นิทานอีสานสอนใจ 2

 โมโหนี้พาโตตกต่ำเด้อพี่น้อง 

 

 

             นิทานสอนใจลูก : "ก่องข้าวน้อยฆ่าแม่"  

  

         ครั้งหนึ่งเมื่อหลายร้อยปีมาแล้วที่บ้านตาดทอง ยโสธรในฤดูฝนมีการเตรียมปักดำข้าว ทุกครอบครัวจะออกไปไถนาเตรียมการเพาะปลูก ครอบครัวของชายหนุ่มคนหนึ่งกำพร้าพ่อ ไม่ปรากฏชื่อหลักฐาน ก็ออกไปปฏิบัติภารกิจเช่นเดียวกัน  

   วันหนึ่งเขาไถนาอยู่จนสาย ตะวันสูงขึ้นแล้วรู้สึกเหน็ดเหนื่อยอ่อนเพลียมากกว่าปกติ และหิวข้าวมากกว่าทุกวัน ปกติแล้วแม่ผู้ชราจะมาส่งข้าวกล่องให้ทุกวัน แต่วันนี้กลับมาช้าผิดปกติ เขาจึงหยุดไถนาเข้าพักผ่อนอยู่ใต้ต้นไม้ ปล่อยเจ้าทุยไปกินหญ้า สายตาเหม่อมองไปทางบ้าน รอคอยแม่ที่จะมาส่งข้าวตามเวลาที่ควรจะมา ด้วยความรู้สึกกระวนกระวายใจยิ่งสายตะวันขึ้นสูงแดดยิ่งร้อน ความหิวกระหายก็ยิ่งทวีคูณขึ้น

   ทันใดนั้นเขามองเห็นแม่เดินเลียบตามคันนาพร้อมกล่องข้าวน้อยๆ ห้อยต่องแต่งอยู่บนเสาแหรกคาน เขารู้สึกไม่พอใจที่แม่เอากล่องข้าวน้อยนั้นมาช้ามาก ด้วยความหิวกระหายจนตาลายอารมณ์พลุ่งพล่าน เขาคิดว่าข้าวในกล่องน้อยนั้นคงกินไม่อิ่มแน่

   จึงเอ่ยต่อว่าแม่ของตนว่า
"อีแก่ ไปทำอะไรอยู่จึงมาส่งข้าวให้กูช้านัก ก่องข้าวก็เอามาแต่ก่องน้อยๆ กูจะกินอิ่มหรือ"

   ผู้เป็นแม่เอ่ยปากตอบลูกว่า
"ถึงก่องข้าวจะน้อยก็น้อยต้อนแต้นแน่นในดอกลูกเอ๋ย ลองกินเบิ่งก่อน"

    ความหิว ความเหน็ดเหนื่อย ความโมโห หูอื้อตาลาย ไม่ยอมฟังเสียงใดๆ เกิดความโมโหหิว คว้าไม้แอกน้อยเข้าตีแม่ที่แก่ชราจนล้มลง แล้วก็เดินไปกินข้าว กินข้าวจนอิ่มแล้ว แต่ข้าวยังไม่หมดกล่อง จึงรู้สึกผิดชอบชั่วดี รีบวิ่งไปดูอาการแม่ และเข้าสวมกอดแม่

อนิจจา แม่สิ้นใจไปเสียแล้ว...

ชายหนุ่มร้องไห้โฮ สำนึกผิดที่ฆ่าแม่ของตนเองด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ ไม่รู้จะทำประการใดดี จึงเข้ากราบ นมัสการสมภารวัดเล่าเรื่องให้ท่านฟังโดยละเอียด

สมภารสอนว่า "การฆ่าบิดามารดาผู้บังเกิดเกล้าของตนเองนั้นเป็นบาปหนัก เป็นมาตุฆาต ต้องตกนรกอเวจีตายแล้วไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดเป็นคนอีก มีทางเดียวจะให้บาปเบาลงได้ก็ด้วยการสร้างธาตุก่อกวมกระดูกแม่ไว้ ให้สูงเท่านกเขาเหิน จะได้เป็นการไถ่บาปหนักให้เป็นเบาลงได้"

เมื่อชายหนุ่มปลงศพแม่แล้ว ขอร้องชักชวนญาติมิตรชาวบ้านมาช่วยกันปั้นอิฐก่อนเจดีย์บรรจุอัฐิแม่ไว้ จึงให้ชื่อว่า "ธาตุก่องข้างน้อยฆ่าแม่" ตราบจนทุกวันนี้

 

นิทานเรื่องนี้คนอีสานกล่าวเป็นภาษิตไว้ว่า " โมโหนี้พาโตตกต่ำเด้อพี่น้อง"

  

     ธาตุก่องข้างน้อยฆ่าแม่

      ที่บ้านตาดทอง ยโสธร

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: ครอบครัว 
 หมายเลขบันทึก: 371347
 เขียน:  
 ความเห็น: 14  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ครูใจดี
เขียนเมื่อ Fri Jul 02 2010 06:36:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดียามเช้าค่ะครูจ่อย


กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ เป็นคติเตือนใจ

โมโหหิวจนขาดสติ.... สำนึกได้ก็สายไปเสียแล้ว....

