พัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก (Kohlberg)

            โคลเบิร์ก (Lawrence  Kohlberg) ได้ศึกษาวิจัยพัฒนาการทางจริยธรรมตามแนวทฤษฎีของพีอาเจต์ แต่โคลเบิรก์ได้ปรับปรุงวิธีวิจัย การวิเคราะห์ผลรวมและได้วิจัยอย่างกว้างขวางในประเทศอื่นที่มีวัฒนธรรมต่างไป วิธีการวิจัย จะสร้างสถานการณ์สมมติปัญหาทางจริยธรรมที่ผู้ตอบยากที่จะตัดสินใจได้ว่าถูก” “ผิด” “ควรทำ” “ไม่ควรทำอย่างเด็ดขาด  เพราะขึ้นอยู่กับองค์ประกอบหลายอย่าง  การตอบจะขึ้นกับวัยของผู้ตอบเกี่ยวกับความเห็นใจในบทบาทของผู้แสดงพฤติกรรมในเรื่องค่านิยม  ความสำนึกในหน้าที่ในฐานะเป็นสมาชิกของสังคม ความยุติธรรมหรือหลักการที่ตนยึดถือ 

            โคลเบิร์ก  ให้คำจำกัดความของจริยธรรมว่า จริยธรรมเป็นความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับความถูกผิด และเกิดขึ้นจากขบวนการทางความคิดอย่างมีเหตุผล  ซึ่งต้องอาศัยวุฒิภาวะทางปัญญา  

           โคลเบิร์ก เชื่อว่าพัฒนาการทางจริยธรรมเป็นผลจากการพัฒนาการของโครงสร้างทางความคิดความเข้าใจเกี่ยวกับจริยธรรม  นอกจากนั้น โคลเบิร์ก  ยังพบว่า  ส่วนมากการพัฒนาทางจริยธรรมของเด็กจะไม่ถึงขั้นสูงสุดในอายุ 10 ปี แต่จะมีการพัฒนาขึ้นอีกหลายขั้นจากอายุ 11-25 ปี  การใช้เหตุผลเพื่อการตัดสินใจที่จะเลือกกระทำอย่างใดอย่างหนึ่ง จะแสดงให้เห็นถึงความเจริญของจิตใจของบุคคล  การใช้เหตุผลเชิงจริยธรรม  ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ของสังคมใดสังคมหนึ่งโดยเฉพาะ  แต่เป็นการใช้เหตุผลที่ลึกซึ้งยากแก่การเข้าใจยิ่งขึ้นตามลำดับของวุฒิภาวะทางปัญญา 

            โคลเบิร์ก ได้ศึกษาการใช้เหตุผลเชิงจริยธรรมของเยาวชนอเมริกัน อายุ 10 -16 ปี และได้แบ่งพัฒนาการทางจริยธรรมออกเป็น 3 ระดับ (Levels) แต่ละระดับแบ่งออกเป็น 2 ขั้น (Stages) ดังนั้น พัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์กมีทั้งหมด 6 ขั้น คำอธิบายของระดับและขั้นต่างๆ ของพัฒนาการทางจริยธรรมของโคลเบิร์ก มีดังต่อไปนี้

 

            ระดับที่ 1 ระดับก่อนมีจริยธรรมหรือระดับก่อนกฎเกณฑ์สังคม (Pre - Conventional Level) ระดับนี้เด็กจะรับกฎเกณฑ์และข้อกำหนดของพฤติกรรมที่ดี ไม่ดีจากผู้มีอำนาจเหนือตน เช่น บิดามารดา ครูหรือเด็กโต และมักจะคิดถึงผลตามที่จะนำรางวัลหรือการลงโทษ

