เด็กหนีเรียน แก้อย่างไรให้ตรงจุด

 การแก้ปัญหาเด็กนักเรียนหนีเรียน 

     ช่วงที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ทำหน้าที่สารวัตรนักเรียน(พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤติ)  ร่วมออกตรวจค้นหาเด็กหนีเรียนร่วมกับหน่วยงานต่างๆ

   

        แนวปฏิบัติเมื่อพบเด็กหนีเรียนของคณะของผมที่ไปด้วย  คือ จะมีการตำหนิ ดุด่าว่ากล่าว สั่งสอนตักเตือน  พร้อมกับแจ้งโรงเรียน หรือ ผู้ปกครองให้ทราบ

       ผมมีความคิดเห็นว่าเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ ซึ่งเป็นการระงับปัญหาได้ชั่วคราว   จะแก้ปัญหาให้ยั่งยืน  ต้องแก้ที่ต้นเหตุครับ

      เพราะปัญหาเด็กหนีเรียน   ต้นเหตุของการหนีเรียน นักวิชาการได้วิเคราะห์เอาไว้ว่าที่เด็กหนีเรียนเป็นเพราะ

      ๑. ปัญหาการเรียน  เรียนไม่รู้เรื่อง เนื่องจาดเชาว์ปัญญาต่ำ

      ๒. เบื่อหน่ายการเรียนการสอน กฏระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน

      ๓. ปรับตัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้   ไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่ม

      ๔. ถูกชักจูงจากเพื่อนไปแหล่งที่มีความสุข สนุก น่าสนใจ กว่าในห้องเรียน

      ๕. ครอบครัวไม่มีความสุข   ขาดความรักความเข้าใจจากพ่อแม่

      การแก้ปัญหาเด็กหนีเรียนให้ตรงจุด  คงจะต้องแก้ให้ตรงกับสาเหตุดังกล่าวทั้ง ๕ ข้อ ข้างต้นครับ

       นั่นคือ  "ให้ความรัก ก่อน ให้ความรู้"

      เมื่อพบเด็กหนีเรียน ก็คงจะต้องซักถามพูดคุยอย่างเป็นกันเอง  ถึงสาเหตุที่หนีเรียน  เพื่อจะได้หาทางประสานร่วมมือกันแก้ให้ตรงจุด ระหว่างบ้าน และ โรงเรียน  โดยทำความเข้าใจร่วมกันกับโรงเรียน  ในเรื่องของการจะทำอย่างไรให้เด็กอยู่ในโรงเรียนอย่างมีความสุข   และ ทางบ้าน ในเรื่องของการให้ความรักความอบอุ่น

     

         ผมเชื่อว่าเด็กทุกคนอยากเป็นคนดี และ ต้องการเป็นคนดี  แต่ที่เขาขาด คือ ขาดความรัก และ ขาดการยอมรับ

        เมื่อเขาได้รักความรัก และ การยอมรับ  จากทางบ้าน และ โรงเรียน  ผมว่าปัญหาหนีเรียนจะลดลงครับ   

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): แลกเปลี่ยนเรียนรู้ 
 หมายเลขบันทึก: 290376
 เขียน:  
 ความเห็น: 30  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

ธรรมฐิต
เขียนเมื่อ Sun Aug 23 2009 19:53:54 GMT+0700 (ICT)

"ให้ความรัก ก่อน ให้ความรู้"

ถ้าคุณครูทำได้รับรองเด็กจะดีขึ้นเยอะขอรับท่านรอง..

small man
เขียนเมื่อ Sun Aug 23 2009 20:14:16 GMT+0700 (ICT)

Pท่านธรรมฐืตครับ

     ให้ความรัก ก่อนให้ความรู้   ผมพยายามจะขายความคิดครับ

                           ขอบคุณครับ

นายประจักษ์ ปานอินทร์
เขียนเมื่อ Sun Aug 23 2009 20:17:53 GMT+0700 (ICT)

