เมื่อแพทย์ต้องเยี่ยมบ้าน

 "ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหมอเยี่ยมบ้านเขาไปเยี่ยมเพื่ออะไร ผมคิดว่าเมื่อผมเรียนจบผมจะเป็นหมอศัลยกรรม ได้ช่วยชีวิตคนให้รอดตายจากการผ่าตัด แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่าหมอเวชศาสตร์ครอบครัวก็มีความสำคัญมากจริงๆ เพราะเราไม่ได้มองแต่คนไข้คนเดียว แต่เราดูแลถึงครอบครัวของเขาด้วย เขาไม่ได้ต้องการยาจากหมอเท่านั้น เขายังต้องการกำลังใจ และความเอื้ออาทรด้วยเช่นกัน ” 

     เมื่อเดือนธันวาคม ที่ผ่านมามีโอกาสไปเยี่ยมผู้ป่วยที่ตำบลบ้านธาตุ   เป็นผู้ป่วยที่เข้ามานอนรับการรักษาที่ตึกผู้ป่วยชาย  โรงพยาบาลแก่งคอย  ด้วยอาการไข้  หายใจหอบเหนื่อย แพทย์วินิจฉัยว่าคุณตาป่วยเป็นโรคปอดบวม   และเมื่อจำหน่ายแล้วควรได้รับการติดตามไปตรวจเยี่ยมผู้ป่วยที่บ้าน

                     ครั้งแรกที่ไปถึงบ้าน ทีมงานเยี่ยมบ้านได้พบบ้านของคุณตาเป็นบ้านไม้หลังเก่าๆ  อยู่กลางทุ่ง  รั้วหน้าบ้านถูกปกคลุมไปด้วยไม้เลื้อยกินได้  เช่น  ตำลึง ผักปัง(กำปืน)  แทบมองไม่เป็นเสาไม้ไผ่ผุๆด้านใน  มีช่องทางเข้าบ้าน  ไม่มีที่ปิดกั้น  บ้านชั้นเดียวทรงสี่เหลี่ยมเทปูนที่พื้น  ผนังก่ออิฐ  ฉาบด้วยปูน  ไม่เรียบนัก  มองเข้าไปในบ้าน ด้านขวามือมีหิ้งพระ  แจกัน 2 อันมีดอกดาวเรืองเหี่ยวๆ  กระถางธูปพร้อมก้านธูปสีแดงเสียบหลายอันในนั้น  สังเกตเห็น แก้วน้ำลายดอกไม้ มีน้ำข้างในเกือบเต็มแก้ว  ถัดต่ำลงมาเล็กน้อย  มีปฏิทินที่เป็นรูปในหลวง  เมื่อสายตาของฉันมองไปที่ปฏิทินนั้น  คุณยายรีบบอกว่า  เอาไว้ดูวันพระ ว่าเป็นวันไหน  

 

                คุณตาเป็นผู้ป่วยที่อยู่ในสภาพช่วยเหลือตนเองไม่ได้     ต้องใส่สายยางให้อาหาร       มีแผลบริเวณหลังจากการที่คุณตาไม่สามารถขยับตัวได้เองมานานถึง  7  ปี    นอนอยู่บริเวณระเบียงบ้านที่มีลมโกรกตลอดเวลา   ที่นอนสำหรับผู้ป่วยประกอบไปด้วยหมอนเก่าใบเล็กๆ   และผ้าห่มเก่าๆ วางซ้อนกัน     ที่สำคัญพบว่าผู้ที่ดูแลคุณตาทุกๆ วัน ก็คือคุณยาย ซึ่งเป็นภรรยาคู่ทุกข์    คู่ยาก วัย 84  ปี  อายุอ่อนกว่าสามีที่เจ็บป่วยเพียงแค่ 2 ปี   แต่ดีตรงที่คุณยายยังสามารถ เดิน และช่วยเหลือตนเองได้  แม้ว่าจะไม่กระฉับกระเฉง  หลังอาจจะมีโค้งงอบ้าง

                     คุณยายบอกกับทีมงานเยี่ยมบ้านว่า  เมื่อ  2  ปีก่อน  ยังมีลูกชายที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงที่จะช่วยดูแลคุณตา    แต่ตอนนี้เขาได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ     คุณยายเลยต้องดูแลคุณตาผู้เป็นสามีตามลำพัง

                   ระหว่างที่เราได้พูดคุยกับคุณยาย   เราก็ได้ให้การพยาบาลคุณตาไปพร้อมกัน  เรารู้สึกได้ว่าคุณยายต้องรับภาระหนักมากที่ต้องดูแลคนป่วยทั้งวัน  ทั้งคืน  ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียม และให้อาหาร  การเปลี่ยนสายปัสสาวะ  ร่วมถึงการทำแผลให้กับคุณตา   ทีมเยี่ยมบ้านของเราจึงได้ให้กำลังใจแก่คุณยาย  และบอกคุณยายว่า เราจะช่วยเหลือ และเป็นกำลังใจ ให้คุณยาย ขอให้คุณยายอย่าท้อแท้  อย่าสิ้นหวัง  ถ้าคุณตามีโอกาสพูดได้   คุณตาจะต้องบอกว่ามีภรรยาดีเหลือเกินที่คอยดูแลไม่ทิ้งกัน   ระหว่างที่คุยกันคุณยายเริ่มมีน้ำตาคลอ  ทีมเราจึงสัญญาว่าจะกลับมาเยี่ยมคุณตา - คุณยายอีก

