคลตัวอย่างในองค์การ

6.4 การที่ผู้นำพยายามสื่อสารตอกย้ำ เป็นหมาย เกณฑ์การติดตามผลงาน ตลอดจาความหมายและสำคัญจำเป็นของกลยุทธ์ใหม่และวัฒนธรรมการทำงานใหม่อย่างสม่ำเสมอ

6.5 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาความดีความชอบ การลงโทษ และการแต่งตั้งโยกย้าย

กลยุทธ์ในการพัฒนาองค์การ

ที่กล่าวมาเป็นการเสนอให้เห็นถึงส่วนสำคัญขององค์การที่อาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้องค์การสามารถนำกลยุทธ์ไปสู่การปกิบัติได้สำเร็จซึ่งการปรับเปลี่ยนส่วนต่างๆ ดังกล่าวนั้นมีกลยุทธ์ในการปรับเปลี่ยนได้หลายกลยุทธ์ ซึ่งมีพอสรุปได้ดังนี้

1. การปรับเปลี่ยนโดยการสั่งการ

การปรับเปลี่ยนองค์การด้วยวิธีนี้เป็นการที่ผู้บริหารใช้อำนาจสั่งการอย่างเป็นทางการให้มีการปรับเปลี่ยนในส่วนต่างๆที่จำเป็น ซึ่งโดยผู้ที่ปฏิบัติงานมีหน้าที่เพียงปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะสมเฉพาะในสถานการณ์ที่วิกฤติที่ทุกส่วนมีความสับสนวุ่นวายและในสถานการณ์ที่ทุกอย่างสงบเรียบร้อยราบรื่นอย่างมากโดยที่ทุกคนในองค์การพร้อมจะปฏิบัติตามทุกอย่างที่ผู้นำต้องการ

2. การปรับเปลี่ยนโดยการให้มีส่วนร่วมในวงจำกัด

การปรับเปลี่ยนองคืการด้วยวิธีนี้ใช้การเปิดโอกาสให้บุคลากรที่มีสำคัญโดยตำแหน่งหน้าที่หรือโดยการยอมรับอย่างไม่เป้นทางการเข้ามามีส่วนร่วมในการเป้นผู้นำในการปรับเปลี่ยน

องค์การ คณะกรรมการปฏิรูปองค์การ และการใช้การบริหารโดยวัตถุประสงค์ (Management By Objectives หรือ MBO) ฯลฯ ซึ่งอาจจะเป็นการลดกระแสการต่อต้านได้บ้าง และเป็นการระดมความคิดความร่วมมือจากหลายฝ่าย แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องความล่าช้าความเบี่ยงเบนจากเป้าหมายเดิมได้

3. การปรับเปลี่ยนองค์การโดยการสร้างกระแสวัฒนธรรมใหม่

วิธีนี้ใช้การเปิดโอกาสให้ทุกๆ คนในองค์การสามารถริเริ่มให้มีการเปลี่ยนแปลงต่างๆ องค์การได้อย่างกว้างขวางที่สุด เช่น การจักให้มีระบบข้อเสนอแนะ การจัดให้มีการจัดระบบงานกันเองในทีม (Autonomous Workteam) หรือการจัดให้มีระบบการจัดการคุณภาพโดยรวม (Total Quality Mangement) ฯลฯ วิธีการเหล่านี้อาจช่วยให้มีการเปลี่ยนแปลงองค์การในจุดต่างๆ อยู่เสมอซึ่งเป็นการทำให้องค์การเรียนรู้และปรับตัวอยู่ตลอดเวลา แต่การเปลี่ยนแปลงนั้นอาจเป็นไปเพียงในวงจำกัดหากองค์การไม่มีระบบการสื่อสารประชาสัมพันธ์ภายในที่ดีพอ และที่สำคัญก็คือการปเลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอาจไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่วางไว้ และเมื่อผู้ปฏิบัติงานได้มีส่วนร่วมปรับสร้างสิ่งใดขึ้นมาแล้ว ความรู้สึกหวงแหน เป็นเจ้าของอาจเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เขาคิดริเริ่มขึ้นมาได้

4. กลยุทธ์แบบผสม

เป็นการนำกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงองค์การหลายๆ แบบมาใช้ร่วมกัน เช่น ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งใช้ กลยุทธ์การสั่งโดยผู้บริหารระดับสูงลงมาเป็นวิทยากรในการบรรยาเรื่องการปรับกลยุทธ์การดำเนินงานขององค์การด้วยตัวเอง การประกอบกับการสร้างทีมงานการรื้อปรับระบบงานของสาขา และการส่งเสริมกระบวนการเรียนรู้ขององค์การอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการพัฒนาส่วนต่างๆ ขององค์การด้วยกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลงองค์การที่ต่างกัน

สรุป

การพัฒนาองค์การเพื่อการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัตินั้น เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการวางแผนกลยุทธ์ขององค์การ เกือบทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ องค์การก็จะต้องปรับตัวตาม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ที่เปลี่ยนไปได้

ในสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงนั้น นอกจากองค์การจะต้องมีการวางกลยุทธ์ให้ดีแล้ว การพัฒนาขีดความสามารถขององค์การในการปรับตัวเองขององค์การก็เป้นสิ่งสำคัญ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึง “ความสามารถในการเรียนรู้” ขององค์การ องค์การที่เรียนรู้ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถอยู่รอดและเจริญก้าวหน้าได้ดีกว่า ส่วนองค์การที่ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ได้ดีก็จะมีโอกาสที่จะประสบความล้มเหลวได้ง่ายการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ จึงหมายถึงกระบวนการพัฒนา การฝึกอบรม การส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงาน เพื่อให้บุคลากรเกิดความรู้ ทักษะ สมรรถนะ และทัศนคติ ทีจะสามารถปฏิบัติงานอย่างมีความสุขและมีแรงจูงใจ ผลักดันภารกิจให้บรรลุเป้าหมายตามที่องค์กรกำหนดเป็นสำคัญ

นาย วินัย ศรีม่วง
IP: xxx.120.246.207
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 15:17:10 GMT+0700 (ICT)

นาย วินัย ศรีม่วง การจัดการรุ่นที่ 2

วิชา การพัฒนาองค์การ

สรุปการเรียน วิชาการพัฒนาองค์การ ในวันที่ 19/09/53

การพัฒนาองค์กร (Organization Development) คือ กระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่าง

เป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยว

ข้องกับกระบวนการทางมนุษย์ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่ม และองค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้หมาย

การพัฒนาองค์การมิได้หมายถึงการพัฒนาแต่เฉพาะองค์การที่มีปัญหาเท่านั้น หากแต่องค์การที่มีความเจริญรุ่งเรืองอยู่แล้วก็ควรได้

รับพัฒนาให้เจริญยิ่งขึ้น เพราะเมื่อใดที่คิดว่าองค์การของตนมีความเจริญและมีการพัฒนาที่ดีแล้วจึงหยุดนิ่ง ก็เท่ากับว่ากำลังเดิน

ถอยหลังตลอดเวลา ผู้บริหารจึงควรมีการพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ โดยอาศัยหลักการดังนี้

.

1.กำหนดเป้าหมาย (Goal Sating) ควรมีการประชุม อภิปราย เพื่อกำหนดนโยบายร่วมกันทั้งฝ่ายผู้บริหารและสมาชิกในองค์การ

อย่างชัดเจน และตรงไปตรงมา

2.ความเข้าใจในสถานการณ์ (Understand Relations) ต้องอาศัยความเข้าใจร่วมกัน เพราะความต้องการของบุคคลจะเป็นตัว

อิทธิพลอย่างยิ่งต่อพฤติกรรมการทำงาน

3.การปรับปรุงสัมพันธ์ภาพ (Improving Relations) การมีสัมพันธ์ภาพที่ดีต่อกันในองค์การถือเป็นผลพลอยได้ขององค์การ แต่ไม่

ว่าคนในองค์การจะมีสัมพันธภาพที่ดีต่อกันหรือไม่ก็ตาม ควรได้รับการเปิดเผย เพื่อให้ต่างฝ่ายได้รู้ถึงปัญหา เมื่อรู้ถึงปัญหาทุกคนจะ

พยายามปรับตัวเข้าหากันและตั้งใจทำงานมากขึ้น

4.ให้ทุกคนเข้ามามีส่วนร่วม ในการดำเนินการ การแก้ปัญหา การตัดสินใจ การให้ความสนับสนุนและความร่วมมือ ทั้งนี้ควรคำนึงถึง

การเปลี่ยนแปลง การแก้ปัญหา ระบบการทำงานของมนุษย์ขึ้นอยู่กับดุลภาพของงาน (Balance of force) ภายในระบบของหน่วย

งานนั้นๆ

5.การเชื่อมโยง (Linking) แนวยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์การ คือ ความสามารถในการโน้มน้าวคนในหน่วยงานให้มีความเข้าใจที่ดี

ต่อกันมากที่สุด

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

ขั้นที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง

ขั้นที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์ หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรม สำหรับความรับผิดชอบใหม่ และฝึกปฏิบัติการทาง

ทรัพยากรมนุษย์

ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ และทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

สำหรับปัจจัยที่สำคัญที่สุกต่อการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของคนในองค์การนั้น ได้แก่

6.1 สิ่งที่ผู้นำให้ความสำคัญ และ คอยติดตาม กำกับดูแลอยู่เสมอ และทุ่มเทให้การสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นการให้วัฒนธรรมใหม่ที่

สอดคล้องกับกลยุทธ์

6.2 ลักษณะการปฏิบัติงานและปฏิบัติตนของผู้นำในสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งควรจะต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์และนโยบายที่ประกาศไว้

6.3 การปฏิบัติตนของผู้นำให้เป็นตัวอย่าง และการยกย่องบุคคลตัวอย่างในองค์การ

6.4 การที่ผู้นำพยายามสื่อสารตอกย้ำ เป็นหมาย เกณฑ์การติดตามผลงาน ตลอดจาความหมายและสำคัญจำเป็นของกลยุทธ์ใหม่

และวัฒนธรรมการทำงานใหม่อย่างสม่ำเสมอ

6.5 หลักเกณฑ์ในการพิจารณาความดีความชอบ การลงโทษ และการแต่งตั้งโยกย้าย

สรุป

องค์การจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลงานใหม่ การให้บริการระบบใหม่ ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง อาทิ สภาพแวดล้อมทั่วไป การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม ผู้บริหารจึงควรจะต้องแสวงหาความคิดใหม่ๆ องค์ความรู้ใหม่ เพื่อพัฒนาองค์การต่อไปให้ประสบผลสำเร็จ

นางสาวจิราภรณ์ ม่วงเข้ม
IP: xxx.11.8.46
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 15:33:21 GMT+0700 (ICT)

นางสาวจิราภรณ์ ม่วงเข้ม สาขาการจัดการ รุ่น 2 B5220104

สรุปการเรียน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553

วิชา การพัฒนาองค์กร

การพัฒนาองค์กร คือ กระบวนการที่แสวงหาแนวทาง เพื่อพัฒนาความสามารถขององค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสิทธิผล โดยการพัฒนาจากบุคคล ไปยังกลุ่มคน และองค์กร เพื่อทำให้องค์กรบรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายที่ได้ตั้งไว้

เป้าหมายการพัฒนาองค์กร เพื่อ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด

2. เพิ่มประสิทธิผลองค์กร คือมุ่งเน้นการทำงานได้สำเร็จลุล่วงตามที่ตั้งเป้าหมายไว้

3. ปรับปรุงองค์กร คือการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ประโยชน์ภายในองค์กรให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุด

4. ความสมบูรณ์ขององค์กร คือ การเพิ่มพูนความรู้ความสามารถให้กับบุคคลภายในองค์กร ทั้งระดับตัวบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับองค์กร เพื่อนำความรู้ความสามารถที่ได้มา มาใช้ประโยชน์ภายในองค์กร

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนาธรรมองค์กร คือ การเปลี่ยนแปลงองค์กรอย่างมีระบบ โดยการเปลี่ยนจากรูปแบบเดิม ได้สู่แนวทางที่วางไว้

6. เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน คือ การวางแผนในการดำเนินงานให้เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้เหนือกว่าคู่แข่งในทุกๆด้าน

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์กร คือการพัฒนาองค์กรที่จุด เน้นความสำคัญในการสร้างความมั่นคงในองค์กร โดยมีองค์ประกอบที่สำคัญ ดังนี้

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน คือ การพัฒนาองค์กร โดยให้ความสำคัญกับคุณค่าความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค และสิทธิของบุคคลในองค์กรในการมีส่วนร่วมในการตัวสินใจในสิ่งที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคนในองค์กร

- สิทธิความเป็นมนุษย์ คนที่มีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ระบบจูงใจ ตนเองที่จำเป็นใน การทำงานในระบบต่างๆ

- ความเสมอภาค คนมีสิทธิในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อผลกระทบจะได้รับ จากการเปลี่ยนแปลง คนแต่ละคนจึงมีอิสระในพลัง หรืออำนาจอย่างเต็มที่

2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ คือ การพัฒนาองค์การโดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวกับ “คน” ความแตกต่างระหว่าบุคคล แรงจูงใจในการทำงาน และความพึงพอใจของบุคคลที่มีต่องาน “กลุ่ม” ในด้านการเกิด ลักษณะ บทบาท พฤติกรรม สถานภาพของสมาชิก ผู้นำ และความสำเร็จของกลุ่ม และให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ ที่รับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลสูงสุดตามเป้าหมาย

3. รากฐานกลยุทธการออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์กร คือ การพัฒนาองค์กรให้เกิดขึ้นจากการมองเห็นปัญหา ข้อบกพร่อง หรือความจำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง โดยไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์กร การให้ความรู้ที่มี การพัฒนาที่ชัดเจน

การพัฒนาองค์กรสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

1. ระดับบุคคล คือ บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์กร เพราะบุคคลมีความรู้ความสามารถในการปฏิบัติงานที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กร

2. ระดับกลุ่ม คือ กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเอง และช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์กร กลุ่มที่จะมีประสิทธิภาพ จะต้องเกิดการสร้างสรรค์จากบุคคลในกลุ่มที่ทำงานร่วมกันเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร

3. ระดับองค์กร คือ ระบบขององค์กรที่มีความสัมพันธ์กัน โดยมีวัฒนธรรมองค์กรเป็นพื้นฐานคุณค่า และขนบธรรมเนียมที่ถูกแบ่งปันสู่กลุ่ม โดยมีโครงสร้างและภาระงานเป็นส่วนสำคัญขององค์กร เมื่อมีกาเปลี่ยนแปลง และส่งผลต่อบุคคล และกลุ่ม

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์กร

การพัฒนาองค์กรเป็นกระบวนการศึกษาบรรยากาศ และสภาพแวดล้อมปัจจุบันขององค์กร เพื่อแสวงหาวิธีดำเนินการเปลี่ยนแปลงองค์กร ไปสู่องค์กรที่ต้องการ กระบวนการพัฒนาองค์กร มีด้วยกัน 5 ขั้นตอนดังนี้

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์กร เป็นความต้องการหรือความคาดหลัวขององค์กรที่ตระหนัก และรับรู้ถึงความจำเป็นในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์กร ให้ทันกับบรรยากาศภายในองค์กร และสภาพแวดล้อมภายนอง เพื่อให้เกิดประสิทธิผล ประสิทธิภาพ

2. การวินิจฉัยองค์กร เป็นกระบวนการในการแสวงหา รวบรวมข้อมูล ปัญหา การดำเนินงานต่างๆ ในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ส่งผลต่อความสำเร็จขององค์กร โดยการวินิจฉัยองค์กร และดำเนินการเป็นกระบวนการ เป็นระบบ เริ่มจากการเก็บข้อมูลต่างๆ ที่ดี และการวิเคราะห์ข้อมูลที่ถูกต้อง อันจะช่วยให้สามารถวางแผนในการออกแบบกิจกรรมการพัฒนาได้ถูกต้อง

3. การออกแบบ เป็นการมุ้งเน้นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆ ตามข้อมูลที่ได้จากการวินิจฉัย กระบวนการออกแบบจึงมีความเกี่ยวข้องกับกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

- การกำหนดเป้าหมายหรือทิศทางของการเปลี่ยนแปลง

- การเลือกเทคนิควิธีการ หรือออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์กร

- การวางแผนรายละเอียดเกี่ยวกับกิจกรรมที่จะนำไปปฏิบัติเพื่อให้เกิดการ เปลี่ยนแปลง

4. การดำเนินการพัฒนาองค์กร เป็นการดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยการนำแผนรายละเอียดที่ได้ออกแบบไว้ ดำเนินการตามสภาพการณ์ปัจจุบัน

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์กร เป็นการทบทวนการปฏิบัติงานทั้งระบบและแสวงหากลไกในการบริหารโครงการ การพัฒนาองค์กรที่จะช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปด้วยความราบรื่น การติดตามผล ตรวจสอบการดำเนินการ และประเมินผล เป็นการวัดความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นว่าเป็นไปตามความคาดหวังหรือไม่

- การตรวจสอบและวิเคราะห์องค์กร เพื่อปรับปรุง และฟื้นฟูประสิทธ์ภาพขององค์กร

- การตรวจสอบความสามารถในการแก้ไขปัญหาขององค์กรที่เกิดขึ้น ทั้งภายในและภายนอกองค์กร

- การใช้รูปแบบการวิจัยเชิงปฏิบัติการในการกำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กร และใช้ข้อมูลป้อนกลับในการประเมินผลการปฏิบัติงาน

- การทดสอบประสิทธิภาพของเทคนิค เครื่อง เพื่อพัฒนาองค์กร โดยการใช้ข้อมูลย้อยกลับจากองค์กร

การวางแผนการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์กรเชิงกลยุทธ์

- การตรวจสอบดูผลของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ให้ตอบสนองและสอดคล้องต่อความต้องการขององค์กรหรือไม่

- การตรวจสอบความเหมาะสมของกิจกรรมการพัฒนาองค์กรการติดตามตรวจสอบ เพื่อให้มั่นใจว่าผลที่เกิดขึ้นจาการพัฒนาองค์กร ไม่ว่าผลโดยตรงหรือผลกระทบทางอ้อม

นางสาวธนพร ชัยพร การจัดการฯรุ่นที่3
IP: xxx.121.209.44
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 15:48:03 GMT+0700 (ICT)

สรุปผลการเรียนวันที่ 19 เดือนกันยายน 2533 

วิชา การวางแผนการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การเชิงกลยุทธ์

วันนี้ได้เรียนวิชาการวางแผนการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การเชิงกลยุทธ์เป็นอาทิตย์แรก

ดร.ยงยศก็เริ่มสอน พื้นฐานเกี่ยวกับการพัฒนาองค์การ ท่านก็จะพูดถึงความหมายและแนวคิดในการพัฒนาองค์การว่า คือกระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผล และความสมบูรณ์ขององค์การ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ แล้วก็พูดถึงรากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ คือการมุ่งเน้นสำคัญในการสร้างความมั่นคงในองค์การ  โดยมีรากฐานเป็นองค์ประกอบสำคัญคือ 1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน  คือการพัฒนาองค์การให้ความสำคัญกับคุณค่าความป็นมนุษย์และความสมอภาคและเป็นสิทธิของบุคคลในองค์การในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 2 . รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ คือการได้นำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์  สรุปคือการพัฒนาองค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆๆที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ ทำให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวกับ คน กลุ่ม หน้าที่ที่รับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมายองค์การ 3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ คือการมองเห็นปัญหาข้อบกพร่องหรือความจำป็นที่จะต้องเปลี่ยนแปลง

พื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาองค์การ การวางกระบวนการพัฒนาองค์การ มีคุณลักษณะและพื้นฐานจากองค์ประกอบหลายๆประการ

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการศึกษาการพัฒนาองค์การ

สรุปรายละเอียดดังปรากฏในภาพ ได้ขั้นตอนคือ 

1.การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ คือเป็นความต้องการหรือความคาดหวังขององค์การที่มีความตระหนักและรับรู้ถึงความจำเป็นในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์การ

2.การวินิจฉัยองค์การ คือเป็นกระบวนการในการแงหารวบรวมข้อมูล ปัญหา รวมถึงการดำเนินการต่างๆที่มีผลต่อความสำเร็จของเป้าหมายขององค์การ

3.การออกแบบ คือเป็นการกระบวนการที่มุ่งเน้นในการปรับปรุงแก้ไขปัญหาต่างๆตามข้อมูลที่ได้วินิจฉัยองค์การ

4.การดำเนินการพัฒนาองค์การ คือกระการในการดำเนินการเพื่อการเปลี่ยนแปลง โดยการดำเนินแผนรายละเอียดที่ได้ออกแบบไว้ไปดำเนินการตามสภาพการณ์ปัจจุบันที่เป็นจริง

