สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

...ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต..ภัยพิบัติใกล้ตัว ....

ความรัก ความห่วงใยจากญาติ และการปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ จะช่วยให้ฟื้นฟูสภาพได้เร็วขึ้น

ช่วงระยะ สองสัปดาห์หลังปีใหม่ ชีวิตผูกพันอยู่กับผู้ป่วยอัมพาตหลายราย
วันนี้จึงอยากนำเอาเรื่องนี้มาเป็นข้อมูล เล่าสู่กันฟังค่ะ เพื่อเป็นการเตือนภัยใกล้ตัว...
ซึ่งอาจเกิดขึ้นกับเรา และครอบครัวเมื่อไหร่ก็ได้ถ้าไม่เฝ้าระวัง....
ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจกับร่างกายของเราเสียก่อนนะคะ...


่างกายของคนเราประกอบไปด้วย 2 ส่วนคือ ร่างกายและจิตใจ
ร่างกายจะเคลื่อนไหวหรือทำงานได้จากการสั่งการของสมอง
จิตใจและความรู้สึก นึกคิด ก็ได้รับคำสั่งจากสมองเช่นกัน ..
ความสำคัญของการทำงานทั้งร่างกายและจิตใจของคนเราก็อยู่ที่สมองนั่นเองค่ะ
ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต จึงเป็น ภาวะการสูญเสียการทำงานของร่างกายโดยการสั่งการของสมอง
ขึ้นอยู่กับว่าสมองส่วนใดจะถูกทำลายมาน้อยเพียงใด อธิบายเพื่อความเข้าใจอย่างง่าย ๆ คือ สมองซีกขวา จะสั่งการให้อวัยวะซีกซ้ายทำงานส่วนการทำงานของอวัยวะซีกขวาก็ถูกสั่งการโดยสมองซีกซ้าย ....เมื่อสมองถูกทำลายไม่ว่าจากสาเหตุใดก็ตาม ร่างกายก็จะหยุดการทำงานตามไปด้วย
ถ้าไม่โชคดีเสียชีวิตเสียก่อนก็จะมีภาวะอัมพฤกษ์หรืออัมพาตเกิดขึ้น

อัมพฤกษ์ คือร่างกายเคลื่อนไหวได้ สมองสั่งการได้บ้างแต่ไม่ดีเท่าที่ควร ผู้ป่วยสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บ้างในบางกิจกรรม บางกิจกรรมก็ต้องได้รับการดูแลช่วยเหลือ
ส่วนอัมพาต คือการสูญเสียการทำงานของอวัยวะนั้น ๆ โดยสิ้นเชิง แบ่งเป็น
* อัมพาตครึ่งท่อน (บน - ล่าง )
* อัมพาตครึ่งซีก (ซ้าย - ขวา ) Hemiplegia หรือ Hemiparalysis
* อัมพาตทั้งตัว (Paralysis)

มารู้จักกับสาเหตุของการที่สมองถูกทำลายกันค่ะ

1. จากการมีเลือดออก เลือดคั่งในสมอง เช่น เส้นเลือดในสมองปริหรือแตกในผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เบาหวาน โรคหลอดเลือดสมอง หรือจากอุบัติเหตุ เช่น อุบัติเหตุจราจร ตกจากที่สูง เป็นต้น
2. จากการติดเชื้อ เช่น ซิฟิลิส ไข่พยาธิตัวตืด
3. จากความผิดปกติของสมองเอง เช่น มีเนื้องอก เป็นต้น


มาดูตัวอย่างของคนที่สมองถูกทำลายจากสาเหตุต่าง ๆ กันนะคะ



Case นี้ ชายไทยวัย 45 ปี เมาสุรา ตกบันได ศีรษะกระแทกพื้น ไม่สลบขึ้นไปนอนบนบ้านได้ รุ่งเช้าญาติมาปลุกไม่ตื่น ถูกนำส่งโรงพยาบาล ผ่าตัดสมองซีกขวา นอนโรงพยาบาล 2 เดือนได้กลับบ้านเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นอัมพาตทั้งตัว อยู่ในระยะฟื้นฟูสภาพ



