สมาชิก
แลกเปลี่ยน

มะนาว สรรพคุณ ประโยชน์ ภูมิปัญญาไทย มากมาย (1 )

229. มะนาว มีประโยชน์หลากหลายมากจากผลเล็กๆ

   มะนาว

       มะนาวใช้ได้สารพัดประโยชน์  ไม่ว่าจะเป็นยารักษาโรค หรือจะเป็นเครื่องปรุงแต่งรสชาดอาหารให้อร่อย ถึงแม้มะนาวจะรู้จักกันอย่างแพร่หลายทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศแถบเอเชียต่างก็รู้ถึง สรรพคุณของมะนาวเป็นอย่างดี

 

                   

   

มะนาวมีการเรียกกันหลายแบบ ซึ่งแต่ละแบบมีความแตกต่างกัน

 

*บางคน   เรียก  ส้มมะนาว   มะนอ   เกละ    มะนอเกละ

* แถวๆสุรินทร์แถวๆเขมร เรียกมะนาวว่า    โกรยชะม้า

* ชาวกะเหรี่ยงและแถวๆแม่ฮ่องสอนเรียกมะนาวว่า มะเน้าด์เล

*กะเหรี่ยงแถวเมืองกาญจนบุรี เรียกมะนาวว่า   มะโหน่งกลยาน

*ชาวเงี้ยวที่แม่ฮ่องสอน     เรียกมะนาวว่า   หมากฟ้า

*ภาษามาลายูทางภาคใต้     เรียกมะนาวว่า   ลีมานีปีห์

 

*มะนาวมีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Citrus  aurantifolia Swing

 นักวิทยาศาสตร์ทั่วไปก็ยังเรียกมะนาวอยู่ดี มะนาวเป็นไม้พุ่มขนาดย่อมปลูกไว้ประดับบ้านก็ได้หรือจะปลูกเพื่อเป็นการค้าก็ได้ตามความต้องการ มะนาวยังรู้จักกันดีในนามเครื่องดื่มดับกระหาย แก้เสียงแหบแห้ง แม้แต่เวลาที่ทำงานหนัก เหนื่อยอ่อนเพลีย มะนาวยังเป็นยาบำรุงอย่างดี

               

                           

 

      หากคุณเหนื่อยเสียเหงื่อมาก ให้นำมะนาว 1 ลูกบีบเอาเฉพาะน้ำใส่แก้ว เติมน้ำตาลตามความชอบใส่น้ำครึ่งแก้ว หากจะให้อร่อยสดชื่น ให้ใส่น้ำแข็งจะทำให้กระชุ่มกระชวย หรือคนที่พึ่งฟื้นจากไข้ ไม่อยากรับประทานอาหาร  ดื่มน้ำมะนาวแทนก็ได้ หากท่านใดไม่ชอบดื่มแบบชง ก็นำมะนาวไปปั่นแทน

                        

            มะนาวทำให้ผิวพรรณสดชื่น 

                   

      ผู้หญิงหรือผู้ชายที่ใส่ใจเรื่องผิวพรรณให้ใช้มะนาว ทาผิวจะทำให้ชุ่มชื่นไม่แตกกร้าน  เป็นสิวก็สามารถแก้ได้ ยิ่งสิวที่ไม่อักเสบเป็นหนอง หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำสบู่อย่างอ่อนแล้ว ผ่ามะนาวทาที่เป็นสิวจนแล้วทิ้งไว้สัก 10-20 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสบู่ ทำอย่างนี้สัก 15 วัน  สิวหายได้ เพราะน้ำมะนาวมีสภาพกรดอ่อนๆ ทำให้เนื้อเยื่อที่ตายแล้วหลุดออก ลดการอุดตันของรูขุมขน กรดอ่อนๆของมะนาวจะช่วยกำจัด เชื้อโรค และไขมันบนใบหน้า

                  

                  มะนาวมีวิตามินซี ฯ

 

