สัมผัสที่ 6 และโทรจิต

 การทำจิตให้เป็นเอกภาพ ก็ต้องใช้การปฎิบัติสมถะกรรมฐาน เมื่อไรที่จิตสงบ นิ่ง เป็นหนึ่งเดียว จิตจะมีพลัง และจะมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพลังงานจักรวาล ผู้ที่มีพลังงานจิต ESP ไม่ใช่เจ้าของพลังงาน 

         

           " การ ที่จะมีประสาทสัมผัสพิเศษ และ มีโทรจิตได้ ก่อนอื่นต้องทำจิตให้เป็นเอกภาพ [oneness] เมื่อจิตเป็นเอกภาพแล้ว จะมีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน [unity] กับพลังงานเหนือธรรมชาติ ท่านสามารถที่จะพูดคุยติดต่อสื่อสารกับพลังงานในจักรวาลได้ ตอนนี้ท่านก็มีประสาทสัมผัสพิเศษแล้ว [ESP. extra sensory perception]

           ส่วนการติดต่อสื่อสารระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ด้วยกระแสจิตวิถีไกล [telepathy] หรือโทรจิต ไม่ว่าจะเป็นการใช้ mind reading หรือ thougth transference ท่านต้องมี super energy being ส่งผ่าน transmitting power ลงมาให้ จึงจะใช้โทรจิตได้ ทั้งคุณสมบัติของการมีประสาทสัมผัสพิเศษ และการ ติดต่อด้วยกระแสจิตวิถีไกล ต้องมีพลังงานเหนือธรรมชาติถ่ายทอดพลังงานลงมาให้ด้วยกันทั้งสิ้น ผู้ที่มีคุณสมบัติของพลังงานที่ว่านี้ เป็นเพียงผู้ถูกกระทำ ไม่ใช่เป็นเจ้าของพลังงาน และไม่สามารถที่จะพิสูจน์ด้วยวิธีการใดๆทั้งสิ้น เป็นปรากฎการณ์ที่ต้องทราบด้วยตน เมื่อผู้กระทำไม่ต้องการให้ผู้ถูกกระทำ มีคุณสมบัติหรือมีพลังงานดังกล่าว โดยไม่มีการ transmitting power ลงมาให้ ผู้ถูกกระทำก็ไม่มีคุณสมบัติเหล่านั้นเป็นเพียงแต่ผู้ถูกกระทำให้มีพลังงานเท่านั้นเอง เมื่อไรผู้กระทำไม่ส่งผ่านหรือถ่ายทอด power ลงมาให้ ผู้ถูกกระทำก็ไม่มีพลังงานที่ว่านี้ ขอย้ำอีกครั้ง ไม่สามารถที่จะพิสูจน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใดๆก็ตาม ทุกคนต้องรู้ได้ด้วยตน (คนที่ต้องการพิสูจน์ความจริง ขอให้ล้มเลิกความตั้งใจได้เลยครับ เนื่องจากสวรรค์ไม่ต้องการให้มนุษย์พิสูจน์อำนาจของสวรรค์ได้อย่างเด็ดขาด จากการค้นคว้าของเว็บมาสเตอร์ ยังไม่มีใครประสบความสำเร็จในการพิสูจน์อำนาจจากสวรรค์ได้เลย ไม่ว่าในเมืองไทยหรือต่างประเทศ)

คุณสมบัติ [potential] ของพลังงานเหนือธรรมชาติ super energy being มี
1 Awareness
2 Pureness
3 Sacredness
พลังงานเหนือธรรมชาติดวงไหนมี pureness มากกว่า พลังงานดวงนั้นย่อมมี sacredness มากกว่า

ที่พบกันมาก พบกันบ่อย ก็คือ ลางสังหรณ์ รู้เหตุการณ์ล่วงหน้าก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นจริง แต่รายละเอียดและความแม่นยำของแต่ละคนไม่เท่ากัน บางคนเป็นลักษณะการผุดรู้ขึ้นเองในความคิด บางคนก็เห็นในฝัน บางคนที่พิเศษหน่อยก็สามารถเห็นภาพและได้ยินเสียงทั้งที่ยังตื่นอยู่ก็มี ถือว่าเป็นหูทิพย์ ตาทิพย์ สัมผัสที่ ๖ ถือว่าเป็นการรับรู้ด้วยจิตหรือเปล่า? จริงๆแล้วการรับรู้ทั้งหมดต้องรับรู้ด้วยจิตทั้งสิ้น แต่สัมผัสที่ ๖ เป็นการรับรู้ที่ไม่ได้รับผ่านอวัยวะรับสัมผัสทั้ง ๕ อัน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น และผิวหนัง คงต้องถือว่าเป็นการรับสัมผัสด้วยจิตโดยตรงสัมผัสที่ ๖ น่าจะมีกันได้ทุกคน และน่าจะฝึกกันได้ด้วย จริงๆแล้วน่าจะขึ้นกับความสามารถในการใส่ใจในรายละเอียด ความไวของจิตและระบบรับสัมผัส ถ้าเป็นคนที่ละเอียดสนใจในสิ่งแวดล้อมต่างๆรอบตัวมาก ช่างคิด ช่างจินตนาการ พวกนักศิลป์หรือกวี ก็มีแนวโน้มที่จะมีสัมผัสที่ ๖ มาก ผู้หญิงจะพบว่ามีสัมผัสที่ ๖ มากกว่าผู้ชาย แต่จะแม่นหรือไม่แม่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
            มดมีสัญชาติญานการรู้ล่วงหน้าว่าฝนจะตก คนบางคนก่อนที่ฝนจะตกก็รู้ได้เช่นกัน ซึ่งอาจจะเนื่องจากจิตและระบบประสาทมีความไวเป็นพิเศษต่อลักษณะลมและความชื้นในอากาศ บางคนจะมีความรู้สึกไวเป็นพิเศษกับความรู้สึก อารมณ์ สิ่งที่เกิดขึ้นกับคนที่สนิทมีความผูกผันทางจิตใจกันมากๆ เช่น แม่กับลูก พี่น้องฝาแฝด สามีภรรยา เวลาเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ดีกับอีกคนหนึ่ง อีกคนหนึ่งจะทราบได้ในทันที กรณีของสามี ภรรยา ก็มีเรื่องที่แปลก คือเวลาที่ภรรยาตั้งท้อง บางทีภรรยาไม่แพ้ท้องแต่สามีเป็นคนแพ้ท้องแทน หรือบางทีก็แพ้ท้องกันทั้ง ๒ คน สัมผัสที่ ๖ นี้น่าจะฝึกกันได้ โดยอาศัยวิธีการใช้พลังจิต การทำสมาธิ และวิปัสสนา"

