โรคภูมิแพ้ผิวหนัง

 คนไข้ภูมิแพ้มีมากเหลือเกิน ความรู้พื้นฐานง่ายๆนี้อาจจะช่วยบางท่านได้ 

 


                                                                                              นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง

                                                                         suthatddd@hotmail.com

เล่าเรื่องโรคภูมิแพ้อะโทรปิก

 

 

 

                                                                          

 

          ผู้ คนส่วนใหญ่คาดหวังว่าหมอจะสามารถช่วยให้โรคภูมิแพ้นั้นสามารถหายขาดได้   และจะมีความรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างมาก ถ้าหมอบอกกับพวกเขาว่า   โรคของคุณอาจจะเรื้อรังเป็นๆหายๆ   หมอรู้แต่ว่าคุณเป็นโรค ภูมิแพ้     อาจจะแพ้ อาหารทะเล  ของหมัก ดอง  ไรฝุ่น  เกสรดอกไม้   ฯลฯ  ถ้าเป็นเด็กเล็ก ก็อาจจะคิดถึง ไข่ นมวัว ข้าวสาลี อาหารทะเล  คุณต้องหมั่นสังเกตดูเอาเองว่าอะไรเป็นสาเหตุ       แล้วหาทางหลีกเลี่ยง    โรคภูมิแพ้ที่เป็นก็จะดีวันดีคืนขึ้น  การรักษาของแพทย์เป็นเพียงช่วยทุเลาเบาบางอาการที่เกิดขึ้น  ช่วยป้องกันและควบคุมไม่ให้โรคกลับมาเห่อ  เว้นระยะที่เห่อให้ห่างขึ้น  และช่วยให้คุณภาพชีวิตของผู้ป่วยดีขึ้น  แน่นอนครับยังห่างไกลจากการหายขาดที่คนไข้และญาติคาดหวัง เป็นผลให้คนส่วนใหญ่ดิ้นรนที่จะหาวิธีการรักษาเสริมอื่นๆ มาดูแลผู้ป่วย  โดยให้ความสำคัญกับ personal preferences มากกว่า evidence-bases approach    

 

               การที่จะมีความรู้ความเข้าใจในการดูแลรักษาผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ผิวหนังได้ นั้น  คงจะต้องมาทำความเข้าใจ เกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ว่ามันเป็นอย่างไร   คนที่เป็นโรคภูมิแพ้นั้น  พอที่จะแบ่งออกได้เป็น สองกลุ่มใหญ่ๆ คือกลุ่มที่เป็นกรรมพันธุ์   และกลุ่มที่โรคภูมิแพ้นั้นเกิดมาจากสิ่งแวดล้อม

 

                กลุ่มที่เป็นกรรมพันธุ์นั้นอาจจะเริ่มมีอาการตั้งแต่แรกเกิด   เริ่มเป็นในวัยเด็ก  หรืออาจจะเพิ่งมาเริ่มปรากฏอาการเอาตอนเป็นผู้ใหญ่แล้วก็ได้  โดยเคยมีการศึกษาพบเด็กทั่วโลกเป็นโรคนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ  โดยเฉพาะเด็กที่อาศัยอยู่ในเมืองใหญ่  เพิ่มขึ้นมากกว่า 3 เท่าตั้งแต่ปีค.ศ. 19601  พบ prevalence มากถึง 20% ในเด็ก และประมาณ 3% ในผู้ใหญ่2 อาการของโรคภูมิแพ้อาจปรากฏขึ้น กับอวัยวะส่วนหนึ่งส่วนใดของร่างกาย  หรือ เป็นพร้อมๆกันทั่วทุกส่วนของร่างกายเลยก็เป็นได้   ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีก็คือ โรคหอบหืด   โรคแพ้อากาศ  และโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ที่เรียกกันว่า โรคภูมิแพ้อะโทรปิก (atopic dermatitis)   การเกิดโรคที่อวัยวะต่างๆของร่างกายแยกออกจากกัน  ดูเผินๆเหมือนกับว่าไม่มีความสัมพันธ์ต่อกัน  แต่จากการศึกษาติดตามอาการของผู้ป่วยกลุ่มนี้ พบว่า มากกว่า 50% ของคนไข้โรคภูมิแพ้ผิวหนังอะโทรปิก  พัฒนาไปเป็นโรคหอบหืด โรคแพ้อากาศ   หรือโรคภูมิแพ้อื่นๆ3  พบว่า  เด็กที่เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังที่มีอาการกำเริบรุนแรง   เมื่อพวกเขาโตขึ้นจะมีโอกาสป่วยเป็นโรคหอบหืดได้มากกว่าเด็กที่มีความรุนแรง ของโรคน้อยกว่า  และมีโอกาสเป็นโรคหืดมากขึ้นถ้ามีประวัติภูมิแพ้ในครอบครัว

 

 

 

                   แต่ก็ยังมีเรื่องดีๆคนไข้ที่เป็นโรคนี้มักจะมีอาการดีขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น  พบว่าเมื่ออายุ 7 ขวบ คนไข้ดีขึ้นมากถึง 65% และ 74% ดีขึ้นมากหลังอายุ 16 ปี4 อย่างไรก็ดีแม้โตเป็นผู้ใหญ่คนไข้ส่วนใหญ่ยังคงมีผิวแห้ง และแพ้ง่ายอยู่

 

              สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคนี้  ส่วนใหญ่เชื่อกันว่า skin barrier function เสียไป  อย่างไรก็ตามยังมีความเห็นที่ไม่ลงตัวทำนอง ไก่เกิดก่อนไข่ หรือไข่เกิดก่อนไก่  ว่า การเกิดการอักเสบจาก irritants และ allergens ทำให้ skin barrier function เสีย หรือ skin barrier function เสียแล้วจึงเป็นผลทำให้เกิดการอักเสบจาก irritants และ allergens 5  การเกิด skin barrier dysfunction เกิดจาก ยีนที่โครโมโซม 1q21 เกิดความผิดปรกติ เป็นผลให้การสร้างโปรตีน  filaggrin ลดลง  โปรตีนนี้จำเป็นต่อการสร้างและการควบคุมความชุ่มชื้นของ skin barrier 6 เป็นผลให้ผิวหนังของคนไข้โรคภูมิแพ้ผิวหนังอะโทรปิกมีการสูญเสียน้ำออกจากผิวหนัง (transepidermal water loss) มากถึงสี่เท่าเมื่อเทียบกับผิวหนังในคนปกติ7 และระดับของ natural moisturising factor ลดลงถึง 80%8

 

   นอกจากนี้ยังเกิดความผิดปรกติของ  antimicrobial peptides ที่ใช้ในการป้องกันตัวของร่างกายต่อ แบคทีเรีย เชื้อรา และเชื้อไวรัส เป็นผลให้ผิวหนังของคนไข้โรคภูมิแพ้ผิวหนังติดเชื้อได้ง่าย 9โดยพบว่าผิวของคนไข้ส่วนใหญ่จะติดเชื้อ Staphylococcus aureus และมากกว่าครึ่งของคนไข้กลุ่มนี้จะสร้าง Immunoglobulin E ต่อ toxins ที่ผลิตโดย Staphylococcus aureus เรียกกันว่า superantigens ซึ่ง superantigens นี้ทำให้การตอบสนองทางอิมมูนของคนไข้เสียไป นอกจากนี้ยังทำให้เกิด corticosteroid insensitivity คนไข้บางคนทายาสเตียรอยด์จึงไม่ค่อยได้ผล10   

 

           คนไข้โรคภูมิแพ้อีกกลุ่มหนึ่งได้แก่ พวกที่มีอาการภูมิแพ้จากสิ่งแวดล้อม   ได้แก่  อากาศ  ควัน ฝุ่นละออง  ละอองเกสร  แสงแดด    ข้าวของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน   ตัวแมลง  ไรฝุ่น  ฯลฯ  เหล่านี้  นอกจากจะทำให้เกิดโรคภูมิแพ้แก่ผู้ที่ได้มาสัมผัสแล้ว  หลายครั้งยังมีส่วนสำคัญให้ผู้ที่เป็นภูมิแพ้จากกรรมพันธุ์  เกิดมีอาการกำเริบขึ้นอีกด้วย  สำหรับรายละเอียดในเรื่องนี้ขอยกยอดเอาไว้เขียนให้อ่านกันในฉบับต่อไป

 

อาการและอาการแสดง

 

          แรกๆตอนที่เกิดมาได้ไม่ถึงขวบปีก็จะมีอาการสำคัญนำมาก่อน   คือมีผื่นคันตกสะเก็ดขึ้นมาเต็มใบหน้า พาไปหาหมอก็ให้ยามาทา  อาการก็ดีขึ้น  พอโตขึ้น เริ่มคันกระจายไปตามส่วนต่างๆของร่างกายโดยเฉพาะตามข้อพับแขน  ข้อพับขา   ต่อมาก็ลุกลามไปทั้งตัว   บางคนก็มีอาการคันตาร่วมด้วย  คัน ที่คอ บางครั้งเกาจนเกิดเป็นแผลอักเสบ  คันทั้งกลางวันกลางคืน โดยเฉพาะกลางคืน คันจนไม่ได้หลับนอน  ร้องกวนตลอดคืน  ซึ่งมีผลระยะยาวต่อชีวิตในช่วงกลางวันของเด็ก  บางคนกลายเป็นเด็กขี้โมโห ดื้อ  พบว่าเด็กถึง 60% มีปัญหาเรื่อง การนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ ควรให้เด็กนอนหัวค่ำและนอนตรงเวลา

 

การประเมินผลในภาพรวมที่เป็นที่นิยม ได้แก่ visual analogue scales(VAS), the patient oriented eczema measure(POEM)11, และ the infant and children’s dermatology life quality indices12

 

          สำหรับผื่นที่เป็นอาจจะเห่อเป็นระยะๆ เดือนละ 2-3 ครั้ง โดยมีปัจจัยที่กระตุ้นให้กำเริบ ได้แก่ สารที่ก่อการระคายเคือง รวมทั้งสบู่ ผงซักฟอก   หรือมีการติดเชื้อที่ผิวหนัง  อุณหภูมิที่ร้อนจัดหรือหนาวจัด  สารก่อให้เกิดภูมิแพ้ เช่น สารที่มาสัมผัส  สารที่สูดลมหายใจ  เสื้อผ้าไนล่อน ไรฝุ่น และขี้แมลงสาป  หรือแม้แต่ความเครียดก็อาจทำให้ผื่นกำเริบได้ หรืออาจจะเป็นผลโดยรวมจากตัวกระตุ้นต่างๆ

 

      การดูแลเรื่องของอาหาร  ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เมื่อเด็กรับประทานเข้าไปแล้วอาจทำให้อาการกำเริบ ได้แก่อาหารทะเล  ไข่  นมวัว  ถั่วลิสงหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วหลายชนิด          

 

      การดูแลสิ่งแวดล้อมในบ้านนับว่ามีความสำคัญมากเช่นกัน   ไม่ว่าจะเป็นการดูแลความสะอาด การกำจัดฝุ่นละออง  พื้นบ้านที่เป็นพรมอาจจะเป็นที่สะสมของไรฝุ่น  แมลงสาป  ที่อาจเป็นตัวกระตุ้นให้อาการภูมิแพ้ในบ้าน  ควันบุหรี่ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่ง  จากการศึกษาพบว่า  ถ้าพ่อหรือแม่สูบบุหรี่ในบ้าน ลูกๆจะเกิดการติดเชื้อทางเดินหายใจได้บ่อยกว่าปกติ  นอกจากนี้ยังมีผลให้เด็กเกิดอาการภูมิแพ้กำเริบขึ้นอีกด้วย  

 

                สำหรับสิ่งแวดล้อมนอกบ้านนั้น คงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงได้ยาก  โดยเฉพาะละอองเกสรดอกไม้ตามฤดูกาล บางคนถึงกับต้องย้ายถิ่นที่อยู่หนีกันเลยทีเดียว   มีบางคนได้ไปศึกษาต่อต่างประเทศ คิดว่าโชคดี แต่ไปได้ไม่ถึงเดือน ต้องเดินทางกลับ เพราะแพ้ละอองเกสรจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอดก็มี

 

                นอกจากการหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้แล้ว ยังมีการหลีกเลี่ยงการใส่เสื้อผ้าเนื้อหยาบที่อาจก่อให้เกิดการระคายเคือง เช่น ผ้าขนสัตว์ ผ้าใยสังเคราะห์ ผ้าที่เหมาะแก่การใช้คือผ้าฝ้าย 

 

                อีกเรื่องที่อาจจะต้องขัดใจบางคนบ้างก็คือ ห้ามเลี้ยงสัตว์เลี้ยงจำพวกหมา แมว รวมทั้งกระต่าย และสัตว์อื่นๆในบ้าน ขนหมา ขนแมวถือว่าเป็นสาเหตุที่พบบ่อย ยิ่งถ้าเอาไปเลี้ยงในห้องนอนยิ่งแล้วกันไปใหญ่

 

                กลิ่นก็เป็นสาเหตุอีกประการหนึ่งที่ทำให้อาการของโรคภูมิแพ้อะโทรปิกกำเริบ พ่อหรือแม่ที่ชอบใช้น้ำหอมก็คงต้องทำใจ

 

                 การอาบน้ำไม่ควรใช้เวลานานเกินไป ไม่ใช้น้ำที่ร้อนหรือเย็นเกินไป หลังอาบน้ำควรซับตัวให้หมาดๆ แล้วทาสารเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหนัง บางท่านบอกว่าให้ทาภายใน 3 นาทีหลังอาบน้ำ ยกเว้นตรงที่มีผื่นแพ้ผิวหนังอยู่  ให้ทายารักษาก่อน แล้วค่อยทาสารเพิ่มความชุ่มชื้นทีหลัง  หลีกเลี่ยงสบู่ หรือครีม หรือน้ำยาทำความสะอาด ที่มีส่วนผสมของสารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย    เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนัง  

 

การรักษา

 

     ยาที่ใช้รักษาโรคภูมิอะโทรปิก ที่ถือว่าเป็น first line therapy ก็คือ สารให้ความชุ่มชื้น พวก emollient และ moisturiser ( 2 term นี้ ใช้แทนกันได้)  ซึ่งช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวหนัง  โดยช่วยปิดพื้นผิวของผิวหนังเอาไว้ ไม่ให้มีการสูญเสียน้ำ   และพวกนี้เป็น humectants ที่ช่วยดึงน้ำจากผิวหนังชั้น dermis ไปสู่ชั้น epidermis   การใช้ emoilients  นั้นควรใช้ไปเรื่อยๆ ไม่ควรหยุดทาแม้ในช่วงที่โรคไม่กำเริบ   โดยทั่วไปหลักการเลือกใช้ emoilients  ซึ่งมีหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นในรูปของ bath oils, soap substitutes, lotions, gels, sprays, creams และ ointment ให้ดูว่า ถ้าผิวยิ่งแห้ง ยิ่งต้องให้รูปแบบที่เหนียวมากขึ้น  Aqueous cream  เป็น emollient ที่ได้รับความนิยมที่สุด  ซึ่งมีรายงานผลการศึกษาว่า Aqueous cream ช่วยลดความหนาของ stratum corneum และลดการสูญเสียน้ำจากผิวหนัง13 วิธีทายาที่อาจช่วยไม่ให้เกิด folliculitis คือทาตามแนวขน หรือ ผม  และควรทา emoilients อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ถ้าเด็กผิวแห้งมากอาจจะต้องทาบ่อยขึ้น

 

