สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

เด็กไม่ยอมเคี้ยวอาหาร...ทำอย่างไร

ขอบคุณ G2K ที่ทำให้คุณพ่อของเด็กกรณีศึกษาอายุ 3 ขวบ ขอปรึกษากิจกรรมบำบัดสำหรับการเพิ่มทักษะการเคี้ยวอาหาร...โดยผมแนะนำให้หน่วยงานหนึ่งให้บริการเป็นเวลา 3 เดือน พบว่า กรณีศึกษาสื่อสารและเล่นกับนักกิจกรรมบำบัดได้ดี แต่ยังไม่ยอมให้ความร่วมมือกับการเคี้ยวอาหารที่บ้าน...ผมจึงพบกรณีศึกษาเพื่อตรวจประเมินและหาเหตุผลทางคลินิกกิจกรรมบำบัดว่าจะดำเนินการอย่างไร

ดร.ป๊อป: หวัดดีครับน้อง XX วันนี้น้าป๊อปจะชวนน้องมาเล่นเป่าฟองสบู่ เพิ่งซื้อมาเมื่อวาน แต่อยากให้น้องเป่าแล้วนับพร้อมน้าป๊อปว่า ได้กี่ฟอง...

น้อง XX [แรกๆ ดูกลัวๆ แต่ก็มาเล่นเป่าฟองสบู่และถามตอบได้ดี]: ได้ 6 ฟอง ...ได้ 10 ฟอง [แล้วทำท่าหวัดดีและเลียนแบบปรบมือกางข้อศอก] - สังเกตและตรวจข้อต่อกล้ามเนื้อแขนและมือแล้ว พบว่า แข็งแรงดี มีข้อศอกในท่าหงายมือจำกัดการเคลื่อนไหวเล็กน้อย และใช้มือสองข้างจับขวดและไม้เป่าฟองสบู่ไม่คล่องแคล่วสมวัย

ดร.ป๊อป: รบกวนคุณพ่อ คุณแม่ และพี่เลี้ยง ช่วยป้อนอาหารตามปกติให้ดู - สังเกตอาหารจะเป็นข้าวนิ่ม ผัดผักใส่ไข่สับละเอียด และน้ำซุป เวลาทาน 1 ช้อนชา จะมีคนป้อนเข้าด้านหน้าตรงกลางลิ้น น้อง XX แลบลิ้นสบฟันรับอาหารแล้วกลืนลงไปทันทีโดยไม่มีการเคี้ยวหรือขยับตรงฟันกรามสองข้าง เมื่อแนะนำให้ป้อนอาหารด้านข้างตรงกราม น้อง XX ก็พยายามแลบลิ้นคายอาหารพร้อมก้มคอทันที แต่ไม่มีอาเจียนหรือสำลักอาหาร ตรงนี้ได้บอกว่า เป็นกลไกการป้องกันอาหารที่ปกติของเด็กที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกไม่มั่นใจและกลัวที่จะเคี้ยวหรือใช้ข้อต่อในการเคี้ยวอาหารแล้วกลืนปกติ

ผู้ปกครองน้อง XX: อาหารทุกวันจะมีลักษณะอ่อนกว่านี้ เคยให้ช่วงก่อน 1 ขวบที่เปลี่ยนจากการกลืนอาหารบดละเอียดมาเป็นอาหารที่ต้องมีการใช้ฟันขบเคี้ยว ก็ได้บ้างไม่ได้บ้าง จนไม่ยอมอีกเลย มาดีขึ้นเมื่อคุณครูท่านหนึ่งฝึกเคี้ยวอาหาร แต่ก็ไม่ยอมเคี้ยวอาหารเลยที่บ้าน

ดร.ป๊อป: เท่าที่สังเกตความสามารถในการเล่นและการรับประทานอาหาร...ผมมีคำถามถึงช่วงการพัฒนาของเด็กที่ผ่านมา 3 ข้อ ได้แก่ 1) เด็กมีโอกาสใช้มือถูสบู่ตามร่างกายเองหรือไม่ 2) เด็กมีโอกาสวิ่งเล่นกลิ้งตัวบนหญ้าหรือไม่ และ 3) เด็กมีโอกาสวิ่งเล่นด้วยเท้าเปล่าบนพื้นดินหรือไม่

