สมาชิก
แลกเปลี่ยน

โครงงานคณิตศาสตร์

โครงงานคณิตศาสตร์ ปุ๋ยอินทรีย์คืนชีวิต นำพาเศรษฐกิจพอเพียง

บทที่  1 

บทนำ

 

1.1    ที่มาและความสำคัญของโครงงาน

ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าพระราชหฤทัยในความเป็นไป

ของเมืองไทยและคนไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างไกล ได้ทรงวางรากฐานในการพัฒนาชนบท และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งตนเองได้มีความ " พออยู่พอกิน" และมีความอิสระที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องติดยึดอยู่กับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ ทรงวิเคราะห์ว่าหากประชาชนพึ่งตนเองได้แล้ว    ก็จะมีส่วนช่วยเหลือเสริมสร้างประเทศชาติโดยส่วนรวมได้ในที่สุด   

ในทางปฏิบัติจุดเริ่มต้นของการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงคือ   การฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนท้องถิ่น เศรษฐกิจพอเพียงเป็นทั้งหลักการและกระบวนการทางสังคม  ตั้งแต่ขั้นฟื้นฟูและขยายเครือข่ายเกษตรกรรมยั่งยืน  เป็นการพัฒนาขีดความสามารถในการผลิตและบริโภคอย่างพออยู่พอกินขึ้นไปถึงขั้นแปรรูปอุตสาหกรรมครัวเรือน สร้างอาชีพและทักษะวิชาการที่หลากหลายเกิดตลาดซื้อขาย สะสมทุน  ฯลฯ 

บนพื้นฐานเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนนี้    การผลิตจะเสียค่าใช้จ่ายลดลงถ้ารู้จักนำเอาสิ่งที่มีอยู่ในขบวนการธรรมชาติมาปรุงแต่ง ข้อสำคัญที่สุด คือวัตถุดิบ ถ้าไม่สามารถที่จะให้ค่าตอบแทนวัตถุดิบแก่เกษตรกรที่เหมาะสม เกษตรกรก็จะไม่ผลิต ยิ่งถ้าใช้วัตถุดิบสำหรับใช้ในโรงงานนั้น เป็นวัตถุดิบที่จะต้องนำมาจากระยะไกล หรือนำเข้าก็จะยิ่งยาก เพราะว่าวัตถุดิบที่นำเข้านั้นราคายิ่งแพง บางปีวัตถุดิบมีบริบูรณ์ ราคาอาจจะต่ำลงมา แต่เวลาจะขายสิ่งของที่ผลิตจากโรงงานก็ขายยากเหมือนกัน เพราะมีมากจึงทำให้ราคาตก หรือกรณีใช้เทคโนโลยีทางการเกษตร เกษตรกรรู้ดีว่าเทคโนโลยีทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น และผลผลิตที่เพิ่มนั้นจะล้นตลาด ขายได้ในราคาที่ลดลง ทำให้ขาดทุน ต้องเป็นหนี้สิน

                ในปัจจุบันอาชีพการทำสวนยางพาราถือเป็นอาชีพที่เกษตรกรให้ความสนใจและยึดเป็นอาชีพหลักอย่างแพร่หลาย เช่นเดียวกับเกษตรกรในชุมชนตำบลกุดบง ซึ่งมีอาชีพปลูกยางพารา  แต่เนื่องจากการปลูกยางพาราที่ผ่านมาจะมีการใส่ปุ๋ยเคมีให้กับสวนยางพาราทุก ๆ  ปี  และการขยายตัวทางเศรษฐกิจของสวนยางพาราทำให้ราคาปุ๋ยเคมีสูงขึ้นเรื่อย ๆ  ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการลงทุนทำสวนยางพาราและนอกจากนี้  การใช้เคมียังส่งผลต่อสภาพแวดล้อมและคุณภาพดินเสื่อมโทรม แนวทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ได้ก็คือกลับสู่ธรรมชาติโดยเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ  ซึ่งในชุมชนตำบลกุดบงนี้ได้มีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเพื่อใช้เองและจำหน่าย  จึงทำให้ผู้จัดทำมีความสนใจที่จะศึกษาต้นทุนและวิธีขั้นตอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ  ตลอดจนรายได้จากการทำสวนยางพารา จึงจัดทำโครงงานคณิตศาสตร์  เรื่องปุ๋ยอินทรีย์คืนชีวิต  นำพาเศรษฐกิจพอเพียง

