สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

ไปอบรมวิปัสสนากรรมฐานหลักสูตร 10 วัน ตามแนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า ทีศูนย์ธรรมกมลา ปราจีนบุรี

            เมื่อวันที่ 2-13 มิย.ที่ผ่านมา  ผมได้เข้ารับการอบรมวิปัสสนากรรมฐานในแนวทางท่านอาจารย์โกเอ็นก้า  ที่ศูนย์ธรรมกมลา  จังหวัดปราจีนบุรี  ซึ่งอยู่ในมูลนิธิส่งเสริมวิปัสสนากรรมฐานในพระสังฆราชูปถัมภ์  เป็นหลักสูตรพื้นฐาน 10 วัน (แต่เข้มข้นมาก) นับวันเดินทาง ไปกลับอีก 2 วัน รวม 12 วัน
           ที่อยากจะเล่าให้ฟังวันนี้เพราะครั้งนี้ถือเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เคยอบรมยาวและเข้มข้นอย่างนี้มาก่อน  10 วันอบรมเป็นการปฏิบัติจริงแทบทั้งสิ้น ตั้งแต่ 04.50-21.00น. ปฏิบัติกันอย่างต่อเนื่อง   3 วันแรกเป็นการปฏิบัติอานาปานสติ ให้ดูลมหายใจเข้าออกตรงปลายจมูก(สามเหลี่ยมใต้จมูก) โดยไม่มีการบริกรรมใดใด ใครเคยติดบริกรรมมาก็ต้องปรับใหม่  เพื่อไม่ให้ติดยึดบริกรรม  ให้อยู่กับปัจจุบัน(เกิดสมาธิ+สติ)  3 วันนี้ผมได้ทั้งสมาธิและเกิดสติ  มีปีติเกิดขึ้นหลายอย่าง  แต่ก็ไม่ปรุงแต่ง
         พอฝึกอานาปานสติได้ 3 วัน  รู้สึกตัวว่าเริ่มมีพลังจิตที่กล้าแข็งขึ้นบ้าง  ไม่ปรุงแต่งวอกแวกไปที่อื่น  เขาก็ให้ฝึกวิปัสสนา อีก 7 วัน (ภาวนามยปัญญา) ให้จิตพิจารณาดูกายตั้งแต่ศีรษะลงมาทุกจุดจนถึงปลายเท้า แล้วจากปลายเท้ามาถึงศีรษะ วนเวียนอยู่เช่นนี้  เมื่อเกิดเวทนา(รู้สึก)ตรงจุดใดก็ไม่ต้องปรุงแต่ง(สังขาร)  แต่ให้อุเบกขา  ฝึกบ่อยๆจะลดกิเลสที่เราสะสมลงมาให้น้อยลง ค่อยๆเกิดปัญญาว่าทุกอย่างเป็นอนิจจัง  เรียกว่าจิต(นาม) คือเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ ดูกาย(รูป) ก็คือพิจาณาขันธ์ 5 นั่นแหละ
         10 วันนี้ได้อะไรที่เป็นชีวิตใหม่อย่างไม่เคยพบมาก่อน  ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในจิต และรู้จักตัวเองมากขึ้น  ทำให้เรารู้สึกว่า  ที่เรารู้สึกว่ารู้อะไรมามากมายนั้น  เรารู้แต่สิ่งนอกกาย  แต่ไม่ได้รู้จิต(ใจ)ที่แท้จริงของตัวเองเลย  ตัวเองยังปรุงแต่งแล้วสะสมกิเลสซึ่งเป็นสมุทัย(เหตุแห่งทุกข์)ไว้อย่างหนาเตอะ  ด้วยหลักสูตรการปฏิบัติที่จริงจัง  ยึดหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า คืออริยสัจ4 ใช้มรรค 8 เป็นแนวทาง  นั่นคือต้องครบถ้วนไตรสิกขา  คือมีศีล 5 บริสุทธิ์ คือ 10 วันไม่พูดอะไรกับใคร  ไม่มองหน้ากัน  ทานแต่อาหารมังสะวิรัติ บรรยากาศจึงมีแต่ความเงียบ  ฝึกสมาธิ 3 วันด้วยอานาปานสติ แล้วฝึกปัญญา 7 วัน คือวิปัสสนา ด้วยจิตดูกาย
         แนวทางนี้จึงเป็นวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ หลักคำสอนที่พระพุทธเจ้าค้นพบจึงเป็นสากล  ด้วยเหตุนี้คนที่เข้ามาอบรมจึงมีหลายเชื้อชาติ  ทั้งไทย  ฝรั่ง จีน ญี่ปุ่น ฯลฯ การสอนอาจารย์ก็ไม่พูดมาก  ใช้ซีดีสอนให้ปฏิบัติอย่างเป็นลำดับขั้นตอน  ทุกคนตรงเวลา (เพราะศรัทธา) นิ่งเงียบ  ปฏิบัติๆๆๆ  ศูนย์ที่จัดอบรมก็มีบรรยากาศดีมาก  อำนวยความสะดวกทุกด้านพร้อมสรรพด้วยระบบบริหารจัดการที่อดเยี่ยม  มีธรรมะบริกรอาสาสมัครดูแลให้บริการตลอด และทราบว่าเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกศูนย์ทั่วโลก  ที่สำคัญคือไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใดใด  เพียงแต่เมื่อจบหลักสูตรแล้วก็เปิดโอกาสให้บริจาคเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายให้คนรุ่นต่อไปที่จะเข้าอบรมได้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: วิปัสนากรรมฐาน อาจารย์โกเอ็นก้า 
· หมายเลขบันทึก: 367645
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ดอกไม้:
1
 · ความเห็น:
20
 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
Boo
เขียนเมื่อ Sat Jun 19 2010 11:06:58 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณธเนศ

มิน่าล่ะคะ ห่างหายไปหลายเพลากันเลย มาเรียนรู้ เคยได้ยินชื่อ โกเอ็นก้า แต่เพิ่งทราบว่ามีที่ ปราจีนฯ ด้วย ขออนุโมทนาบุญ นะคะ

ปูก็ยังฝึกอีกมากๆ เลยค่ะ แค่สวดมนต์ให้ได้ครบตามที่ตั้งใจ ฝึกระงับจิตนิ่งๆ เวลาถูกกระทบจากปัจจัยภายนอก นี่ก็ยากเช่นกันนะคะ

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ Sat Jun 19 2010 13:50:20 GMT+0700 (ICT)

กลับจากอบรมวิปัสนาก็มีงานต่อทุกวัน ทั้งกรมอาชีวศึกษา ก.ค.ศ. เลยว่างเว้นไปหลายวันครับ ขอบคุณที่ติดตามบล็อกเสมอ

จุรีรัตน์ คำนวนสิน
IP: xxx.172.209.70
เขียนเมื่อ Mon Jul 19 2010 21:57:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณธเนศ

ยินดีที่ได้รู้จักศิษย์ท่านโกเอ็นกา (เหมือนกัน) ดิฉันได้ไปปฏิบัติธรรมหลักสูตรเดียวกับคุณที่ ธรรมอาภา จ.พิษณุโลก วิธีการสอนแบบเดียวกับที่คุณบอก ได้ความรู้สึกยากที่จะบรรยาย มีความสุขมาก ๆ โล่งใจ ดิฉันไปช่วงที่ กทม.เกิดกลียุค ไฟไหม้กรุง กลับออกมาเหมือนคนตกข่าว แต่ก็ดี ไม่ต้องได้รู้ ได้เห็น สิ่งที่ไม่ดี ไม่งาม และไม่คิดอยากเปิด Web ย้อนหลังเพื่อดูเหตุการณ์ กลับจากการปฏิบัติมีแต่ความเมตตา เคยเกลียดใคร ความเกลียดหมดไปจากหัวใจ อะไรที่อุเบกขาไม่ได้ ก็ปล่อยวางได้เยอะ และอยากจะบอกว่าหลังจากการไปปฏิบัติมีแต่สิ่งดี ๆ เกิดขึ้นในชีวิต ที่เกิดจากธรรมจัดสรร อยากให้หน่วยงานถือเป็นหลักการให้คนในองค์กรได้ไปปฏิบัติ คุณคิดว่าจะเป็นไปได้ไม๊ ถ้าเป็นนโยบายของรัฐไปเลย คนในองค์กรจะมีแต่คนมีศีล มีธรรม รักใคร่ ปรองดองกัน รับรองส่งผลให้องค์กรแต่ละแห่งก้าวหน้าแน่นอน ตอนนี้กำลังอยากจะทำวิจัย ศึกษาความพึงพอใจ การเปลี่ยนแปลงของผู้ที่ได้เคยปฏิบัติตามแนวของท่านโกเอ็นกา