การเรียนรู้ด้วยตนเอง

 การเรียนรู้มีความจำเป็นอย่างมากในการดำรงชีวิต 

 การเรียนรู้ด้วยตนเอง (Self-directed learning)

                                      Z1

            ในสังคมแห่งการเปลี่ยนแปลงที่ทั่วโลกเต็มไปด้วยข่าวสารและข้อมูลต่างๆ ที่ล้วนส่ง ผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการตัดสินใจของผู้คนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผู้ที่สามารถเข้าถึง และมีความแม่นตรงของข่าวสารและข้อมูลมากกว่า ย่อมตัดสินใจในสิ่งต่างๆ ได้อย่างเหมาะ สมและถูกต้อง การรับรู้ข่าวสารและข้อมูลเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการเรียนรู้ตลอดชีวิตบน พื้นฐานของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

           การเรียนรู้ด้วยตนเอง มีแนวคิดพื้นฐานมาจากทฤษฎีกลุ่มมานุษยนิยม (Humanism) ซึ่งมีความเชื่อเรื่องความเป็นอิสระ และความเป็นตัวของตัวเองของมนุษย์ ดังที่มีผู้กล่าวไว้ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความดี มีความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง สามารถหาทางเลือกของตนเอง มีศักยภาพและพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่มีขีดจำกัด มีความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อื่น  ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับนักจิตวิทยามานุษยนิยม (Humanistic Psychology) ที่ให้ควาสำคัญในฐานะที่ผู้เรียนเป็นปัจเจกบุคคล และมีแนวคิดว่า มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพ และมีความโน้มเอียงที่จะใส่ใจ ใฝ่รู้ ขวนขวายเรียนรู้ด้วยตนเอง มนุษย์สามารถรับผิดชอบพฤติกรรมของตนเองและถือว่าตนเองเป็นคนที่มีค่า

 การเรียนรู้ด้วยตนเอง มีกระบวนการ ดังต่อไปนี้

  1. การประเมินความต้องการของตนเอง (Assessing Needs)

  2. การกำหนดจุดมุ่งหมาย (Setting goals)

  3. การกำหนดสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ (Specifying learning content) โดยกำหนดระดับความยากง่าย ชนิดของสิ่งที่ต้องการเรียน พิจารณาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการเรียน ความต้องการความช่วยเหลือ แหล่งทรัพยากร ประสบการณ์ ที่จำเป็นในการเรียน

  4. การจัดการในการเรียน โดยกำหนดปริมาณเวลาที่ต้องการให้อาจารย์สอน ปริมาณเวลาที่ต้องการให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับผู้เรียน ปริมาณเวลาที่ต้องการให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ปริมาณเวลาที่ต้องการให้กับกิจกรรมการเรียนด้วยตนเองของแต่ละคน โดยกำหนดกิจกรรมการเรียนตามประสบการณ์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งกำหนดว่ากิจกรรมควรสิ้นสุดเมื่อใด

  5. การเลือกวิธีการเรียนและสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การสอน เทคนิคการสอน ทรัพยากรการเรียนรู้ที่ต้องใช้

  6. การกำหนดวิธีการควบคุมสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ ทั้งสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ และทางด้านอารมณ์

  7. การกำหนดวิธีการตรวจสอบตนเอง โดยกำหนดวิธีการรายงาน/บันทึกการสะท้อนตนเอง จะใช้ reflective practitioner techniques แบบไหน การให้โอกาสได้ฝึกตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการกำหนดนโยบาย การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถ clarify ideas ให้ชัดเจนขึ้น

  8. การกำหนดขอบเขตบทบาทของผู้ช่วยเหลือ

  1. การกำหนดวิธีการประเมินผลการเรียน โดยเลือกประเภทของการทดสอบ ลักษณะของการ Feedback ที่จะใช้ วิธีการประเมินความถูกต้องของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการติดตามประเมินผล

 รูปแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง

 