ยาทาสเตียรอยด์  แค่เอ่ยชื่อหลายคนก็กลัวกันแล้ว  เพราะหมอทั่วโลกต่างก็พยายามให้ข้อมูลถึงผลเสียของยาสเตียรอยด์กันอย่างต่อ เนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทำให้ผิวบางลง( atrophy)  เห็นเส้นเลือดฝอยขึ้น(telangiectasia), ทาแล้วขนขึ้น และอาจทำให้ผิวแตกลายได้  อย่างไรก็ดี ยาทาสเตียรอยด์ก็ยังนับว่า เป็นยารักษาที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในปัจจุบัน  หลักการก็คือ ใช้ยาทาที่อ่อนที่สุดเท่าที่สามารถจะควบคุมโรคได้  อย่างไรก็ดีก็ต้องไม่ปล่อยให้โรคกำเริบ จนมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต  เช่น คันจนนอนไม่หลับทั้งคืน  ถ้าจะใช้ควบคู่กับ emoilients  ควรทายาสเตียรอยด์หลังจากทา emollients ไปแล้วอย่างน้อย 20 นาที ในภาพรวมยาทาสเตียรอยด์ที่ใช้อย่างเหมาะสมประโยชน์ที่ได้มีมากกว่าความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น14

 

        ปัจจุบันมียาชนิดใหม่ที่ไม่ใช่ยาทาสเตียรอยด์  ได้แก่ tacrolimus และ  pimicrolimus  พวกนี้ไม่ทำให้เกิด skin atrophy จึงเหมาะที่จะใช้บริเวณใบหน้า  และรอบดวงตา แต่ก็ยังคงมีราคาสูง  และ ประสิทธิภาพในการรักษาเทียบเท่ากับยาทาสเตียรอยด์ชนิดอ่อนหรือปานกลางเท่า นั้น ผลข้างเคียงที่เจอบ่อยคืออาจมีอาการแสบ ร้อน หรือแดง ส่วนมากเป็นในช่วงสัปดาห์แรกที่ทายา  ยังไม่มีข้อมูลที่เชื่อถือได้แสดงให้เห็นว่ายาในกลุ่มนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งผิวหนัง15  ที่สำคัญคือห้ามใช้ในคนท้อง และถ้าจะพาเด็กไปฉีดวัคซีน ควรหยุดยาก่อนสัก 1 เดือน  อย่างไรก็ดียานี้นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ในการรักษาโรคภูมิแพ้ผิวหนัง โดย ที่ไม่ต้องใช้ยาทาสเตียรอยด์

 

          สุดท้ายคงเป็นเรื่องของความเชื่อ เขาสรุปมาดังนี้ครับ ยังไม่พบการศึกษาที่ยืนยันว่า วิตามิน น้ำมันปลา borage oil  Evening primrose oil อาหารเสริมต่างๆ  มีประสิทธิภาพต่อการรักษาโรคผื่นแพ้ผิวหนัง  ไม่พบหลักฐานที่น่าเชื่อถือเพียงพอที่จะ recommend ให้ใช้ complimentary therapy16

References:

  1. Schultz-Larsen, F., Hanifin, J.M. Epidemiology of atopic dermatitis. Immunology and Allergy Clinics of North America 2002;22:1-24.
  2. Williams, H., Robertson, C., Stewart, A., Aït-Khaled, N., Anabwani, G., Anderson, R.,et al.  Worldwide variations in the prevalence of symptoms of atopic eczema in the International Study of Asthma and Allergies in Childhood. Journal of Allergy and Clinical Immunology 1999;103(1),125-138.
  3. Kapoor, R., Menon, C., Hoffstad, O., Bilker W., Leclerc, P., & Margolis, D.J.  The                                         

prevalence of atopic triad in children alence of atopic triad in children with physician-confirmed atopic dermatitis. Journal of the American Academy of Dermatology  2008;58(1),68-73.

     4.   Williams HC, Strachan DP. The natural history of childhood eczema:

observations from the British 1958 birth cohort study. British Journal of Dermatology  1998;139( 5):834-839.

     5.   Spergel, J.M. Immunology and treatment of atopic dermatitis. American Journal      

of Clinical Dermatology 2008;9:233-244.

6.   Weidinger, S., O’Sullivan, M., Illig, T.,Baurecht, H., Depner, M., Rodriguez,E., .Kabesch,    

     M. Filaggrin mutations, atopic eczema, hay fever, and asthma in children. Journal of 

     Allergy and Clinical Immunology 2008;121(5):1203-1209, e1201.

7.  Proksch, E., Fölster-Holst, R., & Jensen, J.M. (2006). Skin barrier function, epidermal

          proliferation and differentiation in eczema. Journal of Dermatological Science 2006;43:

         159-169.

     8.  Cork MJ, Danby S. Skin barrier breakdown: a renaissance in emollient therapy.

          British Journal of Nursing 2009;18, 14:872-877.

9.  Ong P.Y., Ohtake, T., Brandt C., Strickland I., Boguniewicz  M.,  Ganz, T.,

     Leung,D.Y.  Endogenous antimicrobial peptides and skin infections in atopic

     dermatitis. New England Journal of Medicine 2002;347(15):1151-1160.

    10.  Hauk, P.J., & Leung, D.Y. Tacrolimus (FK506): New treatment approach in

          superantigen-associated diseases like atopic dermatitis? Journal of Allergy and Clinical

          Immunology 2001;107:391-392.

    11.  Charman C, Venn A, Williams HC. The patient-oriented eczema measure:

          development and initial validation of a new tool for measuring atopic eczema severity  

          from the patients’ perspective. Archives of Dermatology 2004;140:1513-19.

    12.  Lewis-Jones S. Quality of life and childhood atopic dermatitis: the misery of living

          with childhood eczema. International Journal of Clinical Practice 2006;60: 984-992.

    13.  Tsang M, Guy RH. Effect of Aqueous cream BP on human stratum corneum in

          vivo. British Journal of Dermatology 2010;163:954-958.

    14.  Smith SD, Hong E, Fearns S, Blaszcynski A, Fischer G. Corticosteroid phobia

           and other confounders in the treatment of childhood atopic dermatitis explored using     

           parent focus groups. Australasian Journal of Dermatology 2010;51:168-174.

 

    15.   Baldo A, Cafiero M, Di Caterino P, Di Constanzo L. Tacrolimus ointment in the

           management of atopic dermatitis. Clinical Cosmetic and Investigational Dermatology

           2009;2:1-7.

     16.  National Institute for Health and Clinical Excellence.  Atopic Eczema in Children:

           Management of Atopic Eczema in Children From Birth Up To the Age of 12 Years. 

           Clinical Guideline 2007 No.57 NICE, London.

 สำหรับคำถามบางช่วงผมไม่มีเวลาตอบ ต้องขออภัยด้วย แต่ถ้าทำได้จะพยายามเขียนตอบให้โดยเร็วครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 228043
 เขียน:  
 ดอกไม้: 12  ความเห็น: 843  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
ฟ้าใส
IP: xxx.10.18.20
เขียนเมื่อ Thu Jan 08 2009 15:41:20 GMT+0700 (ICT)

คือว่าหนูเป็นผื่นที่หน้า เเรกๆก้อไปพบแพทย์อยู่ประจํา ต่อมาแพทย์บอกหนูว่า หนูเป็นโรคภูมิแพ้ อะโทรปิก หมอให้กินยาที่มีส่วนผสมของสเตรรอย แรกๆกินหน้าดีขึ้นมากๆ พอหยุดกินก้อเป็นเหมือนเดิม หมอให้กินเกือบทุกครั้งที่มีอาการ และบอกหนูว่ามันจะหายแน่ๆ แต่รักษาเป็นปีก้อไม่เห็นว่าจะหาย และตอนนี้หนูก้อเริ่มรู้สึกว่าหนูกินยาแล้วผื่นมันไม่หายแล้ว เหมือนอาการไม่ตอบสนองกับยา ไม่รู้หนูคิดไปเองรึเปล่า และระยะหลัง2 3เดือนนี้หนูเริ่มมีผื่นเป็นวง ตอนเเรกมันเล็กๆมันคันด้วยขึ้นที่บริเวณแขนด้านบนหัวไหล่ พอเกามันก้อเหมือนใหญ่ขึ้น รอบๆที่เป็นผื่นมันลอกด้วยมันดูแห้งๆคล้ายผื่นกุหลาบแต่มันเป็นที่เดียวไม่กระจายตัว และก้อมีจุดแดงชอบขึ้นบริเวณขา เป็นจุดเล็กๆ บางที่ก้อเป็นตุ้มแดงคันเหมือนมดกัด แต่พอถามหมอหมอก้อบอกว่าหนูเป็นโรคภูมิแพ้ เจออะไรนิดหน่อยก้อแพ้ง่ายไปหมด ไม่ต้องกังวล แต่หนูยังกังวลอยู่มากๆๆๆ บางที่เกาหรือแขวนกระเป๋าไว้ตรงแขนนานๆมันเป้นก้อเป็นปื้ดแดง แมจุดแดงเล็กกระจายรอบที่เกาเเต่เด่วมันก้อหายไปเอง หนูไม่แน่ใจว่าโรคที่หนูเป็นคือโรคอะไร มันทําให้หนูวิตกกับมันเป็นอยางมาก และอยากให้คุณหมอช่วยแนะนําที่รักษาดีๆให้หนูด้วยนะค่ะ เพราะหนูไม่อยากทานยาสเตรรอยแล้ว เพราะหนูทานมากๆหนูเริ่มเห็นว่าหน้าหนูมันบวมนะค่ะ ช่วยแนะนําทีนะค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ แล้วหนูจะรอฟังคําตอบนะค่ะ

นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.46.226
เขียนเมื่อ Thu Jan 08 2009 22:40:58 GMT+0700 (ICT)

หนูฟ้าใสคงจะเป็นโรคอะโทรปิกจริงๆ ไม่รู้ว่ามีประวัติคนในครอบครัวเป็นด้วยหรือเปล่า

ยาสเตียรอยด์กินหมอก็คงไม่แนะนำให้ใช้ เพียงแต่ต้องทำใจว่ารักษาด้วยยาอื่นมันอาจจะไม่ได้ผลเร็วเท่า อย่างไรก็ดีหนูจำเป็นต้องได้รับการรักษาต่อเนื่องเป็นเวลานาน โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง ไม่ทราบว่าบ้านหนูอยู่จังหวัดไหน จะได้แนะนำให้ไปหาให้ถูกคน

krutoiting
เขียนเมื่อ Fri Jan 30 2009 00:30:53 GMT+0700 (ICT)

มาเรียนรู้ค่ะ เป็นโรคที่น่ากลัวนะคะ

 เรื่องแพ้นี่ยากจังเลย

รบกวนคุณหมอจัดหน้ากระดาษก่อนบันทึกนะคะ

จะได้ไม่ล้นขอบ และอ่านได้ทุกตัวอักษร

เด็กน้อยก็อ่านได้ครบค่ะ

ขอบคุณค่ะ

นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.52.115
เขียนเมื่อ Fri Jan 30 2009 00:41:02 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ ยอมรับว่ายังเล่น gotoknow ไม่ค่อยจะเป็น

ขอบคุณที่แนะนำอีกครั้งครับ

อิสรีย์
IP: xxx.53.11.190
เขียนเมื่อ Wed Feb 04 2009 23:32:14 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอหนูเป็นผื่นที่หน้าตรงแก้มและก็คาง มาเป้นเวลาประมาณ 3เดือนได้ ไปหาคุณหมอ คุณหมอให้ยาทา กับกิน แอบถามคนจัดยาเค้าบอกว่าให้ยาทา

สเตรรอย ยากิน แก้แพ้ กับลดบวม ใช้ยามาโดยตลอด3เดือน(ดีขึ้นก็หยุด ไม่ดีก็ใช้)

ทุกวันนี้ก็ยังเป็นอยู่ แต่ตอนนี้หยุดใช้สเตรรอยแล้วนะคะ ทาครีมบำรุงที่คุณหมอให้มา

กับยากินแก้แพ้และลดบวม บรรเทาได้บ้างคือลดอาการคัน และหน้าหนูที่แดงก็แดงน้อยลง แต่ก็ยังคงไม่หายเหมือนเดิม และสังเกตุได้ว่าตรงที่เคยทายาสเตรรอยตรงนั้นจะแดง

หนูเลยเลิกทา กินยากับทาครีมเท่านั้น

ถาม: คุณหมอคะหน้าหนูที่ยังคงเป้นรอยแดงอยู่เนื่องจากทายาสเตรรอยเป็นเวลานานเกินไปใช่หรือเปล่าคะ

ถาม: หนูดื้อยาหรือเปล่าคะรู้สึกว่าอาการไม่ดีขึ้นเลย

ถาม: คือเดือนครึ่งหลังนี้หนูไม่ได้พบแพทย์เลย อยากใหคุณหมอแนะนำว่าถ้าต้องการพบแพทย์ ควรไปที่ไหนดีคะ หนูอยู่ กทม นนทบุรี ค่ะ ที่เคยรักษาคือ ราชเทวี

คลีนิคค่ะ

รบกวนช่วยตอบด้วยนะคะ

กราบขอบพระคุณคุณหมอคะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Thu Feb 05 2009 00:44:16 GMT+0700 (ICT)

แนะนำให้ไปโรงพยาบาลดีกว่ามั๊ยครับ

เพราะอาจต้องตรวจเพิ่มเติมว่าไม่ใช่โรคภูมิแพ้

บางอย่างเช่น เอสแอลอี

ยาสเตียรอยด์แนะนำให้งดไปดีแล้ว

ยาทาอาจจะต้องปรับไปเลือกใช้ชนิดที่ใช้ทาหน้าได้

 

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Thu Feb 05 2009 00:45:18 GMT+0700 (ICT)

สำหรับคุณ little Jazz ขอบคุณที่ให้คำแนะนำ

สุรีย์รัตน์
IP: xxx.9.98.46
เขียนเมื่อ Fri Feb 06 2009 11:16:49 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเป็นภูมิแพ้ผิวหนังมานานมากแล้วค่ะ ประมาณ10ปี เห็นจะได้ แล้วก็ต้องทานยาแก้แพ้ และแก้คันมาเป็นเวลานานแล้วเช่นกัน ผื่นนี้จะเกิดขึ้นทุกวัน ไม่เลือกเวลา ต้องทนรำคาญ และทรมานมาก เพราะเป็นขึ้นมาที ก็คัน ถึงคันมาก ไม่ทราบว่า การทานยาแก้แพ้บ่อยๆๆ และนานๆๆจะเป็นอันตรายต่อไตไหมคะ แต่ยาที่ทานนี้แพทย์เป็นคนบอกให้ทานได้ เพราะดิฉันไปพบแพทย์มาหลายท่านแล้ว ส่วนใหญ่ก็ให้ทานยาถ้ามีอาการ แต่ดิฉันมีอาการทุกวัน ก็เลยเกรงว่าจะเป็นอันตราย เพราะทานยามาเป็นเวลานานแล้ว ไม่ทราบว่าพอจะมีวิธีให้อาการทุเลาลงบ้างไหมคะ

นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.56
เขียนเมื่อ Sun Feb 08 2009 08:03:34 GMT+0700 (ICT)

ยาแก้แพ้ที่ใช้กันมากมีอยู่ 2 กลุ่ม คือ ยาสเตียรอยด์ และ ยาต้าน

ฮิสตามีน

ยาสเตียรอยด์เป็นยาที่ใช้ได้ผลชงัด แต่จะก่อให้เกิดโทษมหันต์ถ้าไม่รู้จักมันดีพอและใช้ไม่ถูกต้อง แพทย์บางท่านจะสั่งยาลดกรดเติมไปด้วยเพราะยาสเตียรอยด์นี้กัดกระเพาะ อย่างไรก็ดีแม้ว่าจะมีผลข้างเคียงมากแต่บางทีก็เป็นยาที่สามารถช่วยชีวิตผู้ป่วยได้ สำคัญมากคือต้องมารับการตรวจอย่างต่อเนื่องจากแพทย์ที่สั่งยา ห้ามซื้อหามากินเองเด็ดขาด หาเจ้าภาพไม่ได้ตายฟรีอย่างเดียว  เวลาจะหยุดยาถ้าให้ไปนานเกิน อาจจะต้องค่อยๆลดขนาดยา ทีละสัปดาห์ไปเรื่อยๆ ไม่อย่างนั้นหยุดยาไปแล้ว อาจทำให้อาการแพ้กำเริบรุนแรง ฝรั่งเขากลัวยาตัวนี้กันมากจนเกิดกระแสของการกลัวสเตียรอยด์ที่เรียกว่า steroid phobia พวกหมอกลัวคนไข้ฟ้องเลยไม่กล้าใช้ยาสเตียรอย์ ทำคนไข้ตายแบบถึงฟ้องก็แพ้ เพราะหมอไม่ได้ทำอะไร  ความรู้ที่สั่งสมจากประสบการณ์และการศึกษาผลงานวิจัยที่ผ่านมาจำนวนมากได้ชี้ให้เห็นว่า โรคหลายอย่าง ในบางระยะนั้น ถ้าได้ยาสเตียรอยด์จะช่วยคนไข้ได้มาก หลายกรณีถ้าไม่ให้กลับเป็นอันตราย  บางโรคต้องให้ตลอดชีวิต เช่นโรคเอสแอลอี หยุดได้เหมือนกันถ้าโรคสงบ ไปนาน แต่ก็ต้องติดตามตัวชี้วัดจากผลเลือด ถ้าผิดปรกติต้องรีบกลับมาให้ใหม่ แต่โรคส่วนมากสุดๆก็ให้ไม่เกิน 3-4 อาทิตย์ ส่วนใหญ่ตัวหมอเองให้แค่ 7-10 วันก็เลิกแล้วครับ

