พระพุทธเจ้าสอนอะไร

 พระพุทธเจ้า ธรรม ชีวิต 

พอดีคุณพงศกร ลูกศิษย์ COE11 ได้ส่งไฟล์พระพุทธเจ้าคิดอะไรมาให้  น่าสนใจทีเดียว ลองดูนะคะ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 303560
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

Phornphon
เขียนเมื่อ Tue Oct 06 2009 08:23:37 GMT+0700 (ICT)

น่าจะใช้คำว่าพระพุทธเจ้ารู้อะไรที่ตรงตามความเป็นจริงดีกว่านะครับ

พระมหาแล ขำสุข(อาสโย)
IP: xxx.172.135.137
เขียนเมื่อ Tue Oct 06 2009 08:45:41 GMT+0700 (ICT)
  • ตั้งหัวข้อแบบนี้ดูเหมือเป็นนักปรัชญาไปเลย
  • จะเท่ากับเป็นเจ้าสำนักคิดต่าง ๆ
  • ไม่ระวังจะมีคนเข้าใจว่าท่าน(พระพุทธองค์)เป็นนักปรัชญา
  • อนุโมทนาขอบคุณอาจารย์

ขอเจริญพร

กานดา รุณนะพงศา สายแก้ว
เขียนเมื่อ Wed Oct 07 2009 07:33:05 GMT+0700 (ICT)

คุณ Phornphone ค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาเยี่ยม พอดี อ ไม่ได้เขียนแผนภูมิเองค่ะ จริงๆ ก็มองได้หลายแง่ และแง่หนึ่งที่มองได้ก็จากแง่ที่คุณ Phornphone มองค่ะ

นมัสการพระมหาแล ขอบคุณค่ะที่เข้ามาเยี่ยม พอดี ตั้งชื่อบันทึกให้เป็นชื่อเดียวกับแผนภูมิค่ะ

คุณณัฐรดาได้เขียนอีเมลมาหาและแสดงข้อคิดเห็นดังนี้ ซึ่ง อ ก็จึงขออนุญาตคุณณัฐรดาเอามาแสดงที่บันทึกนี้ด้วยค่ะ

ได้อ่านแผนภูมิพระพุทธเจ้าคิดอะไรแล้ว นับถือผู้คิดแผนภูมินี้ในแง่ของความพยายามมากเลยค่ะ

อย่างไรก็ดี อยากเสนอความคิดไว้เล็กน้อยค่ะ

1) นิโรธ คือสภาวะที่ไร้ทุกข์ หรือไม่มีทุกข์ให้ดับ ในแผนภูมิเขียนคำว่า " รู้การดับทุกข์" ลงไป ทำให้ความหมายเลยเปลี่ยนไป กลายเป็นว่ารู้ว่าจะดับทุกข์ด้วยวิธีใดหรือเปล่าคะ

มองว่า การรู้ว่าควรดับทุกข์ด้วยวิธีใด และการกระทำเพื่อให้ทุกข์ดับนั้น ควรจะอยู่ในมรรคนะคะ ส่วนนิโรธ คือผลของการที่ดำเนินตามมรรคน่ะค่ะ

ขอยกที่พระคุณเจ้าท่านบรรยายไว้มาประกอบนะคะ

“ นิโรธ” ที่แปลกันมาว่าความดับทุกข์ ซึ่งจะต้องเข้าใจลึกลงไปให้ถูกต้องว่าเป็น การทำให้ไม่มีทุกข์ที่จะต้องดับ หรือทำให้เกิดภาวะไร้ทุกข์ มิใช่เป็นเพียงการกำจัดทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว ”

พระธรรมปิฎก (ประยุทธ์ ปยุตฺโต ) สมาธิ ฐานสู่สุขภาพจิตและปัญญาหยั่งรู้ ( หน้า ๑๐๙ ) สำนักพิมพ์ศยาม ๑๑๗ – ๑๑๙ ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพ ๑๐๒๐๐

“ทุกข์คือตัวปัญหา เป็นสิ่งที่เราไม่เอา แต่เรายังไม่ต้องปฏิบัติ เราต้องรู้ให้ชัดว่าอะไรเป็นปัญหาที่เราจะต้องไปให้พ้น

สมุทัยคือตัวเหตุแห่งทุกข์ ซึ่งต้องสืบสาวให้รู้ตามหลักความจริงที่เป็นไปตามเหตุปัจจัยว่า อ๋อ ทุกข์เกิดจากเหตุ และเหตุนั้นคืออะไร เหตุนั้นเรารู้ว่าจะกำจัด แต่เรายังไม่ได้ทำอะไร

จากนั้นเราก็รู้ด้วยว่าเมื่อกำจัดเหตุแห่งทุกข์ได้ เราจะเข้าถึงจุดหมายคือนิโรธ

แต่ทั้งหมดนี้จะสำเร็จได้ก็ด้วยการลงมือทำในข้อสุดท้ายคือมรรค

ฉะนั้น ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค สามอย่างนี้เราเข้าใจว่ามันคืออะไร และเราจะต้องทำอะไรต่อมัน แต่เราปฏิบัติไม่ได้ สิ่งที่จะปฏิบัติได้คือข้อที่ ๔ ได้แก่ มรรค

