สมาชิก
แลกเปลี่ยน

กระดูกสันหลังผุ

กว่าจะเป็นเม็ดข้าวให้เจ้าเคี้ยว ผิวแห้งเหี่ยวหม่นมัวรอยหมองไหม้

กว่าจะเป็นเม็ดข้าวให้เจ้าเคี้ยว
หน้าซีดเซียวซับแดดที่แผดเผา
จนดำด้านกร้านเกรียมหนี้รุมเร้า
ซ่อนทุกข์เศร้าถั่งโถมโทรมกายา

 

โอ้กระดูกสันหลังนับวันผุ
เริ่มบรรลุสัจธรรมเจียนสิ้นท่า
ความภูมิใจผลผลิตอนิจจา
ขวัญผวาเหลืออะไรในชีวิต

กระดูกอ่อนอดรนทนไม่ไหว
ลาจากไปไกลนาฝ่าวิกฤติ
กระดูกแก่ก่นเลียเพลียแผลพิษ
ไม่มีสิทธิ์เกาแผลที่แพ้คัน


ต้นกล้าลู่ลมพัดระบัดพลิ้ว
กระทบนิ้วหนาหยาบอย่างหวาดหวั่น
สองบ่าแบกฟ่อนกล้าล้าผ่านวัน
ปักดำมั่นหาญสู้อย่างผู้เพียร

ทุ่งรวงทองพลิ้วพลิกระริกไหว
โล้แกว่งไกวน้อมรวงรอแปรเปลี่ยน
จากอวบอิ่มสิ้นทุนหมุนวนเวียน
ลีบเล็กเจียนแทบขาดอนาถใจ

กว่าจะเป็นเม็ดข้าวให้เจ้าเคี้ยว
ผิวแห้งเหี่ยวหม่นมัวรอยหมองไหม้
ทุกคำข้าวเจ้าอิ่มยิ้มละไม
เหงื่อข้าไงไหลหยดแทบหมดลม

    ......................................

                                    ดอกไผ่
    

ขอบคุณภาพและเพลง  จากอินเทอร์เน็ต
เพลงชาวนา  ของ แฮมเมอร์

 

     

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: กวีนิพนธ์ ข้อคิด ปรัชญา คำสอน 
· หมายเลขบันทึก: 306289 · เขียน:  
· ความเห็น:
36
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 08:15:26 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณและประทับใจ คุณธรรมทิพย์ มากครับ ที่แต่งกวีให้ อ้ายโดษ ผีบ้าเมืองปาย

n605458823_2402454_3500140 by you.

  "ผีบ้า"แห่งเมืองปาย       สืบความหมายแห่งชีวิน
ภูมิใจไม่สูญสิ้น                    เทิดแผ่นดินถิ่นดงดอน
      สืบสานเพื่อสืบต่อ           ทุกข์ยากท้อไม่ไถ่ถอน
คนบ้าแห่งภูธร                     มิเคยอ่อนซ่อนจุดยืน...

ชอบมากแล้วผมจะส่งไปให้พี่เขาคิดว่าเขาคงชอบมากเช่นกันครับ

 

udomran
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 08:18:29 GMT+0700 (ICT)
  • ...สวัสดีครับ ...คุณวราภรณ์...ขอเรียกว่า คุณวราภรณ์ นะครับ...
  • ...ด้วยอาหารหลัก ที่เรียกว่า "ข้าว"ที่เลี้ยงเราจนเติบใหญ่มาถึงทุกวันนี้...
  • ...ด้วยความที่เป็นลูกชาวนา จึงรู้ว่า กว่าจะได้มาซึ่ง"ข้าว"ลำบากครับ... 
ธรรมทิพย์
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 08:38:05 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ  คุณจตุพร
  • อ่านเรื่องราวดี ๆ ของคุณ "ผีบ้าแห่งเมืองปาย"
    แล้วก็ประทับใจเช่นกันค่ะ
  • แต่งให้ด้วยความยินดีค่ะ
  • ขอบพระคุณที่เข้ามาทักทายค่ะ
ธรรมทิพย์
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 08:42:42 GMT+0700 (ICT)
  • เรียน  ผอ.udomran P
  • ขอบพระคุณค่ะ ที่คอยเข้ามาเยี่ยมให้กำลังใจบ่อย ๆ
    พร้อมข้อคิดเห็นดี ๆ ค่ะ
  • ...ด้วยความที่เป็นลูกชาวนา จึงรู้ว่า กว่าจะได้มาซึ่ง"ข้าว"ลำบากครับ... 
  • ถึงแม้จะเป็นลูกแม่ค้า  เกิดมาไม่เคยทำนาก็ซึมซับความลำบากของชาวนา
    เป็นอย่างดี...และรู้สึกเห็นใจชาวนาเป็นที่สุดค่ะ
small man
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 09:11:50 GMT+0700 (ICT)