             

 

 

      มะนาวมีสารที่สำคัญคือ เอชเปอร์รินตินและนาจิริน ที่มีฤทธิ์แก้อักเสบ และน้ำมันหอมระเหยที่ช่วยแก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ วิตามินซี และกรดซิตริก ช่วยให้หลอดเลือดแข็งทนทานไม่เปราะง่ายวิตามินซี ช่วยป้องกันเลือดออกตามไรฟัน  ช่วยป้องกัน และต้านทานโรค ช่วยแก้หวัด กรดซิตริก มีฤทธิ์ลดไข้ แก้กระหายน้ำ ทำให้ร่างกายสดชื่น ช่วยขับปัสสาวะ และกรดซิตริกที่มีอยู่ในมะนาวยังเป็นยาสมานอย่างอ่อนๆ จึงมีส่วนลดอาการอักเสบ ป้องกันเชื้อโรคที่ทำลายผิว ลดความมันบนใบหน้า

          

             มะนาวคือยาแก้ไอที่สุดวิเศษ

 

 

             

 

    นำน้ำมะนาว น้ำเชื่อม หรือ  น้ำตาล น้ำสุก อย่างละ 1 ส่วน ใส่เกลือสักนิด ผสมให้เข้ากัน ใช้จิบเวลาไอ เจ็บคอ หรือมีเสมหะติดคอ จิบที่ละน้อยบ่อยๆ จะได้ผลเป็นอย่างดี เพราะยาจะออกฤทธิ์ที่คออย่างสม่ำเสมอหากจิบที่ละมากๆ ยาจะไปแผลงฤทธิ์ที่ท้องแทน ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน บ้วนปากบ้างเมื่อจิบแล้วมีอาการแสบคอ แสดงว่า น้ำมะนาวที่ดื่มมีความเข้มข้นจนเกินไปให้เติมน้ำอีกสักนิด การทำน้ำมะนาวแก้ไอ แก้เจ็บคอ ให้เติมส่วนผสมตามความชอบแล้วแต่ชอบแบบไหน

ข้อควรระวังคือ ไม่ควรใส่น้ำร้อนเพราะน้ำร้อนจะทำลายวิตามินซีในมะนาว

 

                มะนาวใช้แก้ไอออกเลือด

 

           

 

     นำน้ำผึ้ง1 ช้อนชา มะนาว 3 ลูกเกลือป่น 1 ช้อนผสมให้เข้ากัน แต่ให้มีรสเปรี้ยวเค็มหวาน ทานบ่อยๆจะช่วยแก้ไอออกเลือด

    หรือนำมะนาว108 ใบเบี้ยจักจั่น 11 ตัว ปูนขาวหนักประมาณ 4 บาท ให้คั้นน้ำมะนาวใส่เบี้ยจักจั่นและปูนขาวผสมกันดองประมาณ 4 คืน นำมาทานครั้งละจอกชา ช่วยแก้ไอออกเลือด           

                     

    การดองมะนาว 4 วิธี

 

                                                   

                   

       1. มะนาวดองน้ำปลา 

 

     ต้มมะนาวให้เดือด สักพักยกลง แล้วตากให้แห้งจากนั้นนำมานึ่ง นึ่งเสร็จแล้วนำมาตากทำอย่างนี้ประมาณ 3 ครั้ง เมื่อแห้งดีแล้วนำมาใส่ขวดโหล เทน้ำปลาใส่ให้ท่วมปิดฝาให้แน่น เก็บไว้ประมาณ 30 วัน เมื่อครบกำหนดนำออกมารับประทานได้มีรสเปรี้ยวเค็มหอมอร่อย

                   

    2.  มะนาวดองเกลือ

 

