เทอดพระเกียรติ 60 ปี ครองราชย์

ผมขอใช้ Blog เพื่อให้ลูกศิษย์ทุกท่านได้ถวายพระพรให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ แข็งแรงตลอดไป

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): uncategorized km 
 หมายเลขบันทึก: 33310
 เขียน:  
 ความเห็น: 16  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ยม
IP: xxx.9.159.68
เขียนเมื่อ Fri Jun 09 2006 18:47:54 GMT+0700 (ICT)
  เนื่องในวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ไม่มีกษัตริย์พระองค์ใดในโลกจะเสมอเหมือนพระองค์ได้ พระองค์ทรงครองไว้ด้วยทศพิศราชธรรม ดังปฐมบรมราชโองการ เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม ข้าพระพุทธเจ้า  นายยม นาคสุข และครอบครัว ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก จงดลบันดาลให้ พระองค์ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์ ทรงพระเกษมสำราญ พระชนมายุยิ่งยืนนานตลอดกาลนาน ขอให้พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของข้าพระพุทธเจ้าและปวงชนชาวไทยตลอดไป  ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า

นายยม นาคสุข

น.ศ. ป.เอก

รัฐประศาสนศาสตร์ดุษฎีบัณฑิต

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(กทม.รุ่น 2)

ทรงมีพระราชดำรัส รักษาความสามัคคี
IP: xxx.9.159.68
เขียนเมื่อ Fri Jun 09 2006 19:07:19 GMT+0700 (ICT)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัส  ปลาบปลื้มพสกนิกรชาวไทย จัดงานถวายพระพรยิ่งใหญ่ ทรงย้ำให้รักษาความสามัคคีของคนในชาติ ด้วยคุณธรรม

           พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้า เนื่องใน พระราชพิธีมหาสมาคม ความว่า ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางมหาสมาคม พร้อมพรั่งกลุ่มบุคคลจากทุกสถาบันในชาติ ตลอดจนประชาชนชาวไทย ขอขอบใจในคำอำนวยพร และการเฉลิมฉลองที่ทุกคนตั้งใจในคำอำนวยพร และการเฉลิมฉลองที่ยิ่งใหญ่ทุกคนตั้งใจ จัดให้ข้าพเจ้าเป็นพิเศษ อีกทั้งรัฐบาลได้จัดงานครั้งนี้ได้เรียบร้อย และงดงาม น้ำใจไมตรีของประชาชนชาวไทย ที่ร่วมกันแสดงออกทั่วประเทศ รวมทั้งที่พร้อมเพรียงกันมาในวันนี้น่าปราบปลื้มใจมาก เพราะแต่ละคนได้แสดงออกและตั้งใจมาด้วยความหวังดีจากใจจริง จึงขอขอบใจทุกคน จิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคนทุกฝ่าย ทำให้ข้าพเจ้าเห็นแล้วมีกำลังใจมากขึ้น

           นึกถึงคุณธรรมที่เป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคีที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกัน รักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง

           ประการแรกคือการที่ทุกคนคิด พูด ทำด้วยความเมตตามุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน

           ประการที่สอง คือการที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผลทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่นและแก่ประเทศชาติ

           ประการที่สาม คือการที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกาและในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน

           ประการที่สี่ คือการที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุในผล หากความคิดจิตใจและการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในการที่ดี ที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลอยู่ในการในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่าประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้

           จึงขอให้ท่านทั้งหลายในมหาสมาคมนี้ ทั้งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น และถ่ายทอดความคิดจิตใจนี้กันต่อไป อย่าให้ขาดสายเพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งในปัจจุบันและภายหน้า

           ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากลนี้จงคุ้มครองรักษาประเทศชาติไทยให้ปลอดรอดพ้นจากภัยอันตราย ทุกสิ่งและอำนวยความสุขความเจริญสวัสดิดีให้เกิดมีแก่ประชาชนชาวไทยทั่วกัน 

ยม "คุณธรรม นำหน้าพัฒนาสำเร็จ"
IP: xxx.9.159.68
เขียนเมื่อ Fri Jun 09 2006 19:31:15 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ศ.ดร.จีระ และท่านผู้อ่านทุกท่าน 

