สมาชิก
แลกเปลี่ยน

มาดู 13 ฟอนต์ราชการภาคบังคับกันครับ

ปัญหาการบังคับใช้ฟอนต์ลิขสิทธิ์ในการเขียนรายงานทางวิชาการ และเอกสารราชการ ยังคงปิดกั้น หรือเริ่มเปิดกว้าง

 

ผมเขียนเรื่องนี้ไว้ที่ Blog ส่วนตัวใน Oknation เห็นว่าที่นี่มีสมาชิกที่อยู่ในระบบราชการจำนวนมาก อาจจะให้ความสนใจบ้าง จึงขอเอามาลงที่นี่ด้วย คงไม่ผิดกติกานะครับ!

เมื่อสองวันที่แล้วผมสะดุดกับข่าวเล็กๆข่าวหนึ่งเกี่ยวกับเรื่อง Thai Fonts อะไรสักอย่างแต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก จนมาทราบว่านั่นคือการแถลงข่าวของรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องที่ ครม.เห็นชอบให้หน่วยงานภาครัฐทุกหน่วยดำเนินการติดตั้งฟอนต์ของ SIPA 13 แบบ เข้าไปในระบบปฏิบัติการ และใช้ฟอนต์ดังกล่าวแทนฟอนต์เดิม ตามที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเสนอ มีสาระสำคัญเช่นเพื่อป้องกันเอกชนผูกขาด เป็นการส่งเสริมการใช้ Open Source Software เพื่อความภาคภูมิใจ ปราศจากปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์ เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน และเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยการติดตั้งให้แล้วเสร็จก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2553 นั้น

เราคงทราบดีนะครับว่า Font คืออะไร เอาเป็นว่าทวนอีกทีเผื่อคนที่ยังมีข้อสงสัย

Computer Font เป็นกลุ่มของตัวอักษรข้อมูลที่พิมพ์ได้ หรือแสดงผลได้ที่กำหนดแบบและขนาด ศัพทานุกรมมัลติมีเดีย อ.สุรเชษฐ์ เวชชพิทักษ์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้นิยามความหมายไว้ว่า Font หมายถึง ชื่อเรียกตัวอักษร ที่ผู้ออกแบบตั้งขึ้น ตัวอย่างเช่น Angsana New หรือ Cordia UPC เป็นชื่อเรียก font ตัวอักษรไทย    ส่วน Times New Roman  หรือ Arial เป็นชื่อเรียก font ตัวอักษรโรมันที่เราใช้พิมพ์เป็นภาษาอังกฤษและภาษาตะวันตกอื่นๆเป็นต้น

โดยทั่วไป ระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (Operating System / OS)ที่เราใช้เช่น MS Windows MacOS Linux หรือระบบปฏิบัติการอื่นๆ จะมีฟอนต์เท่าที่จำเป็นสำหรับการใช้งานทั่วไปติดตั้งมาให้แล้ว และเมื่อเราทำการติดตั้งโปรแกรมใช้งานเพิ่มเติม (Application Software) เพื่อใช้งานเฉพาะด้านเป็นพิเศษ เช่น Word processing, Spreadsheets, Presentation ฯลฯ โปรแกรมเหล่านี้ก็อาจจะมีฟอนต์พิเศษเพิ่มมาให้อีก เพื่อให้สามารถใช้งานโปรแกรมนั้นๆได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด

เป็นธรรมดาครับสำหรับ OS หรือ Application ที่มีลิขสิทธิ์เชิงพาณิชย์ ทุกส่วนที่ประกอบขึ้นเป็นโปรแกรมย่อมมีลิขสิทธิ์และได้รับการคุ้มครอง รวมถึงฟอนต์เหล่านั้นด้วย การนำมาใช้งานจึงต้องได้รับอนุญาติจากผู้ทรงสิทธิ์เสียก่อน ซึ่งก็คือต้องมีค่าใช้จ่ายตามมา การนำมาใช้ประโยชน์โดยพลการย่อมเป็นความผิดตามกฎหมาย