Case นี้ ชายไทยเชื้อสายจีน อายุ 67 ปี อาของดิฉันเอง เป็นผู้ป่วยความดันโลหิตสูง เป็นคนขยัน ทำงานเก่ง ไม่ยอมหยุดทำงาน แม้จะอายุมากแล้ว เปิดร้านขายแก๊สหุงต้มเล็ก ๆ ที่บ้าน ทำเองทุกอย่าง ไปสั่งแก๊สส่งแก๊สเอง เปลี่ยนหัวแก๊สให้ลูกค้า ปีที่แล้วท่านมาติดตั้งเตาแก๊สให้ที่บ้าน.. เราก็คุยกัน ฉันอยากให้ท่านนั่งขายของอยู่ที่บ้าน แล้วให้ลูกเป็นคนส่งแก๊ส ยกถังแก๊ส เนื่องจากท่านมีภาวะความดันโลหิตสูงและกินยาประจำ การยกของหนักจะทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นได้ ฉันยกตัวอย่างภาวะแทรกซ้อนจากความดันโลหิตสูงให้ท่านฟัง ภาวะเส้นเลือดในสมองแตก ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ท่านบอกว่าท่านไม่เป็นอะไร ท่านแข็งแรงดี ให้ลูกทำไม่ทันใจ ...ถ้าตายไปก็หมดเวรหมดกรรม
....อืม...ท่าจะจริง ...แล้วเราก็ไม่ได้คุยกันเรื่องนี้อีก
วันตรุษจีนของทุกปี อาเจ๊กช่วยจะมาไหว้อากง อาม่า และเตี่ยของฉัน ที่บ้านแม่ของฉันทุกปีเนื่องจากเตี่ยเป็นลูกชายคนโต กระถางธูป อากงอาม่า จึงอยู่ที่บ้านแม่ เราจะรวมญาติที่บ้านแม่ทุกปี แต่ปีนี้ไม่มีอาเจ็กช่วย เพราะอาเจ๊กช่วยนอนอยู่โรงพยาบาล ...



ตอนนี้อาเจ็กช่วยได้กลับบ้านแล้ว ..หลังจากนอนรักษาที่โรงพยาบาลเกือบ 2 เดือน..ฉันได้ไปช่วยจัดบ้านให้เหมือนห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาล ..ขอยืมเตียง ติดต่อซื้อเครื่องดูดเสมหะ อุปกรณ์ในการให้อาหารทางสายยาง จัดหาถังออกซิเจน.และ.แนะนำพี่อ้อยลูกสาวอาเจ็กช่วยในการดูดเสมหะ ให้อาหารทางสายยาง การถอดล้างท่อเจาะคอด้านใน (inner tube)..ฯลฯ ให้กำลังใจ ..และบอกให้โทรตามได้เมื่อต้องการ...(บ้านฉันอยู่ห่างจากบ้านอาเจ๊กช่วย ประมาณ 3 กิโลเมตร )....พี่อ้อยบอก ..บุญของอาป๊านะที่มีหลานเป็นพยาบาล ...อืม...ก็ดูแลกันต่อไป..
ปล. อยากให้เฝ้าระวังและป้องกันก่อนจะเป็นมากกว่าค่ะ...




Case นี้ เมื่อปีที่แล้ว ชายวัยรุ่นไทย อายุ 20 ปี เป็นลูกชายคนเดียว ขับรถมอเตอร์ไซด์ซิ่ง ชนเสาไฟฟ้า ผ่าตัดสมอง เป็นอัมพาตทั้งตัว ...รักษานานเกิน 6 เดือน ได้รับการประเมินเป็นผู้พิการแล้ว ได้รับการสงเคราะห์ช่วยเหลือเงินผู้พิการ จากอบต. เดือนละ 500 บาท และได้รับการรักษาฟรี.... (บัตรประกันสุขภาพ ท. 74 )






Case นี้ หญิงไทย วัย 55 ปี ประมาณ 6 เดือนที่แล้ว มีอาการปวดศีรษะบ่อยครั้ง กินยาแก้ปวดแล้วไม่ดีขึ้น
จึงไปโรงพยาบาล แพทย์ตรวจพบมีก้อนในสมองต้องผ่าตัด หลังผ่าตัดมีภาวะอัมพาตทั้งตัว ฟื้นฟูสภาพมากกว่า 6 เดือน ตอนนี้ได้รับการประเมินเป็นผู้พิการแล้ว ไปถ่ายรูปติดบัตรผู้พิการให้ ได้สมุดประจำตัวผู้พิการและรอเปลี่ยนสิทธิรักษาพยาบาลประกันสุขภาพถ้วนหน้าผู้พิการ รหัส ท. 74 ยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือสงเคราะห์เงินผู้พิการจากอบต. ..ไปเปลี่ยนสายยางให้อาหารให้ทุกเดือน