วันนี้ เป็นวันที่พวกเราชาวไทย ล้วนปิติยินดีกันถ้วนหน้า ที่ได้มีโอกาสรับฟัง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสแก่ผู้เข้าเฝ้า เนื่องใน พระราชพิธีมหาสมาคม พระองค์ท่านเน้นให้พวกเรานึกถึงคุณธรรมที่เป็นที่ตั้งของความรักความสามัคคีที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกัน รักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง" 

                 ประการแรก คือการที่ทุกคนคิด พูด ทำด้วยความเมตตามุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน 

              ประการที่สอง คือการที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผลทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่นและแก่ประเทศชาติ 

              ประการที่สาม คือการที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกาและในระเบียบแบบแผนโดยเท่าเทียมเสมอกัน 

              ประการที่สี่ คือการที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิดความเห็นของตนให้ถูกต้องเที่ยงตรงและมั่นคงอยู่ในเหตุในผลหากความคิดจิตใจและการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในการที่ดี ที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลอยู่ในการในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่าประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้ 

                พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำรัสเพิ่มเติมว่า  ขอให้ประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่าได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่นและถ่ายทอดความคิดจิตใจนี้กันต่อไป อย่าให้ขาดสายเพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขทั้งในปัจจุบันและภายหน้า

(ตอนหนึ่งของพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

9 มิถุนายน 2549 )

 

                นอกจากนี้ พระราชดำรัสที่ทรงประทานให้กับประชาชนคนไทยได้นำไปคิดอ่านในแนวทางของพระองค์ท่านที่ได้ทรงรับสั่งในเรื่อง คุณธรรม 4 ประการ

                แนวทางที่รับสั่งมานี้ เป็นแนวทางที่ทรงเน้นย้ำหลายครั้งในมหาสมาคม เพื่อให้เกิดความความปรองดอง สามัคคี ของคนในชาติ ที่สำคัญในปีนี้พระองค์ทรงตรัสเรื่องลงรอยเดียวกัน โดยมุ่งให้ประเทศไทย ดำรงคงอยู่ตลอดไปได้

                 หากจะพิจารณาหยิบยกเรื่องมาไตร่ตรอง คุณธรรม หมายถึง สภาพคุณงามความดีทางความพฤติและจิตใจ เช่น ความเป็นผู้ไม่กล่าวเท็จโดยหวังประโยชน์ส่วนตนเป็น คุณธรรมประการหนึ่ง

                 คุณ เป็นภาษาบาลีแปลว่า ประเภท, ชนิด

                 ธรรม หมายถึง หลักความจริง หลักการในการปฏิบัติ

                 ดังนั้น อาจอธิบายได้ว่า คุณธรรม คือ จริยธรรมที่แยกเป็นรายละเอียดแต่ละประเภท เช่น เมตตา กรุณา เสียสละ ซื่อสัตย์ อดทน ฯลฯ สิ่งเหล่านี้หากผู้ใดประพฤติปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ ก็จะเป็นสภาพคุณงามความดีทางความประพฤติและจิตใจของผู้นั้น

                 เมื่อพิจารณาดังนี้วันมหามงคลของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ปวงประชาอาณาราษฎร ล้วนตั้งจิตถวายความจงรักภักดี และพระองค์ท่านทรงแสดงความห่วงใยในความทุกข์ของพสกนิกรชาวไทย ทรงมีพระราชดำรัสให้ทุกคน ทุกฝ่ายนำไปคิดปฎิบัติกัน

                 เพื่อให้พระองค์ทรงพระเกษมสำราญ ผมจึงขอเชิญชวนทุกคน ทุกฝ่าย ทุกพรรคการเมือง ในประเทศไทยน้อมนำพระราชดำรัสนี้ไปปฏิบัติให้บังเกิดผล เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรา

สวัสดีครับ

 ยม

 

พลุสดุดี ยิ่งใหญ่อลังการ
IP: xxx.9.159.68
เขียนเมื่อ Fri Jun 09 2006 19:46:35 GMT+0700 (ICT)