ได้อ่านกลอนกระดูกสันหลังผุ ทำให้นึกถึงเพลงชาวนาอาลัย  ของวงด่านเกวียน  เพลงนี้  ผมเล่นตอนเรียนหนังสือ    คนดูชอบมากครับ

ธรรมทิพย์
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 09:43:45 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ  ท่านรอง ฯ small man P
  • ขอบพระคุณที่เข้ามาเยี่ยมพร้อมความคำนึงในวัยเยาว์ ...
    เพลงชาวนาอาลัยลองไปหาฟังแล้วไพเราะมากค่ะ
  • ท่านรองฯ คงจะร้องเพลงเพื่อชีวิตเก่งนะคะ...
น้องซิลเวีย
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 13:34:31 GMT+0700 (ICT)

จอบในมือถือไว้ยามไถ่หว่าน

จนหยาบกร้านผ่านกล้าให้นาเขียว

ออกเมล็ดเม็ดข้าวรวงยาวเรียว

กอบเก็บเกี่ยวเคียวตัด...เหมือนกัดฟัน

น้องซิลเวียขอเป็นกำลังใจให้ชาวนาทุกท่านค่ะ...

แวะมาเยี่ยมเยียนด้วยความเคารพ และซาบซึ้งถึงบุณคุณ...ผู้เป็นกระดูกสันหลังของชาติ..มิเลือน

นายประจักษ์ ปานอินทร์
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 16:11:46 GMT+0700 (ICT)

มาให้กำลังใจกระดูสันหลัง เดี๋ยวม่อนไม่มีข้าวกิน แต่งกลอนเก่งมาก

ธรรมทิพย์
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 16:14:04 GMT+0700 (ICT)

"จอบในมือถือไว้ยามไถ่หว่าน

จนหยาบกร้านผ่านกล้าให้นาเขียว

ออกเมล็ดเม็ดข้าวรวงยาวเรียว

กอบเก็บเกี่ยวเคียวตัด...เหมือนกัดฟัน"


หล่อเลี้ยงชีพผู้คนทนฝนร้อน
แต่งกายปอนเหม็นสาบเหงื่อเพื่อใครนั่น
มือหยาบกร้านกรำงานผ่านคืนวัน
ทุกข์จาบัลย์เท่านี้หรือคือชาวนา....

  • สวัสดีค่ะ น้องซิลเวีย
    ขอบคุณที่ให้เกียรติมาทักทาย
    พร้อมบทกลอนลึกซึ้งกินใจ

Bob
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 16:35:14 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์วราภรณ์

อ่านแล้วนึกถึงกระดูกสันหลัง

ถ้าไม่มีพวกเขาแล้ว

เราจะเอาอะไรทานกัน

คงต้องทานขนมปังแผ่นเหมือนพวกผมทอง

ลูกหลานทิ้งไร่นามาหาความเจริญในเมืองใหญ่

นั่งทานข้าวในร้านอาหารแต่ละครั้ง

เคยคิดถึงพวกเขา คนที่ดำนาอยู่บ้างไหมหนอ

ธรรมทิพย์
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 16:38:41 GMT+0700 (ICT)
  • เรียน  ผอ.ประจักษ์ P
  • ขอบพระคุณที่พาหลานม่อนมาเยี่ยมค่ะ
    ต่อไปหากหลานม่อนเป็นผู้นำในสังคมอย่าลืมดูแลชาวนานะคะ
นาง นงนาท สนธิสุวรรณ
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 16:41:13 GMT+0700 (ICT)

แวะมาเยี่ยมอ่านบทกลอนดีๆ..เพื่อชีวิตชาวนาไทยค่ะ

 

