การทำน้ำมันมะพร้าวสูตรเย็น ทำเอง ใช้เอง แจกเอง และสวยด้วยตัวเอง

           บันทีกนี้ได้ปรับปรุงแก้ไขเรียบเรียงใหม่หลังจากที่ได้นำเสนอไปแล้วมีผู้อ่านที่มีประสบการณ์ในการทำน้ำมันมะพร้าวได้เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลายท่าน 

กระบวนการในทำน้ำมันมะพร้าวสูตรเย็นจากการลองผิดลองถูก+ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 

๑ เตรียมน้ำกะทิ  จากภาพกะทิ+หางเล็กน้อย  จำนวน๔ กก. เหยือกสำหรับรินน้ำกะทิ

    ขวดน้ำดื่ม  สำหรับในกะทิ  (ง่ายต่อการเก็บน้ำมัน)

 

 

 

๒. นำกะทิบรรจุลงขวด

 

๓. ทิ้งไว้ ๒๐-๓๐  ชั่วโมง  อาจจะ ๒๔ ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)  ห้ามไปแตะต้องเขย่า  อย่าบรรจุกะทิให้เต็มเพราะเมื่อตั้งทิ้งไว้ในขวดจะมีก๊าซ

 

๔. ยี่สิบสี่ชั่วโมงผ่านไป เกิดการแยกส่วนให้เห็นอย่างชัดเจน  ควรจะแยกส่วนใสเหมือนภาพล่าง

 

                              น้ำสีขุ่นขาวล่างสุดคือน้ำที่เป็นส่วนหางกะทิ

                               แป้งสีขาวชั้นถัดไปคือกากกะทิผสมน้ำมัน

                               สีขาวใสคือน้ำมัน(สิ่งที่ต้องการ)

                               แป้งสีขาวชั้นบนสุดคือกากกะทิผสมน้ำมัน

                               (บางครั้งชั้นบนสุดเป็นน้ำมัน  คือมี 3 ชั้น น้ำ กะทิ และน้ำมัน ครูภาทิพ  ยังไม่ทราบว่าอะไรเป็นตัวทำให้เป็นเช่นนั้น)

๕. เตรียมเก็บน้ำมันออกจากขวดโดยใช้ใบมีดตัดแล้วต่อด้วยกรรไกร  โดย  นำกรรไกรสอดเข้าไปตัดขวดด้านบนออกดังภาพ

                         

๖. ตักกากกะทิออก หรือเปิดหน้า  ให้ส่วนน้ำมันโผล่ขึ้นมา ดังภาพ

        

                      3. ใช้ช้อนตักน้ำมันใสภาชนะที่เตรียมไว้   เมื่อน้ำมันลดลงไปก็ใช้กรรไกรตัดขอบขวดลงไปเรื่อยๆและก็ใช้ช้อนตักต่อดังภาพ

                     

                  

 

๗. กากกะทิที่เป็นครีมขาวจะมีส่วนผสมของน้ำ น้ำมันปะปนอยู่ นำไปนึ่งประมาณ ๑๐ นาที  ก็จะได้น้ำมันใสอีกส่วนหนึ่งซึ่งไม่มากนัก   หรือนำไปเจียวในกะทะ  จะได้น้ำมันมะพร้าวสูตรร้อนนำมาหมักผม หรือรักษาสุนัขขี้เรื้อน 

 ๘. ส่วนน้ำมันมะพร้าว  ที่ได้ยังมีความขุ่นมีส่วนปะปนของกะทิและน้ำ  หากพักนำเข้าตู้เย็น ๑ ชั่วโมง แล้วมาพักทิ้งไว้อีก ๑๒ ชั่วโมง  จะมีการตกตะกอนและน้ำมันใสขึ้น

 ๙. ทำน้ำมันมะพร้าวที่ได้ให้มีอายุในการใช้งานที่นาน  ไม่เหม็นบูด  หรือมีกลิ่นหืน

คือทำให้น้ำที่ปะปนอยู้ในน้ำมันหมดไปมีวิธีการ ๒ วิธีคือ

         ๙.๑  นำน้ำมันไปนึ่ง ๑๐ นาที พักทิ้งไว้ให้เย็นแล้วจึงบรรจุขวด

         ๙.๒ นำน้ำมันใส่กระทะหรือหม้อ  ตั้งไฟอ่อน คนเบาๆ  ให้ฟองอากาศ หรือฟองน้ำระเหยไป

          ก็จะได้น้ำมันมะพร้าวทำเอง สวยเอง  ตามปรารถนา

จากภาพบน  ผลผลิตจากกะทิ ๔ กก.  ครูภาทิพเคยซื้อมาขวดละ ๒๓๐ บาท  ในครั้งนี้ครูภาทิพ ลงทุน  ๙๖ บาท ได้น้ำมันมะพร้าวประมาณ ๓๐๐ บาท สำหรับขวดบรรจุ ครูภาทิพซื้อข้างบ้านขวดละ ๑๕ บาท  (ก็สนุกดีสำหรับคนที่มีเวลาว่าง)

 

                           

ที่มาของบันทึกนี้

            เพียงเพราะได้ยินเขาคุยกันในงานศพ  เรื่องทำน้ำมันมะพร้าว  วันนี้ได้เท่านั้นซีซี  หอมมาก  ดีมาก  จึงสอบถามเรื่องราว  เขาก็เล่าให้ฟังว่าทำน้ำมันมะพร้าวสูตรเย็นใช้กัน  ตอนนี้เหล่าแม่บ้านในชุมชนต่างๆ นิยมทำใช้กันมากมีสรรพคุณต่างๆนาๆ  ลองคลิกที่นี่ อ่านสรรพคุณน้ำมันมะพร้าว  ครูภาทิพทดลองทำจากที่ฟังมาพอรู้เรื่อง ทดลองสำเร็จโดยบังเอิญ  1 ครั้ง  ล้มเหลวด้วยความเข้าใจผิดและรู้มาก  4 ครั้ง  สุดท้ายจึงถึงบางอ้อ!  ก็เลยอยากจะบอกต่อ  สำหรับคนที่ชอบการทำสิ่งต่างๆใช้เอง  และมีปัญหาเรื่องผิวหนังเหมือนครูภาทิพ