      ล้างมะนาวให้สะอาดหมักทั้งเปลือกไว้ 3 วัน ล้างให้สะอาดอีกครั้งหนึ่งแล้วนำไปตากแดด 3 แดด จากนั้นก็ต้มน้ำเกลือให้เข้มข้น กรองให้สะอาด แล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็น  จึงเอามะนาวใส่โหลเทน้ำเกลือลงในขวดโหล ปิดฝาให้สนิท ทิ้งไว้ 20-30 วัน จึงรับประทานได้

                  

    3. มะนาวดองเค็ม

 

     นำมะนาวมาล้างให้สะอาดผึ่งให้แห้งเทเกลือลงในขวดโหลชั้นที่หนึ่งก่อนแล้ว  วางมะนาวเรียงลงในไปโรยเกลือให้ท่วมมะนาว  ทำอย่างนี้จนเต็มขวด ปิดฝาอัดให้แน่น ดองไว้นานสัก 2-3 เดือน แล้วนำออกมารับประกอบอาหารได้ตามต้องการ 

                  

   4.  มะนาวดองหวาน

 

     ล้างมะนาวให้สะอาดหมักเกลือทิ้งไว้ 3วัน แล้วนำมาล้างอีกครั้งเพื่อนำไปนึ่งแล้วนำไปตากแดดอีก 3 แดด เคี่ยวน้ำตาลให้มีความเข้มข้นแล้วตั้งทิ้งไว้ให้เย็น เมื่อเห็นว่าน้ำเชื่อมเย็นดีแล้วก็เอามะนาวใสขวดโหลเทน้ำเชื่อมลงไปให้ท่วมมะนาวปิดฝาให้แน่นทิ้งไว้ 20-30 วันจึงนำมารับประทานได้   

 

* มะนาวควรใช้ให้ถูกต้องเพราะมะนาวก็มีข้อเสีย เหมือนกัน คือ คนที่ดื่มน้ำมะนาวมากๆจะทำให้ฟันผุได้เพราะ มะนาวมีกรดซิตริก เมื่อดื่มน้ำมะนาวแล้วควรบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด                  

 

 ขอบคุณจากหนังสือเคล็ดลับสมุนไพรไทยเรียบเรียง

โดยคุณสุทธิชัย ปทุมล่องทอง

และขอบคุณภาพมะนาว จากบันทึกของ

อาจารย์สามารถ เศรษฐวิทยา   และ จากอินเตอร์เน็ต    

               

          มะนาว

 

- ใบ   รสปร่าซ่า สรรพคุณ กัดฟอกเสมหะ และระดู ใช้ในพิกัด 108 ใบ  

- ราก  รสขื่นจืด สรรพคุณ ถอนพิษไข้กลับซ้ำ

         ฝนกับสุราทาฝี แก้อักเสบ แก้ปวด      

- น้ำในลูก  รสเปรี้ยว  สรรพคุณ กัดเสมหะ แก้ไอ

    ฟอกโลหิตทำให้ผิวงาม แก้เลือดออกตามไรฟัน 

 

(จากหนังสือ ตำราแพทย์แผนโบราณทั่วไป สาขาเภสัชกรรม โดยกองการประกอบโรคศิลปะ สำนักงานงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข)

 

    

 

                การแปรรูปมะนาว

            น้ำมันหอมระเหย"Lime"

   การผลิตน้ำมันหอมระเหยนั้น จะต้องมีเครื่องสำหรับกลั่นน้ำมันหอมระเหย 1 เครื่องซึ่งอ.สุรัตน์วดี จิวะจินดา นักวิจัยชำนาญการ ได้วิจัยเรื่อง"การกลั่นน้ำมันหอมระเหยจากมะนาวและการแปรรูเป็นผลิตภัณฑ์พร้อมใช้ "ได้คิดค้นขึ้นมาและจดสิทธิบัตรเรียบร้อยแล้ว

 