 ในหลวงของเราชาวไทย

 

 

เว็บไซต์เครือข่ายโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็นในสหรัฐฯ รายงานวันนี้ (9 มิ.ย.) ว่าประชาชนหลายแสนคนในชุดสีเหลือง มาร่วมชุมนุมกันที่ลานพระบรมรูปทรงม้าในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จากนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร พระที่นั่งอนันตสมาคม เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยเข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล

  ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า พสกนิกรชาวไทยที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และท้องถนนสายต่างๆ พร้อมใจกันโบกธงชาติไทยในช่วงที่ขบวนเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เคลื่อนผ่านพระที่นั่งอนันตสมาคม โดยมีการประกอบพระราชพิธีบวงสรวงสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช นอกจากนี้ซีเอ็นเอ็นยังเสนอข่าวที่พสกนิกรชาวไทยถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขอทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงและเป็นมิ่งขวัญของปวงชนชาวไทยไปตราบนานเท่านาน

ประชาชนแห่ชม พลุชุดสดุดีบารมีเบิกฟ้าประกอบการบรรเลงของวงออเคสตร้า จากสาธารณรัฐประชาชนจีนสุดย่างใหญ่อลังการ ที่สวนเบญจกิติ

โครงการจุดพลุและดอกไม้ไฟ ฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี     ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 9, 10 และ 11 มิถุนายนที่จะถึงนี้      

 

         โดยกล่าวถึงการจุดพลุในโอกาสสำคัญนี้ว่าถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่มีการจุดพลุที่ยาวนานที่สุดในโลกโดยมีศิลปินจุดพลุระดับโลกที่เดินทางมาจุดพลุเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้มีกำหนดจุดนานถึง 3 วัน จำนวนพลุใช้มากถึง 30,000 นัด   รวมมูลค่าหลายสิบล้านบาท ซึ่งเป็นการจุดพลุด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ไร้ควัน มีสีสันสวยสดใส เสียงเบาและเคลื่อนไหวได้ และรับรองว่าในวันจุดพลุนั้นแม้จะมีฝนตกลงมาก็ไม่เป็นอุปสรรคเพราะพลุแต่ละนัดนั้นมีการห่อหุ้มด้วยพลาสติกอย่างหนาแน่น    

   
       มหกรรมจุดพลุและดอกไม้ไฟเพื่อฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี วันที่ 9 มิถุนายน 2549 ที่บริเวณสระน้ำของสวนเบญจกิติ ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งเป็นการจุดพลุในชื่อสดุดีพระบารมีเบิกฟ้า " ประกอบการบรรเลงของวงออเคสตร้า


       พลุที่จะนำมาจุดในครั้งนี้ส่วนหนึ่งผลิตโดยกรมวิทยาศาสตร์ทหารบก ซึ่งเป็นพลุขนาดเล็ก ตั้งแต่ 2–6 นิ้ว จำนวน 5,900 นัด และพลุจากสาธารณรัฐประชาชนจีนอีก 2,000 นัด  โดยมีความสูงระหว่าง 100–200 เมตร  เป็นพลุที่มีจังหวะขึ้นลงตามเสียงดนตรี มีสีสันสดใสและมีชีวิตชีวา เส้นสายสะบัดเข้ากับเสียงดนตรี  อาทิ  มงกุฎเงิน  รูปดาวพระศุกร์  ดาวพระเสาร์  รูปจักรวาลต่าง ๆ เป็นต้น  การจุดพลุทั้งหมดมี 5 ช่วง( ช่วงละ 2 – 3 นาที) โดยมีชื่อดังนี้


       ช่วงที่ 1 พระภูมินทร์แห่งสยาม ดนตรีจะบรรเลงเพลงแสงเทียน จอม่านน้ำฉายภาพตั้งแต่ทรงพระเยาว์ จนถึงก่อนขึ้นครองราชย์


       ช่วงทื่ 2 เถลิงราชย์ บาทบงกช บรรเลงเพลง แผ่นดินของเรา จอท่านน้ำฉายภาพบรรยากาศในพิธีขึ้นครองราชย์และการเฉลิมฉลอง