สำหรับยาต้านฮิสตามีน ใช้หลักการลางเนื้อชอบลางยา  เพราะมีอยู่หลายกลุ่มมาก  ถ้าใช้ยังไม่ได้ผล อาจจะลองเพิ่มขนาดยาดูก่อน ไม่แนะนำให้  กินยากลุ่มนี้ 2-3 ตัวพร้อมๆกันโดยไม่ได้ลองให้กินทีละตัวมาก่อน  กลุ่มที่ไม่ง่วงมักจะได้ผลน้อยกว่า ทั้งๆที่ฝรั่งเขาวิจัยออกมาว่าได้ผลพอๆกัน แต่ในชีวิตจริงคนละเรื่อง แต่ยังไงหมอก็ยังชอบจ่ายยาตัวที่ไม่ง่วง นึกถึงใจเขาใจเรา ง่วงทั้งวันนี่มันทรมาน ถ้าชอบคันตอนกลางคืนแล้ว ยาที่ไม่ง่วงเอาไม่อยู่ ผมอาจจะแถมชนิดง่วงเช่น อาทาแร็ก ให้กินก่อนนอน

คนเป็นภูมิแพ้เรื้อรังต้องดูแลตัวเองแบบ ใช้ทุกรูปแบบ ทั้งแผนปัจจุบันและแพทย์ทางเลือก  หมอมีเพื่อนแพทย์เป็นโรคภูมิแพ้เรื้อรัง เลิกอาชีพแพทย์ไปบวชเป็นพระ เรียนโยคะ ไปเป็นอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐาน อาการภูมิแพ้หายไปเองไม่ต้องกินยาเลย

ทิพยวรรณ
IP: xxx.121.197.127
เขียนเมื่อ Sat Feb 14 2009 13:12:20 GMT+0700 (ICT)

หนูมีผื่นขึ้นตามตัวเป็นจุดเล็กคล้ายกับยุงกัน เมื่อต้นปีช่วงอากาศเปลี่ยนเป็นแค่แขนกับขา แต่เดี๋ยวนี้เป็นทั้งตัวเป็นเกือบตลอดทั้งวันและมีอาการคันแต่พยายามไม่เกามัน แต่ช่วงที่เป็นก็กินยาแก้แพ้อาการที่เป็นแบบเม็ด แต่ถ้ามีผื่นข฿นก็จะกินยาแก้คันที่ซื้อมาจากร้านขายยา แต่เมื่อไม่ดีขึ้นหนก็ไปโรงพยาบาลให้คุณมือฉีดยามาเมื่อวันที่ 8/2/52 แต่ก็ยังไม่ดีขึ้น แล้ววันที่ 10/2/52 ไม่มีผื่นขึ้นหนูก็เลยกินอาหารทะเลพวกน้ำพิกไข่ปู แล้วก็ปูนึ่ง ช่วงบ่ายผื่นก็เกิดขึ้นอีก จนปัจจุบันนี้หนูเป็นทกวันเลย แต่หนูรู้สึกว่าอาการของหนูถ้าอยู่ในห้องแอร์ผื่นจะขึ้นเร็วมาก แต่ถ้าอยู่ข้างนอกอากศปกติผื่นมันค่อยจะจางหายไปแต่ก็ไม่ถึงกับหายไปหมด แล้วเมื่อวานหนูได้คุยกับร้านขายยาเขาแนะนำว่ามีลูกค้าคนหนึ่งมีผื่นขึ้นแบบเดียวกับหนูเขาไปตรวจเจอว่าติดเชื้อไวรัส หนูก็เลยอยากปรึกษาคุณหมอว่าหนูจะรักษาอย่างไร และที่ไหนดี แต่ประวัติของหนูเมื่อตอนเด็ก ตอนอยู่งจังหวัด หน้าสีข้าวอาการผื่นขึ้นของหนูก็จะขึ้นแต่เป็นปื้นใหญ่กว่าปัจจุบันที่เป็นอยู่ แล้วแม่เขาก็ซื้อยาจีนมาต้มให้กินก็อาการดีขึ้น แต่อีกประมาณ 15 ปี ก็เป็นอีก แล้วก็หายไป แต่ตอนนี้รู้สึกว่าผื่นมันไม่เหมือนเดิมหนูก็เลยไม่แน่ใจว่าเป็นโรคภูมิแพ้อย่างที่เคยเป็นหรือเปล่า รบกวนคูณหมอช่วยตอบหน่อยนะค่ะ

tungao
IP: xxx.47.190.213
เขียนเมื่อ Sun Feb 15 2009 22:37:56 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอหนูอยากทราบว่ามียารักษาด่างขาวให้หายขาดมั้ยคะ เป็นรอบดวงตาค่ะ ตอนแรกขึ้นตรงหางตาก่อนแล้วเหมือนลามเลยค่ะดูเป็นขาวเรืองๆรอบดวงตาค่ะ ไปหาหมอหมอก็ให้ทานยาบำรุงและทานยานะคะแต่ก็ไม่ดีขึ้นค่ะ อยากทราบเรื่องของยาที่ใช้รักษา หรือว่าทำเลเซอร์ค่ะ แล้วคุณหมอรู้มั้ยคะว่าถ้าไปหาหมอที่กทม.ใช้ค่ารักษาประมาณเท่าไหร่ แล้วทำเลเซอร์เท่าไหร่ ขอขอบคุณ คุณหมอมากนะคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.45.25
เขียนเมื่อ Sun Feb 15 2009 22:57:55 GMT+0700 (ICT)

คุณทิพยวรรณครับ เท่าที่เล่ามาเหมือนผื่นลมพิษ ที่เกิดจากแพ้อาหารและละออง เขาบอกว่าลมพิษไม่ใช่โรค แต่เป็นอาการที่บอกเราว่า something's wrong เป็นได้ตั้งแต่ภูมิแพ้ธรรมดา ติดเชื้อไวรัสมา มีตับอักเสบ หรือโรคอื่นๆที่อาจเป็นต้นเหตุ ถ้าหาเจอ แก้ต้นเหตุได้หายทันที  ถ้าไม่เจอเขาแนะนำให้รักษาให้หาย แล้วให้ยาสะกดอาการเอาไว้หลายเดือนหน่อย บางคนอาจให้กินยาเป็นปี ผมแนะนำให้หาหมอผิวหนังใกล้บ้าน หรือหมอโรคภูมิแพ้ แล้วรักษาให้ต่อเนื่อง ก็จะคุมโรคได้ครับ

สำหรับโรคด่างขาวรอบดวงตา  ยังไม่มียาที่รักษาได้ผล เลเซอร์หรือการฉายแสงที่รามาฯทำอยู่  ก็ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง โดยเฉพาะตำแหน่งใกล้ตา ทุกคนไม่อยากไปยุ่งกับมันมาก แต่ก็น่าเห็นใจคนไข้ ผมแนะนำให้ลองทา Protopic หรือ Elidel ดูก่อน แต่ไม่แนะนำให้ไปซื้อยามาทาเอง เพราะไม่มีเจ้าภาพ เท่ากับเอาดวงตาเราไปเสี่ยง รักษาโดยอาศัยตำรา ไม่มีผู้มีประสบการณ์ดูแลให้ ไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง  ลองไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังดูว่าพอจะช่วยติดตามดูแลให้ใช้ได้อย่างปลอดภัย และเพิ่มหรือลดยาได้ในเวลาที่เหมาะสมดีกว่าครับ

ดวงนภา
IP: xxx.175.162.28
เขียนเมื่อ Mon Feb 16 2009 16:28:19 GMT+0700 (ICT)

น้องอานัต อายุ 1ปี 3 เดือน ตั้งแต่คลอดวันแรกน้องอานัตก็มีผื่นขึ้นที่หน้าแดงไปทั้งหน้าพออายุได้ 1ขวบน้องอานัตเริ่มมีผื่นขึ้นที่ข้อมือและกลางหลังและที่แก้มแต่เป็นจุดเล็กๆต่อมาตุ่มก็ขยายเป็นตุ่มใหญ่เหมือนขี้กลาก พอพาน้องอานัตไปหาหมอ หมอบอกว่าเกิดจากการแพ้ให้แม่สังเกตว่าน้องแพ้อะไรก็ให้หลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้นั้น จากการสังเกตแล้วพอป้อนข้าวน้องกับปลาทูปรากฎว่าเป็นตุ่มขึ้นอีก และช่วงที่อากาศหนาวๆๆน้องก็จะเป็นตุ่มขึ้นด้วยน้องอานัตจะเกามากจนเลือดออก ดิฉันก็ไปซื้อยาเป็นหลอดมาทาให้พอทาตุ่มก็ยุบและก็เป็นอีก ถ้าช่วงที่ตุ่มขึ้นและน้องอานัตคันมากๆๆจะใช้ยาอะไรทาดีค่ะถึงจะไม่เป็นอันตรายต่อน้องอานัต เพราะทุกวันนี้น้องอานัตร้องกวนตอนกลางคันจนพ่อแม่แทบไม่ได้นอนทุกวัน

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.54.208
เขียนเมื่อ Mon Feb 16 2009 22:13:02 GMT+0700 (ICT)

น้องอานัต เป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง หรือหอบหืดผิวหนังที่เรียกว่า อะโทรปิคเดอมาไตติส Atopic dermatitis พบบ่อยมากขึ้นเรื่อยๆในเด็กบ้านเรา เชื่อกันว่าสิ่งแวดล้อมมีส่วนเป็นอย่างมากในการทำให้เด็กยุคนี้ เป็นโรคนี้กันมากขึ้น เมื่อสิบกว่าปีก่อนผมเดินทางไปประชุมที่แคนาดา ครอบครัวญาติแฟนผมที่มาดูแลเรา ลูกๆเขาเป็นโรคนี้กันทุกคน น่าสงสารมากทั้งตัวเด็กและพ่อแม่ ก็อย่างที่คุณดวงนภากำลังประสบปัญหาอยู่นี่แหละครับ คือเด็กเกามากจนนอนไม่หลับ เห็นลูกตื่นขึ้นมาเกาพ่อแม่ก็พาลอดหลับอดนอนไปด้วย เด็กพอนอนไม่พอเขาก็จะอารมณ์เสียและก้าวร้าว บางทีพาลทำให้พ่อแม่คุมอารมณ์ไม่อยู่พาลทะเลาะเบาะแว้งกันด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง  ผมมีประสบการณ์กับเรื่องพวกนี้เป็นอย่างดี เพราะหลานชายลูกน้องสาวแท้ๆ ที่อาศัยอยู่บ้านเดียวกัน ก็เป็นโรคนี้มาตั้งแต่เด็ก เดี๋ยวนี้อายุ 9 ขวบแล้วก็ยังเป็นอยู่  รุ่นพี่ที่เป็นหมอเด็ก มีภรรยาเป็นโรคหอบหืด ลูกชายเป็นอะโทรปิก เคยมาเล่าให้ฟังว่า เวลาเปิดคลินิกคนไข้เห็นลูกหมอเป็นผื่นเต็มตัวไปหมด คันเกาเกือบตลอดเวลา ชอบถามว่า เด็กคนนี้ลูกใครนะ ขนาดลูกหมอยังต้องปล่อยให้เป็นขนาดนี้ เพราะหมอก็ไม่ค่อยกล้าให้ยาแรงๆ เพราะเกรงจะไม่ปลอดภัยกับลูก ลูกคนไข้หมอก็ไม่ค่อยกล้าเหมือนกัน

โดยสรุปหมอแนะนำว่า คนเป็นพ่อแม่ ก็ต้องศึกษาโรคนี้ หาทางหลีกเลี่ยงของที่มีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอาการแพ้ แต่ไม่แนะนำให้ไปซื้อหายามาทา มากินเอง ถึงจะมีความรู้จากการอ่านมากแค่ไหน เพราะรักษาตามตำรา ทำร้ายคนไข้มานักต่อนัก ต้องหาเจ้าภาพที่เป็นคนมีความรู้ มีประสบการณ์ในการรักษาคนไข้ชนิดนี้มามากพอสมควร จึงจะสามารถดูแลลูกของเราให้ผ่านวันเวลาที่โรคกำเริบไปได้ เด็กส่วนใหญ่พออายุมากขึ้น 9-15 ขวบก็มักจะดีวันดีคืน และรู้จักที่จะดูแลตัวเองให้โรคนี้ไม่กำเริบมาก และสามารถมีชีวิตที่ดีได้เหมือนคนอื่นๆ

krutoiting
เขียนเมื่อ Wed Feb 18 2009 23:29:45 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ

มาเรียนรู้เรื่องใกล้ตัว

ที่ยังใช้หนังหุ้มเนื้ออยู๋ ตอนนี้หนังกำพร้าคงหมดแรง อิอิ

มันก็เลยย่อตัวลงมา คงสลดแบบไม่มีวันฟื้น

แถมมีกระขึ้นประปราย

แซมตามแขนให้ได้มองตัวเองได้บ่อยขึ้น

ขอบคุณความรู้และเจตนาที่ดีต่อการแบ่งปันความรู้ค่ะ

เบ็ญจา
IP: xxx.172.143.79
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 18:13:53 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอ

ได้อ่านบทความของคุณหมอเกี่ยวกับภูมิแพ้ผิวหนังแล้วมีเรื่องรบกวนถามคุณหมอหน่อยค่ะ

ดิฉันมีอาการมีตุ่มขึ้น ตามฝ่ามือและฝ่าเท้า เป็นตุ่มใสๆ และกลายเป็นเหมือนมีหนอง แล้วสัก2-3วันตุ่มก็จายุบไป และผิวหนังตรงที่เป็นตุ่มก็จะลอก เป็นอย่างนี้มานานหลายปีแล้วค่ะ ไปหาคุณหมอ คุณหมอก็บอกว่าแพ้ แล้วให้ยาทานแก้แพ้ แก้คันมา พร้อมกับยาทา

แต่ก็ไม่ดีขึ้น กลุ้มใจมากเลยค่ะ ไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรดีคะ พอดีไปหาคุณหมอมาหลายที่ ก็ไม่หายสักที เคยไปตรวจที่สถาบันผิวหนัง คุณหมอเอาน้ำในฝ่ามือที่เกิดตุ่ม ไปตรวจ ก็ไม่พบเชื้ออะไร สังเกตว่าแพ้อะไรก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ จะทำอย่างไรดีคะ

รบกวนขอคำแนะนำจากคุณหมอ ว่าสมควรทำอย่างไรต่อไปดีค่ะ

ขอบคุณค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.44.219
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 23:34:10 GMT+0700 (ICT)

หมอคิดว่าโรคที่คุณเบ็ญจาน่าจะเป็นโรคผิวหนังที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า Dyshidrotic eczema เกิดจากการที่มือเท้าสัมผัสกับสารเคมีที่ใช้ทำความสะอาดทั้งหลายเช่น สบู่ น้ำยาล้างจาน น้ำยาขัดพื้น อาชีพแม่บ้านมีคนเป็นโรคนี้กันเยอะครับ