อยากเผยแพร่ให้หลาย ๆ คนรู้ว่า เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ไม่ยากเลย จะบอกว่า 10 วัน มันมากไปหรือเปล่า พอเราปฏิบัติได้มันไม่นานเลยนะ มันคุ้มจริง ๆแค่ 10 วัน แล้วรู้ซึ้งถึงธรรมของพระพุทธเจ้า ชอบวิธีปฏิบัติที่ไม่เน้นพิธีการ ทำได้ง่ายจริง ขอให้ตั้งใจจริง ดิฉันอ่านธรรมบรรยาย ทั้ง 10 วัน ก่อนจะไปปฏิบัติ รู้ว่าถูกกับจริตของเรา ไม่ต้องเดิน ไม่ต้องภาวนา อาหารก็อร่อย ที่พักสะอาด ไม่มีเหตุอะไรที่คนจะปฏิเสธว่าไปไม่ได้ คุณว่าจริงไม๊ ทำยังไงจึงจะชักชวนชาวพุทธให้ได้ไปสัมผัสความสุขที่แท้้จริง ดิฉันฟังคำสวดไม่รู้ว่าแปลว่าอะไรบ้าง แต่รู้สึกว่าเพราะเหลือเกิน ชอบฟังมาก ๆ วันสุดท้ายไปซื้อหนังสือที่เป็นคำแปลคำสวด อัศจรรย์จริง ๆ มีแต่คำดี ๆ เช่น ขอให้ความทุกข์ ขอให้ความโกรธจงหมดจากหัวใจ โอ้โฮ...สุดยอดจริง ๆ ไม่ต้องรอถึงสิบวันหรอกนะ แค่ถึงวันที่ห้าก็รู้สึกโล่ง อยากตะโกนดัง ๆ ว่า สุดยอด ยอดเยี่ยม ชั้นหนึ่ง (แต่ห้ามพูด) ก็เลยบอกกับเพื่อน ๆ ที่ไปในวันสุดท้าย คำแรกหลังจากอนุญาตให้พูดได้ อยากจะชักชวนทั้งชาวพุทธและไม่ใช่ชาวพุทธ ครั้งหนึ่งในชีวิตขอให้ไปปฏิบัติ อาจไม่ใช่วันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ แต่เป็น ปีหน้า ปีโน้น ก็ขอให้ได้ไปเถอะ.......ยกเว้น คนที่มีความทุกข์สุด ๆ อยากให้ไปเร็ว ๆ จะได้เกิดสุข เหมือนที่ดิฉันเล่า

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ Wed Jul 21 2010 18:26:15 GMT+0700 (ICT)

อนุโมทนาด้วยครับ ผมเองก็ตั้งใจจะไปอบรมอีกครับ

จุรีรัตน์ คำนวนสิน
IP: xxx.172.214.103
เขียนเมื่อ Sun Sep 26 2010 21:47:43 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณธเนศ

คุณบอกว่าตั้งใจจะไปอบรมอีกนั้น จะบอกว่าดิฉันได้ไปครั้งที่ 2 ในช่วงหยุดวันแม่ เดือนสิงหาคม เพราะศิษย์เก่าไม่ต้องไปครบ 11 วัน ก็เลยไป 9 วัน อยากจะบอกว่าไม่ผิดหว้งเลย ได้ความสุข ความอิ่มใจ และได้มีโอกาสพูดคุยกับคนที่ไปปฏิบัติในวันสุดท้าย มีบางคนบอกว่ามายี่สิบกว่าครั้งแล้ว ส่วนใหญ่จะเคยไปหลายครั้ง โดยเขาเปลี่ยนไปทุกศูนย์ จะเรียนให้คุณทราบว่าดิฉันจะได้ไปอีกเป็นครั้งที่สามแล้วนะคะ คราวนี้ไปที่ธรรมสีมันตะ จ.ลำพูน ช่วง 6-17 ตุลาคม เป็นช่วงปิดเทอมพอดี รอบนี้ลูกชายไปด้วย ดีใจมาก ๆ เพราะเขาสูบบุหรี่แต่เลิกได้เพราะเตรียมตัวเพื่อไปปฏบัติธรรม (ในใจก็ทำใจไว้ว่าเขาจะเปลี่ยนใจพอถึงวันที่ต้องไปเพราะวัยรุ่นติดโทรศัพท์มือถือ แต่เป็นของต้องห้ามสำหรับที่นั่น) ก็ได้แต่ตั้งจิตอธิษฐาน แต่ที่ทำไม่สำเร็จก็คือชักชวนให้สามีไปบ้าง เขาเกษียณปีนี้ (ทำงานอีก 4 วัน) ก็อยากให้เขาพบความสุขที่แท้จริง จะได้ไม่ทุกข์กับการที่รู้สึกว่าจะเป็นคนว่างงาน (แต่เขาไม่เหงาหรอกนะเพราะมีความสุขอยู่กับการปลูกต้นไม้ เช่น สับปะรดสี หม้อข้าวหม้อแกงลิง และอื่น ๆ เยอะแยะไปหมด เห็นว่าจะทำเป็นอาชีพตอนเกษียณนี้แหละ ก่อน ๆ นั้นเป็นคนซื้อมามาก จะเปลี่ยนเป็นคนขายซะที) เพื่อนที่ปฏิบัติธรรมด้วยกันบอกว่าต้องใจเย็น ๆ ไว้ให้ลูกกลับมาแล้วเปลี่ยนแปลงไปเขาอาจศรัทธาขึ้นบ้าง (ลูกชายเป็นคนเกเร อายุเกือบ 25 แล้วยังไม่จบ ป.ตรี เรียนแล้วเรียนอีก ย้ายแผนกไปเรื่อย ๆ ดิฉันทุกข์จนเลิกทุกข์แล้ว) ถ้าลูกชายเป็นคนดีจริง ๆ คงชวนคนอื่น ๆ ไปได้อีกเยอะ หวังว่าคุณจะได้ไปอีกในเร็ว ๆ นี้ (ขึ้นอยู่กับธรรมจัดสรรให้)

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 20:16:21 GMT+0700 (ICT)

อนุโมทนาบุญกับคุณจุรีรัตน์ คำนวนสิน ด้วยครับ ไปฏิบัติด้วยตนเองก็คงไม่รู้หรอก ช่วงวันแม่ผมมีเวลาน้อย ได้ไปปฏิบัติที่ศูนย์ธรรมธานี คลองสามวา กทม. หลักสูตร 3 วัน ก็ได้ต่อยอดมากขึ้น

เกษียณแล้วก็เหมือนการเริ่มต้นชีวิตใหม่ คล้ายกับพ่อบ้านของคุณจุรีรัตน์ สำหรับผมเริ่มชีวิตใหม่หลังเกษียณมา 2 ปีแล้ว และสามารถทำตามเป้าหมายที่ต้นเองวาดหวังไว้ได้ครบถ้วนพอสมควร นั่นคือ "อ่านหนังสือ ปลูกต้นไม้ ไปปฏิบัติธรรม ออกกำลังกาย ไปท่องเที่ยว และช่วยเหลือสังคมตามโอกาสอำนวย" โดยจะไม่ดิ้นรนทำงานหารายได้เพิ่มขึ้นอีก เพราะเท่านี้ก็เพียงพอแล้ว เพราะผมคิดว่า การดำรงชีวิตอย่างพอเพียง พอประมาณ คือบทพิสูจน์คุณค่าของความเป็นมนุษย์ในช่วงชีวิตที่ยังเหลือครับ

จุรีรัตน์ คำนวนสิน
IP: xxx.164.92.26
เขียนเมื่อ Tue Nov 16 2010 13:36:41 GMT+0700 (ICT)