Case นี้ เมื่อ 2 ปีที่แล้ว จากอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ชนกันค่ะ ผู้ป่วยเป็นคนซ้อนท้ายขอติดรถเพื่อนบ้านไปซื้อของในเมือง หลังอุบัติเหตุได้รับการผ่าตัดสมอง ทั้งร่างกายเป็นอัมพาตทั้งตัว ได้รับการฟื้นฟูจากญาติ (คุณตา) ประมาณ 3 เดือน ได้รับการเยี่ยม ให้คำแนะนำและให้กำลังใจจากพยาบาล และนักกายภาพบำบัด..ตอนนี้รอใส่กระโหลกกลับคืน ..และวางแผน..จะกลับไปเรียนหนังสือแล้วค่ะ



Case นี้ ปีที่แล้ว ตกนั่งร้าน...สูงประมาณ 2 เมตร ศีรษะกระแทกฟื้น ได้รับการผ่าตัดสมอง ฟื้นฟูประมาณ 3 เดือน อาการดีขึ้น ตอนนี้ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ยังไม่ไปทำงาน...ต้องกินยาทุกวัน (สังเกตศีรษะด้านซ้ายยังไม่ปะกะโหลก )..ไปเยี่ยมช่วงแรกไม่ได้ถ่ายรูปไว้ค่ะ


Case นี้ (เสื้อขาว) กลางปีที่ผ่านมา หญิงไทย วัย 48 ปี ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง กินยาไม่ต่อเนื่อง มีภาวะอ่อนแรงซีกซ้าย จึงไปโรงพยาบาลแพทย์บอกเส้นเลือดสมองกำลังจะปริ ได้รับการดูแลรักษา ฟื้นฟู 1 เดือน อาการดีขึ้น ตอนนี้ไปค้าขายได้ตามปกติแล้ว....ช่วงแรกที่มีภาวะอัมพฤกษ์ไปเยี่ยมบ้านสอนการออกกำลังกายด้วยตัวเองและให้กำลังใจ... แนะนำให้รับประทานยาอย่างสม่ำเสมอ งดอาหารรสเค็ม และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์



ยังมีกรณีศึกษาอีกหลาย Case ค่ะที่ประสบปัญหาสุขภาพจากอัมพฤกษ์ อัมพาต และเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดสมอง..วันนี้ขอยกตัวอย่างเพียงเท่านี้นะคะ

สรุป
* ภาวะความเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บต่อสมอง..สามารถเกิดขึ้นได้ในคนทุกกลุ่มอายุ
** โรคภัยไข้เจ็บเป็นเรื่องธรรมดา ..เมื่อประสบกับภาวะการเจ็บป่วยขึ้นแล้วก็ต้องดูแล รักษา ฟื้นฟูสภาพให้ดีที่สุด แต่ถ้ายังไม่เจ็บป่วย หากเป็นโรคที่ป้องกันได้ ก็ต้องดูแลสุขภาพให้ดี ไม่ให้มีโรคภัยมาเบียดเบียน หรือถ้าเจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อรัง (เป็นเบาหวาน ความดันโลหิตสูง) ก็ต้องรักษา ดูแลป้องกันภาวะแทรกซ้อนไม่ให้เกิดขึ้นได้
....อโรคยา ปรมาลาภา ...ความไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐ...

ปล.1 ผู้ดูแลผู้ป่วยที่ดีที่สุด คือญาติ ...ความรัก ความห่วงใยจากญาติ และการปฏิบัติตามคำแนะนำจากแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางการแพทย์ จะช่วยให้ฟื้นฟูสภาพได้เร็วขึ้น
ปล. 2 ยังไม่กล่าวถึงค่าใช้จ่าย หรือรายได้ของครอบครัว ที่ต้องสูญเสียไปการเจ็บป่วย และผลกระทบต่อครอบครัว...อีกมากมาย


บันทึกนี้อาจจะยาวสักเล็กน้อย.. แต่ก็เป็นเจตนาดีค่ะ ที่อยากให้ทุกท่านได้ เฝ้าระวังหรือป้องกัน
ไม่ให้ครอบครัวของท่านประสบกับสภาวะเช่นนี้ ...ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต..ภัยพิบัติใกล้ตัว ....