          

         ภาพเก่าในบันทึกครั้งแรก

                 

                   

น้องโอเน็ต สุนัขขี้เรื้อนทดลอง  การใช้น้ำมันมะพร้าวน้องโอเน็ตสุนัขในโรงเรียนสุราษฎร์ธานี ทดลองใช้ไปแล้ว 2 ครั้ง ประมาณ 2  สัปดาห์ 

 

                  น้องโอเน็ตหาย  แต่พอทิ้งช่วงไป มันก็กลับมาเป็นอีก  ต้องใช้บ่อยๆ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 270094
 เขียน:  
 ความเห็น: 43  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า

    ความเห็น

    นงนาท สนธิสุวรรณ
    เขียนเมื่อ Mon Jun 22 2009 18:29:41 GMT+0700 (ICT)

    20090601163421_132 
    ขอบคุณค่ะที่นำมาเผยแพร่..อีกวิธีหนึ่งคือ เมื่อดื่มน้ำมะพร้าวเผาแล้ว นำเนื้อมะพร้าวจากะลา มาแปะที่ผิวหน้า หรือตามแขน มือ ขา เท้า.. น้ำมันและฮอร์โมนในเนื้อมะพร้าว จะสร้างความชุ่มชื่นแก่ผิวหนังทันตาเห็นจริงๆค่ะ..เดี๋ยวนี้เลิกใช้ครีมแล้ว.....

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Mon Jun 22 2009 19:16:33 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณมากค่ะ  ครูภาทิพเองตอนนี้เลิกใช้ครีมกันแดด  และครีมรักษาริมฝีปาก มาใช้น้ำมันมะพร้าวแทน  การใช้กับริมฝีปากจะเห็นผลเร็วมาก  ตื่นเช้ามาปากจะอิ่มตึงไม่เหี่ยวย่น และสีไม่คล้ำ  มหัศจรรย์จริงๆค่ะ

    บวร
    เขียนเมื่อ Mon Jun 22 2009 20:30:57 GMT+0700 (ICT)

    ครูอะไรเก่งไปเสียทุกอย่าง

    ภาษาไทยก็นำทางอย่างสร้างสรรค์

    น้ำมันมะพร้าวสูตรเย็นมากำนัล

    ครูคนนั้นคือครู"ภา"น่าชื่นชม

    noktalay
    เขียนเมื่อ Tue Jun 23 2009 00:17:16 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ ครูภาทิพ

    • ขอบคุณค่ะสำหรับวิธีทำน้ำมันมะพร้าวสูตรเย็น
    • ในอดีตรู้จักแต่สูตรร้อน...ยายทำประจำเลยค่ะเพราะมีวัตถุดิบหลายต้น
    • ตอนนี้จะลองสูตรของครูภาทิพนะค่ะ....
    • มีหนูทดลอง 2 ตัวค่ะ....ฮาๆๆๆ หรือจะเรียกสุนัขทดลองดีค่ะ..เจ้ายาหนม กับหมั่นโถ...กำลังโดนโรคเรื้อนรังแกอยู่
    นีนานันท์
    IP: xxx.120.66.58
    เขียนเมื่อ Sat Jun 27 2009 22:52:48 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ คุณครูภาทิพ

    ถ้าเราซื้อกะทิคั้นสำเร็จมาจากตลาด หัว+หาง 1 กิโลกรัม  คุณครูได้น้ำมันมะพร้าวใสๆ ประมาณกี่ขีดคะ  ขอบคุณค่ะ

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Sun Jun 28 2009 07:45:23 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ ผอ. บวร ขอโทษค่ะ  หลงลืม บันทึกนี้ไปหลายวันเพิ่งมาเห็น

       เท่าที่รู้รู้ผิวเผินเหลือเกินค่ะ

    รู้ลึกน่ะเปล่าเลยขอเอ่ยอ้าง

    เรียนแล้วทิ้งสู่สิ่งใหม่ตามรายทาง

    คือรู้อย่างเช่น"เป็ด"ไม่เด็ดเลย

     

    สวัสดีค่ะ  noktalay   ยินดีกับเจ้าสองตัวด้วยค่ะที่กำลังจะมีขนนุ่มสวยค่ะ  ตอนนี้น้องโอเน็ตขนสวยมากค่ะ  ว่าจะลงอีกครั้ง   พวกครูๆค้อนกันใหญ่ว่าครูภาทิพลงทุนทำVergin OIL  ให้โอเน็ต

     

     

    สวัสดีค่ะ  คุณนีนานันท์  ครูภาทิพ  ไม่ได้ตวงค่ะ

    ปริมาณมากน้อยนี้ขึ้นอยู่กับ

    • แหล่งของมะพร้าวด้วยค่ะ  ถ้าเป็นมะพร้าวน้ำเค็ม ก็ให้ปริมาณมากกว่ามะพร้าวบนบก  ของครูภาทิพใช้มะพร้าวในบาง  ซึ่งตอนนี้ตีสนิทพ่อค้าได้แล้ว
    • อากาศ  เขาบอกว่าถ้าอากาศหนาว  การแยกตัวไม่ดี   แต่ของครูภาทิพ  ทำอากาศดีทุกครั้ง   หากอากาศไม่ดี  อาจจะต้องยื่นเวลาออกไปเป็น 30 ชั่วโมง  แต่เวลายิ่งน้อย  กลิ่นหอมก็จะยิ่งดีค่ะ
    • ในขวดแก้วที่โชว์นั้น จาก 2 กก.  และเมื่อทิ้งไว้ก็จะใสแจ๋วเลยค่ะ
    นีนานันท์
    IP: xxx.120.61.7
    เขียนเมื่อ Sun Jun 28 2009 09:06:31 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ ครูภาทิพ

    วันนี้มีเวลา กำลังจะลองทำดูค่ะ  อิอิ 

    น้ำมันในขวดแก้ว ที่เมื่อตั้งทิ้งไว้จะใสแจ๋ว 

    1. เป็นน้ำมันที่สามารถทานได้โดยไม่ต้องอุ่นร้อนใช่ไหมคะ และถ้าเรานำมาผัดผัก ผ่านความร้อน จะเสียคุณค่าไหมคะ...  กำลังคิดว่าจะลวกผัก แล้วนำมาคลุกน้ำมันมะพร้าวสัก 1 ช้อน ตอนที่ผักลวกยังร้อนๆ แบบอุ่นๆ  ปกติ จะใส่น้ำมันพืชทั่วๆ ไป ที่ผักลวกค่ะ...