ยินดีกับคุณธเนศที่ได้ไปปฏิบัติต่อยอด อยากจะเล่าถึงระบบราชการของประเทศไทยที่ต้องทำให้คนที่ต้องเกษียณแล้วยังต้องมีอาชีพเสริม ไม่ใช่เพราะไม่ทำตนเป็นคนพอเพียงหรอกนะคะ สามีของดิฉันรับราชการที่แขวงการทางแห่งหนึ่ง สังกัดกระทรวงคมนาคม อายุราชการทั้งหมด ๓๓ ปี เพราะเป็นลูกจ้างชั่วคราวอยู่หลายปี เป็นข้าราชการบำนาญด้วยเงินบำนาญเดือนละ 17,000 บาท เพราะเงินเดือนตันซี 6 (มา 4-5 ปีก่อนเกษียณ)   มีรุ่นพี่ ๆ ที่เกษียณด้วยซี 7 ผ่านมา 3 คน (ซี 7 เป็นตำแหน่งผู้ช่วยแขวงการทาง) ซึ่งต้องเป็นคิวของสามีดิฉันแน่นอน เพราะทำงานอยู่ที่นั่น อาวุโสสูงสุด เรียกว่าตำแหน่งต่อไปต้องได้    ปรากฎว่าปีแรกมีคนไปวิ่งมาจาก กรมทางหลวงชนบท (ซึ่งไม่ใช่คนจากกรมทางหลวง)ปีต่อไป มีรุ่นน้องซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่สามารถในการนำเสนอโดยใช้เทคโนโลยี ปีแรกที่ผิดหวังก็อยากให้สามีเออรีรีไทร์ แต่พอมีคนเกษียณอีกคน ก็คงได้ แต่ผิดหวังซ้ำแล้วซ้ำอีก...อีกแล้ว เพราะเขาไม่ได้สนใจเรื่องอาวุโส เขาต้องการคนรุ่นใหม่ ดิฉันดูข่าวเรื่องการแต่งตั้งข้าราชการ มีการร้องเรียนว่าไม่เป็นไปตามลำดับอาวุโส อยากจะทำจดหมายถึงท่านนายกว่า มันมีทุกวงการนั่นแหละ ไม่ใช่เฉพาะที่เขาฟ้องร้องกันหรอก รอจนสี่ปีก็เกษียณด้วยเงินเดือนตันซี 6  ยังดีที่ดิฉันรับราชการ ถ้าเกิดภรรยาไม่มีรายได้ จะอยู่กันยังไงก็ยังไม่รู้  นายระดับต้นก็เอาใจนายระดับสูง ปีต่อมาคนของนายขอมาก็จัดให้ อาชีพครูยังโชคดี ปีนี้น้องสาวสามีเป็นครูก็เออรี่สองคน (เขาเบื่อเรื่องงานเอกสาร) แต่เขาตันซี 7  ได้บำนาญมากกว่าพี่ชาย ซึ่งทำงานที่แขวงฯ ขณะที่รับราชการ ดึก ๆ มีน้ำท่วมถนน ต้นไม้ล้ม ตำรวจก็โทร.มาตามให้ไปจัดการ เดี๋ยวนี้นอนหลับสบายไม่ต้องกังวล (ดิฉันแอบน้อยใจว่านายของสามีไม่ดูแล ที่สำคัญนายก็เป็นเพื่อนกันมาก่อนด้วยนะ เขาบอกสามีดิฉันว่า ถ้าสนับสนุนสามีดิฉันเดี๋ยวเขาจะว่าช่วยเพื่อน) เวลาเลื่อนตำแหน่งเขาให้เสนอชื่อไป เขาก็เสนอเด็ก ๆ ไป เพราะเด็กรุ่นใหม่เก่งเทคโนโลยีในการพรีเซนท์งาน  ช่วยไม่ได้อยากเกิดก่อนทำไม่ล่ะ แต่สามีดิฉันเขาไม่คิดอะไรมากหรอกนะแต่ดิฉันเป็นคนที่ไม่ชอบความไม่เป็นธรรม  เคยคิดจะทำหนังสือร้องเรียนแต่สามีห้ามไว้ สุดท้ายก็ได้เงินบำนาญนิดเดียว จึงต้องมีอาชีพเสริมด้วยประการฉะนี้ คุณคิดว่าระบบราชการของไทยจะมีหนทางการปรับปรุงให้ดีขึ้นหรือไม่ คุณคิดว่าระบบอาวุโสยังควรใช้หรือไม่ หรือว่าไม่ว่าวงการไหนก็เหมือนกันนั่นแหละ เรียกว่าจะก้าวหน้าหรือไม่  "อยู่ที่เป็นคนของใคร"

