ไปงานศพคนป่วยจากจากโรคไหลตาย

 โรคที่น่ากลัว 

 

 

     เมื่อ  2- 3 วัน  ที่ผ่านมาครูจ่อยได้ไปงานศพญาติพี่น้องท่านหนึ่ง เขาตายเพราะ "โรคไหลตาย"

โรคไหลตาย

 

 

 

 

 ชื่อโรค     -โรคไหลตาย (Sudden Unexplained/Unexpected Death Syndromes)ชื่อย่อ  -SUDS
อยู่ในกลุ่มประเภท -ปัจจุบันเชื่อว่าเป็นกลุ่มโรคที่เรียกว่า "Brugada Syndrome"
ผู้ค้นพบ  -โรคนี้รู้จักครั้งแรกในปี 1992 โดย Pedro Brugada
สาเหตุของการเกิดโรค -เกิดจากการที่หัวใจเต้นผิดจังหวะร้ายแรง (ชนิด Ventricular Fibrillation) อันนี้ยืนยันจากผู้ที่รอดชีวิต (มารพ.ทัน) และ ผู้ป่วยที่ได้จากการวิจัย แต่ทำไมจึงเกิด หัวใจเต้นผิดจังหวะชนิดร้ายแรงขึ้น ทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจ ตรงนี้ยังมืดมนอยู่ 
 สิ่งที่คาดว่าเกี่ยวข้องกับโรคไหลตายคือ สารโปแตสเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ ซึ่งสาเหตุอาจเกิดจากพันธุกรรม อาหาร ยาหรือสารที่ใช้ สารโปแตสเซียมนี้มีความสำคัญต่อการนำไฟฟ้าในหัวใจ หาก ต่ำไป หรือ สูงไป ทำให้การนำไฟฟ้าหัวใจผิดปกติ เกิดหัวใจเต้นผิดจังหวะและ เสียชีวิตต่อมา
อาการของโรค   -ผู้ป่วยมักจะแข็งแรงดีมาก่อน เมื่อเข้านอนหลับ ไปสักครู่ เกิดอาการผิดปกติเกร็งกระตุก น้ำลายฟูมปาก และเสียชีวิตต่อมา
วิธีการรักษา -จะเห็นว่าเรายังไม่ทราบสาเหตุของ "ใหลตาย" ชัดเจน ดังนั้น จึงไม่มีการรักษา หรือ พูดอีกแบบว่า "รักษาไม่ได้" แต่จากการที่เราทราบว่าการเสียชีวิตเกิดจากหัวใจเต้นผิดปกติร้ายแรง ดังนั้น เรา สามารถ
  ป้องกันการเสียชีวิตได้ โดยแก้ตรงนี้แทน ปัจจุบันแพทย์จะฝัง เครื่องกระตุกหัวใจ (Implantable
  Cardioverter Defibrillator, ICD) ไว้ที่หัวใจ เมื่อเกิดการเต้นผิดจังหวะชนิด ร้ายแรงขึ้น เครื่องจะปล่อยกระแส ไฟฟ้าขนาดที่เหมาะสมออกไปกระตุก หรือ กระตุ้นหัวใจ ให้กลับมา เต้นตามปกติ อย่างไรก็
  ตาม เครื่องนี้ราคาแพงมาก (ประมาณ 1 ล้านบาท แต่ได้ข่าวว่าราคาเริ่มลงแล้ว แต่อย่างต่ำก็ 5 แสนบาท)
  ดังนั้นแพทย์จะพิจารณาใส่ให้ในผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อ "ใหลตาย" สูงมาก เช่น เคยเป็นมาก่อนแต่ โชคดี
  รอดชีวิต ประวัติครอบครัวเป็น และ ได้รับการตรวจพบว่าหัวใจไวต่อการ เกิดการเต้นผิดจังหวะ เป็นต้น
วิธีการป้องกัน/การปฏิบัติตน -ปัจจุบันยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาด ส่วนการป้องกันเท่าที่ทำได้ คือ พยายาม IDENTIFY ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อ VF (VENTRCULAR FIBRILLATION) ผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งจะมีลักษณะของไฟฟ้าหัวใจเฉพาะใน LEAD V1 ถึง V3 ผู้ที่เคยรอดชีวิตจากการไหลตายมาแล้ว และผู้ที่เป็นโรคหัวใจเป็นลมหมดสติ และมีคลื่นหัวใจไฟฟ้าผิดปกติดังกล่าวสะท้อนความคิดเห็น ข้าพเจ้าสนใจเรื่องนี้เพราะว่าไม่ค่อยได้ยินมาก่อน และประชาชนทั่วไปไม่ค่อยจะเกิดโรคนี้กัน ข้าพเจ้าจึงอยากที่จะศึกษาโรคนี้ให้ลึกซึ้งมากกว่าเดิม จึงศึกษาเรื่องนี้ครับ

  คำถาม     โรคไหลตายเราป้องกันยังไงได้ครับ ?