แนะนำว่าให้หลีกเลี่ยงสารที่ว่ามา ใส่ถุงมือเวลาทำงานบ้าน ไปหาเจ้าภาพสักคนรักษาให้ต่อเนื่อง แล้วจะค่อยๆดีขึ้นๆครับ

เบ็ญจา
IP: xxx.172.139.6
เขียนเมื่อ Thu Feb 26 2009 11:54:51 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ คุณหมอ จะทำตามคำแนะนำของคุณหมอ

แล้วได้ผลคืบหน้าเป็นอย่างไร จะรบกวนมาคุยกะคุณหมออีกนะคะ

ขอบคุณค่ะ

เมย์
IP: xxx.120.69.209
เขียนเมื่อ Thu Mar 12 2009 10:21:51 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ หมอ

หนูมีเรื่องรบกวนถามหมอหน่อยค่ะ คือว่าแม่ของหนูเขาเป็นผื่นคันตามตัว โดยเฉพาะที่มือ ที่ท้อง และใบหน้า แม่หนูไปหาหมอบ่อยๆ หลายที่ด้วยค่ะ แต่ก็ไม่หายสักที กินยาเยอะ หมอบางคนบอกว่า ยาที่กินอยู่มันแรงมากอาจมีผลข้างเคียง แต่หนูก็ไม่รู้ว่าผลข้างเคียงนั้นคืออะไร พอแม่หนูหยุดกินยา มือแม่ที่คันๆก็กลายเป็นแผล ผิวหนังบอบบาง โดนเล็บเกี่ยวนิดเดียวก็เลือดไหลแล้วค่ะ สรุปว่าตอนนี้ ถ้าแม่หนูไม่กินยา แม่ก็จะทำอะไรไม่ได้เพราะมือเจ็บ และก็มีอาการชาด้วยค่ะ

หนูรบกวนขอคำแนะนำจากหมอด้วยนะค่ะ ขอบคุณค่ะ

ดวงกมล
IP: xxx.42.69.41
เขียนเมื่อ Thu Mar 12 2009 15:02:47 GMT+0700 (ICT)

เรียนถามคุณหมอเรื่องลูกชาย อายุ 3 ขวบ เป็น AD ตั้งแต่เกิดและเริ่มเป็นAR ตอน 2ขวบครึ่ง ปัจจุบันรักษา AD ด้วยTA 0.02% นานๆครั้งถ้าเอาไม่อยู่ก็ใช้ 0.1% สัก1-2 dose พยายามเปลี่ยนมาใช้ Protopic 0.03% and Elidel แต่ทาแล้วอาการอักเสบไม่หายเลยและเด็กจะบอกว่าแสบบริเวณที่ทายามากค่ะ ปัจจุบันมีรอยโรคบริเวณ คอ ข้อศอก ข้อเข่า ข้อเท้า ข้อพับ หัวไหล่ รักแร้ ก้น ที่จะมีผิวหนังอักเสบตลอดเวลา ถ้าหยุด steroid ทา ก็จะอยู่ได้สัก 2-3 วัน แล้วผิวหนังก็จะอักเสบขึ้นมาอีก และทุกวันนี้ก็ยังคันแม้กระทั่งตอนกลางคืน ( เปิดแอร์ 25 องศา)

สบุ่ใช้ cetaphil ครีมทาผิวใช้ ROC สำหรับ atopic

ส่วนAR รักษาด้วย Nasonex ข้างละ 1 ครั้ง วันละครั้ง พ่นมาตั้งแต่ พฤศจิกายน 2551 อาการคัดจมูกลดลงจากที่คัดทั้งวัน ทั้งคืน แต่ก็ยังมีบ้างตอนกลางคืน และใช้ Mar plus ล้างจมูก( เดิมใช้ aerius syrup oxymethazoline หยดจมูก กิน pseudoephedrine บ้างแต่ไม่สามารถควบคุมอาการคัดจมูกและคันตากับจมูกได้เลย ) และมีหูอักเสบด้วย กิน Augmentin เป็นบางครั้ง

1.เด็กกำลังจะไปโรงเรียน การไปโรงเรียนที่มีฝุ่นมากๆจะมีผลต่ออาการAD AR มากน้อยแค่ไหนคะ จะป้องกันหรือทุเลาอย่างไรดี

2.การที่ไม่สามารถควบคุมอาการ AD ทำให้อาการทางAR มีมากขึ้นหรือเปล่าคะ

3.และการที่ไม่สามารถควบคุมอาการทาง AR จะทำให้พัฒนาเป็น asthma มากน้อยแค่ไหนคะ

4.การใช้ยาพ่น Nasonex ต่อเนื่องนานๆมีผลต่อการเจริญเติบโตของเด็กมากน้อยแค่ไหนคะ

5.การที่อาการทางผิวหนังไม่เคยมีภาวะสงบของโรคเลยถ้าไม่ใช้ยา จัดว่าเด็กเป็นAD มากไหมคะ โตขึ้นจะดีขึ้นไหม ควรทำอย่างไรดี

6.กำลังจะทำ skin test ในเด็กเล็กแค่นี้ ผลจะน่าเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหนคะ

ขอบคุณค่ะอาจารย์ที่มีblog ดีๆอย่างนี้

นุช
IP: xxx.47.50.149
เขียนเมื่อ Thu Mar 12 2009 20:50:59 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

ดิฉันมีอาการหนังศรีศระแห้งและลอกคล้ายรังแค แต่แผ่นใหญ่กว่า และเป็นมา 5-6 ปีแล้ว ตอนแรกที่เป็น

เพาะว่าใช้ยาสระผมยี่ห้อหนึ่งใช้เพื่อขจัดรังแค แต่พอใช้แล้วปรากฎว่าเป็นเหมือนผื่นแต่เป็นทั้งหัว หลังจากนั้นก็เป็นมาตลอด และก็ไม่ใช้แชมพูยี่ห้อนั้น แล้วก็แชมพูขจัดรังแคยี่ห้ออื่นๆก็ไม่ใช้ ก่อนหน้านี้ใช้ ยาทา topicot พร้อมกับ แชมพูยาที่หมอให้มา(สีน้ำตาล) ตอนใช้ยาก็หาย แต่พอยาหมดก็จะกลับมาเป็นอีก

ต้องไปหาหมออีกครั้ง ดิฉันควรจะทำอย่างไรดีคะ กลัวว่าใช้ยาไปเยอะๆจะทำให้ผมร่วงน่ะค่ะ

ถ้าเราแพ้อะไรแล้วเราใช้ของสิ่งนั้นโดยที่เราไม่รู้ว่าทำให้แพ้ จะเกิดอาการแพ้ทันทีรึเปล่าคะ

ถูมแพ้อย่างที่ดิฉันเป็นอยู่ควรหลีกเลี่ยงสิ่งไหนบ้างคะ

คุณหมอมีโรงพยาบาลแนะนำไหมคะ

น้อย
IP: xxx.27.113.125
เขียนเมื่อ Tue Mar 17 2009 11:48:25 GMT+0700 (ICT)

คือเป็นโรคภูมิแพ้นะครับ

อาการ มีผื่นขึ้นตามตัว แขน ขา หลัง ขา ถ้าเป็นหนักก็ขึ้นคอ ขึ้นตาบางครั้ง จะคันมาก

ตอนนี้ กินยารักษา ซื้อที่ร้านขายยา เม็กแคปซูล สีขาวเขียว กินวันละเม็ด แต่ตอนนี้ต้องกินวันละสองเม็ด

เคยหาหมอ หมอบอกว่าต้องเจาะเลือดดู

อยากถามครับว่า ผมเป็นอูมิแพ้ชนิดไหน แบบไหน แล้วต้องรักษา อย่างไร บำรุงร่างกายอย่างไร กินวิตตามินไหม ทำอย่างไรให้ดีขึ้น

ขอบพระคุณมากครับ

แม่น้องอัยย์
IP: xxx.90.6.37
เขียนเมื่อ Tue Mar 17 2009 16:02:40 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะ คุณหมอ

 

ลูกสาวอายุ 10 เดือน มีผื่นเล็กน้อยตั้งแต่ 2-3 เดือน ผิวแพ้ง่ายมาก แพมเพอสยี่ห้อ Poko ที่ไม่ค่อยมีเด็กแพ้ก็แพ้มาก ต้องเปลี่ยนยี่ห้อ สบู่อาบน้ำกับครีมทาผิวหมอก็ให้ใช้ Physio Gel เลี้ยงด้วยนมแม่ + Nan HA ตั้งแต่เกิด พอเลิกนมแม่ตอน 7 เดือนผื่นขึ้นที่ต้นแขนต้นขาเยอะมาก เกาจนบางครั้งมีเลือดออก (แต่เขายังนอนได้ กินนมได้มาก อารมณ์ร่าเริง) หมอบอกว่าแพ้นมวัว เลยให้กินนูตรามีเจน หลังทาน 1 เดือนผื่นดีขึ้นมาก จนตอนนี้ผื่นหายเกือบหมด แต่ผิวที่ต้นแขนยังแห้งอยู่

รบกวนถามคุณหมอดังนี้

1. บางวันก็มีผื่นขึ้นเล็กน้อยตรงขา ก็ใช้ Elidel กับ Protopic 0.03% ทาเอง อยากทราบว่าใช้เองเรื่อยๆ จะมีอันตรายมั้ยคะ ใช้ได้นานเท่าไหร่

2. อ่านใน net เจอว่าเด็กส่วนใหญ่ที่เป็นภูมิแพ้ทางผิวหนังจะหายได้เองเมื่อโตขึ้น บางอันก็บอกว่าหากเป็นมากมีแนวโน้มจะเป็นหอบหืดเมื่อโตขึ้น อยากทราบว่ากรณีลูกสาวนี่ถือว่าอาการมากมั้ยคะ แล้วดูยังงัยว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นหอบหืดเมื่อโตขึ้นหรือไม่

3. ถ้าซื้อเครื่องฟอกอากาศไว้ในห้องนอนจะช่วยได้มั้ยคะ และควรพิจารณาอะไรบ้างสำหรับเด็กภูมิแพ้ จำเป็นต้องกรองได้ถึง 0.01 ไมครอนหรือไม่ (ซึ่งราคาสูงมาก แต่ถ้าจำเป็นก็คงต้องซื้อคะ) ส่วนใหญ่จะกรองได้แค่ 0.3 ไมครอน อ่านเจอว่าเครื่องที่ปล่อย Ionic หรือยิงประจุมานอกเครื่องไม่เหมาะกับเด็กอ่อนใช่มั้ยคะ

 

ขอบคุณคุณหมอล่วงหน้าสำหรับความรู้ที่มีประโยชน์มากๆ คะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.46.195
เขียนเมื่อ Wed Mar 18 2009 07:48:34 GMT+0700 (ICT)

ตอบคุณเมย์

คุณแม่คงได้ยาสเตียรอยด์มา ความจริงเป็นยาที่ดีถ้าใช้อย่างถูกต้องคือ ให้แค่ 3 วัน 5 วัน 7 วัน แต่ถ้าลากยาว ต้องเลิกอย่างที่หมอเขาแนะนำให้คุณแม่เลิกนะถูกต้องแล้ว อย่าแอบไปหาซื้อยามากินเองนะครับ โรคที่คุณแม่เป็นคงอยู่ในกลุ่มโรคผิวหนังเรื้อรัง ที่ปัจจุบันอาจยังไม่ทราบสาเหตุ เช่น exfoliative dermatitis, airbourn contact dermatitis และอื่นๆอีกหลายโรค แนะนำว่าน่าจะต้องหาให้เจอครับว่าจริงๆแล้วเป็นโรคอะไร ถ้าหาต้นตอได้โอกาสหายขาดน่าจะมี ถ้าไม่ได้ต้องกินยาต้านฮิสตามีนชนิดไม่ง่วง ติดต่อกันเป็นเดือนร่วมกับทายา

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.46.195
เขียนเมื่อ Wed Mar 18 2009 08:09:26 GMT+0700 (ICT)

ตอบคุณดวงกมล

เด็กจะไปโรงเรียนอาการมักจะกำเริบอยู่พักหนึ่ง จากการไปสัมผัสกับโลกภายนอก แต่อีกสักระยะหนึ่งมักจะดีขึ้น เพราะเด็กที่เป็น โรคอะโทรปิก โดยทั่วไปอาการก็มักจะดีขึ้นเมื่อเขาโตขึ้นอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ 1 0 กว่าขวบมักจะดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  อย่างไรก็ดีระยะนี้คงต้องขยันทายาเช้าเย็นก่อนนอน เรียกว่าส่วนใหญ่หายเพราะคนดูแลเอาใจใส่ดี แต่ยาที่ผมแนะนำให้ทา เป็น aqua cream base ซึ่งไม่มีสารสเตียรอยด์ครับ ให้ทาเยอะๆ ทาบ่อยๆ ยกเว้นช่วงไหนกำเริบหรือคันมากเอาไม่อยู่ค่อยทา 0.1 TA  พอดีขึ้นรีบลดลงมาเป็น 0.02 TA มีรายงานทางการแพทย์ที่ทำให้เขาเชื่อกันว่าถ้าคุมอาการ AD ไม่ดีจะทำให้เด็กโตขึ้นมามีโอกาสเป็น asthma มากกว่าปกติ เพราะฉะนั้นมีลูกเป็นโรคนี้ต้องใส่ใจทายาตลอด

ยาพ่น Nasonex บริษัทเขาก็ว่าไม่มีผล แต่ถ้าเป็นลูกผม ผมคงไม่ให้ใช้พร่ำเพรื่อ เวลาอาการไม่มากนัก คงใช้ตัวอื่นสลับ ถ้าอาการเป็นตลอดหยุดยาไม่ได้เลย ผมใช้หลักการว่า คุมให้ได้พอสมควร ไม่จำเป็นต้องปลอดอาการ 100 เปอร์เซ็น โดยใช้ยาที่มีอันตรายน้อยที่สุด

โตขึ้นเด็กส่วนใหญ่มักจะมีอาการดีขึ้น

skin test ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ผมไม่ค่อยเชื่อ ส่วนใหญ่ไม่ว่าผลจะได้ว่าแพ้อะไร ก็ไม่เปลี่ยนแปลงการรักษา งดแล้วก็ไม่เห็นหาย บางรายเผลอไปกินหรือสัมผัส ที่ว่าแพ้ก็ไม่เห็นมีอาการอะไร อย่างไรก็ดี มีอยู่หลายรายที่ทำให้นึกถึงว่าอาจจะแพ้สารนั้น พอหลีกเลี่ยงก็เลยดีวันดีคืนก็มี แต่สำหรับในภาครัฐที่ทำเป็นหมื่นคนจะได้ประโยชน์อยู่ไม่กี่คน อย่างนี้ไม่คุ้มค่า เพราะตรวจทีหนึ่งค่าใช้จ่ายหลายพันหรือเป็นหมื่นครับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.46.195
เขียนเมื่อ Wed Mar 18 2009 08:39:26 GMT+0700 (ICT)

ตอบคุณนุช และคุณน้อย

คุณนุชเป็นโรค เซบเดิร์ม seborrheic dermatitis ครับ สมัยก่อนคนเข้าใจว่าเป็นรังแค แต่ถ้าเป็นมากคือลอกออกเป็นแผ่น แล้วอาการกำเริบบ่อยอย่างนี้อาจจะต้องคิดถึงโรคสะเก็ดเงินเอาไว้ด้วย เป็นโรคที่เป็นๆหายๆ มักไม่หายขาด

