ทำนองกลอนโนรา หนังลุง

 เป็นศิลปทางวรรณศิลป์ 

ทำนองโนราและหนังตะลุงในวรรณกรรมท้องถิ่นภาคใต้

         วิชาวรรณกรรมท้องถิ่น              นายสมเกียรติ  คำแหง

       ทำนองการขับบทกลอนหรือขับบทวรรณกรรมประกอบการรำโนราและการเล่นหนังตะลุงของภาคใต้เป็นศิลปะที่มีความโดดเด่น เฉพาะตัว มีท่วงทำนอง จังหวะ ลีลาในการขับบทที่มีความหลากหลาย

     ทำนองการขับบทโนรา

      ทำนองของการขับบทประกอบการรำโนรานับว่ามีความหลากหลายเป็นอย่างมาก ในบางครั้งทำนองเดียวกันก็อาจเรียกชื่อต่างกันไปตามลักษณะของรูปแบบคำกลอน โอกาสที่ใช้ ทำนอง ดนตรี ตลอดการรับของลูกคู่  เป็นต้น

1.  ทำนองขับบทปากเปล่า มีลูกคู่รับ  เป็นทำนองที่ผู้รับ ขับบทเป็นต้นเสียงและลูกคู่รับโดยไม่มี

เครื่องดนตรี  เช่น  บทขานเอ

 

“นโมตัสสะ นอกอนะกะ เล่าแหละรื่นรื่น                     ข้าจะไหว้ทางธรณี (เล่าแหละ) ผึ่งแผน

                แม่เอาหลังมาเป็นแท่น                                                                       รองตีนชาวมนุษย์(............) ทั้งหลาย

                ชั้นกรวดดินดำ                                                                                     ถัดนาชั้นนำ(............) อองทราย

                นาคบาศเจ้านะฦาสาย                                                                        จะขานให้โนเน(............)โนไน

                ขานมาช้าต้อง                                                                                       ทำนองเหมือนวัว(............) ชักไก่

                เพลงเอ่อเพลงครวญ                                                                           คิดขึ้นธรหวน(............) ในหัวใจ

                เพลงสำลีไม่ลืมใย                                                                                พี่ไปไม่ลืม(............) น้องหนา”

                2.  ทำนองขับบท  ที่มีดนตรีประกอบ เป็นทำนองที่ผู้ขับบทขับประกอบกับดนตรี  โดยไม่มีลูกคู่รับ ตัวอย่าง  ทำนองนี้ได้แก่

                      2.1  ทำนองกลอนแปดโนราและหนังตะลุง   ทั้งสองทำนองมีความแตกต่างกันที่การแบ่งจังหวะโดยทำนองกลอนแปดโนราจะเน้นการออกเสียงคำและจังหวะอย่างชัดเจน ทำให้มีทำนองช้า ส่วนทำนองกลอนแปดหนังตะลุง ไม่เน้นการออกเสียงจังหวะกลอน แต่จะขับกลอนต่อเนื่องกันไปทำให้มีทำนองรวดเร็ว

 

                                “สังเกตดูนักศึกษาเวลานี้                                                   ผิดกับปีสองสี่เจ็ดสิบสอง

                     สมัยนั้นคุณครูและผู้ปกครอง                                                       คอยสอดส่องนักศึกษาเป็นอาจิณ

                    หวังให้มีจรรยามารยาท                                                  เด็กของชาติจำจิตเป็นนิจสิน

                    มีศีลธรรมจำจดหมดราคิน                                                              นิยมยินตามครูผู้อบรม

                    รู้เคารพนบน้อมพร้อมกันหมด                                                     ดูสวยสดผู้ศึกษาสง่าสม

                    เมื่อเดินผ่านท่านผู้ใหญ่ใฝ่นิยม                                                    รู้ค้อมก้มกราบไหว้เขาให้พร

                    พบพระสงฆ์องค์เจ้ายืนเท้าชิด                                                      นับเป็นศิลป์ที่สวยหรูตามครูสอน

(ยก  ชูบัว)

                    เพราะหลักสูตรศึกษาไทยสมัยก่อน                                             คอยพร่ำสอนศีลธรรมจำชาติไทย”

                3. ทำนองขับบทที่มีลูกคู่รับและมีดนตรีประกอบ

                    3.1  ทำนองเพลงกราว  (กาศครู)

                           “ฤกษ์งามยามดี                                                          ป่านี้ชอบยามพระเวลา

                ชอบฤกษ์เบิกโรง                                                                 บวงสรวงราชครูถ้วนหน้า

                จะไหว้ราชครูของน้อง                                                       ลอยแล้วให้ล่องกันเข้ามา

                ราชครูของข้า                                                                       แม่ศรีคงคาเป็นครูต้น”

