สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ ตามหลักสูตร 2551

ถ้าทุกคนคิดว่า "จิตสาธารณะ" เป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ เป็น 1 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ในเยาวชนไทย/คนไทยที่จะช่วยให้สังคมอยู่รอดได้....ถ้าคิดเช่นนี้ เราลองมาช่วยกันเถอะครับ นอกจากหลักสูตรจะประสบความสำเร็จแล้ว ประเทศไทยก็คงประสบความสำเร็จไปด้วย..อย่างแน่นอน

 

หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช 2551  ซึ่งจะเริ่มใช้ในลักษณะทดลองนำร่องในปี 2552 และใช้แบบทั่วไปในทุกโรงเรียน ในปี 2553 ตามหลักสูตรนี้ นอกจากการเรียนรู้ใน 8 กลุ่มสาระแล้ว ในส่วนของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนก็ถือเป็นส่งสำคัญยิ่ง ซึ่งหลักสูตร ได้จำแนกกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็น 3 ลักษณะ คือ 1) กิจกรรมแนะแนว  2) กิจกรรมนักเรียนและ  3) กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์  ซึ่งเป็นหน้าที่ของสถานศึกษาทุกแห่งจะต้องเน้นการสร้างเยาวชนที่มีความสมดุลย์ ลูกศิษย์ต้อง “เป็นคนเก่ง เป็นคนดี  มีคุณลักษณะและมีสมรรถนะตามที่หลักสูตรกำหนด”

การให้นักเรียนทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นความมุ่งหวังที่จะสร้าง “จิตสาธารณะ” และคุณลักษณะแฝงอื่น ๆ อีกมากมาย ผ่านกิจกรรมนี้

ในการสร้างจิตสาธารณะ คงมีหลายแนวทาง “สถานศึกษาจะต้องคิดกิจกรรม ที่มีความเป็นไปได้ ง่าย และสะดวกในการปฏิบัติ แต่ให้ผลดี”  ต่อไปนี้ อาจเป็นเพียงตัวอย่างส่วนหนึ่งเพื่อการสร้างจิตสาธารณะแก่นักเรียน

1) ส่งเสริมให้เด็กมีความสามารถในการดูแลรักษาบ้าน และรับผิดชอบงานบ้าน ถือเป็นงานสาธารณะที่ใกล้ตัวที่สุด โดยมีพฤติกรรมที่เป็นรูปธรรม เช่น  ตื่นนอนแต่เช้า   กวาดบ้าน-ถูบ้าน จัดระเบียบ/กวาดบริเวณบ้าน 

2) ส่งเสริมให้เด็กร่วมรับผิดชอบในการดูแลรักษาซอย/หมู่บ้านที่อยู่อาศัย  โดยมีพฤติกรรมที่เป็นรูปธรรม เช่น  ปลูกต้นไม้(ไม้ดอก ไม้ประดับ)หน้าบ้านพร้อมดูแลรักษา   กวาด/ทำความสะอาดถนนหรือที่สาธารณะรอบบ้านในรัศมี 5 เมตร  เป็นกรรมการฝ่ายเยาวชนเพื่อการดูแลรักษาซอย/หมู่บ้านที่อยู่อาศัย เป็นต้น( หากสถานศึกษากำหนดคุณสมบัติของเยาวชนที่เป็นรูปธรรม ดังตัวอย่างข้างต้น พร้อมผลักดัน หรือส่งเสริมให้เกิดคุณลักษณะต่าง ๆ เหล่านั้นอย่างจริงจัง ท่านเชื่อหรือไม่ว่า “ชุมชนจะเป็นแหล่งที่น่าอยู่ในชั่วพริบตา”  อีกทั้งเยาวชนจะเกิดคุณลักษณะอื่น ๆ ตามมา เช่น ความเสียสละเพื่อส่วนรวม  ทักษะการจัดการ ฯลฯ)