สำหรับคุณน้อยให้ข้อมูลมาไม่พอ อ่านแล้วเหมือนกับว่าเป็นลมพิษ ยาแคปซูล น่าจะเป็นยาต้านฮิสตามีนที่ชือ incidal หมอโบราณชอบใช้ ผมก็ชอบเพราะได้ผลดี แต่กินแล้วมึน บางทีก็ง่วง เดี๋ยวนี้มียาอื่นที่ดีกว่าผมเลยไม่ค่อยได้ใช้ หมอเขาให้เจาะเลือดดูก็ดีแล้ว ส่งผลเลือดมาให้อ่านดูก็ดีครับ โรคภูมิแพ้ ไม่เห็นจะมียาบำรุงตัวไหนมีหลักฐานทางการแพทย์ยืนยันว่าช่วยได้ มีแต่โม้ไปตามเรื่อง แล้วแต่ประสบการณ์ส่วนบุคคล  โดยส่วนตัวผมชอบกินวิตามินซี ขนาดสูงวันละไม่น้อยกว่า 1000 มิลลิกรัม มีคนกินเยอะมากยังไม่เห็นมีรายงานว่ามีโรคแทรกซ้อนอะไรรุนแรง นอกจากกัดกระเพาะเพราะมันเป็นกรด แต่จะช่วยได้หรือไม่ ไม่รู้ บอกแล้วว่าเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ที่มาพูดกันเยอะๆ นี้ เอาหลักฐานที่ยังไม่ได้มาตรฐานอันเป็นที่ยอมรับในระดับสากลมาว่ากันไป

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่นs
IP: xxx.8.46.195
เขียนเมื่อ Wed Mar 18 2009 08:58:14 GMT+0700 (ICT)

ตอบแม่น้องอัยย์

Elidel กับ Protopic เป็นยาที่ดีมากเพราะไม่ใช่สเตียรอยด์แต่ไม่แนะนำให้ซื้อมาทาเองครับ ใช้ physiogel AI น่าจะเหมาะสมกว่า นานๆครั้งถ้าเอาไม่อยู่ค่อยหันมาใช้ Elidel กับ Protopic ชั่วคราว ถ้ารักษาแล้วอาการกำเริบรุนแรงตลอด อาจจะทำให้คาดเดาได้ว่าโตขึ้นอาจจะเป็นหอบหืดได้ บ้านเราความจริงที่กลายเป็นหอบหืดตอนโต  ในคนไข้กลุ่มนี้มีไม่มากเท่าในต่างประเทศ แต่ในอนาคตผมไม่แน่ใจว่า เราอาจจะมีแนวโน้มไปทางเดียวกับเขา เรื่องเครื่องฟอกอากาศโดยส่วนตัวผมไม่ใช้ แต่ถ้าเด็กเป็นมาก จะซื้อมาลองใช้ดูก็ไม่น่าจะเสียหายอะไร มีคนไข้หลายคนเหมือนกันครับที่เขาบอกว่าใช้แล้วดีขึ้นอยู่พักหนึ่ง พอนานไปก็งั้นๆ สำหรับคนทั่วไป ผมไม่เห็นว่ามันจะมีประโยชน์อะไร เพราะร่างกายเราจัดการได้เองอยู่แล้ว และเราก็คงไม่คิดที่จะอยู่แต่ในห้องทั้งวันทั้งคืน พอออกมานอกบ้านก็รับฝุ่นเต็มๆอยู่แล้ว

ดวงกมล
IP: xxx.42.74.111
เขียนเมื่อ Wed Mar 18 2009 10:36:18 GMT+0700 (ICT)

aqua cream base ที่อาจารย์แนะนำให้ใช้ใน AD มียี่ห้ออะไร หาซื้อได้ที่ไหนคะ

แตกต่างจาก emollient cream ตัวอื่นที่ไม่ใส่ preservative and perfume อย่างไรคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.13
เขียนเมื่อ Wed Mar 18 2009 23:57:02 GMT+0700 (ICT)

เหมือนกันครับ คือ emollient ที่ไม่มี perfume and preservative คลินิกผิวหนังน่าจะมีทุกแห่ง ร้านขายยาลองใช้หลายๆยี่ห้อดูตามร้านยาตามห้างก็ได้ แต่ที่ผมใช้จะเป็นตัวที่เภสัชห้องยาของรพ.และตัวผมซื้อเคมีมาผสมเพื่อใช้ในคลินิกส่วนตัว ซึ่งต้นทุนไม่แพง รักษาโรคผิวหนังได้หลายโรคและมีความปลอดภัยสูง

IP: xxx.121.73.219
เขียนเมื่อ Sun Mar 22 2009 13:11:53 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าเปนสิวที่หลังเยอะมากเรียกว่าโรคผิวหนังรึเปล่าคะ

แล้วมีวิธีแก้ยังไงเพราะเปนรอยดำจากสิวเต็มหลังงเลยค่ะ

IP: xxx.121.73.219
เขียนเมื่อ Sun Mar 22 2009 13:21:14 GMT+0700 (ICT)

ช่วยตอบ คห.30ด้วยนะคะ กลุ้มใจมากเลยค่ะ

noo_nan_naka@hotmail.com

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.173
เขียนเมื่อ Sun Mar 22 2009 22:45:25 GMT+0700 (ICT)

สิวเป็นโรคผิวหนังอันดับหนึ่งของแพทย์ผิวหนัง เป็นโรคที่บางคนพยายามที่จะไม่จัดให้เป็นโรค  แต่ถ้าเราไปดูคำจำกัดความของคำว่า โรค ยังไงสิวก็เป็นโรค  รอยดำจากสิวที่หลัง ส่วนใหญ่ถ้าไม่มีสิวใหม่เกิดขึ้นก็มักจะค่อยๆจางหายไป บางคนใช้กรดผลไม้ลอกผิวหนังที่หลัง ก็เคยลองทำดูหลายคน บางคนก็ดีขึ้น แต่โดยสรุปหมอไม่แนะนำ เพราะผิวหนังที่หลังต่างจากที่หน้า ถ้าใช้น้ำยาเข้มข้นเกินไปอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ง่าย หรือบางทีดำกว่าเก่าก็มี วิธีรักษา ก็คือดูแลสิวที่หลังให้ดี อย่าให้ขึ้นใหม่  อีกไม่นานรอยดำก็คงจะค่อยๆจางลงครับ แต่ถ้าอยากดูดีเร็วๆก็คงต้องไปพบแพทย์ผิวหนังตามคลินิกหรือรพ. ใช้เทคโนโลยี่เครื่องมือทั้งหลายช่วย แต่คงเสียหลายตังทีเดียว

เบ็ญจา
IP: xxx.172.139.69
เขียนเมื่อ Fri Mar 27 2009 18:19:19 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

เคยรบกวนเรียนถามคุณหมอ ที่เกิดอาการแพ้ตามมือและเท้า ที่เป็นตุ่มใส ที่คุณหมอบอกว่าน่าจะเป็นโรค Dyshidrotic eczema แพ้พวกสารเคมีทำความสะอาด ค่ะ

แล้วลองใส่ถุงมือตอนล้างจานดู ก็มีอาการดีขึ้น แต่ก็ยังมีผื่นขึ้นอยุ่บ้าง ไปหาคุณหมอ คุณหมอได้ให้ยา BETA METHASONE 0.1% มาทา อาการดีขึ้น แต่พอยาหมด ก็มีอาการเป็นอีกค่ะ ไม่ทราบว่ายาตัวนี้เป็นเสตียร์รอย หรือเปล่า ค่ะ และถ้าใช้ไปนานๆ มีอันตรายหรือเปล่าคะ เพราะพอไปหาคุณหมออีก และคุณหมอก็ให้ยาตัวนี้มาอีก

รบกวนถามคุณหมอหน่อยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

คุณแม่น้องอัยย์
IP: xxx.90.6.37
เขียนเมื่อ Fri Apr 03 2009 10:17:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะคุณหมอ

เคยเขียนถามคุณหมอเกี่ยวกับลูกสาวที่เป็นโรคแพ้นมวัว ซึ่งคุณหมอได้อธิบายให้ความรู้มาแล้ว ต้องขอขอบคุณคะ

วันนี้มีคำถามมารบกวนคุณหมออีกครั้งคะ

เมื่อวานเพิ่งให้ลูกสาว (อายุ 10 เดือนครึ่ง)เริ่มทานไข่แดงครึ่งฟองตอนมื้อเที่ยง ตื่นเช้าวันนี้มาสังเกตุว่ามีผื่นนิดๆ บางๆ ขึ้นที่มุมเหนือริมฝีปาก เลยกังวลว่าเขาจะแพ้ไข่แดงด้วย ควรลองให้ทานต่อให้เห็นผลชัดว่าแพ้หรือไม่ หรือควรงดไปก่อนคะ และถ้าเขาแพ้จริงและงดไปก่อน จะกลับมาลองให้เริ่มทานใหม่ได้อีกเมื่อไหร่คะ

ถ้าเขาแพ้ทั้งนมวัว (ปัจจุบันทานนูตรามีเยน)และไข่แดง จะมีปัญหาเรื่องขาดสารอาหาร การสร้างสมองมั้ยคะ

ขอบคุณคะ

สุชาดา เวฬุฯ
IP: xxx.149.25.236
เขียนเมื่อ Fri Apr 03 2009 14:46:27 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอ

ดิฉันมีอาการเป็นตุ่มแดงเล็กๆ ขึ้นตามตัว และคันมาก แรกๆ ขึ้นทีละเม็ด พอหลายวันเข้าขยายวงออกไปกว้างขึ้น หลายจุดเริ่มเป็นปื้นแข็ง มองเห็นรูขุมขนเด่นชัดขึ้นมา แต่บางที่มีสีคล้ำขึ้น และคันมากๆ ซ้ำอยู่ที่เดิมๆ

มันเริ่มจากเมื่อเดือนกันยายนปีที่แล้ว ดิฉันมีธุระต้องมาอยู่กทม.หลายวัน จึงไปเช่าห้องพักอยู่ ปรากฏว่าห้องนั้นร้อนมาก ดิฉันเหงื่อออกทั้งวันแม้จะเปิดพัดลม แรกๆ ผื่นนี้จะขึ้นที่ท้อง (ดิฉันเป็นคนอ้วน พอนั่งลงเนื้อที่ท้องจะซ้อนกันเหมือนที่เขาเรียกว่า ห่วงยางน่ะค่ะ แต่ไม่ใหญ่มาก) และรักแร้ หลังๆมาขึ้นที่ขาหนีบ ข้อพับแขน ขึ้นที่แขนเล็กน้อย บางครั้งก็ยุบไปเอง แต่วันสองวันก็กลับขึ้นมาอีกที่เดิม ถ้าอากาศเย็นก็จะดีขึ้นหน่อย

ช่วงหน้าหนาวดิฉันอยู่บ้านต่างจังหวัด อาการหายไป แต่พอประมาณปลายมกราคมก็กลับมาเป็นอีก ตอนแรกเข้าใจว่าเป็นเพราะอากาศร้อน จึงมีผดผื่นคันขึ้น ดิฉันก็พยายามดื่มน้ำมากๆ ทาคาลาไมล์ ออกกำลังกายให้เหงื่อออกแล้วอาบน้ำให้สะอาด

แต่พักหลังมานี่อาการคันมากขึ้น เรียกว่าแทบจะทั้งวัน ไม่ว่่าจะร้อนหรือเย็น ยิ่งวันไหนอากาศเย็นจะคันแบบแห้งๆ ดิฉันเกาจนเป็นแผลไปหมด รักแร้และขาหนีบมีแต่ผื่นและสีคล้ำ ที่ท้องก็สีคล้ำและเป็นปื้นแข็ง ที่หน้าอกก็เป็นปื้นแข็งแต่สีไม่คล้ำ อ้อ ที่หัวนมก็คันมากด้วยค่ะ เคยเดาเอาว่าเป็นในจุดที่มีต่อมน้ำเหลืองรึเปล่า แต่บริเวณอื่นก็มีเหมือนกัน ก็เลยคิดว่าไม่น่าใช่

ดิฉันเป็นโรคแพ้อากาศอยู่ ก็เลยค้นในเน็ตเกี่ยวกับเรื่องโรคผิวหนังที่เป็นภูมิแพ้ จนมาเจอบล็อกของคุณหมอ อ่านเรื่องโรคภูมิแพ้ผิวหนังก็คล้ายๆ ตัวเอง แต่ของตัวเองส่วนใหญ่จะอยู่ในร่มผ้า ตามแขนขา หรือที่หลังนี่ไม่เป็นค่ะ เคยเห่อขึ้นที่หน้าประมาณอาทิตย์นึง แล้วก็หายไปเอง

ยังไม่ได้ไปรักษาที่ไหน ไปแต่สถานีอนามัยใกล้บ้านเขาก็ให้คาลาไมล์มาทา แต่ดิฉันว่าอาการนี้ยิ่งกว่าผดธรรมดาแล้ว เลยมาหาข้อมูลก่อน แล้วกะว่าถ้าขึ้นไปกรุงเทพฯ จะไปสถาบันโรคผิวหนังตรงราชเทวีค่ะ หรือคุณหมอมีที่อืื่นแนะนำรึเปล่าคะ

สุดท้ายคือมีวิธีบรรเทาอาการคันเฉพาะหน้าก่อนที่จะไปรักษาบ้างมั้ยคะ มันทรมานมาก บางคืนก็ตื่นมาเกาจนเป็นแผลไปหมด

ขอโทษที่เขียนบาวไปหน่อย และขอบคุณมากค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.44.80
เขียนเมื่อ Fri Apr 03 2009 23:31:46 GMT+0700 (ICT)

ตอบ คุณแม่น้องอัยย์

งดไข่แดงไปก่อน ผื่นหายแล้วสัก 2 สัปดาห์ ให้ลองทานใหม่ ถ้าขึ้นอีกก็คงต้องงดไข่แดงครับ เด็กตั้งเยอะแยะทั่วโลกไม่ได้กินไข่แดงไม่เห็นจะขาดอาหารเลยครับ

สำหรับคุณสุชาดา

อาการของคุณเหมือนเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนัง ชนิดอะโทรปิก  ข้อปฏิบัติมีเยอะแยะไปหมด แต่มาหาหมอที่สถาบันผิวหนังก็ดีเหมือนกันให้เขา investigate ดูหน่อย ยารักษาคงไม่ค่อยหายขาด  อาจจะเป็นๆหายๆ ที่ต้องระวังคือ อย่าไปซื้อยาสเตียรอยด์มาทานเอง เพราะน้ำหนักเกินอยู่แล้วถ้าได้ยาไป เดี๋ยวไปกันใหญ่

วีรยุทธ
IP: xxx.10.241.58
เขียนเมื่อ Sat Apr 04 2009 05:33:28 GMT+0700 (ICT)

อยากขอถามหน่อยค่ะว่าตอนนี้มีตุ่มขึ้นตามตัว หลัง แขน ขา คอ ตุ่มเหมือนเวลายุงกัดแล้วบวม แต่เป็นเยอะมากไม่ทราบว่าแพ้อะไรค่ะ แต่กินยากลุ่มสเตียรอยแล้วหายแต่พอหลังจากนั้นสองวันก็เป็นอีกทีค่ะ ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไรคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.46.78
เขียนเมื่อ Sat Apr 04 2009 22:21:24 GMT+0700 (ICT)

น่าจะเป็นโรคที่หมอเราเรียกว่า insect bite reaction ส่วนมากเป็นพวก flea bite คือถูกหมัดหมาหรือแมว กัด  บางคนไปรื้อของเก่าๆ หรือไปเที่ยวป่ามา บางทีก็อยู่บนที่นอนเวลาไปพักโรงแรมตจว.

