สมาชิก
แลกเปลี่ยน

สารสนเทศกับการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา

 โลกเข้าสู่ยุคของข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ (Information) เป็นสิ่งที่มีความจำเป็นจะต้องอาศัยข้อมูลสารสนเทศเข้ามาช่วยในการตัดสินใจ สั่งการของผู้บริหาร ให้ถูกต้องทันท่วงที และเป็นเครื่องมือเพื่อนำมาใช้ในการกำหนดนโยบายการศึกษา หลักสูตรการศึกษา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาในที่สุด 

สารสนเทศกับการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา

 

                โลกเข้าสู่ยุคของข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศ (Information)  จึงเป็นสิ่งที่มีความจำเป็นจะต้องอาศัยข้อมูลสารสนเทศเข้ามาช่วยในการตัดสินใจ สั่งการของผู้บริหาร ให้ถูกต้องทันท่วงที และเป็นเครื่องมือเพื่อนำมาใช้ในการกำหนดนโยบายการศึกษา หลักสูตรการศึกษา เพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาในที่สุด

การศึกษาในฐานะกลไกพื้นฐานของการพัฒนาคน เป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังว่าจะเป็นเครื่องเตรียมคนและสังคมให้พร้อมรับความเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการศึกษาในยุคโลกาภิวัฒน์ จึงเป็นการเตรียมกำลังคนที่มีความฉลาดในการที่จะเป็นบุคลากร นักคิดและนักเลือกข่าวสารข้อมูลมาใช้ในการดำเนินชีวิต การวางแผนเพื่อพัฒนาการศึกษาจึงต้องเน้นการวางแผนเชิงรุก โดยวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มของกระแสโลกที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย และวิเคราะห์สถานการณ์การพัฒนาประเทศไทยโดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องการกับศึกษาเพื่อหาทิศทางการพัฒนา คุณภาพคนไทย อันจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศให้รู้ทันโลก คนมีความสุข ครอบครัวและชุมชนมีสันติสุข การจัดการศึกษาในปัจจุบันจึงได้นำนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษามาใช้เพื่อเพิ่มทางเลือกในการเรียนรู้ของผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนในยุคโลกภิวัฒน์ให้มีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์ สังเคราะห์ข้อมูลและข่าวสาร รูปแบบวิธีการเรียนการสอนที่เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคลมากขึ้น กระบวนการเรียนการสอนเปลี่ยนบทบาทของครูจากการเป็นผู้ให้ ผู้ถ่ายทอดมาเป็นผู้ออกแบบการศึกษาเพื่อพัฒนาคนที่มีความแตกต่างกัน วิถีทางการเรียนรู้เริ่มเข้าสู่ยุคแห่งการใช้ เทคโนโลยีเข้มข้นในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ  หลายประเทศในภูมิภาคเอเซียรวมทั้งไทยเราเองเริ่มมีการนำนวัตกรรมใหม่ทางการเรียนการสอนเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนรู้ โดยเฉพาะเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ได้มีการเห็นความสำคัญในการพัฒนาทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและเริ่มวางโครงสร้างพื้นฐานทางด้านการสื่อสาร

 และกำหนดเป้าหมายชัดเจนเพื่อให้หน่วยงานทางด้านการศึกษา โดยเฉพาะสถาบันอุดมศึกษาได้ใช้ประโยชน์จากเครือข่ายคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ที่มีข้อมูลเชื่อมอยู่ทั่วทุกมุมโลก อินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่าย

คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งประกอบด้วยเครือข่ายย่อยจำนวนมาก กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลก ทำให้ระบบอินเทอร์เน็ตเป็นเครือข่ายที่ใหญ่มากจนสามารถตอบสนองความต้องการในการค้นคว้าข้อมูลได้เป็นอย่างดี (วิทยา  เรืองพรพิสุทธ์.  2538 : 2)

สารสนเทศกับการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา  ในปัจจุบันสารสนเทศมีความจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับการจัดการในสถานศึกษา เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลที่มีความถูกต้องในการใช้เป็นฐานข้อมูลในการตัดสินใจของผู้บริหาร  นอกจากนี้สารสนเทศเป็นองค์ประกอบสำคัญของการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ ดังจะเห็นได้ว่าสถานศึกษาทุกแห่งต้องมีห้องสมุดหรือศูนย์การเรียนรู้เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดเก็บและเผยแพร่สารสนเทศที่สอดคล้องกับหลักสูตรการเรียนการสอน และเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้วยตนเองของผู้เรียน หากผู้สอนและผู้เรียนสามารถเข้าถึงและได้รับสารสนเทศที่เหมาะสม ก็จะส่งผลให้การศึกษาในสาขาต่าง ๆ ก้าวหน้า เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลอันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐาน และที่สำคัญสถานศึกษาจะต้องมีระบบสารสนเทศที่สมบูรณ์ ครบถ้วน เป็นปัจจุบัน สะดวกในการสืบค้นเพื่อใช้สำหรับบริการจัดการการศึกษา การวางแผนการศึกษา การวางแผนงบประมาณ และเป็นข้อมูลสารสนเทศสำหรับการตัดสินใจสั่งการของผู้บริหาร  สารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ประกอบด้วย

 1.ระบบสารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษา  ประกอบด้วยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับภาพรวมของ

สถานศึกษาทั่ว ๆ ไป สภาพเศรษฐกิจ การเมือง สังคม ความต้องการของชุมชน สภาพการบริการและการจัดการตามโครงสร้างและภารกิจ ปฏิทินปฏิบัติงานของสถานศึษา กิจกรรมประจำวันของสถานศึกษา ระบบเอกสารที่จำเป็นในสถานศึกษา จำนวนบุคลากร จำนวนนักเรียนในภาพรวม  และข้อมูลเบื้องต้นที่เป็นฐานข้อมูลหลักในการบริหารจัดการ 

2.  ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน   ประกอบด้วยข้อมูลทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับผู้เรียน เช่น จำนวนนักเรียน ชาย หญิง แยกรายละเอียดตามรายชั้น หรือตามประเภทของเด็ก เช่น เด็กยากจน เด็กพิการ เด็กด้อยโอกาส  ครอบครัวของเด็ก เด็กที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เป็นต้น

3.  ระบบสารสนเทศที่เพื่อการบริหารงานวิชาการ  เป็นการจัดระบบสารสนเทศเกี่ยวกับหลักสูตรและการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล การพัฒนากิจกรรมแนะแนว และการพัฒนากิจกรรมการพัฒนาผู้เรียน   ประกอบด้วยข้อมูลที่เกี่ยวกับการกำหนดรายวิชา การกำหนดหลักสูตร การจัดทำแผนการเรียนการสอน บันทึกผลการเรียนของนักเรียนแต่ละคน   การรายงานผลการเรียน  กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน/ชุมนุม คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนแต่ละคน

4.  ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ  เป็นระบบสารสนเทศที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่มีให้อยู่ในระบบเดียวกัน  เป็นระบบที่มีการประมวลผล มีการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน  เป็นแหล่งรวมของข้อมุลทุกด้านที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา  และที่สำคัญระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการจะต้อง ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ครบถ้วนถูกต้อง  การสั่งการ ตัดสินใจ วางแผน หรือบริหารงานในทุกด้านของโรงเรียนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเด็กนักเรียน  ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการจัดการศึกษา

ตัวอย่างรายงานและการนำไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ของระบบสารสนเทศทั้ง 4 ระบบ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (SMIS) และข้อมูลเชิงสถิติรายโรงเรียน (OBEC51) ข้อมูลครุภัณฑ์โรงเรียน (M-OBEC) และข้อมูลสิ่งก่อสร้าง (B-OBEC)  เพื่อการสรุปรายงานและนำเสนอข้อมูลเพื่อการบริหารทางกายภาพโดยใช้ระบบสารสนเทศเชิงภูมิศาสตร์ (GIS)   เพื่อให้เป็นฐานข้อมูลในการนำไปใช้วิเคราะห์และพัฒนาการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ โดยมีหลักในการบริหารจัดการระบบสารสนเทศทางการศึกษา ดังนี้