   วิธีทำ

  เลือกมะนาว ที่แก่จัดแต่เปลือกยังมีสีเขียวอยู่หากใช้มะนาวที่เปลือกสีเหลืองแล้วจะมีกลิ่นหอมน้อยกว่าล้างมะนาวให้สะอาดแล้วปอกผิวมะนาวเป็นวงกลมของลูกจนหมด มะนาวที่ปอกเปลือกแล้วนำไปคั้นน้ำทำมะนาวพร้อมปรุงหรือมะนาวผงได้

 

      มะนาว 1500 ลูก จะได้เปลือกมะนาว 9-10 กก.ผลิตน้ำมันหอมระเหยได้ 150 ซีซี หรือ เปลือกมะนาวจะมีน้ำมันหอมระเหย 1.5-2%

 

      ใช้น้ำ 12 ลิตร ใส่ลงไปในหม้อกลั่นอัดวัตถุดิบให้แน่นใช้เวลาในการกลั่น 5-6 ชั่วโมง เมื่อได้น้ำมันหอมแล้วต้องบรรจุไว้ในขวดทึบแสงและปิดฝาทิ้งไว้อย่างน้อย 2 เดือนให้กลิ่นของน้ำมันคงที่ จึงจะนำมาใช้ได้ หากใส่ขวดโปร่งแสงน้ำมันหอมระเหยจะระเหยได้และไม่จำเป็นต้องแช่ในตู้เย็น

 

     เปลือกมะนาวจะต้องใช้เปลือกมะนาวสดๆปอกเสร็จแล้วต้องกลั่นเลยทันที หรือต้องแช่เย็นเพื่อรักษาน้ำมันไว้ไม่ให้ระเหยไปหมด  น้ำมันหอมระเหย นำไปเป็นส่วนผสม เช่น โลชั่น  สบู่ ฯ

 

     และนำไปใช้เรื่อง"อโรมาเธอราปี"หรือ "สุวคนธบำบัด"คือการบำบัดโรควิธีหนึ่งโดยการใช้กลิ่นหอมของน้ำมันหอมระเหย

 

        เรื่องการกลั่นน้ำมันหอมระเหยจะต้องเห็นของจริง สนใจติดต่อได้ที่ งานวิจัยสภาวะแวดล้อม ฝ่ายปฏิบัติการวิจัยและเรือนปลูกพืชทดลอง สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมก.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขต กำแพงแสน จังหวัดนครปฐม

 

  (ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์คอลัมน์ ช่องทางทำกิน )

 

   

 

    หากอยากกินมะนาวหวานๆ อย่างธรรมชาติในปากจากเปรี้ยวสุดๆเป็นหวานเจี๊ยบ โดยไม่ต้องใส่น้ำตาลหรือน้ำผึ้ง ฯให้กินผลมหัศจรรย์ก่อนแล้วตามด้วยน้ำมะนาวสดๆ หรือผลไม้เปรี้ยวทุกชนิด จะหวานหมด   

      

    

 

 ต้น Miracle เป็นไม้พุ่ม ออกลูกดกมาก หาซื้อได้ที่ตลาดขายต้นไม้  ถ้าปลูกมากเก็บขายได้ เป็นผลไม้ชนิดหนึ่ง ไทยตั้งชื่อ  มหัศจรรย์

 

    

 

   ตัวอย่าง กานดาปลูกในเนื้อที่จำกัดก็ออกลูกค่ะ ชอบอากาศร้อนชื้นแดดรำไร


 *หมายเหตุ...รวบรวบข้อมูลลงบันทึก เพื่อช่วยเผยแพร่ ประโยชน์ของมะนาว จากหนังสือ ของ กานดา น้ำมันมะพร้าว    

  

 เชิญอ่าน สรรพคุณภูมิปัญญาไทย

ประโยชน์จากมะนาว บันทึกที่ 2 

จากหนังสือ ตู้ยาแผนโบราณ  คลิกไปชมต่อนะคะ

 

http://gotoknow.org/blog/kanda02/367826

 

 ด้วยความปรารถนาดี   กานดา แสนมณี

                  