เป็นกำลังใจ ปัญหานี้เป็นปัญหาที่เกิดมาแต่สมัยไหนก็คงไม่มีใครตอบได้ มันคล้ายกับตอนที่ผมไปรับตำแหน่ง ผอ.โรงเรียนแห่งหนึ่ง กรมฯให้กรอกข้อมูลว่าโรงเรียนมีปัญหาขาดแคลนอะไรบ้าง  ผมบอกไม่ได้ว่ามันขาดอะไรกันแน่ เพราะมันขาดเสียทุกอย่าง แบบว่าขอไปสร้างโรงเรียนใหม่เลยดีกว่า  จากกรมฯ ชักช้ายืดยาดไม่ทันการแล้วจะช่วยอะไรเราได้เท่าไร นอกจากต้องช่วยตัวเองก่อนดีที่สุด จึงต้อง 5.ขายโรงเรียนเพราะยากจน  ว่าเสียยาวกำลังจะสรุปว่าหากปล่อยให้ครูดูแลแก้ปัญหาอยู่คนเดียวเหมือนที่ผ่านมามันก็จะเป็นปัญหาโลกแตกต่อไป ปัญหาส่วนใหญ่มันเกิดจากผลกระทบของเศรษฐกิจและสังคม เพราะฉะนั้นทุกองค์กรทุกระบบต้องร่วมมือกันดูแลแก้ไข อย่างจริงจัง  ขอให้โชคด ประสบความสำเร็จครับ

Pag555e

small man
เขียนเมื่อ Mon Aug 24 2009 05:36:42 GMT+0700 (ICT)

Pท่าน ผอ.ประจักษ์ครับ

        เป็นความจริงที่สุดอย่างที่ท่านว่ามานั่นแหละครับ 

                     ขอบคุณมากครับ

small man
เขียนเมื่อ Mon Aug 24 2009 06:18:57 GMT+0700 (ICT)
(เพิ่มเติมครับ)

 

    ในปัจจุบัน มีปัจจัยหลายด้านที่เป็นปัญหาอุปสรรค์การสร้างคุณภาพชีวิตของเยาวชน ทั้งปัญหายาเสพติด การมั่วสุมทางเพศ ความรุนแรง สิ่งกระตุ้นการบริโภคทางวัตถุ  การมอมเมา  ปัญหาพฤติกรรมของเยาวชนที่เบี่ยงเบนไปจากวัฒนธรรมอันดีของสังคมไทย และการมีส่วนร่วมที่ไม่เพียงพอของเยาวชนในการแก้ไขปัญหาสังคมของประเทศ

    อีกปัญหาที่สำคัญไม่แพ้ปัญหาอื่นๆก็คือ “ปัญหาเด็กหนีเรียน” เป็นพฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อตัวนักเรียน ผู้ปกครอง และสถานศึกษา ซึ่งเป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นถึงข้อผิดพลาดหลายประการในสังคม และหากไม่มีมาตรการป้องกันแก้ไขหรือยับยั้ง ปัญหาดังกล่าวยังคงลุกลามต่อไป

    ในขณะนี้ ก็ได้มีการนำบัตรนักเรียน อเลคทรอนิค ที่สามารถเก็บข้อมูลสถิติการเข้าเรียน ของเด็กนักเรียน เผื่อที่ ผู้ปกครองจะสามารถรู้ได้ทันที เมื่อลูกหลาน โดดเรียน หรือไม่เข้าห้องเรียน มาใช้เป็น มาตรการป้องกันโดยโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ เป็นโรงเรียนต้นแบบของการป้องกันการหนีเรียนโดยการใช้บัตรนักเรียนในการลงเวลาในการเข้าเรียนดังกล่าว เป็นอีกวิธีที่นำเทคโนโลยีมาช่วยเพื่อลดอัตราการหนีเรียน ให้ผู้ปกครองสามรถตรวจสอบได้ตลอดเวลาว่า บุตรหลาน หนีเรียนหรือไม่

    มาตรการนี้จะสามารถแก้ไขปัญหาได้ทั้งหมดหรือไม่นั้นเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์  รู้เท่าทันทัน เด็กหนีเรียน
    1. แต่งตัวเดินออกจากบ้านแล้วแต่ไปไม่ถึงโรงเรียน แวะตามสถานที่ต่าง ๆ เช่นห้างสรรพสินค้า โรงภาพยนตร์ ลานสเก็ต เมื่อถึงตอนเย็นเด็กจะกลับมาถึงบ้านตามเวลาปกติ
    2. เด็กไปเรียนในช่วงเช้า ตอนบ่ายจะหนีออกจากโรงเรียน เด็กอาจหนีออกทางด้านหลังหรือปีนรั้วข้ามกำแพงออกมา ซึ่งการหนีเรียนนั้นเด็กจะไม่ไปโรงเรียนและไม่อยู่บ้านด้วย