ธรรมทิพย์
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 16:42:52 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ  คุณBob P
  • ขอบคุณความคิดเห็นดี ๆ ค่ะ
    อ่านแล้วก็พลอยเห็นภาพ
    บางคนก็กินทิ้งกินขว้าง  ไม่เคยคิดถึงคนอดอยาก
    และคนที่ปลูกข้าวให้เรากิน
  • ป่านนี้ชาวนาจำนวนไม่น้อยคงน้ำตาตกในเพราะน้ำท่วมนา
    นี่แหละ...ความจริงที่น่าขมขื่นของเมืองไทย
  • ขอบคุณวงดุริยางค์เอวละอ่อนที่นำมาบรรเลงให้ดูเพลิน ๆ ค่ะ
ธรรมทิพย์
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 16:50:55 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ คุณนงนาท P
  • ขอบพระคุณที่แวะมาเยี่ยมทั้งตัวอักษร  และภาพสวย ๆ ที่คมชัดค่ะ
    นางแบบทุกคนท่าทางภูมิฐาน  ซ่อนความสุขอยู่ภายในค่ะ
    แต่ดูนายแบบแล้วชักไม่แน่ใจสงสัยจะอยู่คนละอารมณ์นะคะ
  • @space@
    เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 17:11:28 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณธรรมทิพย์

    ไม่ได้เป็นลูกชาวนาเช่นกัน แต่ก็ซึ้งในคุณค่าของชาวนาค่ะ

    สอนลูก สอนศิษย์ อย่ากินทิ้ง กินขว้าง

    ขอบคุณนะคะที่บันทึกบทกลอนดีดีและไพเราะฝากไว้ให้เป็นข้อคิดค่ะ

    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 17:27:35 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ คุณครูอี๊ด P
    • ขอบคุณที่มาเยี่ยมทักทายค่ะ
    • เห็นด้วยค่ะ...เราทุกคนควรปลูกฝังความกตัญญูให้เด็ก ๆ เพื่อเติบใหญ่
      จะได้รู้จักกตัญญูุูนะคะ...

     

    สวัสดีคะ ครูวราภรณ์ ไปเยี่ยมได้คะ วันนี้งานพี่สุคงไม่เครียดเท่าไหร่

    สงสารชาวนาจริงๆนะคะ ชาวนาคือกระดูกสันหลังของชาติ ปลูกข้าวให้เรากิน  แต่ทำไมชาวนาถึงได้ลำบากนักหนา  ข้าวไม่มีขาย  ถึงขายก็ขายไม่ได้ราคา  เวลาขึ้นราคา ก็ไม่ใช่ชาวนาขึ้นเอง คนกลางเป็นคนขึ้น  เวลาขายข้าว คนกลางก็มาตั้งราคาเอง

    พี่สุอยากได้ผู้แทนที่เป็นชาวนาจริงๆ จะได้รู้หัวอกลูกชาวนากว่าจะได้ข้าวมาใส่ยุ้ง  ขายข้าวไปแล้ว ก็ยังลำบากตลอดปี  ทั้งที่ข้าวคนก็กินกันทุกวัน มีความสำคัญมาก ทำไมรัฐบาลถึงไม่ดูแล  อีกหน่อยชาวนาหมดกำลังใจ ขายที่ให้คนต่างชาติหมด เขามีเครื่องมือที่ทันสมัย มาทำแป๊บเดียว ได้ข้าวเสร็จแล้วก็นำมาขายให้คนไทยกินแล้วก็ซื้อ น่าหัวเราะให้ฟันร่วงเลยะคะ  คนไทย คนไทยจะแย่แล้ว โดยเฉพาะชาวนาคะ

    พี่สึอยากเม้นยาวกว่านี้ พอแค่นี้ก่อนนะคะ กดตามไปดูนี่

    http://gotoknow.org/blog/lelaxy/306398  อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอคะ

    http://gotoknow.org/blog/lelaxy/305995  อนืจจังสังขารนั้นไม่เที่ยงคะ

    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 19:59:38 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ พี่สุ P
    • ขอบคุณความคิดเห็นดี ๆ ที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ
    • เดี๋ยวจะตามไปตรวจงานให้นะคะ
    มนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)
    เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 21:49:43 GMT+0700 (ICT)
    • เห็นชื่อบันทึก
    • นึกว่าต้องเข้าเฝือกซะแล้ววว
    • แต่พออ่านบันทึก
    • ยิ่งกว่าเข้าเฝือก  อิอิ
    ผศ.ดร. เมธา สุพงษ์
    เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 22:20:30 GMT+0700 (ICT)

    ชาวนา ชาวนา อาชีพที่ไม่ค่อยมีใครให้ความสนใจ ไร้ยศฐาบรรดาศักดิ์ แต่มีเกียรติในฐานะเป็นกระดูกสันหลังของประเทศ แต่กลับมีฐานะยากจน น่าคิดนะครับ มาทักทาย