    2. การเก็บน้ำมันในขวดแก้ว   ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นใช่ไหมคะ

    3. จะมีการเหม็นหืนไหมคะ

    4. กากกะทิ เอามาหมักผมแบบดิบๆ ยังไม่เคี่ยวเป็นสูตรร้อนได้ไหมคะ

    5. สนใจกากกะทิ ที่เคี่ยวเป็นสูตรร้อน ที่มาทาให้โอเน็ต  ต้องทาทิ้งไว้นานไหมคะ  ก่อนใช้แชมพูอาบน้ำให้โอเน็ต  แล้วกากกะทิ ต้องใช้หมดในคราวเดียว หรือ เก็บไว้ใช้หลายๆ ครั้งได้คะ  ปล. ต้องเก็บในตู้เย็นไหมคะ  ถามซะละเอียดเลย... อิอิ 

    ขอบคุณอีกครั้งค่ะ 

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Sun Jun 28 2009 12:38:59 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ  ยินดีถ่ายทอดเรื่องราวค่ะ  ครูภาทิพสนุกทุกครั้งที่ได้ทำน้ำมันมะพร้าว  แบบว่ามันมีลุ้นค่ะ  แต่ช่วงหลังนี้ชัวร์ไม่ต้องลุ้นเหมือนช่วงที่ลองผิดลองถูกตามประสาคนใจร้อน  ทำใช้ไม่ทันก็โฆษณาแจกพี่ๆเขาไปทั่ว (เขาใช้เปล่าก็ไม่ทราบ) สะสมและเลือกบรรจุภัณฑ์อีกต่างหาก 

    1. เป็นน้ำมันที่สามารถทานได้โดยไม่ต้องอุ่นร้อนใช่ไหมคะ และถ้าเรานำมาผัดผัก ผ่านความร้อน จะเสียคุณค่าไหมคะ... กำลังคิดว่าจะลวกผัก แล้วนำมาคลุกน้ำมันมะพร้าวสัก 1 ช้อน ตอนที่ผักลวกยังร้อนๆ แบบอุ่นๆ ปกติ จะใส่น้ำมันพืชทั่วๆ ไป ที่ผักลวกค่ะ...

    ตอบทานได้ค่ะ ตามงานวิจัยกล่าวว่าคุณค่าเท่ากับน้ำมันมะกอกจากนอกเชียวค่ะ   รสชาติหอมคล้ายน้ำมะพร้าวหรือมะพร้าวกะทิค่ะ รสชาติดีกว่าน้ำมันมะกอก   ถ้าผ่านความร้อน  วิตามินอีจะหายไปค่ะ

    2. การเก็บน้ำมันในขวดแก้ว ต้องเก็บไว้ในตู้เย็นใช่ไหมคะ

    3. จะมีการเหม็นหืนไหมคะ

    ตอบไม่จำเป็นค่ะ  แต่ของครูภาทิพ  มีหลายขวดก็ทยอยออกมาใช้ที่ไม่ใช้แช่ไว้ก่อน  ถ้าไว้นานแรมเดือนอาจจะมีกลิ่นมั้งคะ (ไม่มั่นใจ)เพราะครูภาทิพทำแต่พอใช้ในระยะสั้นๆ  แต่ใช้แบบชโลมตัวเลยค่ะ  (ครูภาทิพตกกระอย่างรุนแรง ผิวแห้งมากๆ)

     4. กากกะทิ เอามาหมักผมแบบดิบๆ ยังไม่เคี่ยวเป็นสูตรร้อนได้ไหมคะ

    ตอบ  ช่วงหลังครูภาทิพก็ไม่เอาไปเคี่ยวแล้วค่ะ นำหมักผมเลยค่ะ  ที่เหลือแช่ตู้เย็นไว้ก่อน  ส่วนนี้มีกะทิเหม็นบูดง่าย  นำมาหมักโอเน็ตด้วยค่ะ

    5. สนใจกากกะทิ ที่เคี่ยวเป็นสูตรร้อน ที่มาทาให้โอเน็ต ต้องทาทิ้งไว้นานไหมคะ ก่อนใช้แชมพูอาบน้ำให้โอเน็ต แล้วกากกะทิ ต้องใช้หมดในคราวเดียว หรือ เก็บไว้ใช้หลายๆ ครั้งได้คะ ปล. ต้องเก็บในตู้เย็นไหมคะ ถามซะละเอียดเลย... อิอิ

    สูตรร้อนหอมมากๆๆ หอมขนมหน้าขี้มันค่ะ ไม่ต้องแช่ตู้เย็นค่ะ    โอเน็ตคือหมาไม่มีเจ้าของ  พี่นักเรียนเขาตั้งชื่อ มี 2 พี่น้อง โอเน็ตกับเอเน็ต  แต่เอเน็ตซุกซนออกนอกถนนก็เลย.....  แค่จับตัวมาทาน้ำมันก็ยากแล้วค่ะ   ไม่ได้อาบน้ำเลย   ว่างๆ มันก็แอบลงไปในสระบัวของโรงเรียน   ตอนนี้ขนสวยมากๆค่ะ

    อุดมพันธ์
    เขียนเมื่อ Mon Jun 29 2009 17:21:49 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณครูภาทิพ

    .อยากจะทำใช้เองอยู่เหมือนกันนะ แต่ที่คุณครูภาทิพให้มาใช้ยังไม่หมด จึงยังไม่ได้เริ่มทำ แต่ใช้แล้วดีจริงๆค่ะ

    .ขอบคุณความรู้ดีๆนะคะ

    NIRANNARANONG
    IP: xxx.128.64.161
    เขียนเมื่อ Tue Jul 07 2009 10:34:20 GMT+0700 (ICT)

    COCONUT OIL IS WELKNOWN NOW

    BUT HOW CAN SEE QUALITY OF IT ?