ผู้ปกครองน้อง XX: เด็กไม่มีโอกาสตามที่ ดร. ป๊อป ถามมาทั้ง 3 ข้อ

ดร.ป๊อป: ผมแนะนำให้ผุ้ปกครองเล่นและป้อนข้าวน้องตามปกติครึ่งถ้วย จากนั้นจะตรวจประเมินโดยจัดอาหารฝึกเคี้ยวที่น้องชอบแต่ไม่มีโอกาสได้เคี้ยวมากนักในจานคุณหนูน่ารัก เน้นแบ่งลักษณะผิวสัมผัสอาหารจากเคี้ยวง่ายไปยาก 3 ชุด ได้แก่ 1) ข้าวเกียบกุ้งชิ้นเล็กและคุ๊กกี้ครีมชิ้นเล็ก 2) คุ๊กกี้ครีมสองชิ้นเล็กและขนมปังแข็งชิ้นพอคำ และ 3) คุ๊กกี้ขนมปังสองชิ้นเล็กกับโยเกิร์ต ทั้งนี้ชวนให้เด็กหยิบเลือกชุดอาหารเอง จะสัมผัสที่ลิ้นหรือผู้ปกครองจับมือเด็กให้วางอาหารที่ฟันกรามและข้างลิ้น แม้ว่าจะบ้วนคายอาหารทิ้ง ก็บอกเด็กให้ว่า ทำได้บนกระดาษทิชชูรองไว้ให้ที่มือผู้ปกครอง ให้เด็กมีโอกาสปากเปื้อนอาหารหรืออาหารติดที่ลิ้นแล้วหุบลิ้นกลืนน้ำลาย และเช็ดปากเอง หรือหยิบแปรงฟันมาทำความสะอาดเอง ทั้งนี้ให้ผู้ปกครองบันทึกว่า เด็กสัมผัสอาหารเข้าปากจนกลืนน้ำลายกี่คำที่ป้อน แม้ว่าจะเคี้ยวอาหารหรือไม่ก็ตาม ภายในเวลาไม่เกิน 30 นาทีหลังทานอาหารแต่ละมื้อครึ่งถ้วย - ผมแนะนำให้ดูการบันทึกจากตัวอย่างกรณีศึกษาต่างประเทศที่บำบัดให้ไม่มีการปฏิเสธอาหารและเคี้ยวช้าด้วยความถี่ทุกมื้อที่บ้านนาน 3 เดือน นอกจากนี้ผมสาธิตวิธีการแบ่งอาหารที่ต้องเคี้ยวใส่ด้านข้างลิ้นให้วางตรงกลางฟันกรามทั้งซ้ายขวา แล้วกดลิ้นนิดหนึ่งในจังหวะที่เด็กพยายามแลบลิ้น จากนั้นเด็กจะกวาดลิ้นกลืนอาหารไป เมื่อหมดหนึ่งคำแบบบังคับเล็กน้อย ก็เบี่ยงเบนความสนใจจากความกลัวการเคี้ยวมาเล่นเป่าฟองสบู่บ้าง แล้วให้เลือกทานชุดอาหารเองใหม่

ผู้ปกครองน้อง XX: ได้ลองทำดู ก็ทานได้ 4 คำ เคี้ยวบ้าง แต่คายออกมาบางส่วน รู้สึกมั่นใจในการฝึก แต่อยากซักถามข้อเสนอแนะอื่นๆ

ดร.ป๊อป: สาเหตุที่สำคัญ คือ เด็กขาดประสบการณ์การรับรู้สัมผัสและการรับรู้ข้อต่อ สังเกตข้อมูลที่ผมถามไปสามข้อ ผู้ปกครองกลัวว่า เด็กจะสำลักและไม่มีการเปิดโอกาสให้เด็กเรียนรู้ผิวสัมผัสของอาหารประเภทต่างๆ ทั้งๆ ที่โครงสร้างและกลไกการกลืนอาหารปกติ การพัฒนาของเด็กในการใช้มือที่ไม่คล่องแคล่วแสดงให้เห็นว่ามีการพัฒนาที่ช้าพอๆกับการเคี้ยวอาหาร อยากทราบว่ามีการฝึกการพัฒนาใดๆ ตอนเล็กไหม

ผู้ปกครองน้อง XX: จริงๆ ด้วย น้องเค้าฝึกตั้งคลานและลุกนั่งช้ากว่าเด็กที่มีอายุทั่วไป และไม่ค่อยให้ใช้มือเล่นกิจกรรมแรงๆ เพราะหมอเคย X-ray แล้วบอกว่าข้อศอกติด ไม่เคยให้เล่นหรือโยนตัวในอ่างบอลอย่างที่ ดร.ป๊อป ทำกิจกรรมกับน้องในวันนี้ ไม่เคยให้เป่าฟองสบู่ แต่ซื้อของเล่นที่เป่าสบู่ให้น้องนั่งดูแทน

ดร.ป๊อป: เอาหละ! อยากให้ผู้ปกครองมั่นใจและพยายามให้โอกาสฝึกเล่นและฝึกเคี้ยวอาหารที่บ้านทุกวัน เพื่อให้น้อง XX เรียนรู้และมีการพัฒนาทักษะชีวิตที่ดีต่อไป [จากนั้นผมให้ที่เป่าฟองสบู่เป็นรางวัลแก่น้อง และบอกบายๆ น้อง XX ที่ดูสนุกกับการประเมินและฝึกกิจกรรมบำบัด ที่ผมทำให้นักกิจกรรมบำบัดที่หน่วยงานนี้สังเกตและนำไปปรับวิธีการให้เหตุผลทางคลินิกมากขึ้น]

ปล: กรอบความคิดการประเมินและจัดกิจกรรมการฝึกที่บ้านให้กรณีศึกษาที่มีปัญหาการกินอาหาร ดังนี้

Reference: 

Bloorview Kids Rehab, Feeding Assessment Clinic Pre-Assessment Information – Family Feeding Questionnaire

Please check if any of these apply to your child?