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: อาหารเพื่อสุขภาพ ภูมิปัญญาไทย มะนาว กานดาน้ำมันมะพร้าว 
· หมายเลขบันทึก: 367798 · เขียน:  
· ดอกไม้:
3
 · ความเห็น:
13
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
นายนะ
เขียนเมื่อ Sat Jun 19 2010 17:40:08 GMT+0700 (ICT)

โห ได้ความรู้ทั้งสรรพคุณ และถาษาถิ่น เลย นะครับเนี่ย

กานดาน้ำมันมะพร้าว
เขียนเมื่อ Sat Jun 19 2010 20:56:13 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณนะ

         ค่ะมะนาวตอนแรกก็ไม่ทราบว่าจะมีหลายชื่อ พอลงบันทึกก็ได้ทราบไปด้วย  มีประโยชน์ การสอนบอกภูมิปัญญาไทยของเราด้วยค่ะ

                               

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Sat Jun 19 2010 21:17:01 GMT+0700 (ICT)

ชอบกินมะนาวดองเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยมีคนทำนะครับ เอาไปใส่ต้มฟักไก่อร่อยมาก อันนี้ความรู้ใหม่ครับ

ปกากะญอแถวเมืองกาญจนบุรี เรียกมะนาวว่า มะโหน่งกลยาน

นายสามารถ เศรษฐวิทยา
เขียนเมื่อ Sun Jun 20 2010 07:16:00 GMT+0700 (ICT)

ครั้งหน้าเปิดฝึกอบรม มะโหน่งกลยาน แน่ครับ

นายสามารถ เศรษฐวิทยา
เขียนเมื่อ Sun Jun 20 2010 07:24:18 GMT+0700 (ICT)

มะนาวที่บ้านใครหนอ ดกดีจริง แม่คงเก็บหมดแล้วแหงๆๆ ขอบคุณพี่กานดามากครับ

ถ้ามีข้อมูลการแปรรูปมะนาว คงต้องขอรบกวนพี่กานดาอีกน่ะครับ จะได้ช่วยเกษตรกรด้วยกันครับ

กานดาน้ำมันมะพร้าว
เขียนเมื่อ Sun Jun 20 2010 10:54:59 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอ.ขจิต

     เริ่มดองมะนาวกันนะคะ มีสูตรแล้วพี่ดาก็จะดองแบบหวานไว้สักโหลค่ะ ถ้าอยู่บ้านสุพรรณคงไปเก็บที่บ้านอ.สามารถกับคุณครูป.1 มาดองค่ะ คุณพ่อคุณแม่ท่านคงใจดีไม่ว่าอะไร จะได้มะนาวสดๆ ปลอดภัยดี  พอครบกำหนดเวลาดอง ต้องอร่อยแน่ๆ

                         

กานดาน้ำมันมะพร้าว
เขียนเมื่อ Sun Jun 20 2010 11:04:27 GMT+0700 (ICT)

ค่ะอ.สามารถ เวลาอบรมก็เอ่ยชื่อแปลกๆของมะนาว ได้เลย จะได้ทราบการเรียกตามท้องถิ่นนั้นๆ  ชื่อแต่ละชื่อไม่น่าจะเป็นมะนาวเลยนะคะ มะนาวต้นที่พี่ดาปลูกออกดอกบานแล้ว มีหนอนมากินด้วยนะ ใช้อะไรฉีดหรือรดดี หน้าฝนหนอนมากนะคะ

                               

        

นายสามารถ เศรษฐวิทยา
เขียนเมื่อ Mon Jun 21 2010 06:38:17 GMT+0700 (ICT)

ถ้าบอกเป็นชื่อสารเคมีกลัวโดนดุ ครับ ถ้าบอกเป็นสารสกัดจากธรรมชาติกลัวเอาไม่อยู่ ผมเลยคิดว่าจะหาข้อมูลที่เกี่ยวกับน้ำพร้าวมากำจัดหนอนให้ได้ ฮ่าๆๆๆๆ จัดให้ครับ พี่กานดา น้ำมะพร้าวอยู่แล้ว  