    คิม นพวรรณ
    เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 22:24:12 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ

    • คิดเหมือนคุณมนัญญา ~ natachoei ( หน้าตาเฉย)เลยค่ะ
    • หล่อเลี้ยงชีพผู้คนทนฝนร้อน
      แต่งกายปอนเหม็นสาบเหงื่อเพื่อใครนั่น
      มือหยาบกร้านกรำงานผ่านคืนวัน
      ทุกข์จาบัลย์เท่านี้หรือคือชาวนา....
    ครู ป.1
    เขียนเมื่อ Sat Oct 17 2009 07:36:25 GMT+0700 (ICT)

    ทุกวันนี้ ชาวนา ต้องอาศัย

    นายทุนใหญ่ จัดหา ที่นาสวน

    นาที่ทำ ใช่เจ้าของ ปองทบทวน

    ทุกอย่างล้วน นายทุน ท่านหนุนนำ

    **ท่านจะเชื่อหรือไม่ ชาวนาที่ทำนาไม่ใช่เจ้าของที่ดินสักกี่เปอร์เซ็นต์***

    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Sat Oct 17 2009 07:49:33 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ คุณมนัญญา   P
      ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยี่ยมทักทาย
      อ่านแล้วยิ่งกว่าเข้าเฝือกอีกนะคะ  อิ อิ 
    • ขอบคุณค่ะ
    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Sat Oct 17 2009 07:53:31 GMT+0700 (ICT)
    • เรียน ดร. เมธา สุพงษ์ P
    • ขอบพระคุณที่ให้เกียรติมาทักทายค่ะ
      กระดูกสันหลังของประเทศ แต่กลับมีฐานะยากจน น่าคิดนะครับ
    • น่าคิดมากค่ะ  กี่ยุคกี่สมัย  จะมีผู้ปกครองสักกี่คนที่เห็นใจชาวนา
    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Sat Oct 17 2009 07:55:30 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ พี่คิม
    • ขอบพระคุณที่มาเยี่ยมค่ะ
      คิดเหมือนคุณมนัญญา  ก็ขอตอบกลับเหมือนคุณมนัญญา เช่นกันนะคะ อิ อิ
    Vij
    เขียนเมื่อ Sat Oct 17 2009 12:13:29 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ พี่ธรรมทิพย์
    มันคือความจริง...ชาวนา คือกระดูกสันหลังของชาติ...กว่าจะได้มาสักเมล็ดหยาดเหงื่อแรงงานทั้งนั้น...ข้าวเป็นอาหารหลักของชาติ แต่ก็แปลกที่คนปลูกข้าว กลับจนเอาจนเอา...จนน่าท้อแทน


    ขอบพระคุณมากค่ะ

    หนานเกียรติ
    เขียนเมื่อ Sat Oct 17 2009 12:19:58 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ

    มาแจมด้วยคนครับ

    เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ
    เหงื่อกูที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน
    ข้าวนี้นะมีรส ให้คนชิมทุกชั้นชน
    เบื้องหลังสิทุกข์ทน และขมขื่นจนเขียวคาว
    จากแรงมาเป็นรวง ระยะทางนั้นเหยียดยาว
    จากรวงเป็นเม็ดพราว ล้วนทุกข์ยากลำบากเข็ญ
    เหงื่อหยดสักกี่หยาด ทุกหยดหยาดล้วนยากเย็น
    ปูดโปนกี่เส้นเอ็น จึงแปรรวงมาเป็นกิน
    น้ำเหงื่อที่เรื่อแดง และน้ำแรงอันหลั่งริน
    สายเลือดกูทั้งสิ้น ที่สูซดกำซาบฟัน

    เป็นบทกวีที่ "จิตร ภูมิศักดิ์" แต่งขึ้น

    และ "คาราวาน" เอามาร้องครับ

    ชื่อเพลง "เปิบข้าว"

    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Sat Oct 17 2009 19:20:47 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ  คุณครูป.๑

    ทุกวันนี้ ชาวนา ต้องอาศัย

    นายทุนใหญ่ จัดหา ที่นาสวน

    นาที่ทำ ใช่เจ้าของ ปองทบทวน

    ทุกอย่างล้วน นายทุน ท่านหนุนนำ

    เพราะเหตุใดเล่าหนาอนิจจาเอ๋ย
    ชีวิตเคยร่มเย็นทุกคืนค่ำ
    ความอบอุ่นร่วมมิตรชิดร่มธรรม
    พลันถลำอับจนผลงานใคร