  1. การทำสมุดบันทึกส่วนตัว เพื่อใช้บันทึกข้อมูล ความคิดเรื่องราวต่างๆ ที่เราได้เรียนรู้หรือเกิดขึ้นในสมองของเรา สมุดนี้ จะช่วยเก็บสะสมความคิดทีละน้อยเข้าไว้ด้วยกันเพื่อเป็นแนวทางในการศึกษาเพิ่มเติมให้กว้างไกลออกไป

  2. การกำหนดโครงการเรียนรู้รายบุคคล ที่มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าว่าจะเรียนรู้อย่างไร โดยพิจารณาว่าาความรู้ที่เราจะปสวงหานั้นช่วยให้เราถึงจุดประสงค์ที่ตั้งไว้หรือไม่ ทำให้เกิดความพึงพอใจ ความสนุกสนานที่จะเรียนหรือไม่ ประหยัดเงินและเวลามากน้อยเพียงใด

  3. การทำสัญญาการเรียน เป็นข้อตกลงระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน โดยอยู่บนพื้นฐานความต้องการของผู้เรียนที่สอดคล้องกับเป้าหมายและหลักการของสถาบันการศึกษา โดยกำหนดกิจกรรมการเรียนที่เหมาะสม

  4. การสร้างห้องสมุดของตนเอง หมายถึงการรวบรวมรายชื่อ ข้อมูล แหล่งความรู้ต่างๆ ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ตรงกับความสนใจเพื่อใช้ในการศึกษาค้นคว้าต่อไป

  5. การหาแหล่งความรู้ในชุมชน เช่นผู้รู้ ผู้ชำนาญในอาชีพต่างๆ ห้องสมุด สมาคม สถานที่ราชการ ฯลฯ ซึ่งแหล่งความรู้เหล่านี้จะเป็นแหล่งสำคัญในการค้นคว้า

  6. การหาเพื่อนร่วมเรียน เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กัน

  7. การเรียนรู้จากการฝึกและปฏิบัติ ซึ่งจะก่อให้เกิดความรู้และประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์

  8.  ลักษณะของผู้ที่มีการเรียนรู้ด้วยตนเอง

  1. มีความสมัครใจที่จะเรียนรู้ด้วยตนเอง (Voluntarily to Learn) มิได้เกิดจากการบังคับ แต่มีเจตนาที่จะเรียนด้วยความอยากรู้

  2. ใช้ตนเองเป็นแหล่งข้อมูลของตนเอง (Self Resourceful) นั่นคือผู้เรียนสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่ตนจะเรียนคืออะไร รู้ว่าทักษะและข้อมูลที่ต้องการหรือจำเป็นต้องใช้มีอะไรบ้าง สามารถกำหนดเป้าหมาย วิธีการรวบรวมข้อมูลที่ต้องการ และวิธีการประเมินผลการเรียนรู้ ผู้เรียนต้องเป็นผู้จัดการการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ด้วยตนเอง (Manage of Change) ผู้เรียนมีความตระหนักในความสามารถ สามารถตัดสินใจได้ มีการรับผิดชอบต่อหน้าที่และบทบาทในการเป็นผู้เรียนรู้ที่ดี

  3. รู้ "วิธีการที่จะเรียน" (Know how to Learn) นั่นคือ ผู้เรียนควรทราบขั้นตอนการเรียนรู้ของตนเอง รู้ว่าเขาจะไปสู่จุดที่ทำให้เกิดการเรียนรู้ได้อย่างไร

  4. มีบุคลิกภาพเชิงบวก มีแรงจูงใจ และการเรียนแบบร่วมมือกับเพื่อนหรือบุคคลอื่น ตลอดจนการให้ข้อมูล (ปฐมนิเทศ) ในเชิงบวกเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในการเรียน(Charismatic Organizational Player)

  5. มีระบบการเรียนและการประยุกต์การเรียน และ มีการชื่นชมและสนุกสนานกับกระบวนการเรียน (Responsible Consumption)

  6. มีการเรียนจากข้อผิดพลาดและความสำเร็จ การประเมินตนเองและความเข้าใจถึงศักยภาพของตน(Feedback and Reflection)

  7. มีความพยายามในการหาวิธีการใหม่ๆ ในการหาคำตอบ การประยุกต์ความรู้ที่ได้จากการเรียนไปใช้กับสถานการณ์ของแต่ละบุคคล การหาโอกาสในการพัฒนา และค้นหาข้อมูลเพื่อแก้ปัญหา(Seeking and Applying)