 

1.2    วัตถุประสงค์

1.       เพื่อศึกษาขั้นตอนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

2.       เพื่อศึกษาผลการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพของเกษตรกรชาวสวนยางพารา

3.       เพื่อศึกษาและวิเคราะห์ต้นทุนการผลิต  ผลตอบแทนในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพเพื่อจำหน่าย

 ของกลุ่มเกษตรกรบ้านนาไม้เฮียว  ตำบลกุดบง  อำเภอโพนพิสัย  จังหวัดหนองคาย

 4.    เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการลดใช้ปุ๋ยเคมีเพื่อจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และเป็นการฟื้นฟูสภาพดิน

 

1.3  ขอบเขตของการศึกษา

1.    เกษตรกรชาวสวนยางพารา  ในตำบลกุดบง  อำเภอโพนพิสัย  จังหวัดหนองคาย

2.    กลุ่มเกษตรกรที่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพขึ้นใช้เองจำนวนหนึ่งราย

3.    กลุ่มเกษตรกรที่ผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่ผลิตปุ๋ยขึ้นจำหน่ายที่หมู่บ้านนาไม้เฮียว

                       

1.4  ผลที่คาดว่าจะได้รับ

       1.    กลุ่มเกษตรกรหันมาสนใจในการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพขึ้นใช้เอง

2.       เป็นการลดต้นทุนในการปลูกยางพาราของเกษตรกร โดยเกษตรกรรู้และเข้าใจสภาพดินของตนเอง

มีการปรับปรุงบำรุงดิน การผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากวัสดุเศษเหลือในท้องถิ่น

3.       ลดการใช้ปุ๋ยเคมีในการปลูกยางพารา  เพื่อจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และเป็นการฟื้นฟูสภาพดิน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

บทที่  2 

เอกสารที่เกี่ยวข้อง

การศึกษาในครั้งนี้ประกอบด้วย 

1.       เอกสารที่เกี่ยวข้อง

1.1    หลักเศรษฐกิจพอเพียง

1.2    ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

2.       ทฤษฎีและเนื้อหาทางคณิตศาสตร์

 

หลักเศรษฐกิจแบบพอเพียง
               
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเข้าพระราชหฤทัยในความเป็นไปของเมืองไทยและคนไทยอย่างลึกซึ้งและกว้างไกล ได้ทรงวางรากฐานในการพัฒนาชนบท และช่วยเหลือประชาชนให้สามารถพึ่งตนเองได้มีความ " พออยู่พอกิน" และมีความอิสระที่จะอยู่ได้โดยไม่ต้องติดยึดอยู่กับเทคโนโลยีและความเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกาภิวัฒน์ ทรงวิเคราะห์ว่าหากประชาชนพึ่งตนเองได้แล้วก็จะมีส่วนช่วยเหลือเสริมสร้างประเทศชาติโดยส่วนรวมได้ในที่สุด พระราชดำรัสที่สะท้อนถึงพระวิสัยทัศน์ในการสร้างความเข้มแข็งในตนเองของประชาชนและสามารถทำมาหากินให้พออยู่พอกินได้ ดังนี้

"….ในการสร้างถนน สร้างชลประทานให้ประชาชนใช้นั้น จะต้องช่วยประชาชนในทางบุคคลหรือพัฒนาให้บุคคลมีความรู้และอนามัยแข็งแรง ด้วยการให้การศึกษาและการรักษาอนามัย เพื่อให้ประชาชนในท้องที่สามารถทำการเกษตรได้ และค้าขายได้…"