3) จัดกิจกรรมเพื่อชี้นำทิศทางการพัฒนาหรือแก้ปัญหาให้แก่ชุมชน  อาทิ  ในช่วงฤดูกาลของการเสียภาษีเงินได้ประจำปี  ครูคณิตศาสตร์มอบหมายให้นักเรียนสอบถามเงินได้ของพ่อแม่และนำใบคำนวณภาษี (ภ.ง.ด.91)มาคำนวณที่โรงเรียนแล้วมอบหมายให้นักเรียนนำกลับไปบ้านเพื่อหารือกับคุณพ่อ-คุณแม่เพื่อชำระภาษีต่อไป  ครูวิทยาศาสตร์/ครูสังคมศึกษาให้นักเรียนร่วมปฏิบัติการรณรงค์การลดการใช้พลังงานไฟฟ้าในบ้าน  ครูสุขศึกษาร่วมกับชุมนุมสุขภาพในโรงเรียนจัดทำจดหมายเตือนหรือปฏิบัติกิจกรรมรณรงค์ทำลายแหล่งยุงลายเพื่อป้องกันโรคไข้เลือดออก  หรือโรคอื่น ๆ เป็น

4) สถานศึกษาเป็นแกนนำในการพัฒนาชุมชนในรัศมีที่เป็นที่ตั้งของสถานศึกษา เช่น รับผิดชอบดูแลในรัศมี 1 กิโลเมตร รอบสถานศึกษา โดยร่วมกับชุมชนอย่างจริงจังในการพัฒนาบรรยากาศ/สิ่งแวดล้อมของชุมชน ทั้งนี้ อาจปฏิบัติการผ่านกิจกรรมชุมนุมที่มีอยู่ในโรงเรียน  และเน้นให้นักเรียนมีบทบาทหลักในการร่วมวางแผนพัฒนา  การปฏิบัติการเช่นนี้ เสมือน “การใช้ชุมชนที่เป็นที่ตั้งของสถานศึกษา เป็นห้องปฏิบัติการทดลองประสบการณ์ชีวิตต่าง ๆ แก่ผู้เรียน”  ทั้งนี้เชื่อว่า หากนักเรียนมองเห็นแนวทางการพัฒนาชุมชนที่เป็นรูปธรรม 1 ชุมชน   นักเรียนเหล่านั้นจะสามารถนำประสบการณ์ไปประยุกต์ใช้ในชุมชนที่อยู่อาศัยของตนเองได้ในอนาคต  อีกทั้ง โรงเรียนเองก็จะเป็นที่รักใคร่/เป็นที่พอใจของชุมชนที่เป็นที่ตั้งของโรงเรียน เป็นโรงเรียนของชุมชนอย่างแท้จริง(อนึ่งชุมชน อาจให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อการทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ในส่วนนี้

5) ประสานงานกับผู้ปกครอง หรือเครือข่ายผู้ปกครอง ให้ร่วมกันวางแผนเพื่อทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ร่วมกันเป็นวงศ์ตระกูล  โดยวางแผนเป็นรายปี พร้อมแจ้งแผนงานให้โรงเรียนทราบตั้งแต่ต้นปี การกระทำเช่นนี้ นอกจากจะเป็นการแบ่งเบาภาระของโรงเรียนในการส่งเสริมให้นักเรียนจัดทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมความสัมพันธ์ในครอบครัว และส่งเสริมให้ครอบครัวไทย “มีจิตสาธารณะไปในตัวด้วย”

ผมคิดว่า แนวทางการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีจิตสาธารณะคงทำได้หลายแนวทาง ที่กล่าวมานี้เป็นเพียงตัวอย่างกิจกรรมส่วนหนึ่งเท่านั้น ...ปัญหาอยู่ที่ว่าเราจะทำกันอย่างจริงจังเพียงใด เราเห็นคุณค่าของเรื่องนี้มากน้อยเพียงใด...ถ้าทุกคนคิดว่า จิตสาธารณะเป็นเรื่องสำคัญระดับประเทศ เป็น 1 คุณลักษณะที่จะช่วยให้สังคมอยู่รอดได้....ถ้าคิดเช่นนี้  เราลองมาช่วยกันเถอะครับ   นอกจากหลักสูตรจะประสบความสำเร็จแล้ว  ประเทศไทยก็คงประสบความสำเร็จไปด้วย ...อย่างแน่นอน

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: จิตสาธารณะ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ หลักสูตร 2551 
· หมายเลขบันทึก: 237567
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ความเห็น:
26
 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
small man
เขียนเมื่อ Mon Jan 26 2009 11:22:13 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ท่านอาจารย์

    ตอนนี้ผมได้รับมอบหมายให้ทำโครงการแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนของจังหวัดอยู่ครับ

    และกิจกรรมหนึ่งที่ผมเสนอ คือ กิจกรรมจิตอาสา  โดยให้กลุ่มเยาวชนรวมตัวกันทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ตามความคิดของเขาเอง