___ Choking During a Meal ___ Gagging during a Meal

____Food or liquid coming out of nose ___ Cries during Meals

___ Eats Too much ___ Eats too little

___ Difficulty Swallowing ___ Reflux during or after meals

___ Trouble Breathing during feeding ___ Emesis/ vomiting during after meal

___ Fussing during feeding ___ Falling asleep during feeding

___ Spitting food out ___ Refusal of oral feeding

___ Postural Changes during feeding (stiffening)

___ Noisy Breathing during, before or after feeding

___ Gurgly voice quality during, before or after feeding     

 

Food trails: ลองสอบถามหรือทดลองจัดอาหารตามลำดับที่ 1-4 เพื่อป้องกันอาการสำลัก หากเด็กมีการป้องกันการสำลักได้ ก็ลองปริมาณหรือผิวสัมผัสอาหารที่คุ้นเคยตามลำดับดังนี้ 

Level 1            วุ้น เยลลี่ กล้วยครูด

Level 2            โจ๊กข้น  โยเกิร์ต ไอศรีมครีม

Level 3            น้ำผลไม้ปั้นข้น  ข้าวต้ม   ผักบด  ขนมปังนิ่มชิ้นเล็ก

Level 4            น้ำ อาหารนิ่ม ผลไม้ ไอศกรีมแท่ง ขนมปังนิ่มสลับแข็ง

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: กิจกรรมบำบัด food refusal food selectivity home program การให้เหตุผลทางคลินิก 
· หมายเลขบันทึก: 332524
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ดอกไม้:
3
 · ความเห็น:
21
 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
mena
เขียนเมื่อ Sat Jan 30 2010 21:12:44 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีครับ
  • มาด้วยความคิดถึงคะ
  • มาอ่านเรื่องที่ดีๆที่น่าชื่นชมคะ
Ajarn Pop
IP: xxx.174.24.214
เขียนเมื่อ Sun Jan 31 2010 09:32:48 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับคุณ mena ที่คิดถึงและชื่นชมในบันทึกนี้

yot
IP: xxx.246.178.51
เขียนเมื่อ Thu Feb 18 2010 10:12:15 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้น้อง xx ทานอาหารได้หลากหลายชนิดมากขึ้นครับ การเคี้ยวยังไม่เปลี่ยนแปลงมาก ทำตามที่คุณหมอแนะนำขนมแข็งๆยังไม่ยอมเคี้ยวจะเลียเหมือนเคย แต่อาหารเหลวเช่นโยเกิตทานได้มากบางครั้งหมดถ้วย อาจารย์ป๊อปมีเทคนิคการจูงใจให้เด็กเกิดการอยากเคี้ยวที่จะแนะนำหรือไม่ครับ หากมีช่วยแนะนำด้วยครับ ที่สถาบันทำได้แค่ป้อนอาหารและทำกิจกรรมต่างๆครับไม่ได้เน้นปฏิบัติอย่างที่อ.ป๊อปทำให้ดูครับ ขอบคุณครับ คุณพ่อ

Ajarn Pop
IP: xxx.28.180.202
เขียนเมื่อ Thu Feb 18 2010 10:40:56 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับคุณ Yot

เท่าที่เขียนมา จะเห็นว่าน้อง XX เกิดแรงจูงใจในการเรียนรู้ผิวสัมผัสของอาหารหลายชนิดมากขึ้น แต่ยังไม่ยอมเคี้ยวขนมผิวสัมผัสแข็ง ผมคิดว่าคงต้องใช้เวลาในการติดตามการปรับตัวของน้อง XX อีก 2 เดือน โดยปรับผิวสัมผัสของอาหารที่ไม่แข็งชิ้นเล็ก เคี้ยวแล้วนิ่มและทานง่าย เช่น ขนมถ้วย ขนมปังนิ่ม ขนมวุ้น เป็นต้น คุณพ่อต้องใจเย็นๆ ลองตั้งใจป้อนเพื่อฝึกในเวลาไม่เกิน 30 นาทีของมื้อปกติทุกวัน (3 มื้อหลักหรือรวม 2 มื้ออาหารว่าง) เน้นให้น้อง XX กัดเคี้ยวหรืออมเล็กน้อย จะคายทิ้งครึ่งหนึ่งหรือกลืนครึ่งหนึ่ง ให้นับเป็น 1 คำ อยากให้ฝึกแบบกึ่งเล่นกึ่งบังคับในเดือนที่ 2 นี้ตั้งเป้าหมายของการฝึกที่ 5-8 คำ ส่วนในเดือนที่ 3 เพิ่มเป็น 8-12 คำ