                   อีก  2 สัปดาห์ต่อมา   ทีมเยี่ยมบ้านได้มีโอกาสไปเยี่ยมคุณตา- คุณยายอีกครั้ง   ครั้งนี้เราได้พาเจ้าหน้าที่ประจำสถานีอนามัยตำบลบ้านธาตุ  และนักศึกษาแพทย์จากรามาธิบดีไปด้วย  วันนั้นทีมงานของเรามีทั้งหมด 13  คน ดูครื้นเครง  และเป็นกันเองมาก   บ้านของคุณยายดูแคบไปถนัดตา  คุณยายก็ดูสดใส    ออกมาต้อนรับถึงหน้ารั้วบ้าน  เราได้ช่วยกันจัดสิ่งแวดล้อม และบริเวณที่นอนให้กับคุณตาใหม่   หมอนเก่าๆ   ที่รองตัวคุณตานอน  เราเอาออก  ช่วยกันยกเตียงที่ไม่ได้ใช้ มาปัดฝุ่น  นำออกมาให้คุณตา เพื่อจะได้นอนสบายขึ้น   นักศึกษาแพทย์บางคนได้กระซิบเบาๆ กับเราว่า  พี่ครับผมไม่คิดเลยว่า  สภาพความเป็นอยู่ของคนไข้ จะเป็นแบบนี้   ผมเคยคิดว่าทำไมญาติไม่ดูแลผู้ป่วยดีๆ ปล่อยให้มีอาการติดเชื้อมาหาหมอซ้ำแล้วซ้ำอีก ถึงวันนี้ผมรู้แล้วว่ายังมีหลายๆอย่างที่ทำให้ญาติไม่สามารถดูแลผู้ป่วยอย่างที่พวกเราต้องการได้   

                   และยังมีนักศึกษาแพทย์อีกคนพูดขึ้นว่า ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าหมอเยี่ยมบ้านเขาไปเยี่ยมเพื่ออะไร  ผมคิดว่าเมื่อผมเรียนจบผมจะเป็นหมอศัลยกรรม ได้ช่วยชีวิตคนให้รอดตายจากการผ่าตัด   แต่วันนี้ผมรู้แล้วว่าหมอเวชศาสตร์ครอบครัวก็มีความสำคัญมากจริงๆ  เพราะเราไม่ได้มองแต่คนไข้คนเดียว แต่เราดูแลถึงครอบครัวของเขาด้วย  เขาไม่ได้ต้องการยาจากหมอเท่านั้น  เขายังต้องการกำลังใจ  และความเอื้ออาทรด้วยเช่นกัน

                  ในวันนั้นหลังกลับจากไปเยี่ยมคุณตา-คุณยาย แล้ว  ทีมงานของเรารู้สึกมีความสุขมากที่นอกจากเราได้ทำหน้าที่ด้วยความเต็มใจแล้ว  เรายังสามารถถ่ายทอดความรู้สึกดีๆ  จากประสบการณ์ให้แก่ผู้นำทางสาธารณสุขในอนาคตอันใกล้นี้อีกเช่นกัน

                   สุดท้ายต้องขอขอบคุณ คุณตาเพียร – คุณยายบุญ  มุกสิธรรม ที่ทำให้เราได้เรียนรู้ประสบการณ์ดีๆ   ความเอื้ออาทร  ความรักที่คุณตา – และคุณยายมีให้กัน  ทำให้ทีมเยี่ยมบ้านมีกำลังใจที่จะทำหน้าที่นี้ต่อไป  แม้จะยากไร้  เราก็ไม่ย่อท้อ  เราจะไม่ทิ้งกัน

 

                                                                                                                                                                                    ยัยตัวยุ่งและน้ำชา

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): sha narrative medicine 
 หมายเลขบันทึก: 283050
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

นาย ศุภรักษ์ ศุภเอม
เขียนเมื่อ Thu Aug 06 2009 14:33:22 GMT+0700 (ICT)

ขอชื่นชม แพทย์ที่เยี่ยมบ้านครับ จาก

เภสัชกรเยี่ยมบ้าน since 2539

คุณน้อยหน่า
เขียนเมื่อ Thu Aug 06 2009 14:36:11 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณแทนผู้ป่วย ครอบครัว ค่ะ น่าชื่นชมทีมงานมากค่ะ

sha-รพ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี
เขียนเมื่อ Thu Aug 06 2009 15:16:54 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณมากนะคะ คุณหมอเภสัช และคุณน้อยหน่า ...กำลังใจของพวกเรามาจากผู้ป่วยและเพื่อนๆที่ให้กำลัง เชื่อว่าในหลายๆพื้นที่ พวกเราทีมสุขภาพต่างมุ่งมั่นที่จะมอบสิ่งดี มีคุณค่า ให้กับประชาชนกันอย่างเต็มเปี่ยมหัวใจ

ขอบคุณเวทีนี้ ที่ทำให้เราได้มีโอกาสได้นำสิ่งดีๆมาบอกต่อกัน

นคร โรงพยาบาลพะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร
IP: xxx.175.84.65
เขียนเมื่อ Sun Aug 23 2009 09:30:11 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเราไม่ออกมาจากกำแพงสี่เหลี่ยมที่ขวางกั้น เราจะไม่เห็นอะไรเลย...ให้กำลังใจทีมงานนะครับ

sha-รพ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี
เขียนเมื่อ Tue Sep 15 2009 08:22:50 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณนคร

กว่าจะออกจากกำแพงได้ ก็ใช้เวลาไม่น้อยทีเดีย เนื่องจากว่าเค้าช่วยกันทำไว้อย่างแน่นหนา

ทะลุกำแพงออกมาได้ มีบาดแผลถลอกเล็กน้อย ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หาย ยังไงก็ได้ออกมาสู่โลกภายนอก

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า