                 ในสภาวการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเกิดความถดถอยทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงขึ้นนี้จึงทำให้เกิดความเข้าใจได้ชัดเจนในแนวพระราชดำริของ  "เศรษฐกิจพอเพียง"  ซึ่งได้ทรงคิดและตระหนักมาช้านาน  เพราะหากเราไม่ไปพึงพา ยึดติดอยู่กับกระแสจากภายนอกมากเกินไป  จนได้ครอบงำความคิดในลักษณะดั้งเดิมแบบไทยๆไปหมด มีแต่ความทะเยอทะยานบนรากฐานที่ไม่มั่นคงเหมือนลักษณะฟองสบู่  วิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้อาจไม่เกิดขึ้น หรือไม่หนักหนาสาหัสจนเกิดความเดือดร้อนกันถ้วนทั่วเช่นนี้   ดังนั้น "เศรษฐกิจพอเพียง"  จึงได้สื่อความหมาย ความสำคัญในฐานะเป็นหลักการสังคมที่พึงยึดถือ

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจที่พอเพียงกับตัวเอง ทำให้อยู่ได้ ไม่ต้องเดือดร้อน มีสิ่งจำเป็นที่ทำได้โดยตัวเองไม่ต้องแข่งขันกับใคร และมีเหลือเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ไม่มี อันนำไปสู่การแลกเปลี่ยนในชุมชน และขยายไปจนสามารถที่จะเป็นสินค้าส่งออก เศรษฐกิจพอเพียงเป็นเศรษฐกิจระบบเปิดที่เริ่มจากตนเองและความร่วมมือ วิธีการเช่นนี้จะดึงศักยภาพของ ประชากรออกมาสร้างความเข้มแข็งของครอบครัว ซึ่งมีความผู้พันกับ จิตวิญญาณคือคุณค่ามากกว่ามูลค่า
          การบริโภคที่ฉลาดดังกล่าวจะช่วยป้องกันการขาดแคลน แม้จะไม่ร่ำรวยรวดเร็ว แต่ในยามปกติก็จะทำให้ร่ำรวยมากขึ้น ในยามทุกข์ภัยก็ไม่ขาดแคลน และสามารถจะฟื้นตัวได้เร็วกว่า โดยไม่ต้องหวังความช่วยเหลือจากผู้อื่นมากเกินไป เพราะฉะนั้นความพอมีพอกินจะสามารถอุ้มชูตัวได้ ทำให้เกิดความเข้มแข็ง และความพอเพียงนั้นไม่ได้หมายความว่า ทุกครอบครัวต้องผลิตอาหารของตัวเอง จะต้องทอผ้าใส่เอง แต่มีการแลกเปลี่ยนกันได้ระหว่างหมู่บ้าน เมือง และแม้กระทั่งระหว่างประเทศ ที่สำคัญคือการบริโภคนั้นจะทำให้เกิดความรู้ที่จะอยู่ร่วมกับระบบ รักธรรมชาติ ครอบครัวอบอุ่น ชุมชนเข้มแข็ง เพราะไม่ต้องทิ้งถิ่นไปหางานทำ เพื่อหารายได้มาเพื่อการบริโภคที่ไม่เพียงพอ
                  การผลิตตามทฤษฎีใหม่สามารถเป็นต้นแบบการคิดในการผลิตที่ดีได้ ดังนี้
          1. การผลิตนั้นมุ่งใช้เป็นอาหารประจำวันของครอบครัว เพื่อให้มีพอเพียงในการบริโภคตลอดปี เพื่อใช้เป็นอาหารประจำวันและเพื่อจำหน่าย
          2. การผลิตต้องอาศัยปัจจัยในการผลิต ซึ่งจะต้องเตรียมให้พร้อม เช่น การเกษตรต้องมีน้ำ การจัดให้มีและดูแหล่งน้ำ จะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งการผลิต และประโยชน์ใช้สอยอื่น ๆ
          3. ปัจจัยประกอบอื่น ๆ ที่จะอำนวยให้การผลิตดำเนินไปด้วยดี และเกิดประโยชน์เชื่อมโยง (Linkage) ที่จะไปเสริมให้เกิดความยั่งยืนในการผลิต จะต้องร่วมมือกันทุกฝ่ายทั้ง เกษตรกร ธุรกิจ ภาครัฐ ภาคเอกชน เพื่อเชื่อมโยงเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับเศรษฐกิจการค้า และให้ดำเนินกิจการควบคู่ไปด้วยกันได้
          การผลิตจะต้องตระหนักถึงความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับระบบการผลิตนั้นต้องยึดมั่นในเรื่องของคุณค่าให้มากกว่ามูลค่าดังพระราชดำรัส ซึ่งได้นำเสนอมาก่อนหน้านี้ที่ว่า
          “…บารมีนั้น คือ ทำความดี เปรียบเทียบกับธนาคารถ้าเราสะสมเงินให้มากเราก็สามารถที่จะใช้ดอกเบี้ย ใช้เงินที่เป็นดอกเบี้ย โดยไม่แตะต้องทุนแต่ถ้าเราใช้มากเกิดไป หรือเราไม่ระวัง เรากิน เข้าไปในทุน ทุนมันก็น้อยลง ๆ จนหมดไปเบิกเกินบัญชีเขาก็ต้องเอาเรื่อง ฟ้องเราให้ล้มละลาย เราอย่าไปเบิกเกินบารมีที่บ้านเมือง ที่ประเทศได้สร้างสมเอาไว้ตั้งแต่บรรพบุรุษของเราให้เกินไป เราต้องทำบ้าง หรือเพิ่มพูนให้ประเทศของเราปกติมีอนาคตที่มั่นคง บรรพบุรุษของเราแต่โบราณกาล ได้สร้างบ้านเมืองมาจนถึงเราแล้ว ในสมัยนี้ที่เรากำลังเสียขวัญ กลัว จะได้ไม่ต้องกลัว ถ้าเราไม่รักษาไว้…”