            พฤติกรรม ดี คือ  พฤติกรรมที่แสดงแล้วได้รางวัล

            พฤติกรรม ไม่ดี คือ พฤติกรรมที่แสดงแล้วได้รับโทษ

โดยบุคคลจะตอบสนองต่อกฎเกณฑ์ซึ่งผู้มีอำนาจทางกายเหนือตนเองกำหนดขึ้น  จะตัดสินใจเลือกแสดงพฤติกรรมที่เป็นหลักต่อตนเอง  โดยไม่คำนึงถึงผู้อื่น  จะพบในเด็ก 2-10 ปี  โคลเบิร์กแบ่งพัฒนาการทางจริยธรรม ระดับนี้เป็น 2 ขั้น คือ

 

            ขั้นที่ 1 การถูกลงโทษและการเชื่อฟัง (Punishment and Obedience Orientation)  เด็กจะยอมทำตามคำสั่งผู้มีอำนาจเหนือตนโดยไม่มีเงื่อนไขเพื่อไม่ให้ตนถูกลงโทษ ขั้นนี้แสดงพฤติกรรมเพื่อหลบหลีกการถูกลงโทษ เพราะกลัวความเจ็บปวด  ยอมทำตามผู้ใหญ่เพราะมีอำนาจทางกายเหนือตน

            โคลเบิร์ก อธิบายว่า ในขั้นนี้เด็กจะใช้ผลตามของพฤติกรรมเป็นเครื่องชี้ว่า  พฤติกรรมของตน ถูกหรือผิดเป็นต้นว่า  ถ้าเด็กถูกทำโทษก็จะคิดว่าสิ่งที่ตนทำ ผิด  และจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่ทำสิ่งนั้นอีก  พฤติกรรมใดที่มีผลตามด้วยรางวัลหรือคำชม เด็กก็จะคิดว่าสิ่งที่ตนทำถูก และจะทำซ้ำอีกเพื่อหวังรางวัล

 

            ขั้นที่ 2 กฎเกณฑ์เป็นเครื่องมือเพื่อประโยชน์ของตน  (Instrumental Relativist Orientation) ใช้หลักการแสวงหารางวัลและการแลกเปลี่ยน  บุคคลจะเลือกทำตามความพอใจตนของตนเอง  โดยให้ความสำคัญของการได้รับรางวัลตอบแทน  ทั้งรางวัลที่เป็นวัตถุหรือการตอบแทนทางกาย วาจา และใจ  โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องของสังคม ขั้นนี้แสดงพฤติกรรมเพื่อต้องการผลประโยชน์สิ่งตอบแทน  รางวัล และสิ่งแลกเปลี่ยน  เป็นสิ่งตอบแทน

            โคลเบิร์ก อธิบายว่า  ในขั้นนี้เด็กจะสนใจทำตามกฎข้อบังคับ  เพื่อประโยชน์หรือความพอใจของตนเอง หรือทำดีเพราอยากได้ของตอบแทน หรือรางวัล ไม่ได้คิดถึงความยุติธรรมและความเห็นอกเห็นใจผู้อื่น  หรือความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่น  พฤติกรรมของเด็กในขั้นนี้ทำเพื่อสนองความต้องการของตนเอง  แต่มักจะเป็นการแลกเปลี่ยนกับคนอื่น เช่น ประโยค ถ้าเธอทำให้ฉัน  ฉันจะให้.......

 

            ระดับที่ 2 ระดับจริยธรรมตามกฎเกณฑ์สังคม (Conventional Level)  พัฒนาการจริยธรรมระดับนี้  ผู้ทำถือว่าการประพฤติตนตามความคาดหวังของผู้ปกครอง บิดามารดา กลุ่มที่ตนเป็นสมาชิกหรือของชาติ เป็นสิ่งที่ควรจะทำหรือทำความผิด เพราะกลัวว่าตนจะไม่เป็นที่ยอมรับของผู้อื่น  ผู้แสดงพฤติกรรมจะไม่คำนึงถึงผลตามที่จะเกิดขึ้นแก่ตนเอง  ถือว่าความซื่อสัตย์ ความจงรักภักดีเป็นสิ่งสำคัญ  ทุกคนมีหน้าที่จะรักษามาตรฐานทางจริยธรรม

           โดยบุคคลจะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคมที่ตนเองอยู่  ตามความคาดหวังของครอบครัวและสังคม  โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นขณะนั้นหรือภายหลังก็ตาม  จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคมโดยคำนึงถึงจิตใจของผู้อื่น  จะพบในวัยรุ่นอายุ 10 -16 ปี โคลเบิร์กแบ่งพัฒนาการทางจริยธรรม ระดับนี้เป็น 2 ขั้น คือ

 

            ขั้นที่ 3 ความคาดหวังและการยอมรับในสังคม สำหรับ เด็กดี (Interpersonal  Concordance of “Good boy , nice girl” Orientation) บุคคลจะใช้หลักทำตามที่ผู้อื่นเห็นชอบ  ใช้เหตุผลเลือกทำในสิ่งที่กลุ่มยอมรับโดยเฉพาะเพื่อน เพื่อเป็นที่ชื่นชอบและยอมรับของเพื่อน  ไม่เป็นตัวของตัวเอง  คล้อยตามการชักจูงของผู้อื่น  เพื่อต้องการรักษาสัมพันธภาพที่ดี  พบในวัยรุ่นอายุ 10 -15 ปี ขั้นนี้แสดงพฤติกรรมเพื่อต้องการเป็นที่ยอมรับของหมู่คณะ การช่วยเหลือผู้อื่นเพื่อทำให้เขาพอใจ  และยกย่องชมเชย ทำให้บุคคลไม่มีความเป็นตัวของตัวเอง  ชอบคล้อยตามการชักจูงของผู้อื่น  โดยเฉพาะกลุ่มเพื่อน

            โคลเบิร์ก อธิบายว่า  พัฒนาการทางจริยธรรมขั้นนี้เป็นพฤติกรรมของ คนดีตามมาตรฐานหรือความคาดหวังของบิดา มารดาหรือเพื่อนวัยเดียวกัน พฤติกรรมดีหมายถึง  พฤติกรรมที่จะทำให้ผู้อื่นชอบและยอมรับ  หรือไม่ประพฤติผิดเพราะเกรงว่าพ่อแม่จะเสียใจ

 

            ขั้นที่ 4 กฎและระเบียบ (“Law-and-order” Orientation) จะใช้หลักทำตามหน้าที่ของสังคม โดยปฏิบัติตามระเบียบของสังคมอย่างเคร่งครัด  เรียนรู้การเป็นหน่วยหนึ่งของสังคม  ปฏิบัติตามหน้าที่ของสังคมเพื่อดำรงไว้ซึ่งกฎเกณฑ์ในสังคม พบในอายุ 13 -16 ปี ขั้นนี้แสดงพฤติกรรมเพื่อทำตามหน้าที่ของสังคม  โดยบุคคลรู้ถึงบทบาทและหน้าที่ของเขาในฐานะเป็นหน่วยหนึ่งของสังคมนั้น  จึงมีหน้าที่ทำตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ที่สังคมกำหนดให้ หรือคาดหมายไว้

            โคลเบิร์ก อธิบายว่า  เหตุผลทางจริยธรรมในขั้นนี้ ถือว่าสังคมจะอยู่ด้วยความมีระเบียบเรียบร้อยต้องมีกฎหมายและข้อบังคับ  คนดีหรือคนที่มีพฤติกรรมถูกต้องคือ  คนที่ปฏิบัติตามระเบียบบังคับหรือกฎหมาย  ทุกคนควรเคารพกฎหมาย เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยและความเป็นระเบียบของสังคม

 

