ความทรงจำดีๆ

 
เว็บศูนย์รวม "โยคะสารัตถะ

ความทรงจำดีๆ

เขียนโดย ; ล.เล้งเสียงกระดิ่งหยก (ไม่ใช่มังกรบิน)
เข้าอ่านเขียนทั้งหมดของนักเขียนที่นี่

โยคะสารัตถะ ฉ.; ต.ค.,พ.ย.,ธ.ค.'๕๑


ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อต้องเขียนเรื่องของคนที่อยู่ด้วยกันมาถึง 40 ปีกลับไม่รู้ว่าจะเขียนอะไร ..ปัญหามันอยู่ที่ว่า.. อยากจะเขียนแต่เรื่องดีๆ แต่ในความเป็นจริง.. ความสัมพันธ์ของเรากับพ่อตอนนี้มันไม่ค่อยจะดี เรามีเรื่องให้โกรธกันทุกวัน จนเดี๋ยวนี้ใช้ อาการของจิตที่โกรธพ่อเป็นเครื่องเจริญสติไปแล้ว ถ้าอยากรู้ว่าทำไมต้องโกรธ ให้ลองใช้เวลาอยู่กับใครสักคนที่อายุ 80 ปีดูสิ .. เดี๋ยวก็รู้

หันซ้าย หันขวา ลองขุดลงไปในกองมหาสมบัติ เจอ Audio CD เรื่องหนี้ศักดิ์ศรี ของพระอาจารย์ชยสาโรภิกขุ ฟังไปเรื่อยๆ ก็คิดออกว่าจะเอาอะไรไปส่งการบ้าน บก.โยคะสารัตถะ ที่แจ้งมาว่าอยากได้เรื่องราวไปลงจุลสาร ฉบับวันพ่อ ซึ่งถ้าครูโยคะแต่ละคนที่ช่วยกันเขียนต้นฉบับ เขียนเรื่องพ่อของตัวเอง เราคงได้จุลสารฉบับรวมมิตรพ่อครูโยคะแน่ๆ

การศึกษา
แม่เล่าว่า ตอนเด็กพ่ออยากให้เล้งเข้ารร.มาแตร์เดอี .. ที่ถือกันว่าเป็นรร.ของชนชั้นไม่ธรรมดาทั้งเมื่อ30ปีก่อนโน้นและในขณะนี้ .. มาคิดดูแล้วโชคดีที่ไม่ได้เรียนมาแตร์ ไม่ใช่โรงเรียนไม่ดี แต่ฐานะของพวกเราตอนนั้น อาจไม่คู่ควรกับโรงเรียนระดับนี้ ในที่สุดได้เรียนโรงเรียนวาสุเทวี (ซึ่งเป็นญาติกับมาแตร์เดอี และ เรยินาเชรี ที่เชียงใหม่) ซึ่งอยู่ใกล้บ้านแทน

สมัยนั้นบ้านเราก็ไม่ได้ร่ำรวย แต่พ่อกลับมีความปรารถนา ให้พวกเราได้เรียนในโรงเรียนที่ดีที่สุดเท่าที่พ่อจะทำได้ สาเหตุหนึ่งอาจเป็นเพราะ สมัยหลังสงความโลกครั้งที่ 2 ตอนที่พ่อยังเป็นเด็กน้อย พ่อไม่ได้เรียนหนังสืออย่างเป็นทางการ ตอนเช้าพ่อต้องไปทำงาน กว่าจะได้เรียนหนังสือก็ตอนเย็นหลังเลิกงานแล้ว ขนาดไม่ค่อยจะได้เรียนหนังสือพ่อยัง ฟัง-พูด-อ่าน-เขียน ได้ทั้ง ภาษาไทย-จีน-อังกฤษ คิดลูกคิดและคิดเงินเก่งกว่าเล้งอีก

พ่อคงคิดว่า การศึกษาป็นเรื่องสำคัญที่สุด จำเป็นที่สุด พ่อจึงจัดสรรเงินทองของพ่อ ไว้เพื่อการเรียนของลูกๆ ..เป็นอันดับแรก ของรายจ่ายในครอบครัว
นอกจากพวกเราจะได้เรียนในโรงเรียนคาทอลิก (ไม่ได้เรียนโรงเรียนวัด หรือโรงเรียนกทม. ซึ่งสบายกว่า คือไม่ต้องทำงานหนักมากมาย มาจ่ายค่าเล่าเรียนของลูกๆ ถึง5คน) พ่อยังให้พวกเราทั้ง 5 คนเรียนเปียโน ซึ่งมันขัดกับฐานะทางเศรษฐกิจของบ้านเรามหาศาล คิดดูสิ..พวกเราใส่ถุงเท้าสีขาว ซึ่งมันไม่ค่อยจะขาว สมัยนี้เรียกว่าสี off white หรือกาลครั้งหนึ่งมันเคยขาว แต่ตอนนี้สีขาวไม่เหลือแล้ว สมัยนั้นเรียกว่าสีโอวัลติน แถมยังต้องเอาหนังยางมารัดข้อเท้าไว้เพราะยางยืดของถุงเท้ามันไม่ยอมทำงาน แล้ว