                    3.2  ทำนองร่ายแตระหรือร่ายหน้าเตระหรือหน้าแตระ

                          “กาศครูเท่านั้นแล้ว                                                   ผ่องแผ้วเป็นเพลงพระคาถา

                จะไหว้นางหงส์กรุงพาลี                                                   ไหว้แม่ธรณีเมขลา

                ไหว้บริถิวนะราชา                                                              พระภูมิมหาลาภมหาชัย

                ไหว้พระภูมิสถานท่านเจ้าที่                                              เจ้าบ้านที่นี้ที่เป็นใหญ่

ลูกมาตั้งโรงโนราขออำภัย                                 ในคืนลูกมาทำรำโนรา”

 

         “เวเอ๋ยเวลา                                                                   เรื่องยาบ้าอันตราย

ทางรัฐท่านให้ข้อคิด                                                           ใครเสพติดมันต้องตาย

คนผลิตและคนขาย                                                             มันหวังแต่ได้สตางค์

ถ้าหากตำรวจเขาจับตัว                                                       ย้ายสำมโนครัวไปอยู่หราง

เกิดมาหาแต่สตางค์                                                             ต้องหาในทางที่ดีดี”

                                                                                                                                (สวัสดิ์  ช่วยพูลชู)

 

     3.3   ทำนองเพลงโทนหรือเพลงกาศ

                                “หัตทั้งสองประคองตั้ง                                      ยกขึ้นเหนือเศียรรัง ดังดอกปทุมมา

                หัตทั้งสองประคองขึ้นเหนือเศียร                                    นั่งไหว้เวียนแต่ซ้าย ย้ายไปหาขวา

                ไหว้มุณีนาถพระศาสดา                                                     พุทธธังธัมมังสังฆา  ไหว้อาจารย์

                ไหว้คุณศีลาพระบารมี                                                        ป่าฉะนี้นั่งไหว้ พระคุณท่าน”

 

                      3.4  ทำนองเชิญหรือเชื้อ

                                “ครูสัสดีเจ้าข้าเหย                                               ลูกขอเชิญท่านมาสิงตัวข้าหรา

                ข้าน้อยจะขอเรียนอรรถ                                                     ขอเรียนทั้งตรัสพระคาถา

                ศัตรูเหอถ้ามีมา                                                                     ลูกขอให้จงวินาศวิลายสาย

                ศรีศรีเหอจำเริญสุข                                                             สะหรบพระทุกข์ลูกขอให้เหือดหาย

                ลาภมาไม่ขาดสาย                                                                สะหรบพระชัยสิทธิเม”

                4.  ทำนองขับบทประกอบการรำ  เป็นการขับทำนองที่มีดนตรีประกอบและมีลูกคู่รับ

                     4.1  ทำนองเพลงกราว  (บทครูสอน)

                                “ครูเอยครูสอน                                                     เสดื้องกรต่อง่า

                ครูสอนให้ผูกผ้า                                                                  สอนข้าให้ทรงกำไล

                ครูสอนให้ครอบเทริดน้อย                                                ท่าจับสร้อยพวงมาลัย

                ครูสอนให้ทรงกำไล                                                           ใส่แขนซ้ายย้ายแขนขวา”

 

                    4.2  ทำนองเพลงกราว   (บทผันหน้า – สีโต)

                                “ผันหน้าไปอาคเณย์                                           แลเห็นเลสองห้อง

                เป็นตรอกเป็นวาง                                                                ภูเขาขวางอยู่ปากช่อง

                เขาเงินเขาทอง                                                                     ชะโงกง่อนเข้าหากัน

                เป็นถ้ำเป็นเวิง                                                                      เป็นเชิงเป็นชั้น”

 

                                “สีเอยสีโต                                                             ทำราโพใบบัง

                ปากน้ำกันตัง                                                                        หลาดตั้งอยู่ริมท่า

                ห้องแถวแนวถนน                                                              ประชาชนแน่นหนา

                รถวิ่งไปมา                                                                            ทุกสินมาจากฝ่ายเหนือ”

 

                    4.3  ทำนองกลอนสี่

                                “พอได้เวลา                                                           จะว่ากลอนเสริม

                อนุรักษ์ศิลป์ได้                                                                     ลวดลายดั้งเดิม

                ของดีแต่เดิม                                                                          ส่งเสริมเอาไว้

                ร่วมอนุรักษ์                                                                           ยึดหลักตายาย

                ไม่ให้สูญหาย                                                                       เชื้อสายโนรา”

                                                                                                                                (สุพัฒน์  นาคเสน)

 

                      4.4  ทำนองกลอนซ้ำหรือกลอนคู่หรือกลอนทอย

                                “จะกล่าวกลอนซ้ำ จะนำเรื่องราว                    ที่พ่อเฒ่าท่านเล่าฉัน  เล่าฉัน

                โนราโบราณ เปิดงานสำคัญ                                              ไปให้ทันกับเวลา  เวลา