       บทความนี้พอดีอ่านเจอจากในเน็ตแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจดีเลยเอามาฝากค่ะ จริงๆแล้วตัวเองก็พอจะสัมผัสกับเรื่องพวกนี้อยู่บ้าง ถือว่ามีสัมผัสที่ 6 ไม๊ก็น่าจะใช่อยู่ แต่ไม่ถึงขั้นสูงแบบตาทิพย์ หูทิพย์นะคะ อาจเป็นเพราะโดยส่วนตัวชอบสวดมนต์แต่ไม่ค่อยได้นั่งสมาธิ และวิปัสสนากรรมฐานเท่าไหร่  ดังนั้นเลยทำให้เป็นสัมผัสที่ 6 ระดับกลางๆ ไม่ได้มากมายอะไร ส่วนใหญ่จะเป็นแบบลางสังหรณ์มากกว่า แต่ก็ถูกบ้างไม่ถูกบ้าง (แต่ส่วนใหญ่จะถูก) แต่มันก็ไม่ได้มีลางสังหรณ์ไปกับทุกเรื่องนะคะมันเป็นเฉพาะบางเรื่องเท่านั้น เช่น มีลางสังหรณ์ว่าไม่ควรทำอย่างนั้นไม่ควรไปที่ตรงนั้นถ้าทำแล้วหรือไปแล้วจะเกิดอันตราย แล้วมันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ มันมีอีกหลายเหตุการณ์มากแต่บางทีมันก็อธิบายให้คนอื่นเข้าใจได้ยากน่ะเรื่องแบบนี้ แต่บางทีก็มีแบบรู้ตอนกำลังจะเกิดเรื่อง หรือรู้ตอนที่ยังไม่เกิดเรื่องแต่ก็ไม่สามารถแก้ไขได้ในช่วงเวลาที่จำกัดแบบนั้น หรือเกิดเรื่องไปแล้วถึงรู้ก็มี เช่น มีอยู่ครั้งนึงจะไปเปลี่ยนชื่อพอดี serch หาชื่อในเน็ตหาเท่าไหร่มันก็ไม่มีชื่อไหนที่เข้ากับนามสกุลแล้วผลออกมาดีเลย แต่สุดท้ายก็เจอชื่อนึงที่พอชื่อรวมกับนามสกุลแล้วออกมาค่อนข้างดี ก็เลยคิดจะไปเปลี่ยนเป็นชื่อนี้ แต่ก็คือดูความหมายของชื่อแบบผ่านๆ ไม่ได้ให้ความสนใจอะไรมากมาย ซึ่งขณะที่เดินทางไปเปลี่ยนชื่อที่ที่ว่าการอำเภอซึ่งมันจะถึงอยู่แล้ว ก็มีลางสังหรณ์ขึ้นมาว่าถ้าเจ้าหน้าที่ถามความหมายชื่อจะทำยังไงเพราะไม่ได้ตั้งใจจะจำไว้  ก็คิดว่าคงจะไม่ถามหรอก สุดท้ายพอไปถึงจุดแรกเลยที่ถามความหมายของชื่อน่ะ  เลยคิดในใจว่านึกแล้วเชียวแต่มันก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วไงจะถึงแล้วใครจะวกรถกลับไปหาความหมายชื่อที่บ้าน เแต่คิดว่าสำหรับตนเองพอมีลางสังหรณ์บ้างก็พอแล้ว ไม่ต้องมากมายถึงขั้นตาทิพย์ หูทิพย์หรอกเนาะ เพราะคิดว่าการที่เรารู้มากเห็นมากกว่าคนอื่นบางทีมันก็เป็นทุกข์

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): โทรจิต สัมผัสที่ 6 
 หมายเลขบันทึก: 244516
 เขียน:  
 ความเห็น: 35  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

นาง พรรณา ผิวเผือก
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 08:57:24 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

* แวะเข้ามาศึกษาโทรจิตค่ะ...สนใจนานแล้วแต่ไม่ค่อยมีใครพูดถึงกันและ เมื่อพิสูจน์ไม่ได้...บางคนก็ว่าเราเป็นคนแปลกๆ นะคะ

* เคยพบบ้างอย่างที่คุณกล่าวไว้ตอนท้ายบันทึกค่ะ

* สุขกายสุขใจนะคะ

Bonnie
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 10:36:41 GMT+0700 (ICT)