  8. มีการชี้แนะ การอภิปรายในห้องเรียน การแสดงความคิดเห็นส่วนตัวและการพยายามมีความเห็นที่แตกต่างไปจากผู้สอน (Assertive Learning Behavior)

  9. มีการรวบรวมข้อมูลจากการได้ปฎิสัมพันธ์กับบุคคลและมีวิธีการนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ (Information Gathering)

           สิ่งที่เป็นตัวกำหนดศักยภาพของการเรียนแบบ Self-Directed Learning คือความสามารถและความตั้งใจของ

บุคคล นั่นคือ ผู้เรียนมีทางเลือกเกี่ยวกับทิศทางที่ต้องการไป แต่สิ่งที่จะต้องมีควบคู่กันไปด้วยคือ ความรับผิดชอบและการยอมรับต่อสิ่งที่จะตามมา จากความคิดและการกระทำของตนเอง

           ผู้เรียนแบบ Self-Directed จะประสบความสำเร็จได้มักจะมีลักษณะที่มี Self-concept ทางบวก พร้อมที่จะเรียนแบบ self-direction มีประสบการณ์ และมี styles การเรียนเป็นของตนเอง โดยการเรียนแบบนี้จะเน้นที่ลักษณะของผู้เรียน (ปัจจัยภายใน) ที่จะช่วยสร้างให้ผู้เรียนยอมรับความรับผิดชอบต่อความคิดและกระทำของตน และจะให้ความสำคัญกับปัจจัยภายนอกที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถรับผิดชอบต่อการเรียนได้ ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกนี้ จะสามารถเห็นได้จากความต่อเนื่องในการเรียนรู้และสถานการณ์การเรียนที่เหมาะสม

             ขณะที่ลักษณะบุคลิกของบุคคล การสอน กระบวนการเรียนรู้ เป็นจุดเริ่มต้นของการทำความเข้าใจนั้น การเรียนแบบ Self-Directed บริบททางสังคมจะเป็นตัวกำหนดกิจกรรมการเรียน หรือผลที่จะได้ เพื่อจะเข้าใจกิจกรรมการเรียนแบบ Self-Directed อย่างแท้จริง ทั้งนี้เราจะต้องตระหนักถึง ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียน ผู้สอน แหล่งทรัพยากร และมิติทางสังคมด้วย

                นอกจากนี้ Hiemstra ผู้ศึกษาถึงการเรียนรู้ด้วยตนเองมานานหลายทศวรรษ ได้ให้ข้อคิดเห็นว่า ควรมีการทำงานวิจัยเพื่อศึกษาหารูปแบบของการเรียนรู้ด้วยตนเองให้ละเอียดยิ่งขึ้น หาวิธีในการนำ และหาวิธีการวัดคุณภาพของการเรียนด้วยวิธีนี้ให้ชัดเจนขึ้น และศึกษาว่าควรจะกำหนดบทบาทของผู้สอนและหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างไรบ้าง

 

 

       การเรียนรู้ด้วยตนเองนั้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญเป็นอย่างมากเพราะจะทำให้กลายเป็นคนที่ขยันแสวงหาความรู้ใส่ตัวเองและในสักวันความรู้ที่ได้มาอาจจะนำมาใช้ปราโยชน์ได้เมื่อมีความจำเป็น    จึงอยากให้ทุกคนที่เข้ามาชมในบล็อกนี้   ขยันหาความรู้ด้วยตัวเองให้มากๆนะคะ  จะคอยเป็นกำลังใจให้   เพราะการเรียนรู้ด้วยตนเองเป็นสิ่งที่ไม่ยาก  ถ้ามีความขยันหมั่นเพียร    โดยเฉพาะการนำเอาความรู้มาใส่ในบล็อกของตัวเองก็เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเองเหมือนกันนะคะ    นอกจากนี้ยังเป็นการให้ความรู้แก่บุคคลอื่นที่เช้ามาชมในบล็อกของตัวเองด้วย    การเรียนรู้ด้วยตนเองนั้น   มีวิธีการที่หลากหลายซึ่งขึ้นอยู่กับความสามรถของแต่ละบุคลล    และถ้าหากใครที่มีความสนใจจะนำวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเองที่นำเสนออยู่ข้างต้นนี้ไปใช้ก็ได้นะคะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 39420
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 15  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