                มาพร้อมกันดี ท่านให้ตีเครื่องยก                                      กลัวของตกหนักหนา  หนักหนา

                โหม่งฉิ่งทับกลอง เป็นของโนรา                                     ช่วยกันพาหาบคอน  หาบคอน

                หีบม่านหีบเครื่อง เป็นเรื่องประเสริฐ                             คนถือเทริดให้เดินก่อน  เดินก่อน

                เดินผ่านศาลา ในยามหน้าร้อน                                         หยุดพักก่อนสักเวลา  เวลา

                เข้าไปพักผ่อน                                                                      ห้ามเอาเครื่องตั้งบนหลา บนหลา

                พอหายเหน็ดเหนื่อย ปวดเมื่อยกายา                                ได้เวลาแล้วคลาไคล คลาไคล

                เดินผ่านอาราม ในยามตอนบ่าย                                       ตีเครื่องถวายก่อนไป  ก่อนไป

                ใครทำอวดดี  ต้องมีเพทภัย                                                บางแห่งร้ายต้องร่ายรำ  ร่ายรำ

                ถึงบ้านเจ้างาน ก่อนเข้าบ้านช่อง                                     หยุดตีกลองให้เสียงต่ำ เสียงต่ำ

                เจ้างานส่วนมาก จัดหมากสามคำ                                      มานำโนราแล้วไป พาไป

                พอเข้าโรงรำ  ต้องทำตามเรื่อง                                          ให้ตีเครื่องขึ้นใหม่  ขึ้นใหม่

                ถ้าของสูญ พอได้เข้าใจ                                                      ทำเสียใหม่จะทันกาล  ทันกาล”

                                                                                                                                                (สวัสดิ์  ช่วยพูลชู)

 

                      4.5 ทำนองบทประถมและบทสอนรำ  เป็นทำนองเฉพาะการขับบทคล้ายทำนองเพลงโทน  แต่ได้เพิ่มสร้อย “แก้วข้าเอ่ย” เข้าไปก่อนสองคำสุดท้ายของวรรค

                                “ตั้งต้นรำท่าประกอบ                                         ถัดมาพระพรหมสี่หน้า

                รำท่าสอดสร้อยร้อยให้เป็นพวงมาลา                              รำท่าอีโหยนโยนช้าให้น้องนอน

                รำท่าผาหลาเพียงไหล่                                                        ท่าพิสมัยร่วมเรียงเคียงหมอน

                รำเป็นท่าต่างกันหันเป็นมอน                                           ท่ามรคาแขกเต้าบินเข้ารัง

                รำท่ากระต่ายชมจันทร์รำท่าพระจันทร์ทรงกลด           รำท่าพระรถโยนสารมารถกลับหลัง

                รำท่าชูชายนาดกรายเข้าในวัง                                           รำท่ามังกรเหลียวหามรรครินทร์”

 

                                “สอนเอ๋ยสอนรำ                                                 ครูข้าให้รำเทียมบ่า

                รำท่าปลดปลงลงมา                                                             ครูข้าให้รำเทียมพก

                รำท่าวาดไว้ฝ่ายอก                                                               กนกเป็นแพนผาหลา

                รำท่าชูสูงเสมอหน้า                                                            เรียกช่อระย้าพวงดอกไม้

                ปลดปลงลงมาได้                                                 ครูให้ข้ารำโคมเวียน

                รำท่ากนกรูปวาด                                                                  วาดไว้ให้เหมือนกับรูปเขียน

                รำท่ากนกโคมเวียน                                                             รำท่ากะเชียนปาดตาล”

 

                       4.6  ทำนองเพลงทับเพลงโทน

                                “เดินทางหว่างถ้ำชมธรรมชาติ                         สิลาลาภแลหลากเป็นฉากฉาย

                สีเขียวเหลืองเรืองระยับสลับลาย                                     หินแหกหายซับซ้อนเป็นง่อนงาม

                บ้างก้อนมีสีขาวดูวาววับ                                                     แสงทองทับทางแสงขึ้นแดงหราม

                เห็นหินห้อยย้อยระย้าสง่างาม                                          พุดสีครามสวยแรงอย่างแกล้งทำ”

                                                                                                                                                           (ยก  ชูบัว)

                      4.7  ทำนองบทดอกจิกดอกบัว

                                “ดอกจิกแล้วดอกจัก                                            ยังเล่าดอกรักดอกเตย

                จิกยังรักพี่เหลย                                                                    ดอกเตยมาชวนชวนพี่ชายร้าง

                ดอกพะยอมของน้องแก้ว                                                   ช่างหอมมาแล้วอยู่รอบข้าง