ขอบคุณค่ะที่ติดตามอ่านจนจบ
รายละเอียดข้อมูลวิชาการ จาก ที่นี่ ค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: อัมพฤกษ์ อัมพาต ภาวะสุขภาพ 
· หมายเลขบันทึก: 256054
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ดอกไม้:
1
 · ความเห็น:
40
 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    ประกาย~natachoei ที่~natadee
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 11:30:36 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีคะคุณสีตะวัน

    เป็นกำลังใจในการดูแลคนไข้นะคะ ขอบคุณความรู้ที่นำมาเผยแพร่คะ

    เห็นคนไข้แล้วเกิดความคิดว่าถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 11:53:42 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณประกาย

    • คิดเหมือนกันค่ะว่า ..ถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร
    •  ..คงเขียนเป็นพินัยกรรมเผื่อไว้มังค่ะ...ว่าไม่ต้องรักษา ..55 5
    • แต่สร้างสุขภาพ ป้องกันไม่ให้เกิดกับเราดีกว่านะคะ ..
    • ขอบคุณค่ะ
    ยูมิ
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 12:09:25 GMT+0700 (ICT)

    มาชม

    ล้วนเพื่อน เกิด แก่ เจ็บ ด้วยกันทั้งนั้นเลยหนา...

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 12:14:20 GMT+0700 (ICT)

    น่าสนใจมากๆๆ มีประโยชน์ดี พี่หมวยสบายดีไหม กำลังร้อนมากๆๆ เป็นอัมพาตที่หัวใจ วี้ดวิ้วววววว

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 12:17:02 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณค่ะท่านอาจารย์ยูมิที่มาเยี่ยมชม..^_^..

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 12:27:49 GMT+0700 (ICT)

    ช่วงนี้ท่าจะร้อนทั่วประเทศ...ท่านอ. ขจิตรักษาสุขภาพด้วยนะคะ..

    ..เที่ยงนี้...กินข้าวรึยัง

    ส้มตำเผ็ด ๆ  กับปลาเผาร้อน ๆ ไหมคะ

     

     

    ♥.`๏'-พร ทั้ง หล้า`๏'- ♥
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 14:17:21 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ คุณพี่สีตะวัน

    คุณพ่อพอลล่า เป็น left hemiplegia เพิ่งเสียไป จะทำบุญครบ 100 วันพรุ่งนี้ค่ะ

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 15:10:29 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณน้องพอลล่า

    • คุณพี่เสียใจด้วยค่ะ..และฝากทำบุญ..ด้วยใจ.
    • ...ขอให้ดวงวิญญาณคุณพ่อสู่สุคติ....ด้วยค่ะ

     

    pa_daeng
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 15:15:56 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะ น้องสีตะวัน
    • อย่างนี้ต้องรักษาสุขภาพให้ดีนะคะ
    phayorm แซ่เฮ
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 15:19:51 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ

    แวะมาศึกษาข้อคิดที่สะกิดและเตือนใจได้เป็นอย่างดี

    ขอบคุณสาระดี ๆ ค่ะ

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 16:59:38 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีค่ะคุณพี่ . pa_daeng  P
    • กลับเชียงใหม่เดินทางปลอดภัยนะคะ
    • ขอบคุณค่ะ

     

    สวัสดีค่ะคุณ phayorm แซ่เฮP  

    • ขอบคุณค่ะที่แวะมาให้กำลังใจ
    แม่ต้อย
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 17:57:38 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีคะ

    มาเป็นกำลังใจให้นะคะ ดีคะ ได้ความรู้ดี

    คิม นพวรรณ
    เขียนเมื่อ Sat Apr 18 2009 18:21:47 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ

    • ขอขอบคุณค่ะ
    • อยากให้ลงเรื่องราวเกี่ยวกับโรคภัยไข้เจ็บและ case ตัวอย่างเช่นนี้ค่ะ
    • ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
    แผ่นดิน
    เขียนเมื่อ Sun Apr 19 2009 00:17:06 GMT+0700 (ICT)

    สามปีให้หลัง..
    หลังอุบัติเหตุ  ผมปวดหลัง ปวดศีรษะ และชาบริเวณขาซ้าย  รู้ได้ด้วยตัวเองว่า ตนเองไม่ปกติ และไม่อึดเหมือนแต่ก่อน

    ทุกวันนี้
    เน้นออกกำลังกายครับ..
    กลับมาดึกแค่ไหน
    อย่างน้อยก็ถีบจักรยานในห้องพักสัก 10-15 นาที...

