สมาชิก
แลกเปลี่ยน

หิริ-โอตัปปะ : ความละอายและความเกรงกลัวต่อบาป เป็นหลักธรรมคุ้มครองโลกให้สงบสุข รักตนเอง รักครอบครัว รักส่วนรวม

เมื่อมีหิริโอตตัปปะอย่างนี้แล้ว กฎหมายบ้านเมืองทุกมาตรา ก็จะไม่มีใครกล้าทำผิด อย่าว่าแต่ธรรมเลย การอยู่ด้วยกันเป็นหมู่คณะ เป็นพรรคเป็นพวกหลายคนด้วยกัน ถ้ามีหิริโอตตัปปะแล้ว ไม่มีอิจฉาริษยาเบียดเบียนซึ่งกันและกันมันก็เป็นสุขเท่านั้น

         เมื่อตอนเด็ก ๆ เรียนอยู่ชั้น ป. 5 หรือ ป.6 เห็นจะได้ มีวิชาอยู่วิชาหนึ่งคือวิชาศิลธรรม ซึ่งผมชอบเรียนมากเป็นพิเศษ เนื่องจากเนื้อหาสนุกเหมือนเป็นนิทานให้ทราบประวัติพระพุทธเจ้า และเนื้อหาธรรมทั่ว ๆ ไป จำได้จนถึงวันนี้ว่ามีธรรมบทหนึ่งที่ผมชอบ และจำได้จนทุกวันนี้ คือธรรมในเรื่อง หิริ-โอตตัปปะ

          เนื่องจากนามมากแล้วจำเนื้อหาลายละเอียดไม่ได้จึงต้อง Search ใน internet ก็เลยพบธรรมบรรยายของ หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี วัดหินหมากเป้ง ต.พระพุทธบาท อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย ขออนุญาติเรียบเรียงมาเพื่อบันทึกไว้ในที่นี้ครับ

           หิริ  (อ่านว่า หิ-ริ, หิ-หริ) แปลว่า ความละอายแก่ใจ ความละอายต่อบาป หิริ หมายถึงความละอายใจตัวเองต่อการทำความชั่วความผิด ต่อการประพฤติทุจริตทั้งหลายและความละอายใจตัวเองที่จะละเว้นไม่ทำความดีซึ่งควรจะทำให้เกิดมีในตน เช่นบิดามารดามีความละอายใจที่จะไม่ดูแลบุตรของตน เช่นนี้เรียกว่ามี หิริ

           หิริ เกิดขึ้นได้ด้วยการคิดถึงการศึกษา ฐานะ ยศศักดิ์ ชาติตระกูลของตน คิดถึงความเสียกายที่จะเกิดขึ้น รวมกับความแกล้วกล้าของจิตใจที่จะไม่ทำชั่วเช่นนั้น

          หิริ เป็นธรรมรักษาคุ้มครองโลก ทำให้โลกเกิดสันติ ทำให้คนเราอยู่กันอย่างสงบสุข เพราะคนที่มีหิริจะเกลียดความชั่ว และละอายที่จะทำความชั่วทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทำให้ไม่ก่อความเดือดร้อนให้แก่โลกและสรรพสัตว์ทั้งปวง

          หากเราคิดจะทำสิ่งใดที่ชั่ว ความละอายจะเกิดขึ้นมาในใจ แม้ว่าคนอื่นจะไม่เห็น คิดทำชั่วคืออย่างไร สิ่งใดที่เป็นไปเพื่อความเลวทรามไม่ถูกต้องทางธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าอันนั้นเป็นความเลว อะไรที่วัดว่าถูกหรือไม่ถูก คือถ้าเราทำอะไรลงไป ถ้าหากว่ามันไม่ถูกต้องแล้วมันรู้สึกจะละอายกระดากในใจตนเอง แต่ตามหลักท่านบอกว่านักปราชญ์ทั้งหลายไม่สรรเสริญ ไม่นิยม นั่นเรียกว่า ผิดจากธรรม ความละอายนี่แหละเป็นต้นเหตุให้ทำความดี ความดีทั้งหมดเกิดจากความละอายทั้งนั้น ความไม่ดีเกิดจากความไม่ละอายนั่นเอง ศีล ๕ ข้อมีความละอายเป็นเบื้องต้น เป็นสมุฏฐาน หากว่ามีความละอายในใจแล้วไม่กล้าทำ ศีลข้อนั้นก็งดเว้นได้หมด