วิธีรักษา ใช้สบู่ฆ่าเชื้อฟอก เอายาฆ่าตัวหมัด เช่น จาคูติน ทา ซึ่งวิธีใช้ต้องอ่านฉลากและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ประเทศอื่นเขาเลิกผลิตหมด เพราะคนไข้ที่ทาบางคนเกิดพิษต่อระบบประสาท เลยฟ้องต้งแต่หมอ ไปจนถึงบริษัทที่ผลิต  สเตียรอยด์ไม่ควรไปหาซื้อมากินเองครับ  

ฉัตรธมนต์
IP: xxx.136.65.1
เขียนเมื่อ Tue Apr 07 2009 23:17:35 GMT+0700 (ICT)

ก่อนอื่นต้องขอบคุณคุณหมอในสาระดีๆๆ ดิฉันเป็นคนหนึ่งที่มีปัญหาเรื่องโรคผิวหนัง ทั้งนี้เคยไปพบแพทย์หลายครั้ง แต่ไม่หายค่ะ จึงเลิกไม่ไปพบแพทย์ ปัญหาของดิฉันคือผิวตามร่างกายไม่เรียบ หลังจากนั้นสีผิวเริ่มเปลี่ยนแปลงเป็นสีคล้ำมากยิ่งขึ้น ดูเหมือนแล้วแตกลาย หรือรอยแผลเป็น เดิมครั้งแรกเป็นที่ ขา ตอนนี้เริ่มเป็นที่แขน ตัวเองเริ่มมีความรู้สึกกังวลใจ ไม่รู้จะไปหาหมอที่ไหนดี อยากรบกวนคุณหมอแนะนำว่าควรจะไปหาหมอที่ไหนดี สำหรับวิธีข้างต้นที่คุณหมอได้กล่าวไป ก็เคยลองสังเกตุ แต่มันเดายากจริงๆๆ ว่าตัวเองแพ้อะไร สำหรับปัญหาดังกล่าวเพิ่งเป็นตอนโต ตอนนี้ปัญหานี้ก็ประมาณ 7 ปี แล้วค่ะ

ช่่อทิพย์
IP: xxx.10.12.167
เขียนเมื่อ Wed Apr 08 2009 09:57:42 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอ

รู้สึกว่าโชคดีมากที่ search มาเจอ Blog ของคุณหมอ

อ่านแล้วได้ความรู้มากค่ะ ขอบคุณที่คุณหมอสละเวลามาให้ความรู้นะคะ

ขอรบกวนเวลาคุณหมอหน่อยนะคะ ขอเล่าดังนี้่ค่ะ (ไปหาคุณหมอที่รพ. ใช้ประกันสังคม คุณหมอท่านไม่มีเวลาฟังค่ะ)

เมื่อประมาณเกือบสองเดือนที่ผ่านมา จู่ๆผิวหนังที่ฝ่าเท้าช่วงกลางเท้าบริเวณที่สัมผัสกับพื้น

มีอาการผิวหนังแข็ง เป็นขุยแล้วก็แตกค่ะ คันเล็กน้อย แรกที่เดียวคิดว่าเผ็นผิวหนังแห้งแตกธรรมดา

ก็เลยไปที่ร้านขายค่ะ เภสัชที่ร้านขอดูฝ่าเท้าแล้วก็บอกว่าน่าจะเป็นเชื้อรา จึงให้ยา Lamisil Cream มาใช้ค่ะ

อ่านดูจากใบแทรกแล้ว ยานี้น่าจะรักษาให้หายได้ภานใน 7 วัน

แต่ลองใช้ไปเกือบๆ 3 สัปหาด์ อาการก็ยังไม่ดีขึ้น แถมฝ่าเท้ายังแตกจนบางครั้งมีเลือดออกซิบๆ อีกด้วยค่ะ

จากนั้นก็เลยไปหาหมอที่ รพ. โดยใช้ประกันสังคม พร้อมกับนำยา Lamisil Cream ไปให้คุณหมอดูด้วย

คุณหมอที่รพ. ท่านบอกว่าถ้าใช้ยาตัวนี้มาเกินสัปดาห์แล้วยังไม่หาย ก็แสดงว่าไม่ใช่เชื้อราแล้ว

คุณหมอบอกว่า เป็นภูมิแพ้ค่ะ แล้วจ่ายยา Diprosalic Ointment มาให้ทาพร้อมกับกินยาแก้แพ้

หลังจากผ่านไป 1 สัปดาห์ ก็ดูเหมือนจะดีขึ้นเล็กน้อยค่ะ ไปพบคุณหมอตามนัด

คุณหมอก็จ่ายยาแบบเดิมให้ใช้ต่ออีก 2 สัปดาห์ รวมทั้งกินยาแก้แพ้ด้วยค่ะ

พอดีว่าลองหาข้อมูลเกี่ยวกับ Diprosalic Ointment พบว่าเป็นสเตียรอยด์ ก็เลยเกิดอาการวิตกเล็กน้อยค่ะ ว่าจะมีข้างเคียงอะไรหรือเปล่า

มีคำถามขอเรียนถามคุณหมอดังนี้ค่ะ

1. อาการที่เป็นอยู่นี่ คาดว่าจะเป็นอะไรคะ ใช่ภูมิแพ้หรือเปล่า

2. เท่าที่อ่านจากคุณหมอตอบท่านอื่น พบว่ายาสเตียรอยด์ ไม่ควรใช้นานเกิน 7 วัน

แต่คุณหมอที่รพ. ให้มาใช้นานถึง 3 สัปดาห์ ยาที่ใช้อยู่นี่จะมีโอกาสทำให้เกิดผลค้างเคียงอะไรไหมคะ

ขอบพระคุณรุณหมอมากค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.51.198
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 01:05:43 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอเขาจ่ายยาถูกตัวแล้ว โรคที่เป็นเขาเรียกว่า foot eczema  บางคนเป็นที่มือด้วยเขาเรียกว่า hand and foot eczema เป็นภูมิแพ้ผิวหนังที่มักเกิดจาการที่มือหรือเท้าสัมผัสกับน้ำ และน้ำยาเคมีเช่นผงซักฟอก สบู่ บางคนเข้าใจผิดคิดว่าเกิดจากความสกปรก เลยเอาสบู่มาฟอก ยิ่งทำให้อาการกำเริบกันไปใหญ่  ถ้ามีแผลแล้วเกิดการติดเชื้อก็จะเป็นหนองดูน่ากลัว  การรักษาถ้าไม่มีแผลอักเสบ มักจะให้คำแนะนำไม่ให้มือหรือเท้าเปียกน้ำ และอย่าเอาสบู่หรือสารเคมีใดๆไปฟอกผิว ยาทารักษาเป็นยาสเตียรอยด์ที่ผสมกับสารละลายขุย เช่น diprosalic นะถูกแล้ว  ยาทาสเตียรอยด์ไม่ใช่ยากิน ใช้ได้นานเป็นเดือนครับ โดยเฉพาะผิวที่ฝ่าเท้าหนามาก ไม่มีผลต่อร่างกายหรอกครับ ยกเว้นแต่เอาไปทาหนังบางๆ เช่นเปลือกตา หรืออัณฑะ แต่ที่เรากลัวกัน ไม่อยากให้คนไข้ใช้นานๆคือยากินหรือยาฉีดครับ ผลข้างเคียงมหาศาลแต่ถ้าจำเป็นเช่นทำยังไงก็ไม่หายสักทีก็คงต้องใช้ เพียงแต่ต้องติดตามดูว่ามีอาการข้างเคียงอะไรเกิดขึ้นบ้าง

ช่อทิพย์
IP: xxx.10.12.139
เขียนเมื่อ Thu Apr 09 2009 09:06:07 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ ตอบเร็วทันใจมากเลยค่ะ ^_^

ตอนนี้ก็ยังนึกไม่ออกว่าน่าจะแพ้อะไร เพราะว่าเป็นแต่ที่เท้าเท่านั้น

พอดีเพิ่งเปลี่ยนยี่ห้อสบู่ และผงซักฟอกพร้อมๆ กันเสียด้วยค่ะ

หนิง
IP: xxx.25.79.143
เขียนเมื่อ Fri Apr 10 2009 11:25:33 GMT+0700 (ICT)

อยากสอบถามคุณหมอหน่อยค่ะ ว่าหนูมีอาการผื่นสีแดงขึ้นตามตัวทุกวันเลย และก็ทั้งวันจะยุบก็ช่วงประมาณตอนกลางวัน แต่ถ้าอยู่ในห้องแอร์อาการก็จะไม่ดีขึ้นเลย หนูเคยไปฉีดยาที่โรงพยาบาลนนทเวชแล้วเขาก็จัดยามาให้กิน เป็นตัวยาsanofi aventis 180 mg. และตัวatarax 25 ก็ดี แต่คุณหมอสั่งให้งดใช้ครีมทาผิวทาหน้าทุกชนิดให้ใช้สบู่อ่อนๆ กินอาหารรสไม่เผ็ดไม่เค็ม ไม่รสจัด แต่หนูทำได้แค่วันเดียวเอง แต่อาการก็ดีขึ้น แต่ผ่านไปประมาณ 1 เดือนก็เป็นอีกแล้ว หนูสมควรต้องงดกินงดใช้ครีมตามที่คุณหมอสั่งใช้มั๊ยค่ะ เพราะว่าตอนนั้นคุณหมอบอกว่าถ้าทำตามนั้นแล้วอาการดีขึ้นก็จะให้ทำแบบนี้อีกประมาณ 2 เดือนแล้วค่อยกับมาใช้กับมากินได้ จะได้รู้ว่าเราแพ้อะไร หนูลืมบอกไปว่าคุณหมอบอกว่าหนูเป็นโรคภูมิแพ้ผิวหนังเรื้อรัง คุณหมอพอจะมีวิธีรักษาวิธีอื่นบ้างมั๊ยค่ะ ช่วยตอบหน่อยค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.55.111
เขียนเมื่อ Fri Apr 10 2009 21:55:14 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอเขาจัดยาให้สุดยอดแล้วครับ ตัว telfast กินแล้วคงไม่ง่วง แต่ atarax 25 mg นี่คงง่วงแน่ ยังไงก็อาจจะต้องทานยานานสักหน่อย จนกว่าจะไม่มีอาการไปหลายๆเดือน  คำแนะนำที่คุณหมอเขาให้ถูกต้องแล้ว ไม่เข้าใจว่าทำแล้วก็ได้ผลแต่ทำไมหนูไม่ทำตาม ให้มันต่อเนื่อง จะไปหวังพึ่งยาอย่างเดียวคงไม่ได้ วิธีรักษาอื่น อาจจำเป็นต้องให้ยาสเตียรอยด์ระยะสั้นๆในคนไข้บางคนที่ดื้อยา แต่ยามีผลข้างเคียงมากมายมหาศาลไม่แนะนำให้ไปหาซื้อมากินเองเด็ดขาด ต้องมีเจ้าภาพคอยดูแลว่าจะเพิ่มจะลดยาในจังหวะไหน ว่าแต่ว่าคำว่าโรคผิวหนังเรื้อรังของหนูนะจริงๆแล้ว ผลการวินิจฉัยโรคจริงๆมีชื่อภาษาอังกฤษว่าโรคอะไรครับ

บุศรินทร์
IP: xxx.64.67.98
เขียนเมื่อ Sat Apr 11 2009 14:09:58 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

ดิฉันมีอาการดังกล่าวข้างต้นมาประมาณ 4-5 ปีแล้วเริ่มจาก

1. เป็นรังแครุนแรง คุณหมอรักษาโดยให้ใช้แชมพูยา 4 เดือนเปลี่ยน 1 ชนิด เพราะใช้ต่อเนื่องจะกลับมาเป็นรังแคอีกในที่สุด + คุณหมอแนะนำให้ออกกำลังกาย

2. เริ่มแพ้ยากิน เต็ดตราไซคลิน ไพร๊อกซีแคม ด็อกซี่ไซคลิน และเริ่มแพ้แอลกอฮอล์ทั้งๆที่ไม่ได้เป็นคนดื่มหนัก แทบจะนานๆทีทานเบียร์ 1 กระปองเท่านั้น

3. แพ้เครื่องสำอางค์เป็นประจำ จนหน้าลายหมดแล้ว

4. 8 เดือนล่าสุด เริ่มแพ้แบบหาสาเหตุไม่ได้ โดยเป็นผื่นแดงขุยบางๆ ส่วนใหญ่ขึ้นตามแขน-ขา แปลกที่ลำตัวไม่ค่อยขึ้น บางทีเดินออกไปเจอแดด ก็คัน ตัวแดงขึ้นมา บางทีก็ลามขึ้นทั้งหน้าคอ เป็นผื่นกึ่งสิว

รักษามานานแต่ก็ไม่หาย ต้องใช้ยาทุกครั้งที่เป็น มีคุณหมอท่านหนึ่งแนะนำให้ออกกำลังกาย ซึ่งก็เชื่อท่านว่าน่าจะดีข้น แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ค่อยได้ออกกำลังจริงจังนัก

เคยได้ยินเรื่อง skin test มาบ้าง บางโรงพยาบาลบอกว่าแบ่งการเทสป็น 3 กลุ่ม เช่นกลุ่มเครื่องสำอางค์ ซึ่งค่าเทสกลุ่มละประมาณ 2500-3000 บาท เฉพาะค่ายาและ ++ อีก

อยากเรียนขอความรู้จากคุณหมอว่า skin test มีกี่กลุ่ม ทำครั้งเดียวเลยได้ไหม ถ้าทำโรงพยาบาลรัฐ จะราคาประมาณเท่าไหร่ คุณหมอแนะนำที่ไหนค่ะ

ดิฉันจะลองเข้าไปดู blog ของคุณหมอ ไม่ทราบว่าคุณหมอตรวจอยู่โรงพยาบาลไหนคะ ดิฉันอาจต้องขอรบกวนคุณหมอ

สุดท้ายนี้ขออนุญาติ ลาไปเกาขาก่อนค่ะ ทุกข์ใจจริงๆ

ขอบคุณค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.50.70
เขียนเมื่อ Sat Apr 11 2009 22:22:47 GMT+0700 (ICT)

ผมตรวจอยู่ที่รพ.เลิดสิน และคลินิกส่วนตัว ทั้งสองที่เคยทำ skin test ที่เรียกว่า patch test :ซึ่งมีชุดตรวจมาตรฐาน 20 หลุม หากสงสัยว่าแพ้สารอื่นที่ไม่ได้พบบ่อยค่อยพิจารณาตรวจเพิ่มเติม  แต่ตอนนี้ผมเลิกทำทั้งสองที่เพราะไม่มีเวลาทำ คนไข้ที่รพ.ตรวจวันละ 50-70 คน ที่คลินิกผมเน้นการรักษาสิว ฝ้า ทำทรีตเม้นท์และยิงเลเซอร์เป็นหลัก การตรวจ patch test ต้องทำวันจันทร์ อ่านผลวันพุธ และศุกร์ สรุปว่าถ้าจะทำผมห้ามไปไหนเด็ดขาดเพราะไม่มีคนอ่านผลให้คนไข้ สุดท้ายตรวจแล้วคนไข้ได้ประโยชน์น้อยมาก  ได้ประโยชน์กับคนไม่กี่คน ส่วนใหญ่เสียเงินฟรี  ได้ความรู้สึกว่าได้ตรวจ รักษาหายหรือไม่หายส่วนใหญ่เป็นความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างแพทย์ที่รักษากับคนไข้ ช่วยกันควานหาสาเหตุแล้ว คนไข้ใช้ความพยายามทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

ถ้าจะให้แนะนำหมอแนะนำให้ไปที่ สถาบันโรคผิวหนัง รามา ศิริราช จุฬา สมิติเวช บำรุงราษฎร์

ธัญญธร
IP: xxx.7.149.136
เขียนเมื่อ Mon Apr 13 2009 22:52:10 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอ

พอดีอยากจะสอบถามข้อมูลคุณหมอค่ะ ดิฉันมักจะเป็นผื่นนูนหนา ที่ผิวหนังบ่อยมากๆ ซึ่งหากเรียกกันทั่วไปคือลมพิษ พอมีลูกคนที่สอง(ลูกชายปรากฎว่าลูกเป็นภูมิแพ้) ทางคุณหมอจึงถามว่าทางคุณพ่อหรือคุณแม่มีประวัติเป็นภูมิแพ้ ไม่มีใครเป็นค่ะ แต่คนที่เป็นคือดิฉันที่เป็นลมพิษ คุณหมอที่รักษาลูกชายบอกว่าคุณแม่เป็นภูมิแพ้ผิวหนัง อาการคือเป็นๆหายๆค่ะ บ้างครั้งถึงกับนอนไม่ได้ค่ะ คันมากมาก รบกวนคุณหมอแนะนำว่าควรจะดูแลอาการแบบนี้อย่างไร เพราะเคยดูว่าแพ้อาหารอะไรหรือไม หรือแพ้แสงแดดหรือเปล่าว(แต่หากร้อนอาการผื่นจะขึ้นค่ะ) ควรทานยาอะไรที่ยุบเลยเพราะบ้างครั้งบวมเป็นผื่นแดง 1-2 วันก็ไม่หาย และนอนไม่ได้ค่ะ