การขาดสติ.. ทำให้เกิดผลมากกว่าผลบวกนะคะ

ครูจ่อยสบายดีนะคะ...

เสริฟกาแฟแล้วให้นะคะ

 

 

 

krugui
เขียนเมื่อ Fri Jul 02 2010 09:37:05 GMT+0700 (ICT)

นิทานสอนใจสมัยก่อนก็ยังใช้ได้จนถึงสมัยนี้...

เพราะเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยๆ

โมโห...ขาดสติ...ขาดความยั้งคิด....ขาดความรู้ผิดรู้ชอบ

เมื่อเร็วๆนี้ข่าวก็ออกมาทำนองนี้จนเอะใจว่า....ทำไมถึงใช้ความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

ทำไมถึงไม่....เย็นไว้โยมหนอ....

บุษรา
เขียนเมื่อ Fri Jul 02 2010 15:03:55 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ
  • นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "อย่าเพิ่งตัดสินใจอะไร กับสิ่งที่ตาเห็น เวลาหิว....."
  • ขอบคุณค่ะ

                     

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Fri Jul 02 2010 19:35:58 GMT+0700 (ICT)
  • อาการโมโหหิว เป็นลักษณะที่น่ากลัวมาก
  • ไม่จำเป็นอย่าให้อาการดังกล่าวเกิดขึ้นกับตัวเองโดยเด็ดขาด
  • เพราะผลที่จะตามมา ไม่เสียน้อยก็เสียมากทั้งใจและกาย
  • ขอบคุณครับคุณครูใจดี
KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Fri Jul 02 2010 19:42:12 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับคุณkrugui Chutima
  • ที่แวะมาเยี่ยม มาทักทาย
  • พร้อมทั้งมาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องความโมโหหิวขาดสติยั้งคิดด้วยกัน
  • มีความสุขตลอดไปนะครับ
KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Fri Jul 02 2010 19:44:37 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับน้องบุษรา
  • สำหรับมิตรภาพที่มีให้กันและกันตลอดมา
  • โชคดีมีสุขตลอดไปนะครับ
ถาวร
เขียนเมื่อ Sat Jul 03 2010 05:25:30 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณ ครูจ่อย

มาฟังนิทานดีๆสอนใจให้เรากตัญญูและรู้จักควบคุมอารมณ์โกรธ เคยดูที่เขาสร้างเป็นภาพยนตร์ด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ปิ่นธิดา
เขียนเมื่อ Sat Jul 03 2010 10:51:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะครูจ่อย

....นิทานพื้นบ้านเรื่องนี้ ยังใช้เป็นคติสอนใจรุ่นหลังได้ดีนะคะ

..เคยดูภาพยนตร์ ที่คุณปิยะ แสดง จำได้ว่าร้องไห้ตามด้วยค่ะ

Boo
เขียนเมื่อ Sat Jul 03 2010 10:59:02 GMT+0700 (ICT)

นิทานเรื่องนี้ ชอบๆ ค่ะ เคยดูหนัง ก็น้ำตารื้นๆ ได้เลยคะครูพี่จ่อย ... ธาตุก่องข้าวน้อย งดงาม สีขาวด้วย สวยจังค่ะ ชอบๆ ;)

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Sat Jul 03 2010 19:50:49 GMT+0700 (ICT)
  • นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า "ความหิวเป็นอันตรายที่สุด น่ากลัวที่สุด"
  • "อิ่มไว้ก่อนเมียสอนไว้ 555" คตินี้ครูจ่อยใช้เตือนตัวเองเสมอมา
  • ขอบคุณมากๆนะครับคุณถาวร
  • โชคดีมีสุขนะครับ
ครู ป.1
เขียนเมื่อ Sat Jul 03 2010 19:53:48 GMT+0700 (ICT)

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

"อย่าปล่อยให้ลูกหิว" อาจจะตาลาย

สอนกันมานานแล้วนะคะ..บ้านพี่ก็เคยฟัง

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Sat Jul 03 2010 19:55:59 GMT+0700 (ICT)
  • คุณครูปิ่นธิดาครับ
  • ครูจ่อยอยากถามหน่อยว่า "เขาฆ่าแม่เพราะความหิว" เขาทำได้อย่างไร
  • หวังว่าเรื่องแบบนี้ขอให้เป็นแค่นิทานสอนใจนะครับ อย่าได้มีจริงๆเลย
KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Sat Jul 03 2010 19:59:17 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับน้องpoo
  • ที่แวะมาฟังนิทาน เตือนใจนี้
KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Sat Jul 03 2010 20:06:55 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับพี่ครู ป1.
  • ขอเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยนะพี่....."ขอเตือนพ่อแม่ทั้งหลายอย่าปล่อยให้ลูกเทวดาของท่านหิวนะครับ"
  • เพราะท่านอาจจะเหมือน แม่ในเรื่องนี้ก็ได้ 555
  • โชคดีพี่
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า