    สำหรับสาเหตุของการหนีเรียนนั้นพบว่าเด็กมีความหมดหวังในสิ่งที่ได้รับจากทางบ้าน โรงเรียน หรือในหมู่เพื่อนด้วยกัน ถ้าเด็กหนีเรียนในกรณีที่เข้ากับเพื่อนไม่ได้หรือหนีเรียนเพราะเพื่อนชวน นับว่าเป็นปัญหาที่ไม่ร้ายแรง แต่ถ้าหนีแล้วหลบไปอยู่คนเดียวหรือไปก่อความวุ่นวาย อันนี้ต้องระวังและรีบหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วน

ซึ่งแนวทางแก้ไข การโดดเรียน หรือหนี เรียน นั้น มีแนวทางการแก้ไขดังนี้
    1. คุณพ่อคุณแม่ควรสอบถามหรือใช้การสังเกตเพื่อหาสาเหตุให้พบ และรีบให้การช่วยเหลือด้วยวิธีการที่เหมาะสม ในบางครั้งอาจต้องใช้การลงโทษได้บ้าง แต่ไม่ใช่วิธีการที่ดีที่สุด
    2. พ่อแม่ควรต้องคิดต่อประสานงานกับครู ถ้าสาเหตุอยู่ที่โรงเรียนหรือครู ควรให้โรงเรียนหรือครูเป็นผู้แก้ปัญหา ถ้าสาเหตุมาจากบ้าน พ่อแม่ควรจะปรึกษาหารือร่วมกันอย่ารีบร้อน ลงโทษลูกอย่างรุนแรง

1. ภัทริศยา มาน้อย (แป๊บ) ม.6 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2
    สาเหตุที่เด็กหนีเรียนก็เพราะว่าอาจจะเป็นการเบื่อที่จะเรียน เหนื่อยจากการเรียน ส่วนมากหนีเรียนก็จะไปเที่ยวเดินห้างกับเพื่อนๆ หรือหยุดอยู่บ้านเฉยๆ วิธีแก้ไขก็คงต้องให้เพื่อนๆช่วยเตือน อาจารย์คอยเตือนค่ะ

2. ภัคจิรา วรสาร (จูน) ม.6 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2
    สาเหตุก็น่าจะเป็นเพราะ ขี้เกียจเรียน เบื่ออาจารย์ อาจารย์ดุ หนีเรียนก็คงจะไปเที่ยวกับเพื่อน กับแฟน หรือไปเล่นเกมส์บ้าง การแก้ไขก็คงต้องแก้ไขที่ตัวเด็กเอง ให้สนุกกับการเรียน สอนให้สนุกไม่เครียดจนเกินไปค่ะ

3. สาวิณี วันรักชาติ (จ๋า) ม.6 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2
    คิดว่าน่าจะเป็นเพราะเบื่อวิชาที่ยากๆ ง่วงนอน สมองรับไม่ไหว หนีเรียนแล้วก็จะไปนั่งคุยกับเพื่อนบ้าง  หนีไปเล่นเกมส์บ้าง ควรจะแก้ไขเวลาเรียนค่ะเมื่อก่อนเลิกเรียน บ่าย 2 – บ่าย 3 แต่ตอนนี้เลิก เรียน 4 โมงเย็น ก็ทำให้เด็กเหนื่อยเกินไป พอตอนบ่ายก็จะง่วงกันแล้วค่ะ

4. มินตรา ล้อมสุขา (กุ๊กกิ๊ก) ม.4 โรงเรียนสตรีนนทบุรี
    สาเหตุส่วนใหญ่เลยคิดว่าไม่อยากเข้าเรียน เบื่อ เรียนไม่เข้าใจ หรือผู้ปกครองบังคับให้เรียนพิเศษอีก เมื่อหนีเรียนก็จะไปมั่วสุมกันบ้าง ไปบ้านเพื่อนบ้าง เดินห้างบ้างค่ะ การแก้ไขก็อยู่ที่ตัวเด็กเองให้ตั้งใจเรียน ขยันเรียน และอาจารย์ที่สอนก็ต้องสอดแทรกกิจกรรมไม่ให้เด็กเครียดค่ะ

5. ปวีณิกร มาสู่ทัย (วิว) ม.5 โรงเรียนสามเสนวิทยาลัย 2
    สาเหตุที่เด็กหนีเรียนก็เพราะว่า ไม่ได้ทำการบ้านมาส่ง ไม่ถูกกับเพื่อนไม่ถูกใจอาจารย์ ส่วนใหญ่ก็จะไปบ้านเพื่อนไปเที่ยวกับแฟน การแก้ไขก็ต้องขยันเรียน สนุกกับการเรียน มีเพื่อนเยอะๆจะได้ไม่เบื่อค่ะ

ครู ป.1
เขียนเมื่อ Mon Aug 24 2009 06:23:42 GMT+0700 (ICT)