            ระดับที่ 3 ระดับจริยธรรมตามหลักการด้วยวิจารณญาณ หรือระดับเหนือกฎเกณฑ์สังคม  (Post - Conventional Level)  พัฒนาการทางจริยธรรมระดับนี้  เป็นหลักจริยธรรมของผู้มีอายุ 20 ปี ขึ้นไป  ผู้ทำหรือผู้แสดงพฤติกรรมได้พยายามที่จะตีความหมายของหลักการและมาตรฐานทางจริยธรรมด้วยวิจารณญาณ  ก่อนที่จะยึดถือเป็นหลักของความประพฤติที่จะปฏิบัติตาม  การตัดสินใจ  ถูก ผิด” “ไม่ควรมาจากวิจารณญาณของตนเอง  ปราศจากอิทธิพลของผู้มีอำนาจหรือกลุ่มที่ตนเป็นสมาชิก กฎเกณฑ์กฎหมาย  ควรจะตั้งบนหลักความยุติธรรม  และเป็นที่ยอมรับของสมาชิกของสังคมที่ตนเป็นสมาชิก  ทำให้บุคคลตัดสินข้อขัดแย้งของตนเองโดยใช้ความคิดไตร่ตรองอาศัยค่านิยมที่ตนเชื่อและยึดถือเป็นเครื่องช่วยในการตัดสินใจ  จะปฏิบัติตามสิ่งที่สำคัญมากกว่าโดยมีกฎเกณฑ์ของตนเอง  ซึ่งพัฒนามาจากกฎเกณฑ์ของสังคม  เป็นจริยธรรมที่เป็นที่ยอมรับทั่วไป  โคลเบิร์กแบ่งพัฒนาการทางจริยธรรม ระดับนี้เป็น 2 ขั้น คือ

 

            ขั้นที่ 5  สัญญาสังคมหรือหลักการทำตามคำมั่นสัญญา (Social Contract Orientation)  บุคคลจะมีเหตุผลในการเลือกกระทำโดยคำนึงถึงประโยชน์ของคนหมู่มาก  ไม่ละเมิดสิทธิของผู้อื่น  สามารถควบคุมตนเองได้  เคารพการตัดสินใจที่จะกระทำด้วยตนเอง  ไม่ถูกควบคุมจากบุคคลอื่น  มีพฤติกรรมที่ถูกต้องตามค่านิยมของตนและมาตรฐานของสังคม  ถือว่ากฎเกณฑ์ต่างๆเปลี่ยนแปลงได้  โดยพิจารณาประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก  พบได้ในวัยรุ่นตอนปลายและวัยผู้ใหญ่  ขั้นนี้แสดงพฤติกรรมเพื่อทำตามมาตรฐานของสังคม เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน โดยบุคคลเห็นความสำคัญของคนหมู่มากจึงไม่ทำตนให้ขัดต่อสิทธิอันพึงมีได้ของผู้อื่น  สามารถควบคุมบังคับใจตนเองได้  พฤติกรรมที่ถูกต้องจะต้องเป็นไปตามค่านิยมส่วนตัว  ผสมผสานกับมาตรฐานซึ่งได้รับการตรวจสอบและยอมรับจากสังคม  

             โคลเบิร์ก อธิบายว่า  ขั้นนี้เน้นถึงความสำคัญของมาตรฐานทางจริยธรรมที่ทุกคนหรือคนส่วนใหญ่ในสังคมยอมรับว่าเป็นสิ่งที่ถูกสมควรที่จะปฏิบัติตาม  โดยพิจารณาถึงประโยชน์และสิทธิของบุคคลก่อนที่จะใช้เป็นมาตรฐานทางจริยธรรม  ได้ใช้ความคิดและเหตุผลเปรียบเทียบว่าสิ่งไหนผิดและสิ่งไหนถูก ในขั้นนี้การ ถูกและ ผิดขึ้นอยู่กับค่านิยมและความคิดเห็นของบุคคลแต่ละบุคคล  แม้ว่าจะเห็นความสำคัญของสัญญาหรือข้อตกลงระหว่างบุคคล  แต่เปิดให้มีการแก้ไข  โดยคำนึงถึงประโยชน์และสถานการณ์แวดล้อมในขณะนั้น