    มาดูแลตัวเองตอนแก่...
    หลายคนบอกกับผมเช่นนั้น ครับ

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Sun Apr 19 2009 14:57:18 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะอาจารย์แม่ต้อย P

    • มีกำลังใจขึ้นมากเลยค่ะ
    • เห็นอาจารย์แม่ต้อยมาเยี่ยมก็ดีใจแล้ว
    • ขอบคุณค่ะ

    สวัสดีค่ะคุณพี่  ครูคิม P

    • จะพยายาม..ต่อไปค่ะ
    • ขอบคุณมากนะคะ....สำหรับกำลังใจ ...สู้ สู้ ๆ ค่ะ ...^_^

     

    สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน P

    • เริ่มดูแลตัวเองตอนอายุมากแล้วเหมือนกันค่ะ ..(หลีกเลื่ยงคำว่าแก่ค่ะ ..อิ อิ)
    • เน้นอาหาร ไม่มันมาก ดื่มนมพร่องมันเนย ผัก ผลไม้เยอะ ๆ  และออกกำลังกาย ยืดเส้นยืดสาย  แล้วก็ปั่นจักรยานเหมือนกันค่ะ
    • อาการปวดศีรษะ .. ลองทำกายบริหารท่านี้ค่ะ
    • 1.  ใช้ฝ่ามือกดดันบริเวณหน้าผากนับ 1 - 10
    • 2. ใช้ฝ่ามือดันที่ขมับซ้าย  นับ 1-10 สลับ ข้างขวา นับ 1 - 10
    • 3 แล้วใช้ฝ่ามือจับศีรษะด้านหลัง กดศีรษะลง นับ 1 - 10
    • ท่านี้จะช่วยเพิ่มการไหลเวียนเลือดในสมอง อาการปวดศีรษะจะดีขึ้นค่ะ .. ลองดูนะคะ
    • .....^_^.......
    2552
    IP: xxx.121.50.225
    เขียนเมื่อ Sun Apr 19 2009 15:30:50 GMT+0700 (ICT)

    ประสาทอักเสบ มีอาการปากเบี้ยว รักษาไงดี

    Sila Phu-Chaya
    เขียนเมื่อ Sun Apr 19 2009 20:56:45 GMT+0700 (ICT)
    • ขอเก็บข้อมูลนี้ไว้ใน planet นะคะ คุณพ่อศิลาที่เสียไปแล้วก็ป่วยด้วยโรคนี้ค่ะ ปัจจุบันคนสูงอายุป่วยเป็นโรคนี้เยอะมากค่ะ
    • อ่านแล้วได้สติให้ดำเนินชีวิตโดยไม่ประมาทค่ะ ขอบพระคุณมาก ๆ ค่ะ
    สาวสวยมวยไทย
    เขียนเมื่อ Tue Apr 21 2009 00:31:19 GMT+0700 (ICT)

    สาวสวยมวยไทย
    เขียนเมื่อ Sun Apr 26 2009 00:11:59 GMT+0700 (ICT)

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Wed May 06 2009 18:10:26 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณ2552

    • ขออภัยที่มาตอบช้านะคะ
    • อยากไปเยี่ยมบล็อกจังเลยค่ะ..จะทำไงดี
    • กินยารักษาการอักเสบ และใช้วิธีการบริหารกล้ามเนื้อใบหน้าค่ะ
    • ไปพบแพทย์ระบบประสาทท่าจะดีนะคะ
    • อยากแนะนำเรื่องการนวดหน้าด้วยค่ะ
    • ขอบคุณค่ะ..ที่มาเยี่ยม..ขอให้หายไว ๆ นะคะ

    สวัสดีค่ะคุณศิลา

    • ยินดีค่ะ
    • ต่อไปเราก็จะได้เป็นท่านสว. (ผู้สูงวัย) ด้วยกัน นะคะ..หุ หุ
    • ต้องดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาทเช่นกัน
    • ขอบคุณค่ะ

    สวัสดีค่ะคุณ  สาวสวยมวยไทย P

    • ภาพน่ารักดีค่ะ...รักษาสุขภาพด้วยเช่นกันนะคะ
    • เห็นรูปภาพ และความห่วงใย ก็ปลื้มใจซะ...ไม่มี...อึ้ง ๆ
    • ขอบคุณค่ะ
    Sila Phu-Chaya
    เขียนเมื่อ Sun May 10 2009 20:06:15 GMT+0700 (ICT)
    • แวะมาทบทวนความรู้ที่จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องศึกษาไว้ค่ะ  ปัจจุบันคนป่วยด้วยโรคนี้มีมากมายเหลือเกิน
    • หากติดโรคนี้เป็นกรรมพันธุ์ ศิลาก็อาจจะติดจากคุณพ่อค่ะ  แต่ว่าแม้ไม่ใช่  หากไม่ระวังก็คงไม่แคล้ว  ชีวิตมีไว้ให้ทำความเข้าใจจริง ๆ ค่ะ
    • ระลึกถึงมากเลยนะคะ
    แม่ต้อย
    เขียนเมื่อ Tue May 12 2009 18:53:13 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีคะ น้องสีตะวัน

    เขียนได้ดีคะ เพราะได้เห็นสาเหตุของปัยหา การดุแล การให้ความรู้และกำลังใจ

    ที่สำคัญคือการป้องกันก่อนการเกิดดีที่สุด

    ดีคะ ขอบคุณมากคะ

    DSS "work with disability" ( หนิง )
    เขียนเมื่อ Wed May 13 2009 10:07:22 GMT+0700 (ICT)

    หมวยเอ๊ย...