นักเรียนยังเด็กนัก อยู่บ้านไม่มีใคร ไปโรงเรียนก็ทุกข์ใจ หนีไปอยู่กับกลุ่มเพื่อนๆที่คิดว่าเข้าใจกันจะดีกว่า นี่เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ให้ลูกเรียนใกล้ๆบ้าน

small man
เขียนเมื่อ Mon Aug 24 2009 06:28:52 GMT+0700 (ICT)

Pครู ป 1  ครับ  ตรงนี้แหละครับ ของจริง

อยู่บ้านไม่มีใคร ไปโรงเรียนก็ทุกข์ใจ

     ผมเอง  ก็ว่าจะให้ลูกเรียนที่ตราดนี่จนจบมอหกแหละครับ

                                ขอบคุณครับ

ตาเหลิม
เขียนเมื่อ Tue Aug 25 2009 16:28:05 GMT+0700 (ICT)

  • มาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนด้วยครับ 
  • มีหลักการทางจิตวิทยาที่ได้แลกเปลี่ยนกับคุณหมอเด็กและวัยรุ่น 
  • จนผมเองนำมาขยายผล และถ่ายทอดกับพี่ๆ ที่เป็นครู นั่นคือ เรื่อง C 4 : หรือ ซีโฟร์ ระเบิดนี่แหละครับ 
  • ระเบิดกิจกรรมของเด็กและเยาวชน ประกอบด้วย 
  • 1. Chanlenging ความท้าทาย การออกแบบการเรียนการสอน หรือ กิจกรรมต้องท้าทายความสามารถ และสามารถทำให้เด็กพัฒนาตนเองจนทำสำเร็จได้ (ต้องไม่ยากเกินภาวะของเด็กนั้นจนเกินไป) Competition การแข่งขัน  ในที่นี้อาจหมายถึงการแข่งขันแต่เพียงเพื่อความสนุกสนาน ไม่ต้องแข่งเอาเป็นเอาตาย เช่น แข่งกันเป็นทีม แล้วครูก็มี ดาว มีของรางวัลให้เป็นต้น 
  • 2. Companionships ความเป็นหมู่คณะ การทำกิจกรรมเป็นกลุ่ม การสร้างกลุ่มและการมีตัวตนให้กับเด็ก 
  • 3. Creativity ความสร้างสรรค์  เมื่อใดก็ตามที่ครูสอนไม่สร้างสรรค์ กิจกรรมไม่สร้างสรรค์ ดูถูก เหยียดหยามนักเรียน เอาทัศนคติตัวเองไปตัดสินเด็ก เมื่อนั้น ครูก็จะสอนเด็กไม่ได้ เพราะเด็กไม่มีความสุขแล้ว ดังนั้น ครู หรือผู้ออกแบบกิจกรรมต้องค้นหาความสร้างสรรค์ ฝึกให้เด็กได้แลกเปลี่ยนหรือใช้จินตนาการมาประกอบ 
  • 4. Charity การแบ่งปัน ห่วงใยคนอื่น การทำกิจกรรมในลักษณะนี้จะช่วยให้เด็กเชื่อมตัวเองเข้ากับสังคมได้ และสามารถอยู่ร่วมกับคนอื่นได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้ เด็กจะไม่อยากก่อปัญหาอีกด้วย    
ส่วนปัญหา 5 ข้อ  ที่ว่า 
๑. ปัญหาการเรียน  เรียนไม่รู้เรื่อง เนื่องจากเชาว์ปัญญาต่ำ

๒. เบื่อหน่ายการเรียนการสอน กฏระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน

๓. ปรับตัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้   ไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่ม

๔. ถูกชักจูงจากเพื่อนไปแหล่งที่มีความสุข สนุก น่าสนใจ กว่าในห้องเรียน

๕. ครอบครัวไม่มีความสุข   ขาดความรักความเข้าใจจากพ่อแม่

 

ข้อแรก ปัญหาการเรียน  เรียนไม่รู้เรื่อง เนื่องจากเชาว์ปัญญาต่ำ

ข้อนี้คงต้องค่อยๆ พัฒนาไปตามลำดับ หากจะให้ดี ครูในโรงเรียน ควรมีสักคนที่จบจิตวิทยาพัฒนาการ เพื่อมาคอยให้คำปรึกษาเป็นพิเศษ เพราะครูจำนวนหนึ่งพอจบแนะแนว คิดว่าจะรู้ครอบคลุมครอบจักรวาล ตอบปัญหาได้หมด ซึ่งจริงๆ ไม่ใช่ ต้องช่วยกันแก้ปัญหาอย่างบูรณาการ 