ความเข้าใจเบื้อต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1.การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย   

2.การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์

3.การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม

5.การเปลี่ยนแปลงบุคคล

6.การเปลี่ยนแปลงภารกิจ

7.การเปลี่ยนแปลงโคลงสร้าง

8.การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

รากฐานแนวคิดของการปลี่ยนแปลงองค์การ โดยมีองค์ประกอบคือ

รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน คือเพื่อการอยู่รอดและบรรลุเป้าหมายที่องค์การตั้งไว้                                                                                                                                                                                                                                                                                      

รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ คือมีเป้าหมายหลักขององค์การ โดยมีลักษณะการเปลี่ยนแปลงหลายๆรูปแบบที่มีลักษณะสอดคล้องกัน เช่น จุดมุ่งหมาย กระบวนการ โคลงสร้าง และวัฒนธรรมเป็นต้น

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การเกิดขึ้นจากความพยายามในการกาวิธีการในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและมุ่งผลกำไรเป็นสำคัญ และเน้นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เพื่อการหวังผลการปฏิบัติงานหรือผลสำเร็จในทันที

การเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการดำเนินงานได้ 5ขั้นตอน

1.ขั้นของความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง

2.ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3.ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการ ปิดชิ่งว่างความแตกต่าง

40ขั้นการเปลี่ยนแปลงโคลงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบ

5.ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ และทำซ้ำในขั้นตอนที่1

การตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงองค์การ คือการตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลงองค์การจำเป็นต้องพิจารณาถึงโคลงสร้างและปัจจัยต่างๆ 5  ประการ 1.ลักษณะสภาพแวดล้อมองค์การ 2. ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลการปฎิบัติงานขององค์การ 3.ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารสูงสุดขององค์การ

4.กลยุทธ์องค์การ 5.ลักษณะเฉพาะโคลงสร้างองค์การ            หลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงองค์การมีปัจจัยอยู่ 4ประการ คือปัจจัยด้านเวลา  ปัจจัยด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลง ปัจจัยการเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลง ปัจจัยด้านการเห็นพ้องต้องกันของผู้นำการเปลี่ยนแปลง  กลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์การ  เทคนิคในวิธีการดำเนินการเปลี่ยนแปลง

แล้วก็สรุปให้นักศึกษาได้ทราบว่ากลยุทธืและการเปลี่ยนแปลงเราควรทำอย่างเมื่อเราอยุ่ในจุดนั้น

เราจะมีแนวคิดอาไรเป็นหลักในการตัดสินใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเพราะว่าในปัจจุบันนี้ได้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาซึ่งควรจะรับมืออย่างไรกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเรื่องต่างๆที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์การอยู่ตลอดเพื่อการอยู่รอดของยบริษัทแล้วสุดท้ายอาจารณืก้ให้กับมาอ่านเรื่องรูปแบบการสร้างจุดสำคัญในการเปลี่ยนแปลงว่าแนวการคิดในการวินิจฉัยองค์การเชิงกระบวนการ ที่นำเสนอพื้นบานความสำเร็จในการจัดการเปลี่ยนแปลงองค์การเป็นอย่างไรแล้วมีกี่ขั้นตอน

นายอนันต์ วัฒนามานนท์
IP: xxx.11.58.188
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 16:46:28 GMT+0700 (ICT)

นายอนันต์ วัฒนามานนท์ สาขาการจัดการรุ่น 1

สรุปการเรียนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553

การพัฒนาองค์การ (Organization Development)

การพัฒนาองค์การ คือ กระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางมนุษย์ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่ม และองค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

แนวคิดในการพัฒนาองค์การได้ 6 เป้าหมายหลักๆคือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ตรามหลักเศรษฐศาสตร์คือมุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด แต่ด้านการพัฒนาองค์การแล้วดูที่ผลลัพธ์ นั่งคือคือตัวเลขของกำไรที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ต้นทุนลดลง หลังจากที่ได้ผ่านการพัฒนาองค์การอย่างมีระบบแล้วนั่นเอง

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ เน้นที่การทำงานได้สำเร็จลุล่างตามที่ได้วางแนวคิดและแนวทางการปฏิบัติเอาไว้อย่างดีเยี่ยมและสมบูรณ์

3. การปรับปรุงองค์การ คือการเดินตามความล้ำหน้าของเทคโนโลยีให้ทันและนำประโยชน์จากกเทคโลโนยีเหล่านั้นนำมาประยุกต์ใช้กับองค์การของเราให้เกิดประโยชน์และนวัตกรรมใหม่ๆเพื่อเกิดความก้าวหน้าที่ดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ คือการเพิ่มความสามารถให้กับระดับตัวบุคคล กลุ่ม และเสริมสร้างความรู้ให้กับบุคลากรเพื่อนำความรู้ความสามารถใหม่ๆที่ได้มาใช้ความคู้กับการพัฒนาขององค์การ สร้างความสามัคคีในองค์การ และปลูกฝังให้พนักงานรับองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและนวัตกรรมขององค์การ คือการเปลี่ยนแปลงองค์การอย่างมีแบบแผนและระบบ เพื่อให้มีการเปลี่ยนรูปแบบเดิมๆขององค์การไปสู่แนวทางที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นความคิด ความเชื่อ อุดมการความคิดและการกระทำของพนักงาน ตลอดจน นำเอาวิทยาการใหม่ๆเข้ามาแทนที่ของเก่า ในทุกๆด้านในทุกกระบวนการขององค์การ

6. การเพิ่มขีดความสามารถขององค์การ โดยกระทำผ่านทางคน นั่นคือการวางกลยุทธ์ ทางด้านต่าเพื่อเพิ่มความสามารในการแข่งขันขององค์การให้ได้เปรียบเหนือกว่าคู่แข่ง

รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน คือ ความเสมอภาคของคน นั่นคือทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน ทุกคนสามารถที่จะออกความคิดเห็นได้

รากฐานแนวคิดและกรอบของการวิเคราะห์ คือการนำศาสตร์ต่างๆเข้ามาประยุกต์ใช้ในองค์การ เช่นจิตวิทยา เน้นตัวบุคคล สังคมวิทยาเน้นที่กลุ่มคน มนุษยวิทยาเน้นวัฒนธรรมและการปรับตัวของมนุษย์ และเชื่อมโยงกับศาสตร์ต่างๆหลายๆศาสตร์ สรุปคือ การนำแนวคิดและความรู้ทางด้านวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้อง มาประยุกต์ใช้เพื่อให้เป็นสหวิทยาการ เพื่อ

1. ให้เกิดความรู้กับคนในด้านต่างๆ ทั้งความรู้สึกแรงจูงใจ

2. ให้เกิดความรู้และความเข้าใจเกี่ยวกับกลุ่มในองค์การ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะ บทบาท

3. ให้เกิดความเข้าใจ และความรู้ และความสามารถในหน้าที่ให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดขององค์การ

องค์ประกอบพื้นฐานของการพัฒนาองค์การ

1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ คือ การมองภาพรวมในองค์การ และประเมิณสภาวะปัจจัยภายนอก แล้วจึงกำหนดลำดับความสำคัญที่มีความ จำเป็นที่จะต้องพัฒนาก่อนหรือหลัง

2. การวินิจฉัยองค์การ คือการรวบรวมข้อมูล และวิเคราะห์ปัญหาอย่างเป็น กระบวนการเพื่อการวางแผนพัฒนาองค์การที่ถูกต้อง

3. การออกแบบ คือ กระบวนการที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาตามข้อมูลที่ได้วินิจฉัย แบ่งเป็นการกำหนดเป้าหมาย การเลือกเทคนิควิธีการ การวางแผนรายละเอียด

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ คือกระบวนการที่ดำเนินการเพื่อการ เปลี่ยนแปลง โดยนำแผนที่เราได้สร้างขึ้นมาจากการวินิจฉัยข้อมูลมาดำเนินการ และมีการสังเกตุพฤติกรรมต่างๆ ของบุคคลและกลุ่มในองค์การด้วย

5. การประเมิณผลการพัฒนาองค์การ คือเป็นกระบวนการทบทวนทั้งระบบ หลังจากที่ผลของการพัฒนาองค์การออกมาแล้วว่าสัมฤทธิ์ไปตามแนวทางที่ได้ วางไว้หรือไม่

การเปลี่ยนแปลงองค์การ (Organization Change): CD

การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต ความบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย (Purpose Change) คือ กำหนดวัตถุประสงค์ให้ ชัดเจน

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ (Objectives Change) คือขยายเป้าหมาย เฉพาะเจาะจง

3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ (Strategies Change) คือการสร้างแผนกลยุทธ์ขึ้นมา ใหม่

4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม (Culture Change) มุ่งเน้นความเชื่อและค่านิยมที่ ชัดเจนเป็นหลัก

5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล (People Change) มุ่งเน้นการเปลี่ยนบุคลากรที่สามารถ ดำเนินงานได้

6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ (Task Change) มุ่งเน้นการออกแบบงานให้ทันสมัย ยิ่งขึ้น

7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง (Structure Change) มุ่งเน้นการออกแบบและ กลไกการประสานงานให้ทันสมัย

8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี (Technology Change) มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลง เครื่องมือเครื่องใช้

พื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การสามารถแบ่งกระบวนการได้ 5 ขั้นตอน คือ

1. ขั้นตอนการพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์

2. ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์และกลยุทธ์

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ

โดยกระบวนการตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงนี้พิจารณาจากลักษณะสภาพแวดล้อมขององค์การ ระดับการเปลี่ยนผลของการปฏิบัติงาน ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารระดับสูง กลยุทธ์การจัดการ และคุณลักษณะโครงสร้างขององค์การ คือต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านเวลา ด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านความเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่เปลี่ยนแปลงไปเป็นหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงขององค์การ

เทคนิคและวิธีการในการดำเนินการเปลี่ยนแปลงองค์การ มี 2 ลักษณะ ดังนี้

1. การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม (Participative Change Cycle) เช่น การฝึกอบรม ทำให้เกิดความรู้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทัศนคติและพฤติกรรมของคน ส่งผลให้พฤติกรรมของกลุ่มเปลี่ยนไปด้วย

2. การเปลี่ยนแปลงแบบการสั่งการ (Directive Change Cycle) ผู้บริหารใช้อำนาจสั่งการ ให้บุคคลในองค์การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม จึงจำเป็นต้องให้ความรู้เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้วย เพื่อให้เกิดทัศนคติที่ดีต่อกัน

นาย ณฐวรรธธ์ สุขะ
IP: xxx.123.184.217
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 20:26:52 GMT+0700 (ICT)

สรุป สาระการเรียนเมื่อวันที่ 19/09/53

นาย ณฐวรรธธ์ สุขะ การจัดการ รุ่น3

การพัฒนาอาค์การ คือกระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์กรอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิ์ภาพและประสิทธิ์ผล

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ

– เพิ่มประสิทธิ์ภาพขององค์กร

– เพิ่มประสิทธิ์ผลขององค์กร

– ปรับองค์กร

– ความสมบูรณ์ขององค์กร

– เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์กร

– เพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมติฐาน การพัฒนาองค์กรให้ความสำคัญกับคุณค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคและเป็นสิทธิของบุคคลในองค์การ

2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราห์ นำความรู้ของพฤติกรรมศาสตร์จิตวิทยา สังคมวิทยา และมนุษย์วิทยาเข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์การ

3. รากฐานกลยุทธ์ การออกแบบกิจกรรมพัฒนาองค์การไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การการให้ความรู้ที่มีการพัฒนาที่ชัดเจนเช่นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ

1. ระดับบุคคล (Individual Level)

2. ระดับกลุ่ม (Group Level)

3. ระดับองค์การ (Organization Level)

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการการพัฒนาองค์การมี 5 ขั้นตอน

1. ความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ( Needs Identification)

2. วินิจจัยองค์การ(Diagnosis)

3. ออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ(Design)

4. ดำเนินการพัฒนาองค์การ(Implementation)

5. การประเมินผล การพัฒนาองค์กร(Evaluatio)

ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงองค์การ 5 ขั้นตอน

ขั้นที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง(เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ปฏิบัติอยู่)

ขั้นที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง (ขั้นที่สูญเสียประโยชน์)

ขั้นที่ 3 ขั้นขององค์การพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ ที่จะปฎิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่และปฎิบัติการทางทรัพยาการมนุษย์(เน้นคน)

ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซำในขั้นตอนที่1(จัดทำเป็นมาตรฐาน)

น.ส.พัชรี ศิลปชัย
IP: xxx.123.184.217
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 20:44:54 GMT+0700 (ICT)

สรุป สาระการเรียน 19/09/53

น.ส.พัชรี ศิลปชัย การจัดการรุ่น 3

กล่าวคือ คุณค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคนั้น เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในองค์การที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนในองค์การและการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งทั้งนี้ก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามนุษย์จะมีแรงผลักดันทางธรรมชาติที่จะทำให้เกิดการเติบโตและการพัฒนา

2. รากฐานของกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ ซึ่งได้มีการนำองค์ความรู้หลากหลายสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ และทำให้มีผลต่อคนและกลุ่มคนในองค์การ รวมถึงหน้าที่ของคนในองค์การนั้น ๆด้วยเช่นกัน

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ กล่าวคือ เป็นการมองเห็นปัญหาข้อบกพร่องในการที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งการออกแบบกลยุทธ์นี้จะไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การ แต่จะการให้ความรู้ที่ชัดเจนในการพัฒนาองค์การทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม ระดับองค์การ

การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

1.ระดับบุคคล (Individual Level) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

2.ระดับกลุ่ม (Group Level) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

3.ระดับองค์การ (Organization Leve l) ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย เช่น ต่อคน ต่อกลุ่ม ต่อธรรมชาติ ความรู้สึก ทัศนคติ และพฤติกรรมของคน

ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงองค์การแบ่งการดำเนินการได้ 5 ขั้นตอนคือ

ขั้นที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง (การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมที่ปฏิบัติอยู่)

ขั้นที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง(ขั้นที่สูญเสียผลประโยชน์)

ขั้นที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์ (เน้นคน)

ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่หนึ่ง (จัดทำเป็นมาตารฐาน)โดยกระบวนการตัดสินใจการแปลี่ยนแปลงพิจารณาจากลักษณะเฉพาะสภาพแวดล้อมองค์การ ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลการปฏิบัติงาน ลักษณะเฉพาะของผูบริหารสูงสุดกลยุทธ์องค์การ และคุณลักษณะเฉพาะโครงสร้างองค์การ โดยมีปัจจัยด้านเวลา ด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลงด้านการเป็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลง ด้านการเห็นพ้องต้องกันของผู้นำการเปลี่ยนแปลงเป็นหลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงองค์การ โดยมีปัจจัยด้านการอำนวยความสะดวก ก้านข้องมูล ด้านทัศนคติ และด้านการเมืองเป็นกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์การ ผ่านเทคนิควิธีการดำเนินการใน 2 ลักษณะ คือการเปลี่ยนแปลงแบบการมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบการสั่งการ

แนวคิดการเปลี่ยนแปลงองค์การมีลัษณะแตกต่างกันไปตามการพัฒนาแนวคิดและรูปแบบของแต่ละยุคสมัยของสังคม ซึ่งสามารถสรุปแนวคิดพื้นฐานการเปลี่ยนแปลงองค์การ

ได้ 3 ลักษณะ

1.คือลักษณะเชิงกระบวนการเปลี่ยนแปลงองค์การ

2.ลักษณะปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์การ

3.ลักษณะการเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลงองค์การความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การมีพื้นฐานมาจากความตระหนักของผูบริหารที่มีความต้องการ ความคาดหวัง หรือเห็นความจำเป็นในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงองค์การนักวิชาการได้ให้ความหมายของความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การไว้ว่า เป็นช่องว่างหรือสภาพความแตกต่างระหว่างสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันและสภาพที่ต้องการให้เกิดขึ้น สภาพที่กล่าวถึงนั้นสามารถอธิบายในรูปของทักษะ ทัศนคติ การปฏิบัติงานหรือสถานการณ์ ความจำเป็นมองได้ 2 ลักษณะคือลัษณะของการขาดแคลนและลักษณะที่เป็นโอกาส

ปิยะพงษ์ ธงอาษา
IP: xxx.122.174.207
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 21:01:38 GMT+0700 (ICT)

นาย ปิยะพงษ์ ธงอาษา การจัดการ รุ่น 1

สรุปวิชาการพัฒนาองค์การ 19/09/53

ความหมายการพัฒนาองค์การ

กระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องที่เป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่ม และองค์การ ทั้งนี้เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย และความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ

เป้าหมายของการพัฒนาองค์การ

1.เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพที่สุด

2.เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นสัมฤทธิผลของการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3.การปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะนำนวัตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ ๆ และทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามาสู่องค์การ ทั้งนี้ เพื่อให้องค์การดีเท่าเดิม หรือดีกว่าเดิม

4.ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ สร้างบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริม และสนับสนุนให้คนและองค์การมีความเจริญไปพร้อมกัน ตลอดจนสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรกับองค์การ

5.เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่อมุ่งให้มีการเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมองค์การทั้งระบบ

6.เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขัน หรือได้เปรียบคู่แข่งทางการค้า

รากฐานแนวความคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1.รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2.รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1.ระดับบุคคล (Individual Level)

2.ระดับกลุ่ม (Group Level)

3.ระดับองค์การ (Organization Level)

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ 5 ขั้นตอน

1.การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Needs Identification)

2.การวินิจฉัยองค์การ (Diagnosis)

3.การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ (Design)

4.การดำเนินการพัฒนาองค์การ (Implementation)

5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation)

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การเป็นการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไปสู่อีกสถานภาพหนึ่งในอนาคตที่กำหนดไว้เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต การบรรลุเป้าหมายขององค์การตลอดจนการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน

การเปลี่ยนปลงองค์การเกิดขึ้นได้ 3 ลักษณะ

-เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ

-เปลี่ยนแปลงโดยวิธีวิวัฒนาการ

-เปลี่ยนแปลงโดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

รากฐานแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1.รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2.รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การมี 5 ขั้นตอน

1.ขั้นของความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังเปลี่ยนแปลง

2.ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3.ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติปิดช่องว่างของความแตกต่าง

4.ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

5.ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำใน ขั้นที่ 1

การตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงองค์การ

-ลักษณะสภาพแวดล้อมองค์การ

•สภาพแวดล้อมรุกราน วุ่นวาย (Turbulent environments)

•สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน (Competitive environments)

•สภาพแวดล้อมซับซ้อน (Complexity environments)

-ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลการปฏิบัติงานขององค์การ

•การเพิ่มขึ้น ลดลงของผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา

•ระดับของการปฏิบัติงานในอดีต

-กลยุทธ์องค์การ

•กลยุทธ์ในกลุ่มผู้คาดหวัง

•กลยุทธ์ในการปกป้อง

-ลักษณะเฉพาะโครงสร้างองค์การ

•การรวมอำนาจการบริหาร (Centralization)

•มาตรฐาน (Standardization)

•ความชำนาญขององค์การ (Specialization)

•การพึ่งพากันในระบบต่าง ๆ ขององค์การ(Interdependence)

เทคนิคในวิธีการดำเนินการเปลี่ยนแปลง แบ่งได้ 2 ลักษณะดังนี้

1.ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม (Participative Change Cycle)

2.ลักษณะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ(Directive Change Cycle)

นางสาวณิตติญา บุญเรือนทอง
IP: xxx.24.240.70
เขียนเมื่อ Fri Sep 24 2010 21:54:10 GMT+0700 (ICT)

น.ส.ณิตติญา บุญเรือนทอง การจัดการ รุ่น2

สรุปการเรียนเมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553

วิชาการพัฒนาองค์การ (Organization Development)

การพัฒนาองค์การ คือ ความพยายามเปลี่ยนแปลง องค์การอย่างมีแบบแผน มีการวิเคราะห์ปัญหา/วางแผนยุทธศาสตร์และใช้ทรัพยากรเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย หรือการพัฒนาระบบโดยมีส่วนร่วมทั้งองค์การ เริ่มจากผู้บริหารระดับสูงลงสู่ระดับล่างขององค์การ โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

วัตถุประสงค์หลักของการพัฒนาองค์การ

จุดมุ่งหมายหลักของการพัฒนาองค์การนั้น มิได้มุ่งเฉพาะแต่การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นเท่านั้น แต่จะเป็นการเสริมสร้างเพิ่มพูนความสามารถขององค์การ ในทางปฏิบัติแล้วผู้เชี่ยวชาญทางด้านบริหารส่วนใหญ่จะเห็นพ้องต้องกันในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