น้องนิว
IP: xxx.29.37.21
เขียนเมื่อ Wed Jul 19 2006 08:28:54 GMT+0700 (ICT)

น่าสนใจมากคะ  กำลังศึกษาวิธีการเรียนรู้ด้วยตนเองเช่นกัน โดยใช้ "ระบบ"  เป็นตัวกระตุ้น คะ ขอบคุณคะ

http://gotoknow.org/blog/panarat

 

รักจัง
เขียนเมื่อ Thu Jul 20 2006 11:35:55 GMT+0700 (ICT)

 นางสาวประภัสสร เหล็กคำตู้

ดิฉันก็สนใจม๊าก มากค่ะ เพราะการเรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นการกระตุ้นให้ตัวของเรารู้จักรับผิดชอบต่อตนเองและเป็นการเตือนตัวเองอยู่เสมอว่าหากเรามีความพยายามที่จะศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเอง แล้วสักวันหนึ่งเราจะต้องประสบความสำเร็จในอนาคตที่ตั้งไว้แน่ค่ะ

http://gotoknow.org/blog/phapatson21

 

ปรารถนา ธิมาชัย ค.บ.3.4
IP: xxx.29.20.22
เขียนเมื่อ Thu Aug 03 2006 15:11:58 GMT+0700 (ICT)

เป็นเรื่องที่ดีมากเลย  และสร้างให้ได้น่าอ่านจริง ๆ ค่ะ

itom
IP: xxx.172.151.82
เขียนเมื่อ Tue Dec 26 2006 20:35:21 GMT+0700 (ICT)

เป็นเรื่องใกล้ๆ  ตัวที่หลายๆ คนมองข้าม  น่าศึกษานะคะ  เหมือนกับว่าคนเราตามธรรมชาติแล้ว  ส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้ด้วยตัวเองทั้งสิ้น  เพราะถึงแม้คนแต่ละคนจะมีพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้องกับการเรียนรู้  แต่สิ่งที่หล่อหลอมการเรียนรู้ของแต่ละบุคคลย่อมอยู่ที่ตัวบุคคลเอง  น่าสนใจคะ  เป็นกำลังใจให้ในการศึกษาเรื่องนี้ต่อๆ ไป

อ้อม
IP: xxx.25.213.71
เขียนเมื่อ Thu Aug 16 2007 14:29:42 GMT+0700 (ICT)
ดีมากเลยค่ะ กำลังสนใจเรื่องนี้อยู่พอดีเลย
IP: xxx.24.219.91
เขียนเมื่อ Mon Nov 05 2007 10:51:52 GMT+0700 (ICT)

Carol S. Dweck ได้กล่าวถึง คนที่มีกรอบความคิดจำกัด และ คนที่มีกรอบความคิดเติบโต  ไว้ในหนังสือ Mindset "...ลองนึกถึงภาพโธมัส  เอดิสัน  ให้ขัดเจนที่สุดเท่าที่คุณทำได้  นึกดูว่าเขาอยู่ที่ไหนและกำลังทำอะไรอยู่  เขาอยู่คนเดียวหรือเปล่า?  ฉันถามผู้คนต่างๆ และพวกเขามักจะพูดอะรทำนองนี้
- เขาอยู่ในห้องทดลองซึ่งแวดล้อมไปด้วยเครื่องมือต่างๆ ทำงานอยู่กับเครื่องเล่นแผ่นเสียง  ลองทำอะไรบางสิ่ง แล้วเขาก็ประสบความสำเร็จ! (เขาทำงานอยู่คนเดียวหรือเปล่า?) ใช่ เขาทำงานลำพังเพราะเขาเป็นคนเดียวที่รู้ว่าต้องการบรรลุเป้าหมายอะไร
- เขาอยู่ที่นิวเจอร์ซี ใส่ชุดเสื้อคลุมสีขาวยืนอยู่ในห้องทดลอง กำลังก้มหน้าทำงานอยู่กับหลอดไฟฟ้า ทันใดนั้น มันก็ใช้การได้! (เขาทำงานอยู่คนเดียวหรือเปล่า?) ใช่ เขาเป็นคนหนุ่มรักความสันโดษซึ่งชอบทำงานด้วยตนเอง