คิดดูแล้วยังแปลกใจไม่หายที่เด็กที่ไม่ค่อยมีสตางค์ กินขนม / ซื้อของเล่นอย่างพวกเรา.. มีปัญญาไปเรียนเปียโน ตั้งแต่ชั้นประถมจนจบชั้นมัธยม..เล้งว่าแค่เรื่องเรียนของพวกเราพ่อก็เป็น Super Hero คนหนึ่งแล้ว

ตอนนี้เล้งใช้หนี้ศักดิ์สิทธิของพ่อ ด้วยการสอนพ่อเล่น Crossword ของหลานอายุ 8 ขวบ คือไม่ค่อยจะลงทุนเลยนะ .. ก็เป็นครูโยคะจนๆ นี่นา หยิบ Crossword ที่หลานเล่นค้างไว้ มาชวนพ่อเล่นต่อ .. พ่อก็ภูมิอกภูมิใจ ที่หาคำตอบได้.. ซึ่งมันก็แปลว่า ภาษาอังกฤษของพ่อที่เคยพูดได้น้ำไหลไฟดับ ตอนนี้โคจรกลับมาเก่งเท่าเด็ก 8 ขวบนั่นเอง

ตามทฤษฎีแล้ว พัฒนาการของคนเราจะเป็นรูปตัว V คว่ำ คือตอน 8 ขวบกับ 80 จะคล้ายๆ กัน และตอนขวบแรกกับขวบสุดท้ายของชีวิตก็ไม่แตกต่างกันมากนัก .. เล้งเรียกเอาเองว่ากร้าฟชีวิต .. สูงสุดคืนสู่สามัญก็แล้วกัน


 

การทำงาน
สำหรับเรื่องงาน .. พ่อก็ไม่เป็นสองรองใคร คือพ่อขยันมากนั่นเอง.. งานหลักของพ่อมี 3 job

  1. เป็นผู้จัดการ ฝ่ายจัดซื้อวัตถุดิบในบริษัทขายอาหารสัตว์ชื่อดังริมถนนวิภาวดี-รังสิต ซึ่งทำให้เล้งได้ติดรถพ่อไปเรียนมหาวิทยาลัย แถวๆ ทุ่งรังสิต และเมื่อตอนที่ต้องไปทำงานแถวลาดพร้าวอยู่หลายปี
  2. เนื่องจากทำงานในแวด วงของการขายอาหารของหมูเห็ดเป็ดไก่ ทำให้พ่อมี connection เยอะ พ่อเลยคิดขาย กล่องใส่ลูกไก่ โดยจัดตั้งเป็นอุตสาหกรรมในครอบครัว ด้วยการสกรีน ชื่อฟาร์มลูกไก่ที่ข้างกล่อง จากนั้นก็เอาไปขายต่อ ทำให้พวกเราเป็นแรงงานเด็กตั้งแต่ยังเล็ก .. พวกเราเลยไม่มีเวลาไปเสียคน ไม่เคยไปเล่น game computer ที่ร้าน internet หรือไปเดินห้างอย่างเด็กคนอื่นเค้า
  3. พ่อเอาเงินที่ได้จากการขายกล่องใส่ ลูกไก่นั้น ไปให้เพื่อนที่จำเป็นต้องใช้กู้ ดอกเบี้ยเงินกู้จึงถือเป็นแหล่งรายได้แหล่งที่สาม เอามาซื้อกับข้าว และเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านเลี้ยงลูกๆ และคนงาน

พ่อคนเดียวหาเงินได้ตั้ง 3ทาง นอกจาก superman อย่างพ่อแล้ว ขอยอมรับว่าพวกเราไม่มีปัญญาพอ พวกเราเรียนรู้ที่จะประหยัดเป็น แต่ถ้าเป็นเรื่องหาเงินแล้ว ลูกๆ ของพ่อที่มีปริญญาคนละ2-3ใบ.. ชิดซ้ายไปเลย

สรุปว่า ฉบับนี้เขียนสรรเสริญพ่อล้วนๆ ยังไม่มีอะไรเกี่ยวกับโยคะเลย ..อ้อ! เกี่ยวอยู่นิดนึง .. พยายามหาเรื่องให้เกี่ยวจนได้ .. เป็นนิยมะข้อที่ 4 svadhyaya : สวาธยายะ หมั่นทบทวนตนเอง ทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างเรากับพ่อ .. ซึ่งเป็นเรื่องที่เอาไว้ปลอบประโลมใจ..เวลาพ่อทำเล้งโกรธ