    นายประจักษ์ ปานอินทร์
    เขียนเมื่อ Tue Jul 07 2009 10:36:35 GMT+0700 (ICT)
    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Fri Jul 24 2009 17:13:35 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ ครูติ่ง  รอบใหม่ทำไว้มากค่ะ  ค่อยมาแบ่งปันให้ค่ะ

     

    สวัสดีค่ะคุณ NIRAN  น่าจะซื้อของสินค้าOTOP  สังเกตวันที่ผลิตด้วยนะคะ

    ของ จ.ชุมพร และของเกาะสมุย  แม่บ้านทำไว้มากค่ะ  

    ลักษณะต้องใส  กลิ่นหอม   ยิ่งของโรงงานใหญ่ยิ่งน่าจะดีนะคะ   แต่ครูภาทิพ  ทำเอง  เห็นเอง ใช้เอง

     

     

    สวัสดีค่ะ ผอ.ประจักษ์  ธรรมะสวัสดีค่ะ

    มาตอบช้าไปหน่อยขอโทษด้วยค่ะ

    ภาพถ่ายฝีมือดิวเดอะสตาร์๕

    เก็บมาจาก http://www.dewthestar5.com/sawasdew/index.php?topic=949.0

     

    ชาตรี
    IP: xxx.42.81.79
    เขียนเมื่อ Sun Aug 09 2009 15:23:04 GMT+0700 (ICT)

    กลับไปบ้านที่ อ.แหลมสิงห์ จ.จันทบุรี ญาติ ๆ ลองทำกันดู ก็เลยเปิด Net ดูวิธีการทำ เอาไปลองทำดู ขอเสนอแนะให้ซื้อมะพร้าวมาคั้นเอง จะได้กะทิมากกว่า คั้นเพียง 2 ครั้ง โดยใส่น้ำเดือดลงในมะพร้าว ปล่อยให้เย็น และคั้นด้วยมือ และขวดที่ใช้ให้ล้างลวกน้ำร้อน ปิดปากขวดด้วยถุงพลาสติก ทำเช่นนี้กะทิจะไม่บูด และได้น้ำมันมากกว่าด้วยครับ

    หนูรี
    เขียนเมื่อ Sun Aug 09 2009 15:47:02 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    ขออนุญาติสำเนาไว้น่ะค่ะ

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Sun Aug 09 2009 17:16:14 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณ คุณชาตรีมากค่ะที่นำความรู้ไปต่อยอดประยุกต์ใช้จนได้ข้อค้นพบที่ดีกว่า  แล้วมาบอกต่อ   แต่..ครูภาทิพก็คงได้แต่ซื้อกะทิสำเร็จรูปค่ะ  เพราะไม่มีแรงคั้น  ไม่มีกะชอน  ซักอย่าง

     

    สวัสดีค่ะคุณหนูรี   ด้วยความยินดีค่ะ  อย่าลืมนำการพัฒนาของคุณชาตรีไปประยุกต์ใช้ด้วยนะคะ

    ขอบคุณทุกคนที่ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ค่ะ

    แหล่งเรียนรู้ภาษาไทยจัดทำโดย สทร. 

    น้องอุ๋ย
    IP: xxx.120.238.121
    เขียนเมื่อ Wed Sep 23 2009 13:28:11 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณสำหรับความรู้ดีๆๆๆค่ะ วิธีทำละเอียดมากจนอยากทดลองค่ะ

    นีนานันท์
    เขียนเมื่อ Sun Oct 11 2009 15:41:23 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ คุณ กานดา น้ำมันมะพร้าว และ คุณครู ภาทิพ

    นีนานันท์ มารายงานความคืบหน้าค่ะ

    ลองทำแล้ว สงสัยว่า ตอนใส่น้ำอุ่นในหัวกะทิ น้ำคงจะร้อนเกินไป อนามัยมากไปหน่อย  อิ อิ  เพราะพอตั้งทิ้งไว้ ถึง 24 ชั่วโมง  ก็ยังไม่มีวี่แววแยกชั้นเลย  ก็เลยกลับไปอ่าน ของคุณครู ภาทิพ ประกอบด้วย  ไม่เห็นคุณครูภาทิพพูดถึงน้ำอุ่นเลย  จึงคิดเองว่า น่าจะต้องเป็นน้ำไม่ร้อนถึงจะทำให้แยกชั้น 

    จากนั้น ก็เลยตักเฉพาะกะทิข้นๆ ที่ลอยอยู่ทั้งหมดขึ้นมาใส่หม้อหุงข้าวไฟฟ้า  แล้วต้มให้เดือดแล้วเดือดอีก หลายๆ ครั้ง พร้อมคนไปด้วย  แต่ใช้เวลาค่อนข้างนานค่ะ  เพราะหม้อไฟฟ้าจะตัดไฟเป็นwarm เป็นระยะๆ  ส่วนดีก็มีตรงที่พอหม้อเริ่มเย็น ก่อนกดสวิทต์ต้มใหม่ ก็ถือโอกาสคนพร้อมขูดก้นหม้อไปด้วย  พร้อมคอยเทน้ำมันใสๆ ออกมาเป็นระยะๆ  ใส่ที่กรอง

    การกรอง นีนานันท์ใช้กระชอนกรอง อันเล็กๆ ประมาณเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าปากถ้วยกาแฟ  แล้วรองในกระชอนกรองด้วยสำลีอนามัยสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อด้วยวิธี sterilized ซ้อนไว้ซ้อนไปมาหลายๆ ชั้นบนกระชอน แล้วใช้ชามกระเบื้องสีขาวไม่มีลาย รองน้ำมันไว้ ได้น้ำมันค่อนข้างใสสีไม่ไม่เหลืองมาก  จากนั้นก็นำชามน้ำมันไปเข้าไมโครเวป  เวปโดยใช้ไฟอ่อนเบอร์ละลายน้ำแข็งในตู้เย็น ใช้เวลา 3 นาที  จากนั้นก็วางไว้ให้เย็น ตักใส่ขวดโหลแก้ว 

    เพิ่งถึงขั้นตอนตรงนี้ค่ะ  ยังไม่แน่ใจว่าควรนำโหลแก้วน้ำมันใส่ตู้เย็น หรือ วางไว้บนโต๊ะที่อุณหภูมิห้องเฉยๆ ดี ถือโอกาสปรึกษาค่ะ..