ตุ่น
IP: xxx.27.226.50
เขียนเมื่อ Thu Dec 30 2010 19:40:21 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะคุณธเนศ

ได้อ่านข้อความแล้วน่าสนใจมากคะ ตอนนนี้ไม่ได้อยู่เมืองไทย ตุ่นอยู่ที่อังกฤษคะ เืดือนหน้าไปปฏิับัิติแบบเดียวกับคุณธเนศคะ ห่างจากเมืองที่ตุ่นอยู่ประมาณ ๓ ชั่วโมงคะ

จะไปทำงานแล้วคะ แล้วจะมาเล่าให้ฟังว่าทำไมจึงสนใจด้านนี้ ค่อยคุยกันใหม่นะคะ

สมาชิกใหม่

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ Fri Dec 31 2010 18:59:39 GMT+0700 (ICT)

ยินดีด้วยครับ ถึงจะอยู่ไกลก็สามารถทำใจให้เป็นสุขได้ เมื่อเดือน พ.ย. ผมไปอบรมหลักสูตร 10 วัน เป็นรอบที่ 2 และเดือน ก.พ.นี้ จะไปอีก 3 วันครับ

ตุ่น
IP: xxx.27.226.50
เขียนเมื่อ Thu Jan 27 2011 17:31:14 GMT+0700 (ICT)

แต่่ก่อนปฏิบัติสายหลวงพ่อจรัญมาเป็นเวลา ๑๐ ปีคะ แต่ไม่ได้ทำทุกวันนะคะ แต่เมื่อปลายปีที่แล้วปฏิบัติทุกวันคะ ขาดการปฏิบัติในหนึ่งปี แค่ ๓ วันเองคะ ไปงานไทยในอังกฤษ ได้หนังสือของอาจาย์สนอง วรอุไร มาอ่านคะ ทางสายเอก ทำให้ความคิดเปลี่ยน ตั้งจิตอธิฐานขอให้ได้เจออาจาย์หรือสิ่งที่สามารถให้เราเข้าถึงธรรมะได้ เข้าไปอ่านเวปกัลยาณธรรม มีคนเขียนเมล์มาหาอาจาย์สนอง เกี่ยวกับการปฏิบัติกับอาจาย์โกเอ้นก้า สนใจมากเข้ามาหาข้อมูลก่อนที่จะสมัคร เข้าใจบ้างเล็กน้อย หลังจากนั้นก็อัดเรื่องธรรมะบรรยาย ๑๐ วันในคอมมาฟัง หยุดการปฏิบัติแนวหลวงพ่อจัรญ มาเตรียมตัวสายนี้เป็นเวลา ๓ เดือน กลับมาเข้าใจชีวิตมากขึ้นคะ จะพาลูกสาวไปปฏิบัติหลักสูตรของเด็กก่อนคะ ภาษาอังกฤษเข้าใจยากอยากจะกลับไปเมืองไทยเพื่อปฏิบัติ ๑๐ วัน ได้อธิฐานจิตแล้วคะ

แต่มีข้อสงสัยคะอาจาย์ในการแผ่เมตตาควรจะพูดว่าอย่างไรคะ ไม่เข้าใจภาษาอังกฤษมากเท่าไหร่ แล้วไม่เข้าใจว่าในการมองทะลุในตัวเป็นอย่างไร ขอความกรุณาช่วยอธิบายให้หน่อยได้ไหมคะ หรือมีหนังสืออะไรที่พอจะช่วยให้ตุ่นเข้าใจได้มากขึ้น