แวะเข้ามาทักทาย เพราะว่าสนใจเรื่องจิตเหมือนกัน เพราะเป็นคนชอบศึกษาและนั่งสมาธิบ่อย หรือทุกวันมีมีเวลา  ก็มีบ้างสัมผัสแปลกๆและนอนฝันตื่นขึ้นมาแล้วเป็นกลายเป็นเรื่องจริง  และที่อ่านคล้ายๆกับเรื่องที่ตัวเองพบมากๆเลย

ข้าราชการ
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 11:20:42 GMT+0700 (ICT)

ถึงคุณพรรณา ผิวเผือก เรื่องของจิตเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและลึกซึ้งมากค่ะ ที่ว่าคุณเป็นคนแปลกๆ ส่วนตัวคิดว่าทุกคนก็มีความแปลกด้วยกันทั้งนั้นจะมากหรือน้อยเท่านั้นเอง เรารู้ตัวเองก็พอแล้วว่าเราเป็นอย่างไร จริงไม๊คะ

ข้าราชการ
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 11:25:37 GMT+0700 (ICT)

ถึงคุณตุ๊กตา จากที่เคยอ่านหนังสือมาการนั่งสมาธิ วิปัสนากรรมฐานเปรียบเสมือนการกล่อมเกลาจิตใจจากจิตที่หยาบเป็นจิตที่ละเอียดขึ้นค่ะ เป็นสิ่งที่ผู้ปฏิบัติเท่านั้นถึงจะเข้าใจ

ติง
IP: xxx.121.204.161
เขียนเมื่อ Fri Mar 13 2009 20:21:56 GMT+0700 (ICT)

ครับ ผมก็มีประสบการณ์การรับโทรจิตตั้งแต่เมื่อปี 44 กับเพื่อนก็รับส่งกันได้ปี48 ตอนนี้มีหลายคนบ่นกันมากเลยว่าได้ยินเสียง(รู้)ความคิดของชายคนเดียวกันมานานหลายเดือนแล้ว อยากให้ช่วยกันแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ได้รับจากชายคนนี้

ข้าราชการ
เขียนเมื่อ Sat Mar 14 2009 12:32:48 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณคุณติงนะคะที่สนใจเข้ามาอ่าน คือสำหรับตัวเองแล้วก็มีแค่ลางสังหรณ์เท่านั้นเอง ก็ไม่ได้อะไรมากมายขนาดรับส่งโทรจิตได้อย่างคุณหรอกนะคะ ละก็ไม่เคยได้ยินเสียงหรือรู้ความคิดของคนอื่นด้วยค่ะ แต่ที่เอาบทความนี้มาลงก็เพราะสนใจเรื่องโทรจิตพอดีไปอ่านเจอในเน็ตก็เลยสนใจขึ้นมาและก็อยากมาแชร์ประสบการณ์จากคนอื่นๆ คนเราก็อย่างงี้แหละค่ะบางทีก็อยากรู้เรื่องที่เรามองไม่เห็นหรือสัมผัสไม่ได้บ้างเนาะ ส่วนเรื่องลางสังหรณ์ของตัวเองก็ไม่ได้มีไปหมดซะทุกเรื่องหรอกนะคะเป็นเฉพาะบางเรื่องเท่านั้น เพียงแต่ที่มันน่าแปลกใจก็คือทุกเรื่องที่เกิดลางสังหรณ์ขึ้นมามันมักจะถูกต้องเสมอน่ะค่ะ โดยส่วนตัวคิดว่ารู้แค่นี้ก็พอแล้วเนาะก็อย่างที่เขียนไว้การที่เรารู้มากเห็นมากกว่าคนอื่นบางทีมันก็เป็นทุกข์ใช่ไม๊คะ ส่วนเรื่องของชายที่ได้ยินเสียงความคิดของคนอื่นที่คุณเล่าให้ฟังก็อยากแนะนำให้เค้ามองในแง่ดีว่าการที่เรามีอะไรที่พิเศษกว่าคนอื่นนั้นก็อาจเป็นเพราะว่าเรากถูกมอบหมายให้มีภารกิจอะไรบางอย่างที่มากกว่าคนอื่นหรือต้องทำเพื่อคนอื่นรึเปล่า และอยากให้ผู้ชายคนนั้นใช้สิ่งที่พิเศษของเค้าไว้ช่วยเหลือคนอื่นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ บางคนมีสิ่งพวกนี้แล้วเอาไปทำร้ายทำลายคนอื่นมันไม่ค่อยดีเท่าไหร่ว่าไม๊คะ

Krovana
IP: xxx.173.163.229
เขียนเมื่อ Thu Jul 02 2009 16:55:49 GMT+0700 (ICT)

ใครเก่งโทรจิตได้โปรแอดเพื่อนมานะ ครับแล้วช่วยสอนผมทีผมจำเป็นจริงๆครับ

krovana_ofdead@hotmail.com

tun*-*
IP: xxx.29.9.16
เขียนเมื่อ Thu Jul 16 2009 14:40:18 GMT+0700 (ICT)

ทำกไมต้อมองเห็นเหตุการณล่วงหน้า ในความฝันแต่เห็นเป็นบางครั้งเฉพาะเรื่องร้ายๆๆ

to
IP: xxx.27.250.247
เขียนเมื่อ Sat Jul 18 2009 00:46:55 GMT+0700 (ICT)

เรียน 2.doc

ถูกกลั่นแก้งจากหน่วยงานของรัฐ โดยใช้อำนาจในทางที่ผิดโดยการบีบบังคับให้คนอื่นทำตามคำสั่งของตัวเอง โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องหรือผลกระทบที่จะตามมาภายหลัง พวกเขาทำทุกอย่างเพื่อแค่อยากรู้

