สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ครูอัตราจ้าง

จากคำถามที่ทรงคุณค่ายิ่งของคุณรักษ์ ปริกทอง ซึ่งได้ให้โอกาสให้ผมได้คิดและตอบคำถามที่มีประโยชน์เช่นนี้ ผมจึงขออนุญาตนำคำถามและคำตอบมาบันทึกไว้เพื่อเติมเต็มและต่อยอดต่อไป...


 

กราบเรียนท่านอาจารย์

ผมเป็นคนหนึ่งที่เคารพคุณครู ดุจพ่อแม่ อยากเห็นคุณครูมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นตัวอย่างของสังคม แต่ทุกวันนี้ในสังคมไทยมีปัญหามากมายเกิดขึ้น ปัญหาหนึ่ง ที่ผมเห็นว่ามีความสำคัญ แต่ในความเป็นจริงผมไม่เคยเห็นว่านักการศึกษาทั้งหลาย จะสนใจปัญหาเรื่องนี้เลย

เรื่องที่จะพูดถึง คือ ครูอัตราจ้าง ผมเห็นว่า นักการศึกษาให้ความสำคัญเรื่องนี้น้อยมาก หรืออาจจะไม่เคยให้ความสำคัญเลยก็ได้ ครูอัตราจ้างต้องมาสอนเด็กให้มีความรู้ ให้เป็นอนาคตของชาติ แต่ชีวิตครูอัตราจ้างกลับไม่มีอนาคต แล้วจะสอนให้เด็กมีอนาคตได้อย่างไรกัน ปัญหาเรื่องการศึกษาของเมืองไทย ผมมีความเห็นว่า ไม่ได้ช่วยให้สังคมไทยดีขึ้นเลย ทุกวันนี้คุณภาพของคนยิ่งแย่ลงทุกวัน ความเหลือมล้ำทางสังคมไม่มีทางที่จะลดลง เราคงจะไม่อาจคาดหวังอะไรได้ นอกจากตัวใครตัวมันอย่างนีั้นหรือ

ผมจึงขอเรียนถามอาจารย์ว่า ครูอัตราจ้าง จะมีแนวโน้มอย่างไรในอนาคต ระบบการศึกษาไทยจะดีขึ้นจริงหรือไม่ หรือปล่อยให้นักวิชาการ นักการศึกษา เขาแย่งชิงผลประโยชน์กันต่อไป เราประชาชน (ลูกชาวบ้านยากจน) จงรอคอยเพียงไม้ลูกชิ้น ที่เขาโยนให้ หลังจากที่เขากินลูกชิ้นไปหมดแล้ว (ทฤษฏีไม้ลูกชิ้น) อย่างนั้นไช่ไหมครับ

ด้วยความเคารพที่มีต่อท่านอาจารย์ นายรักษ์ ปริกทอง ชมรมคลังปัญญา ตู้ ปณ.๑๒ ปณ.บางอ้อ กรุงเทพฯ ๑๐๗๐๐


สวัสดีครับคุณรักษ์ ปริกทอง

ก่อนอื่นต้องขออภัยเป็นอย่างยิ่งที่ผมล่าช้าในการตอบคำถามที่ทรงคุณค่าเช่นนี้

เรื่องครูอัตราจ้างนี้เป็นภาพสะท้อนใหญ่ของสังคมไทยซึ่งไม่เฉพาะในแวดวงการศึกษาเท่านั้น

วิชาชีพครูในบ้านเราถือว่าเป็นกลุ่มอาชีพที่ด้อยค่า ซึ่งแตกต่างกับประเทศที่เจริญแล้ว คนที่ประกอบอาชีพครูนั้นจะเป็นวิชาชีพที่มีเกียรติและมีรายได้สูงกว่าอาชีพอื่น ๆ

ในบ้านเราสังคมเด็ก ๆ ที่กำลังจะตัดสินชีวิตว่าเติบโตขึ้นเขาจะเป็นอะไรในอนาคตเขามักแต่ว่าจะเป็นหมอ เป็นวิศวกร ซึ่งเป็นอาชีพที่มีเกียรติและรายได้งาม จากนั้นก็ค่อย ๆ ลดหลั่นลงมาเป็นเศรษฐศาสตร์ คอมพิวเตอร์ บริหารธุรกิจ จนสุดท้ายใครสอบอะไรไม่ได้แล้วถึงจะได้มา "เรียนครู"

ดังนั้นปัญหาที่มาของครูที่จะมาเป็นครูอัตราจ้างนั้นก็เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญ และปัญหาที่เมื่อครูเหล่านี้ออกไปทำงานจริงคือสอนลูกศิษย์หรือผลิตบัณฑิตก็เป็นปัญหาที่สำคัญยิ่งกว่า