       ช่วงที่ 3 เย็นศิระเพราะพระบริบาล บรรเลงเพลง สายฝน จอม่านน้ำ ฉายภาพพระราชกรณียกิจต่าง ๆและการเยี่ยมเยียนพสกนิกรในทุกพื้นที่ 


       ช่วงที่ 4 พระบารมีจักรีเกริกฟ้า บรรเลงเพลง ใกล้รุ่ง จอม่านน้ำฉายภาพพระอัจฉริยภาพของพระองค์ในด้านต่างๆ เช่นการกีฬา ดนตรี  

     
       ช่วงที่ 5 สดุดีมหาราชา บรรเลงเพลง สดุดีมหาราชา (มาร์ชราชวัลลภ )        และปิดท้ายด้วยการจุดตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติ 60 ปี สูง 13 x 8 เมตร       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 18.00 ประชาชนชนสวมใส่เสื้อเหลืองเดินทางเข้าไปชมพลุไฟดังกล่าวโดยจับจองพื้นที่ บริเวณสวนเบญจกิติ ซึ่งจะอยู่บริเวณสระน้ำ หลายเป็นสีเหลืองอร่ามไปทั่ว โดยมีประชาชนทยอยเดินทางไปชมหลายหมื่นคนแล้ว แต่ละคนต่างแสดงความตื่นเต้นที่จะได้ชมการแสดงพลุไฟในครั้งนี้

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคุณหญิงพันธุ์เครือ ยงใจยุทธ ภริยา เดินทางมาเป็นประธานในพิธีงานราตรีสดุดีพระบารมีเกริกฟ้า และงานจุดพลุ ดอกไม้ไฟฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งนี้ พล.อ.ชวลิต นำข้าราชการประชาชนร่วมกล่าวสดุดีต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมถวายเครื่องราชสักการะ จากนั้น ขบวนเชิดสิงโต นำคณะลงไปยังบริเวณริมทะเลสาปสวนเบญจกิติ จากนั้น นำร้องเพลงสดุดีมหาราชา จุดเทียนชัยถวายพระพร เริ่มจุดดอกไม้ไฟเวลา 20.30 น. ซึ่งการแสดงจุดพลุดอกไม้ไฟถือเป็นครั้งประวัติศาสตร์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพราะเป็นพลุที่จุดด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง ไร้ควัน สีสันสวยใส เสียงเบา เคลื่อนไหวได้ การแสดงครั้งนี้เป็นการจุดพลุประกอบการบรรเลงเพลงวงออเคสตรา

       พลุมีทั้งหมด 5 ชุด สูงระหว่าง 100-200 เมตร ประกอบด้วย ชุดที่ 1. ชื่อการแสดงพระภูมินทร์แห่งสยาม มีเพลงแสงเทียนบรรเลงประกอบ ชุดที่ 2. เถลิงราชย์บงกช ประกอบบรรเลงเพลงแผ่นดินของเรา ชุดที่ 3. เย็นศิระเพราะพระบริบาล ประกอบบรรเลงเพลงสายฝน ชุดที่ 4.พระบารมีจักรีเกริกฟ้า ประกอบบรรเลงเพลงใกล้รุ่ง และชุดที่ 5. สดุดีมหาราชา บรรเลงเพลงมาร์ชราชวัลลภ ซึ่งการจุดพลุครั้งนี้ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลสาธารณรัฐประชาชนจีน
   

 

ยศพร "ขอพระองค์ทรงพระเจริญ"
IP: xxx.9.159.68
เขียนเมื่อ Fri Jun 09 2006 19:51:46 GMT+0700 (ICT)

คือพ่อชาวไทยในทุกที่
พระเมตตาปราณีทุกเมื่อ
ดับร้อนผ่อนทุกข์ให้สุขเจือ
พระคุณเหลือจะเอื้อนพจน์รจนา
เจ็ดสิบสามพรรษามาบรรจบ
ราษฎร์นอบนบภถวายบังคมก้มเกศา
ขอพระองค์ทรงปกเกล้าชาวประชา
สถิตอยู่คู่ฟ้านิรันดร์เทอญ