1) เพื่อพัฒนาการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงองค์การให้ทันสมัย และให้มีระบบที่สามารถเปลี่ยนแปลงและปรับตัวได้อย่างคล่องแคล่วกับสภาพงานในทุกๆ ลักษณะอยู่เสมอ

2) เพื่อเพิ่มการทำงานให้มีประสิทธิผลและประสิทธิภาพสูงสุด โดยส่งเสริมให้มีการคิดค้นหาเทคนิควิธีการในการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นตลอดเวลา

3) เพื่อส่งเสริมให้มีเจตคติแบบร่วมมือร่วมใจกันอย่างเต็มที่ต่อการแก้ไขปัญหาข้อขัดแย้งต่างๆ ร่วมกัน ในขณะเดียวกันก็ลดเจตคติแบบคิดเอาแพ้เอาชนะในระหว่างพวกเดียวกันให้เหลือน้อยที่สุด

4) เพื่อเพิ่มพูนสัมพันธภาพให้ดียิ่งขึ้นระหว่างส่วนงานต่างๆ ในองค์การ รวมตลอดถึงระหว่างผู้บังคับบัญชาในทุกระดับชั้นขององค์การด้วย

5) เพื่อส่งเสริมให้บุคคลในทุกระดับชั้นขององค์การ ได้วางแผนและปฏิบัติงาน โดยมุ่งยึดถือเอาเป้าหมายหลัก หรือวัตถุประสงค์รวมขององค์การเป็นแนวทาง

6) เพื่อเพิ่มความไว้เนื้อเชื่อใจ ความเปิดเผย และแสวงหาแนวทางในการที่จะจูงใจคนให้ปฏิบัติงานบรรลุผลงานที่ดี และได้รับความสัมฤทธิ์ผลมากยิ่งขึ้น

7) เพื่อจะขจัดข้อข้องเกี่ยวกับการติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคลและระหว่างกลุ่มคนในองค์การ

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ มีดังนี้

1.เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

2.เพิ่มผลภาพขององค์การ

3.ปรับปรุงองค์การ

4.ความสมบูรณ์ขององค์การ

5.เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ

6.เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

รากฐานแนวความคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1.รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2.รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

3.รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1.ระดับบุคคล (Individual Level)

2.ระดับกลุ่ม (Group Level)

3.ระดับองค์การ (Organization Level)

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ 5 ขั้นตอน

1.การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Needs Identification)

2.การวินิจฉัยองค์การ (Diagnosis)

3.การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ (Design)

4.การดำเนินการพัฒนาองค์การ (Implementation)

5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation)

การเปลี่ยนแปลงองค์การ หมายถึง การเปลี่ยนแปลงจากสภาพปัจจุบันที่เป็นอยู่ไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตเพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต ความบรรลุเป้าหมายเป็นสำคัญ เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ แบ่งเป็น 8 ขั้นตอนดังนี้

1. กำหนดวัตถุประสงค์ให้ชัดเจน

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ คือขยายเป้าหมายเฉพาะเจาะจง

3. เปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ คือการสร้างแผนกลยุทธ์ขึ้นมาใหม่

4.เปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม มุ่งเน้นความเชื่อและค่านิยมที่ชัดเจนเป็นหลัก

5. มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงบุคลากร

6. มุ่งเน้นการออกแบบงานให้ทันสมัยยิ่งขึ้น

7. เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง มุ่งเน้นการออกแบบและกลไกการประสานงานให้ทันสมัย

8. เปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี มุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลงเครื่องมือเครื่องใช้

นายพงศ์รักษ์ แซ่ตัน
IP: xxx.122.144.43
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 00:03:51 GMT+0700 (ICT)

สรุปเนื้อหาการเรียนการสอนในชั่วโมง

19 ส.ค. 2553

วิชาการพัฒนาองค์กร

เหตุใดองค์กรจึงต้องมีการพัฒนาองค์กรอยู่ตลอดเวลา นั่นเป็นเพราะมีสาเหตุหลักที่สำคัญมีอยู่ 6 ข้อดังนี้

1. เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

2. เพื่อเพิ่มประสิทธิผลขององค์กร

3. เพื่อปรับปรุงองค์กร

4. เพื่อความสมบูรณ์ขององค์กร

5. เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์กร

6. เพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน

คุณค่าและข้อสมมติฐานของ OD

คุณค่า

- สิทธิความเป็นมนุษย์

- ความเสมอภาค

ข้อสมมติฐาน

- คนที่มีสุภาพที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานที่สำคัญระบบการจูงใจตนเองที่จำเป็นในระบบทำงานต่างๆ

- คนมีสิทธิในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อผลกระทบที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นคนแต่ละคนควรมีอิสระจากการใช้พลังหรืออำนาจอย่างเต็มที่

กรอบแนวคิดและการวิเคราะห์การพัฒนาองค์กร

รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

- พื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยา และอื่นๆ

- กลุ่ม / คน หน้าที่

กลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์กร

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรม

- ไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธ์ศาสตร์องค์กร

- การให้ความรู้ที่มีการพัฒนาที่ชัดเจน เช่นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เป็นต้น

กลยุทธ์การพัฒนาองค์กรจะประกอบไปด้วย

1. วิสัยทัศน์

2. กลยุทธ์

3. วัตถุประสงค์

4. เป้าหมาย

5. พันธะกิจ

OD จะเน้นและให้ความสำคัญในเรื่องของคน เพื่อว่าที่หาวิธีการอย่างไรในการทำให้คนใช้ความสามารถในการทำงานได้อย่างเต็มที่และให้ความเสมอภาคที่เท่าเทียมกัน

กระบวนการในการผลิตจะมีรูปแบบที่สำคัญคือ

เมื่อมีการใส่ IN PUT ลงเพื่อให้เกิดการ PROCESS แล้วจากนั้นจะได้ OUT PUT ออกมา จากนั้นจึงจะมี OUT COME

ส่วนประกอบขององค์กรได้แก่

- ORGANIZZATION LEVEL ( ระดับองค์กร )

- GROUP LEVEL ( ระดับกลุ่ม , ฝ่าย , แผนก )

- INDIVIDUAL LEVEL ( ระดับบุคคล )

พื้นฐานกระบวนการพัฒนาองค์กร

ซึ่งจะเริ่มจากที่บรรยากาศ / ภาพองค์กรในปัจจุบัน ไปสู่กระบวนการพัฒนาองค์กรที่มีการกำหนดความจำเป็นและมีความสำคัญมากที่สุดก่อน แล้วจึงมีการออกแบบการพัฒนาองค์กรจากนั้นจะมีการวินิจฉัยความเป็นไปได้จากการออกแบบ จากนั้นเมื่อผ่านการวินิจฉัยแล้วได้รับผ่านความคิดเห็นจึงเป็นเรื่องของการดำเนินการต่อไป เมื่อผ่านกระบวนการที่กล่าวมาแล้วจึงกลายเป็นบรรยากาศ / ภาพองค์กรที่ปรารถนา จากนั้นจึงจะมีการประเมินผลที่ได้ และหากเมื่อผลที่ได้รับไม่เป็นอย่างที่องค์กรกำหนดไว้หรือมีความต้องการที่จะพัฒนา ปรับปรุงองค์กรใหม่อีกครั้ง จึงจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้งที่บรรยากาศ / ภาพองค์กรในปัจจุบันและวนกันไปเรื่อยๆ

คุณค่าและข้อสมมติฐานของ OC

คุณค่า

- เพื่อความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์กร

- ผู้ถือหุ้นขององค์กรเกิดความพึงพอใจ

ข้อสมมติฐาน

- พนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นในส่วนต่างๆขององค์กร

- องค์กรอยู่ได้โดยการจัดการหาผลตอบแทนจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้น

กรอบแนวคิดและการวิเคราะห์การพัฒนาองค์กร

รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์มาจาก

- พื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงด้านเชิงกลยุทธ์

- รูปแบบของความสอดคล้องกัน (ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในองค์กร , กระบวนการโครงสร้างและวัฒนธรรม

กลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์กร

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมมาจาก

- แรงผลักดัน โดยยุทธ์ศาสตร์องค์กร

- การดำเนินการ ( การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ )

ขั้นตอนของ OC PROCESS มีดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของการเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์กรในวิธีที่จำเป็น เพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่ในแง่ของการปฏิบัติการของทรัพยากรมนุษย์

ขั้นตอนที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่1

UNDERSTANDING AND PREDICTING OF OC

การเปลี่ยนแปลงองค์กร

กลยุทธ์องค์กร

- กลยุทธ์สำหรับลูกค้าที่คาดหวัง

- กลยุทธ์ในการป้องกันคู่แข่ง

คุณลักษณะเฉพาะโครงสร้างองค์กร

- การรวมอำนาจทางการบริหาร

- มาตรฐานในกระบวนการทำงาน

- การปรับโครงสร้างให้เหมาะสม

- การพึงพาระบบการทำงาน

ลักษณะเฉพาะของผู้บริหารระดับสูง

- ปัจจัยภูมิหลังในการทำงาน

- อายุ , การศึกษา

- การเปลี่ยนแปลงด้านบุคลิกภาพ

ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลปฏิบัติงาน

- การเพิ่มขึ้น / ลดลงในการปฏิบัติงาน

- ระดับของผลการปฏิบัติล่วงหน้า

ลักษณะเฉพาะสภาพแวดล้อมองค์กร

- สภาพแวดล้อมรุกราน

- สภาพแวดล้อมการแข่งขัน

- สภาพแวดล้อมซับซ้อน

การเปลี่ยนแปลงมีด้วยกัน 2 แบบ คือ

1. การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม

2. การเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ

การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบสั่งการนั้นจะมีส่วนประกอบที่เหมือนกันคือจะประกอบไปด้วย

- การเปลี่ยนแปลงความรู้

- การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

- การเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานของกลุ่มหรือองค์กร

แต่การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะมีความแตกต่างกันในด้านของการปฏิบัติงานเพราะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะเป็นลักษณะที่มีการออกคำสั่งที่ต้องให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งจะมีความคล้ายกับแบบเผด็จการ แต่การาเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมนั้นจะมีลักษณะที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกันคล้ายกับแบบประชาธิปไตย

รูปแบบการเปลี่ยนแปลง 3 ขั้นตอนของ LEWIN

1. UNFREEZING STAGE ( การละลายพฤติกรรม )

2. CHANGE STAGE ( การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม )

3. REFREEZING STAGE ( การฝังพฤติกรรม )

นางสาวเจริญศรี นันทนาคม
IP: xxx.173.68.5
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 00:26:24 GMT+0700 (ICT)

การเปลี่ยนแปลงองค์การมีลักษณะการเลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ไปสู่อีกสถานภาพหนึ่งในอนาคตที่กำหนดไว้ เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมต่างๆที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ เพื่อความอยู่รอดและเหตุผลอื่นๆขององค์การ ตลอดจนสร้างความพึงพอใจสูงสุดจากผลตอบกลับในการลงทุน โดยมีเป้าหมายของการเปลี่ยนแปลง ความมุ่งหมาย วัตถุประสงค์กลยุทธ์ วัฒนธรรม บุคคล ภารกิจ โครงสร้าง และเทคโนโลยีการพัฒนาองค์การ

โลกปัจจุบันมีการพัฒนาก้าวกระโดดด้วยเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญไม่ว่าจะเป็นบุคคลหรือองค์กร ทำให้องค์กรและหน่วยงานทั้งหลายต้องปรับท่าทีเพื่อความอยู่รอด

องค์กรเป็นสิ่งมีชีวิต ไม่ใช่เครื่องจักร โดยคนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญ ซึ่งคนไม่ใช่ต้นทุน แต่เป็นทุนมนุษย์เพราะในตัวคนมีทักษะและประสบการณ์ที่ก่อให้ เกิดความชำนาญซึ่งเป็น ทุนความรู้ จำเป็นต้องสร้างค่านิยมขององค์การและวัฒนธรรมองค์การที่ดี

เป้าหมายเน้นไปในการเพิ่มประสิทธิภาพคุณภาพของงาน (ตัวเงิน) ประสิทธิธิผล เน้นผลสำเร็จของงาน ตามเป้า(เรียนได้ตามเป้าหมาย,ชิ้นงานได้ตามเป้า)

การพัฒนาองค์การ คือ การนำเอาแนวคิดและวิธีปฎิบัติใหม่ๆ ในอันที่จะเอื้ออำนวยประโยชน์ต่อการปรับปรุงเปลี่ยนนแปลงองค์การให้ดีกว่าเดิมที่เป็นอยู่ เพื่อจะได้นำพาองค์การไปสู่การพัฒนาองค์การให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงเพื่อเพิ่มประสิทธิผลและความสำเร็จมาสู่องค์การ

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ

1.เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

2.เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3.ปรับปรุงองค์การ

4.ความสมบูรณ์ขององค์การ

5.เปลี่ยนแปลงรูปแบบขององค์การและวัฒนธรรมขององค์การ

6.เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

การพัฒนาองค์การนำมาซึ่งการเพิ่มผลผลิตให้แก่องค์การ การปฏิบัติงานภายในองค์การอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยลดอัตราการว่างงาน การลาป่วย การลากิจ การเปลี่ยนงาน การลาออกจากงาน ลดความขัดแย้งภายในองค์การ ทำให้บุคลากรในองค์การมีความพึงพอใจสูง และทำให้องค์การสามารถดำเนินการเพื่อให้บรรลุตามเป้าหมายขององค์การ

ความสำคัญของการพัฒนาองค์การ จะเน้นคุณค่าความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค แนวความคิดและการวิเคราะห์ การพัฒนาองค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ในลักษณะสหวิทยาการเพื่อ ทำความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับคน กลุ่ม และหน้าที่ โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

ระดับบุคคล บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ ที่ช่วยมาพัฒนาและนำความเจริญก้าวหน้าให้กับองค์การ

ระดับกลุ่ม กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

ระดับองค์การ ถ้าองค์การมีการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมีผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การแบ่งกลุ่มระดับการเปลี่ยนแปลงเป็น 4 ระดับ คือ การเปลี่ยนแปลงระดับความรู้ ทัศนคติพฤติกรรมและการปฏิบัติงานของกลุ่มและองค์การและจำแนกเทคนิคการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 6 ขั้นตอนหลักๆ จำแนกสภาพแวดล้อมภายนอกออกเป็นด้านต่างๆ กำหนดเวลา ศึกษาสภาพแวดล้อมด้านต่างๆ ที่เลือกไว้ว่ามีความสำคัญ ในห้วงเวลาที่กำหนดไว้ และวิเคราะห์เชื่อมโยงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อสาธารชน ผู้มีส่วนได้เสียขององค์การ โดยใช้กลยุทธ์ในการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม 2 แนวทาง คือ มองจากปัจจุบันสู่อนาคตและอนาคตย้อนหลังสู่ปัจจุบัน เพื่อมองหาแนวทางที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์ในสภาพแวดล้อม

นาย ภิเศรษฐ์ สุขจิตร
IP: xxx.120.246.235
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 07:18:37 GMT+0700 (ICT)

สรุปเนื้อหาและการเรียนรู้เมื่อวันที่ 19 กันยายยน 2553

วิชา การพัฒนาองค์กร ผู้สอน อ.ดร.ยงยุทธ ยศยิ่งยง

สรุปโดย นายภิเศรษฐ์ สุขจิตร การจัดการรุ่น3 รหัส B5220101

การพัฒนาองค์การมีจุดสำคัญในการสร้างความมั่นคงสามารถแบ่งการพัฒนาได้ 3 ระดับ ระดับบุคคล กลุ่ม และองค์การ

กระบวนการการพัฒนาองค์การมีอยู่ 5 ขั้นตอน

1.การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ

2. การวินิจฉัยองค์การ

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

4. การดำการพัฒนาองค์การ

5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การคือการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่อยู่ในปัจจุบันไปสู่อีกสภาพหนึ่งในอนาคตที่ต้องการลการปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปเพื่อความอยู่รอดขององค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์การ เกิดขึ้นได้ 3 ลักษณะ

1. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ

2. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีวิวัฒนาการ

3. เปลี่ยนแปลงโดนมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

พื้นฐานกระบวนการการเปลี่ยนแปลงองค์การได้ 5 ขั้นตอน

1.ความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง

2. ประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. การพัฒนาวัตถุประสงค์ที่จะปฏิบัติการการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

4. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวีธีที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

5. ประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

แนวความคิดการเปลี่ยนแปลงองค์การมีลักษณะแตกต่างกันไปตามการพัฒนาแนวคิดและรูปแบบของแต่ยุคสมัยของสังคม

สาเหตุที่องค์กรต่างๆ ต้องทำการพัฒนา

1. ความซับซ้อนและความหลากหลายขององค์กร

การเปลี่ยนแปลงและความก้าวหน้าในสังคมปัจจุบัน ทำให้องค์กรหลายแห่งต้องปรับตัวจนมีโครงสร้างที่ซับซ้อน และมีรูปแบบที่หลากหลายขึ้น ซึ่งเราจะเห็นรูปแบบการปรับตัวในระดับต่างๆ เช่น การรื้อปรับระบบ (Reengineering) การแตกออกเป็นหน่วยธุรกิจย่อย (Business Unit) การลดระดับการบังคับบัญชา (Delayering) หรือการลดขนาดองค์กร (Downsizing) เป็นต้น ทำให้มีการปรับเปลี่ยนระบบและวิธีการทำงาน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อบุคลากรที่ปฏิบัติทั้งในเชิงกายภาพและจิตใจ ทำให้ฝ่ายบริหารไม่เพียงแต่ต้องตัดสินใจเปลี่ยนโครงสร้างขององค์กร แต่จะต้องสามารถวางแผนและทำการพัฒนาองค์กร เพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ทั้งบุคคลและองค์กร

2. พลวัตของสภาพแวดล้อม

การขยายตัวและเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมภายนอก เช่น เศรษฐกิจ สังคมวัฒนธรรม การเมือง เทคโนโลยี และโลกาภิวัตน์ ตลอดจนสภาพแวดล้อมในการดำเนินงานต่างๆ เช่น ลูกค้า คู่แข่งขัน ต่างก็มีอิทธิพลต่อการดำรงอยู่ของทั้งองค์กรและบุคลากร ประกอบกับแผนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในระดับมหภาคของประเทศ ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชากร ได้สร้างแรงผลักดันให้องค์กรธุรกิจต้องปรับตัวและดำเนินงานเพื่อตอบสนองความต้องการขั้นพื้นฐานของแรงงานเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตการทำงานที่ดีขึ้น

3. ความยืดหยุ่นและการตอบสนองต่อปัญหา

องค์กรต้องมีความยืดหยุ่นต่อแรงกดดันและสามารถตอบสนองต่อปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเหมาะสม เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงและความผันผวนของสภาพแวดล้อม อาจสร้างโอกาสหรืออุปสรรคให้แก่องค์กรได้ โดยโอกาสและอุปสรรคที่เกิดขึ้นอาจจะมีรูปแบบที่แตกต่างจากอดีต ทำให้องค์กรต้องสามารถตอบสนองต่อปัญหาได้อย่างเป็นระบบและตรงประเด็น ซึ่งต้องอาศัยความรู้ความสามารถและความพร้อมขององค์กร ในการรับรู้และตระหนักถึงปัญหา การวิเคราะห์สาเหตุ และการแก้ไขที่ถูกต้อง ผ่านทางทรัพยากรมนุษย์ที่มีศักยภาพ และเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างตนเอง กลุ่ม องค์กร และสภาพแวดล้อมอย่างดี

4. แรงผลักดันของเทคโนโลยีรากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ มีดังนี้

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน ได้แก่

- สิทธิความเป็นมนุษย์

- ความเสมอภาค

กล่าวคือ คุณค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคนั้น เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลในองค์การที่จะมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในสิ่งต่าง ๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบต่อคนในองค์การและการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งทั้งนี้ก็ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่ามนุษย์จะมีแรงผลักดันทางธรรมชาติที่จะทำให้เกิดการเติบโตและการพัฒนาเพียงไร

2. รากฐานของกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ ซึ่งได้มีการนำองค์ความรู้หลากหลายสาขาวิชา ที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ และทำให้มีผลต่อคนและกลุ่มคนในองค์การ รวมถึงหน้าที่ของคนในองค์การนั้น ๆด้วยเช่นกัน

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ กล่าวคือ เป็นการมองเห็นปัญหาข้อบกพร่องในการที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่งการออกแบบกลยุทธ์นี้จะไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การ แต่จะการให้ความรู้ที่ชัดเจนในการพัฒนาองค์การทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับบุคคล ระดับกลุ่ม ระดับองค์การ

นายกาญจนพงษ์ เลิศถาวรสิน
IP: xxx.25.168.22
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 13:24:58 GMT+0700 (ICT)