เมื่อเหตุปัจจัยหรือ Input ในแง่ทรัพยากรคนที่เข้ามาเรียนรู้ ผ่าน Process ของมหาวิทยาลัยที่เคยผลิตครูได้ดีเยี่ยม ซึ่งปัจจุบันให้ความสำคัญการผลิตครูน้อยมาก เพราะมิใช่รายได้หลักที่จะเลี้ยงมหาวิทยาลัยได้ ครูที่ผลิตออกมานั้นจึงไม่ได้คุณภาพเท่าครูรุ่นก่อน

แต่ทว่าสุดท้ายแล้วตนต้องเป็นที่พึ่งแห่งตน ตัวครูเองต้องเป็นที่พึ่งของตนเอง พื้นฐานชีวิตหรืออุปนิสัยในอดีตที่อาจจะกระตือรือร้นจนสามารถเอ็นทรานซ์ติดในสาขาวิชาอื่น พึงจะต้องปรับเปลี่ยนตนเอง เพิ่มมูลค่าให้ตนเอง (Value Added) ให้ทรงคุณค่ามากขึ้นกว่าที่มหาวิทยาลัยเพิ่มให้ ถ้าครูเพิ่มมูลค่าตัวเองได้ ครูคนนั้นจะเป็นครูดี ครูเพื่อศิษย์

ผมอาจจะกล่าวกับคุณรักษ์ตรงนี้ได้เลยว่า แนวโน้มที่ผู้บริหารการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาลจะกลับมาให้ความสำคัญกับคนที่มีอาชีพครูนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ตลอดชั่วชีวิตของผมนี้ ไม่มีทางที่อาชีพครูจะเลิศหรูกว่าหมอ ทหาร ตำรวจ หรือวิศวกร

ดังนั้นการแก้ไขปัญหาครูอัตราจ้างนี้ต้องเป็นการแก้ไขรายบุคคล (Individual) ใครดี ใครได้ ใครเก่ง คนนั้นก็จะดีดตัวเองให้พ้นจากตำแหน่งครูอัตราจ้างได้

ระบบการศึกษาไทยในทศวรรษนี้ผมคิดว่าไม่มีทางที่จะดีขึ้น มีแต่ที่จะแย่ลง ด้วยสาเหตุเพราะการแย่งชิงผลประโยชน์ทางการเมือง นักการศึกษาเก่ง ๆ เบื่อการเมือง ไม่เข้ามายุ่ง คนที่เข้ามาบริหารกระทรวงศึกษาธิการก็เป็นเพียงคนที่สามารถรับใช้และให้ประโยชน์ต่อตนเองโดยเฉพาะคนที่เขาถูกแต่งตั้งมาเท่านั้น

ดังนั้น แนวโน้มการศึกษาในของการศึกษาขั้นพื้นฐานตั้งแต่มัธยมศึกษาไล่ลงไป ที่ไม่สามารถบริหารแบบอิสระได้ อย่างไรก็มีอัตราในการก้าวหน้าที่ถดถอย เพราะผู้บริหารต้องทำงาน "ตามน้ำ"

ส่วนที่จะพัฒนาได้มากนั้นก็คือ สถานศึกษาในระดับบัณฑิตศึกษา ถ้าหากได้คนดีเข้าไปทำงานทั้งในฝ่ายบริหาร คือ ฝ่ายของอธิการบดี และฝ่ายของสภามหาวิทยาลัยที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ถ้ามหาวิทยาลัยใดมีบุญได้คนที่ดีเข้าไปบริหารในเสาทั้งสองแท่งนี้ มหาวิทยาลัยนั้นจะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

แนวโน้มการศึกษาในทศวรรษข้างหน้านี้จึงกล่าวได้ว่าเป็นการพัฒนาแบบตัวใคร ตัวมัน ใครดี ใครได้ ใครเร็ว ใครเจริญ

การศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยที่เคยมีชื่อว่าวิทยาลัยฝึกหัดครูในทศวรรษหน้านี้ก็ยังคงจะต้องพึ่งพาไม้ลูกชิ้นที่เขาโยนให้ตามที่คุณรักษ์ว่าไว้ คงจะไม่มีทางลืมตาอ้าปาก

เพราะยิ่งดิ้นรนเปิดสาขาต่าง ๆ เพื่อหากำไรเลี้ยงตัวเองมากเท่าใด ความใส่ใจและทุ่มเททรัพยากรไปเพื่อผลิตครูซึ่งเคยเป็นรากฐานสำคัญของมหาวิทยาลัยก็จะเสื่อมและหายไปมากเท่านั้น

ขอบพระคุณสำหรับคำถามดี ๆ ที่ตั้งขึ้นมาเพื่อให้ผมได้คิดในสิ่งดี ๆ เพื่อหาวิธีพัฒนาการศึกษาไทย

 

ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ

๒๓ เมษายน ๒๕๕๓

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: ครูเพื่อศิษย์ ครูอัตราจ้าง ครูดี tqf 
· หมายเลขบันทึก: 353479 · เขียน:  
· ความเห็น:
6
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า
    ครูนิด
    เขียนเมื่อ Sat Apr 24 2010 16:33:28 GMT+0700 (ICT)

    แวะมาให้กำลังใจกับสิ่งดีๆ ที่ท่านหยิบยกมาฝากนะคะ

    ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ
    เขียนเมื่อ Mon Apr 26 2010 14:56:41 GMT+0700 (ICT)

    เราอาจจะใช้เงินจ้างคนให้มาเป็นครูได้ แต่เราไม่สามารถใช้เงินสร้างจิตวิญญาณครูให้เกิดขึ้นในใจของบุคคลผู้นั้นได้

    จุดวิกฤตของการศึกษาคือคนที่สอบไม่ติด ไม่มีอะไรเรียนสุดท้ายต้องไปเรียนครู

    คนที่ไม่มีงานทำ สมัครงานที่ไหนไม่ได้ก็ต้องกลับบ้านไปเป็น "ครู"

    ครูเป็นอาชีพที่ทรงเกียรติ แต่คนไทยกลับมองว่าเป็นอาชีพอันดับสุดท้ายที่จะเลือกทำ

    เรือจ้างที่มีรูรั่ว และไม่มีจิตใจในการที่จะพายเรือลำนั้น จะสามารถส่งลูกศิษย์ให้ถึงฝั่งฝันได้อย่างไร...?

    นายรักษ์ ปริกทอง
    เขียนเมื่อ Thu Apr 29 2010 12:32:45 GMT+0700 (ICT)

    กราบเรียนท่านอาจารย์ ที่เคารพ

    ผมขอขอบพระคุณในคำตอบของท่านอาจารย์ เมื่อผมได้อ่านรู้สึก เศร้าจนน้ำตาไหล มิอาจกลั้นเอาไว้ได้ ผมเคารพคุณครูดุจพ่อและแม่ ผมอยากเห็นอนาคตการศึกษาของชาติดีกว่านี้ แม้ผมจะเป็นคนตัวเล็กๆคนหนึ่งในสังคม ที่ไม่ได้มีความรู้อะไรมากมาย (วุฒิทางการศึกษา) แต่ผมไม่เคยหยุดที่จะแสวงหาความรู้ และคอยหาโอกาสแบ่งปันความรู้ ที่ผมแสวงหามา ให้ผู้อื่นตลอดมา ในนามชมรมคลังปัญญา เพราะผมมีความเชื่อมั่นว่า สังคมจะมีความสุขได้ ต้องเป็นสังคมที่อุดมปัญญา ไม่ใช่สังคมที่มีแต่วัตถุ ในความเป็นจริงผมคิดว่า แม้โลกแห่งการแก่งแย่งจะไม่มีวันหมดไป แต่บุคคลที่เป็นตัวอย่างที่ดีในสังคมมีอีกมากมาย บุคคลที่ที่เสียสละเพื่อประโยชน์ของมหาชนยังมีอีกเยอะมาก แม้ผมอาจไม่สามารถทำได้ทัดเทียมท่านเหล่านั้น ก็ขอเดินตามเท่าที่พึงจะกระทำได้ ผมก็มีความสุขใจอย่างหาที่สุดไม่ได้ ท่ามกลางพายุแห่งกิเลส ก็ยังมีต้นหญ้าต้นเล็กๆที่กล้าจะท้าทายพายุนั้น

    ด้วยความเคารพที่มีต่อท่านอาจารย์ตลอดไป

    ผมขอเป็นลูกของท่านอาจารย์ด้วยอีก ๑ คนนะครับ

    นายรักษ์ ปริกทอง

    เจ้านายน้อย
    เขียนเมื่อ Fri Apr 30 2010 17:05:29 GMT+0700 (ICT)

    ท่านตอบได้ถูกใจยิ่งนัก

    แต่กรุงศรี ไม่สิ้นครูดีดอกครับ

    ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ
    เขียนเมื่อ Sat May 01 2010 07:45:10 GMT+0700 (ICT)

    ความเป็นครูที่แท้จริงนั้นไม่สามารถที่จะไปร่ำ ไปเรียนในมหาวิทยาลัยในโรงเรียน หรือจะไปอบรมสัมมนาที่ไหนแล้วกลับมาจะกลายเป็น "ครูที่ดี" ได้

    ความเป็นครูนั้นขึ้นอยู่ที่จิตที่ใจ อยู่ที่จริต อยู่ที่สันดาน

    คนที่จะเป็นครูได้นั้นจะต้องมีธรรมที่เรียกว่า "พรหมวิหาร ๔" เป็นหลักคุ้มครองใจเสมอ