    ผมว่าถ้าเด็กเขาได้ทำกิจกรรมที่มีคุณค่าและ "ได้รับการยอมรับ"  น่าจะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเด็กกลุ่มเสียงได้มากครับ

   ที่สำคัญที่สุด คือ การยอมรับ  ครับ

   ต้องสร้างการยอมรับขึ้นมาจาก  เพื่อน ครอบครัว ครู  ชุมชน  ท้องถิ่น   ให้ยอมรับการทำกิจกรรมสาธารณะของเด็ก  เพื่อให้พัฒนาอย่างยั่งยืนครับ

                        ขอบคุณครับ 

              ขอบคุณครับ

ดร.สุพักตร์ พิบูลย์
เขียนเมื่อ Mon Jan 26 2009 21:30:31 GMT+0700 (ICT)

ท่าน small man~natadee

  • ผมเห็นด้วยกับท่านอาจารย์นะครับ ผมเชื่อเช่นเดียวกับท่าน
  • ขณะนี้ หลักสูตรใหม่ เปิดโอกาสให้เรา(เด็ก  ผู้ปกครอง ชุมชน และโรงเรียน)ได้มีโอกาสทำในเรื่องนี้มากยิ่งขึ้น เป็นสิ่งท้าทายมาก  ถ้าทำอย่างจริงจัง คงจะเกิดผลดีต่อประเทศแน่ ๆ
่จิต อาภา
เขียนเมื่อ Mon Jan 26 2009 22:26:44 GMT+0700 (ICT)

หากต้องการให้เกิดมี "จิตสาธารณะ" ขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และ เหมือนกันทุกโรงเรียน

  1. อาจต้องใช้ การกำหนดกิจกรรมหลักที่สอดคล้องเข้าไปในรายวิชา
  2. กำหนดให้ครูที่จะทำผลงานต้อง ระบุกิจกรรมที่สอดคล้องกับจิตสาธารณะ ลงในแผนการสอนด้วย
  3. กำหนด อย่างน้อยเทอมละ 1 รายวิชา เพื่อให้เกิดการพัฒนาและติดตามการพัฒนาผู้เรียนที่ต่อเนื่องได้  จนจบการศึกษาชั้นสูงสุด ไม่อย่างนั้นก็จะกลายเป็นอยากแต่ไม่ได้ปฏิบัติจริงจัง
  4. ต้องสร้างเครื่องมือวัด"จิตสาธารณะ" วัดคุณลักษณะนี้ให้ครูใช้ด้วยค่ะ

 

จิรเมธ
IP: xxx.25.130.204
เขียนเมื่อ Tue Jan 27 2009 05:36:20 GMT+0700 (ICT)

จากข้อ2) ส่งเสริมให้เด็กร่วมรับผิดชอบในการดูแลรักษาซอย/หมู่บ้านที่อยู่อาศัย ผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ จำไม่ได้แล้วว่าได้ยินเรื่องการศึกษาที่เวียดนามจากใคร(น่าจะเป็นอาจารย์นะครับ)ที่เล่าว่าเมื่อนักเรียนกลับบ้านคุณครูจะให้การบ้านให้นักเรียนทำใส่สมุดแล้วมาส่งในวันรุ่งขึ้น การบ้านที่เด็กนักเรียนเวียดนามต้องทำทุกๆวันเหมือนกันๆกันคือ

1.เมื่อวานนี้นักเรียนได้ช่วยเหลืองานพ่อแม่อะไรบ้าง

2.เมื่อวานนี้นักเรียนได้ทำงาน/กิจกรรม เพื่อชุมชุนของนักเรียนอะไรบ้าง

ฯลฯ

ฟังแล้วก็อึ้งครับว่าขณะที่เรากำลังสาละวนกับคำว่า "ผลสัมฤทธิ์" เพื่อนบ้านเราเขากลับมองไปที่การสร้างจิตสาธารณะและความรักใชมชน ท้องถิ่นตนเอง

ปีใหม่นี้รักษาสุขภาพนะครับจะได้เขียนบทความบ่อยๆ

จิรเมธ

เทียนน้อย
เขียนเมื่อ Tue Jan 27 2009 05:48:28 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

ตามมาเรียนรู้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานปี 51

ถ้าเราร่วมด้วยช่วยกัน ความฝันของไทยคงไม่ไกลเกินเอื้อมค่ะ

สู้ๆคร๊า จิตอาสา เรื่องของใจ ใจเป็นสำคัญ ใจเป็นที่ตั้ง ใจเป็นประธาน

คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Tue Jan 27 2009 05:58:16 GMT+0700 (ICT)