 

            ขั้นที่ 6 หลักการคุณธรรมสากล  (Universal Ethical Principle Orientation) เป็นขั้นที่เลือกตัดสินใจที่จะกระทำโดยยอมรับความคิดที่เป็นสากลของผู้เจริญแล้ว  ขั้นนี้แสดงพฤติกรรมเพื่อทำตามหลักการคุณธรรมสากล โดยคำนึงความถูกต้องยุติธรรมยอมรับในคุณค่าของความเป็นมนุษย์  มีอุดมคติและคุณธรรมประจำใจ  มีความยืดหยุ่นและยึดหลักจริยธรรมของตนอย่างมีสติ  ด้วยความยุติธรรม และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชน  เคารพในความเป็นมนุษย์ของแต่ละบุคคล  ละอายและเกรงกลัวต่อบาป  พบในวัยผู้ใหญ่ที่มีความเจริญทางสติปัญญา

           โคลเบิร์ก อธิบายว่า  ขั้นนี้เป็นหลักการมาตรฐานจริยธรรมสากล  เป็นหลักการเพื่อมนุษยธรรม  เพื่อความเสมอภาคในสิทธิมนุษยชนและเพื่อความยุติธรรมของมนุษย์ทุกคน  ในขั้นนี้สิ่งที่ ถูกและ ผิด  เป็นสิ่งที่ขึ้นมโนธรรมของแต่ละบุคคลที่เลือกยึดถือ

 

อ้างอิง

แพรภัทร  ยอดแก้ว. งานวิจัยเรื่อง พฤติกรรมทางจริยธรรมกับภาวะผู้นำการเปลี่ยนแปลงของนักศึกษามหาวิทยาลัยสยาม. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยสยาม, 2551.

สุรางค์  โคว้ตระกูล. จิตวิทยาการศึกษา. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย , 2548.

ชุมศรี ชำนาญพูด. พฤติกรรมเชิงจริยธรรมของนักศึกษาพยาบาลตามจรรยาบรรณวิชาชีพการพยาบาลในวิทยาลัยพยาบาลสังกัดกองงานวิทยาลัยพยาบาล สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงสาธารณสุข, ชลบุรี: วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, มหาวิทยาลัยบูรพา, 2536.

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 236980
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 36  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

TH3 PEPe
IP: xxx.172.181.170
เขียนเมื่อ Thu Feb 26 2009 16:27:22 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุนมากน้ะ ..

จ่ะเอาไปอ่านสอบ

.

.

: )

klang
IP: xxx.26.112.232
เขียนเมื่อ Sun Jun 14 2009 11:44:57 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากคะ จะขออ่านสอบ

บิ๊กame51148
IP: xxx.175.15.178
เขียนเมื่อ Sat Jun 20 2009 23:32:02 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ..จะเอาไปส่งอาจาน

นี
IP: xxx.29.16.253
เขียนเมื่อ Tue Jun 23 2009 15:50:46 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากสำหรับเนื้อหานี้

ขอเอาเนื้อหานี้ไปศึกษาและไปอ่านสอบน่ะค่ะ

IP: xxx.31.2.166
เขียนเมื่อ Sat Jul 25 2009 23:40:59 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากคร้าบบบบบ...จะเอาไปประกอบรายงานน่ะ

แพรภัทร
เขียนเมื่อ Mon Jul 27 2009 11:34:11 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณทุกคนนะคะ

ที่เข้ามาอ่าน

แล้วเอาไปใช้

และแสดงความคิดเห็น

ยินดีอย่างยิ่งค่ะ

ขอบคุณนะคะ

นิรนาม
IP: xxx.67.178.14
เขียนเมื่อ Tue Aug 11 2009 20:30:29 GMT+0700 (ICT)

จะขอนำไปใช้การประกอบ ทำผลงานทางวิชาการ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ...