    คนเป็นครูจะต้องมีความเมตตาต่อศิษย์อย่างไม่มีที่สุดไม่มีประมาณ ครูคือผู้ให้ ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

    เพราะระบบความคิดของคนที่เป็นครูนั้น ถ้าหากคิดว่าจะให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนแล้ว การกระทำไม่ว่าจะในห้องหรือนอกห้องเรียนก็จะเป็นแบบหนึ่ง แบบที่ดี

    แต่ถ้าหากครูคิดหวังแต่ว่าจะมากอบโกยเอาผลประโยชน์กับลูกศิษย์ การกระทำที่ออกมานั้นจะเป็นการกระทำที่ไม่ดี เป็นการกระทำที่เลว

    ดังนั้น ครูจักต้องเป็นผู้ให้เสมอ

    ถ้าใครคิดจะมาเป็นครูเพื่อหวังผลประโยชน์ทางด้านตัวเงินและทรัพย์สินแล้วนั้น บุคคลผู้นั้นไม่ได้ชื่อว่าครูดังแต่ต้นแล้ว

    คนที่จะมาเป็นครูต้องให้ชีวิต ให้ร่างกายและจิตใจของตนเองเป็นลำดับแรก นำร่างกายนี้ อัตภาพอันประเสริฐที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์นี้ ทุ่มเทเพื่อที่จะปลูกฝังความรู้ดี ๆ "ความรู้ที่ถูกต้องตามธรรม" ให้กับลูกศิษย์

    การปลูกฝังโดยคำพูดที่ทำ ๆ กันอยู่นั้น ไม่มีคุณค่าใด ๆ เลยที่จะเทียบเท่าการปฏิบัติปฏิบัติตนเป็นตัวอย่าง เป็นปูชนียบุคคล ให้ศิษย์สามารถนำวิถีชีวิตที่ดี ที่ดี ที่ประเสริฐ ไปวางแผนรูปแบบชีวิตของตนเองได้

    สังคมครูในปัจจุบันนั้นผิดเพี้ยน เพราะคนส่วนใหญ่ไปนิยม "ครูเก่ง" ทอดทิ้ง "ครูดี"

    ครูคนไหนพูดเก่ง สอนเก่ง บรรยายเก่ง จะมีลูกศิษย์ลูกหามาก เพราะเด็กอยากเก่งแบบนั้น เด็กรู้ว่าถ้าเก่งแบบนั้นแล้ว อนาคตจะมีอาชีพที่ดี รายได้งาม

    ครูในปัจจุบันจึงปลูกฝังนิสัยแห่งความโลภ และการมุ่งแต่ที่จะหาผลประโยชน์โดยผ่านการกระทำของตนเอง

    ความคิดของคนที่มุ่งแต่จะหาผลประโยชน์เข้าตัวเอง คำพูด แววตา การกระทำก็จะชี้นำไปในทางที่ผิด ทางที่เลว เด็กสัมผัสได้ รับรู้ได้

    แต่ครูที่ดี ท่านจะอาจหาญและร่าเริงในธรรม ไม่มีกินก็อยู่ได้ อยู่ได้เพราะ "เสพสุข" สุขที่ได้เห็นศิษย์เจริญ ก้าวหน้า ในแนวในทางที่ถูกต้อง

    ครูอัตราจ้างก็เป็นครูที่ดีได้นะ ไม่จำเป็นจะต้องเป็น "ข้าราชการครู" แต่เพียงอย่างเดียว เพราะครูที่ดีนั้นอยู่ที่ตนเอง อยู่ที่การประพฤติ การปฏิบัติ อยู่ที่นิสัยแห่งความเป็นครู

    ถ้าใครตั้งใจที่จะทำงานเพื่อที่ให้กับลูกศิษย์แล้ว บุคคลนั้นไม่ว่าจะทำงานในตำแหน่งหน้าที่ใด อาชีพใด บุคคลนั้นไซร้ได้ชื่อว่า "ครู..."

    นายรักษ์ ปริกทอง
    เขียนเมื่อ Mon May 10 2010 21:37:17 GMT+0700 (ICT)

    กราบเรียนท่านอาจารย์ ที่เคารพ

    ผมรู้สึกถึงความเป็นมงคลของข้อเขียนจากท่านอาจารย์ ผมจะนำสิ่งดีๆ นี้ไปขยายต่อเพื่อสร้างความดีให้แผ่นดิน รวมทั้งตั้งใจจะปฏิบัติดีให้สมกับที่มีครูดีอยู่ใก้ลตัว ผมเชื่อว่า การทำความดีจะทำให้ได้พบแต่สิ่งดีๆครับ

    ด้วยความเคารพที่มีต่อท่านอาจารย์ตลอดไป

    นายรักษ์ ปริกทอง

    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
     ใส่รูปหรือไฟล์