    • ขอบพระคุณที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ

    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Sat Oct 17 2009 19:23:33 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ น้องViJ P
    • ขอบคุณที่ช่วยตอกย้ำความจริงอ้นน่าขมขื่นของชาวนาไทยค่ะ
      แจกันดอกไม้สวยค่ะ  ขอบคุณนะคะ...ที่คอยมาให้กำลังใจ

    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Sat Oct 17 2009 19:31:57 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ  คุณหนานเกียรติ P
    • บทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์ ไพเราะมากขึ้น  ลืมไปเสียสนิทเลยค่ะ
      อ่านครั้งคราวใดก็สะเทือนใจทุกที 
      ทั้งรสคำ รสความ  กระแทกกระทั้นความรู้สึกจริง ๆ ค่ะ
    • ขอบพระคุณมากค่ะ

    ลุงเล็ก
    IP: xxx.9.228.210
    เขียนเมื่อ Mon Oct 19 2009 13:36:44 GMT+0700 (ICT)

    มาอ่านบทกวีของคุณครูวราภรณ์ ก็เห็นใจชาวนา

    อ่านแล้ว....เลือดมันพล่านในตัว

    ปู่ย่าตายายของผม ก็ชาวนาเช่นกัน

    เห็นกันมาหลายสิบปี ก็อยู่สุขสบาย ไม่บ่นเรื่องทำนา

    แต่บ่นออกมาก็คือ "ไม่มีเงิน"....ขัดสนอยู่เรื่อยไป

    ถามว่าทำนาลำบากไหม...?

    คำตอบเรื่องนี้..คนที่ว่าลำบากคือคนที่ไม่ได้ทำนา

    ชาวนา....ทำนาง่ายมาก เวลาพักผ่อนก็มากเหลือเกิน

    จริงอยู่ ตากแดดตากลม ก้มเงย ปวดหลัง ฯลฯ

    เขาก็รู้วิธีแก้....คือทำตามแบบโบราณนั่นเอง

    อยากบอกความเข้าใจของผมว่า....ทำไมชาวนาจึงยากจน?

    ไม่ใช่ผืนนาหรอก...ผืนนาเป็นเพื่อนแท้ไม่เคยเอาเปรียบ

    แต่กลไกการตลาดเป็นพิษแก่ชาวนาอย่างร้ายเหลือ

    ถามว่าชาวนาทำไมจึงยากจนอยู่อย่างนั้น....

    คำตอบคือ....โดนขโมยความร่ำรวยอย่างมองไม่เห็น

    แต่...ไม่มีใครรู้...ไม่มีใครคิด

    หากจะพูดให้สะใจ..."คนใจดำ-หน้าด้าน" ทั้งนั้นทำกับชาวนา

    ชาวนาเองก็คิดไม่เป็น...ไม่ต้องพูดว่าคิดไม่ออก

    เหมือนว่า....ชาวนาโง่ และ ถูกปล่อยให้โง่ต่อไป

    นี่คือคำพูดที่ประณีประนอมที่สุด

    อธิบายว่า...ใช้สมองกับใช้แรงกายนั้นแพ้กันมานาน

    ถามว่า..ใครทำให้ชาวนา...กลายเป็นโง่เหมือนควาย

    ตอบ "ระบบที่พ่อค้าสร้างไว้"....เหมือนกรงดักสัตว์

    จะขายข้าวราคาเท่าใด...คนซื้อเป็นคนกำหนด...เห็นความแปลกรึยัง ?

    รัฐบาลหรือ....แทนที่จะช่วย...มันเอาแต่ผสมโรงตามน้ำ

    แต่เวลาชาวนาจะซื้อปุ๋ย....พ่อค้าเป็นคนกำหนดราคาปุ๋ย

    ปุ๋ยแพง...แถมยังกลายเป็นปลอม ให้ฉิบหายหนักเข้าไปอีก

    อยากบอกว่า...."ราคา" ใครกำหนด...ถึงคนนั้นโง่ก็ยังได้เปรียบ

    หนักไปหรือเปล่าถ้าจะพูดว่า...ชาวนาเกิดมามีกรรม

    ทำงานหนัก....แทนที่จะเลี้ยงตนเอง....กลายเป็นไปเลี้ยงคนเอาเปรียบ

    ถ้า...ชาวนาลาออกจากงาน ไม่ทำนานแล้ว...อะไรจะเกิดขึ้น ?