การขยายเชื้อบีที เพื่อลดต้นทุนการผลิต

 

1. ปัญหาผักและสารพิษตกค้าง ผักที่ปลูกในไทยมีปัญหาสารพิษตกค้าง เกิดจากการดูดสารพิษในดิน และการฉีดพ่นสารพิษโดยเฉพาะอย่างยิ่งยาฆ่าแมลง เพราะแมลงทำลายผัก แมลงที่ทำให้ยามากและใช้บ่อยคือหนอนหนังเหนียว หนอนกระทู้ หนอนใยผัก หนอนคืบ การพ่นยาฆ่าแมลงเป็นเหตุให้มีอันตรายต่อผู้ฉีดพ่นยา, คนกินผัก ,สิ่งแวดล้อมและการส่งผักขายต่างประเทศ

 

          2. การลดแมลงศัตรูผักโดยวิธีต่าง ๆ ใช้แสงไฟล่อแมลงออกจากแปลงปลูก , ล่อด้วยกระดาษเหลืองกาวเหนียว , เพาะขยายตัวห้ำ ตัวเบียนกินแมลง , ปรับกรด-ด่างของดินให้ได้พีเอช 5.8-6.3 เพิ่มซิลิกอนที่ละลายได้ให้แก่ดินและใช้เชื้อโรคของหนอนเช่น ไส้เดือนฝอย ไวรัส และบักเตรี บาซิลัส ธูรินเจนสิส หรือเรียกยอๆ ว่า บีที

 

          3. การใช้บีทีสำเร็จรูป มีผู้ผลิตเชื้อ บาซิลัส ธูรินเจนสิส สายพันธุ์ต่าง ๆเพื่อใช้ฆ่าหนอนตามชนิดและสายพันธุ์ที่ระบุไว้ในฉลาก , มีทั้งชนิดผงและชนิดน้ำ , มีหลายบริษัททั้งผลิตในประเทศและนำเข้ามาจากต่างประเทศ ราคาจำหน่ายให้เกษตรกรส่วนมากอยู่ในราคาระดับแพง ตั้งแต่ราคากิโลกรัมละ 500 – 1000 บาท อัตราผสมน้ำมีตั้งแต่ 50-80 กรัมหรือซีซี /น้ำ 20 ลิตร ทำให้ 1 ไร่เสียเงิน 300-400บาท และมักให้ใช้ทุก 3-5 วัน นับว่าสิ้นเปลืองมาก การขยายเชื้อจะช่วยให้ประหยัดได้

 

          4.ขยายเชื้อบีทีด้วยมะพร้าวอ่อน ใช้มะพร้าวอ่อน 1 ผล เจาะเปิดฝาแง้มพอใส่เชื้อลงไปได้ ใส่เชื้อบีที 1 ช้อนชา ( 1ซอง ) ปิดฝาทิ้งไว้ 1-2 วัน นำมาผสมน้ำได้ 20 ลิตร

 

          5.ขยายเชื้อบีทีด้วยน้ำมะพร้าวแก่จากตลาด นำน้ำมะพร้าวแก่จากตลาดมาต้มให้เดือด 5 นาที ช้อนฟองทิ้ง ตั้งให้เย็น ใส่เชื้อบีที 5 ช้อนชา ( 5 ซอง ) ต่อน้ำมะพร้าว 15 ลิตร (ถ้าน้ำมะพร้าวไม่พอเติมน้ำเปล่าจนได้รวม 15 ลิตรก่อนต้ม ) ให้อากาศแบบที่ใช้ในตู้ปลา 24 ชั่วโมง,นำไปผสมกับน้ำได้รวม 100 ลิตร สำหรับฉีดพ่น

 