ขีดความสามารถแต่ไม่เคยนึกถึงผลกระทบที่ตามมาเลย ไหนจะเรืองความเป็นอยู่เรื่องงานเรื่องคนที่อยู่รอบตัว

ครอบครัวสังคมชื่อเสียงของคนที่ถูกทำ ด้วยเพียงแค่อยากรู้ พอมีปัญหาก็บอกว่าทดสอบบอกเรืองโน้นทีเรืองนี้ทีแก้ตัวเอาตัวรอดไปที เดียวพวกเขาก็ทำอีก ทำซ้ำแบบเก่า

ทำแบบนี้มา 10 กว่าปีแล้วตอนนี้ถูกแก้งทุกอย่างไม่ว่าจะทำอะไรก็แล้วแต่ ไม่มีคนที่จะกล้าพูดให้

ฟังว่าเกิดอะไรขึ้นมีแต่ไปคุยกันเอง ไม่มีคนกล้าจะเป็นพยานทุกคนกลัวไม่รู้ว่ากลัวอะไร ที่เขาทำทุกวันนี้มัน

ก้าวก่ายสิทธิ์ ( หรือทำเกินกว่าเหตุ )

ข้อมูลผลกระทบของการทดลอง ( แบบปิดบังไม่ได้คุยหรือขออนุญาตก่อน )โทรจิต

ในการทดสอบหรือการลอง ในแต่ล่ะครั้งจะเป็นการเปิดเผยความรับให้กับคนที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับรู้ซึ่งจะเป็นการยากต่อการควบคุมบุคคลเหล่านั้น ในการกระจายข่าวที่เขารู้มาจากเจ้าหน้าที่ที่ทำการทดสอบหรือทดลองโดยตรง ในการสร้างสถานการณ์เหตุการณ์ที่เป็นไปตามที่เขาต้องการ ( ผู้ป่วยที่หูแว่วมีอาการอย่างไงคุณก็ต้องทำทุกอย่างให้เขาเชื่อว่าเขาผิดปกติให้ได้ ) มันจะมีข้อเสียและการเสียหายมากมายที่ตามมาและจะเกิดความขัดแย้งกับกลุ่มที่เสียผลประโยชน์การกระทำที่ไม่เต็มใจและมีข้อต่อรองในการมาหรือทำตามที่สั่ง สุดท้ายจะเป็นการไม่เข้าใจและขัดแย้งกันซึ่งเขาอาจจะ ( ต้องการอยู่แล้วเพื่อปิดบังอะไรบางอย่างก็ได้ )

บุคคลที่เกี่ยวข้อง

1. คนใกล้ชิด 2. เพื่อน 3. ญาติพี้น้อง

4. เพื่อนร่วมงาน 5. บุคคลที่ติดต่อด้วย 6. ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงและ ( ที่เขาขอความร่วมมือ ) และจำยอม 7. ญาติพี่น้องของผู้เสียหายหรือ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง

8. ผู้ที่เสียผลประโยชน์และอื่นฯ 9. ครอบครัวของผู้ถูกกระทำ ( ทดสอบ )

การติดตามหรือการกระทำ ( การทดสอบแบบแอบกระทำ )

1. การติดตาม ไม่ว่าจะไปที่ไหนทำอะไรกับใคร

2. บ้านในบ้านและบริเวณบ้าน

3. ที่ทำงาน มากมาย เพื่อนร่วมงาน หัวหน้า ผู้ป่วยญาติ และหัวหน้าฝ่ายต่างฯ พวกเขามีเรื่องพูดกันมากมาย ( แลกเปลี่ยนข่าวสารที่รู้มาจากคนในบ่างจากเขาคนนั้นเขาคนนี้ )

4. ชีวิตประจำวันทำอะไรที่ไหนเมื่อไร

เหตุผลในการกระทำ ( ข้ออ้าง )

1. เพื่อทำการทดสอบแบบไม่เป็นทางการ

2. เพื่อปิดบังอะไรบางอย่าง

3. กลัวความจริงจะเปิดเพ้ย

4. เที่ยวหาเรื่องมาเบี่ยงเบนประเด็นต่างฯทั้งฯที่มันไม่เกี่ยงข้องกันซักนิด

5. ไม่กล้ายอมรับความจริงที่เกิดขึ้นและสิ่งที่กระทำเอาไว้

เหตุผลที่มาหักล้างกัน

การค้นหาความจริงด้วยตัวเองโดยการหาเหตุผลมาหักล้าง การสังเกต และทดลองด้วยตัวเอ

เสียงพูดคุยการติดตามถ้าเป็นตามบริเวณที่มีบ้านคนอาศัยอยู่จะมีสิ่งหนึ่ง ที่จะช่วยยืนยัน คือ เสียงหมาที่เห่ามันเป็นเรื่องปกติ มีคนแปลกหน้า+หมาเห่า+เสียงที่ได้ยิน

เหตุกานที่ตรงกันกับที่ได้ยิน

ที่มาของเสียงกับบุคคลที่อยู่นะตรงนั้นตรงกัน

สายตาและความรู้สึก ( สัมผัสได้ )

ต้องการความช่วยเหลือและยินดีให้ความร่วมมือแต่ต้องคุยและตกลงกันก่อน

ทำงานอยู่ ร.พ กุยบุรีเป็นพนักงานเปล

สุโค่ย!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
IP: xxx.142.243.57
เขียนเมื่อ Tue Sep 01 2009 20:14:32 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากๆครับ

ผมมาหาข้อมูลเกี่ยวกับโทรจิตครับ

เพราะผมไปดูจากเวปwww.palungjit.com

มาครับ

เค้าบอกว่าผมมีโทรจิตเหนือกว่าใคร

อิอิงามเลยครับ(สุโค่ยยยยย)

ก็เลยมาหาข้อมูลครับ

เผื่อจะได้เรียกเพื่อนง่ายๆอิอิ

ยังไงก็

ขอบคุณมากๆครับ

ผมได้รู้จักสักที

อิอิ

1970th
IP: xxx.24.213.220
เขียนเมื่อ Sun Sep 06 2009 18:08:32 GMT+0700 (ICT)

สนใจมากครับเรื่องนี้

ผมทำงานศิลปะและสนใจเรื่องนี้

ใครมีข้อมูลที่ละเอียดช่วยโพสด้วยนะฮะ

ขอบพระคุณมาก

หรือแอดมาคุยได้นะครับ

kilb_fatheryou2499@hotmail.com

IP: xxx.120.168.234
เขียนเมื่อ Sun Sep 27 2009 07:23:53 GMT+0700 (ICT)

จิต คือ พลังงานที่พัฒนามาเป็นธาตุรู้ จึงมีความสว่างสดใส่ แต่ที่เราหลับตาแล้วมืดเพราะจิตเรายังไม่ใสพอ ถ้ามากพอเวลาหลับตาจะมองเห็น ความสว่าง เมื่อเราอยู่ในที่มืด เมื่อสว่างก็มองตามไปเรื่อยๆทุกวันก่อนนอน ในที่มืดมันจะค่อยๆใสขึ้นเรื่อยๆ ทีนี้จะรู้เอง เห็นเอง ล่วงหน้าสามเดือน หกเดือน รู้ได้เอง เป็นภาพในตา รู้โดยจิต มันจะรวบรวมข้อมูลแบบไม่ต้องคิด รู้จริง ล่วงหน้า แก้ได้ด้วย ถ้าพลังของจิตมากพอ วิธีฝึกเริ่มจากการคิด แน่นอนคิดดี พลังความสว่างจะเกิด ปิติ หลับตาทบทวนความดีทุกวัน เกิดปิติ ยินดี จิตสว่างขึ้นทุกวันๆ ความรัก ความโลภ ความโกรธ ความหลง โทสะ จะค่อยๆหายไปเอง ไม่ยึดติด เราก็เป็นแค่พลังงาน ไม่มีรูปร่าง มีแค่ความรู้สึก เท่านั้นจริงๆ คิดแบบนี้ได้ ก็จะดวงตาเห็นความสว่าง ซึ่งก็คือ จิต นั้นเอง สนใจลองแวะไปศึกษากับอาจารย์ ไกรสร พรหมพิทักษ์ ที่ ศูนย์วิจัยพลังงานเพื่อรักษาสุขภาพ 22/7 ต.ไทรม้า จ.นนทบุรี

กาดินดำ
IP: xxx.67.162.195
เขียนเมื่อ Sun Oct 04 2009 16:37:44 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเราสามารถมีพลังจิตได้และนำพลังโทรจิตนั้นเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นหรือตนเองให้รอดพ้นจากความเลวร้ายของไอ้คนต่ำทราม เช่น ความคิดที่ต้องการ ปล้นจี้หรือข่มขืนผู้อื่น มันคงทำให้สังคมนี้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น

เล็ก
IP: xxx.90.95.39
เขียนเมื่อ Mon Oct 05 2009 17:01:10 GMT+0700 (ICT)

ดีค่ะ..เราเป็นคนที่ ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง แต่ช่วยอธิบายให้เราทราบทีนะค่ะ เราฝันวันอาทิย์ ฝันเห็นชูชก และก็ หลวงปู่หลิว คือ ท่านจะนั่งที่หลังเต่า พอตอนเช้า เราไปทำบุญที่วัดมีการตักบาตรอาหารแห้ง เราก็ไปเจอขบวนของชูชกนำหน้า ส่วนหลวงปู่หลิวเราก็ไม่เคยทราบมาก่อน เป็นแบบนี้เกือบทุกครั้ง บางครั้งเหตุการณ์การตามมาเกินอาทิตย์ แต่เราเป็นคนความจำแม่นมาก เวลาฝันจะจำได้ทุกขั้นตอน ไม่ใช่แค่วันอาทิตย์ที่เราฝันเห็นเหตการณ์ล่วงหน้าแบบนี้ และเราสามารถสื่อกับวิญญาณทางความฝันได้ มาบอกชื่อเลย และบอกว่าขอเงิน25บาทเราก็ไม่รู้อะไรมากหรอกค่ะปกติก็ตักบาตรค่อนข้างบ่อย เราก็ทำให้จนบางครั้งเราไม่กล้าที่จะหลับ เครียดไม่อยากยอมรับในสิ่งนี้ บางทีก็มาแบบวูบๆข้างๆกาย มันทรมานที่ต้องฝันเห็นเหตการณ์กอนที่จะเกิดขึ้นจริงแต่เราไม่สามารถตีความ จากสิ่งที่เห็นได้ ไม่ได้อยากมีสัมผัสแบบนี้ เราเกิด 27-07-2525 วันอังคารเที่ยง

to
IP: xxx.27.248.144
เขียนเมื่อ Tue Oct 27 2009 23:13:42 GMT+0700 (ICT)