แต่ยังมี Software บางประเภทครับที่แม้จะมีลิขสิทธิ์ บุคคลทั่วไปก็สามารถนำมาใช้งาน หรือเพื่อหาประโยชน์ได้  ในที่นี้ก็คือ Software ที่เป็น Opensource (ไปหาข้อมูลเพิ่มเอานะครับ) ซึ่งก็อาจแบ่งเป็นประเภทใหญ่ๆคือ
   ระบบปฏิบัติการ(Operating System)ที่เรารู้จักกันดีก็คือ Linux,
   โปรแกรมประยุกต์ (Application)ปัจจุบันมีเป็นจำนวนมาก เรียกได้ว่า Application ที่ใช้บน Windows หรือ Mac มีอะไร Opensource ก็มีเกือบจะทั้งหมด,
   ที่เหลือก็เป็น Software ประเภทอื่นๆ เช่นใช้สำหรับเขียนโปรแกรม และใช้เป็น utility ต่างๆเป็นต้น

เรื่อง Software อื่นๆคงจะขอยกไว้ก่อน เอาเป็นว่าวันนี้มาคุยกันเรื่อง "ฟอนต์" ก่อน เรื่องที่เราเห็นว่าไม่เป็นสาระแต่จริงๆแล้วสาระมันมีมากเพราะมันเกี่ยวเนื่องกับ Software อื่นๆ รวมทั้งระบบ IT โดยรวมอีกมากมายซึ่งบางทีเราก็นึกไม่ถึงเหมือนกัน

ปัญหาเรื่องของ Font หากเราเป็นผู้ใช้คอมพิวเตอร์ระดับ user ธรรมดาคงไม่มีอะไรน่าจะเป็นปัญหานัก นอกจากท่านจะเป็นผู้ใช้งานที่เป็นพิเศษเฉพาะทางเช่น การออกแบบโฆษณา การพิมพ์หนังสือ ฯลฯ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้ใช้งานกลุ่มนี้มีความสามารถในการจ่ายเงินสำหรับโปรแกรมพิเศษเหล่านั้นอยู่แล้ว แต่ก็ยังมีคนอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งก็น่าเชื่อว่าเป็นผู้เปิดประเด็นในเรื่องนี้ขึ้นมา ก็คือกลุ่มคนที่ต้องทำรายงานวิทยานิพนธ์ในระดับต่างๆ ที่ให้ความเห็นเรื่องการบังคับใช้ฟอนต์บางตัวให้เป็นมาตรฐานในการจัดทำรายงาน ที่สำคัญ ฟอนต์ตัวนั้นเป็นลิขสิทธิ์ของผู้ผลิต Software เพื่อการพาณิชย์ มีการแสดงความคิดเห็นกันลุกลามไปจนถึงตั้งข้อสังเกตุว่าเข้าข่ายการ ล็อกสเป็ค ซึ่งเป็นความผิดร้ายแรงฐานทุจริตคอรัปชั่นเลยทีเดียว แน่นอนว่าเมื่อหน่วยงานราชการเป็นองค์กรขนาดใหญ่ที่มีการออกหนังสือเป็นจำนวนมากนับไม่ถ้วนในแต่ละปี เมื่อมีการกำหนดให้ใช้อะไรที่เกี่ยวข้องหรือมองว่าเป็นการผูกขาดและเอื้อประโยชน์ให้ใครบางคน จึงถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ นี่จึงอาจเป็นสาเหตุประการหนึ่งของการนำเอาฟอนต์เหล่านี้มาใช้ในส่วนราชการ

จริงๆแล้วหน่วยงานที่ริเริ่มทำงานด้านนี้มีมานานแล้วครับ ย้อนหลังไปสักสิบกว่าปีที่แล้ว พวกเราอาจจะพอจำได้ตอนที่ NECTECH มีโครงการทำระบบปฏิบัติการจาก Linux ที่เรียกว่า"ลินุกซ์ทะเล" และโปแกรมประยุกต์ที่ใช้งานในออฟฟิซ เรียกว่า "ปลาดาว" หวังจะให้เป็น Software ฟรีสำหรับคนไทย เริ่มต้นก็ไปด้วยดี.. ตอนนี้เรามีทั้งกระทรวง ICT มีทั้ง SIPA เพิ่มมาอีก แล้ว Software สำหรับคนไทยไปถึงไหนแล้วครับ ในขณะที่เวียดนามเขาตามหลังเรา เมื่อสองปีที่แล้วเขาประกาศให้หน่วยงานราชการของรัฐใช้ Server ที่เป็น Linux ทั้งหมดภายในปี 2009 แล้วเรามีอะไรบ้างครับ ตอนนี้เห็นเอาโครงการ Suriyan มาปัดฝุ่นใหม่ ก็ยังไม่เห็นว่าจะส่งเสริมกันไปถึงไหน ขณะที่ชุมชน Ubuntu เขาเตรียมรับ 10.10 Maverick กันแล้ว SIPA เองก็เน้น Software เชิงพาณิชย์มากกว่าเพราะถึงจะเป็น Opensorce ก็ยังต้องรันบน Windows อยู่ดี