    เข้ามาบอกว่าคิดถึงจ้ะเพื่อนรัก

    คิดถึงเพื่อนๆทุกคนเลยจ้า...

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Wed May 13 2009 20:16:11 GMT+0700 (ICT)

    ค่ะ...คุณศิลาP

    ภาวะอัมพฤกษ์ อัมพาต ส่วนนึงเป็นผลจากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงค่ะ ซึ่งสองโรคนี้เป็นกรรมพันธุ์ ...คุณแม่ก็เป็นโรคความดันโลหิตสูงและพรรคพวกค่ะ..คือ....มีทั้งเบาหวาน และหลอดเลือดสมองตีบ ..รักษาโดยกินยาวันละหลาย ๆ เม็ดค่ะ ..พวกเราลูก ๆ .ก็ต้องเฝ้าระวังนะคะ...เพราะมีโอกาสเป็นเหมือนกันค่ะ.....หากไม่ระวังก็คงไม่แคล้ว  ชีวิตมีไว้ให้ทำความเข้าใจจริง ๆ ค่ะ

    ระลึกถึงเสมอ..ขอบคุณค่ะ ..^_^...

    ปล. สำหรับคนสุขภาพดี (ที่ยังไม่ป่วย) ต้องดูแลตนเองไม่ให้เจ็บป่วยนะคะ รับประทานอาหารให้พอเหมาะ ออกกำลังกายให้เหมาะสม ตรวจสุขภาพประจำปี ทำจิตใจให้ผ่องใส เฝ้าระวังไม่ให้เกิดโรคได้ค่ะ

    สวัสดีค่ะอาจารย์ แม่ต้อย P

    • ขอบคุณมากมายค่ะ...ที่มาให้กำลังใจ
    • ดีใจจังเลยค่ะ...อิ อิ  ..^_^....

     

    ดีจ้า...เพื่อนหนิง..P

    • หายไปซะนานรู้มั๊ยมีคนคึดฮอดเด้อ..!!!
    • เปลี่ยนรูปใหม่..เห็นหน้าไม่ชัด ..สวยขึ้นรึเปล่า..น๊า..
    • .................................................................
    เบดูอิน
    เขียนเมื่อ Wed May 13 2009 20:21:37 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีน้องสาวสีตะวันคนสวย
    • ขอบคุณมากๆน้องอีเมลไปถามได้เลยนะครับ
    • สำหรับน้องพยาบาลที่มาฝึกงาน ก็ช่วยเตือนๆด้วยก็แล้วกัน บางคนก็ปรับสภาพตัวเองไม่ได้
    • คืนก่อนพบที่โคราช เห็นคลุมหัวดี แต่นุ่งกางเกงจะหลุด ไม่รู้ไปโขมยกางเกงน้องมานุ่งหรือเปล่า
    • มาอ่านครั้งหนึ่งแล้ว ตอนเย็นรีบมากเลยไม่ได้เมนท์
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ Thu May 14 2009 17:15:44 GMT+0700 (ICT)
    • น่ากลัวเหมือนกันนะครับ
    • กำลังจะไปออกกำลังกาย
    • เวรกรรม
    • ฝนตก ฮ่าๆๆๆ
    เบดูอิน
    เขียนเมื่อ Thu May 14 2009 22:36:23 GMT+0700 (ICT)
    • มีความปราถนาดีมาฝากครับ
    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Fri May 15 2009 17:45:16 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณค่ะท่านพี่..เบดูอินP 

    ติดต่ออาจารย์ฟูอ๊าดส่งหนังสือมาให้แล้วค่ะ

    น้อมรับความปรารถนาดี...ขอบคุณหลาย ๆ ค่า...

     

    ท่านอ. ดร. ขจิต คะ.P

    ..ฝนตกก็ออกกำลังกายได้ค่ะ...