ขอพระคุณล่วงหน้าคะ

ตุ่น

ตุ่น
IP: xxx.27.226.50
เขียนเมื่อ Sat Feb 05 2011 22:19:59 GMT+0700 (ICT)

ขอโทษด้วยคะคุณธเนศที่ส่งข้อความมาซ้ำกัน เพราะว่าตอนที่ส่งมาคอมบอกว่า ไม่สามารถส่งได้ พอเข้ามาดู ทำไมส่งมาตั้งหลายครั้ง ช่วยอธิบายคำถามให้ด้วยนะคะ

วันที่ ๑๑ นี้จะพาลูกไปเข้าคอร์ทของเด็กคะ ตุ่นไปเป็นบริกร อยากให้เค้าได้รู้การปฏิบัติ ไม่ทราบว่าถ้าเราไม่มีเวลาปฏิบัติตอนเช้าเราจะทำแค่ตอนเย็นได้หรือเปล่าคะ ตามที่อาจารย์บอกว่าต้องทำสองเวลา แต่ตุ่นไม่มีเวลา ตุ่นทำแค่ตอนเย็นอย่างเดียวจะได้ผลหรือเปล่าคะ

ขอบคุณมากคะ
ตุ่น

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ Sun Feb 06 2011 10:56:21 GMT+0700 (ICT)

ขออนุโมทนาบุญกับคุณตุ่นและลูกๆล่วงหน้าด้วยครับ...ผมเองก็ยังงูๆปลาๆครับ  แต่ก็มีใจแน่วแน่ ผ่านหลักสูตร 10 วัน มา 2 รอบ แล้วไปเพิ่มพลังหลักสูตร 3 วันมาแล้วรอบหนึ่ง  วันที่ 17-20 ก.พ.นี้จะไปมี่ศูนย์ธรรมธานี คลองสามวา
     ผมได้ประเมินตนเองไว้ในบล็อก www.gotoknow.org/blog/tanes/417524  ความจริงเขียนเรื่องนี้ไว้หลายบล็อกเหมือนกัน  รวมทั้งได้เขียนบทความตีพิมพ์ในวารสารวิทยาจารย์ด้วย  ถ้าคุณตุ่นมีอีเมลก็แจ้งมา ผมจะส่งบทความให้อ่านเพื่อแลกเปลี่ยนกัน
     คำถามที่ถามมา ถ้าได้ฟังเทปของอาจารย์โกเอ็นก้าตลอดจะเข้าใจ  ในการฝึกวิปัสนาช่วง 7 วันสุดท้าย หลังจากฝึกอานาปานสติ(สมาธิ) 3 วัน โดยใช้จิตพิจารณาร่างกายทุกส่วน เป็นส่วนๆไปตั้งแต่ ศีรษะไล่ลงไปจรดปลายเท้า  แล้วเลื่อนขึ้นมาจากปลายเท้าจนถึงศีรษะ สลับขึ้นลงอย่างนี้  ถ้าพลังสมาธิดีเมื่อผ่านส่วนไหนของร่างกายจะเกิดเวทนา(รู้สึก) ซึ่งจะมีทั้งเบาสบาย และแน่นทึบ(เจ็บ) ไม่ว่าจะเกิดความรู้สึกอะไรก็ไม่ให้ปรุงแต่ง(สังขาร)ให้เกิดกิเลส(โลภะ/โทสะ) แต่ให้วางอุเบกขา(เพียงแค่รู้เท่านั้น) ฝึกบ่อยๆจะทำให้เราลดกิเลสลงได้มากทีเดียว  ที่พระพุทธองค์เรียกว่าเกิดปัญญาเข้าใจในหลักไตรลักษณ์(อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา) ทุกอย่างล้วนเกิดขึ้น ตั้งอยู่และ ดับไป ก็จะไม่ติดยึดให้เกิดทุกข์  เรื่องสำคัญที่ต้องฝึกมากคือการวางอุเบกขานั่นเอง  ฝึกไปก็จะรู้ด้วยตนเอง อธิบายเท่าไรก็คงไม่ลึกซึ้งเท่าปฏิบัติจริงครับ
       ส่วนเรื่องคำแผ่เมตตานั้นวันสุดท้ายอาจารย์จะสอนเอง 
      