หากโปรแกรมการปรับพฤติกรรมและการฝึกเคี้ยวของน้อง XX ผ่านไป 3 เดือนแล้วน้องยังไม่เคี้ยว ผมคิดว่า คงไม่ต้องบังคับและให้น้อง XX ทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเน้นอาหารนิ่มตามที่บันทึกใน Blog จนกว่าจะปรับตัวได้เองตามธรรมชาติเมื่อน้อง XX โตขึ้นและมั่นใจในการเลือกทานอาหารมากขึ้น (อาจไม่ต้องเคี้ยว แต่เลือกที่จะทานอาหารนิ่มหรือกึ่งแข็งกึ่งนิ่ม)

หากสถาบันฯ ไม่ได้เน้นอย่างที่ผมแนะนำ ผมคงเน้นให้คุณพ่อฝึกให้เต็มที่ที่บ้าน หรืออาจนัดหมายมาให้ผมประเมินและสอนเทคนิคเพิ่มเติมที่คลินิกกิจกรรมบำบัด ชั้น 6 คณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล เชิงสะพานปิ่นเกล้า โทรนัดหมายที่ 08-522-40707

Ajarn Pop
IP: xxx.120.176.30
เขียนเมื่อ Thu May 13 2010 11:04:46 GMT+0700 (ICT)

ผมได้รับความคืบหน้าของการพัฒนาทักษะการเคี้ยวอาหารของน้อง XX ด้งนี้

"สวัสดีคับ อ.ป๊อป ตอนนี้น้อง XX ทานอาหาร ประเภทข้าวที่นุ่มๆไม่แห้งมาก ข้าวผัด ลาดหน้า ซุปเห็ด กับข้าวอื่นๆที่มีน้ำหรือเปียกๆ ได้ดีครับ ขนมชอบโยเกิร์ตมาก อื่นๆไม่ทาน ดื่มนม โอวัลติน นำหวานได้ดี ดื่มนำเองได้ แต่ยังไม่สามารถเคี้ยวได้เหมือนเดิมครับ คุณพ่อคุณแม่พยามยามฝึกตามที่คุณหมอแนะนำแบบสมัครใจ การบังคับไม่เป็นผลครับเด็กไม่ให้ความร่วมมือเลย ขอความกรุณาคุณหมอช่วยแนะนำด้วยครับ ขอบคุณครับ.."

ผมจึงตอบอีเมล์และโทรพูดคุยก็รู้สึกถึงความเข้าใจของคุณพ่อน้อง XX มากขึ้นว่า จะไม่คาดหวังถึงการเคี้ยวมากนัก จะค่อยๆ ติดตามการพัฒนาอย่างช้าๆ โดยผมแนะนำว่า ระบบการเรียนรู้การรับสัมผัส การเคลื่อนไหวรับรู้ข้อต่อ และการใช้กล้ามเนื้อเล็กในการทำงานของมือ-การเคี้ยว ต้องให้กิจกรรมที่ส่งเสริมระบบข้างต้นอย่างบูรณาการและเป็นธรรมชาติ คุณพ่อก็เล่าว่า น้องได้ทำกิจกรรมออกแรงมากขึ้นและเล่นสนุกสนาน มีการทานอาหารมากขึ้นแต่ไม่เคี้ยวให้เห็น ผมย้ำว่า มีการเคี้ยวแบบเงียบ คือ การสัมผัสวนของลิ้นกับฟันแล้วนำอาหารที่ไม่หยาบมากนักเข้าสู่หลอดอาหาร และแนะนำต่อว่า เท่าที่คุณพ่อคุณแม่ทำอยู่ก็ถูกต้องในแบบปรับพฤติกรรมของน้อง XX แบบค่อยเป็นค่อยไปครับ หากน้องไม่ยอมเคี้ยว คงต้องให้ทานอาหารที่ทานได้อย่างเต็มที่ เท่าที่อ่านดู ก็คงต้องเลือกจัดอาหารที่ทานได้สลับกับการเลือกทานเองบ้าง ทานได้ไม่ได้ อย่าบังคับ เราคงต้องให้โอกาสน้อง XX มีส่วนร่วมเลือกเมนูอาหารและเข้ามาทำอาหารอย่างง่ายๆ กับคุณพ่อคุณแม่ได้ครับ แล้วรอดูการปรับตัวของน้อง XX ในระยะยาว

Dr. Pop
เขียนเมื่อ Sun May 30 2010 12:11:18 GMT+0700 (ICT)

ผมได้รับการติดต่อเพื่อให้คำปรึกษาเรื่อง กิจกรรมบำบัดเพื่อฝึกทักษะการเคี้ยวอาหารให้กับกรณีศึกษา 1 คน จึงขอนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้เป็นตัวอย่างและขอขอบคุณคุณแม่ของน้องมา ณ โอกาสนี้ครับ