...จริงๆขอแค่ทำคู่มือภาษาไทยที่สมบูรณ์ๆก็จะเป็นพระคุณแล้วครับ !

ผมดีใจครับที่ยังเห็นว่าภาครัฐเองก็ยังคงให้การสนับสนุนเรื่องเหล่านี้อยู่ เรามีฟอนต์ที่เป็นลิขสิทธิ์สาธารณะใช้เองย่อมดีกว่าไม่มีเสียเลย (ที่จริงฟอนต์ไทยที่ชุมชนลินุกซ์ออกแบบใช้อยู่ปัจจุบันก็มีมากครับ) เห็นด้วยกับการส่งเสริมให้ใช้ แต่ก็ไม่เห็นด้วยเท่าไหร่หากต้องบังคับว่าต้องเป็นเท่านั้นเท่านี้ เพราะมันก็จะกลายเป็นการผูกขาดไปอีก

แต่ที่กลัวก็คือ ประวัติการพัฒนาเทคโนโลยีด้านนี้ของเรามันไม่สร้างความน่าเชื่อถือเอาเสียเลย ผมเชื่อครับว่าเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติในองค์กรเหล่านั้นมีความตั้งใจ มีความรู้ความสามารถ แต่ตราบใดที่ระดับนโยบายยังไม่มีความแน่นอน เปลี่ยนคนนโยบายเปลี่ยน กำลังภายนอกกำลังภายในแทรกแซงได้ ในที่สุดก็จะเข้าอีหรอบเดิม !

ปิดท้ายด้วยตัวอย่าง Font ทั้ง 13 ที่ผมได้เข้าไป download มาทดลองติดตั้งบน Windows XP และ Ubuntu 10.04 ให้ดูหน้าตากันครับ จากการทดลองใช้เบื้องต้นก็ถือว่า OK ทั้งสอง OS แต่เรื่องการเข้ากันได้กับ Application ต่างๆรวมถึง Web Browser ทั้งหลายคงต้องเอาไปทดลองอีกระยะหนึ่งครับ

สามารถ Download ฟอนต์ไทยทั้ง 13 ตัวมาใช้ได้ที่นี่ครับ

http://www.f0nt.com/release/13-free-fonts-from-sipa/

หรือถ้าให้ดีลองเข้าไปที่ SIPA รู้สึกว่านอกจากจะมีให้ดาวน์โหลดทั้ง Windows  และ Linux แล้วยังมีคู่มือให้ด้วยครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: การจัดการความรู้ เทคโนโลยี thai fonts ฟอนต์ราชการ 
· หมายเลขบันทึก: 393080 · เขียน:  
· ความเห็น:
4
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    Wasawat Deemarn
    เขียนเมื่อ Sat Sep 11 2010 16:16:06 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณครับ สำหรับความรู้เรื่องนี้ ;)

    โอ๋-อโณ
    เขียนเมื่อ Sat Sep 18 2010 16:29:04 GMT+0700 (ICT)

    ขออนุญาตเอาไปรวมไว้กับบันทึกนี้นะคะ ขอบคุณค่ะ

    Lungnoke
    เขียนเมื่อ Sun Sep 19 2010 23:28:01 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณ คุณ Wasawat ที่เข้ามาเยี่ยมครับ

    Lungnoke
    เขียนเมื่อ Sun Sep 19 2010 23:30:19 GMT+0700 (ICT)

    ด้วยความยินดีครับคุณ โอ๋-อโณ

    ถ้ามีอะไรดีๆจะเอามาแลกเปลี่ยนอีกครับ

    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
    ใส่รูปหรือไฟล์