รบกวนขอคำแนะนำด้วยค่ะ

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

ธัญญธร

ปุ้ย
IP: xxx.10.241.58
เขียนเมื่อ Wed Apr 15 2009 09:37:31 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

อยากจะรบกวนถามคุณหมอหน่อยค่ะว่าตอนนี้ดิฉันมีผื่นขึ้นตามตัวผื่นมีลักษณะแบบเวลาเอาเล็บข่วนตัวเองแล้วมันจะนูนขึ้นมาได้ง่ายมากแต่ผื่นที่ขึ้นนี้ไม่ได้เอาเล็บข่วนมันก้อขึ้นมาเองแล้วก้อขึ้นมาเยอะมากค่ะเป็นอย่างนี้มาประมาณเดือนหนึ่งแล้วไม่ทราบสาเหตูค่ะแต่กินยาแก้แพ้ยี่ห้อ Zensilแล้วก้อหายแต่สองวันก็เป็นขึ้นมาอีกค่ะ ไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตูอะไรแต่ว่าลองงดถั่ว งดไข่ งดนมแล้ว พวกฝุ่นบนที่นอนก้อปัดออกแล้ว ก็ยังขึ้นอยู่ค่ะ รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

บัณฑิต เณรมณี
IP: xxx.203.186.80
เขียนเมื่อ Sun Apr 19 2009 21:52:42 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอ

ลุงของผมเป็นแผลคล้ายพุพองแล้วแตกเป็นเนื้อแดงทั้งตัวเต็มไปหมดจนถึงหัวได้ไปหาหมอที่โรงพยาบาลเอกชน บอกว่าเป็นโรคแพ้ภูมิตัวเองโดยน้ำระหว่างผิวหนังกับเนิ้อชั้นใน

มีน้ำแทรก ทานยามาแล้วประมาณป็นปีมีส่วนที่แห้งไปบ้างและเมื่อมีการลดยาก็ขึ้นมาใหม่ตอนนี้ช่วงบนตั้งแต่หน้าอกจนรอบศรีษะเป็นทั่วไปหมดบ่นว่าทรมานมากให้ตายยังดีกว่า ผมสงสารลุงครับ อยากเรียนถามว่าจะมีทางรักษาได้ใหม และควรไปรักษาที่ใหนได้ครับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.52.159
เขียนเมื่อ Mon Apr 20 2009 23:40:18 GMT+0700 (ICT)

ลมพิษหากอาการเป็นมาก อาจต้องให้ยาสเตียรอยด์สักพัก จนกว่าจะดีขึ้น ในระหว่างนั้นเริ่มให้ยาต้านฮิสตามีนเช่น clarityne telfast atarax cpm คุมอาการเอาไว้หลายเดือนหน่อย ส่วนมากมักหาส่าเหตุไม่เจอ แต่ถ้าคุมอาการไปได้สัก 1-2 ปี ส่วนใหญ่โรคจะสงบไปเอง แต่ยังไงก็ควรไปพบแพทย์ช่วยหาสาเหตุ บางทีเป็นเรื่องหญ้าปากคอกเช่น ฟันผุ เป็นพยาธิ รักษาต้นตอไม่นานโรคก็หายไปครับ

สำหรับคุณลุงของคุณบัณฑิต ควรไปพบแพทย์ที่สถาบันผิวหนัง หรือ ศิริราช จุฬา รามา พระมงกุฏ เพราะต้องตัดเนื้อบางส่วนไปตรวจ อาจต้องให้ยาที่มีผลข้างเคียงสูงถึงจะได้ผลครับ

วิชุดา
IP: xxx.144.227.162
เขียนเมื่อ Tue Apr 21 2009 13:36:43 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอ

ลูกสาวอายุ 16 ปี เป็นโรคภูมิแพ้ ATOPICตั้งแต่เกิด จนปัจจุบันนี้ยังเป็นตลอดเวลาโดยเฉพาะช่วงเวลามีประจำเดือนอาการของโรคจะเป็นมากขึ้น ลักษณะอาการคือ ผิวแห้งตั้งแต่หัวจดเท้า ผื่นคันตลอตเวลา เกาจนเป็นแผล โดยเฉพาะบริเวณข้อพับที่แขน ที่ ขา ถ่าอากาศเย็นหรือร้อนอาการของโรคยิ่งเป็นมาก และลูกสาวเป็นหวัดในช่วงเช้าเกือบทุกวัน แพ้น้ำมูกตังเองคือทำให้หน้าเป็นผื่นเคยไปหาหมอ คุณหมอให้ลูกสาวกินเพ็นนิโซโลน (สเตียรอย์)และทายาเดอร์มาทอป์ จนลูกสาวหน้าบวมตัวบวม และข้อพลับที่ขาผิวหนังบางมากจนเห็นเส้นเลือดและขาลาย ซึ่งข้อพลับที่ขาหลังจะแห้งและคันมากจนเป็นแผลซึ่งจะไวต่ออากาศที่เปลี่ยนแปลงมาก สุดท้ายต้องเลิกหาหมอเนื่องจากหมอัยงคงให้กินเพ็นนิโซโลน ปัจจุบันดูแลเอง โดยให้ลูกสาวกิน ATARAX ขนาด25มิลลิกรัม 2เม็ด ก่อนนอน ตอนกลาววันกิน zancil 1 เม็ด หลังอาบน้ำทาครีมที่ตัว ,ใบหน้า ใช้ELIDEL

ทาที่ผื่นหน้าและผื่นตัว ได้ 6 อาทิตย์ติดต่อกันพอจะช่วยได้บ้างแต่ไม่หายสนิท แต่ขณะนี้หยุดทายาELIDELเนื่องจากเห็นว่าได้ทายาติดต่อมานาน จึงใช้ ปิโตรเลี่ยม เจลลี่ทาหน้าแทน (หน้ายังเป็นผื่นแดง) กินยาแพ้ยังกินเหมือนเดิม ให้ลูกสาวกินวิตามินซี 1000 วันละ1 เม็ด(BLACKMORE), กิน วิตามิน ACE วันละ 1เม็ด(BLACKMORE)

สรุปการดูแลลูกสาวที่กล่าวในข้างต้นอาการลูกสาวก็ยังคงเป็นอยู่เพียงแต่จะเป็นมากขึ้นหรือน้อยลง

คำถาม วิธีการดูแลลูกสาวถูกต้องหรือไม่ จะมีผลดีหรือผลเสียต่อลูกสาวอย่างไร รบกวนคุณหมอช่วยบอกวิธีดูแลและรักษาโรคนี้ในขั้นพื้นฐานด้วนค่ะ

ขอขอบพระคุณอย่างสูง

รติมาพร
IP: xxx.24.182.16
เขียนเมื่อ Wed Apr 22 2009 19:29:44 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ

ก่อนอื่นขออนุญาตเล่าให้ฟังว่าดิฉันเคยไปตรวจผิวหนังที่ร.พผิวหนังใกล้แยกเพชรบุรีเมื่ออาทิตย์ก่อน เพราะมีอาการมาตั้งแต่2ปีก่อนเคยถูกสเปรย์ใส่ผมฉีดโดนหน้าผาก จึงทำให้หน้าผากซีกขวาเป็นผดร่วมกับผิวแห้งและมีอาการคัน ต่อมาลามมาถึงปอยผมริมกกหู จึงไปตรวจ หมอให้งดเครื่องสำอางทุกชนิด งดการใช้ผลิตภัณฑ์ทุกชนิดให้ใช้น้ำเปล่าล้างหน้าอาบน้ำ และแนะนำให้ใช้ผลิตภัณฑ์เด็ก พร้อมกันนั้นหมอให้ยาTA

0.1%,PREDNISOLONE 2 TAB BID ,PITROLIUM JEL แล้วนัดทำskin test อีกวันศุกร์นี้ค่ะ แต่ตอนนี้อาการดีขึ้นมากแล้ว

จึงอยากเรียนถามคุณหมอว่าดิฉันต้องไปทำskin test ไหมเพราะอ่านกระทู้คุรหมอแล้วเหมือนไม่ให้อะไรมาก

ขอบคุณค่ะ

รติมาพร

ตรี
IP: xxx.67.226.132
เขียนเมื่อ Sat Apr 25 2009 15:04:52 GMT+0700 (ICT)

หวัดดีค่ะคุณหมอ

ดิฉันมีปัญหาเกี่ยวกับผื่นที่หน้า ซึ่งเมื่อก่อนไม่เคยเป็นนะ เครื่องสำอางก็ใช้แบบเดิม ตัวเดิมไม่เปลี่ยนเพิ่งเริ่มเป็นช่วงอากาศร้อน ๆๆสุดๆๆ เหงื่อออกจะคันยิบ ๆ ที่หน้า เป็นมาสองสามวันแล้ว ตอนนี้กลางคืนเลยงดครีมทุกตัว พอกไข่ขาวทิ้งไว้ แล้วล้างหน้าและนอนเลย (ไม่ทาอะไร) ตื่นเช้ามา หน้าตึง ๆ แห้ง ๆ ค่ะ ผื่นยุบนิดๆๆ ตอนเช้าทาแค่กันแดด แรก ๆ ไม่เป็นไร พอเที่ยง ๆ มา อากาศร้อน เหงื่อออก ก็คันยิบๆๆ มีผื่นขึ้นอีก ผื่นเป็นแดง ๆ จะคันบริเวณขมับ และคอ ตรงเหนือคิ้ว ตอนนี้ลองไปล้างหน้าอีกรอบและไม่ทาไร ส่องกระจกดู จากหน้าที่เคยเนียน ๆ เหมือนเป็นผื่นแดง ๆ ขึ้นค่ะ

อยากทราบว่า น่าจะเกิดจากอากาศร้อน หรือแพ้เครื่องสำอาง (ปกติไม่แต่งหน้า ทาแค่กันแดดและบำรุงกลางคืนค่ะ) เป็นคนที่หน้าแห้งมาก (ถ้าอากาศหนาวหน้าจะลอกเป็นขุย ๆ เลยหากไม่ทาครีม)

ดิฉันควรทำอย่างไรดี ก่อนที่หน้าจะมีปัญหามากกว่านี้ และการพอกไข่ขาวทุกคืนจะเป็นอันตรายไหมคะ

ขอบพระคุณล่วงหน้านะคะ

กัน
IP: xxx.26.174.246
เขียนเมื่อ Wed May 06 2009 14:47:03 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณหมอ

คือผมมีเหมือนตุ่มใสเล็กๆขึ้นตามบริเวณมือ และนิ้วบางครั้งจะรู้สึกคัน พอมันแตก วันต่อมามันก็ขึ้นมาใหม่แถวๆบริเวณเดิมอีกครับ บางทีก็หายไปสักพัก จนผมนึกว่าหายแล้วก็ขึ้นมาใหม่ เป็นมานานแล้วครับ รู้สึกรำคานมากเลยครับ ต้องทำยังไงบ้างครับ

ขอบคุณครับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.50.181
เขียนเมื่อ Fri May 08 2009 00:29:23 GMT+0700 (ICT)

ต้องขออภัยที่ตอบล่าช้าคราวนี้ตอบทีเดียว 4 คนเลย คนแรกคุณวิชุดา ดูแลลูกสาวได้ดีแล้วครับ แต่ผมก็ยังมีความเห็นส่วนตัวว่า รักษาคนไข้ให้ดี ควรมีเจ้าภาพ หมายความว่าต้องหาหมอที่เขาเชี่ยวชาญเรื่องนี้ เป็นที่ปรึกษาอยู่ตลอดเวลา อย่าไปรักษาจากตำราหรืออ่านอินเทอร์เน็ต พวกนี้เป็นเพียงแค่ให้เรารู้ว่าคร่าวๆเขาคิดอย่างไร แต่เวลาจะต้องตัดสินใจอะไรสักอย่างฝากชีวิตไว้กับคนที่เขามีประสบการณ์มากกว่าดีกว่า ถ้าไว้ใจได้

คุณรติมาพรครับ หมอเห็นว่าคุณคงไม่ต้องไปทำ skin test ป่านนี้คงหายแล้ว นอกเสียจากว่า รักษาอยู่หลายเดือนแล้วยังไม่ดีขึ้นเสียที หมออาจจะแนะนำให้ไปทำ

คุณตรี แพ้ที่ใบหน้า เอาไข่ขาวพอกหน้าคงไม่ช่วย แต่ก็ไม่น่าก่อให้เกิดปัญหาอะไร เพียงแต่เป็นแค่ความเชื่อไม่รู้มีประโยชน์จริงหรือไม่ ไปหาหมอให้เขาสั่งยากินแก้แพ้ให้ดีกว่าไม่นานก็คงหายแล้วครับ

คุณกัน เป็นตุ่มน้ำที่มือ โรคนี้เกิดจากการแพ้สารเคมี พวกสบู่ ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน ฝุ่นละออง ไม่ได้เกิดจากความไม่สะอาด ยิ่งล้างมือยิ่งเป็นมาก ฝรั่งเรียก dyshidrotic eczema เป็นโรคเรื้อรัง รักษาหายแล้วชอบกลับมาเป็นใหม่ แต่เป็นโรครักษาได้ครับ

ภัทรา
IP: xxx.144.130.176
เขียนเมื่อ Mon May 11 2009 10:58:45 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

มีเรื่องจะรบกวนขอคำแนะนำจากคุณหมอหน่อยค่ะ พอดีว่าลูกสาวอายุ 3ขวบ 4 เดือน เป็นเด็กที่ผิวแห้งมาก ถ้าช่วงไหนเป็นมากๆเวลาลูบไปตามตัวจะรู้สึกได้เลยว่าตัวเค้าจะสากๆ คุณหมอเด็กแนะนำว่าควรทาโลชั่นของยูเซอริน ไม่ควรอาบน้ำร้อน ทุกวันนี้ก็พยายามให้อาบน้ำธรรมดา ไม่เปิดน้ำร้อน ใช้สบู่เหลวและทาโลชั่นของยูเซอริน แต่ผิวก็ยังแห้งมาก โดยเฉพาะที่ข้อพับ จากผื่นแดงๆ ตอนนี้กลายเป็นผื่นสีขาวเป็นดวงใหญ่เห็นชัดมาก ตามต้นแขนก็จะเป็นผื่นดวงๆสีขาวแห้งเป็นขุยๆนะค่ะ คุณหมอช่วยแนะนำหน่อยได้มั๊ยค่ะว่าจะต้องทำยังไงบ้าง สงสารลูกมากเลย ใครเห็นก็ต้องถามว่าเป็นอะไร ทำไมตัวเป็นด่างๆ เคยพาไปหาหมอผิวหนัง ก็ให้ครีมมาทา แต่ก็ไม่เห็นดีขึ้นเลยค่ะ คุณหมอพอจะช่วยแนะนำโรงพยาบาลหรือคุณหมอที่รักษาเกี่ยวกับภูมิแพ้ในเด็กโดยตรงมีมั๊ยค่ะ ขอบคุณนะคะ

อมรรัตน์
IP: xxx.24.208.90
เขียนเมื่อ Thu May 14 2009 11:13:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะ

ตอนนี้หนูมีปัญหาเรื่องโรคภูมิแพ้มากคะ หาหมอมาก็หลายที่แล้ว เค้าก็ให้ยามากิน แต่โดยใจจริงหนูก็ไม่ค่อยอยากกินยาเท่าไหร่หรอกคะ ก็เลยพยายามเสิดหาข้อมูลของผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ เค้าก็มีบอกกันว่าออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวโดยที่ไม่ต้องไปฉีดยา และหลีกเลี่ยงสิ่งที่แพ้ก็หายขาดได้ แต่หนูก็ทำแล้วอะคะ แต่ก็ยังไม่หายขาด