  

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ
ข้าพระพุทธเจ้า

ด.ญ.ยศพร นาคสุข
พระมหาสุรวุฒิ คนองมาตย์
IP: xxx.9.159.68
เขียนเมื่อ Fri Jun 09 2006 20:08:05 GMT+0700 (ICT)

ทรงพระเจริญ

    แผ่นดินใกล้สิ้นทุกข์เข้าสู่ยุคสันติธรรม
บารมี ธ ชี้นำพึงจดจำพระปรีชา
เศรษฐกิจแต่พอเพียงละหลีกเลี่ยงแหล่งตัณหา
เลิกหลงใหลโลกาจนลืมค่าความเป็นไทย
แผ่นดินถิ่นทองนี้พืชพันธุ์ดีแหล่งน้ำใส
ข้าวปลาอุดมไปเพราะเพียรไขว่คว้ากล้าทน
สยามจะคืนยิ้มยามท้องอิ่มอย่าฉงน
ด้วยรัฐดูแลชนให้ปลอดพ้นจากปวงภัย
ศีลห้ารักษาเถิดสุขจะเกิดอสงไขย
พุทธศาสน์สถิตใจพร้อมอภัยสละพลี
วัฒนธรรมประจำชาติอย่าให้ขาดเป็นศักดิ์ศรี
เทิดทูนคุณความดีบุพการีทั้งใจกาย
วาระศุภมงคลขอทุกคนทูนถวาย
ตลอดชีวาวายตัดสิ่งร้ายกิเลสตัว
พร้อมกันธันวาห้าเทิดบูชาเจ้าอยู่หัว
ประสงค์ใดใกล้ไกลตัวสำเร็จทั่วดั่งพระทัย

 ขอให้พระองค์ทรงเป็นมิ่งขวัญของข้าพระพุทธเจ้าและปวงชนชาวไทยตลอดไป  

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้าพระมหาสุรวุฒิ คนองมาตย์

 

ร่วมถวายพระพร ในหลวงฯ
IP: xxx.9.159.68
เขียนเมื่อ Fri Jun 09 2006 22:31:40 GMT+0700 (ICT)

  

พ่อหลวง ปวงชน ของชาวไทย ทรงพระปรีชาสามารถ พระองค์ทรงลำบากตรากตรำ ล้วนแต่ทำเพื่อปวงชนชาวไทย เหนือ กลาง อีสาน ใต้ จงพร้อมใจ ร่วมกันถวายพระพร ...ขอทรงพระเจริญ พ่อหลวงของเรา....:)

ทรงพระเจิรญ 

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า บรรดาลูกศิษย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์

ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ยิ่งยืนนาน
IP: xxx.9.159.68
เขียนเมื่อ Fri Jun 09 2006 22:39:14 GMT+0700 (ICT)

ข้าพเจ้าและครอบครัวขอให้พระองค์ทรงมีพระพลานมัยที่แข็งแรงสมบูรณ์ ขอให้พระองค์มีพระชนมายุยิ่งยืนนานและอยู่เป็นพ่อหลวงของเราไปตลอดชั่วกาลนาน

 

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า คณะนักศึกษา นิด้า MPPM 9

เรารักในหลวง
IP: xxx.9.159.68
เขียนเมื่อ Fri Jun 09 2006 22:46:50 GMT+0700 (ICT)

ขอให้พระองค์ทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนนาน อยู่เป็นมิ้งขวัญของประชาชนต่อไปยิ่งยืนนานตลอดกาล และตลอดไป.. เรารักในหลวง

 

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า

นายบันลือ เครือโชติกุล

 

 