แพรภัทร
เขียนเมื่อ Thu Aug 13 2009 14:56:39 GMT+0700 (ICT)

ยินดีอย่างยิ่งค่ะ

เชิญเอาไปใช้ได้เลยค่ะ

ขอบคุณนะคะที่เข้ามาอ่านและแสดงความคิดเห็น

อังคณา ใจเหิม
เขียนเมื่อ Mon Sep 07 2009 20:00:28 GMT+0700 (ICT)

ดีจังค่ะ

ใจดี น่ารักจัง

nhudaeng
IP: xxx.12.97.115
เขียนเมื่อ Mon Sep 28 2009 18:48:17 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะค่ะ

จาได้เป็นความรู้เพิ่มเติมอ่านสอบ

ศักดา
IP: xxx.47.181.66
เขียนเมื่อ Mon Oct 19 2009 11:05:53 GMT+0700 (ICT)

อยากได้คำถามที่แสดงถึงเป็นความขัดแย้งเชิงจริยธรรมที่ผู้อ่านต้องตัดสินใจสัก 5 ตัวอย่างมีมั๊ยครับ

ขอขอบคุณ

จุฑารัตน์
IP: xxx.172.101.136
เขียนเมื่อ Sun Nov 22 2009 14:27:13 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากนะคะ ได้ใช้ประโยชน์เยอะเลยค่ะ

มีของท่านอื่นอีกมั้ยคะเนี่ย

กิ๊ก ก๊อก
IP: xxx.157.187.147
เขียนเมื่อ Fri Nov 27 2009 15:18:11 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะค่า

นก
IP: xxx.19.66.207
เขียนเมื่อ Thu Dec 10 2009 20:55:58 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับอาจารย์แพรภัทร คนสวยใจบุญ ผมจะนำไปทำรายงานส่งอาจารย์ครับ

เอม
IP: xxx.120.119.12
เขียนเมื่อ Wed Mar 17 2010 13:22:43 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะคะสำหรับข้อความเป็นความรู้ที่ดีมากอยากให้นำทฤษีของบุคคลอื่นมาลงอีกบ้าง

จิรวัฒน์ โพธิ์สวรรค์
IP: xxx.175.178.58
เขียนเมื่อ Fri Apr 23 2010 11:07:23 GMT+0700 (ICT)

ผมขออนุญาตใช้ข้อความนี้อ้างอิงในในงานวิจัยของผมหน่อยนะครับ แต่ผมไม่รู้ว่า ข้อความนี้มันอยู่ในหน้าที่เท่าไร ของงานวิจัยของอาจารย์ ยังช่วยตอบผมทีนะครับ ไม่อยากผิดจรรยาบรรณของนักวิจัยที่ดี ขอบคุณมากนะครับ ผมต้องการด่วนนะครับ

kanokwan Danpongsri
IP: xxx.172.219.50
เขียนเมื่อ Sat May 29 2010 09:34:57 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ เอาไว้ใช้ประกอบการเรียน

อัญญาณี
IP: xxx.175.78.115
เขียนเมื่อ Sat May 29 2010 11:13:31 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะเอาไว้ประกอบการเรียน

IP: xxx.120.17.50
เขียนเมื่อ Tue Jun 01 2010 00:27:29 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากนะคะ

ขอเอาไปทำรายงานส่งอาจารย์นะคะ

IP: xxx.42.115.151
เขียนเมื่อ Wed Jun 30 2010 23:24:48 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะคะ มีประโยชน์มากๆเลยค่ะ

yupphaporn
IP: xxx.49.136.207
เขียนเมื่อ Tue Dec 14 2010 17:24:49 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะค่ะ จะนำไปใช้ในการประการทำรายงานค่ะ