    มีท่าออกกำลังกายในร่มของท่านผู้ สว. ..สนใจไหมคะ...อิ อิ ๆ

    เบดูอิน
    เขียนเมื่อ Wed Jul 29 2009 13:55:37 GMT+0700 (ICT)

    น้องสีตะวันครับ ถ้าเอาผ้าอนามัยมาปิดปากจมูก จะมีคนว่าเราบ้าไหมเนี่ย ความจริงมันน่าจะป้องกันตามที่น้องว่ามานะครับ อิอิ

    Sila Phu-Chaya
    เขียนเมื่อ Wed Jul 29 2009 14:05:46 GMT+0700 (ICT)
    • แวะมาติดตามอ่านอีกรอบเพื่อทบทวนการดูแลสุขภาพค่ะ
    • โรคภัยใกล้ตัวมากเลยค่ะ เห็นบางคนประสบความสำเร็จ เก่งงาน ทำอะไรได้มากมาย สุดท้ายแพ้โรคภัยภายในตนเอง
    • จะดูแลตนเองอย่างดี เพราะยังมีสิ่งที่อยากทำให้แผ่นดินนี้อีกมากมายค่ะ .... ขอบพระคุณค่ะ
    • คิดถึงเสมอเลยค่ะ
    sangphet sirichakul
    IP: xxx.27.100.162
    เขียนเมื่อ Sun Sep 27 2009 16:25:21 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดี ค่ะ คุณสีตะวัน คือ ดิฉันได้เข้ามาอ่านบทความเกี่ยวกับอัมพาต ของคุณแล้วรู้สึกได้ความรู้มากค่ะ และดิฉันขอเล่าเรื่องนะค่ะ คือว่า เมื่อวันที่ 24 ก.ย52 ที่ผ่านมาดิฉันได้ไปปฏิบัติธรรมที่วัดคลองน้ำเย็น อ.แก่งหางแมว จ. จันทบุรี ก็มีพี่ที่ปฏิบัติธรรมด้วยกันพาดิฉันให้ได้ไปเห็นภาพ ซึ่งน่าเวทนามาก ค่ะ คือมีพระ1 รูป ต้องดูแลแม่ซึ่งเป็นอัมพาต เพราะล้มในห้องน้ำ และน้องสาวซึ่งเป็นอัมพาตซึกซ้ายจากการผ่าตัดสมอง ตอนนี้ท่านลำบากในการต้องดูแลแม่และน้องสาว ทิ้งห่างไม่ได้ บางวันถ้าแม่มีอาการหลงลืมมากก็ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตเพื่อนำอาหารมาประทั้งชีวิตได้ ดิฉันได้ไปพูดคุยแล้วก็รู้สึกสงสารจับใจและไม่ทราบว่าคุณสีตะวันพอจะทราบว่ามีองค์กรใดที่จะรับอุปการะผู้ป่วยทั้งสองไว้ดูแลหรือปล่าวค่ะ ถ้ามีขอโปรดบอกสถานที่ติดต่อให้ดิฉันนะค่ะ ดิฉันจะลองโทรไปติดต่อหรือสอบถามดูเพื่อจะได้ช่วยเหลือพระท่านได้บ้าง พระท่านอายุ 57 มารดา อายุ 77 น้องสาวอายุ 49 สถานที่ตามบัตรประชาชนเป็นจังหวัดปทุมธานี แต่ตอนนี้พักอยู่ที่ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรีค่ะ เบอร์ ติดต่อดิฉัน 089-2488118 ดิฉันชื่อแสงเพชร์ ศิริชากูล ค่ะ พักอยู่ที่จังหวัดระยอง และปฏิบัติธรรมของคุณแม่ ดร.สิริ กรินชัย และหลวงพ่อจรัญค่ะ

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Tue Sep 29 2009 18:02:41 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณพี่

    P
    • น่าจะได้นะคะ เพราะเป็นสิ่งที่สะอาดปลอดภัย
    • แต่คนก็คงจะมองเราด้วยสายตาแปลก ๆ ..อิ อิ (เปล่าบ้านะ ..55 5)
    • ถ้าจะให้ดีใช้หน้ากากอนามัยปิดทับอีกทีค่ะ
    • ที่รถก็จะมีติดไว้ประจำค่ะ เผื่อเห็นอุบัติเหตุข้างทางใช้ซับเลือดบาดแผลได้ดีเหมือนกันนะคะ แล้วก็สะอาดด้วย
    • ตอบช้าแต่น่าจะได้ประโยชน์อยู่นะคะ เพราะบรรยากาศไข้หวัด 2009 ยังไม่จางหายไปค่ะ
    • ระวังสุขภาพด้วยนะคะ..^_^..
    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Tue Sep 29 2009 18:45:31 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณศิลา

    • ชีวิตเรายังมีอีกหลายสิ่งที่จะทำประโยชน์ให้กับแผ่นดินอีกมากมาย
    • รักษาสุขภาพนะคะ
    • คุณศิลาเป็นภาพของกำลังใจและระลึกถึงเสมอค่ะ
    • ขอบคุณค่ะ
    • ปล. เจ้าตัวน้อยจอมซน โทรศัพท์หาคุณป้าเหยอคะ...
    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Tue Sep 29 2009 18:50:39 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณแสงเพชร์

    • ยินดีมากเลยค่ะ
    • แล้วติดต่อกันทางโทรศัพท์นะคะ
    • ขอบคุณค่ะ
    สามสัก(samsuk)
    เขียนเมื่อ Sat Oct 31 2009 11:19:31 GMT+0700 (ICT)
    • ได้สาระ ไดความรู้เติมสติปัญญาดีจัง
    • ขอบคุณครับ
    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Sat Oct 31 2009 20:46:48 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณPสามสัก

    • ยินดีที่มาเยี่ยมบันทึกเก่า ๆ
    • รักษาสุขภาพด้วยนะคะ
    • ชาย หญิง อายุ 35 ปีขึ้นไปควรตรวจวัดความดันโลหิต และน้ำตาลในเลือด (ตรวจเบาหวาน)นะคะ
    • ขอบคุณค่ะ
    อิ๋ว
    IP: xxx.120.75.140
    เขียนเมื่อ Sun Nov 01 2009 22:19:47 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณนะค่ะ สำหรับข้อมูลต่างๆมีประโยชน์ต่อสังคมเพื่อตระหนักเรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เข้าใจดีนะค่ะเพราะคุณแม่ก็ประสบอุบัติเหตุและเป็นอัมพาตแต่เค้าไม่สามารถสื่อสารได้เลย เวลาพูดเค้าไม่ค่อยสนใจเหมือนกับรับรู้เป็นพัก รู้แบบตื้นๆ สงสารคุณแม่มากๆๆค่ะ

    สีตะวัน
    เขียนเมื่อ Mon Nov 02 2009 22:45:51 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณอิ๋ว

    • เข้าใจในความรู้สึกนี้ค่ะ เพราะป้าคนนึงก็เป็นแบบนี้ค่ะ
    • อยากบอกว่า บางที ท่านอาจจะรับรู้เรื่องราวและเข้าใจสิ่งที่เราปฏิบัติให้ท่านนะคะ
    • ท่านคงภาคภูมิใจที่มีลูกสาวคนดีคอยดูแล และท่านก็คงจะสงสารเราเหมือนกัน
    • สิ่งที่จะทำให้ท่านรู้สึกดี และมีกำลังใจ คือความรักที่เรามี พูดในความดีของท่านที่ได้ทำกับลูกหลานไว้ในอดีต จิตท่านจะได้สงบไม่ทุรนทุราย หรือห่วงกังวลนะคะ
    • ขอเป็นกำลังใจในการดูแลท่านอย่างมีความสุขทุกวันนะคะ
    • ขอบคุณค่ะที่มาเยี่ยมเป็นกำลังใจ...^_^
    สุภาพร รักธรรมวาที
    IP: xxx.122.211.213
    เขียนเมื่อ Fri Mar 22 2013 23:14:03 GMT+0700 (ICT)

    ตอนี้คุณพ่อก็ป่วยเส้นเลือดในสมองแตกค่ะเมื่อ 29 มกราคม 2556  นอนร.พ เกือบเดือนเป็นอัมพาด กลับมาบ้านได้ 24 วันก็กลับเข้าไปรักษาใหม่ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสเลือดเมื่อ 13 มีนาคม 2556  ตอนนี้ยังคงอยู่ รพ. อยู่ค่ะอัมพาดซีกขวา พูดไม่ได้ ให้อาหารทางสายยาง

    สีตะวัน
    IP: xxx.4.177.216
    เขียนเมื่อ Sun Mar 24 2013 16:52:15 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณสุภาพร รักธรรมวาที

    • มาให้กำลังใจค่ะ
    • สำหรับคุณพ่อ ที่ติดเชื้อทางกระแสเลือด คงต้องนอนโรงพยาบาลฉีดยาฆ่าเชื้อจนครบแผนการรักษาและติดตามผลโดยการเจาะเลือดค่ะ ส่วนกิจกรรมการพยาบาล ทางโรงพยาบาลคงดูแล และญาติก็ต้องเรียนรู้ไปด้วยค่ะ เพราะต้องได้รับการดูแลระยะยาวต่อที่บ้าน
    • ขอเป็นกำลังใจให้คุณพ่อฟื้นตัวได้ในเร็ววันนะคะ
    • สู้ ๆ ค่ะ...^_^

    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น