                พี่เก็บมาใส่หลังช้าง                                                            ฝากเจ้าเอวบางนางเมืองไกล”

 

                   4.8  ทำนองบทพลายงาม

                                “เที่ยงแล้วไม่ได้มาลงโรง                                   พลายงามตามโขลงแล้วมาเข้าช่อง

                กลิ้งเกลือกเสือกสนคำรณร้อง                                          เปลี่ยวปล่าวเศร้าหมองเป็นนักหนา

                เทียมตาหมอเฒ่าจับได้มา                                                   อาลัยในคาออกไม่ได้”

 

                   4.9  ทำนองบทนกกระจอก

                                “นางนกกระจอกบินออกชายคา                       พือปีกวาวาจะข้ามสาคร   รับ..วาวาจะข้ามสาคร

                ข้ามไปไม่ได้เพราะปีกหางยังอ่อน                                   บินข้ามสาครฉันนั่นน้องหนา

                นางนกกระจอกบินออกชายคา                                         พือปีกวาว

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 325908
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ปีตานามาจิตต์
เขียนเมื่อ Fri Jan 15 2010 15:43:43 GMT+0700 (ICT)

เอากล้วยไม้ดอกไม้ประจำวันครู มากราบครูก่อนวันครูคะ

เพราะพรุ่งนี้ต้องไปเรียน(ป.โท)คะ

คงไม่มีโอกาสเข้ามาท่องโลกไซเบอร์

กราบขอบคุณครูที่เคยสั่งเคยสอน

ให้ลูกศิษย์คนนี้ได้ดีมีอาชีพเลี้ยงตัวเอง

จึงขอกราบด้วยภาพกล้วยไม้ช่อนี้

แทนธูปเทียน หญ้าแพรก  ดอกเข็มและดอกมะเขือ

ขอให้ครูสุขภาพแข็งแรงเป็นที่รักของศิษย์ตลอดไปคะ

 

 

 

แช้ม
IP: xxx.84.238.200
เขียนเมื่อ Tue Sep 07 2010 10:04:57 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะมีกลอนดีๆและยังช่วยอนุรักมโนราของชาวใต้เรา กราบขอร้องชาวใต้ทุคนนะค่ะจงช่ายรักษามโนราห์เอาไว้เถอะค่ะของดีและมีค่ามหาสารอย่าปล่อยไห้จมหายไปกับเด็กรุ่นหลังเลย ช่วยกันปลูกฝังจิตรสำนึกไห้เด็กดูมโนราห์กันนะค่ะ ก่อนที่จะจบขอฝากไรไว้นิดหนึ่งนะค่ะ ไม่แลโนราก็ไม่เป็นไร แต่อย่าพูดจาทับถมไห้โนราจมหาย ศิลป์ของชาวใต้อนุรักไว้เถอะหนา โรหนังตลุงมีค่า อย่าไห้ด้อยกว่าสกาเร็กเก้

ขอบคุณคะ

แช้ม อ.ทุ่งใหญ่ 0828192216

แช้ม
IP: xxx.47.146.57
เขียนเมื่อ Thu Nov 11 2010 15:05:57 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะ มีประโยชน์มากค่ะ

วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เขียนเมื่อ Thu Nov 11 2010 15:15:54 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับครู โนรายก เคยดูครับ แต่บทนี้

(.6 ทำนองเพลงทับเพลงโทน

“เดินทางหว่างถ้ำชมธรรมชาติ สิลาลาภแลหลากเป็นฉากฉาย

สีเขียวเหลืองเรืองระยับสลับลาย หินแหกหายซับซ้อนเป็นง่อนงาม

บ้างก้อนมีสีขาวดูวาววับ แสงทองทับทางแสงขึ้นแดงหราม

เห็นหินห้อยย้อยระย้าสง่างาม พุดสีครามสวยแรงอย่างแกล้งทำ”)

ยังไม่เคยฟัง ขอบคุณมากครับครู

วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
เขียนเมื่อ Thu Nov 11 2010 15:20:10 GMT+0700 (ICT)

มาชวนครูไปดูการจัดตั้งชมรมหนังสงขลาครับ

http://gotoknow.org/blog/bangheem/399567

ขอบคุณที่ลปรรครับครู

กิตติเทพ ลั่นคีรี
IP: xxx.44.7.80
เขียนเมื่อ Thu Nov 18 2010 10:05:15 GMT+0700 (ICT)

ดีๆครับ..วัฒนธรรมบ้านเรา

โอชิน
IP: xxx.173.45.4
เขียนเมื่อ Sun Sep 15 2013 20:33:05 GMT+0700 (ICT)

หนูอยากได้กลอนสี่โนราห์ หน้าแตร่ หาให้หน่อยนะค่ะ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า