ข้อสอง   เบื่อหน่ายการเรียนการสอน กฏระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน 

ข้อนี้ พบว่ามีหลายโรงเรียน ที่ครูปกครอง พยายามยึดเอาระเบียบโรงเรียนไว้ยิ่งกว่าศาสนาประจำใจ จนถึงเวลาที่เห็นนักเรียนผิดหูผิดตา ก็จะอาศัยกฎโรงเรียนมาปฏิบัติต่อนักเรียนด้วยความรุนแรง โดยเฉพาะความรุนแรงทางคำพูด ซึ่งส่งผลอย่างมากต่อวัยรุ่น  

อีกอย่าง คุณครูก็สอนกันด้วยวิธีการอันแสนจะน่าเบื่อ เรียนไปเด็กก็ไม่ได้รับการยอมรับจากครู หรือกิจกรรมการเรียนการสอนไม่มีส่วนร่วม เด็กๆ ก็หนี เพราะมันอาจจะท้าทายและสนุกกว่าเดิมได้บ้าง

ข้อสาม ปรับตัวเข้ากับเพื่อนไม่ได้   ไม่เป็นที่ยอมรับของกลุ่ม

ต้องสร้างกลุ่มให้เขาให้ได้แล้วละครับ 

ข้อสี่ ถูกชักจูงจากเพื่อนไปที่ที่สนุกกว่าห้องเรียน 

ข้อนี้ดูจะเกี่ยวพันกันกับข้อสองและสาม ตามลำดับ 

และ ข้อห้า ครอบครัวไม่มีความสุข 

อาจจะเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ที่ทำให้เด็กออกนอกโรงเรียนไป หรือ อาจจะใช้เป็นข้ออ้างเพื่อหนีจากคำถามของครูก็ได้ (อันนี้ผมเดาเอา) 

 

อยากแลกเปลี่ยนเยอะๆ เหมือนกันครับ แต่นี่ผมแอบมาเล่น อิอิ 

เดี๋ยวเอาไว้จะมาแลกเปลี่ยนด้วยนะครับผม


small man
เขียนเมื่อ Wed Aug 26 2009 06:33:36 GMT+0700 (ICT)

Pตาเหลิมครับ

      เป็นองค์ความรู้ที่มีคุณค่ามากเลยครับ

      ขอบคุณมากครับ สำหรับความรู้ที่จะนำไปแก้ปัญหาเด็ก  ขอนำไปใช้กับเด็กๆในโรงเรียน  และ ขออนุญาตเผยแพร่เลยนะครับ

                      ขอบคุณอีกครั้งครับ

เสียงของเด็ก
IP: xxx.172.138.163
เขียนเมื่อ Thu Sep 02 2010 11:34:45 GMT+0700 (ICT)

ผมคิดว่า ปันหาทั้งหมด มาจาก ตัวเด็ก เอง นะคับ

ส่วน มาก ผมได้ ลองถามเพือน ดูแล้ว

เพือนๆ บอกว่า ที่ไม่เข้าเรียน เพราะ มีปันหา

ติดเกม บ้าง ไม่อยากเรียน บ้าง นะคับ

krutoom
เขียนเมื่อ Thu Sep 02 2010 11:44:31 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่านรอง ฯ มาอ่านการหนีเรียนแล้ว คงต้องมีวิธีการที่ "ให้ความรัก ก่อน ให้ความรู้" น่าจะใช้ได้ดีแน่ๆค่ะ

small man
เขียนเมื่อ Thu Sep 02 2010 12:25:46 GMT+0700 (ICT)

คุณเสียงของเด็กครับ  ที่บอกว่า

เพือนๆ บอกว่า ที่ไม่เข้าเรียน เพราะ มีปันหาติดเกม บ้าง ไม่อยากเรียน บ้าง นะคับ

       ครับ ที่ติดเกมบ้าง ไม่อยากเรียนบ้าง  เป็นตัวปัญหาครับ  ต้องหาสาเหตุว่ามาจากสาเหตุใด

   

small man
เขียนเมื่อ Thu Sep 02 2010 12:27:19 GMT+0700 (ICT)

Ico32อ.Rindaครับ

   เด็กติดเกม หนีเรียน  เพราะเขาขาดความรักครับ

                ขอบคุณครับ

abzero
IP: xxx.9.82.105
เขียนเมื่อ Tue Sep 14 2010 07:31:36 GMT+0700 (ICT)