ถ้าไม่มีพ่อก็ไม่มีเล้งในวันนี้ แล้วจะเก่งภาษาอังกฤษจนมีปัญญาไปเรียนโยคะที่อินเดียได้อย่างไร .. ถ้าตอนเด็กๆ พ่อไม่ให้เข้าโรงเรียนที่มีแม่ชีจากอิตาลีมาสอน และครูสอนภาษาอังกฤษหลายๆ ทานที่ทำให้เล้งชอบเรียนภาษาอังกฤษ เพราะเวลาไปเรียนเหมือนไปเล่นเกมส์สนุก ได้อ่านนิทานภาพสวยที่โรงเรียนอื่นๆ อาจไม่มี โรงเรียนที่พ่อไม่เคยได้เรียน แต่ด้วยความเสียสละของพ่อ พ่อทำให้ลูกได้เรียนจนมีวันนี้ วันที่เรามีโอกาสดีกว่าใครๆ

ตอนนี้รู้สึกเหมือนวันที่พี่โต้ด (เพื่อนครูโยคะ) เคยบอกพี่เละ (อ.ธีรเดช) ตอนไปค่ายอายุรเวท ที่รพ.สมเด็จฯ ณ ศรีราชา เมื่อต้นปีว่า "อยากสอนโยคะ .. เพราะเราได้รับ / เป็นฝ่ายรับมามากแล้ว" พี่เละบอกว่า ประทับใจมากกับประโยคนี้ แต่ตอนนั้นเล้งยังไม่ค่อยซึ้งเท่าไหร่ พอมานั่งปั่นต้นฉบับตอนนี้.. เล้งเริ่มรู้สึกซึ้งขนาดเขียนไป นั่งเช็ดน้ำมูกน้ำตา ปนๆ กันไป ทำไมพ่อเราดีขนาดนี้ ทำไมเราโชคดีขนาดนี้ แล้วเรามานั่งทำอะไรอยู่เนี่ย กลับไปเล่นกับพ่อต่อดีกว่า

อ้อวันนี้มีข่าวดีมาบอก .. วันนี้เราชนะ .. ยังไม่ได้โกรธพ่อเลย ตอนนี้มีเทคนิคใหม่ไว้ใช้กับพ่อ แบ่งเวลาเป็นช่วงสั้นๆ 5นาที, 10 นาที ก็แล้วแต่ จะทำอะไรให้พ่อ เสร็จแล้วก็ถอยฉากมาดูห่างๆ จะไม่ยื้ออยู่ด้วยนานๆ เมื่อไหร่เริ่มโกรธ ถอยออกมาเลย อารมณ์ดีแล้วค่อยมาคุยกันใหม่ กลยุทธร์แบบนี้ดีแฮะ ใครจะเอาไปใช้บ้างไม่สงวนลิขสิทธิ์

ฉบับนี้ขอฝาก ความสำเร็จสูงสุดของชีวิตตามอายุ มาให้พิจารณา


ความสำเร็จสูงสุด

เมื่อแรกเกิด ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง
เมื่ออายุได้ 1 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน
เมื่ออายุได้ 2 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถเดินได้
เมื่ออายุได้ 4 ขวบ ความสำเร็จสูงสุดคือ ไม่ฉี่รดที่นอน
เมื่ออายุได้ 15 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีเพื่อนฝูงมากมาย
เมื่ออายุได้ 20 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ เรื่องบนเตียง
เมื่ออายุได้ 30 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีความมั่นคงในชีวิต
เมื่ออายุได้ 50 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ เรื่องบนเตียง
เมื่ออายุได้ 60 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ มีเพื่อนฝูงมากมาย
เมื่ออายุได้ 65 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ ไม่ฉี่รดที่นอน
เมื่ออายุได้ 70 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถเดินได้
เมื่ออายุได้ 75 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถจำคนในบ้านได้ทุกคน
เมื่ออายุได้ 80 ปี ความสำเร็จสูงสุดคือ สามารถหายใจได้ด้วยตัวเอง


คัดลอกจาก ตอบปัญหาวิชาชีวิต โดยทันตแพทย์ สม สุจีรา

 


 
มูลนิธิหมอชาวบ้าน 
2220/101 ซอยรามคำแหง 36/1  ถนนรามคำแหง  แขวงหัวหมาก  เขตบางกะปิ  กรุงเทพฯ  10240  
โทรศัพท์  02-732-2016 - 17, โทรสาร 02-732-2811 มือถือ 081-401-7744 ; 
E-mail: yoga_thai@yahoo.com ; www.thaiyogainstitute.com

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 257752
 เขียน:  
 อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์