    คำตอบที่ลอยไปมาในสายลมคือ....

    ชาวนา....ทำไมจึงโง่....

    ทำไงจะหายโง่....

    หรือว่า...มีคนแกล้งปล่อยให้ชาวนาโง่ต่อไป

    บ้านเมืองจะได้สงบสุข..!

    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Mon Oct 19 2009 13:59:03 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ  คุณลุงเล็ก
    • ขอบพระคุณค่ะ  อ่านคำตอบแล้วก็ทราบว่าคุณลุง "เลือดพล่าน" จริง ๆ ค่ะ
    • คุณลุงสาธยายจนเห็นภาพเป็นฉาก ๆ  คนที่ขูดรีดเลือดชาวนาก็คือพ่อค้าคนกลาง
      กลายเป็นวงจรอุบาทว์ที่น่าอัปยศอดสู
      แต่กลไกการตลาดเป็นพิษแก่ชาวนาอย่างร้ายเหลือ

    ถามว่า..ใครทำให้ชาวนา...กลายเป็นโง่เหมือนควาย

    ตอบ "ระบบที่พ่อค้าสร้างไว้"....เหมือนกรงดักสัตว์

    จะขายข้าวราคาเท่าใด...คนซื้อเป็นคนกำหนด...เห็นความแปลกรึยัง ?

    รัฐบาลหรือ....แทนที่จะช่วย...มันเอาแต่ผสมโรงตามน้ำ

    แต่เวลาชาวนาจะซื้อปุ๋ย....พ่อค้าเป็นคนกำหนดราคาปุ๋ย

    ปุ๋ยแพง...แถมยังกลายเป็นปลอม ให้ฉิบหายหนักเข้าไปอีก

    อยากบอกว่า...."ราคา" ใครกำหนด...ถึงคนนั้นโง่ก็ยังได้เปรียบ

        นับเป็นสุดยอดความคิดเห็นแห่งปีเลยค่ะคุณลุง... คมชัดลึกสไตล์คุณลุงเล็ก
    อย่างนี้นี่เล่า...วิถีชาวนาจึงเป็นเช่นนี้
        ขอบพระคุณสำหรับแก่นความคิดดี ๆ ที่นำเสนอค่ะ

    วิไล บุรีรัตน์
    เขียนเมื่อ Tue Oct 27 2009 13:48:36 GMT+0700 (ICT)

                              

     

                               เปิบข้าวทุกคราวคำ  จงสูจำเป็นอาจิณ

                เหงื่อกูที่สูกิน  จึงก่อเกิดมาเป็นรวง    .....จำมาได้แค่นี้คะ

    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Thu Oct 29 2009 15:50:03 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ  วิไล วิไล บุรีรัตน์
    • ขอบคุณที่มาเยี่ยมพร้อมภาพสวย  และบทเพลงค่ะ
      จำเพลงไม่ได้ไม่เป็นไรค่ะ  ถอยกลับไปหน้าแรกนะคะ
      มีผู้เมตตานำมาลงให้แล้วค่ะ

     

    เรื่อง เนื้อหา ภาพ เพลง เยียมมาก

    ขอบคุณที่แบ่งปัน

    ชาวนอกจากจะพัฒนาการเรื่องอาชีพทำนาแล้ว

    ต้องเรียนวิชา ดูตาม้าตาเรือ วิชารู้เท่าทันนายทุน

    ไม่ยังงั้นชาวนาก็จะโอดโอยตายแห้งคาที่นา หรือไม่ก็หนีไปเป็นกรรมกร

    ธรรมทิพย์
    เขียนเมื่อ Sun Nov 01 2009 06:14:52 GMT+0700 (ICT)
    • เรียน  ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ P
      ขอบพระคุณที่ให้เกียรติมาทักทาย  และชื่นชมค่ะ
      ชาวนานอกจากจะพัฒนาการเรื่องอาชีพทำนาแล้ว
      ต้องเรียนวิชา ดูตาม้าตาเรือ วิชารู้เท่าทันนายทุน
      ไม่ยังงั้นชาวนาก็จะโอดโอยตายแห้งคาที่นา หรือไม่ก็หนีไปเป็นกรรมกร
    • ท่านวิเคราะห์ได้แยบยลค่ะ  หากชาวนาไม่ปรับกลยุทธ์ก็ต้องเป็นทาสรับใข้
      นายทุนอยู่ร่ำไปนะคะ
    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
    ใส่รูปหรือไฟล์