เมื่อเราปฏิบัติตามมรรค เราก็จะกำจัดสมุทัย.... แก้แหตุแห่งทุกข์ได้ เราก็พ้นจากทุกข์....หมดปัญหา และเราก็บรรลุนิโรธ....เข้าถึงจุดหมายได้ ”

พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตฺโต ) ทุกข์สำหรับเห็น แต่สุขสำหรับเป็น ( หน้า ๒๐ – ๒๑ ) สำนักพิมพ์อมรินทร์ พิมพ์ครั้งที่ ๑๕ อมรินทร์บุ๊คพริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง ๖๕/๑๖ ถนนชัยพฤกษ์ เขตตลิ่งชัน กรุงเทพ ๑๐๑๗๐ พิมพ์ครั้งที่ ๑ ๕ กรกฎาคม ๒๕๔๗

(ในข้อที่ชี้แจงมานี้ ถ้าดิฉันแปลความหมายของคำที่เขียนว่า นิโรธ / รู้การดับทุกข์ผิดไปจากเจตนาของผู้สร้างแผนภูมิจนชี้แจงมาใหญ่โตก็ขอโทษด้วยค่ะ)

2) มรรคมีองค์ 8 ยังไม่สมบูรณ์ในแง่ผลการปฏิบัติค่ะ ต้องเป็นสัมมัตตะ 10 จึงจะสมบูรณ์

ก็คือ หลังจากมี 8 ข้อ ตามมรรคแล้ว ต้องมีสัมมาญาณะ เป็นข้อ 9 และสัมมาวิมุติ เป็น ข้อ 10 ค่ะ

3) ตถาตา นั้น น่าจะอยู่ในช่วงของสัมมาญาณะนะคะ คือเมื่อปฏิบัติจนเกิดปัญญาญาณแล้ว เห็น ธรรมะ (ตา)ต่างๆ 9 ตา (ตถาตา คือหนึ่งในนั้น ) แล้วจึงวิมุติ หลุดพ้นค่ะ

4) ก่อนจะมีมรรคมีองค์ 8 ควรมีบุพนิมิต 7 มาก่อนค่ะ คือน่าจะเป็นบุพนิมิต แล้วมีลูกศรชี้ไปสู่มรรคมีองค์ 8 ค่ะ

มองว่าผู้สร้างแผนภูมินำความรู้หลายๆระดับ (วิชา ,ปัญญา, ญาณ) มาปะปนกันน่ะค่ะ จากสัมมาทิฏฐิ จึงมีลูกศรชี้ไปกลุ่มโยนิโสมนสิการ เพราะโยนิโสมนสิการ อยู่ในบุพนิมิต อันเป็นความรู้เบื้องต้นค่ะ ไม่ใช่ความรู้แจ้ง ตามที่ท่าน ป.อ.ปยุตฺโตได้บรรยายไว้ (ขอยกบันทึกนี้มาค่ะ http://gotoknow.org/blog/nadrda/300114)

เขียนมาเยอะแยะเลย หากดิฉันผิดพลาดอย่างไร หรือทำให้ลำบากใจ ก็ขออภัยด้วยนะคะ และหากดิฉันผิดพลาดอย่างไร รบกวนอาจารย์แจ้งแก้ไขด้วยนะคะ

ขอแสดงความนับถือค่ะ

ณัฐรดา

เอกชน
เขียนเมื่อ Thu Oct 08 2009 12:37:45 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

เห็นด้วยกับคุณ Phornphone ครับ หรือไม่ก็พระพุทธเจ้าสอนอะไร?

ความคิดนะครับ>>>จะอย่างไรก็ไม่จบหรอกครับ จะเรียนที้งชีวิตก็ไม่จบ มากสุดก็เพียงแต่ยกเอาธรรมขอใดข้อหนึ่งหรือหมวดใดหมวดหนึ่งมาปฎิบัติเพื่อความรู้แจ้งเห็นจริงตามพระองค์ แต่ก็ไม่เท่าที่พระองค์รู้หรือแม้แต่ที่พระองค์สอนก็ยังยากแสนยาก

กานดา รุณนะพงศา สายแก้ว
เขียนเมื่อ Thu Oct 08 2009 13:47:33 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณเอกชนและคุณ Phornphone

ตอนนี้ก็เปลี่ยนชือบันทึกเป็น พระพุทธเจ้าสอนอะไร แต่คงไม่สามารถเปลี่ยนหัวข้อในแผนภูมิได้นะคะ เพราะไม่ได้ทำเองค่ะ ลูกศิษย์ส่งไฟล์ที่ได้จากคนอื่นค่ะ

ณัฐรดา
เขียนเมื่อ Fri Oct 09 2009 20:02:37 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

มาเชิญไปชมกุหลาบอังกฤษ และการสร้างปัญญาแบบเร่งรัดค่ะ

 

สุภกิจ นามวา
IP: xxx.128.126.64
เขียนเมื่อ Mon Mar 08 2010 18:32:55 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ ที่ทำให้มองเห็นหลักธรรมแบบในวงกว้าง ย่อให้เห็นได้ง่ายๆ

faii
IP: xxx.24.128.24
เขียนเมื่อ Wed Nov 03 2010 17:40:53 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากๆค่ะ^^

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า