 

 

 

ระบบสารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษา และระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน  

ใช้โปรแกรมต่าง ๆ ในการจัดเก็บและแสดงข้อมูล ดังนี้

โปรแกรมระบบบริหารสารสนเทศสถานศึกษา ( SMIS)   โดยมีระบบการทำงาน ดังนี้

1.       การจัดการระบบ

2.       ระบบงานโรงเรียน

3.       ระบบงานกิจการนักเรียน

4.       ระบบงานบุคคล

5.       ระบบงานวิชาการ

มีขั้นตอนโดยย่อ ดังนี้

1.  จัดทำสำมะโนประชากรที่มีอายุเข้าเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ ด้วยโปรแกรม studentcensus  เป็นโปรแกรมที่จัดเก็บฐานข้อมูลด้วยระบบ .XML เพื่อให้โรงเรียนได้ใช้ในการบันทึกจัดเก็บเป็นข้อมูลและใช้งานง่าย

2.  จัดทำข้อมูลระยะที่ 1 เป็นข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษาโรงเรียนจัดเก็บข้อมูลเป็นรายบุคคล ด้วยโปรแกรม SMIS  เน้นรายการข้อมูลเป็นรายบุคคล  จำนวน 16 รายการ ได้แก่

     2.1  ชื่อ สกุล

     2.2  เลขประจำตัวประชาชน

     2.3  รหัสประจำบ้าน

     2.4  รหัสประจำตำบล

     2.5  วัน เดือน ปีเกิด

     2.6  สัญชาติ

     2.7  เชื้อชาติ

     2.8  ศาสนา

     2.9  น้ำหนัก

     2.10  ส่วนสูง

     2.11  ระยะทางจากบ้านถึงโรงเรียน

     2.12  วิธีการเดินทางมาเรียน

     2.13  ชั้นเรียนปัจจุบัน

     2.14  เลขประจำตัวนักเรียน

     2.15  ปีการศึกษา

     2.16  ชื่อ -  สกุลบิดา มารดา

3.  จัดทำข้อมูลระยะที่ 2  เป็นข้อมูลพื้นฐานทางการศึกษาที่โรงเรียนจัดเก็บข้อมูลนักเรียนรายคนเพิ่มเติมในปลายปีการศึกษา ได้แก่  ข้อมูลด้านผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน นักเรียนออกกลางคัน นักเรียนจบการศึกษา  ฯลฯ

โปรแกรม M-OBEC 

ใช้จัดเก็บข้อมูลครุภัณฑ์โรงเรียนและสำนักงาน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลครุภัณฑ์โรงเรียนและครุภัณฑ์สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา พัฒนาด้วยระบบ     PHP ระบบฐานข้อมูล My SQL โดยให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและโรงเรียนบันทึกข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต  และปรับปรุงแก้ไขได้  ระบบดังกล่าวมีหลักการทำงาน 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

1.  การบันทึกข้อมูล

2.  การประมวลผล

3.  การรายงานผล

 โปรแกรม B-OBEC 

ใช้จัดเก็บข้อมูลอาคาร ที่ดินและสิ่งก่อสร้างของโรงเรียน เพื่อใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลที่ดินและสิ่งก่อสร้างของโรงเรียน  พัฒนาด้วยระบบ PHP ระบบฐานข้อมูล My SQL โดยให้โรงเรียนบันทึกข้อมูลผ่านทางอินเทอร์เน็ต  และปรับปรุงแก้ไขได้  ระบบดังกล่าวมีหลักการทำงาน 3 ส่วนใหญ่ ๆ คือ