 

ประการที่สำคัญของเศรษฐกิจพอเพียง

  1. พอมีพอกิน ปลูกพืชสวนครัวไว้กินเองบ้าง ปลูกไม้ผลไว้หลังบ้าน 2-3 ต้น พอที่จะมีไว้กินเองในครัวเรือน เหลือจึงขายไป
2. พออยู่พอใช้ ทำให้บ้านน่าอยู่ ปราศจากสารเคมี กลิ่นเหม็น ใช้แต่ของที่เป็นธรรมชาติ (ใช้จุลินทรีย์ผสมน้ำถูพื้นบ้าน จะสะอาดกว่าใช้น้ำยาเคมี) รายจ่ายลดลง สุขภาพจะดีขึ้น (ประหยัดค่ารักษาพยาบาล)
3. พออกพอใจ เราต้องรู้จักพอ รู้จักประมาณตน ไม่ใคร่อยากใคร่มีเช่นผู้อื่น เพราะเราจะหลงติดกับวัตถุ ปัญญาจะไม่เกิด

 " การจะเป็นเสือนั้นมันไม่สำคัญ สำคัญอยู่ที่เราพออยู่พอกิน และมีเศรษฐกิจการเป็นอยู่แบบพอมีพอกิน แบบพอมีพอกิน หมายความว่า อุ้มชูตัวเองได้ ให้มีพอเพียงกับตัวเอง "

"เศรษฐกิจพอเพียง" จะสำเร็จได้ด้วย "ความพอดีของตน"

 

ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

ขั้นตอนการทำน้ำหมักชีวภาพ

ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยชีวภาพ และอีกหลาย ๆ ชื่อ มีการให้คำจำกัดความในทางวิชาการที่ค่อนข้างหลากหลาย ในที่นี้ ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพหมายถึง สารธรรมชาติที่ได้จากกระบวนการหมักบ่ม วัตถุดิบจากธรรมชาติต่าง ๆ ทั้งพืช และสัตว์จนสลายตัวสมบูรณ์เป็นฮิวมัส วิตามิน ฮอร์โมน และสารธรรมชาติต่าง ๆ (ดินป่า) ซึ่งเป็นทั้งอาหารของดิน (สิ่งมีชีวิตในดิน) ตัวเร่งการทำงาน (catalize) ของสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่อาศัยอยู่ในดิน และอาศัยอยู่ปลายรากของพืช (แบคทีเรีย แอคติโนมัยซิส และเชื้อรา ฯลฯ) ที่สามารถสร้างธาตุอาหารกว่า 93 ชนิดให้แก่พืช ภายใต้หลักการกสิกรรมธรรมชาติที่ว่าเลี้ยงดิน เพื่อให้ ดินเลี้ยงพืช” (Feed the soil and let the soil feed the plant) การให้ความสำคัญของดินด้วยการเคารพบูชาดินเสมือนแม่ภูมิปัญญาดั้งเดิมในการดูแลรักษาดิน ที่เรียกว่าพระแม่ธรณีสังคมไทยได้พัฒนาการผลิตอาหารให้แก่ดิน หรือปัจจุบันเรียกว่า ปุ๋ย ไว้หลายรูปแบบ ด้วยเทคโนโลยีที่ลึกซึ้งแนบแน่นกับธรรมชาติ

 

 

 

ประโยชน์ของปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ

1.       เป็นอาหารของสิ่งมีชีวิตในดิน เช่น แบคทีเรีย เชื้อรา และแอคติโนมัยซิส

2.       ให้ธาตุอาหาร และกระตุ้นให้จุลินทรีย์สร้างอาหารกว่า 93 ชนิดแก่พืช

3.       ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติ และโครงสร้างดินให้ดีขึ้น

4.       ช่วยดูดซับ หรือดูดยึดธาตุอาหารไว้ให้แก่พืช

5.       ช่วยปรับค่าความเป็นกรด-ด่าง (pH) ของดินให้อยู่ในระดับที่เหมาะแก่การเจริญเติบโตของพืช

6.       ช่วยกำจัด และต่อต้านเชื้อจุลินทรีย์ที่ก่อโรคต่าง ๆ

7.       ทำให้พืชสามารถสร้างพิษได้เอง สามารถต้านทานโรค และแมลงได้ดี

สูตรปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพชนิดต่างๆ

ได้จากประสบการณ์ของเกษตรกร และนักวิชาการเครือข่ายต่าง ๆ ที่พัฒนามาจนได้ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพที่มีคุณภาพ ให้คุณค่าทางธาตุอาหารโดยตรงแก่พืช และกระตุ้นให้จุลินทรีย์ในดินสร้างอาหารกว่า 93 ชนิดที่พืชต้องการ ทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมี ซึ่งมีธาตุอาหารเพียง 3 ชนิด (N P K) และได้คุณภาพของผลผลิตที่สูงกว่า ได้รสชาติที่ดีกว่า และต้นทุนที่ต่ำกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี โดยในปัจจุบันพบว่ามีสูตรการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพมากกว่า 100 สูตร ซึ่งมีการพัฒนาการผลิตมาช้านานแต่ใช้ในวงจำกัดไม่แพร่หลายเหมือนกับปุ๋ยเคมี

ปุ๋ยหมักอินทรีย์ชีวภาพชนิดน้ำ

เป็นสารละลายสีน้ำตาลข้นที่ได้จากากรย่อยสลายของพืช หรือเซลล์สัตว์ โดยผ่านกระบวนการหมักของจุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจน และไม่ต้องการออกซิเจน ด้วยการเติมน้ำตาลทรายแดง หรือกากน้ำตาลให้เป็นแหล่งพลังงานของจุลินทรีย์ที่ทำหน้าที่ย่อยสลาย ซึ่งมี จุลินทรีย์ในกลุ่มแบคทีเรีย อาทิเช่น Bacillus sp., Lactobacillus sp., Streptococcus sp. กลุ่มเชื้อรา อาทิเช่น