ปัญหาเด็กหนีเรียน แก้ได้ http://3-qmedia.com/ ถ้าทำให้การสนุกน่าสน อนาคตของชาติมีค่ามากว่าเงิน

Muntun
IP: xxx.147.7.67
เขียนเมื่อ Sat Nov 13 2010 14:41:09 GMT+0700 (ICT)

ผมว่ามันม่เก่ยวหลอกครับ เพราะมก็เคยเรียนมัธยมเหมือนกัน

ผมว่ามันไม่ได้ยู่ที่ความรักอย่างเดียว

มันต้องสอนให้คน.....คน.....นั้น.....ที่จะโตเป็นผู้ใหญ่

สอนให้เขารู้จักคิดและรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองมากกว่าครับ

นิยามความรักของพ่อแม่(บางคน)

คือการตามใจลูก

แต่ไม่เคยรู้ว่าลูกของตัวเองกำลังเป็นคนทำอะไรไม่เป็น

นิยามความรักของพ่อแม่(บางคน)

คือการบังคับลูกให้ทำในสิ่งที่ตนคิดว่าดีแล้ว

แต่ไม่เคยรู้ว่าลูกของตัวเองชอบอะไร

small man
เขียนเมื่อ Sat Nov 13 2010 15:05:43 GMT+0700 (ICT)

คุณ abzero ครับ

  ครับ ถ้าการสอนน่าสนุก  ก็ช่วยได้มากครับ

small man
เขียนเมื่อ Sat Nov 13 2010 15:11:11 GMT+0700 (ICT)

คุณ Muntun ครับ

ผมว่ามันไม่ได้ยู่ที่ความรักอย่างเดียว

มันต้องสอนให้คน.....คน.....นั้น.....ที่จะโตเป็นผู้ใหญ่

สอนให้เขารู้จักคิดและรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตัวเองมากกว่าครับ

(ครับ ก็เห็นด้วยครับ)

นิยามความรักของพ่อแม่(บางคน)คือการตามใจลูกแต่ไม่เคยรู้ว่าลูกของตัวเองกำลังเป็นคนทำอะไรไม่เป็น

นิยามความรักของพ่อแม่(บางคน)คือการบังคับลูกให้ทำในสิ่งที่ตนคิดว่าดีแล้วแต่ไม่เคยรู้ว่าลูกของตัวเองชอบอะไร

ขอบคุณมากครับ สำหรับความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์

คนไม่ยอมแพ้
IP: xxx.113.20.24
เขียนเมื่อ Thu Nov 25 2010 10:21:31 GMT+0700 (ICT)

ปัญหาเด็กหนีเรียน นักเรียนที่มาโรงเรียนแต่แต่เช้า แต่ไม่เข้าเรียน จะพูดยังไงก็ไม่เข้าเรียน เอาแต่เล่นบอล กินขนม นั่งเล่น พูดคุยกับกลุ่มที่หนีเรียนด้วยกัน เวลาถามก็บอกว่าว่าง ไม่มีเรียน ทั้งๆ ที่ครูก็สอนอยู่ แบบนี้หมายความว่ายังไง พอตอนเย็นก็กลับบ้านตามเวลาเลิกเรียนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

small man
เขียนเมื่อ Thu Nov 25 2010 10:49:39 GMT+0700 (ICT)

คุณคนไม่ยอมแพ้ครับ

      ลักษณะอย่างนี้   ไม่หนีเรียน ก็เหมือนหนีเรียนครับ  คือ ไม่เข้าเรียน แต่ยังอยู่ในบริเวณโรงเรียน

      ผมไม่อยากระบุนะครับ ว่าเรื่องแบบนี้  ใครจะรับผิดชอบ  เอาเป็นว่าทุกฝ่ายต้องช่วยๆ กันครับ   อย่าโทษกัน และ อย่าโยนความผิดให้กัน

                             ขอบคุณครับ

ครูบิ๊ก
IP: xxx.93.158.86
เขียนเมื่อ Mon Feb 07 2011 11:43:18 GMT+0700 (ICT)

ขอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ด้วยนะครับ คือมันเกี่ยวกับหลายอย่างอะครับ ทั้งโรงเรียน ครู ผู้ปกครอง รวมทั้งชุมชนด้วยครับ ต้องร่วมกันเช่นผู้ปกครอง เห็นเด็กหนีเรียนก็ต้องตักเตือน หรือแจ้งข่าวให้ผู้ที่เกี่ยวของทราบด้วย ไม่ใช่หน้าที่ของคนใดคนหนึ่ง

small man
เขียนเมื่อ Mon Feb 07 2011 11:57:44 GMT+0700 (ICT)

