สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ถอดความสามัคคีเภทคำฉันท์ ตอนที่ ๒

พรรณนาชมบ้านเมือง  รุ่งเรืองโอฬาร

วสันตดิลก ฉันท์ฯ

         โบราณกาลบรมขัต                             ติยรัฐเกรียงไกร

ท้าวทรงพระนามอภิไธ                                 ยอชาตศัตรู

          ครองเขตมเหศวรเอก                         อภิเษกประสิทธิ์ภู

อาณาปวัตน์ลุบริบู                                        รณบรรพ์ประเพณี

          แว่นแคว้นมคธนครรา                         ชคฤห์ฐานบุรี

สืบราชวัตวิททวี                                            ทศธรรมจรรยา

          เลื่องหล้ามหาอุดมลาภ                       คุณภาพพระเมตตา

แผ่เพียงชนกกรุณอา                                   ทรบุตรธิดา ตน  

         โปร่งปรีดิปราศอริริปู                           ภพภูมิมณฑล

เปรมโสตถิภาพพิพิธผล                               สุขภัทรนานา

         อำพนพระมนทิรพระราช                    สุนิวาสน์วโรฬาร์

อัพภันตรไพจิตรและพา                              หิรภาคก็พึงชม

         เล่ห์เลื่อนชะลอดุสิตฐา                        นมหาพิมานรมย์

มารังสฤษฎ์พิศนิยม                                     ผิจะเทียบก็เทียมทัน

         สามยอดตลอดระยะระยับ                   วะวะวับสลับพรรณ

ช่อฟ้าตระการกลจะหยัน                             จะเยาะยั่วทิฆัมพร

         บราลีพิลาศศุภจรูญ                            นภศูลประภัสสร

หางหงส์ผจงพิจิตรงอน                               ดุจกวักนภาลัย

        รอบด้านตระหง่านจตุรมุข                   พิศสุกอร่ามใส

กาญจน์แกมมณีกนกไพ                             ฑุรย์พร่างพะแพรวพราย

        บานบัฏพระบัญชรสลัก                        ฉลุลักษณ์เฉลาลาย

เพดานก็ดารกะประกาย                               ระกะดาษประดิษฐ์ดี

        เพ่งภาพตลอดตะละผนัง                      ก็มลังเมลืองศรี

มองเห็นสิเด่นประดุจมี                                  ชิวแม่นกมลครอง

        ภาพเทพประนมพินิศนิ่ง                       นรสิงหลำยอง

ครุฑยุดภุชงค์วิยผยอง                                 และเผยอขยับผัน

        ลวดลายระบายระบุกระหนาบ               กระแหนะภาพ กระหนกพัน

แผ่เกี่ยวผกาบุษปวัล                                     ลิและวางระหว่างเนือง

        ภายใต้เศวตฉัตรรัตน์                            ก็จรัสจรูญเรือง

ตั้งราชอาสนประเทือง                                   วรมัญจบรรจถรณ์

       ห้อยย้อยประทีปอุบะประทิ่น                   รสกลิ่นก็เอมอร

อาบอบตรลบกระแจะขจร                              ดุจทิพย์สุมาลัย

        คัณนาอเนกคณะอนงค์                          สิริทรงเจริญใจ

สรรพางคพรรณพิศประไพ                           กลพิมพอัปสร

       เรียงรายจรูงรมยบาท                             บริจาริกากร

ปันพรรคพิทักษ์บทบวร                                  ณ นิวัทธเวรวาร

       โดยรอบมหานครเล่ห์                              กะสิเนรุปราการ

ห้อมมั่นมหันต์อริจะราญ                                ก็ระย่อและท้อหนี

        แถวถัมภโดรณสล้าง                             ระยะนางจรัลมี

ชลคูประตูวรบุรี                                              ณ ระหว่างพระพารา

        เรียงป้อมและปักธุชระราย                     พิศค่ายก็แน่นหนา

เสาธงสถิตธวชมา                                          รุตโบกสะบัดปลาย

       หอรบจะรับริปุผิรอ                                  รณท้อหทัยหมาย

มุ่งยุทธย่อมชิวมลาย                                     และประลาตมิอาจทาน

        พร้อมพรั่งสะพรึบพหลรณ                    พยุห์พลทหารหาญ

อำมาตย์และราชบริวาร                                 วุฒิเสวกากร

        เนืองแน่นขนัดอัศวพา                            หนชาติกุญชร

ชาญศึกสมรรถสุรสมร                                   ชยเพิกริปูภินท์

        ความสุขก็แสนบรมสุข                           และสนุกสนานยิน

ยลในไผทระบุบุริน                                         ทรรัตน์จรูญเรือง

        กลางวันอนันตคณนา                             นรคลาคละไลเนือง

กลางคืนมหุสสวะประเทือง                             ดุริย์ศัพทดีดสี

        บรรสานผสมสรนินาท                            พิณพาทย์และเภรี

แซ่โสตสดับเสนาะฤดี                                     อุระล้ำละเลิงใจ

        เมืองท้าวสิเทียบทิพเสมอ                      ภพเลอสุราลัย

เมืองท้าวแหละสมบุรณไพ                            บุลมวลประการมาน ฯ 

ถอดความ 

         สมัยโบราณมีพระมหากษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่ทรงพระนามว่าพระเจ้าอชาตศัตรู  พระองค์ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกษัตริย์ทรงพระเดชานุภาพปกครองแผ่นดินตามพระราชประเพณี  ทรงบำเพ็ญพระราชจริยวัตรต่าง ๆ  ณ กรุงราชคฤห์อันเป็นนครหลวงแห่งแคว้นมคธ  และทรงเพิ่มพูนทศพิธราชธรรมเสมอมา  ทรงก่อให้เกิดลาภอันใหญ่ยิ่งทั่วแผ่นดิน  ทรงมีพระเมตตาแก่พสกนิกรประดุจทรงเอื้อเฟื้อแก่พระราชโอรสพระราชธิดาของพระองค์เอง  บ้านเมืองมีแต่ความน่ายินดีปราศจากข้าศึกศัตรู  มีความสุขสวัสดีและเจริญรุ่งเรืองด้วยสิ่งนานา 