สวัสดีค่ะ ดร.ศุภลักษณ์

เป็นคุณแม่มือใหม่ค่ะ มีปัญหาลูกเคี้ยวไม่ค่อยเป็นและไม่ค่อยชอบกินข้าวค่ะ ลูกสาวตอนนี้อายุ 2 ขวบ 2 เดือน สูง 91 หนักประมาณ 12.5 ฟันก็ขึ้นปรกติดี ตอนนี้มี 16 ซี่ ชอบกินนม ไม่ค่อยชอบกินข้าว และก็เคี้ยวไม่ค่อยเป็น คุณแม่เลี้ยงไม่ดีเองค่ะ ไม่ค่อยได้ฝึกเค้าตั้งแต่เล็กๆ ขอเล่าย้อนที่มาที่ไปนิดนึงก่อนนะค่ะ ตอน 6-7 เดือน เริ่มปั่นข้าวให้ทานหยาบขึ้น เค้าก็ติดคอ อาเจียน ก็เลยปั่นให้กินมาเรื่อยๆจนโต ผัก ผลไม้ก็ไม่ค่อยได้ฝึกให้หัดแทะ เพราะกลัวจะติดคอ กลัวไม่สะอาด เวลาทานข้าวก็ต้องหลอกล่อ ให้เล่นของเล่น ตามป้อนบ้าง ถึงจะยอมกิน แต่น้ำหนัก ส่วนสูง เค้าก็ขึ้นตามเกณฑ์ ปรกติ พอซักขวบกว่าๆเริ่มไม่ยอมกินข้าวปั่นแล้ว แม่ก็เลยเลิกปั่นให้กิน จับจุดได้ว่าชอบกินของกรุบกรอบ ก็เลยพยายามหัด เคี้ยวโดยกินขนมกรอบๆ แต่ก็ไม่มาก แค่ชิ้น 2 ชิ้นก็ไม่เอาแล้ว ส่วนผัก ผลไม้นี่ไม่เอาเลย ก็ฝึกเคี้ยวมาเรื่อยๆ แล้วก็ให้ทานเป็นข้าวต้ม ใส่ผัก ปลา ต้มเละๆ ขนมปังชิ้นเล็กๆ เค้าก็เริ่มทานได้โดยที่ไม่ค่อยติดคอ อาเจียนออกมาแล้ว แต่ถ้าเป็นคำใหญ่ๆ ชิ้นใหญ่ หมูเหนียวๆ ยังทานไม่ค่อยได้ และช่วงนี้เริ่มมีปัญหาชอบอมข้าว คายข้าว พยายาม ให้ตักข้าวเองก็กินแค่ไม่กี่คำ ไม่กี่เม็ด บางทีก็ไม่กินเลย ตอนนี้ ลดนมลงมาเหลือวันละ 3 ขวด ส่วนข้าวนี่แทบเหมือนจะไม่ได้กินเลย ยิ่งใกล้จะต้องเข้า รร แล้ว คุณแม่เริ่มเครียดค่ะ

อยากเรียนถามดร.ศุภลักษณ์ ว่า เราควรจะฝึกเค้าเคี้ยวยังงัยดีค่ะ เริ่มจากเมนูแบบไหนดี ฝึกทานผัก ผลไม้อย่างไรดี ถ้าพาไปเข้าเตรียมอนุบาลตอน 2 ขวบครึ่งเลย จะพอช่วยได้บ้างมั๊ยค่ะ เผื่อเค้าอยากทานตามเพื่อน ควรพาลูกมาเช็คกับคุณหมอ เพื่อดูว่ากล้ามเนื้อในการเคี้ยวปรกติรึเปล่าค่ะ รบกวนด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ผมแนะนำวิธีการฝึกทางกิจกรรมบำบัดเบื้องต้น ได้แก่

1. ปรับอาหารที่แตกต่างจากเดิม มีตัวเลือกหลายรูปแบบ และมีปริมาณน้อยๆ ในแต่ละประเภทอาหาร เช่น ไอศครีมนม โยเกิร์ตผสมผลไม้นิ่มเล็ก ต้มจืดเต้าหู้ถ้วยเล็ก โจ๊กผสมหมูบด ไข่เจียวนิ่ม ผักนิ่ม ข้าวต้มน้ำข้น น้ำผลไม้ปั่น ขนมปังชิ้นเล็ก กล้วยชิ้นเล็ก เป็นต้น ในแต่ละมื้อคุณแม่ลองเลือกเมนูอาหาร 1 คู่ (ไม่ซ้ำกันแต่ละมื้อ) แล้วลองปล่อยให้ลูกสาวเลือกชิมและหยิบช้อนตักอาหารทานเอง และ/หรือช่วยป้อนคำเล็กอย่างใจเย็นและไม่บังคับ หากทานไม่หมดก็ไม่เป็นไร แนะนำให้ลูกสาวทานนมตามปกติ