ตุ่น
IP: xxx.27.226.50
เขียนเมื่อ Mon Feb 07 2011 16:24:51 GMT+0700 (ICT)

thailand14@ntlworld.com อีเมล์ของตุ่นคะ

ขอบคุณคะ

เล็ก
IP: xxx.87.114.152
เขียนเมื่อ Sun May 01 2011 16:49:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะคุณธเนศและคุณตุ่น

เพิ่งเข้ามาอ่านเพราะกำลังจะสมัครหลักสูตรสติปัฏฐานคะ

ยังไม่เคยมาที่ธรรมกมลาเลย มีเพื่อนเคยมาเมื่อปีที่แล้ว

เล่าว่าที่นี่เก่าแก่และน่าจะเป็นที่แรกของศูนย์ทั้งหมด

สมัครของเดือนตค.ไว้ จะร้อนจะฝนก็ขอลองดูคะ

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ Mon May 02 2011 20:13:28 GMT+0700 (ICT)

อนุโมทนาบุญครับ

หนุ่มเนตร
IP: xxx.52.106.207
เขียนเมื่อ Fri May 18 2012 11:52:24 GMT+0700 (ICT)

เมื่อวันที่3-7พฤษภาคม 2555 ไปช่วยเพื่อนปลูกต้นไม้ที่ ลำพูน ที่สถานปฏิบัติธรรมสีมันตะ สายอาจารย์โกเอ็นก้าเหมื่อนกัน   ที่นั้นเขาจะจัดสรรคที่ดินให้ลูกศิษย์ ได้ปลูกที่อยุ่อาศัยใกล้สถานที่ปฏิบัติธรรมนะครับ  บรรยากาศดีมาก  กลับมาเลยคิดจะไปปฏิบัติธรรมที่ปราจีนบุรีบ้าง  แต่ยังไม่รู้ว่าจะสมัครได้ทางใดนะครับ  ช่วยแนะนำด้วยนะครับ

 อีกอย่างอยากสมัครให้บุตรสาวด้วย อายุ7ขวบ ไม่ทราบเขามีหลักสูตรปฏิบัติธรรมสำหรับเด็กบ้างหรือเปล่า    คิดว่าถ้าเราปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็กจะดีกับตัวเด็กเองมากกว่าเพื่อเราลาจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร เขาจะได้มีที่พึ่งทางใจนะครับ 

 

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ Sat May 19 2012 15:41:38 GMT+0700 (ICT)

อนุโมทนาบุญด้วยที่มีใจสู่ธรรมะ ไปเถอะครับแล้วจะพบความสุขที่แท้จริง สำหรับเด็กจะมีหลักสูตรสำหรับเด็กด้วย สนใจรายละเอียดทุกเรื่องก็เปิดเว็บ gloogle แล้วพิมพ์คำว่า "ศูนย์ธรรมกมลา" ก็จะได้รายละเอียดทุกเรื่องพร้อมใบสมัครได้ทุกศูนย์

ศรินรัตน์ ตั้งบุญนิธิวงศ์
IP: xxx.49.250.57
เขียนเมื่อ Sun Feb 24 2013 21:56:33 GMT+0700 (ICT)

ขออนุโมทนาบุญกับทุกท่านในทางสายธรรมะ



อมราพร
IP: xxx.121.169.232
เขียนเมื่อ Fri Apr 26 2013 22:58:25 GMT+0700 (ICT)

พึ่งกลับจากปราจีนมาเมื่อวันที่ 21 เม.ย.56 นี้ค่ะ กลับมาก็ยังปฏิบัติทุก เช้า-เย็น วันละ 1 ชม.ค่ะ รู้ธรรมะ ไม่เท่าได้ปฏิบัติและเรียนรู้ด้วยตนเอง จริงๆค่ะ อยากให้คนที่เรารักได้ไปปฏิบัติทุกคนค่ะ

ธเนศ ขำเกิด
เขียนเมื่อ Sat Apr 27 2013 09:05:23 GMT+0700 (ICT)

อนุโมทนาด้วยครับ ขอให้ปฏิบัติให้ต่อเนื่องนะครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น