Khem
IP: xxx.172.109.175
เขียนเมื่อ Sun Jun 11 2006 20:31:21 GMT+0700 (ICT)
เรารักพระเจ้าอยู่หัวพระองค์ท่านมิใช่เป็นดวงใจของคนทั้งประเทศไทยเท่านั้น พระองค์ท่านเป็นนักพัฒนาที่ยิ่งใหญ่ดังท่านโคฟี อานาน เลขายูเอ็นได้ถวายรางวัลด้านทรัพยากรมนุษย์แด่พระองค์เมื่อเดือนที่แล้ว ขอพระองค์ทรงพระเจริญมีพระชนมายุเป็นมิ่งขวัญแด่พวกเรายิ่งยืนนานตลอดไป นิด้า MPA13 สีคิ้ว DPA1 ม.อุบล ลูกศิษย์ ศ.ดร.จีระ หงส์ลดารมภ์
อรรถสิทธิ์ ตันติวิรัชกุล
IP: xxx.139.204.2
เขียนเมื่อ Tue Jun 13 2006 08:56:06 GMT+0700 (ICT)

ผมมีความรู้สึกว่า ในหลวงทรงเป็นที่รักของชาวไทยทุกคน และทุกๆ คนก็มีแต่ความปรารถนาดีต่อในหลวง และต่อพระราชดำรัสที่มีให้แก่คนไทยทุกๆ คน ผมมีความเชื่อว่ามั่นว่าพระราชดำรัสทุกๆ คำมีความดีมาก โดยเฉพาะ "รู้ รัก สามัคดี" และ "ทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง" ที่จะนำพาชาติบ้านเมืองให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤษได้

เรารักในหลวง

ครอบครัวตันติวิรัชกุล

athasit Tuntiviratkul
IP: xxx.139.204.2
เขียนเมื่อ Tue Jun 13 2006 09:02:10 GMT+0700 (ICT)

ผมมีความรู้สึกว่า ในหลวงทรงเป็นที่รักของชาวไทยทุกคน และทุกๆ คนก็มีแต่ความปรารถนาดีต่อในหลวง และต่อพระราชดำรัสที่มีให้แก่คนไทยทุกๆ คน ผมมีความเชื่อว่ามั่นว่าพระราชดำรัสทุกๆ คำมีความดีมาก โดยเฉพาะ "รู้ รัก สามัคดี" และ "ทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง" ที่จะนำพาชาติบ้านเมืองให้รอดพ้นจากภาวะวิกฤษได้

เรารักในหลวง

ครอบครัวตันติวิรัชกุล

น.ศ. ป.เอก รัฐประศาสนศาสตร์

มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี(กทม)รุ่น 1

กตัญญู แก้วหานาม
IP: xxx.29.7.203
เขียนเมื่อ Tue Jun 20 2006 14:58:44 GMT+0700 (ICT)
เศรษฐกิจพอเพียงเป็นปรัชญาชี้ถึงแนวการดำรงอยู่และปฏิบัติตนของประชาชนในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับประเทศ ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ดำเนินไปในทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ทันต่อโลกยุคโลกาภิวัตน์ ความพอเพียง หมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล รวมถึงความจำเป็นที่จะต้องมีระบบภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งภายนอกและภายใน                ทั้งนี้จะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบและระมัดระวังอย่างยิ่งในการนำวิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผน และดำเนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ นักทฤษฏี และนักธุรกิจในทุกระดับ ให้มีจิตสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ที่เหมาะสม ดำเนินชีวิตด้วยความอดทน ความเพียร มีสติปัญญา และความรอบคอบ เพื่อให้สมดุลและพร้อมต่อการรองรับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและกว้างขวาง ทั้งด้านวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมจากโลกภายนอกได้เป็นอย่างดี                การเป็นเสือนั้นไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน แบบพอมีพอกินหมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ให้มีพอเพียงกับตัวเอง อันนี้เคยบอกว่า ความพอเพียงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกครอบครัวจะต้องผลิตอาหารของตัวเอง จะต้องทอผ้าใส่ให้ตัวเอง อย่างนั้นมันเกินไป แต่ว่าในหมู่บ้านหรือในอำเภอจะต้องมีความพอเพียงพอสมควร บางสิ่งบางอย่างที่ผลิตได้มากกว่าความต้องการขายได้ แต่ขายในที่ไม่ห่างไกลเท่าไรไม่ต้องเสียค่าขนส่งมากนัก                ถ้าสามารถที่จะเปลี่ยนให้กลับเป็นเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ต้องทั้งหมด แม้จะไม่ถึงครึ่งอาจจะเศษหนึ่งส่วนสี่ ก็สามารถที่จะอยู่ได้                การแก้ไขจะต้องใช้เวลา ไม่ใช่ง่าย ๆ โดยมากคนใจร้อนเพราะเดือดร้อน แต่ว่าถ้าทำตั้งแต่เดี๋ยวนี้ก็สามารถที่จะแก้ไขได้