1.  การบันทึกข้อมูล

2.  การประมวลผล

3.  การรายงานผล

ระบบและโปรแกรมดังกล่าวถือได้ว่าเป็นระบบสารสนเทศที่มีความสมบูรณ์และครบถ้วนในเรื่องของข้อมูลพื้นฐานและข้อมูลเกี่ยวกับนักเรียนและข้อมูลอื่น ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลหลักในการนำมาเป็นฐานข้อมูลในการ

บริหารจัดการและพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาได้ตรงตามความต้องการที่แท้จริง  อันจะส่งผลให้การจัดการศึกษาของโรงเรียนมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไป

ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการ    ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการเป็นการจัดระบบสารสนเทศเกี่ยวกับหลักสูตรและการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล  โปรแกรม  SMIS  เลือกใช้ในระบบงานวิชาการ เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการบริหารวิชาการของโรงเรียน โดยมีกระบวนการ ดังนี้

1.       กำหนดรายวิชา

1.1     กำหนดรายวิชาพื้นฐานที่โรงเรียนทำการสอนจริงหรือกำหนดรายวิชาเพิ่มเติมจากวิชาพื้นฐานที่โรงเรียนทำการสอนจริงทุกชั้น (เพิ่มเติมรายวิชาที่นอกเหนือจากวิชาสามัญ)

1.2     เพิ่มเติมรายวิชาในกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

1.3     เพิ่มเติมรายวิชาในกิจกรรมชุมนุม

2.       กำหนดหลักสูตร

       เลือกหลักสูตรที่โรงเรียนสอนจริง

3.       แผนการเรียนการสอน

3.1     เลือกรายวิชาโดยให้เลือกว่าในรายวิชานั้น ๆ มีนักเรียนคนใดเรียนบ้าง

3.2     เลือกว่าครูแต่ละคนนั้นสอนในชั้นใดบ้าง

3.3     เลือกว่าครูนั้นสอนในวิชาใดบ้างและห้องใดบ้าง

3.4     กิจกรรมชุมนุมนั้น ให้เลือกว่ากิจกรรมชุมนุมในรายวิชาที่เปิดสอนนั้น มีนักเรียนคนใดเลือกเรียนในกิจกรรมชุมนุมนั้นบ้าง

4.       บันทึกผลการเรียน

4.1     กรอกข้อมูลเวลาเข้าเรียนของนักเรียนแต่ละคนในแต่ละรายวิชา

4.2     กรอกข้อมูลคะแนนเต็มของนักเรียนแต่ละคนในแต่ละรายวิชา

4.3     กรอกข้อมูลคะแนนการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียนแต่ละคน

4.4     กรอกข้อมูลคะแนนการประเมินอ่าน คิด วิเคราะห์และเขียนของนักเรียนแต่ละคน

4.5     บันทึกกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน/ชุมนุม ว่านักเรียนแต่บะคนผ่านหรือไม่

5.       พิมพ์แบบ ป.พ.  เป็นการรายผลตามที่ต้องการ

ซึ่งระบบนี้เป็นข้อมูลสารสนเทศที่ครอบคลุมในการนำมาใช้ในการบริหารงานวิชาการได้เป็นอย่างดี  จะได้ทราบว่าเด็กแต่ละคนเป็นอย่างไร  โรงเรียนจะจัดการเกี่ยวกับหลักสูตรและการสอนอย่างไรจึงจะตรงกับความต้องการที่แท้จริงของนักเรียน

ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ  

เป็นระบบที่ต้องมีการประมวลผล เปรียบเทียบข้อมูลอย่างเป็นระบบและถูกต้องเป็นปัจจุบัน  จึงจะสามารถนำข้อมูลที่ได้มาใช้ในการบริหารจัดการสถานศึกษาและนำไปสู่การพัฒนาให้มีคุณภาพต่อไป  เช่น  งานธุรการ ใช้ระบบ E-office  โรงเรียนและ สพท.นศ.4  ได้ใช้ระบบข้อมูลสารสนเทศที่มีอยู่ทั้งหมดเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการ รวมถึงได้ใช้ระบบการจัดทำข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์ (GIS)  เป็นแหล่งของข้อมูลที่ครบถ้วนในทุก ๆ ด้าน  เป็นข้อมูลที่มีความถูกต้อง ชัดเจน รวดเร็ว  เป็นแหล่งข้อมูลที่มีชีวิต  เป็นข้อมูลที่นำเสนอผ่านระบบ Internet  โดยใช้จุดพิกัดของสถานศึกษาอ้างอิงแหล่งที่ตั้งของโรงเรียนบนแผนที่ภาพถ่ายผ่านดาวเทียมของบริษัทเอกชน  หากต้องการข้อมูลอะไรสามารถคลิกดูได้ตลอดเวลา  เป็นการแสดงข้อมูลทั้งในรูปของตัวเลข ภาพถ่าย  วีดีโอ แสดงระยะทาง  สภาพของโรงเรียน  ข้อมูลที่ต้องการสามารถเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา  และมีระบบประมวลผลในภาพรวม  เป็นแหล่งข้อมูลที่มีความสำคัญมากในการบริหารจัดการ  ไม่ว่าจะเป็นการบริหารงานทั่วไป  งานบุคคล  เป็นฐามข้อมูลในการบริหารอัตรากำลัง  บริหารอาคารสถานที่ บริหารจัดการในการจัดเด็กเข้าเรียน  การติดตามเด็กตกหล่น  การลดอัตราการออกกลางคันของนักเรียน การแสดงเขตพื้นที่บริการได้ชัดเจน 

               ระบบ GIS  ถือได้ว่าเป็นการรวมระบบสารสนเทศพื้นฐานของสถานศึกษา  ระบบสารสนเทศที่เกี่ยวกับผู้เรียน  ระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารงานวิชาการ และระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารจัดการ  ที่ใช้เป็นฐานข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษาได้เป็นอย่างดี 

แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศทางการบริหาร

                ผู้บริหารระบบการศึกษาเป็นผู้กำหนดทิศทาง และนโยบายการศึกษาการพัฒนาระบบ การศึกษาโดยใช้เทคโนโลยีสารสนเทศนั้น ผู้บริหารจำเป็นต้องเข้าใจและเห็นความสำคัญของ เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นอันดับแรก ผู้บริหารจำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ในการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ในการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดนโยบายการศึกษา หลักสูตร การศึกษาและต้องส่งเสริมให้บุคลากรมีการเรียนรู้ในส่วนของเทคโนโลยีสารสนเทศเพิ่มขึ้น และจัดให้ มีส่วนสนับสนุนการศึกษาเพื่อลดภาระของผู้สอนให้น้อยลง จะได้มีเวลาสำหรับสร้างองค์ความรู้ใหม่ เพิ่มขึ้น

                สถานศึกษาสามารถนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีการศึกษาไปใช้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทางการศึกษาได้อย่างหลากหลาย จะเห็นได้ว่าลักษณะบางอย่างของเทคโนโลยี เช่น ความรวดเร็ว การจัดเก็บอย่างเป็นระบบ การทำงานที่ไม่ผิดพลาด และการทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย ตลอดจนลักษณะอื่น ๆ อีกมากมาย ล้วนแต่สามารถนำมาใช้ในงานต่าง ๆ เพื่อให้ได้ผลที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ในขณะเดียวกันก็จะต้องคำนึงถึงผลที่เกิดขึ้นจากการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ด้วย เช่น การขาดความเฉลียวฉลาด การขาดการจำแนกความแตกต่างที่ไม่ได้กำหนดไว้ล่วงหน้า จากคุณสมบัติมากมายของนวัตกรรมและสารสนเทศทางการบริหารเหล่านี้   ผู้บริหารจ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: สารสนเทศกับการพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา 
· หมายเลขบันทึก: 245207 · เขียน:  
· อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์