    ส่วนสำลีที่กรองน้ำมัน ก็พับทบแล้วบิดน้ำมันเก็บไว้  แล้วสำลีที่ยังชื้นด้วยน้ำมันก็นำมาทาผมทาผิว ก่อนอาบน้ำสระผมค่ะ 

    รอคำตอบที่ปรึกษานะคะ  ขอบคุณค่ะ..

     

    กานดาน้ำมันมะพร้าว
    เขียนเมื่อ Mon Oct 12 2009 16:49:46 GMT+0700 (ICT)

    สว้สดีค่ะ คุณครูภาทิพ ดีจังค่ะนำภาพและใส่ภาชนะหมักที่หาง่ายๆสามารถแยกเป็นน้ำมันได้ ทุกคนจะได้ ไม่ต้องหาภาชนะอื่นๆการจะนำน้ำมันออกมาก็ง่ายอีก ดีมากเลยค่ะ ไม่ทราบมาก่อนว่า ใส่ขวดหม้ก อย่างนี้ก็ได้น้ำมัน

    - แต่คุณทำยังไม่จบ นะคะ น้ำมันที่ใส่ขวดไว้ นั้นต้องรีบใช้ นะคะ ให้หมดโดย เร็วก่อนที่จะเหม็น เพราะน่าจะมีน้ำ ปนค่ะ เพราะน้ำมันยังไม่ใสเหมือนน้ำ ถ้านำไปให้ใคร บอกใช้เร็วๆนะคะ หรือไม่เทออกมาระเหยน้ำก่อนค่ะ แล้วค่อยกลับไปใส่ใหม่ นะคะ การไม่ระเหนยน้ำออกจากน้ำมัน ๆ จะเกิดเชื้อรา เหม็นตึๆ ทาผิวไม่เป็นไร แต่อย่าใช้ทำอาหาร นะคะ ใส่ตู้เย็นก็จะเป็น ราดำ และเหม็น ที่ก้นภาชนะค่ะ เพราะมีน้ำหมักปนอยู่ การทำน้ำมันสกัดเย็น ขั้นตอนการระเหยน้ำ สำคัญมากค่ะ ถ้าระเหยน้ำหมด เก็บไว้ได้หลายปี วิธีทำให้น้ำมันใส จากการระเหยแล้วยังไม่ใส ถ้าต้องการให้ใส มีอธิบายไว้ในบันทึกแล้วนะคะ ได้ลงบันทึกการสกัดเย็นไว้ 3 บันทึกค่ะ

    มี 2 users kandanalike kanda01 kanda02

    กานดาน้ำมันมะพร้าว
    เขียนเมื่อ Mon Oct 12 2009 17:15:06 GMT+0700 (ICT)

    น้ำมันที่ได้ต้องใสแบบในแก้วนี้นะคะ

       ผสมสมุนไพร

      ทำโรลออนใช้เองปลอดสารเคมี

     

    สอน นักเรียน นะคะ หลายรร. นำไปสอน แล้วนักเรียนไปสอนผู้ปกครองต่อค่ะ

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Tue Oct 13 2009 14:05:18 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะครูกานดา และคุณนีนานันท์

    จากภาพนั้นครูภาทิพเก็บจากขวดมาพักไว้ในขวดแก้วก่อนจะมีสีขาวขุ่น  แต่เมื่อพักสักคืน  หรือนำเข้าตู้เย็นครูภาทิพจะได้น้ำมันใสวิ้งนั้นล่ะค่ะ  แล้วจึงบรรจุลงในขวดสเปรย์เพื่อนำมาใช้ในประจำวัน   ไม่ต้องใช้ผ้ากรองแต่อย่างใด

     

    เพิ่งทราบมาอีกวิธีหนึ่งก็คือนำน้ำมันไปนึ่งเพื่อให้ไม่เกิดการบูดเน่า  และปลอดภัยเมื่อนำมารับประทาน  ครูภาทิพยังไม่ได้ทดลองค่ะ

     

    ได้ไปแวะอ่านของครูกานดามาแล้วขอบคุณมากค่ะ

    นีนานันท์
    เขียนเมื่อ Tue Oct 13 2009 15:01:01 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ คุณครู ภาทิพ


    นีนานันท์กำลังคิดว่า กลิ่นของน้ำมันมะพร้าวที่ได้มาจากกรรมวิธีเคี่ยวให้เกิดน้ำมัน เป็นกลิ่นหอมของขนม ไม่ค่อยน่าใช้ทาร่างกาย แต่น่ารับประทานมากกว่า..

    น้ำมันมะพร้าวที่ได้จากการสกัดเย็น มีกลิ่นไหมคะ  คิดว่าไม่น่าจะมีกลิ่นหอมของขนม แต่ขอถามไว้ก่อน..  และตัวเองคิดว่าไว้มีโอกาสและเวลาใหม่ จะลองทำอีกครั้งค่ะ แต่ครั้งใหม่นี้จะไม่ใส่น้ำร้อนเลย  ทำแบบน้ำเย็นๆ เหมือนของคุณครูภาทิพค่ะ..

    ขอบคุณค่ะ..     