Aspergillus niger, Pennicillium sp., Rhizopus และกลุ่มยีสต์ อาทิเช่น Canida sp. ฉะนั้นให้น้ำสกัดอินทรีย์ชีวภาพที่ผ่านกระบวนการย่อยสลายอย่างสมบูรณ์แล้ว จึงประกอบด้วยจุลินทรีย์หลากหลายาชนิด และสารประกอบจากเซลล์พืช เซลล์สัตว์ ได้แก่ คาร์โบไฮเดตร โปรตีน กรดอะมิโน ธาตุอาหาร เอ็นไซม์ และฮอร์โมนพืช ในปริมาณที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่นำมาใช้ดังเช่นสูตรตัวอย่างต่างๆ ดังต่อไปนี้

 

1. สูตรหญ้าผสมขี้ไก่

ส่วนประกอบ
1.  หญ้าสด 50 กิโลกรัม
2.  ขี้ไก่ 5 กิโลกรัม (ควรเลือกไก่ที่ไม่กินยาปฏิชีวนะ เพราะจะทำให้มีกลิ่นเหม็นเน่า และเป็นอันตรายต่อ               จุลินทรีย์ในดิน และที่ปลายรากพืช)

วิธีทำ
1.  นำหญ้าสด 10 กิโลกรัม ใส่ลงในถังหมักพลาสติกขนาด 200 ลิตร ย่ำให้แน่น (จะสูงประมาณ 20 ซม.)
2.  โรยขี้ไก่หมาด ๆ 1 กิโลกรัม ทับลงบนหญ้า
3.  ทำซ้ำเช่นเดิมอีก 4 ชั้น
4.  ปิดฝาเก็บไว้ในที่ร่ม
5.  บ่มไว้ประมาณ 45 วัน ขึ้นไป จะได้ปุ๋ยน้ำเข้มข้น คุณภาพดี

วิธีใช้
1.  ผสมน้ำ 1:200-500 รดราดดิน
2.  ผสมน้ำ 1:300-1,000 ฉีดพ่นลำต้นและใบ

2. สูตรเศษอาหาร

ส่วนประกอบ
1.  เศษอาหารในครัวเรือนทุกชนิดรวมทั้งน้ำแกง น้ำพริก เปลือกผลไม้ เปลือกหอย เปลือกกุ้ง ก้างปลา หัวปลา น้ำยาล้างจาน เป็นต้น จำนวน 3 กิโลกรัม
2.  น้ำตาลแดง หรือกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม
3.  น้ำสะอาด 1-10 ลิตร (แล้วแต่เศษอาหารมีน้ำมากหรือไม่)
4.  หัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้น 1 ลิตร

วิธีทำ
1.  นำเศษอาหาร 3 กก. ใส่ลงในถังพลาสติก
2.  ผสมน้ำกับน้ำตาลให้เข้ากัน เป็นเนื้อเดียวกัน
3.  เติมหัวเชื้อจุลินทรีย์เข้มข้นในน้ำ และน้ำตาล
4.  เททับลงในถังที่ใส่เศษอาหารให้ทั่ว ๆ
5.  ปิดฝาให้สนิท (ไม่ให้แสงและอากาศเข้าได้)
6.  บ่มทิ้งไว้ประมาณ 90 วัน จะได้ปุ๋ยน้ำคุณภาพดี กลิ่นหอม รสเปรี้ยว (pH ประมาณ 3 )

วิธีใช้
1.  ผสมน้ำ 1:100-400 รดราดโคน
2.  ผสมน้ำ 1: 200-1,000 ฉีดพ่นลำต้น และใบ

 

ทฤษฎีและเนื้อหาทางคณิตศาสตร์

อัตราส่วนและร้อยละ(Ratio and Percentage)

 

1.อัตราส่วน (Ratio)  คือ การเปรียบเทียบของสิ่งหนึ่งต่อของอีกสิ่งหนึ่งที่มีหน่วยอย่าง เดียวกัน เช่น  a : b อ่านว่า a ต่อ b  หรือ  a/b