          6. ขยายเชื้อบีทีด้วยนมข้นหวานและน้ำตาลทราย ใช้น้ำ 15 ลิตร เติมนมข้นหวาน 1 กระป๋อง น้ำตาลทราย 3 ช้อน เชื้อบีที 5 ช้อนชาหรือ 5 ซอง ให้อากาศแบบตู้ปลา 24 ชั่วโมง สามารถใช้ผสมน้ำได้ 100 ลิตรหรือ 5 ปี๊ป

 

          7. ขยายเชื้อบีทีด้วยไข่ไก่สด ใช้น้ำ 15 ลิตร ไข่ไก่ 5 ฟอง เชื้อบีที 5 ช้อนชาหรือ 5 ซอง สเม็คไทต์ 5 ขีด (500 กรัม) น้ำมันพืช 1.5-2 ช้อนชา เป่าอากาศแบบตู้ปลา 24 ชั่วโมง ใช้ผสมน้ำ 5 ปี๊ป ( 100 ลิตร )

 

          8. ขยายเชื้อบีทีด้วยแป้ง อยู่ระหว่างการทดลอง

 

          9. ฉีดพ่นตอนเย็น เพื่อป้องกันเชื้อถูกทำลายด้วยยูวีในแสงแดด

 

          10. ฉีดพ่นเปียกชุ่มโชกเหมือนอาบน้ำ เพื่อให้หนอนสามารถกินเชื้อบีทีที่ขยายออกมาได้มากเท่าที่จะมากได้

 

          11. การเปลี่ยนแปลงในหนอน วันแรกไม่พบหนอนตาย แต่เริ่มเชื่องช้าลง วันที่ 2 หนอนเล็กๆเริ่มตายมาก วันที่ 3-4 หนอนตายเกือบหมด ยกเว้นหนอนตัวโต ๆ แบบหนอนหนังเหนียวตัวใหญ่ แต่หยุดการกินอาหารไม่ทำลายพืชอีก ตามรายงานหนอนจะไม่กลับมารบกวนอีกนับ 20 วันขึ้นไป

 

         หนอนจะกินเชื้อบีทีเข้าไป จึงจะออกฤทธิ์ทำลายแมลง โดยทั่ว ๆ ไปจะทำลายเฉพาะตัวอ่อนของแมลงเท่านั้น เช่น ตัวหนอนหรือลูกน้ำยุงลาย จะไม่ทำลายศัตรูที่เป็นไข่และตัวเต็มวัย ยกเว้นเชื้อบีทีบางสายพันธุ์ที่ทำลายทั้งตัวอ่อนและตัวเต็มวัยของด้วงปีกแข็งบางชนิด เมื่อหนอนกินเชื้อบีทีเข้าไปในกระเพาะ น้ำย่อยในกระเพาะมีฤทธิ์เป็นด่างค่อนข้างสูงจะย่อยสลายสารพิษซึ่งอยู่ในรูป protoxin ให้เป็น active toxin (สารพิษแท้จริง) ซึ่งจะเข้าทำลายเซลล์เยื่อบุผนังกระเพาะอาหาร ทำให้ระบบการย่อยและระบบทางเดินอาหารถูกทำลาย แมลงไม่สามารถกินอาหารได้ เคลื่อนไหวช้าลง ระดับความเป็นกรด-ด่างภายในลำตัวเปลี่ยนแปลงไป ส่งผลให้เป็นอัมพาต ขากรรไกรค้าง สปอร์ของบีทีสามารถไหลผ่านจากรูแผลบนผนังกระเพาะเข้าสู่ระบบเลือด จะขยายทวีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ทำให้โลหิตเป็นพิษ แมลงจะตายในระยะเวลา 2-3 วัน ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับขนาดของหนอนและปริมาณเชื้อที่กินเข้าไป

http://content.weloveshopping.com

 