ครูบิ๊กครับ ต้องร่วมด้วยช่วยกันหลายฝ่ายครับ ขอบคุณครับ

ณิชาภา
IP: xxx.44.4.252
เขียนเมื่อ Wed Jun 27 2012 16:19:45 GMT+0700 (ICT)

ลูกชาย(19) เรียน ปวช. ปี 3 หนีเรียนประจำตั้งแต่ปี1 ติดซ่อม ขส มผ หลายหน่วย ในช่วงแรกที่เรียน ปวช. เขาไม่ได้อยู่กับแม่ เขาไปอยู่กับแฟนที่เรียนด้วยกัน ปีสอง เอาเขากลับมาอยู่บ้าน ก็เอาแฟนมาด้วย ตอนนี้ปีสาม ยังโดดเรียนอยู่ คุยด้วยก็บอกว่าไปทำงานส่งครูบ้าง ไม่มีเหตุผล อย่ามาเซ้าซี้ บ้าง ลูกติดเกม และเลี้ยงแมวในบ้านหลายตัว บ่อยครั้งที่รุนแรง ทารุณแมว บางครั้งก็ซ้อมแฟน เขาเป็นเด็กบ้านแตก พ่อไปจากครอบครัว เอาเขาไปเลี้ยงได้สองปีก็ทิ้งเลย แม่ไปรับมาอยู่ด้วย กับแม่ กับน้องสาว ตั้งแต่เขามาอยู่ในบ้าน ไม่มีใครมีความสุขเลย เพราะเขาคิดถึงแต่ตัวเอง ความต้องการของตัวเอง อดทน เพราะรู้ว่าลูกเป็นอย่างนี้ มีที่มา มีสาเหตุ แต่ไม่ควรเอาเรื่องพ่อแม่แยกกันมาอ้าง ที่จะเอาทุกอย่างที่ต้องการ แม่หาเลี้ยงคนเดียว ทั้งลูกสองคน แฟนลูก และแมว4ตัว ไหนจะผ่อนบ้านที่ต้องซื้อเพื่อเราแม่ลูกจะได้มีที่อยู่ แม่เหนื่อยมาก แม่รักลูก สงสารลูก อยากช่วยแก้ปัญหาทุกอย่าง แต่ลูกไม่เปิดใจกับแม่ ไม่ให้โอกาสแม่เลย คนรอบข้างก็ลงโทษว่าเป็นความผิดของแม่คนเดียว ที่ไม่จัดการกับลูกให้ได้ผล แม่จะทำอย่างไรดี

small man
เขียนเมื่อ Wed Jun 27 2012 18:47:21 GMT+0700 (ICT)

คุณณิชาภาครับ

         คุณณิชาภารู้สึกวิตกกังวลและเป็นห่วงลูกชายนะครับ   ขออนุญาตเสนอมุมมองครับ   ประเด็นสำคัญอยู่ที่  ลูกไม่เปิดใจกับแม่  ไม่ให้โอกาสแม่เลย   ตรงนี้  ที่เขาไม่เปิดใจ  บางที   คุณแม่อาจต้องฟังเขามากกว่านี้ครับ  ฟังโดยไม่ตัดสิน  ฟังโดยไม่สอนไม่แนะนำ  และอีกอย่าง  พยายามหาความดี ความเก่ง  ของเขาให้พบ  แล้วยอมรับชมเชยความดี  ความเก่ง  ของเขา  ให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่า 

          ขอเป็นกำลังใจให้ครับ

small man
เขียนเมื่อ Thu Jun 28 2012 04:46:22 GMT+0700 (ICT)

คุณณิชาภาครับ 

 

    อีกอย่าง ต้องรักตัวเองให้มากๆ ก่อนครับ  รักตัวเอง ให้อภัยตัวเอง   รักสามี  ให้อภัยสามี  และท้ายที่สุด รักและให้อภัยให้โอกาสลูก   ต้องเข้าใจลูก  ต้องฟังลูก และให้โอกาสลูกก่อนครับ     แล้วลูกก็จะฟังเรา เข้าใจเรา  ให้โอกาสเรา

 

                                ขอบคุณครับ 

มะลิวัลย์
IP: xxx.77.208.89
เขียนเมื่อ Fri Jan 25 2013 11:42:48 GMT+0700 (ICT)