    ชาตรี
    IP: xxx.154.11.66
    เขียนเมื่อ Thu Oct 15 2009 13:46:14 GMT+0700 (ICT)

    ขอเพิ่มเติมประสบการณ์ ถ้าน้ำมันที่ได้มีสีขุ่นดูไม่น่าทาน ให้นำไปตุ๋น สัก 10 นาที น้ำมันจะออกมาใสแจ๋ว น่ารับประทานและเก็บไว้ได้นาน เพราะที่ทำใช้เก็บไว้ประมาณ 1 เดือนยังไม่มีอาการเสียเลย

    Dhamma
    เขียนเมื่อ Thu Oct 15 2009 13:57:34 GMT+0700 (ICT)

    ดีจัง ต้องลองทำบ้างแล้วนะค่ะ ;)

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 16:24:22 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณ ครูกานดาและคุณชาตรีมากค่ะ

     

    เดี๋ยวครูภาทิพ  จะนำความรู้ที่ได้เพิ่มเติมมาเรียบเรียงใหม่  และถ่ายภาพขั้นตอนการทำใหม่  เพื่อให้ผู้สนใจได้นำไปใช้อย่างถูกต้องอีกครั้ง

     

    หากใครมีประสบการณ์นอกเหนือจากนี้แวะมาฝากข้อความไว้นะคะ

        การให้ความรู้ก็เป็นการให้ทานอย่างหนึ่ง  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้สิ่งดีๆ

    ความรู้สึกดีๆ  และความจริงใจ ต่อกัน

    จุ๋มคะ
    IP: xxx.25.175.43
    เขียนเมื่อ Thu Nov 05 2009 19:22:49 GMT+0700 (ICT)

    ขอเพิ่มเติมประสบการณ์ ถ้าน้ำมันที่ได้มีสีขุ่นดูไม่น่าทาน ให้นำไปตุ๋น สัก 10 นาที

    คุณชาตรีคะ แล้วตุ๋นแบบไหนจึงจะไม่มีน้ำหยดจากฝาที่ปิดคะ เพราะปกติการตุ๋นต้องใส่ใส่ซึ้งนึ่งก็จะมีฝาปิดและมีหยดน้ำไหลลงในอาหารคะ  รบกวนถามเพราะเป็นแม่บ้านมาก  ๆ เลยคะ ฮิ ๆ หรือใครทราบวิธีบ้าง

    ครูภาทิพคะ จุ๋มลองทำตามครูแล้ว แต่มันมีกลิ่นมะพร้าวค่อนข้างแรงคะ มีวิธีทำให้กลิ่นอ่อนลงบ้างหรือเปล่าคะ

    ขอบคุณคะ

    เปิ้ล
    IP: xxx.27.130.53
    เขียนเมื่อ Fri Dec 04 2009 11:59:00 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ คุณครูภาทิพ

    ขอชื่นชมคุณมากเลยนะค่ะ ที่ถ่ายทอดความรู้ดีๆแบบนี้ให้กับสาธารณะชนได้ทราบ ดิฉันใช่น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นอยู่ และทราบถึงประโยชน์ที่ได้รับ และเป็นตัวแทนจำหน่าย จึงมีความคิดเล็กๆ ขึ้นมาว่าจะผลิตจำหน่ายเองดูบ้าง อาจารย์พอจะทราบรายละเอียดในการ ขอ มาตราฐานการผลิตบ้างหรือเปล่าค่ะ

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Sat Dec 05 2009 13:09:07 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ   ล่าสุดครูภาทิพพบว่า  นำกะทิมาแช่เย็นไว้สัก ๑ คืนก่อน   เมื่อนำมาตั้งทิ้งไว้  จะได้น้ำมันมากกว่าไม่แช่เท่าตัว

     

    เรื่องของมาตรฐาน  ต้องถามชุมชน ที่เขาทำกัน  หรือขอความรู้จาก  พัฒนากรของอำเภอนั้นๆค่ะ

    nichanan
    IP: xxx.84.92.33
    เขียนเมื่อ Mon Dec 14 2009 12:40:21 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะครูภาทิพ

    ดิฉันลองทำน้ำมันมะพร้าวตามวิธีที่ครูภาทิพบอกแล้วละค่ะ ทำง่าย สะดวก อุปกรณ์ที่ใช้ก็หาไม่ยากค่ะ ตอนนี้ใช้หมักผม ผมนุ่ม ลื่น แล้วก็ไม่แตกปลายด้วยค่ะ เมื่อก่อนผมร่วงมากค่ะ(ผมยาวค่ะ)แต่พอมาใช้น้ำมันมะพร้าวหมักผมแล้วไม่ค่อยร่วงเลยค่ะ วิธีหมักผมของดิฉัน ดิฉันจะใช้น้ำมันมะพร้าวชโลมผมก่อนแล้วใช้ผ้าขนหนูชุปน้ำร้อนแต่เวลาที่จะบิดผ้าขนหนูนี้ซิค่ะมันลวกมือค่ะตอนนี้ดิฉันใช้วิธีเอาผ้าขนหนูชุบน้ำบิดพอหมาดๆ แล้วนำไปนึ่งเอาพอให้ผ้าร้อนนะค่ะ แล้วนำผ้าขนหนูมาโพกผมที่ชโลมน้ำมันมะพร้าวไว้นะค่ะแล้วครอบด้วยหมวกอาบน้ำ ทิ้งไว้ประมาณ 15-20นาที แต่สำหรับดิฉันจะโพกไว้แล้วก็กวาดบ้าน ถูบ้านไปพลางๆ บางทีก็เป็นชั่วโมงเลยค่ะเป็นการอบไอน้ำด้วยตัวเองไม่ต้องไปเสียตังค์อบไอน้ำที่ร้าน หลังจากนั้นแล้วก็สระผมออกด้วยแชมพูปกติค่ะ หรือจะใช้ครีมนวดชโลมผมอีกครั้งก็ได้ค่ะ แล้วแต่สภาพผม แต่ดิฉันจะใช้ครีมนวดหลังสระผมอีกครั้งค่ะ(ผมเส้นเล็กและผมแห้ง)แล้วล้างออกค่ะเท่านี้ก็จะได้ผมนุ่มสวย ลื่น และที่สำคัญไม่แตกปลายด้วยค่ะ นอกจากจะใช้หมักผมแล้วนะค่ะ ดิฉันก็ใช้นวดหน้าค่ะ ปกติดิฉันเป็นคนผิวแห้งค่ะตอนนี้ก็รู้สึกว่าหน้านุ่มขึ้น ขาวขึ้น ดิฉันจะใช้นวดหน้าตอนเย็นก่อนนอน แล้วล้างหน้าด้วยโฟมปกติค่ะ แล้วดิฉันก็จะทาครีมบำรุงผิวหน้าปกติแล้วก็นอน พอส่องกระจกในตอนเช้าก็จะรู้สึกว่าหน้านุ่ม และขาวใสแม้กระทั้งว่าเราไม่ได้ทาแป้งเลย จากที่เมื่อก่อนส่องกระจกตอนเช้าเรายังตกใจตัวเองเลยด้วยซ้ำ เพื่อนคนไหนอยากลองเอาสูตรของดิฉันไปใช้ดูก็ได้นะค่ะ สำหรับดิฉันแล้วรู้สึกว่าได้ผลดีนะค่ะ ถ้าเพื่อนคนไหนลองใช้แล้วมีผลยังไง ลองมาพูดคุยกันดูนะค่ะ

