เมื่อปลายปีที่แล้วศิษย์เก่ากลับไปหาครูกั๊ตที่โรงเรียน
“คุณครูมีน้ำหมักมะเฟืองไหมคะ...หนูจะซื้อส่งไปให้คุณแม่
เพราะว่าทดลองใช้แล้วติดใจ.......หน้าใสเนียนสวย.....”
“ทำไมต้องมาซื้อถึงที่นี่ล่ะ....ในเมืองก็มีขาย”
“ลองใช้แล้วค่ะ น้ำหมักมะเฟืองของคุณครูคุณภาพดีกว่า...” ว่าแล้วเธอก็เหมาไปหลายขวด
และ.....สองสามวันมานี้ก็มีจดหมายหลายฉบับถามวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพมะเฟืองเพื่อใช้เอง
บางท่านจะลองทำไว้จำหน่ายเผื่อจะหารายได้เสริมให้กับครอบครัว......
เอ๊ะ!.....เราเคยเขียนแนะนำวิธีทำน้ำหมักชีวภาพมะเฟืองแล้วนี่......
กลับไปนั่งรื้อฟื้น-ทบทวนบันทึกเก่าๆ
มีวิธีการทำน้ำหมักชีวภาพมะเฟืองจริงๆ ด้วย แต่พูดสั้นๆ
ในบันทึกมะเฟืองหนึ่งต้นหลังอาคารเรียน
ซึ่งอาจจะไม่เห็นภาพวิธีการทำที่ชัดเจนเท่าไหร่นัก
หลังจากป่วยมาหลายวัน......วันนี้ถือโอกาสชวนทุกท่านมาทำโลชั่นบำรุงผิวสูตรน้ำหมักชีวภาพมะเฟืองไว้ใช้เอง.........ไปพร้อมๆ
กันเลยค่ะ...

ขั้นแรก....เตรียมผลมะเฟืองแก่จนถึงสุก
3 กิโลกรัม

หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ.....เห็นรูปดาวห้าแฉกไหมคะ
นี่คือที่มาของชื่อ
Star
fruit

ใส่ลงในถังหมัก (ต้องมีฝาที่ปิดได้สนิท)

เติมน้ำตาลทราย
1 กิโลกรัม (ใช้น้ำตาลทรายขาวจะได้น้ำหมักมะเฟืองใสแจ๋ว..น่าใช้)
แล้วเติมน้ำสะอาดประมาณ
10 ลิตร (กิโลกรัม)

ปิดฝาทิ้งไว้ในที่ร่ม ประมาณ
3 เดือน กรองน้ำหมักชีวภาพมะเฟืองไปใช้ได้
แต่จะให้มีประสิทธิภาพสูงสุดต้องหมักให้ได้นานเกินกว่า 1
ปีค่ะ

แต่ก่อนจะนำน้ำหมักชีวภาพมะเฟืองไปใช้เป็นโลชั่นบำรุงผิวหรือเช็ดหน้า
ควรนำไปเจือจางด้วยน้ำสะอาดให้เหมาะสมกับผิวหน้าของท่านก่อนนะคะ
(ประมาณ 1:10) เพราะว่าน้ำหมักมะเฟืองเข้มข้น
จะมีค่าความเป็นกรดสูงมาก (pH ประมาณ 2-3)
เป็นอันว่าเราได้น้ำหมักชีวภาพมะเฟืองไว้ใช้เองแล้วนะคะ
ขอให้มีความสุขทุกท่านค่ะ
สวัสดีค่ะ
ดหใช้เวลาหมักนานจัง
สงสัยจะไม่ทันริ้วรอยที่เกิดแน่เลยค่ะ
ทำไงดี อยากสวย อยากสวย
อยู่ใกล้ๆ จะแวะไปเหมาเหมือนกันนะนี่
แต่ก็ขอบคุณสูตรนะคะ ดีมากๆค่ะ