นายกาญจนพงษ์ เลิศถาวรสิน

คณะบริหารธุรกิจ สาขา การจัดการอุตสาหการ

เลขที่ B5220011

การพัฒนาองค์การ วันที่ 19-09-2553

สรุป การพัฒนาองค์การ Organization Development ต้องอาศัย คน และโดยใช้ศาสตร์และศิลป์ในการทำให้คนมีความรู้เพื่อทำให้องค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดตามสภาวการณ์ปัจจุบัน เพื่อสอดรับการสถานการณ์อนาคต ถ้าองค์การใดสามารถตอบรับกับสถานการณ์อนาคตได้มากกว่าองค์กรนั้นจะประสบความสำเร็จ

การพัฒนาองค์การ เพื่อให้คนทำงานให้มีความรู้ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถและสมรรถนะในการทำงานได้เต็มที่เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์ขององค์การ

การที่โลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วเท่าไหร่ ทำให้วิถีชีวิตก็เปลี่ยนแปลงตลอด เพราะมนุษย์มีความต้องการไม่สิ้นสุด และต้องเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเสมอ

แนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

ด้านคุณค่า สิทธิความเป็นมนุษย์

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีสุขภาพแข็งแรงเป็นสำคัญ

ด้านคุณค่า ความเสมอภาค

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลง

แนวคิดและการวิเคราะห์

โดยใช้ศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวกับมนุษย์ในการพัฒนาองค์การ

การออกแบบกิจกรรมพัฒนาองค์การ

ไม่มีการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ใด ๆ ขององค์การ

ต้องให้ความรู้ที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจน

การศึกษาการพัฒนาองค์การ ศึกษา 3 ระดับ คือ

ระดับบุคคล (Individual Level) เน้นการทำงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ระดับกลุ่ม (Group Level) เน้นการทำงานของกลุ่มเพื่อช่วยตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

ระดับองค์กร (Organization Level) เน้นการแข่งขันกับภายนอก

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ มี 5 ขั้นตอน

1. การกำหนดความจำเป็น (Needs Identification) กำหนดปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

2. การวินิจฉัย (Diagnosis) ตามความจำเป็นของปัญหา แต่ต้องมีการแสวงหาข้อมูลที่ดีและถูกต้องมากที่สุดเพื่อการวินิจฉัยที่ถูกต้องเพื่อช่วยในการออกแบบกิจกรรมในการพัฒนาได้อย่างถูกต้อง

3. การออกแบบ (Design) เพื่อปรับปรุงแก้ไขปัญหา โดยการวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ ได้แก่ การกำหนดเป้าหมาย การเลือกเทคนิควิธีการ การวางแผนรายละเอียดต่าง ๆ

4. การดำเนินการ ต้องอาศัยการวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ และดำเนินกิจกรรมตามแผนที่กำหนดไว้ โดยใช้วิธีการสังเกตปฏิกิริยาและพฤติกรรมของบุคคลและกลุ่มคนในองค์การต่าง ๆ ด้วย

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์การ เป็นขั้นตอนเพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอนว่ามีประสิทธิภาพมากน้อยแค่ไหน ถ้ามีประสิทธิภาพก็ดำเนินการต่อไป แต่ถ้าไม่ประสบความสำเร็จ ก็ดำเนินการใหม่อีกครั้ง

การพัฒนาองค์การจะสำเร็จหรือไม่

เป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน แต่สามารถวัดได้ที่ KPI (Key Performance Indicator) โดยเราจะวาง KPI ไว้ที่ตัวบุคคลในระดับบุคคล และ KPI ในระดับกลุ่ม เพื่อประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่มีต่อองค์กรในระดับองค์การ

การเปลี่ยนแปลงองค์กร (Organization Change) เกิดจากองค์กรต้องการเจริญเติบโต หรือต้องการอยู่รอด หรือต้องส่วนแบ่งการตลาด การเปลี่ยนแปลงองค์กร สามารถเกิดได้ 3 ประการ

1. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เช่น การปฏิวัติการเมือง คือเปลี่ยนรูปแบบการปกครองจากระบบสมบูรณาฯ มาเป็นระบบประชาธิปไตย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจะต้องการต่อต้านอย่างมากและรุนแรง

2. เปลี่ยนแปลงโดยใช้วิวัฒนาการ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้โทรศัพท์ อดีต การใช้โทรศัพท์จะใช้โทรศัพท์บ้านโดยใช้ระบบสาย แต่วิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงการใช้โทรศัพท์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจนถึงการใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถทำระบบได้ถึง 10G (Ten Generation)

3. เปลี่ยนแปลงโดยการวางแผนไว้ล่วงหน้า เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยมีการวิเคราะห์และวางแผนล่วงหน้า ทำให้องค์การเปลี่ยนแปลงไปตามขั้นตอนที่ต้องการ

เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

1. การเปลี่ยนแปลงตามจุดมุ่งหมาย

2. การเปลี่ยนแปลงตามวัตถุประสงค์

3. การเปลี่ยนแปลงตามกลยุทธ์

4. การเปลี่ยนแปลงตามวัฒนธรรม

5. การเปลี่ยนแปลงตามบุคคล

6. การเปลี่ยนแปลงตามภารกิจ

7. การเปลี่ยนแปลงตามโครงสร้าง

8. การเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยี

แนวคิดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

ด้านคุณค่า ความอยู่รอดขององค์การ

ด้านสมมติฐาน เป็นความจำเป็นที่องค์การต้องการความอยู่รอด โดยให้คนมีการเปลี่นแปลง

ด้านคุณค่า ต้องการผลประโยชน์สูงสุด

ด้านสมมติฐาน องค์การต้องการผลตอบแทนมากกว่าการมีส่วนร่วม

แนวคิดและการวิเคราะห์

โดยใช้พื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ โดยใช้รูปแบบของน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อการเปลี่ยนแปลง

การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การ

การออกแบบเพื่อต้องการได้เปรียบการแข่งขัน ให้มากที่สุด

นางสาววราภรณ์ เพียรธัญญกรณ์
IP: xxx.172.130.184
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 14:28:23 GMT+0700 (ICT)

การพัฒนาองค์การ (Organization Development)

การพัฒนาองค์การ คือกระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลและความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการทางมนุษย์ มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่ม และองค์กร เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมาย

การพัฒนาองค์การ มี 6 เป้าหมายหลัก คือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นสัมฤทธิผลของการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะนำนวัตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ๆ และ ทรัพยากรมนุษย์ทีมีค่ามาสู่องค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ สร้างบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้คนและองค์การมีความเจริญไปพร้อมกัน ตลอดจนสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างบุคลากรกับองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่อมุ่งให้มี การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การทั้งระบบ เช่น บรรทัดฐาน ความเชื่อ ค่านิยม อุดมการณ์วัตถุประสงค์องค์การ โครงสร้างองค์การ นโยบายและแนวทางการปฏิบัติ เทคโนโลยี ผลผลิต และทรัพยากรด้านต่างๆ

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขัน หรือได้เปรียบคู่แข่งทางการค้า

การเปลี่ยนแปลงองค์กร (Organization Change) เกิดจากองค์กรต้องการเจริญเติบโต หรือต้องการอยู่รอด หรือต้องส่วนแบ่งการตลาด การเปลี่ยนแปลงองค์กร สามารถเกิดได้ 3 ประการ

1. เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน เช่น การปฏิวัติการเมือง คือเปลี่ยนรูปแบบการปกครองจากระบบสมบูรณาฯ มาเป็นระบบประชาธิปไตย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันจะต้องการต่อต้านอย่างมากและรุนแรง

2. เปลี่ยนแปลงโดยใช้วิวัฒนาการ เป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง เช่น การเปลี่ยนแปลงการใช้โทรศัพท์ อดีต การใช้โทรศัพท์จะใช้โทรศัพท์บ้านโดยใช้ระบบสาย แต่วิวัฒนาการเปลี่ยนแปลงการใช้โทรศัพท์ปัจจุบันเปลี่ยนแปลงจนถึงการใช้โทรศัพท์มือถือ ซึ่งปัจจุบันประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถทำระบบได้ถึง 10G (Ten Generation)

3. เปลี่ยนแปลงโดยการวางแผนไว้ล่วงหน้า เป็นการเปลี่ยนแปลงโดยมีการวิเคราะห์และวางแผนล่วงหน้า ทำให้องค์การเปลี่ยนแปลงไปตามขั้นตอนที่ต้องการ

เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

1. การเปลี่ยนแปลงตามจุดมุ่งหมาย 2. การเปลี่ยนแปลงตามวัตถุประสงค์

3. การเปลี่ยนแปลงตามกลยุทธ์ 4. การเปลี่ยนแปลงตามวัฒนธรรม

5. การเปลี่ยนแปลงตามบุคคล 6. การเปลี่ยนแปลงตามภารกิจ

7. การเปลี่ยนแปลงตามโครงสร้าง 8. การเปลี่ยนแปลงตามเทคโนโลยี

แนวคิดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

ด้านคุณค่า ความอยู่รอดขององค์การ

ด้านสมมติฐาน เป็นความจำเป็นที่องค์การต้องการความอยู่รอด โดยให้คนมีการเปลี่นแปลง

ด้านคุณค่า ต้องการผลประโยชน์สูงสุด

ด้านสมมติฐาน องค์การต้องการผลตอบแทนมากกว่าการมีส่วนร่วม

นางสาวอัจฉรา ลบเทศ
IP: xxx.122.122.2
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 16:05:28 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียน วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553 โดยนางสาวอัจฉรา ลบเทศ การจัดการรุ่น 1

Organization Goals

เป้าหมายการพัฒนาองค์การ

-เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ

-เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

-ปรับปรุงองค์การ

-ความสมบูรณ์ขององค์การ

-เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ

-เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

Principle of Organization Development

กรอบแนวคิดและการวิเคราะห์การพัฒนาองค์การ

รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

พื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคม

วิทยา มานุษยวิทยา

คน / กลุ่ม

หน้าที่

Principle of Organization Development

กลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรม

-ไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การ

-การให้ความรู้ที่มีการพัฒนาที่ชัดเจน เช่นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เป็นต้น

Principle of OD Process

บรรยากาศ/สภาพองค์การในปัจจุบัน

กระบวนการพัฒนาองค์การ

• การกำหนดความจำเป็น

• การวินิจฉัย

• การออกแบบ

• การดำเนินการ

ประเมินผล

บรรยากาศ/สภาพองค์การที่พึงปรารถนา

Organization Goals

การเปลี่ยนแปลงบุคคล (People Change)

การเปลี่ยนแปลงภารกิจ (Task Change)

การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง (Structure Change)

การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี (Technology Change)

Organization Goals

การเปลี่ยนแปลงความม่งหมาย (Purpose Change)

การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ (Objectives Change)

การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ (Strategies Change)

การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม (Culture Change)

Principle of Organization Change

คุณค่าและข้อสมมติฐาน

คุณค่า

ความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์การ

ผู้ถือหุ้นขององค์การเกิดความพึงพอใจสูงสุด(เกี่ยวข้องกับการแข่งขันขององค์การที่เป็นรูปธรรม)

ข้อสมมติฐาน

เป็นความจำเป็นที่สุดขององค์การ พนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นต่างๆ ขององค์การนั้น

องค์การจะอยู่ได้โดยการจัดหาผลตอบกลับจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้น การจัดการทางการเงินที่เหมาะสมขององค์การเป็นสิ่งที่มีความ

สำคัญมากกว่าการมีส่วนร่วม

นางสาว วีระพัต ดาวเรือง
IP: xxx.144.240.232
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 17:27:05 GMT+0700 (ICT)

นางสาว วีระพัต ดาวเรือง สาขา การจัดการ รุ่นที่ 3

สรุปในชั้นเรียน วิชา การพัฒนาองค์กร

อาจารย์ได้สอนวิชา การพัฒนาองค์กร ฉันได้รู้เรื่องเกี่ยวกับการพัฒนาองค์กร ว่าทำไมองค์กรถึงต้องพัฒนาพัฒนาเพื่ออะไร คำตอบก็คือ

- เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

- เพื่อเพิ่มประสิทธิผลขององค์กร

- เพื่อปรับปรุงองค์กร

- เพื่อความสมบูรณ์ขององค์กร

- เพื่อเปลี่ยนแปลงรูปแบบวัฒนธรรมองค์กร

- เพื่อความสามารถทางการแข่งขัน

ได้เรียนรู้ถึงองค์กรมี 3 มิติ

มิติที่ 1 คือ บุคคล

มิติที่ 2 คือ กลุ่ม

มิติที่ 3 คือ องค์กร

คุณค่าและสมมติฐาน OD

คุณค่า

สิทธิความเป็นมนุษย์

ความเสมอภาค

ข้อสมมติฐาน

คนที่มีสุขภาพที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ระบบการจูงใจตนเองที่จำเป็นในการทำงานในระบบต่างๆ

คนมีสิทธิในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อผลกระทบจัได้รับจากการเปลี่ยนแปลง ดั้งนั้น คนแต่ละคนควรจะมีอิสระจากการใช้พลังหรืออำนาจอย่างเต็มที่

คุณค่าและสมมติฐาน OC

คุณค่า

ความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์กร

ผู้ถือหุ้นขององค์กรเกิดความพึงพอใจสูงสุด

ข้อสมมติฐาน

เป็นความจำเป็นที่สุดขององค์กรพนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นต่างๆขององค์กรเท่านั้น

องค์กรจะอยู่ได้โดยการจัดหาผลตอบกลับจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้นการจัดการทางการเงินที่เหมาะสมขององค์กรเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าการมีส่วนร่วม

ข้อแตกต่างของ OD และ OC

OD เห็นคุณค่าของความเป็นมนุษย์ และความเสมอภาค

OC เห็นความอยู่รอดขององค์กรมากกว่าสิทธิความเป็นมนุษย์

กลยุทธ์การพัฒนาองค์กร

1 . ปรัชญาองค์กร

2 . วิสัยทัศน์

3. พันธกิจ

4. นโยบายองค์กร

5. วัฒนธรรมองค์กร

นายพีรชัย ใครอุบล
IP: xxx.144.240.232
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 18:10:01 GMT+0700 (ICT)

นาย พีรชัย ใครอุบล การจัดการ รุ่นที่ 1

สรุปในชั้นเรียน วิชา การพัฒนาองค์กร

เป้าหมายการพัฒนาองค์กร

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์กร

3. ปรับปรุรงองค์กร

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์กร

6. เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน

คุณค่าและสมมติฐานการพัฒนาองค์กร OD

คุณค่า

สิทธิความเป็นมนุษย์

ความเสมอภาค

ข้อสมมติฐาน

คนที่มีสุขภาพแข็งแรงเป็นพื้นฐานที่สำคัญ ระบบการจูงใจตนเองที่จำเป็นในการทำงานในระบบต่างๆ

คุณค่าและสมมติฐานการพัฒนาองค์กร OC

คุณค่า

ความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์กร

ผู้ถือหุ้นขององค์กรเกิดความพึงพอใจสูงสุด เกี่ยวข้องกับการแข่งขันขององค์การที่เป็นรูปธรรม

ข้อสมมติฐาน

เป็นความจำเป็นที่สุดขององค์กรพนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำต่างๆ ขององค์กรนั้น

องค์การจะอยู่ได้โดยการจัดหาผลตอบกลับจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้นการจัดการท่งการเงินที่เหมาะสมขององค์การเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าการมีส่วนร่วม

ความแตกต่างของ OD, OC

OD เห็นความเสมอภาคของมนุษย์

OC เห็นความอยู่รอดขององค์กร

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การแบบการสั่งการ มี 5 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัตการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นตอนที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่ และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

ขั้นตอนที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

กลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรมี 4 ประการ

1 . กลยุทธ์ในด้านการอำนวยความสะดวก

2 กลยุทธ์ในด้านข้อมูล

3 กลยุทธ์ในด้านทัศนคติ

4 กลยุทธ์ในด้านการเมือง

นางวรนุช เชื้อเย็น
IP: xxx.53.39.115
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 20:10:07 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียน วิชา การพัฒนาองค์กร (นางวรนุช เชื้อเย็น การจัดการ รุ่น 1 รหัส B5220038)

การพัฒนาองค์การ Organization Development

เป้าหมายของการพัฒนาองค์การ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ** ทำให้สิ่งที่จะสูญเสียลดน้อยลงจากการผลิต

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. ปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ ** ทำให้คนเกิดความสามัคคี ทำงานเป็นทีม

6. เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน ** ผ่านคนเป็นหลัก

คุณค่าและข้อสมมุตฐาน

คุณค่า

-ความเสมอภาค

-สิทธิความเป็นมนุษย์

ข้อสมมุติฐาน

-คนที่มีคุณภาพที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานที่สำคัญ

กรอบแนวคิดและการวิเคราะห์การพัฒนาองค์การ

-รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

-พื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยา ฯลฯ

-คน / กลุ่ม

-หน้าที่

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรม

-ไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธศาสตร์องค์การ

-การให้ความรู้ที่มีการพัฒนาที่ชัดเจน เช่น การเปลี่ยนแปลง ทัศนคติ เป็นต้น

**การพัฒนาองค์การเป็นขบวนการ แสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาองค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผล

Level of Organization Development

1. พื้นฐานระดับองค์การ

2. พื้นฐานระดับกลุ่ม

3. พื้นฐานระดับบุคคล

องค์การประกอบด้วย

1. องค์กร Organization Level

2. กลุ่ม / ฝ่าย Group Level

3. คน Individual Level

การออกแบบองค์การ Organization Change

คุณค่าและข้อสมมุติฐาน

คุณค่า

-ความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์การ

-ผู้ถือหุ้นขององค์การเกิดความพึงพอใจสูงสุด

ข้อสมมุติฐาน

-เป็นความจำเป็นที่สุดขององค์การ พนักงานมีส่วนเติมเต็มความจำเป็นต่างๆ ขององค์การนั้น

-องค์การจะอยู่ได้โดยการจัดหาผลตอบกลับจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้น การจัดการทางการเงินที่เหมาะสมขององค์การเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากกว่าการมีส่วนร่วม

คนที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงองค์การ เรียกว่า Change Agent

กรอบความคิดและการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงองค์การ

-รากฐานกรอบความคิดและการวิเคราะห์

-พื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์

-รูปแบบของความสอดคล้องกัน (ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคน / กระบวนการ / โครงการ / และวัฒนธรรม)

กลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การ

-รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรม

-แรงผลักดัน โดยยุทธศาสตร์องค์การ

-การดำเนินงาน (การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม ก่อนเปลี่ยนแปลงทัศนคติ)

ขั้นตอน Organization Change Process

1. ขั้นของความพยามยามที่จะเปลี่ยนแปลง

2. ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการ (ปิดช่องว่างของความแตกต่าง)

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรม สำหรับความรับผิดชอบใหม่และฝึกปฏิบิตการทางทรัพยากรมนุษย์

5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1.