  คำตอบ     ไม่น่าจะมีวิธีป้องกันนะครับเท่าที่รู้

 

         "ทางที่ดีอย่านอนครับ   ไม่ไหลตายแน่นอน 555"

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ: อันตราย 
 หมายเลขบันทึก: 361565
 เขียน:  
 ความเห็น: 14  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 16:28:56 GMT+0700 (ICT)

ไม่นอนแล้วจะทำไงเนี่ย โหพี่ก็ กลัวโรคกรนแลวตายมากกว่า ฮ่าๆๆๆๆๆๆ

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 16:43:19 GMT+0700 (ICT)
  • โอ้โฮ.!..น้องชายมาแล้ว เบอร์หนึ่งเลยนะครับ
  • ไม่เจ๊อะกันนานคิดถึงจังเลย
  • โรค "นอนกรนตาย"ยังไม่มีหรอกท่าน
  • โรคนอนกรนมีวิธีป้องกันครับง่ายๆน้อง ดร.อยากทราบมั้ย
  • "ก็ใช้วิธีป้องกันแบบเดียวกันแหละครับ....(ไม่นอนให้หลับก็ไม่กรน 555)
นิดหน่อยเอง
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 16:44:03 GMT+0700 (ICT)

วิธีของคุณครูจ่อยจะได้ผลแน่หรือค่ะ

นางสาว นวนใจ ก้านศรีรัตน์
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 16:56:32 GMT+0700 (ICT)

สรุปว่าน่ากลัวเพราะมีสิทธิ์เกิดได้กับทุกคนที่นอน

บุษรา
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 19:41:02 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ
  • แวะมาเยี่ยมเยียนกันค่ะ สบายดีนะค่ะ  พร้อมกับมาเชิญชวนไปชม "สุดยอดส้วม...โรงพยาบาลพะโต๊ะ"
  • ขอบคุณค่ะ
KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 21:45:39 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับคุณครูนิดหน่อยเอง
  • ก็โรคไหลตายเกิดจากการนอนหลับ
  • แต่ถ้าไม่นอน หรือนอนไม่ให้หลับก็ไม่น่าจะไหล(หรือใครมีวิธีที่ดีกว่านี้วานบอกพี่น้องชาว G2K หน่อยนะครับ)
  • โชคดีมีสุขครับคุณครู
KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 21:47:20 GMT+0700 (ICT)
  • ก็คงจะแบบนั้นหละมั่งคุณครูนวนใจ 555
พรชัย
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 21:52:41 GMT+0700 (ICT)

แต่ก่อนฮิตนะโรคนี้ที่สิงคโปร์ ก็คนไทยนี่แหละ

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 21:56:49 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับน้องบุษรา
  • จะไปดูส้วมคุณหมอว่าจะเหมือนส้วมคุณครูมั้ย555
  • ว่าแล้วไปเดี๋ยวนี้เลย....
KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 22:14:41 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบพระคุณท่าน ผอ. มากๆ
  • ที่แวะมาเยี่ยม
  • พึ่งกลับมาจากไปเยี่ยมน้องบุษราไปดูส้วมคุณหมอมาท่านนผอ.ไปเยี่ยมชมหรือยัง
  • โอ้ย! คุณครูจะต้องนำไปเป็นตัวอย่างหล่ะครับสะอาดจริงๆ
  • โชดีนะครับ
มนัสดา
เขียนเมื่อ Fri May 28 2010 01:15:58 GMT+0700 (ICT)

เรียนพี่ครูจ่อย

แหม! ประทับใจตอนจบมาก นี่แหละคือ คำตอบสุดท้าย งั้นพวกเรามารวมพลังกัน นั่งเขียนบล็อกกันทั้งวันทั้งคืนดีไหมคะ วันนี้น้องคุณยายน่าจะชนะเพราะตี 1 กว่าแล้วไม่มีท่าทีว่าจะง่วงเลย คนแก่ก็งี้แหละ นอนน้อย เพราะนอนมาเยอะแล้ว อิอิ

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Fri May 28 2010 10:06:55 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับน้องคุณยาย
  • นี้ก็ไม่ไหวเหมือนกันถ้าเล่นแบบไม่นอนเลย
  • เดี๋ยวโรควูบมาเยี่ยม   ก็แย่อีกแหละครับ
  • งั้นก็เดินทางสายกลางอย่างพุทธโอวาทกล่าวไว้ก็แล้วกัน จะได้มีปัญหาน้อยลง
  • โชคดีมีสุขนะครับ
นักรบ ปิ่นเกล้า
เขียนเมื่อ Wed Jun 02 2010 15:17:49 GMT+0700 (ICT)

โรคไหล ตาย ถ้าไม่ไหล..ก็ไม่..ตาย

สารโปแตสเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ เป็นสาเหตุหรือครับ ถ้าอย่างนั้นกินกล้วยดองน้ำผึ้ง ก่อนนอนทุกคืนท่าจะดี

KRUJOY (ครูจ่อย)
เขียนเมื่อ Sat Jun 05 2010 21:30:57 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณครับคุณ จ่าหมอ
  • ที่แวะมาเยี่ยม มาทักทาย
  • โชคดีมีสุขเช่นกันนะครับ
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า