มันไม่ดีนักหลอกที่เราสามารถรับรู้ถึงความคิดของคนอื่นได้ หรือรับจากที่ไกลฯ อีกข้อหนึ่งเขาสามารถเอาสิ่งที่เรามีมาทำร้ายเราได้ เพราะทุกวันนี้เขายังไม่ยอมรับว่าเขากำลังทำมันอยู่ (ปิดบังความจริงกับเรา )เรารับได้จากความคิด โทรศัพย์ กับเครื่องมือที่เป็นสื่อที่มาหาเราโดยตรง คุณจะก้ลามาสู้กับเขาได้หรือ แล้วจะติดต่อไป กลัวยุ่งยากหรือป่าว

มันก็เหมือนเราเป็นตัวรับ รับจากทุกคนที่มีใจสื่อถึงเราโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นความคิดหรือเป็นคำพูดที่เขาพูดกัน(ต้องมีใจสื่อถึงเรา) มันหมือนเรื่องโกหกท่ามีโอกาศก็แวะเข้ามาซิมาดูเงียบฯแล้วก็กลับแล้วจะรู้ความจริงเป็นไง

to
IP: xxx.27.253.151
เขียนเมื่อ Thu Oct 29 2009 23:16:48 GMT+0700 (ICT)

ดีครับอยากรู้อะไรเพื่อมก็ติดต่อมาได้ v-2316@hotmail.com ( m )ก็ได้

พอยด์
IP: xxx.26.249.51
เขียนเมื่อ Sun Jan 03 2010 21:39:30 GMT+0700 (ICT)

ดีค่ะ เราก็เป็นคนหนึ่งซึ่งมีความรู้สึกแปลกๆบางอย่าง (ยากจะอธิบาย) เอาเป็นว่าเริ่มต้นจากเรื่องนี้เลยแล้วกัน

คือว่า เวลาที่มีคนมากน่าหลายตาเดินผ่านเข้ามาในชีวิตเรา เพื่อจะคบหาไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือ ว่าแฟน เราจะรู้สึกได้ทันที

โดยการมองที่ดวงตาของเขา (ไม่ว่าเขาจะมองเราอยู่หรือไม่มองก็ตาม) เท่านั้นแหละ แล้วจู่ๆก็มีภาพเหตุการณ์ต่างๆที่เขาได้วาดฝันและวางแผนไว้แวบเข้ามาในสมองของเรา มันจึงทำให้เรารู้ว่าเขาคิดอะไรกับเราอยู่ แล้วมันก็เป็นอย่างที่คิด (คาดคะเน) ไว้จริงๆ

เรากำลังจะอธิบายบอกให้รู้ว่า คล้ายๆกับเราอ่านใจคนออก อะไรประมาณนี้ มันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลนะ

แต่เหตุการณ์แบบนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นเพียงแค่ครั้งหรือ2ครั้งเท่านั้น มันเกิดขึ้นกับเรามาแล้ว นับครั้งไม่ถ้วน ลืมบอกอะไรไป

เราเกิด 16 กรกฎาคม ตรงกับราศี กรกฎ ซึ่งในบรรดา12 ราศี ราศีกรกฎ เป็นราศี ที่ไวต่อความรู้สึก ที่สุด (รวมถึงสัมผัสที่ 6 ด้วย)

อาจจะเป็นเพราะเหตุนี้ก็เป็นได้ เราก็ยังรู้สึกแปลกๆในตัวเองเหมือนกัน

ใครมีความรู้ หรือความคิดเห็น ในเรื่องนี้บ้าง ช่วยแอดมาคุยกันหน่อยนะ

ถือว่าช่วยคลายปัญหาให้คนๆหนึ่งแล้วกัน ticha_13340@hotmail.com

Nine
IP: xxx.121.57.47
เขียนเมื่อ Mon Jan 04 2010 18:23:28 GMT+0700 (ICT)

อือ..อยากรู้ครับมันต้องฝีกยังไง ต้องการอะไร และหลักการอะไรครับ~!!

ใครเข้าใจในด้านโทรจิตก็ แอดมาคุยกันนะครับ

ninetanat@hotmail.com

to
IP: xxx.27.250.231
เขียนเมื่อ Tue Jan 05 2010 00:01:46 GMT+0700 (ICT)

มันไม่ได้ฝึกมันมาเองโดยไม่รู้ตัว รู้แต่ว่าตัวเรามันมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

อาสัยการเรียนรู้สังเกตสิ่งรอบตัว เป็นตัวทดลองเพื่อการเรียนรู้ให้ตัวเอง

เพื่อหาความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น

เรียนรู้แล้วต้องอยู่กับมันให้ได้เป็นสิ่งที่ต้องทำ เพราะไม่รู้ว่ามันจะอยู่กับเรานานแค่ใหน

จุดเรื่อมความเคลียดแบบสุดสุดแบบที่คุณทนมันไม่ได้ มันอาจจะเป็นตัวเปิดการรับรู้ก็ได้

คนรู้น้อย
IP: xxx.172.247.129
เขียนเมื่อ Sat Jan 23 2010 06:33:12 GMT+0700 (ICT)

โทรจิต ผมก็มีครับ แบบว่า สัมผัสกับวิญญาณ ที่เดือดร้อน ได้ยินเสียง ทั้งกลางวัน กลางคืน และ ไม่เดือดร้อน น่าจะมาขอส่วนบุญนะ รวมถึงพวกบ้าพลัง แกล้งเราไงครับ ประสบการณ์ผม กล้าพูดได้ว่า เยอะ

จี
IP: xxx.175.198.241
เขียนเมื่อ Tue Feb 09 2010 10:59:00 GMT+0700 (ICT)