2. พยายามยกเลิกการฝึกกินอาหารโดยไม่เล่นของเล่น หากเด็กต้องการเล่น บอกเด็กให้เวลาเล่นไม่เกิน 2 นาที (ตามอายุ) โดยคุณแม่คุณพ่อเล่นของเล่นที่ไม่ต้องออกแรงทางร่างกายพร้อมเด็ก หรือคุณพ่อคุณแม่หาการเล่นที่ออกแรงทางร่างกายพร้อมเด็กบ้างไม่เกิน 10 นาที (ตามอายุคูณ 5) พอเล่นเสร็จให้ชวนเด็กพักและล้างมือให้สะอาดหรือจะอาบน้ำก่อนรับประทานอาหาร (ตรวนี้จะทำให้เด็กเรียนรู้ถึงเวลาทานอาหารหลังจากกิจกรรมอื่นๆ) จากนั้นให้ชวนเด็กทานอาหารบนโต๊ะโดยมีเมนูพิเศษพร้อมคุณพ่อคุณแม่ ลองให้เด็กสังเกตขณะคุณพ่อคุณแม่ทานอาหารบนโต๊ะ แล้วบอกเด็กให้ลองตักอาหารในข้อ 1 ทานดูหรือทานนม โดยคุณพ่อหรือคุณแม่ช่วยบ้างเล็กน้อย อย่าบังคับเด็ก ให้เด็กทานเองหนึ่งคำ คุณพ่อหรือคุณแม่ทานของตนเองหนึ่งคำสลับกันไป

3. ไม่แนะนำเมนูข้าวปั่น เพราะเด็กจะไม่มีโอกาสเรียนรู้ผิวสัมผัสอาหารและกระบวนการฝึกตามข้อ 1-2 ข้างต้น คุณพ่อและคุณแม่ไม่ต้องกังวลว่าเด็กจะขาดสารอาหาร ลองตั้งเวลาทานข้าวไม่เกิน 20 นาที (ตามอายุคูณ 10) แล้วตั้งอาหารบางส่วนไว้ แล้วบอกเด็กว่า หากยังไม่อิ่ม ก็ให้ตักทานเอง ไม่เกิน 10 นาที (ตามอายุคูณ 5) โดยไม่ต้องคาดหวังและมองช่วยเหลือใดๆ เป็นการให้โอกาสเรียนรู้ด้วยตนเอง

4. ลองให้เมนูของเด็กเหมือนกับที่คุณพ่อคุณแม่ทานบนโต๊ะ แต่ปริมาณอาหารน้อยๆ ทำตามขั้นตอนข้างต้นข้อ 1-2 โดยไม่ต้องคาดหวังหรือบังคับจำนวนคำ แต่ตั้งเวลาทั้งหมดตามข้อ 3 กิจกรรมบำบัดตรงนี้น่าจะทำให้เด็กเรียนรู้แบบอย่างจากคุณพ่อคุณแม่

อยากให้ลองทำตามคำแนะนำดูซักหนึ่งอาทิตย์ หากไม่ดีขึ้น อาจนัดพบที่คลินิกกิจกรรมบำบัด เชิงสะพานปิ่นเกล้า

แม่ก้อย
IP: xxx.27.28.7
เขียนเมื่อ Fri Mar 11 2011 13:26:45 GMT+0700 (ICT)

ลูกชายอายุ 11 เดือน ไม่ยอมกินข้าว กินโจ๊กได้แต่ไม่เคี้ยวและต้องกินพร้อมน้ำแข็ง(เพราะเป็นสิ่งที่เค้าชอบ )ดูดน้ำแข็ง แล้วกลืนโจ๊กตามไป ให้กินแอปเปิ้ลก็กัด กิน ประมาณ 5คำ ก็ไม่เอาแล้ว ให้กินข้าวเหนียวเปล่า ๆ ไม่กิน แต่กินข้าวเหนียวมูล(ข้าวเหนียวที่เคี่ยวกับกะทิ) กลุ้มใจมาก ๆ ค่ะ กลัวว่าจะไม่โต คุณแม่ไม่ดีเองที่ให้กินซีรีแลค กับอาหารขวด มากไป ช่วยบอกวิธีแก้ด้วยค่ะ เครียดจังเลยค่ะ อ้อ แล้วเหมือนจะไม่ชอบทานอาหารคาวเลย ถ้าเป็นปลาบด ยังพอได้ แต่ถ้าเป็นหมูไม่ได้เลยค่ะ  ควรจะหักดิบเลยหรือทำอย่างไรดีคะ