เทคนิคการเปลี่ยนแปลงมี 2 ทาง

1. จากบนลงล่าง ไม่สนใจว่าจะคิดอย่างไร (การเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ)

2. จากล่างไปบน (การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม)

รูปแบบการเปลี่ยนแปลง 3 ขั้นตอน

1. ละลายพฤติกรรม Unfreezing Stage

2. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม Change Stage

3. กำหนดพฤติกรรม Refreezing Stage

Organization Change ต่างกับ Organization Development ในเรื่องของคุณค่าและข้อสมมุติฐาน

สุนทร จิตต์ทอง
IP: xxx.120.126.30
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 20:51:01 GMT+0700 (ICT)

นายสุนทร จิตต์ทอง บริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ รุ่น1 B5220054

สรุปการเรียนวิชาการพัฒนาองค์การ (Organization Development) วันที่ 19/9/2553

การพัฒนาองค์การคือการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาความสามารถขององค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลและความสมบูรณ์ขององค์การโดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องที่เป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา และมนุษย์วิทยาเข้ามาประยุกต์ในการพัฒนาแต่ละบุคคลกลุ่มแต่ละองค์การเพื่อการบรรลุเป้าและการเจริญเติบโต โดยมองไปที่ 3 มิติ 1. ระดับบุคคล 2. ระดับกลุ่ม 3. ระดับองค์การ พื้นฐานของขบวนการสิ่งที่เราต้องการคือเข้าใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้นในอนาคตปัจจุบันเราจะมีปัญญา เราจะทำอะไรก็ได้เพื่อที่เราจะบรรลุถึงเป้าหมาย

เราจะผ่านมิติอยู่ 4. คือ 1. การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ 2. การวินิจฉัยองค์การ 3. การออกแบบ 4 . การดำเนินการพัฒนาองค์การ 5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ สิ่งที่เราคิดจะไม่ถูกเสมอไป ในการกำหนดแผนจะต้องมี เช่น นักศึกษาควรจะมาเรียนมาเรียน 80% แต่KPIจะต้องไม่น้อยกว่า 80% นักเรียนส่วนใหญ่มาเรียน KPI น้อยกว่า 75% ถ้าต่ำกว่า 70% เราก็ไม่สามารถวัดค่าได้

OC คุณค่า เน้นความอยู่รอด ความเป็นเหตุเป็นผลผู้มีส่วนเกี่ยวกับต่างกับ OD ความเสมอภาคกับความเป็นมนุษย์มีส่วนร่วม มีบทบาท แต่ oc เน้นความอยู่รอด เน้นความพึงพอใจ ข้อสมมุติฐานคือเป็นความจำเป็นที่สุดขององค์การ พนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นต่างๆ oc คือ 1. เปลี่ยนได้ทันทีเพื่อความอยู่รอดขององค์การ 2. ปฏิวัติ มี 2. อย่าง คือ 1. ปฏิวัติเลย 2. ปฏิวัติเงียบ oc ต่างกับ od เพราะคุณค่า กรอบแนวคิดเพื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นหลัก

การพัฒนาองค์การแบ่งออกเป็น 3 ระดับ

1.ระดับบุคคล (Individual Level)

2.ระดับกลุ่ม (Group Level)

3.ระดับองค์การ (Organization Level)

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ 5 ขั้นตอน

1.การกำหนดความจำเป็นในการพัฒนาองค์การ (Needs Identification)

2.การวินิจฉัยองค์การ (Diagnosis)

3.การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ (Design)

4.การดำเนินการพัฒนาองค์การ (Implementation)

5.การประเมินผลการพัฒนาองค์การ (Evaluation)

สรุป

การพัฒนาองค์การเพื่อการนำกลยุทธ์ไปสู่การปฏิบัตินั้น เป็นขั้นตอนที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าการวางแผนกลยุทธ์ขององค์การ เกือบทุกครั้งที่มีการปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ องค์การก็จะต้องปรับตัวตาม เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานตามกลยุทธ์ที่เปลี่ยนไปได้

ในสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปได้อย่างรวดเร็วและรุนแรงนั้น นอกจากองค์การจะต้องมีการวางกลยุทธ์ให้ดีแล้ว การพัฒนาขีดความสามารถขององค์การในการปรับตัวเองขององค์การก็เป้นสิ่งสำคัญ ซึ่งเป็นตัวบ่งชี้ถึง “ความสามารถในการเรียนรู้” ขององค์การ องค์การที่เรียนรู้ปรับตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก็จะสามารถอยู่รอดและเจริญก้าวหน้าได้ดีกว่า ส่วนองค์การที่ไม่สามารถที่จะเรียนรู้ได้ดีก็จะมีโอกาสที่จะประสบความล้มเหลวได้ง่ายการพัฒนาทรัพยากรบุคคลเชิงกลยุทธ์ จึงหมายถึงกระบวนการพัฒนา การฝึกอบรม การส่งเสริมคุณภาพชีวิตในการทำงาน เพื่อให้บุคลากรเกิดความรู้ ทักษะ สมรรถนะ และทัศนคติ ทีจะสามารถปฏิบัติงานอย่างมีความสุขและมีแรงจูงใจ ผลักดันภารกิจให้บรรลุเป้าหมายตามที่องค์กรกำหนดเป็นสำคัญ

IP: xxx.168.84.94
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 21:32:28 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนการสอน

วิชา การพัฒนาองค์กร

วันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน พ.ศ. 2553

การเรียนการสอนในช่วงเช้าเป็นการแจ้งให้ทราบถึงการเก็บคะแนนของวิชานี้ ดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. ส่ง Blog 20 คะแนน

2. วิเคราะห์บทความ (รายงานเดียว) 20 คะแนน

3. รายงานกลุ่ม 30 คะแนน

4. สอบปลายภาค 30 คะแนน

ช่วงบ่ายเรียนในเรื่อง การพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การ หมายถึง กระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อพัฒนาองค์การอย่างเป็นระบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์และ สาขาวิชาที่เกี่ยงข้อง มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล

แนวคิดในการพัฒนาองค์การ มี 6 แนวคิด

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่ม เพื่อ ให้องค์การดีเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่อมุ่งให้มี การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การทั้งระบบ

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นทางการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขัน หรือได้เปรียบคู่แข่งทางการค้า

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การสามารถแบ่งได้ 3 ระดับ ดังนี้

1. ระดับบุคคล

2. ระดับกลุ่ม

3. ระดับองค์การ

แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับกระบวนการพัฒนาองค์การ

1. เป็นกระบวนการปฏิสัมพันธ์ที่มีการดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

2. เป็นรูปแบบของการประยุกต์ใช้วิธีการทางพฤติกรรมศาสตร์

3. เป็นกลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์การโดยบรรทัดฐานของการให้ความรู้ใหม่

4. มององค์การจากวิธีการเชิงระบบ

5. ตั้งอยู่บนรากฐานของประสบการณ์

6. มุ่งเน้นการกำหนดเป้าหมายและการวางแผน

7. กิจกรรมการพัฒนาองค์การวางเป้าการทำงานกับทีมงาน

8. ใช้รูปแบบการมีส่วนร่วมและการเสริมสร้างอำนาจ

9. เป็นวิธีการที่ใช้ข้อมูลเป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงอย่างมีแผน

องค์ประกอบพื้นฐานของกระบวนการพัฒนาองค์การ

1. การกำหนดความจำเป็นของการพัฒนาองค์การ

2. การวินิจฉัยองค์การ

3. การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การ

4. การดำเนินการพัฒนาองค์การ

5. การประเมินผลการพัฒนาองค์การ

ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ

แนวคิดพื้นฐานเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงองค์การ

- เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการปฏิวัติ

- เปลี่ยนแปลงโดยวิธีวิวัฒนาการ

- เปลี่ยนแปลงโดยวิธีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

เป้าหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1. การเปลี่ยนแปลงความมุ่งหมาย

2. การเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์

3. การเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์

4. การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรม

5. การเปลี่ยนแปลงบุคคล

6. การเปลี่ยนแปลงภารกิจ

7. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

8. การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี

รากฐานแนวความคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

2. รากฐานกรอบความคิดและแนวคิดวิเคราะห์

3. รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การ

การตัดสินใจการเปลี่ยนแปลงองค์การ

- ลักษณะสภาพแวดล้อมองค์การ

สภาพแวดล้อมรุกราน / วุ่นวาย

สภาพแวดล้อมทางการแข่งขัน

สภาพแวดล้อมซับซ้อน

- ระดับและการเปลี่ยนแปลงผลการปฏิบัติงานขององค์การ

การเพิ่มขึ้น / ลดลงของผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา

ระดับของการปฏิบัติงานในอดีต

- กลยุทธ์องค์การ

กลยุทธ์ในกลุ่มผู้คาดหวัง

กลยุทธ์ในการปกป้อง

- ลักษณะเฉพาะโครงสร้างองค์การ

การรวมอำนาจการบริหาร

มาตรฐาน

ความชำนาญขององค์การ

การพึ่งพากันในระบบต่างๆขององค์การ

หลักเกณฑ์การเปลี่ยนแปลงองค์การ

ประกอบด้วยปัจจัยต่าง ๆ ที่เป็นหลักเกณฑ์ 4 ประการ ได้แก่

1. ปัจจัยด้านเวลา

2. ปัจจัยด้านขอบเขตและความซับซ้อนของการเปลี่ยนแปลง

3. ปัจจัยด้านการเห็นพ้องต้องกันของเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลง

4. ปัจจัยด้านการเห็นพ้องต้องกันของผู้นำการเปลี่ยนแปลง

น. ส. จิราวรรณ แตงณรงค์

สาขา การจัดการทรัพยากรมนุษย์

รุ่น 3

นางนภัค มุสิกมาศ
IP: xxx.24.85.12
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 21:40:48 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนวิชาการพัฒนาองค์กร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2553

โดย นางนภัค มุสิกมาศ การจัดการรุ่นที่ 1

ปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วไม่ได้เปลี่ยนวิธีการทำงานแต่เปลี่ยนวิถีชีวิตของมนุษย์ มนุย์หรือคนมีความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆสังคมเปลี่ยน การดำรงชีวิตก็มีการเปลี่ยนแปลงตามไป องค์ประกอบขององค์กรประกอบไปด้วยคนหรือมนุษย์ กลุ่มคน และตัวองค์กร ดังนั้นจึงต้องมีการพัฒนาองค์กรเกิดขึ้น

เป้าหมายของการพัฒนาองค์การ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ** ทำให้สิ่งที่จะสูญเสียลดน้อยลงจากการผลิต

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. ปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ ** ทำให้คนเกิดความสามัคคี ทำงานเป็นทีม

6. เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน ** ผ่านคนเป็นหลัก

แนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ (OD)

ด้านคุณค่า สิทธิความเป็นมนุษย์

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีสุขภาพแข็งแรงเป็นสำคัญ

ด้านคุณค่า ความเสมอภาค

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลง

แนวคิดและการวิเคราะห์

โดยใช้ศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวกับมนุษย์ในการพัฒนาองค์การ

การออกแบบกิจกรรมพัฒนาองค์การ

ไม่มีการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ใด ๆ ขององค์การ

ต้องให้ความรู้ที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจน

แนวคิดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ (OC)

ด้านคุณค่า ความอยู่รอดขององค์การ

ด้านสมมติฐาน เป็นความจำเป็นที่องค์การต้องการความอยู่รอด โดยให้คนมีการเปลี่ยนแปลง

ด้านคุณค่า ต้องการผลประโยชน์สูงสุด

ด้านสมมติฐาน องค์การต้องการผลตอบแทนมากกว่าการมีส่วนร่วม

แนวคิดและการวิเคราะห์

โดยใช้พื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ โดยใช้รูปแบบของน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อการเปลี่ยนแปลง

การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การ

การออกแบบเพื่อต้องการได้เปรียบการแข่งขัน ให้มากที่สุด

กลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรมี 4 ประการ

1 . กลยุทธ์ในด้านการอำนวยความสะดวก

2 กลยุทธ์ในด้านข้อมูล

3 กลยุทธ์ในด้านทัศนคติ

4 กลยุทธ์ในด้านการเมือง

การเปลี่ยนแปลงมีด้วยกัน 2 แบบ คือ

1. การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม

2. การเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ

การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะมีส่วนประกอบที่เหมือนกันคือจะประกอบไปด้วย

- การเปลี่ยนแปลงความรู้

- การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

- การเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานของกลุ่มหรือองค์กร

แต่การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะมีความแตกต่างกันในด้านของการปฏิบัติงานเพราะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะเป็นลักษณะที่มีการออกคำสั่งที่ต้องให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งจะมีความคล้ายกับแบบเผด็จการ แต่การาเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมนั้นจะมีลักษณะที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกันคล้ายกับแบบประชาธิปไตย

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การแบบการสั่งการ มี 5 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัตการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นตอนที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่ และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

ขั้นตอนที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

รูปแบบการเปลี่ยนแปลง 3 ขั้นตอนของ LEWIN

1. UNFREEZING STAGE ( การละลายพฤติกรรม )

2. CHANGE STAGE ( การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม )

3. REFREEZING STAGE ( การฝังพฤติกรรม )

IP: xxx.84.110.154
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 23:01:55 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนรู้ วิชาการพัฒนาองค์กร วันที่ 19 เดือนกันยายน พ.ศ.2553

น.ส. ทิพย์วัลย์ อยู่นาน การจัดการ รุ่น 2

วิชาการพัฒนาองค์กรอธิบายถึงการหาแนวทางเพื่อพัฒนาขีดความสามารถขององค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลและเพิ่มความสามารถขององค์กร ดังนั้นจึงมีการแบ่งการพัฒนาออกได้เป็น 3 ระดับ คือระดับบุคคล กลุ่ม และ องค์กร โดยเน้นวัฒนธรรมและการปรับตัวของมนุษย์ ให้ความสำคัญกับคุณค่าของมนุษย์ การกำหนดแผน ต้องมี KPI เป็นตัวชี้วัดผลงาน

การเปลี่ยนแปลงองค์กรคือจากในปัจจุบันเทคโนโลยีและสภาพแวดล้อมได้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว จึงมีความจำเป็นที่จะต้องปรับตัว และหลังจากการเปลี่ยนแปลงองค์กร สิ่งเหล่านั้นก็จะเกิดการเปลี่ยนแปลงตาม เมื่อทัศนคติเปลี่ยน พฤติกรรมของคนก็มีการเปลี่ยนแปลงตาม ทุกคนในองค์กรเปลี่ยนก็ส่งเสริมให้พฤติกรรมของกลุ่มเปลี่ยนด้วยแนวคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์กร แตกต่างกันไปตามรูปแบบตามยุค ตามสมัยของสังคม เช่น ลักษณะและปัจจัยที่มี อิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงและลักษณะการเพิ่มประสิทธิภาพการเปลี่ยนแปลง องค์กร

สรุปได้ว่าเมื่อองค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงไป สังคมและวัฒนธรรมเปลี่ยนไปหรือโลกเปลี่ยนไป จึงมีผลทำให้พฤติกรรมของมนุษย์เกิดการเปลี่ยน ตามไปด้วยและความต้องการของมนุษย์เปลี่ยนไป เพราะความต้องการของมีการเปลี่ยนไปตลอดจึงหาความพึงพอใจสูงสุดของคนไม่ได้ เพราะองค์กรมีชีวิต เพราะมีบุคคลในองค์กรนั่นเอง

การพัฒนาองค์กร จึงแบ่งเป็น Organization Development ( OD ) และ Organization Change ( OC )

คุณค่าและข้อสมมติฐานของ OD

- สิทธิความเป็นมนุษย์

- ความเสมอภาค

ข้อสมมติฐาน

- คนที่มีสุภาพที่แข็งแรงเป็นพื้นฐานที่สำคัญระบบการจูงใจตนเองที่จำเป็นในระบบทำงานต่างๆ

- คนมีสิทธิในการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจต่อผลกระทบที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นคนแต่ละคนควรมีอิสระจากการใช้พลังหรืออำนาจอย่างเต็มที่

กรอบแนวคิดและการวิเคราะห์การพัฒนาองค์กร

รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

- พื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เช่น จิตวิทยา สังคมวิทยา มานุษยวิทยา และอื่นๆ

- กลุ่ม / คน หน้าที่

กลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์กร

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรม

- ไม่มีแนวทางที่เชื่อมโยงยุทธ์ศาสตร์องค์กร

- การให้ความรู้ที่มีการพัฒนาที่ชัดเจน เช่นการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ เป็นต้น

กลยุทธ์การพัฒนาองค์กรจะประกอบไปด้วย

1. วิสัยทัศน์

2. กลยุทธ์

3. วัตถุประสงค์

4. เป้าหมาย

5. พันธะกิจ

คุณค่าและข้อสมมติฐานของ OC

คุณค่า

- เพื่อความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์กร

- ผู้ถือหุ้นขององค์กรเกิดความพึงพอใจ

ข้อสมมติฐาน

- พนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นในส่วนต่างๆขององค์กร

- องค์กรอยู่ได้โดยการจัดการหาผลตอบแทนจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้น

กรอบแนวคิดและการวิเคราะห์การพัฒนาองค์กร

รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์มาจาก

- พื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงด้านเชิงกลยุทธ์

- รูปแบบของความสอดคล้องกัน (ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในองค์กร , กระบวนการโครงสร้างและวัฒนธรรม

กลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์กร

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมมาจาก

- แรงผลักดัน โดยยุทธ์ศาสตร์องค์กร

- การดำเนินการ ( การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ )

ส่วนตัวของพนักงานคือส่วนเติม เพราะการเปลี่ยนแปลงคือการประเมินสภาพแวดล้อม คือเน้นองค์กร อยู่รอด แต่ทุกอย่างจะสำเร็จก็ต้องอาศัยคนเป็นหลักทุกอย่างไม่ว่าจะพัฒนาองค์กรหรือการเปลี่ยนแปลงองค์กร จุดสำคัญก็คืออยู่ที่ตัวของมนุษย์หรือพฤติกรรมของมนุษย์นั่นเอง แต่ความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์ก็ต้องนำมาประยุกต์ใช้ร่วมกับพฤติกรรมของมนุษย์ด้วยเช่น สังคมวิทยา ,จิตวิทยา และมนุษย์วิทยา ทุกอย่างต้องเชื่อมโยงกันจึงจะบรรลุเป้าหมายที่องค์กรนั้นๆตั้งไว้

นาย พีรยุทธ แก้วนุ่ม
IP: xxx.87.75.174
เขียนเมื่อ Sun Sep 26 2010 04:56:19 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียนวิชาการพัฒนาองค์กร เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2553

นาย พีรยุทธ แก้วนุ่ม การจัดการ รุ่น 2

ทุกองค์กร ย่อมจะต้องเคยเผชิญกับปัญหา ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในขึ้น การเปลี่ยนแปลงภายในอาจจะเป็นค่านิยม ทัศนคติ และพฤติกรรมของสมาชิกภายในองค์กร ตลอดจนโครงสร้าง และกลยุทธ์ขององค์กร ความขัดแย้งระหว่างบุคคล การสร้างทีมงาน การเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว การตกต่ำทางเศรษฐกิจ คู่แข่งขันรายใหม่ ฯลฯ เหล่านี้เป็นตัวอย่างที่พบเห็นบ่อยขององค์กร แต่จะทำอย่างไรให้องค์กรข้ามพ้นปัญหาดังกล่าวไปได้ นับเป็นโจทย์ที่ท้าทายบรรดาองค์กรต่างๆอย่างต่อเนื่อง

ในกลยุทธ์ของการเปลี่ยนแปลง คือ การพัฒนาองค์การ (Organization Development: OD )อันเป็นกระบวนการร่วมมือร่วมใจของสมาชิกที่ถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงขององค์การ พวกเขาจะต้องมีส่วนร่วมวิเคราะห์ปัญหาขององค์การอย่างจริงจัง และพัฒนาแนวทางการดำเนินงานใหม่ขึ้นมา เพื่อการแก้ปัญหาภายในองค์การ อีกทั้ง เพื่อการวิเคราะห์แหล่งที่มาของปัญหาภายในองค์การ และการดำเนินแผนงาน เพื่อการแก้ไขปัญหาขององค์การ อันนำไปสู่ความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ในทางปฎิบัติองค์กรส่วนใหญ่ที่ใช้กลยุทธ์ดังกล่าวนี้ ล้วนเผชิญอุปสรรค

เครื่องมือวิเคราะห์องค์กร ปัจจุบันมีหลากหมาย และจำนวนมาก ในแต่ละตัวก็มีทั้งจุดแข็ง และจุดอ่อน ดังนั้นจำเป็นต้องรู้จัก และระมัดระวังในการใช้เครื่องมืออย่างบูรณาการ เครื่องมือแต่ละตัวทำหน้าที่แตกต่างกัน ตามลำดับขั้นทั้งองค์กร กลุ่ม และบุคคล ดังนั้น จึงจำเป็นต้องรู้จักใช้เครื่องมือแต่ละตัวตอบโจทย์ในแต่ละประเภทของปัญหาให้ครอบคลุม ขณะเดียวกันก็ต้องเชื่อมโยงตอบปัญหาในแต่ละกลุ่มได้เช่นกัน

การพัฒนาองค์กรนั้น ควรมุ่ง เพื่อพัฒนาการทำงานเป็นทีมให้มีประสิทธิภาพ เนื่องจากวัตถุประสงค์ของกลุ่มย่อย และกระบวนการหรือวิธีการดำเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ของกลุ่มย่อยนั้น หากมีความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่ม หรือขัดแย้งกับวัตถุประสงค์ขององค์กรเอง จะเป็นหนทางสู่ความล้มเหลวขององค์กรโดยส่วนรวมได้

ดังนั้นการพัฒนาองค์กร จึงควรมุ่งความสนใจไปที่การวางเป้าหมาย และการวางแผนในการสร้างวัตถุประสงค์ขององค์กรอย่างมีระบบ ทั้งนี้ต้องหมายรวมถึงการมีส่วนร่วมของผู้นำการเปลี่ยนแปลงต้องเข้ามามีบทบาท และหน้าที่ ในการกระตุ้นให้องค์กรสามารถสร้างวัตถุประสงค์ขึ้นทั้ง 3 ประเภท คือ สมาชิกทุกคนในองค์กร ทีมงาน และองค์กร