มีเรื่องอยากถามครับ คือว่าแฟนผมครับ คบมาได้ 3 ปี ปีแรกไม่มีอะไรพอมาปีที่ 2 มาเวลาผมพูดคุยกับกิ๊กเธอจะรู้หมดทุกคำพูดที่ผมกับกับิ๊กพูดเลยครับ ซึ่งไม่มน่าเป็นไปได้ เพราะผมกับแฟนและกิ๊กอยู่คนละจังหวัดกันเลย และแฟนมักมีลางสังหรณ์ที่ถูกต้องอยู่เสมอ เช่นครั้งหนึ่งแฟนนั่งซ้อนท้ายรถจักรยายนต์ของผมครับแล้วแฟนก็พูดขึ้นมาว่า ประมาณ 6 โมงเย็นจะมีข้อความเข้ามือถือผม เวลานั้นประมาณ 4.30 น ครับ แล้วพอเวลา 17.56 น. มีข้อความจากกิ๊กผมเข้ามาครับ ดดยที่กิ๊กอยู่คนละจังหวัดกันเลย ไม่ทราบว่าแฟนผมมีอะไรพิเศษหรือครับ เพราะยังมีเหตุการณ์อีกมากที่เกี่ยวกับผมซึงผมแอบทำแอบคุย แอบหลายๆอย่าง แต่แฟนสามารถรู้หมดเลยครับ

ข้าราชการ
เขียนเมื่อ Tue Feb 09 2010 13:00:30 GMT+0700 (ICT)

ก็ตอบยากนะคะเรื่องแบบนี้ มันพูดยากและไม่รู้ว่าใครจะมีสัมผัสพิเศษในเรื่องใดเพราะเริ่มแรกมันไม่ได้ถูกกำหนดด้วยตัวของเราเองน่ะค่ะโดยส่วนตัวคิดว่าอย่างนั้น เค้าอาจจะมีสัมผัสพิเศษเฉพาะเรื่องของคุณก็ได้ 555 พูดเล่นนะคะ แต่ถ้าคนเหล่านี้เค้าได้ฝึกสมาธิหรือฝึกปฏิบัติบ่อยๆ เค้าก็น่าจะมีสัมผัสที่ดีขึ้นหรือหลายเรื่องขึ้นน่ะค่ะ ย้ำอีกทีเนาะเป็นความเข้าใจของตัวเองนะคะไม่รู้ว่าจะถูกต้องตามทฤษฎีรึเปล่าใครมีความรู้เรื่องอย่างนี้ก็มาแชร์กันหน่อยก็แล้วกันนะคะ เผื่อจะได้เป็นวิทยาทานสำหรับคนอื่นๆ ต่อไปค่ะ แต่ยังไงก็ขอขอบคุณนะคะสำหรับความคิดเห็นที่ส่งมาให้ ^_^

จี
IP: xxx.175.198.241
เขียนเมื่อ Tue Feb 09 2010 15:47:53 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ

to
IP: xxx.27.248.2
เขียนเมื่อ Tue Feb 09 2010 22:55:51 GMT+0700 (ICT)

ถูกต้องเลยเรื่องบางเรื่องเรารู้มากก็ไม่ดีแล้วจจะให้ทำอย่างไงดีในเมื่อเราห้ามมันไม่ได้เราไม่ได้อยากที่จะไปรับรู้กับสิ่งที่เขาทำกันหรอก ทุกสี่งที่เขาทำมันเป็นสื่อที่มาหาเราเอง ตอนนี้เขาก็รู้ว่าเรารู้ แล้วจะทำอย่าวไงดีช่วยออกความคิดเห็นหน่อยซิคงจะไม่เดือดร้อนนะ(ในเมื่อไม่มีคนกล้ายอมรับ)

ข้าราชการ
เขียนเมื่อ Thu Feb 11 2010 08:22:19 GMT+0700 (ICT)

ทำใจและปล่อยวางค่ะ ไม่มีอะไรดีไปกว่าการปล่อยวาง ใจเราจะว่างและเบาค่ะ ลองดูนะคะ ^_^

to
IP: xxx.27.249.80
เขียนเมื่อ Thu Feb 11 2010 21:45:23 GMT+0700 (ICT)

การปล่อยวางบางครั้งก็ไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาเสมอไป เพราะมันไม่ได้เกิดจากธรรมชาติมันเป็นการกระทำของคน ตั้งใจทำให้มันเกิดขึ้น

การปล่อยวางคงจะช่วยไม่ได้ มาก เราวางแต่เขารุกแล้วจะทำไงต่อล่ะ

ข้าราชการ
เขียนเมื่อ Sun Feb 14 2010 20:08:33 GMT+0700 (ICT)

คุณ to คะ

คำถามที่ว่า "เราวางแต่เขารุกแล้วจะทำไงต่อล่ะ" คำถามนี้จริงๆ แล้วคิดว่าคุณน่าจะมีคำตอบอยู่แล้วหล่ะค่ะ คนเรามีวิธีการแก้ปัญหาที่ไม่เหมือนกันวิธีการแก้ปัญหาของคนหนึ่งอาจใช้ไม่ได้ไม่เหมาะกับอีกคนหนึ่งก็ได้ ดังนั้นถ้าการปล่อยวางไม่ใช่คำตอบของปัญหาของคุณ คิดว่าคุณก็คงมีคำตอบที่ดีอยู่ในใจอยู่แล้วจริงไม๊คะเพียงแต่มาถามเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับตัวเองเท่านั้นเอง เชื่อว่าคนเก่งอย่างคุณน่าจะมีคำตอบที่ดีอยู่แล้วหล่ะค่ะ สู้ๆ นะคะ ^_^

ตีรณา
IP: xxx.47.149.106
เขียนเมื่อ Tue May 11 2010 13:16:45 GMT+0700 (ICT)