         (พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 40)

ผมขอใช้พระราชดำรัสนี้เป็นการเทิดไท้เฉลิมฉลองการครองสิริราชย์สมบัติครอบ 60ปี ในหลวง อันเป็นที่รักของปวงประชา

กตัญญู แก้วหานาม รป.ด. รุ่น 1 ศูนย์ ม.อุบลฯ

ยม "ทำความดี 30 วัน ถวายในหลวง ของพวกเราชาวไทย"
IP: xxx.9.163.125
เขียนเมื่อ Wed Jun 21 2006 22:35:40 GMT+0700 (ICT)

วันเวลาผ่านไป แต่ความรัก ความเคารพ ความศรัทธา ความจงรักภักดี ที่ข้าพระทุทธเจ้า มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มิได้เสื่อมหรือผ่านไปดังเช่นเวลา 

ในวโรกาสที่พระองค์ท่านทรงครองสิริราชสมบัติครบรอบ 60 ปี ข้าพพระพุทธเจ้า นายยม นาคสุข ขอให้พระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน

 

ทรงพระเจริญ  ทรงพระเจริญ ทรงพระเจริญ

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า นายยม นาคสุข

 

และชอเชิญพี่น้องชาวไทย ร่วมทำความดี ช่วยทำนุบำรุงชาติด้วย ทุนทางความดี ด้วยการทำความดี 30 วัน เพื่อถวายศักการะแด่พ่อหลวงของเรา ดังนี้ 

 

วันที่ 1 เราจะเป็นตัวของตัวเอง พึ่งตนเองให้มาก และทำดีที่สุด

วันที่ 2 เราจะเป็นผู้ที่มีความมั่นใจในการทำความดีอยู่เสมอ

วันที่ 3 เราจะคิดทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยความใคร่คราวญรอบคอบ

วันที่ 4 เราจะให้ความช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อคนอื่น ด้วยความมีไมตรีจิตและด้วยความเป็นมิตรภาพ

วันที่ 5 เราจะยิ่มเสมอ ถึงแม้จะมีปัญหามาเผชิญก็ตาม และมีอารมณ์รู้สึกร่าเริงประกอบไปด้วยเสมอ

วันที่ 6 เราจะอ่านหนังสือ เพื่อเพิ่มพูนทุนทางความรู้ ทุนทางปัญญา และเพื่อความบันเทิงใจ

วันที่ 7 เราจะมั่นคงในความรู้สึก กตัญญูกตเวทีต่อผู้มีพระคณเสมอ

วันที่ 8 เราจะเป็นผู้ที่ตรงต่อเวลา และหน้าที่การงานเสมอ

วันที่ 9 เราจะไม่หวังผลเป็นเลิศจนเกินความเป็นไปได้ ในการดำเนินชีวิตและการงาน

วันที่ 10 เราจะยึดมั่นในสามัคคีธรรม กับญาติมิตรสหายและเพื่อนมนุษย์

วันที่ 11 เราจะเยี่ยมเยียน พบปะสนทนากับเพื่อนฝูง และสะสมทุนทางสังคม

วันที่ 12 เราจะนึกถึงอนาคตของชีวิต ของชาติบ้านเมือง ว่าจะเป็นไปทางใด ควรต้องมีส่วนร่วมปรับปรุงพัฒนาอย่างไร

วันที่ 13 เราจะอ่านหนังสือวิชาการและความรู้ข้ามศาสตร์

วันที่ 14 เราจะซ่อมแซมของที่ชำรุดให้ใช้งานได้ดี

วันที่ 15 เราจะเขียนจดหมาย Email ติดต่อกับญาติสนิทมิตรสหาย

วันที่ 16 เราจะทบทวนพัฒนา แนวทางในการพัฒนาตนเองให้ดีทั้งกาย ใจ

วันที่ 17 เราจะตั้งใจทำกิจวัตรและงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด

วันที่ 18 เราจะไม่ดีใจเกินไปต่อความสุข ความพอใจที่ได้รับ

วันที่ 19 เราจะไม่ทำอะไรเอาแต่ใจ

วันที่ 20 เราจะประหยัด ไม่ฟุ่มเฟืย

วันที่ 21 เราจะมีความห่วงใยในชีวิตของคนในครอบครัว และสังคมประเทศชาติ

วันที่ 22 เราจะอ่านหนังสือ ข่าวสาร ฟังสรุปเหตุการณ์บ้านเมือง สังคม เศรษฐกิจ ทังในและต่างประเทศ

วันที่ 23 เราจะเป็นผู้มีความมานะอดทน ต่อสู้ชีวิต

วันที่ 24เราจะมั่นคงในความซื่อสัตย์สุจริตตลอดชีวิต

วันที่ 25 เราจะช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ผู้ด้อยโอกาส

วันที่ 26 เราจะไม่เสียใจต่อความทุกข์ ความผิดหวังใด ๆ

วันที่ 27 เราจะหมั่นสะสมทรัพย์เป็นสัดส่วนให้ติดเป็นนิสัย ทำอะไรพอเพียง พอประมาณ

วันที่ 29 เราจะรับผิดชอบต่อหน้าที่พลเมืองที่ดี ของชาติ

วันที่ 30 เราจะไม่ยอมให้เพื่อนฝูงลากจูงไปในความเสื่อมเสีย สร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่น

วันที่ 31 เราจะพักผ่อน แต่จะไม่เกียจคร้านในเมื่อมีงานต้องทำ

เฉลิมศรี ฤทธาภัย
IP: xxx.113.55.206
เขียนเมื่อ Wed Jun 28 2006 15:45:28 GMT+0700 (ICT)
“พ่อหลวง” ของปวงชนชาวไทย ตลอด 60 ปีในสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงแสดงให้เห็นด้วยพระองค์เอง ในการทรงงานอย่างหนัก ทรงดำเนินวิถีชีวิตอันเรียบง่ายเช่นเดียวกับพสกนิกร ทั้งทรงเป็นแบบอย่างอันงดงามในพระราชจริยวัตร ในวิธีปฏิบัติแบบไทย ขณะเดียวกันก็ทรงเรียนรู้โลกอย่างกว้างขวางในแทบทุกสาขาความรู้ อันจะยังประโยชน์แก่อาณาประชาราษฎรในพระองค์ได้ ด้วยวัตรในพรหมวิหารธรรม และทศพิธราชธรรม เป็นพระราชกรณียกิจในปริมาณที่มากด้วยคุณภาพจากเนื้อหาอันมหาศาล (http://www.matichon.co.th/matichon/matichon.php มติชน ,9 มิถุนายน 2549) ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ มีพระเกษมสำราญ สุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญชาวไทยตราบนานเท่านาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ ข้าพระพุทธเจ้า นางเฉลิมศรี ฤทธาภัย นักศึกษา รปด.รุ่น 1 ศูนย์ ม.อุบลฯ 28 มิถุนายน 2549
วัชรินทร์
IP: xxx.90.188.227
เขียนเมื่อ Thu Jul 13 2006 16:40:15 GMT+0700 (ICT)

เนื่องในวโรกาสที่พระองค์ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 พรรษา ข้าพระพุทธเจ้า และครอบครัว ขอพระองค์จงทรงพระเจริญ มีพระเกษมสำราญ สุขภาพพลานามัยแข็งแรง มีพระชนมายุยิ่งยืนนาน เป็นมิ่งขวัญชาวไทยตราบนานเท่านาน และหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

 และในโอกาสนี้ข้าพเจ้าขอทำความความดีถวายพระองค์ท่านด้วยการเป็นคนดีของสังคม และนำ "ทฤษฏีเศรษฐกิจพอเพียง" ของพระองค์ท่านเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต

ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

ข้าพระพุทธเจ้า นางวัชรินทร์ เพิ่มกุศล

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า