แต่ถ้าเสียหายมากจนถึงจุดวิฤตต้องด้านล่างนี่เลยครับ ใช้ได้ผลแน่นอน

ห้ามโกรธด้วยนา

http://www.sotus.co.th/product_detail_CHIX.html

คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Mon Jun 21 2010 06:45:54 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

ตอนเป็นเด็ก ๆ เวลาไอจะต้องใช้มะนาวทาเกลือแล้วบีบใส่คอ  และเลือกใช้มาจนทุกวันนี้และบอกต่อค่ะ  ได้ผลดีมาก ๆ ขอขอบคุณน้องดาที่นำประโยชน์ของมะนาวมาบอกเล่าค่ะ

กานดาน้ำมันมะพร้าว
เขียนเมื่อ Mon Jun 21 2010 07:58:19 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอ.สามารถ

         ขอบคุณมากนะคะ หนอน และ มด ช่วยกันอย่างพร้อมเพรียงกินดอกหมดเรียบร้อยแล้ว พี่ดาเห็นมีถามอ.สามารถ หลายคนนะคะที่หนอนกินใบกันอย่างอร่อยแบบไม่เกรงใจเจ้าของต้นมะนาว ปล่อยกินเต็มที่เพราะไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรที่สะดวกและง่าย และเร็วๆ  วิธีที่อธิบายมาดีมากๆสำหรับผู้ปลูกหลายต้นนะคะ   ดีแล้วที่อธิบายค่ะ    ผู้ที่เข้ามาชมประโยชน์หากได้อ่านตรงนี้จะได้ทราบไปด้วยค่ะ ผู้ที่มี 1- 2 ต้น ต้องวิธีง่ายๆ.... เจ้าเชื้อ บีที.... ซื้อน้อยๆได้หรือค่ะ เขาแบ่งขายหรือไม่หรือมีถุงเล็กๆไหม คงต้องไปสอบถามที่ร้านขายก่อนนะ

                       

กานดาน้ำมันมะพร้าว
เขียนเมื่อ Mon Jun 21 2010 08:03:42 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณครูคิม

    ขอบคุณค่ะวิธี ใช้รักษาแก้ไอ  ง่ายและเร็วด้วยนะคะ มีอยู่ในครัวแล้ว บ้านไหนปลูกไว้ก็เด็ดสดๆใช้ได้ทันทีไม่ต้องใช้ยาแก้ไอ ตอนนี้ในตลาดเริ่มถูกแล้วค่ะ 

                                   

                   

สุทธิชัย ปทุมล่องทอง
IP: xxx.87.88.103
เขียนเมื่อ Tue Sep 27 2011 13:28:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ผมแวะมาอ่านบทความที่เผยแพร่ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่นำเรื่องราวสาระน่ารู้ของผมมาเผยแพร่ ให้ผู้อ่านทุกๆคนได้ทราบ การให้ความรู้ เป็นภูมิปัญญา ที่ก่อให้เกิดความลึกซึ้งทางศาตร์ความคิด

กานดาน้ำมันมะพร้าว
เขียนเมื่อ Tue Sep 27 2011 13:51:00 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณสุทธิชัย ปทุมล่องทอง

ดีใจและขอบคุณมากค่ะที่แวะมาทักทาย มึข้อมูลอะไรเพิ่มอีกนำมาเพื่มให้ทุกคนทราบได้เลยนะคะ   เจ้ามะนาว มีความจำได้แม่นมาตั้งแต่เด็กคือ เวลาเตี่ยออกนอกบ้านกลางคืนไปหา กบหรือปลา จะต้องมีมะนาวติดตัวไปด้วยทุกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้งูกัด ก็ยัง งงๆ จนถึงเดี๋ยวนี้ว่ามะนาวอยู่ในกระเป๋า งูได้กลิ่นหรืออย่างไร งูถึงไม่กัด ภูมิปัญญาไทยที่ยังไม่ได้คำอธิบายค่ะ ทราบบ้างไหมค่ะ ว่านำมะนาวไปทำไม?

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์