    วิชยา ปราณีกิจ
    IP: xxx.120.128.217
    เขียนเมื่อ Wed Jan 06 2010 04:15:45 GMT+0700 (ICT)

    อยากเรียนรู้การทำน้ำมันมะพร้าว ทั้งสอง วิธี เพื่อใช้เองและจำหน่ายคะ

    เจนนี่
    IP: xxx.31.9.117
    เขียนเมื่อ Sat Jan 09 2010 00:48:29 GMT+0700 (ICT)

    ขอรบกวนหน่อยนะค่ะไม่ทราบว่าต้องใช้ระยะเวลากี่วันในการที่ค่ะ หนูเอาใส่ตู้เย็นไว้2วันแล้ว แล้วแช้ช่องfreezeอีก1วันพอเอาออกมามันไม่แยกชั้นค่ะ รบกวนช่วยแนะนำด้วยน่ะค่ะ หนูต้องทำส่งอาจารย์วันจันทร์ค่ะ

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Sat Jan 09 2010 00:59:52 GMT+0700 (ICT)

    ชอบเทคนิคการอบไอน้ำของคุณนิชานันท์จังเลยค่ะ  ขอบคุณนะคะที่มาเผยเคล็ด

     

    สำหรับคุณวิชยา  ต้องลองหาข้อมูลจากชุมชนที่ทำน้ำมันจำหน่ายค่ะ

     

    สำหรับของเจนนี่  ช่วงนี้อากาศหนาว  การแยกตัวอาจจะช้าหน่อย

    โดยเฉพาะเมื่อนำไปเข้าช่องฟรีซด้วย  ถ้าหนูส่งวันจันทร์ วันเสาร์เย็นก็น่าจะได้ผล

    แต่หนูต้องนำมาพักไว้เพื่อรอตกตะกอนอีก1-2 วันค่ะ

    ผ่านมา
    IP: xxx.173.96.23
    เขียนเมื่อ Tue Jan 26 2010 02:59:44 GMT+0700 (ICT)

    เคยลองทำ ซื้อมะพร้าวขูดจาำำกตลาดมา 4 กก. ทำได้น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ประมาณ 1.5 ลิตร ส่วนหนึ่ง ใช้เป็นสารตั้งต้นทำสบู่ ที่เหลือ เก็บใส่ขวดใส ปิดฝาสนิท ไว้ในที่มืด และอุณหภูมิคงที่ ไม่ร้อน โดยเปิดทดสอบเป็นระยะทุก 6 เดือน เพื่อพิสูจน์ กลิ่น สี พบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลง เมื่อครบ 2 ปี ทดลองนำมาใช้ เช่น ทาตัว ทาริมฝีปาก ทาส้นเท้าที่แตก ผสมกับแชมพูมะกรูดทำเอง หมักผม แทนครีมนวดผม ปรากฎว่าใช้ได้ดี

    ปิ๊ก
    IP: xxx.176.130.217
    เขียนเมื่อ Sat Apr 03 2010 09:02:55 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณที่นำเอาข้อมูลดีๆมาเผยแพร่นะครับ

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Sun Apr 04 2010 10:51:34 GMT+0700 (ICT)

    ดีใจมากที่บันทึกนี้มีคุณค่า  นอกจากจะบอกผู้ที่ผ่านมาแล้วยังเป็นที่ถ่ายทอดประสบการณ์ของผู้ที่ผ่านมาอีกด้วย   ขอบคุณจริง ๆ

    หมูอ้วน น่ารัก
    IP: xxx.47.237.184
    เขียนเมื่อ Tue Jun 01 2010 06:58:47 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณมากคะคุณครูนู่่อยู่อุดร ร.รเซนต์เมรี่

    น้องหมูอ้วน
    IP: xxx.198.66.63
    เขียนเมื่อ Fri Jun 11 2010 16:27:43 GMT+0700 (ICT)

    อาจารย์ หรือการหมักน้ำมันมะพร้าวไม่ได้ใส่สารตัวทำให้เกิดการแยกชั้นหรือเปล่าครับ ผมดูในภาพรู้ว่ามันง่ายเกินไป เหมือนที่ผมที่ทำสบูเหลวผมต้องตักเคมีดูอัตราส่วนอย่างระเปอร์เซนต์ กว่าจะได้ สูตรเป็นของตนเอง และเรื่องน้ำมันมะพร้าว ช่วยแนะนำข้อมูลให้หน่อยครับ

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Fri Jun 11 2010 20:37:31 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ

    ๑. การทำน้ำมันมะพร้าวไม่ได้ใช้เคมีใดๆทั้งสิ้น ตัวส่วนหางของกะทิเมื่อได้รับการหมักทำปฏิกิริยาแก่ตัวมันเอง ครูภาทิพเคยทำลองใช้แต่หัวกะทิ  ไม่ได้ผลค่ะ  มันไม่มีตัวทำปฏิกิริยา  (ตัวหางเมื่อหมักจะมีกลิ่นเปรี้ยว)