Ajarn Pop
IP: xxx.174.171.166
เขียนเมื่อ Fri Mar 11 2011 19:47:15 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณคุณแม่ก้อย ใจเย็นๆ ครับ คงต้องใช้เวลาฝึกกินอาหารที่เคี้ยวบ้าง อมบ้าง กัดเคี้ยวจากผิวสัมผัสอาหารจากกรอบนิ่มมาถึงกรอบนอกนุ่มใน หรือเคี้ยวเล็กน้อยแล้วละลายในปาก เช่น โจ๊กที่ข้นผสมปลาบดเล็กๆ ไม่เป็นไรถ้าจะดูดน้ำแข็งได้ แต่ลองใช้น้ำแข็งเกล็ดที่เคี้ยวและละลายในปากได้ ก็จะทานได้ง่ายกว่าน้ำแข็งก้อน ข้าวเหนียวมูลก็สามารถปั้นเป็นก้อนเล็กๆ แล้วใส่ระหว่างฟันกรามข้างซ้ายสลับขวาทีละคำ ก็จะคล้ายๆ กับเคี้ยวลูกอมซูกัส

ใจเย็นๆ อย่าเพิ่งหักดิบ ใช้อาหารที่น้องชอบก่อน ฝึกเคี้ยวบ้างคายบ้าง แต่ให้ใช้เวลาทดลองอาหารที่ปรับผิวสัมผัสข้างต้น หากไม่ดีขึ้นในหนึ่งสัปดาห์ อาจต้องนัดหมายมาประเมินที่คลินิกคณะกายภาพบำบัด ม.มหิดล ศาลายา ผมจะลงคลินิกทุกวันอังคารบ่าย ลองอีเมล์มารายงานผลที่ otpop@windowslive.com

 

charrurath
IP: xxx.120.94.41
เขียนเมื่อ Sat Aug 06 2011 18:51:49 GMT+0700 (ICT)

ลูกมีปัญหาเรื่องการเคี้ยวเหมือนกันค่ะ อยากจะปรึกษาอาจารย์ แต่ไม่ทราบว่าจะปรึกษาได้ทางไหนบ้างค่ะ

ตอนนี้ลูกอายุ 3 ขวบ ก็ทานได้ปกติ เคี้ยวได้ แต่เมื่อครึ่งเดือนที่แล้วเค้ากินพวก สาหร่าย กับข้าวโพด แล้วติดฟัน ร้องแบบสติแตกเลยค่ะ ทั้งๆ ที่ก็เคยกินมานานแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่กินอะไรที่ต้องเคี้ยวเลยค่ะ กินได้แต่นม ถ้าบังคับให้กินก็จะกลืนเลย แล้วก็ติดคอค่ะ

ไม่ทราบมีวิธีแก้ยังไงบ้างมั๊ยค่ะ หรือต้่องพาไปหาหมอจิตเวช เพราะ เค้าไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับคนแปลกหน้า หาหมอเีค้าจะร้องตลอด เป็นเด็กปรับตัวยากค่ะ เจออะไรนิดหน่อย ก็จะพัฒนาการถดถอย (อันนี้หมอเด็กที่เค้าหาประจำบอกมาค่ะ)

แม่น้องนิว
IP: xxx.91.19.169
เขียนเมื่อ Wed Aug 24 2011 11:49:27 GMT+0700 (ICT)

ลูกอายุได้ 10 เดือนกับ 18 วันค่ะไม่ยอมหัดเคี้ยวอาหารเลย ถ้าอาหารไม่หยาบมากก็จะกลืนไปเลยพออาหารหยาบ ๆ หน่อยฝืดคอก็จะอมไว้ไม่ยอมกลืนแล้วก็จะคายทิ้งจะทำไงดีคะมีวิธีไหนที่จะทำให้ลูกหัดเคี้ยวได้บ้างคะ

Dr. Pop
เขียนเมื่อ Wed Aug 24 2011 16:01:37 GMT+0700 (ICT)

ขอแนะนำคุณแม่ charrurath กับคุณแม่น้องนิว พาน้องมาตรวจประเมินทางกิจกรรมบำบัด เพื่อออกแบบโปรแกรมการฝึกเคี้ยวอาหาร

ตอนนี้ช่วงเวลาที่ผมจะลงคลินิกและว่างอยู่คือ 1, 13, 20, 30 ก.ย. 54 ซึ่งคุณแม่สามารถนัดหมายเวลาที่ ดร.ป๊อป 08-522-40707 ครับ

charrurath
IP: xxx.122.155.169
เขียนเมื่อ Fri Sep 02 2011 21:23:56 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ Dr. Pop ค่ะ ตอนนี้น้องเคี้ยวและทานอาหารได้เป็นปกติแล้วค่ะ

Dr. Pop
เขียนเมื่อ Sat Sep 03 2011 09:04:35 GMT+0700 (ICT)

ยินดีด้วยครับคุณ charrurath นั่นแสดงว่า น้องไม่ยอมเคี้ยวเพราะปัญหาการจัดการอารมณ์ หากปล่อยสักพัก ไม่บังคับ ก็น่าจะทานได้โดยไม่ต้องทำอะไรครับ