เรียบนอาจารย์ที่เคารพ

  • หลังจากที่ได้กลับจากการนำเสนองานวิจัย ฯ ที่รงเรียนหอวัง ปี 2548  มานั้น
  • ดิฉันได้นำคำว่า "จิตสาธารณะ" มาศึกษา  และนำมาจัดกิจกรรมให้นักเรียนในโรงเรียน  ชั่วโมงแนะแนว
  • ต่อสู้มาเรื่อย ๆจนขณะนี้ กิจกรรมได้เบ่งบานอย่างช้า ๆและมีความตระหนักแล้วค่ะ
  • ส่วนเรื่องการลงมือนั้นเป็นเรื่องของพฤติกรรมและจิตใจ  ต้องคอยกระตุ้นเตือน บอกกล่าวและส่งเสริมอยู่เสมอ ๆ
  • กราบขอบพระคุณอาจารย์ค่ะ ที่ได้เห็นรูปร่างชัดเจนขึ้นมาอีกครั้ง
ดร.สุพักตร์ พิบูลย์
เขียนเมื่อ Tue Jan 27 2009 21:25:11 GMT+0700 (ICT)

จิด้า

  • ขณะนี้หลักสูตรกำหนด เด็กประถม ต้องทำกิจกรรมเพื่อสังคมปีละ 10 ชั่วโมง   ม.ต้น ปีละ 15 ชั่วโมง  ม.ปลาย ปีละ 20 ชั่วโมง ซึ่งถ้าตามนี้ หมายถึงเด็กต้องทำตลอด 12 ปี
  • คงจะต้องสอดแทรกในทุกวิชา  และทำภายใต้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
  • อาจจะต้องพัฒนาเครื่องมือ  อย่างที่จิด้าเสนอ  หรืออีกทางหนึ่ง คือ นิยามให้ชัดว่า พฤติกรรมจิตสาธารณะ คือ อย่างไร ต้องทำอะไรบ้างในแต่ละวัน แต่ละเดือน ซึ่งก็สังเกตหรือประเมินได้ไม่ยากเลย   ....สำคัญที่ ทุกคนต้องจริงจังในการผลักดันให้เกิดคุณลักษณะตัวนี้ให้ได้ และต้องสังเกต หรือตรวจสอบกันอย่างจริงจัง
เบดูอิน
เขียนเมื่อ Tue Jan 27 2009 21:29:40 GMT+0700 (ICT)

ดีจังเลยครับผมอยากเห็นมาก

ดร.สุพักตร์ พิบูลย์
เขียนเมื่อ Tue Jan 27 2009 21:39:58 GMT+0700 (ICT)

คุณเทียนน้อย และ คุณเบดูอิน ครับ

  • ขอบคุณครับที่เข้ามาติดตามและช่วยสนับสนุน
  • ถ้าทุกคนร่วมมือกัน ผมคิดว่า อีก 10 ปี เด็กเราจะมี "จิตสาธารณะ" มากขึ้นอย่างแน่นอน
  • ที่สำคัญที่สุด คือ ทุกคนต้องช่วยกันบอกผู้ปกครองและพ่อแม่เด็ก ประมาณ 30 ล้านคนว่า ขณะนี้  "หลักสูตรกำหนดเงื่อนไขให้เด็กไทยต้องทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และคาดหวังให้เด็กไทยทุกคนมีจิตสาธารณะ"....ถ้าคน 30 ล้านคนรับทราบและร่วมกันส่งเสริมควบคู่ไปกับโรงเรียน ความฝันของเราก็น่าจะเป็นจริงครับ
ดร.สุพักตร์ พิบูลย์
เขียนเมื่อ Tue Jan 27 2009 21:47:00 GMT+0700 (ICT)

ครูคิมครับ

  • ผมได้ติดตาม/เข้าไปดูเว็บไซด์ของอาจารย์ ดีใจมากที่อาจารย์ได้ทำหน้าที่เป็นครูแกนนำสำคัญคนหนึ่งในการคิดและพัฒนาในเรื่อง "จิตสาธารณะ"
  • ผมฝากว่า อยากให้นำผลการทดลองมาเล่าเป็นระยะ ๆนะครับ เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกัน
  • ในปลายปี 2552 ผมจะพยายามหาโอกาสจัดสัมมนา เพื่อให้ครูทั่วประเทศได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในเรื่องนี้ สักครั้งครับ
่จิต อาภา
เขียนเมื่อ Wed Jan 28 2009 22:01:04 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณครู

  • เพิ่งถึงบางอ้อเดี๋ยวนี้เองค่ะ ว่าเริ่มมีการนำไปใช้บ้างแล้ว
  • เพียงแต่ผลักดันให้เป็นรูปธรรม อย่างต่อเนื่อง
  • เห็นด้วยกับการ "ประชาสัมพันธ์" ให้มาก ๆ ให้เกิดการร่วมด้วยช่วยกันของสถาบันครอบครัว ฯลฯ
  • หากมีโอกาส /เวลา  หนูอยากมีส่วนเข้าสัมมนาเรื่องนี้กะเขาบ้าง  จะได้นำไปใช้กับนศ.ของตัวเองให้ชัด ๆ ขึ้น (เดี๋ยวนี้ก็สาธารณะอยู่บ้างแล้วค่ะ)
คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Wed Jan 28 2009 22:11:37 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

  • ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะอาจารย์
  • เริ่มต้นจากการจุดประกายของอาจารย์
  • ก่อตัวขึ้นมาเป็น..นักเรียนธรรมาภิบาล
  • กลายมาเป็น..โครงการจัดกิจกรรมจิตสาธารณะสู่กระบวนการเรียนรู้โดยชุมชนมีส่วนร่วม
  • ดิฉันจะนำเล่าในบันทึกค่ะ
ผืนฟ้า
IP: xxx.19.67.82
เขียนเมื่อ Wed Jan 28 2009 22:12:38 GMT+0700 (ICT)

ได้ทำแล้วอย่างต่อเนื่อง ในสถานศึกษาขนาดเล็ก

โรงเรียนไกล้บ้านเกิดท่านอาจารย์

แม้ไม่ได้เห็นหลักสูตร

แม้ไม่ได้เป็นโรงเรียนนำร่อง

ขออนุญาต นำบทความเผยแพร่ อีกครั้งในวันประชุมกรรมการศึกษาว่า...

เราเดินทางนี้กันมานาน

ดร.สุพักตร์ พิบูลย์
เขียนเมื่อ Wed Jan 28 2009 23:02:36 GMT+0700 (ICT)

คุณจีด้า ครูคิม และ ผอ.วาสนา

  • ดูแนวโน้มแล้ว น่าจะดีนะครับ เพราะมีการเริ่มต้นอย่างจริงจังกันแล้ว
  • ถ้าทุกคนช่วยกันจริง ๆ และนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน จะเกิดผลเร็วขึ้นแน่ ๆ ครับ
  • เอาเป็นว่า สิ้นปี 2552 เราลองจัดสัมมนาเพื่อให้มีการนำเสนอผลงานเรื่องนี้กัน จะดีไหมครับ...จะได้รวบรวมผลงานที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น   ผมขอจองครูคิม กับ ผอ.วาสนา ไว้คนละ 1 เรื่อง ก่อนนะครับ
คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Fri Jan 30 2009 09:04:31 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

  • ดิฉันได้เรียนผู้บริหาร เพื่อนครูและเด็ก ๆ ทราบแล้วค่ะ
  • โรงเรียนวิทยสัมพันธ์  ยินดีให้ความร่วมมือค่ะ
  • วันนี้เครื่องติดค่ะ..
  • http://gotoknow.org/blog/krukim/238432
คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Sun Feb 22 2009 20:57:34 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ที่เคารพอย่างสูง

วันนี้ผู้ผลิตรายการโทรทัศน์...ได้ติดต่อมาเพื่อบันทึกถ่ายทำ"กิจกรรมนักเรียนจิตสาธารณะ" ของโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ค่ะ

โรงเรียน..เตรียมความพร้อมเพื่อที่รอเข้ามาร่วมสัมมนานำเสนอผลงานนักเรียน  ร่วมกับโครงการของอาจารย์ค่ะ

ดร.สุพักตร์ พิบูลย์
เขียนเมื่อ Sun Feb 22 2009 21:03:21 GMT+0700 (ICT)

ครูคิม

  • ขอชื่นชมในความจริงจังและความสำเร็จของโรงเรียนนะครับ
  • จะพยายามจัดให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องนี้ อย่างแน่นอน
คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Sun Feb 22 2009 22:10:17 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