IP: xxx.31.3.221
เขียนเมื่อ Fri Dec 24 2010 13:19:04 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะคะ

จะเอาไปส่งอาจารย์ แต่อยากได้กิจกรรมที่นำมาประยุกต์ใช้ในการสอนด้วยจังเลยค่ะ

ปิยะพร
IP: xxx.24.54.74
เขียนเมื่อ Thu Jan 06 2011 12:53:24 GMT+0700 (ICT)

มีประโยชน์มากค่ะ สำหรับผู้กำลังสนใจ

IP: xxx.122.230.234
เขียนเมื่อ Sun Jan 16 2011 20:02:56 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะคะจะเอาเนื้อหาไปสอบสภาอิอิ จากเด็กนนท์

คิตตี้
IP: xxx.87.56.87
เขียนเมื่อ Sun Jan 30 2011 20:10:09 GMT+0700 (ICT)

เนื้อหาดีมากเลยค่ะ อ่านแล้วเข้าใจ เดี่ยวจะไปยืมที่ห้องสมุด ม สยามค่ะ

มู๋อ้วน
IP: xxx.28.78.170
เขียนเมื่อ Fri Feb 11 2011 16:23:37 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณคร๊ะ สำหรับเนื้อหามีประโยชน์มากๆ ใช้อ้าอิงในรายงานคร๊ะ

P'noika
IP: xxx.9.159.78
เขียนเมื่อ Sun Feb 13 2011 21:48:28 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณข้อมูลนะคะ

 

ออย
IP: xxx.84.231.220
เขียนเมื่อ Mon Mar 07 2011 21:13:42 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะคะ

จะนำเนื้อหาไปทำรายงานค่ะ

ฟ้า
IP: xxx.180.44.165
เขียนเมื่อ Sun Mar 13 2011 13:08:00 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ

มีงานส่งอาจารย์แล้ว

 

ananas
IP: xxx.53.187.228
เขียนเมื่อ Mon Mar 28 2011 10:58:19 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะคะ  จะเอาไปทำรายงานส่งอาจารย์ค่ะ

สายเมฆ
IP: xxx.27.200.13
เขียนเมื่อ Sat Apr 09 2011 10:17:11 GMT+0700 (ICT)

ผมขออนุญาตใช้ข้อความนี้อ้างอิงในในงานวิจัยของผมครับ แต่ผมไม่รู้ว่า ข้อความนี้มันอยู่ในหน้าที่เท่าไร ของงานวิจัยของอาจารย์ ยังช่วยตอบผมทีนะครับ ไม่อยากผิดจรรยาบรรณของนักวิจัยที่ดี ขอบคุณมากนะครับ

น้องฟ้า
IP: xxx.171.77.104
เขียนเมื่อ Wed Dec 26 2012 00:58:59 GMT+0700 (ICT)


ขอบคุณค่ะพี่แบ่งปัญสาระดีๆ

สุมิตรชัย
IP: xxx.77.139.141
เขียนเมื่อ Fri Mar 01 2013 16:38:38 GMT+0700 (ICT)


ขอบคุณมาก ๆ ครับอาจารย์ ผมกำลังเขียนไอเอส นิติป.โท อยู่ครับเรื่องนี้เลย

mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
เขียนเมื่อ Fri Mar 01 2013 16:47:53 GMT+0700 (ICT)


เป็นประโยชน์มาก ๆ ครับ

ปาจารีย์
IP: xxx.52.133.227
เขียนเมื่อ Mon Jun 17 2013 09:17:19 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่า ขอเอาไปส่ง อาจารย์นะคะ 

ສິດທິສອນ
IP: xxx.182.127.168
เขียนเมื่อ Thu May 15 2014 00:28:28 GMT+0700 (ICT)

ຂອບໃຈຫຼາຍໆເດີ້ ມັນເປັນປະໂຫຍດສຳລັບນ້ອງຫຼາຍ 

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า