เป้าหมายหลักของการพัฒนาองค์กร ได้แก่ การสร้างเสริมความมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลขององค์กร เพื่อให้องค์กรสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และอยู่รอด เมื่อต้องประสบกับปัญหา และการเปลี่ยนแปลง ขณะเดียวกัน เพื่อพัฒนากระบวนการทำงานอย่างมีแผน และส่งเสริมการมีส่วนร่วมในวัตถุประสงค์ขององค์กรร่วมกัน และปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไขวัฒนธรรมที่ล้าสมัย ไร้สาระ ขัดต่อความเจริญขององค์กร โดยมุ่งเน้นที่ผลสำเร็จของงานที่บรรลุตามเป้าหมายมากกว่าวิธีการ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมหลักการทำงานที่เน้นหลักการมากกว่าตัวบุคคล พร้อมทั้งปริมาณงาน และความรู้สึกของคนไปพร้อมๆ กัน

การพัฒนาองค์กรนั้น หากเปรียบเทียบกับการบริหารการเปลี่ยนแปลง หรือ ( Change Managenent ) พบว่า มันมีทั้งข้อเหมือน และข้อแตกต่าง ทั้งนี้ส่วนที่เหมือนกันของการพัฒนาองค์กร และการบริหารการเปลี่ยนแปลงต้องการ คือ ต้องการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยใช้กระบวนการ

ทั้งนี้ 1 ใน 8ขั้นตอนของกระบวนการ Organization Development มีการจัดการเปลี่ยนแปลง และเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ปัจจุบันมีหลายองค์กรที่ได้ทำการพัฒนาองค์กรขึ้นมา โดยกำหนดโปรเจ็คต์ และมีการนำไปปฏิบัติ ถือว่าไม่ใช่การพัฒนาองค์กร เพราะODมี 4 ขั้นตอน ได้แก่ การวินิจฉัยองค์กร วินิจฉัยกลุ่ม และงาน การชี้แจงผลการ รวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลจากการวินิจฉัย และเป็นการชี้แจงผลการวินิจฉัย

ขั้นตอนของการพัฒนาองค์กร(OD Process) ประกอบด้วย

หนึ่ง-การยอมรับปัญหา

ก่อนที่กระบวนการพัฒนาองค์กรจะเริ่มต้นได้ สมาชิกบางคนภายในองค์กร จะต้องยอมรับปัญหาที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงก่อน สมาชิกภายในองค์กรจะต้องรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องเกิดขึ้น ถ้าปราศจากสิ่งเหล่านี้แล้ว กระบวนการการพัฒนาองค์กรก็ไม่สามารถเริ่มต้นได้ เมื่อปัญหาถูกยอมรับ และรู้สึกว่าการแก้ปัญหาเป็นสิ่งจำเป็นแล้ว องค์กรอาจจะติดต่อที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร เพื่อการค้นหาความเป็นไปได้ของการใช้การพัฒนาองค์กร เพื่อการแก้ปัญหาภายในองค์กร ที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร จะต้องมีความรู้ทางด้านพฤติกรรมขององค์กร และการพัฒนาองค์กร และจะต้องมีประสบการณ์ในการใช้การพัฒนาองค์กร เพื่อแก้ปัญหาภายในองค์กรด้วย

สอง-การเข้ามาของที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร

ประกอบด้วยขั้นตอน การติดต่อ การสำรวจ และการทำสัญญา โดย การติดต่อ หมายถึง การประชุมครั้งแรกระหว่างองค์กร และที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร ซึ่งมีอยู่ 2 ลักษณะ คือ ที่ปรึกษาฯ ที่เป็นบุคคลภายนอก และ ที่ปรึกษาฯ ที่เป็นบุคคลภายใน ในกรณีของที่ปรึกษาฯ ที่เป็นบุคคลภายนอก การติดต่อมักจะเริ่มขึ้นโดยองค์กร ซึ่งจะรู้จักบุคคลที่เป็นที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร ไม่ว่าจะรู้จักโดยส่วนตัวหรือโดยความมีชื่อเสียงของที่ปรึกษาฯ นั้นๆ และติดต่อเขา เพื่อความมุ่งหมายของการพิจารณาความเป็นไปได้ ของการใช้การพัฒนาองค์กรภายในองค์กรนั้น ในกรณีของที่ปรึกษาฯ ที่เป็นบุคคลภายใน ที่เป็นลูกจ้างขององค์กร การติดต่ออาจจะเริ่มขึ้นมาโดยองค์กร หรือโดยที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กรเองก็ได้

การสำรวจ เป็นการร่วมมือกันระหว่างที่ปรึกษาฯ และองค์กร การสำรวจจะเป็นการประชุมร่วมกัน โดยทั่วไปจะใช้ผู้บริหารอาวุโสเป็นตัวแทนขององค์กร การสำรวจกำหนดขึ้นมา เพื่อให้โอกาสแก่องค์กร และที่ปรึกษาฯ จะได้มีการประเมิน ซึ่งกัน และกัน เช่น การประเมินว่าที่ปรึกษาฯ นั้น มีคุณสมบัติเหมาะสมในฐานะเป็นที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร หรือไม่ โดยพิจารณาถึงประสบการณ์ และความรู้ทางพฤติกรรมองค์กรของผู้เป็นที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร

ส่วนผู้ที่เป็นที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร จะประเมินว่าองค์กรกำลังเผชิญกับปัญหาอะไร และความพร้อมของสมาชิกภายในองค์กรต่อการเปลี่ยนแปลง โอกาสความสำเร็จของการพัฒนาองค์กรจะขึ้นอยู่กับ ความพร้อมขององค์กรที่จะยอมรับปัญหาภายในองค์กรอย่างเปิดเผย ความเต็มใจขององค์กรที่จะรับผิดชอบปัญหาภายในองค์กรอย่างแท้จริง และ ความเต็มใจขององค์กรที่จะผูกพัน เวลา ทรัพยากร และพลัง กับกระบวนการการพัฒนาองค์กร

ผู้เป็นที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร จะต้องสำรวจปัจจัยเหล่านี้ทุกอย่าง เพื่อการติดสินใจว่าพวกเขาควรจะดำเนินการพัฒนาองค์กรภายในองค์กรนี้หรือไม่

และ การทำสัญญา สัญญาที่ชัดเจนระหว่างที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร และองค์กรจะมีความสำคัญมาก องค์กร และที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร จะต้องรู้ว่าแต่ละฝ่ายคาดหวังอะไรจากกัน เพื่อการดำเนินการพัฒนาองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ที่ปรึกษาฯ ต้องการความร่วมมือ และความผูกพันจากองค์กร เช่น การเข้าหาข้อมูล และคน, ความเต็มใจเข้าร่วมการประชุม เป็นต้น ส่วนองค์กรก็ต้องการรู้แผนงานของที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร, ระยะเวลาของการดำเนินงานการพัฒนาองค์กร, ค่าบริการของที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร และผลลัพธ์จากการดำเนินการพัฒนาองค์กร เป็นต้น

สาม-การวิเคราะห์ปัญหา

การวางแผน และการดำเนินการพัฒนาองค์กร จะต้องอยู่บนรากฐานของการวิเคราะห์ปัญหาที่เกี่ยวพันกับงานของสมาชิกภายในองค์กรอย่างมีระบบ เนื่องจากการพัฒนาองค์กรจะเป็นกระบวนการของความร่วมมือร่วมใจ การมีส่วนร่วมของสมาชิกภายในองค์กรอย่างจริงจัง ภายในกระบวนการของการรวบรวมข้อมูลจะเป็นสิ่งจำเป็น พวกเขาจะต้องพิจารณาประเภทของข้อมูลที่ต้องถูกรวบรวม สภาวะขององค์กรในปัจจุบัน และอุปสรรคของการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ

สี่-การให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback)

เมื่อการรวบรวมข้อมูล เพื่อการวิเคราะห์ปัญหาภายในองค์กรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปของกระบวนการพัฒนาองค์กร คือ การให้ข้อมูลป้อนกลับ ที่ปรึกษาฯ จะรายงานผลสรุปข้อมูลที่รวบรวมได้ระหว่างการวิเคราะห์ปัญหาขององค์กรกลับไปยังสมาชิกขององค์กร เป้าหมายของการให้ข้อมูลป้อนกลับจะมีอยู่สองด้าน คือ ที่ปรึกษาฯ ต้องการความมั่นใจว่าสมาชิกขององค์กรยอมรับว่า ปัญหา และภาพรวมสถานะขององค์กรในปัจจุบันมีความถูกต้อง เป้าหมายอีกอย่างคือ เพื่อสร้างความกระตือรือร้นท่ามกลางสมาชิกขององค์กร เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาภายในองค์กร โดยทั่วไปการใช้ข้อมูลป้อนกลับจะเกิดขึ้นในระหว่างการประชุมร่วม ระหว่างที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร และกลุ่มผู้บริหารระดับสูงขององค์กร บทบาทของที่ปรึกษาฯ ในระหว่างการประชุม คือ การเสนอข้อมูลที่รวบรวมได้ และการช่วยเหลือในระหว่างการอภิปราย และการตีความข้อมูลของพวกเขา ที่ปรึกษา ฯ จะไม่บอกว่าข้อมูลที่เสนอนั้น องค์กรจะต้องไปดำเนินการอะไรบ้าง แต่ให้อธิบายข้อมูลเฉพาะ เพื่อให้เห็นชัดเจน และช่วยเหลือพวกเขาในการแก้ไขปัญหาขององค์กรอย่างสร้างสรรค์เท่านั้น

ห้า-การวางแผนดำเนินงาน (Action Planning)

เมื่อปัญหาภายในองค์กรได้ถูกระบุ และเห็นว่าจำเป็นต้องแก้ไขแล้ว ขั้นตอนต่อไปของกระบวนการพัฒนาองค์กร คือ การวางแผนดำเนินงาน เพื่อแก้ไขปัญหา เนื่องจากการพัฒนาองค์กรจะเป็นกระบวนการร่วมมือร่วมใจระหว่างที่ปรึกษาฯ และองค์กร บทบาทของที่ปรึกษาฯ คือ การช่วยเหลือสมาชิกขององค์กร สร้างทางเลือกในการแก้ปัญหาขององค์กรขึ้นมา ที่ปรึกษาฯ จะต้องไม่บอกว่าสมาชิกขององค์กรควรจะดำเนินการอะไร หรือไม่ควรจะดำเนินการอะไร สมาชิกขององค์กรนั้นๆ ควรจะกำหนดทางเลือกแก้ปัญหาของพวกเขาขึ้นมาเอง นี่จะเป็นการสร้างความเป็นเจ้าของ และความผูกพันต่อการดำเนินการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กร สิ่งเหล่านี้จำเป็นต่อการบรรลุความสำเร็จของกระบวนการการพัฒนาองค์กรเป็นอย่างยิ่ง

หก-การเลือกใช้เทคนิคการพัฒนาองค์กร (Implementation)

ขั้นตอนนี้ของกระบวนการพัฒนาองค์กร จะเกี่ยวข้องการดำเนินการเปลี่ยนแปลงแผนดำเนินงาน ณ จุดนี้การเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้นภายในองค์กร เทคนิคการพัฒนาองค์กรจะมีอยู่หลายแบบ แต่ที่ถูกนำใช้กันแพร่หลายมากที่สุด คือ เทคนิคการพัฒนาองค์กรระดับบุคคล และ เทคนิคการพัฒนาองค์กรระดับกระบวนการ เทคนิคระดับบุคคลจะถูกนำมาใช้เมื่อการวิเคราะห์ปัญหาสรุปได้ว่า ปัญหาขององค์กรเกิดจากการขาดความสามารถ และ/หรือแรงจูงใจของสมาชิกขององค์กร ส่วนเทคนิคระดับกระบวนการจะถูกนำมาใช้เมื่อ ปัญหาขององค์กรเกิดขึ้นจากกระบวนการที่เกี่ยวพันระหว่างกันของบุคคล และกลุ่มภายในองค์กร

เจ็ด-การประเมินผล (Evaluation)

ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพัฒนาองค์กร คือ การประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในองค์กร ภายหลังจากการดำเนินการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรแล้ว ข้อมูลจะต้องถูกเก็บรวบรวมเพิ่มเติม เพื่อการประเมินผลว่า ปัญหาภายในองค์กรได้ถูกแก้ไขหรือถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ต้องกลับไปวิเคราะห์ปัญหากันใหม่ ดังนั้น นอกจากการประเมินผลจะถูกมองว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพัฒนาองค์กรแล้ว การประเมินผลจะถูกมองว่าเป็นการหมุนรอบกระบวนการพัฒนาองค์กรกลับไปยังขั้นตอนของการวิเคราะห์ปัญหาด้วย ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับการวิเคราะห์ปัญหาแบบ QC นั่นเอง

น.ส.เครือวรรณ ทองกระโทก
IP: xxx.149.25.19
เขียนเมื่อ Sun Sep 26 2010 12:35:21 GMT+0700 (ICT)

การพัฒนาองค์กร คือ กระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อประสิทธิผล และความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องที่เป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่มและองค์การ ทั้งนี้ เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายและความเจริญเติบโตขององค์การเป็นสำคัญ ซึ่งองค์กรส่วนใหญ่ต้องการ “ผลลัพธ์”

สรุปแนวคิดในการพัฒนาองค์การ ได้ 6 เป้าหมายแนวทางหลัก คือ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นสัมฤทธิผลของการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ที่จะนำนวัตกรรม เทคโนโลยี วิทยาการใหม่ ๆ และทรัพยากรมนุษย์ที่มีค่ามาสู่องค์การ ทั้งนี้ เพื่อให้องค์การดีเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคคลากรในองค์การ สร้างบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนให้คนและองค์การมีความเจริญไปพร้อมกัน

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่อมุ่งให้มี การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมนขององค์การทั้งระบบ

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขัน หรือได้เปรียบคู่แข่งทางการค้า

การพัฒนาองค์กร สามารถแบ่งได้ 3 ระดับ

1. ระดับบุคคล (Individual Level) บุคคลเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่าสำหรับองค์การ บุคคลเหล่านี้จะนำความรู้ ความสามารถ มาใช้ในการปฏิบัติงาน พัฒาองค์กรให้เจริญก้าวหน้า

2. ระดับกลุ่ม (Group Level) กลุ่มมีอิทธิพลต่อบุคคลที่จะช่วยให้บุคคลในกลุ่มตอบสนองความต้องการของตนเองและช่วยสนับสนุนวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. ระดับองค์การ (Organization Level) องค์การมีองค์ประกอบมากมาย

- ระบบองค์การมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมส่งผลกระทบกับส่วนอื่นด้วย

- วัฒนธรรมองค์การเป็นพื้นฐานคุณค่า การเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลต่อธรรมชาติ ความรู้สึก ทัศนคติ และพฤติกรรมของกลุ่มคนด้วย

- โครงสร้างและภาระงานเป็นส่วนสำคัญขององค์การเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงย่อมส่งผลกระทบต่อคนและกลุ่ม

การเปลี่ยนแปลงองค์การเป็นลักษณะการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ไปสู่อีกสถานภาพหนึ่งในอนาคตที่กำหนดไว้ เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพหนึ่งในอนาคตที่กำหนดไว้ เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ เพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต การบรรลุเป้าหมายขององค์การเกิดขึ้นได้ 3 ลักษณะ

- เปลี่ยนแปลงโดยวิธการปฏิวัติ

- เปลี่ยนแปลงโดยวิวัฒนาการ

- เปลี่ยนแปลงโดยมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า

น.ส อัจชณา ขวัญอ่อน
IP: xxx.120.114.77
เขียนเมื่อ Sun Sep 26 2010 17:59:42 GMT+0700 (ICT)

การพัฒนาองค์กร คือ กระบวนการแสวงหาแนวทางเพื่อประสิทธิผล และความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์ และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องที่เป็นพื้นฐานทางด้านงานกระบวนการทางมนุษย์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล กลุ่มและองค์การ ก่อนที่กระบวนการพัฒนาองค์กรจะเริ่มต้นได้ สมาชิกบางคนภายในองค์กร จะต้องยอมรับปัญหาที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงก่อน สมาชิกภายในองค์กรจะต้องรู้สึกว่าการเปลี่ยนแปลงจำเป็นต้องเกิดขึ้น ถ้าปราศจากสิ่งเหล่านี้แล้ว กระบวนการการพัฒนาองค์กรก็ไม่สามารถเริ่มต้นได้ เมื่อปัญหาถูกยอมรับ และรู้สึกว่าการแก้ปัญหาเป็นสิ่งจำเป็นแล้ว องค์กรอาจจะติดต่อที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร เพื่อการค้นหาความเป็นไปได้ของการใช้การพัฒนาองค์กร เพื่อการแก้ปัญหาภายในองค์กร ที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร จะต้องมีความรู้ทางด้านพฤติกรรมขององค์กร และการพัฒนาองค์กร และจะต้องมีประสบการณ์ในการใช้การพัฒนาองค์กร เพื่อแก้ปัญหาภายในองค์กรด้วยเป้าหมายของการพัฒนาองค์การ

เมื่อการรวบรวมข้อมูล เพื่อการวิเคราะห์ปัญหาภายในองค์กรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปของกระบวนการพัฒนาองค์กร คือ การให้ข้อมูลป้อนกลับ ที่ปรึกษาฯ จะรายงานผลสรุปข้อมูลที่รวบรวมได้ระหว่างการวิเคราะห์ปัญหาขององค์กรกลับไปยังสมาชิกขององค์กร เป้าหมายของการให้ข้อมูลป้อนกลับจะมีอยู่สองด้าน คือ ที่ปรึกษาฯ ต้องการความมั่นใจว่าสมาชิกขององค์กรยอมรับว่า ปัญหา และภาพรวมสถานะขององค์กรในปัจจุบันมีความถูกต้อง เป้าหมายอีกอย่างคือ เพื่อสร้างความกระตือรือร้นท่ามกลางสมาชิกขององค์กร เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาภายในองค์กร โดยทั่วไปการใช้ข้อมูลป้อนกลับจะเกิดขึ้นในระหว่างการประชุมร่วม ระหว่างที่ปรึกษาการพัฒนาองค์กร และกลุ่มผู้บริหารระดับสูงขององค์กร บทบาทของที่ปรึกษาฯ ในระหว่างการประชุม คือ การเสนอข้อมูลที่รวบรวมได้ และการช่วยเหลือในระหว่างการอภิปราย และการตีความข้อมูลของพวกเขา ที่ปรึกษา ฯ จะไม่บอกว่าข้อมูลที่เสนอนั้น องค์กรจะต้องไปดำเนินการอะไรบ้าง แต่ให้อธิบายข้อมูลเฉพาะ เพื่อให้เห็นชัดเจน และช่วยเหลือพวกเขาในการแก้ไขปัญหาขององค์กรอย่างสร้างสรรค์เท่านั้น

ขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพัฒนาองค์กร คือ การประเมินผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นภายในองค์กร ภายหลังจากการดำเนินการเปลี่ยนแปลงภายในองค์กรแล้ว ข้อมูลจะต้องถูกเก็บรวบรวมเพิ่มเติม เพื่อการประเมินผลว่า ปัญหาภายในองค์กรได้ถูกแก้ไขหรือถูกปรับปรุงให้ดีขึ้นแล้วหรือไม่ ถ้ายังไม่ดีขึ้นก็ต้องกลับไปวิเคราะห์ปัญหากันใหม่ ดังนั้น นอกจากการประเมินผลจะถูกมองว่าเป็นขั้นตอนสุดท้ายของกระบวนการพัฒนาองค์กรแล้ว การประเมินผลจะถูกมองว่าเป็นการหมุนรอบกระบวนการพัฒนาองค์กรกลับไปยังขั้นตอนของการวิเคราะห์ปัญหาด้วย ซึ่งเป็นแนวทางเดียวกันกับการวิเคราะห์ปัญหาแบบ QC นั่นเอง

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ทำให้สิ่งที่จะสูญเสียลดน้อยลงจากการผลิต

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. ปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ ** ทำให้คนเกิดความสามัคคี ทำงานเป็นทีม

6. เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน ผ่านคนเป็นหลัก

แนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

ด้านคุณค่า สิทธิความเป็นมนุษย์

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีสุขภาพแข็งแรงเป็นสำคัญ

ด้านคุณค่า ความเสมอภาค

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลง

แนวคิดและการวิเคราะห์

โดยใช้ศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวกับมนุษย์ในการพัฒนาองค์การ

การออกแบบกิจกรรมพัฒนาองค์การ

ไม่มีการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ใด ๆ ขององค์การ

ต้องให้ความรู้ที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจน

คุณค่าและข้อสมมติฐานของ OC

ผลที่ต้องการคื่อ

- เพื่อความอยู่รอดและความมีเหตุผลขององค์กร

- ผู้ถือหุ้นขององค์กรเกิดความพึงพอใจ

ข้อสมมติฐาน

- พนักงานเป็นส่วนเติมเต็มความจำเป็นในส่วนต่างๆขององค์กร

- องค์กรอยู่ได้โดยการจัดการหาผลตอบแทนจากการลงทุนแก่ผู้ถือหุ้น

กรอบแนวคิดและการวิเคราะห์การพัฒนาองค์กร

รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์มาจาก

- พื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงด้านเชิงกลยุทธ์

- รูปแบบของความสอดคล้องกัน ความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในองค์กร , กระบวนการโครงสร้างและวัฒนธรรม

กลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์กร

รากฐานกลยุทธ์การออกแบบกิจกรรมมาจาก

- แรงผลักดัน โดยยุทธ์ศาสตร์องค์กร

สรุปได้ว่าเมื่อองค์กรเกิดการเปลี่ยนแปลงไป สังคมและวัฒนธรรมเปลี่ยนไปหรือโลกเปลี่ยนไป จึงมีผลทำให้พฤติกรรมของมนุษย์เกิดการเปลี่ยน ตามไปด้วยและความต้องการของมนุษย์เปลี่ยนไป เพราะความต้องการของมีการเปลี่ยนไปตลอดจึงหาความพึงพอใจสูงสุดของคนไม่ได้ เพราะองค์กรมีชีวิต เพราะมีบุคคลในองค์กรนั่นเอง - การดำเนินการ ( การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมก่อนการเปลี่ยนแปลงทัศนคติ )

prasertsak
IP: xxx.183.178.146
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 07:41:21 GMT+0700 (ICT)

นายประเสริฐศักดิ์ จงดี

คณะบริหารธุรกิจ

สาขา การจัดการ

รุ่น 1

สรุป เนื่องหาการเรียน และสิ่งที่ได้รับในการเรียน ในวันที่ 26-09-2553

วิชา : การพัฒนาองค์กร

เนื่องหาโดยสรุป

1. การเปลี่ยนแปลงองค์กร เน้นในเรื่องการเปลี่ยนแปลงคน เช่น การเปลี่ยนทัศนคติ การเปลี่ยนแปลงขีดความสามารถในการทำงานให้ทันต่อยุดสมัย เพื่อให้คนมีความสามารถและมีความรู้มากขึ้น โดยวิธีการ อบรม และการสร้างแรงจูงใจเพื่อแลกกับการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ของบุคลากรในองค์กร เช่น ในเรื่องของการอบรม เนื่องจากปัจจุบันการทำงานสมัยใหม่หากไม่มีการใช้เทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน อาจทำให้การทำงานด้อยคุณภาพลงเนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนไปการทำงานจะต้องมีความรวดเร็วและแม้นยำ หากใช้ระบบการทำงานแบบเดิมๆ อาจไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนแปลงการทำงานใหม่ โดยการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในองค์กร โดยการอบรมให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง เช่นอบรมในเรื่องของการใช้ computer เป็นต้น

และในเรื่อง สร้างแรงจูงใจ มนุษย์ ทำงานอยู่ได้เพราะผลประโยชน์ ดังนั้นจึงต้องมีแรงจูงใจ ดังนั้นองค์กรจะต้องหลอกล้อให้บุคลากรในองค์กรทำงานทำงานให้องค์กรอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล อาจโดยวิธีการ เพิ่มเงินเดือน การให้โบนัสดีๆ การให้สวัสดิการดีๆ เพื่อแลกกับผลของงานที่ได้ เป็นต้น โดยการเปลี่ยนแปลงองค์กรหากใช้หลักการ ของ levin’s จะมีอยู่ 3 ขั้นตอน คือ

step1. ละลายพฤติกรรม โดยวิธี การสร้างแรงจูงใจ การให้กำลังใจ การสร้าง ความมั่นคง ให้คนในองค์กรเห็นและคล้อยตาม

step 2. เปลี่ยนแปลงพฤติกรรม เมื่อสามารถละลายพฤติกรรมได้แล้วต้องดำเนินการต่อโดยวิธีการจัดรูปแบบและวิธีการเพื่อให้คนในองค์กรทำตาม

step 3. แช่แข็ง เมื่อคนในองค์กรทำตามจนเกิดความเคยชิน ให้ทำการ แช่แข็งโดยวิธีการสร้างรูปแบบให้เป็นมาตรฐาน ให้เป็นระเบียบข้อบังคับ และให้ยึดถือปฏิบัติ

2. เรื่องของการวินิจฉัยองค์กร

องค์กรสมัยใหม่เป็นองค์กรระบบเปิดดังนั้นสภาพแวดล้อมพร้อมที่จะทำให้องค์กรของเรามีปัญหาได้ตลอดเวลาเพราะฉะนั้นผู้บริหารจะต้องมองให้เห็นถึงภาพที่เกิดในปัจจุบัน กับสิ่งที่จะเกิดในอนาคต และจะต้องใช้หน้าที่ความรู้ในการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงเพื่อให้ได้เป้าหมายโดยใช้เทคนิคใส่เข้าไป โดยใช้วิธีการ OD planning and prementation หรือการทำแผนเพื่อไปสู่การปฏิบัติเพื่อให้ได้เป้าหมาย

โดยการวินิจฉัยองค์กรมีอยู่ 3 ระดับ

1. การวินิจฉัยองค์กรระดับองค์กร 2. การวินิจฉัยองค์กร ระดับกลุ่ม 3. การวินิจฉัยองค์กร ระดับบุคคล และการวินิจฉัยองค์กร มีประเด็นหลักๆอยู่ 3 อย่าง คือ

- Input หรือ ปัจจัยนำเข้า คือ สภาพแวดล้อม ทางธุรกิจ สภาพแวดล้อมภายใน รูปแบบองค์กร โครงสร้างองค์กร

- Design component หรือการออกแบบองค์ประกอบ วิสัยทัศ , นโยบาย , วิธีการ , เทคโนโลยี ขีดความสามารถ รวมถึงเรื่องทรัพยากรอื่นๆที่มีผลต่อการผลิต

- Output หรือผลที่ออกมา จะเป็นในเรื่องของ ดัชนีชี้วัด เรื่องของผลผลิตที่ออกมา เป็นต้น

โดยหลักการที่นำมาวิเคราะห์ ใช้หลักการ SWOT Analysis ซึ่งจะวิเคราะห์ในเรื่อง จุดแข็งขององค์กร จุดอ่อนขององค์กร โอกาสและ ภัยคุกคาม เป็นหลัก

สิ่งที่ได้รับจากการเรียนในครั้งนี้ วันที่ 26-09-2553

1. เข้าใจในเรื่องของการบริหารจัดการกับคนเพื่อให้คนเปลี่ยนแปลโดยไม่มีผลกระทบเกิดขึ้น ได้รู้และเรื่องของคนเป็นเรื่องที่สำคัญในการที่จะเปลี่ยนแปลงองค์กร เนื่องจากการที่คนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงจะต้องค่อยๆทำอย่างมีระบบมีขั้นมีตอนไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาในเรื่องของการเกิดแรงต่อต้าน

2. เข้าใจและได้รู้ว่าทำใมเราถึงต้องมีในเรื่องของการวินิจฉัยองค์กร และ การวินิจฉัยองค์กรจะมีผลกับคนในองค์กรอย่างไร เช่น มีในเรื่องของ competency เรื่องของ productivity และเรื่อง performance เกี่ยวกับคนเป็นหลัก

เรืองกิตติ์ พูลสินเรืองโชค
IP: xxx.84.186.66
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 11:25:49 GMT+0700 (ICT)

นายเรืองกิตติ์ พูลสินเรืองโชค สาขาการจัดการรุ่น2

สรุปการเรียนวันที่26 กย 2553

วิชาการพัฒนาองค์การ

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์กรการเชิงกลยุทธ์มีพื้นฐานแนวคิดในการนำการแนวคิดจัดการเชิงกลยุทธ์มาบูรณาการร่วมกับกับแนวคิดการเปลี่ยนแปลงและแนวคิดการพัฒนาองค์การอย่างเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมองค์การวางแผนกลยุทธ์ดำเนินการ และควบคุมอย่างเป็นระบบอย่างมีเป้าหมาย

เป้าหมายของการพัฒนาองค์การ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ** ทำให้สิ่งที่จะสูญเสียลดน้อยลงจากการผลิต

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. ปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ ** ทำให้คนเกิดความสามัคคี ทำงานเป็นทีม

6. เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน ** ผ่านคนเป็นหลัก

แนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ (OD)

ด้านคุณค่า สิทธิความเป็นมนุษย์

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีสุขภาพแข็งแรงเป็นสำคัญ

ด้านคุณค่า ความเสมอภาค

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลง

แนวคิดและการวิเคราะห์

โดยใช้ศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวกับมนุษย์ในการพัฒนาองค์การ

การออกแบบกิจกรรมพัฒนาองค์การ

ไม่มีการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ใด ๆ ขององค์การ

ต้องให้ความรู้ที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจน

แนวคิดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ (OC)

ด้านคุณค่า ความอยู่รอดขององค์การ

ด้านสมมติฐาน เป็นความจำเป็นที่องค์การต้องการความอยู่รอด โดยให้คนมีการเปลี่ยนแปลง

ด้านคุณค่า ต้องการผลประโยชน์สูงสุด

ด้านสมมติฐาน องค์การต้องการผลตอบแทนมากกว่าการมีส่วนร่วม

แนวคิดและการวิเคราะห์

โดยใช้พื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ โดยใช้รูปแบบของน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อการเปลี่ยนแปลง

การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การ

การออกแบบเพื่อต้องการได้เปรียบการแข่งขัน ให้มากที่สุด

กลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรมี 4 ประการ

1 . กลยุทธ์ในด้านการอำนวยความสะดวก

2 กลยุทธ์ในด้านข้อมูล

3 กลยุทธ์ในด้านทัศนคติ

4 กลยุทธ์ในด้านการเมือง

การเปลี่ยนแปลงมีด้วยกัน 2 แบบ คือ

1. การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม

2. การเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ

การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะมีส่วนประกอบที่เหมือนกันคือจะประกอบไปด้วย

- การเปลี่ยนแปลงความรู้

- การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

- การเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานของกลุ่มหรือองค์กร

แต่การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะมีความแตกต่างกันในด้านของการปฏิบัติงานเพราะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะเป็นลักษณะที่มีการออกคำสั่งที่ต้องให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งจะมีความคล้ายกับแบบเผด็จการ แต่การาเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมนั้นจะมีลักษณะที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกันคล้ายกับแบบประชาธิปไตย

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การแบบการสั่งการ มี 5 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัตการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นตอนที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่ และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

ขั้นตอนที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการและทำซ้ำในขั้นตอนที่ 1

รูปแบบการเปลี่ยนแปลง 3 ขั้นตอนของ LEWIN

1. UNFREEZING STAGE ( การละลายพฤติกรรม )

2. CHANGE STAGE ( การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม )

3. REFREEZING STAGE ( การฝังพฤติกรรม )

ความสมบูรณ์ขององค์การ โดยนำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์และ สาขาวิชาที่เกี่ยงข้อง มาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาแต่ละบุคคล

แนวคิดในการพัฒนาองค์การ มี 6 แนวคิด

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ มุ่งเน้นการใช้ทรัพยากรที่จำกัดให้ได้ผลงานและคุณภาพมากที่สุด

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ มุ่งเน้นการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ขององค์การ

3. การปรับปรุงองค์การ มุ่งเน้นให้องค์การมีความคิดริเริ่ม เพื่อ ให้องค์การดีเท่าเดิมหรือดีกว่าเดิม

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ มุ่งเน้นการสร้างความสามารถของบุคลากรในองค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ มุ่งเน้นการแสวงหาวิธีการอย่างมีแบบแผนเพื่อมุ่งให้มี การเปลี่ยนแปลงวัฒนธรรมขององค์การทั้งระบบ

6. เพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน มุ่งเน้นทางการเพิ่มขีดความสามารถขององค์การให้สามารถแข่งขัน หรือได้เปรียบคู่แข่งทางการค้า

น.ส. คำพลอย กุมารสิทธิ์
IP: xxx.122.172.177
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 12:58:24 GMT+0700 (ICT)

สรุปการเรียน วิชา การพัฒนาองค์การ วันที่ 26 /09 /2553

นางสาว คำพลอย กุมารสิทธิ์ สาขาการจัดการ รุ่นที่ 1 รหัส B522000

ปัจจุบันการทำธุรกิจเป็นเกมการแข่งขันที่มีความซับซ้อน และทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกขณะ อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของ

ปัจจัยแวดล้อมอย่างต่อเนื่องและรวดเร็วมากขึ้นกว่าในอดีต ด้วยสาเหตุนี้องค์กรต่างๆ จึงจำเป็นต้องดำเนินการเพื่อตอบสนองต่อ

ปัจจัยจากสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น ให้ได้อย่างเหมาะสมและทันท่วงที

ความแตกต่างของการพัฒนาองค์การ กับ การเปลี่ยนแปลงองค์การ

รากฐานแนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐาน

การพัฒนาองค์การให้ความสำคัญกับคุฯค่าความเป็นมนุษย์และความเสมอภาคและเป็นสิทธิของบุคคลในองค์การในการมีส่วนร่วมใน

การตัดสินใจในสิ่งที่อาจจะส่งผลกระทบต่อคนในองค์การเหล่านั้นเนื่องจากแต่ละบุคคลมีคุณค่าอยู่ในตัวเองและมีมีความเป็นอิสระ

จากการใช้อำนาจที่ไม่เหมาะสมและไร้เหตุผล

ความเสมอภาคจะต้องอยู่บนสมมติฐานว่ามนุษย์จะมีแรงผลักดันทางธรรมชาติทีจะทำเกิดการเติบโตและการพัฒนา

2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์

การพัฒนาองค์การได้นำความรู้ทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาที่เกี่ยวข้องเป็นพื้นฐานทางด้านกระบวนการทางมนุษย์ เช่น

จิตวิทยา สังคมวิทยา และมานุษยวิทยา เข้ามาประยุกใช้ในการพัฒนาองค์การ เช่น จิตวิทยาศึกษาพฤติกรรมมนุษย์ เน้น

"รายบุคคล" สังคมวิทยา เน้น "กลุ่ม" และมนุษย์วิทยา เน้น "วัฒนธรรมและการปรับตัวของมนุษย์" สามารถสรุปได้ว่า การพัฒนา

องค์การเป็นการนำแนวความคิดทางพฤติกรรมศาสตร์และสาขาวิชาอื่นๆที่เกี่ยวข้องมาประยุกต์ใช้ในลักษณะเป็นสหวิทยาการ เพื่อ

1. ให้เกิดความรู้ ความเข้าใจในเรื่องที่เกี่ยวกับ "คน" ทั้งในด้านความแตกต่างระหว่างบุคคลแรงจูงใจในการทำงานและความพึงพอ

ใจของบุคคลที่มีต่องาน

2. ให้เกิดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเกี่ยวกับ "กลุ่ม" ในด้านการเกิด ลักษณะ ปทัสถาน บทบาท พฤติกรรม สภาพของสมาชิก ผู้นำ

3. ใหเเกิดความรู้ ความเข้าใจ และความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ที่รับผิดชอบให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุดตามเป้า

หมายองค์การ

รากฐานแนวควความคิดของการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1. รากฐานด้านคุณค่าและสมมติฐานด้านคุณค่า 2 ประเภท คือ เพื่อความอยู่รอด ความเจริญเติบโต และบรรลุเป้าหมายที่องคืการตั้ง

ไว้ พนักงาน กลุ่ม และองค์การจะมีความสำคัญที่จะเป็นส่วนเติมเต็มและผลักดันทำให้การดำเนินงานขององค์การประสบความสำเร็จ

ภายใต้สถานการณ์ของการแข่ขันเพื่อความพึงพอใจสูงสุด ผู้บริหารองค์การที่มีความสามารถจะต้องบริหารพนักงานให้สามารถ

ดำเนินงานตามแผนงาน เป้าหมายองค์การทั้งในลักษณะที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงินรวมถึงการบริหารจัดการทางการเงินที่เหมาะ

สม ตลอดจนจ่ายผลตอบแทนการลงทุนสูงสุดให้ผู้ถือหุ้นหรือหุ้นส่วนเกิดความพึงพอใจสูงสุด

2. รากฐานกรอบแนวคิดและการวิเคราะห์ การเปลี่ยนแปลงองค์การจึงมีรากฐานกรอบแนวคิดพื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยน

แปลงเชิงกลยุทธ์เพื่อหาวิธีการมนการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและมุ่งผลกำไรซึ่งเป็นเป้าหมายหลักขององค์การโดยมี

ลักษณะเปลี่ยนแปลงหลายรูปแบบ

ขั้นตอนการเปลี่ยนแปลงองค์การ

1. ขั้นของความพยายามที่ผู้นำจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์การตัดสินใจในเป้าหมายที่กำลังจะเปลี่ยนแปลง

2. ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

3. ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการ ปิดช่องว่างของความแตกต่าง

4. ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรม

5. ขั้นประเมินวิธีการที่จะดำเนินการ

การวินิจฉัยองค์การมีความจำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์การก่อนการออกแบบกิจกรรมการพัฒนาองค์การเนื่องจาก

การวินิจฉัยองคืการเป็นความจำเป็นที่จะต้องพัฒนาในด้านต่างๆเพื่อให้พร้อมกับการเปลี่ยนแปลง

**พื้นฐานการวินิจฉัยองค์การ

1.พื้นฐานกระบวนการ (Process) การวินิจฉัยองค์การมีกระบวนการทำงานของแผนการวินิจฉัยเพื่อศึกษาปัญหาซึ่งเป็นซึ่งเป็น

กระบวนการทำงานของแผน เช่น การเก็บข้อมูล และ การวิเคราะห์ข้อมูล

2. พื้นฐานรูปแบบ (Modeling) การวินิจฉัยองค์การมีการใช้รูปแบบเพื่อสร้างกรอบเสนอแนะ การรวบรวมข้อมูล การกำหนดเงื่อนไข

องค์การภายใต้ปัญหาและผลตอบกลับขององค์การ

3. วิธีการ (Methods) การวินิจฉัยองค์การมีความจำเป็นที่ต้องใช้เทคนิคในการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผลการวินิจฉัยข้อมูล

**การวินิจฉัยองค์การระดับกลุ่ม

การวินิจฉัยในระดับองค์การระดับกลุ่มเพื่ออการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาองค์การนั้นมีลักษณะเป็นการหาปัญหาประเด็นหลักๆ ได้แก่

1. ปัจจัยนำเข้า (Input) ศึกษาการออกแบบองค์การเนื่องจากมีผลต่อการคงอยู่ ทั้งในด้านประสิทธิภาพและการทำงานของกลุ่ม

2. การออกแบบส่วนประกอบ (Design Component) พิจารณาจาก

- โครงสร้างภาระงานกลุ่ม

- องค์ประกอบของกลุ่ม เช่น อายุ เพศ อาชีพ ทักษะ รสนิยม

- หน้าที่ของกลุ่ม เป็นการสร้างความสัมพันธ์และการสื่อสารระหว่างสมาชิก

- บรรทัดฐานการปฏิบัติงานของกลุ่มเป็นความคาดหมายเกี่ยวกับการปฏิบัติงานและระดับการปฏิบัติงานกลุ่ม

**การวินิจฉัยระดับบุคคล

1. ปัจจัยนำเข้า (Input) ศึกษาการออกแบบองค์การ การออกแบบกลุ่ม และคุณลักษณะเฉพาะ อันเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยน

แปลงองค์การ

2. การออกแบบส่วนประกอบ (Design Component) พิจารณาจาก

- ความหลากหลายของทักษะ

- ความเป็นเอกลักษณ์ของภาระงาน

- ความสำคัญของงาน

- ผลตอบกลับอันเกี่ยวกับผลลัพธ์

- ความเป็นอิสระ

- วิธีที่ดีที่สุดในการหาวิธีที่เหมาะสมของคุณลักษระเฉพาะของพนักงานและการออกแบบกลุ่มและองค์การ

สรุป

เราจะเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงองค์กรในรูปแบบต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับว่าผู้บริหารขององค์กรนั้นต้องการจะนำรูปแบบใดมาใช้ ซึ่งเขาจะ

ต้องตัดสินใจโดยคำนึงถึงวัตถุประสงค์และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยเลือกใช้การเปลี่ยนแปลงได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมตาม

สภาพของสิ่งแวดล้อม และปัจจัยต่างๆในองค์กร ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดการตอบสนองที่ดีจากสมาชิก หรืออาจก่อให้เกิดความไม่

เข้าใจ และแรงต้านต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

การวินิจฉัยองค์การเป็นการประยุกต์แนวคิดและเทคนิคต่างๆเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูล ตีความหมาย ระบุขอบเขตของปัญหาและระบุ