  • เดิมโรงเรียนมีเว็ปไซทNแต่ใช้พื้นที่ของ obec  เจ้าหน้าที่ย้ายไป ลาออก ทำให้รัสหายไปพร้อมด้วย
  • เป็นเวลากว่า ๒ ปี วันนี้โรงเรียนเริ่มมีเว็ปไซท์ใหม่แล้วค่ะ http://www.wittayasamphan.net
  • บริษัทที่ผลิตรายการเขาบอกว่าติดตามกิจกรรมเช่นนี้มานาน จากของโรงเรียนที่นำไปบันทึกไว้ในวิชาการดอทคอมและในเว็ปจิตอาสา รวมทั้งเว็ปบ้านครูคิม
  • ขอขอบพระคุณอาจารย์เป็นอย่างสูงค่ะ  ที่เป็นผู้จุดประกายให้ความสนใจกับดิฉันที่การสัมมนางานวิจัยที่โรงเรียนหอวัง
  • หลังจากนั้นดิฉันพยายามไปศึกษาเรียนรู้ และเริ่มฝึกกับเด็กมาโดยตลอด
  • ดิฉันจะมาเล่าให้อาจารย์ทราบที่บันทึกฉบับนี้ค่ะ
คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Mon Feb 23 2009 20:48:22 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

  • มาส่งข่าวคืนหน้าเกี่ยวกับจิตสาธารณะ
  • และขอขอบคุณอาจารย์ที่จุดประกายให้ค่ะ
ดร.สุพักตร์
IP: xxx.25.148.9
เขียนเมื่อ Mon Feb 23 2009 20:57:54 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณมากครับ ครูคิม
  • ผมจะคอยติดตามผลงานนะครับ และต้องรบกวน "ขอให้เป็นโรงเรียนต้นแบบในเรื่องจิตสาธารณะ" อีกโรงหนึ่ง

 

หรรษญากาญจน์
IP: xxx.26.22.28
เขียนเมื่อ Sat Jun 27 2009 05:42:42 GMT+0700 (ICT)

ต้องการให้อาจารย์ช่วยเคลียให้เข้าใจกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน"จิตสาธารณะ"กับกิจกรรมนักเรียน"ลูกเสือ"การวัดผลประเมินผลด้วยคะ

cyberfeminism
IP: xxx.8.158.83
เขียนเมื่อ Sat Aug 15 2009 12:52:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

อ่านบทความของอาจารย์ หลายๆ เรื่อง รู้สึก ดีจังเลยค่ะ แต่จิตอาสาบางครั้งก็ต้องขึ้นอยู่กับ ผู้สอนที่จะมีจิตอาสาด้วย ถึงจะดีที่สุด

แต่ที่ได้รับ / เคยพบเห็นปัจจุบันในสถาบันการศึกษา มีแต่การเก็บ / เก็บ / ได้ / ได้ เข้าผู้สอน ได้รับประโยชน์ สักส่วนใหญ่ บางครั้งถึง เรียกเป็นเงินทอง ก็ว่าได้ แค่แบบอย่างที่เห็นอยู่ แล้ว พวก เด็กๆ จะมีจิตอาสา ได้ไงค่ะ

เห็น / ได้ยิน

แต่ไม่สามารถทำอะไร ได้ เพียง ภาวนา ขอให้หยุด โดยเร็ว แต่..,มีแต่เพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น

เห็น แต่พูดไม่ได้ ผู้ใหญ่กว่ารู้เห็น มาตรวจสอบ แต่เรื่องผ่านโดยดี ความ bias มีทุกที

อาจเป็นเพราะกิเลส คน ไม่ยอม หยุด

นี่เป็นสถาบันการศึกษาจิตสำนึก ไม่รู้อยู่ไหน

แล้วจะทำอย่างไรดีค่ะ

นาย ธนารักษ์ พรมทองคำ
IP: xxx.27.131.148
เขียนเมื่อ Sun Nov 15 2009 09:26:54 GMT+0700 (ICT)

เป็นโดน

นางสาว เนตรวงแหวน อยู่พักดี
IP: xxx.27.131.148
เขียนเมื่อ Sun Nov 15 2009 09:31:13 GMT+0700 (ICT)

พี่หล่อจัง เลย รักนะ จุ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

ทัศนีย์ ฤทธิมนตรี
IP: xxx.26.207.11
เขียนเมื่อ Fri Feb 05 2010 05:46:09 GMT+0700 (ICT)