    ๒. ครูภาทิพพบวิธีการเก็บน้ำมันมะพร้าวที่ง่ายกว่าเดิมแต่ยังไม่ว่างเขียนบันทึกใหม่ก็จะแนะนำไว้ในความคิดเห็นนี้นะคะ

                ข้อค้นพบใหม่

    ๑. นำกะทิทั้งหัวและหางใส่ขวดดังภาพด้านบน

    ๒. นำขวดกะทิ ใส่ตู้เย็น วางแนวใดก็ได้  เป็นเวลา ๑ วันหรือ  ๑ คืน หรือเกินกว่านั้นก็ไม่เป็นไร

    ๓. เมื่อครบกำหนด นำขวดกะทิ มาวางตั้งไว้ ประมาณ ๑-๒ วัน  เมื่อเห็นว่าน้ำมันแยกตัวเป็นชั้นชั้นครีม น้ำมัน  และน้ำเปรี้ยว นำขวดนี้ใส่ตู้เย็นอีกครั้ง  เพื่อให้น้ำมันแข็งตัว

    ๔. นำขวดที่น้ำมันแข็งตัวออกจากตู้เย็น  เปิดขวด ให้น้ำเปรี้ยวไหลออก  จะเหลือส่วนน้ำมันที่แข็งตัวกับส่วนครีม

    ๕. วางขวดที่มีน้ำมันและครีมทิ้งไว้นอกตู้เย็นประมาณ ๑-๒ วันจะพบว่าน้ำมันลอยอยู่ส่วนบน ครีมอยู่ด้านล่าง

    ๖. ตัดขวดน้ำใบใหม่อีกหนึ่งใบ ตัดประมาณครึ่งขวดให้สามารถวางขวดนี้ในแนวตั้งในตู้เย็นได้    นำน้ำมันซึ่งมีครีมปนอยู่บ้าง มาใส่รวมกันในขวดที่ตัดไว้

    ๗. นำส่วนนี้ใส่ตู้เย็นอีกครั้ง จะได้น้ำมันที่แข็งตัวพร้อมกับครีมและเปรี้ยวบางส่วนอยู่ก้น

    ขวดดังภาพ

     

    ๘.นำมีดตัดก้นขวดเพื่อแยกส่วนครีมกับน้ำออกไปให้เหลือน้ำมันที่บริสุทธิ์

    ๙.ตัดขวดด้านข้างออกจะได้ก้อนน้ำมัน

    ๑๐. นำส่วนนี้ไปใส่เหยือกแก้วทิ้งไว้ ให้ใส

    ๑๑. นำน้ำมันที่ใสไปนึ่งหรือคนบนไฟเบาๆเพื่อไล่น้ำที่ผสมอยู่  ทิ้งไว้ให้เย็น

    เก็บใส่ขวด

    น้องหมูอ้วน
    IP: xxx.198.66.63
    เขียนเมื่อ Thu Jun 17 2010 23:20:48 GMT+0700 (ICT)

    กราบขอพระคุณเป็นอย่างยิ่ง อาจารย์ที่เคารพสำหรับคำตอบที่เป็นประโยนช์ต่อหมูอ้วน ตอนผมกำลังทำตามขั้นตอนที่อาจารย์ให้ และขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่งนะครับเดียวผลการทดลองเสร็จจะแจ้งให้อาจารย์อีกครั้งหนึ่งนะครับ

    บอย
    IP: xxx.172.224.63
    เขียนเมื่อ Mon Jan 07 2013 16:03:43 GMT+0700 (ICT)

     ผมทำตามแล้ว แต่

    1.มีกลิ่นเหม็นครับ  ผมนำไปนึ่งจนฟองอากาศไม่มีแล้ว  จะทำอย่างไรดีครับ

    ครูภาทิพ
    IP: xxx.129.29.94
    เขียนเมื่อ Wed Jan 09 2013 10:11:42 GMT+0700 (ICT)

    แสดงว่าเลยเวลาค่ะ  ถ้าพอดีเวลา อากาศเหมาะสม จะไม่มีกลิ่นบูดค่ะ

    มงคล ศรีสำราญ
    IP: xxx.1.144.250
    เขียนเมื่อ Tue Feb 26 2013 08:58:09 GMT+0700 (ICT)

    ระหว่างสกัดร้อนกับเย็นอย่าไงดีกว่ากันครับแนะนำด้วย

    หมิงค่ะ
    IP: xxx.254.23.120
    เขียนเมื่อ Wed Jul 31 2013 18:04:58 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณค่ะ พี่ภาทิพน้ำใจดี ที่มาเผยแพร่ความรู้  มีประโยชน์มากเลยค่ะ

    พี่ภาทิพค่ะ

    แล้วน้ำมันมะพร้าว มีอายุนานเท่าไหร่ค่ะ  ต้องเก็บรักษาอย่างไรค่ะ  หรือใช้ได้กี่ปีค่ะ

    (ขอรบกวนด้วยค่ะ)

    ภาทิพ
    เขียนเมื่อ Mon Aug 05 2013 19:58:10 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ  สกัดร้อน และเย็นใช้ประโยชน์ต่างกันค่ะ  สกัดร้อนใช้กรณีนวดแก้เคล็ดขัดยอกตามหลักโบราณ สกัดเย็นใช้ทาผิวและดื่มกิน

     

    ถ้าทำเพื่อใช้เอง ไม่ใช้สารกันบูดก็น่าจะทำพอใช้ไม่เกิน ๓ เดือน แต่ถ้าเพื่อการค้าอาจจะมีกรรมวิธีที่เก็บไว้ได้นานเป็นปี ๒ ปีค่ะ

    ต้องถามมืออาชีพดูนะคะ ครูภาทิพเป็นเพียงสมัครเล่น ซึ่งนานมาแล้ว ปัจจุบันมะพร้าวแพง ไม่ได้ทำแล้วค่ะ

     อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
     ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
     ใส่รูปหรือไฟล์