ตัวอย่าง         ปรีชาสูง 150 ซม.  นายสุชาติสูง 170 ซม.  ดังนั้นความสูงของ นายปรีชาต่อความสูงของนายสุชาติ คือ 150 ต่อ 170 หรือเขียนเป็น

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: โครงงานคณิตศาสตร์ 
· หมายเลขบันทึก: 249245 · เขียน:  
· ความเห็น:
16
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
แจ้งลบ
แจ้งลบ
ต้า
IP: xxx.8.170.124
เขียนเมื่อ Tue Nov 03 2009 19:17:53 GMT+0700 (ICT)

ใช้เป็รเเบบได้เลยค่ะ

เจ้า
IP: xxx.26.69.24
เขียนเมื่อ Tue Nov 10 2009 20:24:07 GMT+0700 (ICT)

ใช้เปงตัวอย่างได้ดีมากเจ้า

ดนัย
IP: xxx.25.198.103
เขียนเมื่อ Wed Feb 17 2010 12:53:26 GMT+0700 (ICT)

รักคณิตคับ

IP: xxx.172.145.74
เขียนเมื่อ Mon Mar 08 2010 15:29:20 GMT+0700 (ICT)

ดนัย

วันนา
IP: xxx.174.57.9
เขียนเมื่อ Tue May 18 2010 18:51:11 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้สมองตื้อมากคิดไม่ออกเลย

แย่มากในกลุ่ม คิดทำอยู่คนเดียว

กระทู้ช่วยได้เยอะอ่ะ

So…Sorry
IP: xxx.174.97.244
เขียนเมื่อ Sat Jun 05 2010 12:03:39 GMT+0700 (ICT)

เยี่ยมดีค่ะได้คัดลอก ด้วย ฮ่า55+

IP: xxx.27.251.133
เขียนเมื่อ Thu Oct 28 2010 16:08:58 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะที่มีข้อมูลดีๆให้ศึกษาต่อไป

จ๋าย
IP: xxx.47.103.250
เขียนเมื่อ Thu Feb 03 2011 22:33:23 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะ

 

 ใช้งานได้เลย

ดดด
IP: xxx.121.64.155
เขียนเมื่อ Fri Feb 18 2011 12:59:58 GMT+0700 (ICT)

ใช่

 

หมูน้อย
IP: xxx.180.42.111
เขียนเมื่อ Wed May 25 2011 11:47:17 GMT+0700 (ICT)

ใช้เป็นแนวทางโครงงานได้เลยคะ

รัชฎาภรณ์
IP: xxx.172.129.185
เขียนเมื่อ Mon Jul 25 2011 19:08:26 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากๆค่ะ เป็นโครงงานที่ดีมากเลย

พัชรี คำวรรณ
เขียนเมื่อ Sat Jul 30 2011 11:44:12 GMT+0700 (ICT)

โครงงานดีมากๆเลยค่ะ

mild
IP: xxx.49.39.16
เขียนเมื่อ Mon Aug 01 2011 19:29:10 GMT+0700 (ICT)

รู้สึกดีที่มีกระทู้นี้ขึ้นมาเพราะมีรายงานต้องทำยากกกกโคตรรรร

พอมาเจอกระทู้นี้ปุ๊ป งานเสร็จปั๊บ

ไอ้งานที่ว่าบางคนอาจรู้จักในนาม TOK :

แป้ง
IP: xxx.230.3.85
เขียนเมื่อ Fri Nov 11 2011 18:41:46 GMT+0700 (ICT)

มันสุดยอดมากอ่ะ

ขนษฐา จับศรีโรงเรียนกาญจนานุเคราะห์ ม.1/14
IP: xxx.230.3.85
เขียนเมื่อ Fri Nov 11 2011 18:44:45 GMT+0700 (ICT)

ชอบมากกกกกกกกกกกกค่ะ

แซ็ก
IP: xxx.0.202.149
เขียนเมื่อ Wed Aug 21 2013 14:13:22 GMT+0700 (ICT)

ก็  o น่ะ    iove   ทุกคนครับ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์