         พระราชมนเทียรสวยงามมาก  สภาพกว้างขวางยิ่ง  ทั้งภายในก็งดงาม  ภายนอกเล่าก็น่าชม  มองดูแล้วหากจะเทียบก็เสมือนหนึ่งจะชะลอเลื่อนเอาวิมานชั้นดุสิตอันรื่นรมย์มาสร้างไว้  ปราสาทตลอดทั้งสามยอดงามแพรวพราวสลับสี  ช่อฟ้าก็งามราวกับจะเย้ยท้องฟ้า  ส่วนบราลีช่างงดงามยิ่ง  นภศูลก็มีสีเลื่อมพราย  หางหงส์ประดิษฐ์ไว้งามอ่อนช้อยประหนึ่งจะกวักเรียกท้องฟ้า  รอบมุขทั้งสี่ด้านก็สุกสกาวอร่ามเรืองไปด้วยแก้วมณีและไพฑูรย์  บานหน้าต่างก็สลักไว้ด้วยลวดลายอันงดงาม  เพดานตกแต่งไว้เป็นรูปดาวเดียรดาษเป็นอย่างดี  เมื่อเพ่งดูภาพตลอดทุกผนังช่างงดงามเสียเหลือเกิน  ดูประหนึ่งมีชีวิตจิตใจ  ภาพลายเทพนมเพ่งมองนิ่ง  นรสิงห์งามมาก  ครุฑกำลังยุดนาคและประหนึ่งว่ากำลังจะขยับบินอย่างองอาจ  ลวดลายที่วาดไว้บนผนังมีงานรูปปั้นเป็นลายกนกพันเกี่ยวกับดอกไม้เครือเถาประดับอยู่เป็นระยะ  ภายใต้เศวตฉัตรอันงดงามเรืองรองตั้งพระแท่นที่ประทับอันสุกใสและพระแท่นบรรทมอันประเสริฐ  โคมดอกไม้ร้อยเป็นพวงห้อยย้อยลงมาส่งกลิ่นหอมอบอวลราวกับดอกไม้ทิพย์  เหล่านางงามมีเหลือคณนานับ  มีรูปโฉมเป็นที่น่าเจริญใจยิ่ง  ทั่วเรือนร่างมีผิวพรรณงามชวนพิศประดุจนางอัปสร  เรียงรายด้วยเหล่าข้าบาทบริจาริกา  แบ่งพวกอยู่เวรคอยรับใช้ต่อเนื่องกันไปเป็นประจำทุกวัน

       โดยรอบมหานครมีกำแพงเมืองที่แข็งแรงมั่นคงประดุจเขาพระสุเมรุล้อมอยู่  ข้าศึกที่คิดจะรุกรานบังเกิดความท้อแท้ไม่คิดสู้  เสาค่ายและเสาระเบียงเรียงรายเป็นแถว  คูน้ำและประตูเมืองมีอยู่รอบเมือง  ป้อมเรียงกันเป็นแถวและปักธงไว้เรียงราย  มองดูค่ายก็เห็นแข็งแรง  เสาธงผูกธงเวลาลมพัดจะโบกสะบัด  หอรบราวกับจะรอรับข้าศึก  ทำให้ข้าศึกท้อใจ  หากผู้ใดต้องการรบก็ต้องสูญเสียชีวิตและไม่สามารถต่อต้านได้ต้องแตกหนีไป   พรั่งพร้อมด้วยกองทัพทหารหาญ ข้าราชการ ข้าราชบริพาร และข้าราชการชั้นผู้ใหญ่  เนืองแน่นไปด้วยม้าศึก ช้างศึกที่ชำนาญการสงคราม เคยได้ชัยชนะแก่ข้าศึก  มีความสุข ความสนุกสนานอย่างสุดแสนในแผ่นดินที่รุ่งเรืองและงดงาม  เวลากลางวันผู้คนไปมาหาสู่มากมายเหลือจะคณนานับ  กลางคืนมีมหรสพและการเล่นดนตรีอย่างครึกครื้น  เสียงผสมผสานกันกึกก้องทั้งพิณพาทย์และกลอง  เสียงเซ็งแซ่ฟังแล้วไพเราะจับใจบังเกิดความสนุกสนานรื่นเริงใจ  เมืองของพระองค์เทียบได้กับสวรรค์ชั้นฟ้าอุดมสมบูรณ์ดังใจทุกประการ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: วสันตดิลกฉันท์ สามัคคีเภทคำฉันท์ ถอดความ ตอนที่ ๒ 
· หมายเลขบันทึก: 322679 · เขียน:  
· ความเห็น:
2
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เขียนเมื่อ Thu Dec 24 2009 17:52:23 GMT+0700 (ICT)
ครูแป๊ว กัลยาณี
เขียนเมื่อ Fri Dec 25 2009 12:30:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณครูกิติยา

ชอบรูปของคุณครูมากค่ะเห็นแล้วสุขใจ แม้ว่าจะเป็นรูปเสือ แต่ขออนุญาตอนุมานว่าเป็นรูปแมวที่บ้านนะคะเพราะเขามีสีส้มคล้ายเสือและเป็นแมวที่อ้วนล่ำมากค่ะ

ปีใหม่ 2553 ที่จะมาถึงนี้ ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยบันดาลความสุขสวัสดีแด่คุณครูตลอดไปค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์