มีปัญหาปรึกษา มีลูกชายคนเดียวตอนนี้อายุ 14 ปี เขาไม่ไปโรงเรียนวันอังคารกับวันศุกร์หาข้ออ้างตลอดเพื่อที่จะไม่ไปแต่ไปส่งในโรงเรียนก่อนเข้าแถวเขาก็จะออกอีกประตูโกหกกับครูเวรว่าออกมาเขาของบ้าง เพื่อที่จะได้ออกจากโรงเรียน เมื่อก่อนไม่เป็นเพิ่งจะมาเป็นหลังจากที่เขามาบอกว่าต่อยกันกับเพื่อนในห้อง(ที่บ้านไม่มีปัญหาอะไรเลย)

ครอบครัวสมบูรณ์เรื่อการเงินก็ไม่ขัดสนแต่ไม่รู้ทำไมเขาไม่อยากไปโรงเรียนขอให้ตอบทาง mail ด้วยค่ะ ตอนนี้ไม่รู้จะทำอย่างไรดีแล้ว เพราะตอนนี้เขาบอกว่าไม่อยากเรียนให้จบ ม.3 แล้ว ตอนนี้อยู่ม.2 อีก 2 เดือนน่าจะสอบขึ้นม.3

ขอความช่วยเหลือด้วยค่ะ

small man
เขียนเมื่อ Sun Jan 27 2013 09:05:05 GMT+0700 (ICT)


ผมไม่ทราบเมล์นะครับ   เรื่องลูกไม่ไปโรงเรียน  ส่วนใหญ่ก็เป็นปัญหาข้อ 1 ถึงข้อ 4 ข้างบนละครับ  ต้องทราบสาเหตุที่แท้จริงละครับ  ซึ่งบางทีเด็กเขาไม่พูด  เขาไม่กล้าพูดความจริง  ต้องให้เขาพูดมาเองครับ  แลัวิธีการที่เขาพูด   เราต้องฟังเขาอย่างเดียวครับ  ฟังโดยไม่สอน  โดยไม่ตัดสิน  แล้ว ให้เขาแก้ปัญหาของเขาเอง  ลองโทรศัพท์มาคุยกับผมก็ได้ครับ ผมยินดีแลกเปลี่ยน  ขอบคุณครับ

poo
IP: xxx.207.153.146
เขียนเมื่อ Wed Jan 30 2013 17:32:33 GMT+0700 (ICT)

ผมโดดเรียนสองครั่ง ครั่งเเรกผมโดไปร้านเกมเพราะผมกลัวปวดท้องพ่อเเม่ไม่สนใจบอกว่าปวดท้องพ่อเเม่ก็ให้ไปโรงเรียน ตอนนั้นปวดมาก ครั่งสองเจอเเต่ครอบครัวว่า เเก่งปวดท้อง ผมปวดจริงๆนะผมก็โดดไปร้านเกมเช่นเคย

ครั่งนี้ครูโทรมาถามงานเข้าเลยครับเจอหลายปากเลยครับ ครอบครัว คิดจะตายเลยตอนนั่น  พอผมหาเเต่เรื่องสนุก อย่าไปกังวลพ่อเเม่จะไม่สนยังไงต้องพึ่งพาตัวเองเเละไม่เป็นเด็กเก

 


 

หนึ่ง
IP: xxx.173.71.175
เขียนเมื่อ Tue Sep 03 2013 03:41:16 GMT+0700 (ICT)

ลูกขึนโรงเอกชนเเหงหนึ้งเเตหนีเรียนบ่อยมาก เเม่ถามเขาทำมัยหนีเรียน ลูกตอบว่าเเม่พูดเเต่หนีเรียนเลยหนีเสียเลย(ทำมัยครับ) ผมถามลูกว่วเเล้วอยากเรียนไม่เขาตอบอยากเรียน อยากย้ายโรงเรียนไม่เขาตอบไม่ต้อง หยุดสักเทอมไม่เขาตอบไม่ต้อง(ทำมัยเพราะอะไร)

หนึ่ง
IP: xxx.173.71.175
เขียนเมื่อ Tue Sep 03 2013 03:52:47 GMT+0700 (ICT)

 คุณ.small manขอเบอร์โทรด้วยครับผมมีปัญหาลูกหนีเรียนครับ ช่วงนี่หนีเรียนบ่อยมากทางบอกว่าหมดสิทธิ์สอบหลายวิชาเเล้วครับผมไม่รู้เเก้ปัญหาอย่างรัยดีเเล้ว

wijcha
IP: xxx.67.132.115
เขียนเมื่อ Tue Sep 03 2013 11:35:57 GMT+0700 (ICT)

089 7485229 ครับ small man

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า