เรียน ดร.สุพักตร์และท่านผู้รู้ทุกท่าน

ดิฉันเป็นศึกษานิเทศก์ มีความสนใจศึกษาและทำรูปแบบการทำกิจกรรมเพื่อสังคมให้ง่ายต่อการนำไปใช้จริงในสถานศึกษา ขอคำปรึกษาและช่วยชี้แนะด้วยค่ะ

ขอบพระคุณค่ะ

janya tananimit
เขียนเมื่อ Sat Dec 11 2010 22:49:21 GMT+0700 (ICT)

เรียน ดร.สุพักตร์และท่านผู้รู้ทุกท่าน

จากประสบการณ์ที่ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาตั้งแต่ก่องหลักสูตร 51 จะประกาสใช้ ได้จัดกิจกรรมจิตอาสาให้แก่นักเรียนในฐานะที่เป็นหัวหน้างานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อต้องการให้เป็นกิจกรรมป้องกันปัญหา แก้ปัญหาและพัฒนาพฤติกรรมนักเรียน ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นว่า

การทำตามครูสั่ง บำเพ็ญประโยชน์เพื่อต้องการลายเซ็นในสมุดบันทึกการบำเพ็ญประโยชน์เพื่อส่งครู หรือการทำงานบ้านตามหน้าที่ของสมาชิกในบ้าน แล้วก็จบ จะไม่เกิดความสำนึกว่าสิ่งที่ทำเป็นประโยชน์ต่อสังคม มักคิดว่าหมดภาระหน้าที่ตามที่ถูกสั่ง ไม่น่าจะเกิดจิตสาธารณะ

การทำกิจกรรมจิตอาสาควรต้องมีกระบวนการจิตอาสา เพราะทุกขั้นตอนของกระบวนการจะปลูกฝั่งและสร้างจิตสำนึกให้อยากอาสาให้เกิดขึ้นได้ในที่สุด เมื่อทำAAR และเกิดความคิดที่อยากทำต่อ ทำแล้วมีความสุขที่ได้ทำประโยชน์ให้แก่สังคม เกิดปิติสุข จึงจะเกิดจิตสารณะอย่างยั่งยืนในตัวเด็กและเยาวชน

แนวการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

การจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ควรจัดให้ผู้เรียนดำเนินการตามกระบวนการ 5 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การสำรวจเพื่อศึกษาสภาพปัจจุบันปัญหาและการต้องการความช่วยเหลือต่างๆทั้งภายในโรงเรียนและชุมชน

ขั้นตอนที่ 2 การวิเคราะห์หาสาเหตุของปัญหาต่างๆ และจัดลำดับปัญหาตามความสำคัญ ความจำเป็นและเร่งด่วนจากมากไปหาน้อย

ขั้นตอนที่ 3 วางแผน ออกแบบกิจกรรม และจัดทำปฏิทินการปฏิบัติกิจกรรม

ขั้นตอนที่ 4 ปฏิบัติกิจกรรมตามแผนที่วางไว้ และทำAAR หลังเสร็จกิจกรรมทุกครั้งเพื่อสะท้อนความรู้สึก

เช่นทำทำไม? ทำแล้วรู้สึกอย่างไร? เกิดประโยชน์อะไรในสังคม? เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไรบ้างในตัวเอง?

ขั้นตอนที่ 5 จัดวงสนทนาร่วมกับกลุ่มอื่นๆเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้หลังจากเสร็จสิ้นการปฏิบัติกิจกรรม เพื่อถอดบทเรียนและสะท้อน ในประเด็นดังนี้ คือ ผลที่เกิดกับผู้ปฎิบัติกิจกรรมและผลที่เกิดแก่สังคมภายหลังจากการปฏิบัติกิจกรรม

จากนั้นนำไปสรุป รายงานและเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์

การวัดและประเมินผลกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์

ส่วนที่ 1 จึงควรพิจารณที่บันทึกAAR รายงานสรุป หรือแฟ้มสะสมงาน

ส่วนที่ 2 คือระยะเวลาทำกิจกรรมตามโครงสร้างหลักสูตร และโครงสร้างเวลาตามหลักสูตร51

ศึกษาเพิ่มเติมจากคู่มือแนวการดำเนินงานกิจกรรมพัฒนาผูเรียน ของ สพฐ ได้ค่ะ

กิ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น