ศักยภาพในการดำเนินกิจกรรม หรือเป็นรูปแบบแนวคิดหรือการประยุกต์วิธีการวิจัยเพื่อให้ทราบถึงสภาพปัจจุบันขององค์การแล้วค้น

หาวิธีแก้ปัญหา

ณัฐฐาพร แม้นศรี
IP: xxx.164.249.122
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 13:52:51 GMT+0700 (ICT)

น.ส.ณัฐฐาพร แม้นศร๊ การจัดการรุ่นที่ 3

สรุปการเรียน วิชา การพัฒนาองค์การ วันที่ 26 /09 /2553

การพัฒนาองค์การ เป็นทฤษฎีที่อาศัยหลักทางพฤติกรรมศาสตร์ สร้างความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับค่านิยมและพฤติกรรมของสมาชิกในองค์การ โดยเน้น 3 ด้านคือ เพิ่มความสามารถในการทำงาน  ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสมาชิก และให้ความสำคัญกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของสมาชิกในองค์การ  

ขั้นตอนในการพัฒนานั้นโดยเริ่มจากกระบวนการพัฒนาองค์กร (OD Process) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ดังนี้

1. การวินิจฉัยองค์กร

2. การกำหนดกลยุทธ์ และวางแผน

3. การดำเนินงานพัฒนาองค์กร

4. การประเมินการพัฒนาองค์กร

ขั้นตอนที่ 1 การวินิจฉัยองค์กร (Oraganization Diagnosis)

หลังจากที่ผู้บริหารตระหนักถึงปัญหาที่องค์กรประสบอยู่ หรือมองเห็นโอกาสในการพัฒนาองค์กร ก็จะแต่งตั้งผู้มีอำนาจพัฒนาองค์ (OD Team) ให้ทำการศึกษา ทำความเข้าใจและอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา และเสนอแนะวิธีการพัฒนาองค์กรในอนาคต

ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดกลยุทธ์และวางแผนพัฒนาองค์กร (Establish OD Strategy and Implementation Plan)

ทีมงานพัฒนาองค์กรนำข้อมูลจากการวินิจฉัยองค์กร มากำหนดแผนพัฒนาองค์กรเลือกเทคโนโลยี และระกับในการพัฒนาองค์กรและร่างแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลตามเป้าหมายที่ต้องการซึ่งจะต้องดำเนินงานอย่างระบบ และเป็นขั้นตอน โดยพิจารณาภาพรวมขององค์กร เพื่อให้แผนปฏิบัติการสามารถบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กร และสร้างผลงานที่สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

ขั้นตอนที่ 3 การนำเสนอกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรไปประยุกต์ (OD Intervention) หรือการแทรกแซงการพัฒนาองค์กร จัดเป็นขั้นที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จ หรือความล้มเหลวในการพัฒนาองค์กร โดยมีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบในการทำแผนการพัฒนาองค์กร ที่มีการวางแผนปฏิบัติงาน ตารางกิจกรรม กำหนดตารางเวลา และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน ตลอดจนมีการเตรียมพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น

ขั้นตอนที่ 4 การประเมินการพัฒนาองค์กร (OD Evaluation) เป็นขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งในการพัฒนาองค์กรที่ช่วยในการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการพัฒนาองค์กรว่าสอดคล้องกับเป้าหมาย เกณฑ์ และมาตรฐานที่กำหนดไว้เพียงใด ตลอดจนจะต้องมีการแก้ไข และปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ จจัยส่งผลเมื่อมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงระบบใดๆ ในองค์การ ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบอื่นในองค์การเสมอ มีผู้กล่าวว่าประสิทธิภาพของงานจะมุ่งตรงไปสู่ถนนที่ตัดผ่านการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นหากมีการเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนามักมีปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดในสิ่งต่อไปนี้

1. เกิดบทบาทและเป้าหมายใหม่ขึ้นในองค์การ

2. การประเมินค่าของคนในองค์การสูงขึ้น

3. การวินิจฉัยสถานการณ์จะได้มาจากการสังเกตจากคนหลายกลุ่ม

4. เกิดการแสวงหาการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

5. เกิดการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม 

6. คนทุกคนในองค์การสามารถระบายความทุกข์ร้อนใจได้

7. เกิดประสบการณ์ใหม่ขึ้น 

8. มีการประกาศเป้าหมายใหม่

9. เริ่มมีการวางแผนเป็นระยะๆ

10. สมาชิกเริ่มรู้ตัวเองว่ามีอะไรบ้างที่ตนยังไม่รู้ 

11. ตัดสินใจร่วมกันและสำนึกดีว่า ต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ทำงานบนคน 

12. พบเป้าหมายที่เป็นจริง แต่ละคนมีความเสี่ยงมากขึ้น 

13. สามารถลบล้างระบบเก่า (Unfreezing) กลายเป็นเกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้น

สรุป

องค์การจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลงานใหม่ การให้บริการระบบใหม่ ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง อาทิ สภาพแวดล้อมทั่วไป การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม ผู้บริหารจึงควรจะต้องแสวงหาความคิดใหม่ๆ องค์ความรู้ใหม่ เพื่อพัฒนาองค์การต่อไปให้ประสบผลสำเร็จ

นางสาวพินิดา บุบผาลา
IP: xxx.47.233.183
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 19:44:45 GMT+0700 (ICT)

นางสาวพินิดาบุบผาลา สาขาการจัดการ รุ้นที่ 2

B5220124 วิชาพัฒนาองค์การ

การพัฒนาองค์การ เป็นหลักทางพฤติกรรมศาสตร์ สร้างความเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับค่านิยมและพฤติกรรมของสมาชิกในองค์การ โดยเน้น 3 ด้านคือ

1. เพิ่มความสามารถในการทำงาน

2. เพิ่มความสำคัญกับการพัฒนาสมาชิก

3. เพิ่มความสำคัญกับการมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันของสมาชิกในองค์การ

ขั้นตอนในการพัฒนานั้นโดยเริ่มจากกระบวนการพัฒนาองค์กร (OD Process) ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องดำเนินงานอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง ดังนี้

1. การวินิจฉัยองค์กร

2. การกำหนดกลยุทธ์ และวางแผน

3. การดำเนินงานพัฒนาองค์กร

4. การประเมินการพัฒนาองค์กร

1. การวินิจฉัยองค์กร (Oraganization Diagnosis)

หลังจากผู้บริหารตระหนักถึงปัญหาที่องค์กรประสบอยู่ หรือมองเห็นโอกาสในการพัฒนาองค์กร ก็จะแต่งตั้งผู้มีอำนาจพัฒนาองค์ (OD Team) ให้ทำการศึกษา ทำความเข้าใจและอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหา และเสนอแนะวิธีการพัฒนาองค์กรในอนาคต

2. การกำหนดกลยุทธ์และวางแผนพัฒนาองค์กร (Establish OD Strategy and Implementation Plan)

ทีมงานพัฒนาองค์กรนำข้อมูลจากการวินิจฉัยองค์กร มากำหนดแผนพัฒนาองค์กรเลือกเทคโนโลยี และระกับในการพัฒนาองค์กรและร่างแผนปฏิบัติงาน (Action Plan) เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลตามเป้าหมายที่ต้องการซึ่งจะต้องดำเนินงานอย่างระบบ และเป็นขั้นตอน โดยพิจารณาภาพรวมขององค์กร เพื่อให้แผนปฏิบัติการสามารถบูรณาการเข้ากับกลยุทธ์ขององค์กร และสร้างผลงานที่สำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม

3. การนำเสนอกลยุทธ์การพัฒนาองค์กรไปประยุกต์ (OD Intervention) หรือการแทรกแซงการพัฒนาองค์กร จัดเป็นขั้นที่มีความสำคัญต่อความสำเร็จ หรือความล้มเหลวในการพัฒนาองค์กร โดยมีการกำหนดหน้าที่และความรับผิดชอบในการทำแผนการพัฒนาองค์กร ที่มีการวางแผนปฏิบัติงาน ตารางกิจกรรม กำหนดตารางเวลา และผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน ตลอดจนมีการเตรียมพร้อมที่จะแก้ไขปัญหาอยู่ตลอดเวลา โดยไม่ท้อถอยต่ออุปสรรคที่เกิดขึ้น

4. การประเมินการพัฒนาองค์กร (OD Evaluation) เป็นขั้นตอนสำคัญอีกขั้นตอนหนึ่งในการพัฒนาองค์กรที่ช่วยในการติดตามตรวจสอบ และประเมินผลการพัฒนาองค์กรว่าสอดคล้องกับเป้าหมาย เกณฑ์ และมาตรฐานที่กำหนดไว้เพียงใด ตลอดจนจะต้องมีการแก้ไข และปรับปรุงอย่างไร เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ จจัยส่งผลเมื่อมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงระบบใดๆ ในองค์การ ย่อมส่งผลกระทบต่อระบบอื่นในองค์การเสมอ มีผู้กล่าวว่าประสิทธิภาพของงานจะมุ่งตรงไปสู่ถนนที่ตัดผ่านการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นหากมี

การเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนามักมีปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดในสิ่งต่อไปนี้

1. เกิดบทบาทและเป้าหมายใหม่ขึ้นในองค์การ

2. การประเมินค่าของคนในองค์การสูงขึ้น

3. การวินิจฉัยสถานการณ์จะได้มาจากการสังเกตจากคนหลายกลุ่ม

4. เกิดการแสวงหาการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน

5. เกิดการทำงานร่วมกันเป็นกลุ่ม

6. คนทุกคนในองค์การสามารถระบายความทุกข์ร้อนใจได้

7. เกิดประสบการณ์ใหม่ขึ้น

8. มีการประกาศเป้าหมายใหม่

9. เริ่มมีการวางแผนเป็นระยะๆ

10. สมาชิกเริ่มรู้ตัวเองว่ามีอะไรบ้างที่ตนยังไม่รู้

11. ตัดสินใจร่วมกันและสำนึกดีว่า ต้องทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ทำงานบนคน

12. พบเป้าหมายที่เป็นจริง แต่ละคนมีความเสี่ยงมากขึ้น

13. สามารถลบล้างระบบเก่า (Unfreezing) กลายเป็นเกิดสิ่งใหม่ๆ ขึ้น

สรุป

องค์การจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์

ความคิดสร้างสรรค์จะเป็นกระบวนการที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง

โดยเกิดเป็นนวัตกรรมใหม่ ก่อให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่ ผลงานใหม่

การให้บริการระบบใหม่ ที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้า

ปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลง

อาทิ สภาพแวดล้อมทั่วไป การเมือง เศรษฐกิจ เทคโนโลยี สังคม

ผู้บริหารจึงควรจะต้องแสวงหาความคิดใหม่ๆ องค์ความรู้ใหม่

เพื่อพัฒนาองค์การต่อไปให้ประสบผลสำเร็จ

สุวิสา สร้างเสาร์
IP: xxx.25.0.131
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 21:23:32 GMT+0700 (ICT)

-สรุปผลการเรียน วันอาทิตย์ 26 กันยายน 2553

นางสุวิสา สร้างเสาร์ สาขาการจัดการ รุ่น 1

วิชา การพัฒนาองค์กร

การเปลี่ยนแปลงองค์กร เน้นในเรื่องการเปลี่ยนแปลงคน เช่น การเปลี่ยนทัศนคติ การเปลี่ยนแปลงขีดความสามารถในการทำงานให้ทันต่อยุดสมัย เพื่อให้คนมีความสามารถและมีความรู้มากขึ้น โดยวิธีการ อบรม และการสร้างแรงจูงใจเพื่อแลกกับการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ของบุคลากรในองค์กร เช่น ในเรื่องของการอบรม เนื่องจากปัจจุบันการทำงานสมัยใหม่หากไม่มีการใช้เทคโนโลยีมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงาน อาจทำให้การทำงานด้อยคุณภาพลงเนื่องจากยุคสมัยเปลี่ยนไปการทำงานจะต้องมีความรวดเร็วและแม้นยำ หากใช้ระบบการทำงานแบบเดิมๆ อาจไม่สามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ ดังนั้นเราจึงต้องเปลี่ยนแปลงการทำงานใหม่ โดยการเพิ่มขีดความสามารถของบุคลากรในองค์กร โดยการอบรมให้ความรู้อย่างต่อเนื่อง เช่นอบรมในเรื่องของการใช้ computer เป็นต้น

การพัฒนาบุคคลเป็นอีกสาขาหนึ่งของการพัฒนาองค์กร

การพัฒนาบุคคลให้มีคุณภาพ

มีการฝึกอบรมอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพเศรษฐกิจ และสังคม และความก้าวหน้าของธุรกิจ

พัฒนาด้านการศึกษา

1.การวินิจฉัยองค์การ คือ การศึกษา ทำความเข้าใจ และอธิบายถึงสภาพ หรือสถานการณ์ในปัจจุบันขององค์การ เพื่อให้สมาชิกในองค์การได้เห็นสิ่งที่เป็นจริง

2. กำหนดกลยุทธ์ และวางแผนพัฒนาองค์การ เป็นการนำข้อมูลจาการวินิจฉัยองค์การ มากำหนดเป็นแผนพัฒนาองค์การ เลือกเทคนิคและระดับในการพัฒนา

3.การดำเนินงานพัฒนาองค์การ เป็นการนำแผนการพัฒนาไปปฏิบัติ โดยกำหนดกิจกรรม ตารางเวลา ผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน และต้องสามารถแก้ไขปัญหา

4.การประเมินการพัฒนาองค์การ คือการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการพัฒนาตามแผนงานว่าสอดคล้องกับเป้าหมาย เกณฑ์ มาตรฐานที่วางไว้

เทคนิคการวินิจฉัยระดับองค์กร

การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายในและภายนอกองค์กร (swot)

ใช้เทคนิค pest model

* วิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายนอก

p = การเมือง

e = เศรษฐกิจ

s = สังคมโลก

t = เทคโนโลยี

วิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากปัจจัยต่าง ๆ ด้วย เรียกว่า SWOT Analysis ซึ่งได้แก่

- Strengths - จุดแข็งหรือข้อได้เปรียบ

- Weaknesses - จุดอ่อนหรือข้อเสียเปรียบ

- Opportunities - โอกาสที่จะดำเนินการได้

- threats - อุปสรรค หรือปัจจัยที่คุกคามการดำเนินงานขององค์การ

*การวิเคราะห์สภาพแวดล้อมภายใน

1 ดูด้านทรัพยากร มีพร้อมเพียงพอกับการลงทุนหรือไม่

2 ขีดสมรรถนะ เราเหนือจากคนอื่นเขาอย่างไร

3 ความต่าง ทำอย่างไรจะให้แตกต่างจากคนอื่น

4 มีจุดโฟกัสที่ชัดเจน

5 สร้างคุณคุณค่าทางผลิตภัณฑ์

*การวินิจฉัยระดับบุคคล

1. ปัจจัยนำเข้า (Input) ศึกษาการออกแบบองค์การ การออกแบบกลุ่ม และคุณลักษณะเฉพาะ อันเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยน

แปลงองค์การ

2. การออกแบบส่วนประกอบ (Design Component) พิจารณาจาก

- ความหลากหลายของทักษะ

- ความเป็นเอกลักษณ์ของภาระงาน

- ความสำคัญของงาน

- ผลตอบกลับอันเกี่ยวกับผลลัพธ์

- ความเป็นอิสระ

- วิธีที่ดีที่สุดในการหาวิธีที่เหมาะสมของคุณลักษระเฉพาะของพนักงานและการออกแบบกลุ่มและองค์การ

นางสาวจินดาพร บัวสี
IP: xxx.232.56.123
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 23:40:06 GMT+0700 (ICT)

นางสาวจินดาพร บัวสี บริหารธุรกิจ สาขา การจัดการ รุ่นที่ 2

สรุปการเรียนอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2553

สิ่งที่ข้าพเจ้าได้จากการเรียนอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2553 ได้เรียนวิชาการพัฒนาองค์การ

วิชาการพัฒนาองค์การ

การเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาองค์กรการเชิงกลยุทธ์มีพื้นฐานแนวคิดในการนำการแนวคิดจัดการเชิงกลยุทธ์มาบูรณการร่วมกับกับแนวคิดการเปลี่ยนแปลงและแนวคิดการพัฒนาองค์การอย่างเป็นกระบวนการที่ต่อเนื่องโดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมองค์การวางแผนกลยุทธ์ดำเนินการ และควบคุมอย่างเป็นระบบอย่างมีเป้าหมายเป้าหมายของการพัฒนาองค์การ

1. เพิ่มประสิทธิภาพขององค์การ ** ทำให้สิ่งที่จะสูญเสียลดน้อยลงจากการผลิต

2. เพิ่มประสิทธิผลขององค์การ

3. ปรับปรุงองค์การ

4. ความสมบูรณ์ขององค์การ

5. เปลี่ยนแปลงรูปแบบและวัฒนธรรมองค์การ ** ทำให้คนเกิดความสามัคคี ทำงานเป็นทีม

6. เพิ่มความสามารถทางการแข่งขัน ** ผ่านคนเป็นหลัก

แนวคิดสำคัญของการพัฒนาองค์การ (OD)

ด้านคุณค่า สิทธิความเป็นมนุษย์

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีสุขภาพแข็งแรงเป็นสำคัญ

ด้านคุณค่า ความเสมอภาค

ด้านสมมติฐาน มนุษย์ต้องการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการเปลี่ยนแปลง

แนวคิดและการวิเคราะห์

โดยใช้ศาสตร์และศิลป์ที่เกี่ยวกับมนุษย์ในการพัฒนาองค์การ

การออกแบบกิจกรรมพัฒนาองค์การ

ไม่มีการเชื่อมโยงยุทธศาสตร์ใด ๆ ขององค์การ

ต้องให้ความรู้ที่มีการพัฒนาอย่างชัดเจน

แนวคิดสำคัญของการเปลี่ยนแปลงองค์การ (OC)

ด้านคุณค่า ความอยู่รอดขององค์การ

ด้านสมมติฐาน เป็นความจำเป็นที่องค์การต้องการความอยู่รอด โดยให้คนมีการเปลี่ยนแปลง

ด้านคุณค่า ต้องการผลประโยชน์สูงสุด

ด้านสมมติฐาน องค์การต้องการผลตอบแทนมากกว่าการมีส่วนร่วม

แนวคิดและการวิเคราะห์

โดยใช้พื้นฐานด้านกลยุทธ์และการเปลี่ยนแปลงกลยุทธ์ โดยใช้รูปแบบของน้ำหนึ่งใจเดียวกันเพื่อการเปลี่ยนแปลง

การออกแบบกิจกรรมการเปลี่ยนแปลงองค์การ

การออกแบบเพื่อต้องการได้เปรียบการแข่งขัน ให้มากที่สุด

กลยุทธ์ในการเปลี่ยนแปลงองค์กรมี 4 ประการ

1 กลยุทธ์ในด้านการอำนวยความสะดวก

2 กลยุทธ์ในด้านข้อมูล

3 กลยุทธ์ในด้านทัศนคติ

4 กลยุทธ์ในด้านการเมือง

การเปลี่ยนแปลงมีด้วยกัน 2 แบบ คือ

1. การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วม

2. การเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการ

การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะมีส่วนประกอบที่เหมือนกันคือจะประกอบไปด้วย

- การเปลี่ยนแปลงความรู้

- การเปลี่ยนแปลงทัศนคติ

- การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรม

- การเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงานของกลุ่มหรือองค์กร

แต่การเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมและการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะมีความแตกต่างกันในด้านของการปฏิบัติงานเพราะการเปลี่ยนแปลงแบบสั่งการนั้นจะเป็นลักษณะที่มีการออกคำสั่งที่ต้องให้มีการปฏิบัติตามคำสั่งจะมีความคล้ายกับแบบเผด็จการ แต่การาเปลี่ยนแปลงแบบมีส่วนร่วมนั้นจะมีลักษณะที่ให้ทุกคนมีส่วนร่วมด้วยกันคล้ายกับแบบประชาธิปไตย

ขั้นตอนของการเปลี่ยนแปลงองค์การแบบการสั่งการ มี 5 ขั้นตอน

ขั้นตอนที่ 1 ขั้นของความพยายามที่จะเปลี่ยนแปลง

ขั้นตอนที่ 2 ขั้นประเมินช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นตอนที่ 3 ขั้นการพัฒนาวัตถุประสงค์หรือกลยุทธ์ที่จะปฏิบัติการปิดช่องว่างของความแตกต่าง

ขั้นตอนที่ 4 ขั้นการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างองค์การในวิธีการที่จำเป็นเพื่อฝึกอบรมสำหรับความรับผิดชอบใหม่ และฝึกปฏิบัติการทางทรัพยากรมนุษย์

ขั้นตอนที่ 5 ขั้นประเมินวิธีการที่จะ