องุ่นเปรี้ยว
เขียนเมื่อ Sat Sep 03 2011 11:32:13 GMT+0700 (ICT)

เก่งมากเลยค่ะ ขอเป็นกำลังใจนะคะ

กาญจนา ธนาศรีวิมล
IP: xxx.204.180.230
เขียนเมื่อ Fri Apr 26 2013 17:58:22 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ อาจารย์  ดิฉัน มีลูกชาย อายุ 2.5 ขวบ  ไม่ยอมเคี้ยวอาหารด้วยค่ะ  กินข้าวบดแบบปั่นละเอียดเลยค่ะ

พอหยาบนิดก็คายหรือพ่นค่ะ  เขาพัฒนาการช้าค่ะ  เนื่องจากสาเหตุลมชัก  คุมอาการได้แล้ว  เดินได้ตอน 1 ขวบ 10 เดือน  ยังไม่พูด  เดินเขย่ง  ฝึกกิจกรรมบำบัดอยู่สัปดาห์ละครั้งค่ะ  อยากได้วิธีการกระตุ้นมาก ๆ เลยค่ะ

Dr. Pop
เขียนเมื่อ Mon Apr 29 2013 12:35:29 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากครับคุณกาญจนา เด็กมีพัฒนาการช้าด้านการพูดและการเคลื่อนไหวจะมีปัญหาการเคี้ยวที่ช้า วิธีการที่แนะนำเพิ่มเติม ซึ่งสามารถปรึกษานักกิจกรรมบำบัดที่ฝึกอยู่ได้ครับ 

1. ให้แปรงฟันก่อนอาหารทุกมื้อ โดยนำแปรงที่มีปุ่มยางนุ่มๆ แตะบนฟันช้าๆทีละซี่และกดตรงเหงือกล่างถึงบน จากซ้ายไปขวา เพื่อเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อรอบๆฟันและเหงือก

2. จากนั้นให้ฝึกปิดเม้มปากแล้วยิงกัดฟันค้างไว้ ฝึกแบบคุณแม่เล่นกับลูก นับ 1-10 แล้วปิดเม้มปากต่อด้วยยิงกัดฟันนับอีก 2-5 รอบ 

3. ระหว่างทานอาหาร ให้ลองมีถ้วยข้าวนิ่มแฉะ (หุ่งใส่น้ำมากเล็กน้อย) ประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับการกินแบบเดิมเพียง 1 ข้อนโต๊ะ อย่าใช้การปั่นข้าวละเอียดอย่างเดียว 

4. ควรมีกับข้าวที่มีเนื้อนิ่มและละลายในปากได้เร็ว เพื่อฝึกเคี้ยวอาหารนิ่มก่อน เช่น หมูหยองเส้น เต้าหู้หั่นชิ้นเล็ก ผลไม้นิ่มชิ้นเล็ก จำพวกองุ่นไร้เมล็ด มะม่วงสุก แตงโม หรือจะผสมเป็นน้ำผลไม้ปั่นก็ได้ ไอศครีมที่เลียหรือกัดแล้วละลายเร็ว โยเกิร์ตผสมบ้างก็ได้ 

ต้องใจเย็นๆ ฝึกนะครับ เพราะใช้เวลานานไม่ต่ำกว่า 3 เดือน หากไม่ได้ผลให้ติดต่อกลับมาที่ otpop@windowslive.com จะได้นัดหมายที่คลินิกกิจกรรมบำบัดต่อไป  

Dr. Ple
เขียนเมื่อ Mon Apr 29 2013 12:52:13 GMT+0700 (ICT)

 ........... ตามมา.... อ่านและให้กำลังใจ ... Dr.Pop..... ค่ะ


        



Dr. Pop
เขียนเมื่อ Mon Apr 29 2013 18:04:05 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากครับสำหรับกำลังใจจากพี่ดร.เปิ้น

Oraphan
เขียนเมื่อ Mon Apr 29 2013 19:29:12 GMT+0700 (ICT)

เยี่ยมเลยค่ะ....

Dr. Pop
เขียนเมื่อ Tue Apr 30 2013 10:40:58 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากครับคุณ Oraphan 

ไพโรจน์
IP: xxx.109.222.241
เขียนเมื่อ Fri Feb 21 2014 16:26:40 GMT+0700 (ICT)

ลูกชาย อายุ 2 ขวบ 5 เดือน เป็นโรคมะเร็งต่อมหมวกไต ทำการปลูกถ่ายไขกระดูกแล้ว ตอนนี้กินข้าวต้มอย่างเดียว ไม่ยอมเคี้ยว ใส่เข้าปาก อมๆ แล้วก็กลืนอย่างเดียว กินช้ามากด้วย มื้อหนึง ทานเป็นชั่วโมง กว่าจะหมดถ้วยได้ ทำยังไงดีครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น