            ในความเป็นจริง  จากการบันทึกแสดงให้เห็นว่าเขาเป็นคนที่แตกต่างจากที่เราคิด และวิธีการทำงานที่แตกต่างออกไป

              เอดิสันไม่ใช่คนทำงานคนเดียว เขามีผู้ช่วย 30 คนสำหรับการประดิษฐ์หลอดไฟฟ้า รวมถึงนักวิทยาศาสตร์ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี บ่อยครั้งที่ต้องทำงานเกือบ 24 ชั่วโมงต่อวันในห้องทำลองทันสมัยที่สุดของบริษัท"

"...ใช่แล้ว เขาเป็นอัจฉริยะคนหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้เป็นเช่นนั้นมาตั้งแต่แรก ผู้เขียนชีวประวัติของเขา พอล อิสราเอล ศึกษาข้อมูลที่มีทั้งหมดและคิดว่าเขาเป็นเพีบง เด็กธรรมดาคนหนึ่งในเวลานั้น ทอม (โธมัส) ซึ่งเป็นเด็กหนุ่มหมกมุ่นอยู่กับการทดลองและเรื่องเกี่ยวกับเครื่องจักรกล (บางทีน่าปรารถนามากที่สุด) แต่เครื่องจักรและเทคโนโลยีก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์การทดลองของเด็กหนุ่มชาวมิดเวส์ตธรรมดา..." "

ส่วนหนึ่งจากหนังสือ เปลี่ยน Mindset... ชีวิตเปลี่ยน  ซึ่งแปลจากหนังสือ Mindset ของ Phd., Carol S. Dweck

ทองดี ไม่มีทอง
IP: xxx.147.36.13
เขียนเมื่อ Thu Nov 22 2007 12:23:39 GMT+0700 (ICT)

ดีมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

รัตนา
IP: xxx.147.36.52
เขียนเมื่อ Mon Feb 04 2008 18:04:34 GMT+0700 (ICT)

สำหรับ คำที่ว่าการเรียนรู้ชีวิตของเรานั้นมีมาตั้งแต่เกิดแล้ว ไม่จำเป็นต้องให้ใครสอนเกี่ยวกับการใช้ชีวิต หรือสร้างนิสัย ความเป็นอยู่ต่างหากล่ะที่บ่งชี้การดำเนินชีวิตของพวกเรา โดยขึ้นอยู่กับวิวัฒนาการของเรามากกว่า เช่น คนที่เกิดมาในโลกแคบก็จะเรียนรู้อะไรไม่ค่อยได้ ผิดกับสิ่งแวดล้อมที่เต็มไปด้วยสิ่งต่างๆมากมายก็จะทำให้เราซึมซับเอาสื่งเหล่านั้นมาใช้ประกอบเป็นลักษณะนิสัยส่วนตัวของเราเกิดการเรียนรู้ด้วยตนเองในที่สุด

 สิ่งเหล่านี้เองที่ทำให้คนที่เกิดมาทุกคนเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมายถ้าพูดถึงในปัจจุบันแล้วเด็กๆมีการเรียนรู้มากกว่าเด็กสมัยก่อนโดยเฉพาะการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่นั่นเอง..................................