แวะผ่านเข้ามาโดยบังเอิญ ก็เลยอ่านไปเรื่อยๆ เรื่องการรู้ความคิดผู้อื่น และเชื่อว่ามีหลายคนที่สามารถอ่านความคิดผู้อื่นได้จริง ไม่ว่าจะติดตัวมา หรือปฏิบัติถึงก็ตาม หลวงพ่อองค์หนึ่งเคยเล่าให้ฟังว่า ย้อนหลังไปในขณะที่ท่านกำลังศึกษาปฏิบัติอยู่นั้น มีเพื่อนสหธรรมมิกคนหนึ่งท่านบอกว่า ปฏิบัติได้ดีจนถึงระดับ รู้วาระจิตผู้อื่น รู้หมด ใครคิดอะไร ยังไง แล้วทีนี้พอไปรู้ว่า ไอ้นี่มันคิดไม่ดีกับเรา ไอ้นั่นมันคิดว่าเรา ไอ้คนโน้นมันแอบด่าเราลับหลัง ก็เลยไม่พูดไม่จากับใคร แต่การไม่พูดไม่จานั้น ไม่ได้วางเฉย แต่เพราะโกรธ หลวงพ่อท่านบอกว่า รู้เรื่องคนอื่นมันไม่ทำให้เราพ้นทุกข์ก็เพราะอย่างนี้แหละ สู้หันกลับมารู้ทันความคิดของตนเองดีกว่า รู้ว่ามันกำลังจะโกรธเขาแล้วนะ รู้ทันว่ามันกำลังจะโลภ กำลังจะหลงนะ อย่างนี้แหละ สักวันพ้นทุกข์แน่นอน

ข้าราชการ
เขียนเมื่อ Tue May 11 2010 16:51:12 GMT+0700 (ICT)

เห็นด้วยกับคุณตีรณาค่ะ ถึงได้บอกว่า "รู้มากก็ยิ่งทุกข์มาก" บางครั้งการไม่รู้น่าจะมีความสุขกว่าอ่ะค่ะ สุดท้ายถ้าทำอะไรไม่ได้จริงๆ ก็ต้องหัด "ปล่อยวาง" อ่ะค่ะ (แต่ตอนนี้ชีวิตตัวเองก็ยังปล่อยวางอะไรไม่ค่อยได้น่ะค่ะ ได้แต่บอกคนอื่นแต่ตัวเองยังทำไม่ได้เลย เหอๆ) ^_^

Sugus
IP: xxx.121.7.120
เขียนเมื่อ Wed Aug 11 2010 10:28:54 GMT+0700 (ICT)

แอทมาคุยได้ตามอีเมล์นะครับ

ผมรับได้คล้าย ๆ กับทรานซิสเตอร์ แต่ส่งไม่ได้ครับ คุยกับพี่ที่รุจักกันมาสองสามปีแล้ว ถ้าคิดถึงพี่เค้าแล้ว ถ้าพี่เค้าว่าง(สัญญาณตรงกัน)เราก้อจะได้คุยกันครับ (เป็นเรื่องดีๆกับชีวิต และการช่วยเหลือผู้อื่นและสนทนาธรรมเท่านั้นส่วนเรื่องทั่วไปเราไม่ค่อยคุยกันครับ) ถ้าอยากสื่อกับเราได้ก้อแอทมาตามอีเมล์นะครับ

เบ็นซ์
IP: xxx.24.225.176
เขียนเมื่อ Mon Jan 03 2011 20:52:00 GMT+0700 (ICT)

....

จัดไปที่ไหนอีกครับ

เบ็นซ์
IP: xxx.24.225.176
เขียนเมื่อ Mon Jan 03 2011 20:56:58 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์ไกรสร ครับ จัดไปเดือนไหนอะครับเผื่อผมจะได้ไปอีก

แอดมาคุยกะพ่อผมได้นะครับ lnwbenzza015@hotmail.com อีเมล์ลูกชาย(คนเล็ก)

เบ็นซ์
IP: xxx.24.188.131
เขียนเมื่อ Wed Mar 23 2011 15:46:53 GMT+0700 (ICT)

s-charoenrat-transport@hotmail.com อีเมล์ประจำ ทัวร์ นะครับ ๆ

อาถรรพ์
IP: xxx.108.175.198
เขียนเมื่อ Sat Mar 26 2011 20:04:02 GMT+0700 (ICT)

   ผมอยากที่จะใช้ชีวิตร่วมกับพวกเค้า หึหึหึหึหึหึหึหึหึหึ........

แน
IP: xxx.173.180.48
เขียนเมื่อ Sun Apr 03 2011 16:15:06 GMT+0700 (ICT)

เคยเวลาสามีนอกใจจะรู้โดยความฝัน บ่อยครั้ง แต่มีอยู่ครั้งนึง ตื่นปุ๊ปเล่าให้เค้าฟังว่าฝันเห็นเสื้อเค้าติดลิปติก มองอีกทีกลายเป็นเลือด เค้าหน้าซีดแล้วขอกาแฟ  เอาขึ้นมาให้เค้าชั้นบนเค้ากำลังซักเสื้อ ตัวที่เค้าใส่เมื่อคืน มันติดมาจริงๆก็งงว่าทำไมตรงกับความฝันเค้าก็งงมากสารภาพเลย   แล้วหลังจากนั้น จะรู้โดยฝันตลอด  จนบางทีเค้าโมโหด่าว่าทำไมไม่เห็นตัวเลข มาเห็นแต่เรื่องเค้า  นี่ก็อยากให้เป็นอย่างนั้นจริงๆนะ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า