โครงการปฏิบัติธรรม

 ผู้หญิงกับการให้ความสำคัญในพระพุทธศาสนา 

สวัสดีค่ะ

            สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี

จัดโครงการอบรมปฏิบัติธรรม วันที่ 4-6 สิงหาคม 2553

ณ วัดธารน้ำไหล  อ.ไชยา  จ.สุราษฎร์ธานี จำนวน 120 คน

ที่ทำงานเข้ารับการอบรมจำนวน 6 คน แต่แปลกใจทำไมมีแต่ผู้หญิง

ที่ขอเข้ารับการอบรมนี้  เช้านี้ไปวัดเพราะวันพระ ก็ผู้หญิงเต็มวัด

จึงเกิดคำถามค้างคาใจ ว่าสมัยก่อนกับสมัยนี้ผู้หญิงให้ความสำคัญ

ในพระพุทธศาสนาเหมือนกันหรือต่างกันค่ะ หรือว่าผู้ชายคิดว่า

ได้บวชแล้วก็เป็นการให้ความสำคัญกับพระพุทธศาสนาเหมือนกัน

จึงไม่ต้องจำเป็นต้องกระทำอะไรมากมายหรือเปล่าค่ะ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 381082
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

สินาภรณ์ วิเชียรวงค์
เขียนเมื่อ Wed Aug 04 2010 23:09:13 GMT+0700 (ICT)

อยากไปด้วยจัง แตรู้ช้าไปแล้ว จริง ๆ อยู่ใกล้บ้านด้วย

ชอบไปมากเลยสวนโมกข์ สงบดี

ข้าวฟ่าง
เขียนเมื่อ Thu Aug 05 2010 14:30:35 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ....

ช่วงนี้ฝนตกบ่อย...ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ

PILAIWAN JANMANEE
เขียนเมื่อ Fri Aug 06 2010 12:41:41 GMT+0700 (ICT)

เป็นอย่างไรบ้างกับการไปสวนโมกข์.......เคยไปบวชแก้บนที่นี่ตื่นทำวัตรตั้งแต่ตี 4 แนะ..........

คติยา อายุยืน
เขียนเมื่อ Mon Aug 09 2010 12:13:28 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ...

"ครอบครัวอบอุ่นด้วยธรรม" สวนโมกเก่านะค่ะ ไม่ใช่นานาชาติ

เพราะตอนนี้ฝรั่งมาฝึกกันมากสถานที่นานาชาติไม่พอ จำนวน 82 คน

ผู้ชาย 6 คน นอกนั้นผู้หญิงวัยกลางคน30-40 ปี และวัย 40ขึ้นไป

พิธีเปิด ท่านผู้ว่า ดำริห์ บุญจริง เป็นประทาน

ท่านผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาเป็นคนกล่าว (ผอ.ปรีดา)

วันแรก..ได้รับการต้อนรับจาก พระจ้อย (ที่ดูแลท่านพระพุทธทาส)

ท่านอาหารเจ ทาน 2 มื้อ น้ำปานะ 1 มื้อ รับศีล 8

สวดมนต์นานมาก นั่งสมาธินานมาก

ทำวัตรเช้า-เย็น ร่วมกับพระที่จำพรรษาที่วัดประมาณ 90 รูป

ตื่นตี 3 ครึ่งเพื่ออาบน้ำ ไฟฟ้ายังไม่เปิดให้ เพราะเปิดตี 4 ใช้ไฟฉายกัน

นอน 4 ทุ่ม และไม่มีพัดลมแถมปิดไฟด้วยค่ะ

เสียดายรูปยังไม่ลง ค่อยโพสให้ดูนะค่ะ

วันที่สอง... ไปเดินจงกรมตรงโบส ที่มีพระพุทธรูปสีขาว

เสาโบสใหญ่มาก ต้นไม้สองต้น ลมเย็นสบาย ศาลาปูนพื้นด้วยทราย มีใบไม้เป็นหลังคา

ตอนบ่ายไปนั่งสมาธิที่ลานวัดที่พื้นทราย เป็นที่ฝึกกรรมฐานของพระไม่น้อยกว่า 40 รุ่น

พระลงไปฉันเพล ท่านอาจารย์จึงพามาเพื่อให้ทุกท่านได้มีจิตเป็นสมาธิเร็ว

อาศัยบุญบารมีของพระท่านที่เคยมาฝึกแล้วช่วยให้เรานั่งสงบได้นานนาน

วันที่สาม...ตอนเช้าขึ้นเขานางเอ ไปดูเกาะสมุย ไปดูวิวสุราษฎร์ธานี

มีโบราณสถานบนยอดเขามีมากว่า300ปีแล้วเป็นที่ฝังของปู่ยาตายา เดินทางกัน 1 ชั่วโมง

เดินผ่านป่าทั้งนั้น เขาชันมากโชคดีที่ฝนไม่ตก

ตอนบ่ายฟังบรรยายในโรงมโหรสพ เรื่องครอบครัวอบอุ่นด้วยธรรม

ครอบครัวหากเป็นแบบนี้มีหวังพัง (อ่านเป็นภาษาใต้) "เบี้ยคนถุง ถามไม่แรง นอนคนแห่ง กินคนหน"

ท่านจึงบอกเราว่าควรมี 3ท ทน..ทน..และทน พระอาจารย์ที่บรรยายสนุกสนานหัวเราะกันทั้งวันค่ะ

แต่ที่สำคัญทุกคนมีรอยยิ้ม อากาศเย็นสบาย ตอนเช้ามืดหอมดอกเสลามาก และทุกอย่างเป็นธรรมชาติ

อยากให้ทุกคนได้ลองสัมผัสกับอารมณ์ที่เบาและเย็นสบายในตอนที่เรานั่งสมาธิ บางทีคุณอาจชอบเหมือนเรา

หากมีโปรแกรมอีกจะชวนล่วงหน้านะค่ะ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์