งง ไหมอ่ะ..................เด็กดอกกันเกรา.....................ศรีเกษอิอิอิอิ

IP: xxx.147.36.72
เขียนเมื่อ Mon Feb 04 2008 18:16:18 GMT+0700 (ICT)

ยังไงก็แล้วแต่คนเราก็ต้องเรียนรู้ชีวิตด้วยตนเองตลอดเวลาอยู่แล้ว เพราะชีวิตเราเลือกกำหนดเอง เดินเอง ก้าวเอง ไม่มีใครจูงเราไปเหมือนกับวัว ควาย ฉะนั้นเราก็ทำตัวให้อิสระ มีความสุขกับการสร้างกรอบของตัวเองให้ดี เพราะเวลาข้างหน้ายังรอเราอีกหลายวัน หลายปี

อยากถามว่าการที่เราเกิดมาในโลกนี้แล้วทำไม คนเราจำเป็นต้องวางกรอบไว้ตลอดเวลา เช่นว่าจะต้องเป็นโน้น นี่ แล้ววันหนึ่งเกิดมันไม่เป็นตามกรอบที่เราวางไว้เราควรใช้ชีวิตโดยการเรียนรู้ชีวิตตัวเองได้อย่างไรคะ..................ตอบหน่อยจิ.........

เด็กดอกกันเกรา................

ภาสินี ขันแก้ว
IP: xxx.172.27.130
เขียนเมื่อ Tue Feb 19 2008 21:06:58 GMT+0700 (ICT)

ก็ไม๋รู้เหมือนกันนะคะว่าคนที่หลงเข้ามาในบล็อกนี้ ..เป็นคนที่สวรรค์บันดาลให้แวะเข้ามา..หรือว่าเป็นคนที่มีคุณลักษณะที่เขาเรียกกันว่า..บุคคลที่มีการเรียนรู้ด้วยตนเองด้วยกับเขาหรือเปล่า..แต่อยากให้คุณรัตน์..เล่าเรื่องเกี่ยวกับการใช้..การเรียนรู้ด้วยตนเองสร้างองค์ความรู้ที่ยั่งยืนสำหรับผู้ใหญ่ที่ขาดโอกาสทางการศึกษา..แล้วจะแวะเข้ามาอีกนะคะ..สวัสดีค่ะ

พจนา
IP: xxx.47.174.4
เขียนเมื่อ Sun Dec 21 2008 15:43:41 GMT+0700 (ICT)

ดีมากๆเลยค่ะ

ครูเอส
IP: xxx.123.64.169
เขียนเมื่อ Sat Mar 14 2009 20:13:44 GMT+0700 (ICT)

ทำไมนามสกุลเหมือนกันจังคะ เขียนเหมือนกันด้วยอยู่จังหวัดไหนคะนี่อยู่เชียงราย

นาย พงศ์ธารา วิจิตเวชไพศาล
IP: xxx.9.77.201
เขียนเมื่อ Sat Mar 21 2009 05:55:19 GMT+0700 (ICT)

น่าสนใจมากและมีประโยชน์มากครับ ขออนุญาตนำบางส่วนของบทความไปอ้างอิง

ในวิทยานิพนธ์ครับ

นายประยูร สุยะใจ
IP: xxx.28.52.130
เขียนเมื่อ Wed Jun 09 2010 23:15:26 GMT+0700 (ICT)

ขอแสดงความยินดีด้วยครับ เพราะการเรียนรู้คนเราเรียนรู้ตลอดชีวิตอยู่แล้ว การเรียนรู้ด้วยตนเองถือเป็นความงอกงามของชีวิตมนุษย์ทุกคน อยากให้กำลังใจสำหรับผู้แสวงหาความรู้ คนแสวงหาความรู้ย่อมได้ปัญญา ปัญญาเป็นแสงสว่างของโลก แต่เหนือสิ่งอื่นใด หลักทางพระพุทธศาสนา ได้สอนให้เราเรียนรู้ภายในตัวของเราเองคือรูปกับนามครับ จงเข้าใจความหมายชีวิตที่แท้จริง เรียนรู้ชีวิต แล้วจะเรียนรู้ที่จะรักตนเอง รักคนอื่นและรักโลกใบนี้อีกมาก ขอให้เราเรียนรู้ฉลาดพอที่จะหายใจอย่างมีความหมาย

กันนิกา
IP: xxx.7.76.76
เขียนเมื่อ Wed May 22 2013 16:36:45 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ;เพิ่งเข้ามาดูครั้งแรกค่ะ การเรียนรู้ด้วยตนเองนั้นทำให้ค้นพบสิ่งที่ เราไม่รู้แต่กับรู้ด้วยตนเองโดยไม่มีใครบอกเราเลย

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า