        โอตตัปปะ  (อ่านว่า โอดตับปะ) แปลว่า ความเกรงกลัว หมายถึงความสะดุ้งกลัวต่อผลของความชั่ว ต่อผลของความทุจริตที่ทำไว้

         โอตตัปปะ เป็นอาการของจิตที่หวั่นไหวเมื่อจะทำความชั่ว เพราะกลัวความผิดที่จะตามให้ผลในภายหลัง เกิดขึ้นได้เพราะคิดถึงโทษหรือความทุกข์ที่จะเกิดขึ้นจากการทำชั่ว จากการประพฤติทุจริตของตน เช่น ตัวเองเองต้องเดือดร้อน เกิดความเสียหาย เสียทรัพย์สินเงินทอง เสียอิสรภาพ หรือถูกคนอื่นตำหนิติเตียน ถูกสังคมรังเกียจ เป็นต้น

         โอตตัปปะ เป็นธรรมคุ้มครองโลกคู่กับหิริ เพราะคนที่มีโอตตัปปะย่อมกลัวที่จำทำความผิด ทำให้งดเว้นจากการประพฤติต่างๆ ได้ อันเป็นเหตุให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุข เกิดสันติภาพขึ้น

          เมื่อมีหิริโอตตัปปะอย่างนี้แล้ว กฎหมายบ้านเมืองทุกมาตรา ก็จะไม่มีใครกล้าทำผิด อย่าว่าแต่ธรรมเลย การอยู่ด้วยกันเป็นหมู่คณะ เป็นพรรคเป็นพวกหลายคนด้วยกัน ถ้ามีหิริโอตตัปปะแล้ว ไม่มีอิจฉาริษยาเบียดเบียนซึ่งกันและกันมันก็เป็นสุขเท่านั้น หากคิดผิดประทุษร้ายเกิดความละอายและกลัวขึ้นมา นั่นธรรมเตือนขึ้นมาแล้ว เลยไม่กล้าทำความชั่ว ครั้นทำลงไปก็เป็นเหตุให้เดือดร้อนวุ่นวาย ตนเองเดือดร้อนเพราะทำชั่ว คิดชั่ว แล้วก็เป็นเหตุให้คนอื่นเดือดร้อนอีกด้วย

 ธรรมสวัสดี

สาธุ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: ธรรม หิริ โอตัปปะ หิริ-โอตัปปะ 
· หมายเลขบันทึก: 229358 · เขียน:  
· ความเห็น:
5
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
@..สายธาร..@
เขียนเมื่อ Sun Dec 14 2008 11:34:24 GMT+0700 (ICT)

ความละอายและเกรงกลัวต่อการทำบาป

ทำให้โลกนี้งดงาม  น่าอยู่ค่ะ

ขอบคุณค่ะ

มีความสุขในทุกๆวัน นะคะ

เพื่อนร่วมทาง
เขียนเมื่อ Sun Dec 14 2008 17:23:00 GMT+0700 (ICT)
  • หิริ โอตัปปะ ของเราๆ
  • ... อยู่บนพื้นฐาน ที่ไม่เหมือน อ่ะจ้า
  • ... ไม่งั้นก็ ไม่มีเรื่องราวเช่นนี้ดอก
  • สาธุ
แม็ค
IP: xxx.53.103.245
เขียนเมื่อ Sun Nov 29 2009 17:08:48 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากเลยนะครับ

max
IP: xxx.53.103.245
เขียนเมื่อ Sun Nov 29 2009 17:10:48 GMT+0700 (ICT)

เป็นคนที่ดีมากครับ

IP: xxx.9.3.177
เขียนเมื่อ Sun Jan 30 2011 21:43:06 GMT+0700 (ICT)

สังคมผู้ใหญ่ เค้าน่าจะมีสอน ย้ำในเรื่องพวกนี้นะ
เหมือนคำขวัญวันเด็ก (ผู้ใหญ่ก็ควรจะรู้ไว้เช่นกัน)

เราสอนกันแต่เด็ก เพราะเป็นเยาวชนของชาติ
ก็ท่องกันไป แต่ตัวผู้ใหญ่ซึ่งเป็น มหภาคต้องช่วยกันด๊วย

เดี๋ยวนี้ ซื้อของยังต้องแย่งคิวกัน ขับรถแย่งกันไปจอดหน้าไฟแดง ฯลฯ

...สู้กันต่อไป คนไทย

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์