เลยไปปรึกษาหมอที่โรงพยาบาลมหาชัยมาคะ แล้วก็เทสสารก่อให้เกิดภูมิแพ้อยู่11ชนิดโดยฉีดใต้ผิวหนัง ซึ่งผลออกมา แพ้ ฝุ่น แต่ไม่แพ้ไรฝุ่น แพ้สำลี แอลกอฮอล์(อันนี้ไม่ตั้งใจตรวจแต่พอเอามาเช็ดบริเวณที่จะฉีดแล้วแดง)แล้วก็มีแพ้อะไรอีกอย่างอะคะ ซึ่งหนูจำไม่ได้

แต่ที่ทดสอบ ยังไม่ได้ทดสอบพวกอาหารทะเลอะคะ ถ้าจะไปทดสอบเพียงชนิดเดียวหรือทดสอบสิ่งที่เป็นสารก่อให้เกิดภูมิแพ้ที่เจอบ่อยๆ เพียงไม่กี่ชนิดตามโรงพยาบาลเค้าจะรับฉีดหรือเปล่าคะ แล้วนำผลเทสเก่ามาประกอบกับผลเทสใหม่เอาว่าแพ้อะไรบ้าง เพราะไม่อยากเสียเงินหลายๆครั้งอะคะ เพราะแพทย์ที่หนูไปพบเค้าบอกให้ทดสอบใหม่หมดเลย= ="

ส่วนเรื่องแพ้ฝุ่น ตอนนี้หนูเองก็พยายามดูดฝุ่นที่บ้านอาทิตย์ละครั้ง ดูดด้วยตนเอง เพราะหนูอยู่บ้านกับอาม่าจึงต้องดูดเอง เพราะหมอที่ไปหาเค้าบอกห้ามดูดฝุ่นเองจะใช้อาม่าดูดก็ดูอกตัญญู ยังไงชอบกล= ="

แต่อ่านเจอจากหนังสือ เค้าบอกว่าถ้าเครื่องดูดฝุ่นไม่มีประสิทธิภาพพอก็จะเป็นการทำให้ฝุ่นยิ่งแพร่กระจายลอยในอากาศ ซึ่งเครื่องที่หนูซื้อมามันเป็นเครื่องดูดฝุ่นแบบเป็นกล่องเก็บฝุ่นด้านใน มีชั้นกรองฝุ่นสี่ชั้น ฟิลเตอร์กรองฝุ่นแบบHepa http://www.imarflex.co.th/product_vacum2.htm

เป็นรุ่นตัวนี้อะคะ พอจะใช้ได้รึเปล่าคะ หรือจะเป็นการทำให้ฝุ่นยิ่งแพร่กระจาย

(เมื่อสักครู่ไปเสิดมาจากเวป

http://aaclinic.com/index.php?option=com_content&task=view&id=21&Itemid=45

คะมีอยู่บรรทัดนึงเขียนไว้ว่า ใช้เครื่องปรับอากาศที่มีเครื่องกรองอากาศชนิด HEPA filterซึ่ง HEPA มีประสิทธิภาพในการจับสิ่งสกปรกในอากาศที่มีอนุภาคขนาดเล็ก ขนาด 0.3 ไมครอน ได้ที่ 99.97% )

ส่วนห้องนอนหนูเป็นห้องนอนรวมอะคะนอนกัน4-5คน ซึ่งบางที่หนูมีการย้ายเตียงนอนไปมาอยู่2เตียงอะคะ เป็นเตียงนอนไปเลย กับฟูกที่วางไว้กับพื้นอะคะ แต่ฟูกที่วางไว้กับพื้นหนูจะนอนบ่อยกว่าเตียงนอนปกติ ซึ่งเตียงปกติหนูนอนอาทิตย์ละสองครั้ง ถ้าวันไหนหนูไม่นอนอาม่าหนูก็จะนอนแทน ส่วนฟูกที่หนูนอนเป็นประจำ เลยเอาที่ปูเตียงกันไรฝุ่น มาคลุมเอาไว้ แต่เตียงปกติหนูไม่ได้คลุมเอาไว้และเตียงหนูจะมีเสื่อปูอยู่ ควรเอาออกใช่ไหมคะ เห็นหมอที่หนูไปหาที่เทพธารินทร์เมื่อวานนี้เค้าบอกเป็นที่เก็บฝุ่นและไรฝุ่นอย่างดี

ส่วนแพ้สำลี หมอที่หนูไปหาที่เทพธารินทร์ก็ยังบอกอีกว่าหนูไม่น่าจะแพ้สำลีไม่งั้นตัวหนูคงเป็นแถบแดงๆไปแล้ว(แต่ตอนที่ไปหาหมอหนูกินยาไปแล้วไงคะ เลยไม่เป็นแถบแดงๆ (แต่ถ้าปกติถ้าหนูไม่กินยาก็ไม่เป็นอะไรอยู่แล้วนะคะ) เพราะเสื้อปกติมันเป็นคอตตอลซึ่งเป็นพวกเดียวกับสำลี แต่ผลที่ตรวจออกมาหนูแพ้สำลีจริงๆนะคะ ยิ่งคุยกับคุณหมอท่านนี้หนูก็ยิ่งงง

แล้วปกติเวลาหนูโดนของขูดโดน ถ้าหนูไม่กินยาแก้แพ้อยู่ก่อนแล้วมันก็จะเป็นลอยนูนแดงขึ้นมา แต่เวลาที่กินยาแล้วโดนขูดก็ยังเป็นลอยปื้นแดงๆแต่ไม่นูน

และปกติในห้องนอนก็จะมีตุ๊กตาบ้างคะ เป็นของน้องซะส่วนใหญ่ หนูเองไม่ชอบเล่นุตุ๊กตาคะ และในห้องก็ยังมีที่ใส่หนังสือและก็คอมพิวเตอร์ด้วยคะ หนูก็รู้อยู่เป็นที่มาของพวกฝุ่น แต่มันไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่ก็พยายามดูดฝุ่นทุกอาทิตย์แล้วอะคะ

ช่วงนี้เอง หนูก็ออกกำลังกายอาทิตย์ละครั้งถึงสามครั้งแต่อาทิตย์อะคะ แต่หนูยังต้องกินยาควบคู่ไปด้วย เพราะเคยหยุดกินยา แล้วจะคันเป็นระยะค่ะ และจะคันที่ต้นขามากตอนเริ่มวิ่งใหม่ๆ จนไม่สามารถวิ่งได้ และทั้งหมดนี้เป็นอาหารและกิจวัตของหนูค่ะ และตอนนี้หนูคิดว่าจะทำการฉีดวัคซีนต่อต้านสารก่อภูมิแพ้ ควรฉีดที่ไหนดีคะ บ้านหนูอยู่บริเวณพระโขนงอะคะ พอจะมีโรงพยาบาลที่มีแพทย์ที่เชี่ยวชาญหรือเก่งบริเวณแถวนี้บ้างไหมคะ รบกวนคุณหมอช่วยวิเคราะห์อาการของหนูให้ด้วยคะ ขอบคุณล่วงหน้าก่อนเลยคะ

นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.104
เขียนเมื่อ Sun May 17 2009 00:08:27 GMT+0700 (ICT)

คุณภัทราลองพาลูกสาวไปที่รพ.เด็ก แถวอนุสาวรีย์ชัยดู แต่หมอคิดว่าถ้ายูเซอรินไม่หาย ตัวเลือกอื่นก็มี Physiogel AI Protopic Elidel Vasaline และอีกหลายยี่ห้อครับให้คุณหมอเขาแนะนำให้น่าจะดี เดี๋ยวโตขึ้นก็คงดีวันดีคืนขึ้น อย่าไปกังวลมากเลยครับ สำหรับคุณอมรรัตน์เขียนมายาวมากแสดงว่ามีความทุกข์ใจจริง ผมยังคิดว่าไม่มีหมอคนไหนรักษาโรคภูมิแพ้ได้ผลหมดทุกคน แต่ที่เห็นผลมีตัวอย่างให้เห็นเยอะแยะ ผมมีเพื่อนเป็นหมอคนหนึ่งเขาเป็นโรคภูมิแพ้ บวกกับอีกสารพัดโรค เลยเลิกเป็นหมอไปบวชพระอยู่กับท่านอาจารย์พุทธทาส ฉันมื้อเดียว ออกกำลังกาย เล่นโยคะทุกวัน สวดมนต์ ตอนนี้เป็นอาจารย์สอนวิปัสสนากรรมฐาน ไม่เชื่อก็ต้องเชื้อ เพราะตอนนี้อาการภูมิแพ้ท่านไม่ปรากฏมาหลายปีแล้ว รวมทั้งโรคอื่นๆอีกเป็นกระบุง การฉีดสารสกัดจากสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้บ่อยๆ ที่เราเรียกว่าหนามยอกให้เอาหนามบ่ง นั้น มีคนไข้ได้ผลเยอะ แต่ต้องฉีดทุกวัน และไปหาหมอคลินิกไหนก็ไม่ค่อยยอมฉีดให้ ผมเคยฉีดแล้วคนไข้เป็นลมวูบไปต่อหน้าต่อตา ยังดีที่ไม่ตาย ตั้งแต่นั้นใครเอายามาให้ที่คลินิกผมไม่ยอมฉีดให้อีกเลย ไล่ไปฉีดรพ.ลูกเดียว เพราะเครื่องมือพร้อมกว่าเผื่อหยุดหายใจไปยังพอมีลุ้นปั๊มขึ้น แต่ยอมรับความจริงว่า คนไข้จำนวนมากที่หมอรู้จักอาการดีขึ้นมากจากการรักษาด้วยวิธีนี้ เท่าที่ผมเคยทราบว่ารักษาด้วยวิธีนี้ก็มี รพ.พระมงกุฏ รพ.กรุงเทพฯซอยศูนย์วิจัย ครับ

หมี่
IP: xxx.174.66.109
เขียนเมื่อ Fri May 22 2009 19:23:05 GMT+0700 (ICT)

หวัดดีค่ะ

หนูมีผื่นแดง ๆจะเรียกว่าผื่ืนไม่ก็ไม่รู้แต่ว่ามันเป็นเม็ดสีแดงๆที่ต้นขาและต้นแขนค่ะ

ไม่มีอาการคัน แต่ถ้าอากาศร้อน หรือ เย็นหรือเวลาหลังอาบน้ำมันจะเป็นมากขึ้น

เป็นมาต้งแต่ ตอนประถม

อยากถามมันเป็นอะไรและมีวิธีรักษาไหมค่ะๆ

อยากหายมากเลยค่ะ

หม ง
IP: xxx.172.8.143
เขียนเมื่อ Sun May 24 2009 21:09:55 GMT+0700 (ICT)

คือผมอายุ14 น่าครับมันมีคล้ายๆแผลกลางหลังเป็นเส้าครับหนักใจมากนๆเหมือนโดนใครเขี่ยนตีไว้ไม่ทราบว่าสาเหตุนี้คืออารายเหรอครับถ้าไงตอบด้วยน่

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.227
เขียนเมื่อ Sun May 24 2009 23:43:26 GMT+0700 (ICT)

คุณหมี่ คงจะเป็นโรค keratosis pilaris บางคนเขาเรียกโรคขนคุด เพราะเป็นเม็ดสากๆที่ต้นแขน ต้นขา เวลาเอามือลูบเหมือนมีหนามเล็กๆอยู่ที่ผิวหนัง ถ้าผ่าออกมาดูบางคนจะ้เห็นเป็นเส้นขนม้วนอยู่ข้างใน เป็นโรคที่เป็นกรรมพันธ์ูุรักษาไม่ค่อยหายขาด แต่ทายาก็มักดีขึ้นครับ

 

สำหรับคุณหมงส่งรูปมาดูดีกว่าครับ อ่านแล้วไม่เห็นภาพนึกไม่ออก

sry
IP: xxx.9.145.218
เขียนเมื่อ Mon May 25 2009 21:30:32 GMT+0700 (ICT)

ลูกอายุ 10 ขวบเป็น atopic คุณหมอให้ 0.1%ta cream มาทาร่วมกับ petrolium jel และยาทานแก้แพ้ ทาไปได้ 3 ครั้งเองแก้มแดงมาก ทำงัยดีค่ะ

kmsabai
เขียนเมื่อ Mon May 25 2009 21:40:05 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

บันทึกอาจารย์มีคุณค่ามากๆครับ

ห ม ง
IP: xxx.172.100.129
เขียนเมื่อ Tue May 26 2009 19:55:39 GMT+0700 (ICT)

ผมที่เปงโรคที่เปงรอยเหมือนแส้เขี่ยนน่าครับเดียวผมจะส่งรูปให้น่าครับส่วนอีกอย่างคืออันตรายถึงชีวิตไหมครับหรือมีผลอะไรหรือเปล่า

หมี่
IP: xxx.174.112.244
เขียนเมื่อ Tue May 26 2009 21:42:46 GMT+0700 (ICT)

ไม่มีวิธีรักษาเลยเหรอค่ะ

แล้วมันจะเป็นไปตลอดเลยหรือป่าวค่ะ

เพราะว่าอยากหายมาเลยค่ะ

อัน
IP: xxx.174.69.34
เขียนเมื่อ Thu May 28 2009 19:18:40 GMT+0700 (ICT)

เป็นโรคผิวหนังมาตั้งแต่เด็กแล้วค่ะ มีอาการคันแทบจะตลอดเลยจนเป็นแผล

เคยไปหาหมอหลายครั้ง หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้พอโตขึ้นก็จะหายเอง

แต่ตอนนี้โตแล้วยังไม่หายเลย แถมเป็นหนักกว่าเก่า แบว่าคันตลอดเวลา

แล้วเป็นรอยแผลเป็นสีดำๆ แล้วบริเวณที่เป็นก็จะเป็นผิวหยาบหนาด้วย

จะทำยังไงให้หายดีคะ

ช่วยให้คำตอบหน่อยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ไก่
IP: xxx.122.154.248
เขียนเมื่อ Thu Jun 04 2009 13:53:30 GMT+0700 (ICT)

ผมมีผื่นเล็กๆขนาด 0.2 - 0.3mm สีแดงตามรูขุมขนตามแขนขา,หน้าอกและแผ่นหลังและเป็นๆหายๆวันหนึ่งหลายๆรอบ เป็นมาประมาณ 6 เดือนแล้ว จะทราบได้อย่างไรว่าผมเป็นโรคอะไร และมีอันตรายมากน้อยแค่ไหนเพื่อจะได้หาวิธีป้องกันและรักษาตัวเองต่อไป ครับ

นิกกี้
IP: xxx.28.25.165
เขียนเมื่อ Fri Jun 05 2009 07:42:59 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ

หนูมีผื่นแดงคันเห่อขึ้นทั่วหน้าเลยคะ คันด้วย หน้าแห้งมากมาย ไปหาหมอมา

เค้าให้ยา elidel มาทาที่หน้า อยากทราบว่าประมาณกี่วันคะจึงจะหาย เครียดมากคะ

และเมื่อทายาเสร็จ หนูมีอาการร้อนที่เบ้าตาทั้งสองข้างเลยคะ หนูไม่ได้ขยี้ตาเลยนะคะ

และเว้นบริเวณรอบดวงตา อยากทราบว่าเป็นอันตรายมากหรือเปล่าคะ

....ขอบคุณคะ

นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.123.38.89
เขียนเมื่อ Sat Jun 06 2009 10:51:30 GMT+0700 (ICT)

ไม่ได้ตอบเมล์เสียนาน  TA ครีมถ้าทาแก้มเด็ก 10 ขวบแล้วแก้มแดงมาก ก็ไม่แนะนำให้ใช้ต่อครับ ควรใช้ยาที่อ่อนกว่านั้น เช่น hydrocortisone

โรคที่เป็นเหมือนรอยเฆี่ยนแส้รอรูปครับ

เกิดเป็นมนุษย์ก็ต่้องทำใจบางโรคแม้ไม่หายขาด แต่รักษาให้ดีขึ้นได้

sry
IP: xxx.9.141.28
เขียนเมื่อ Sun Jun 07 2009 21:43:30 GMT+0700 (ICT)

ยา hydrocortisone มีชื่อทางการค้าว่าอะไรบ้างคะ

นัท
IP: xxx.142.5.168
เขียนเมื่อ Tue Jun 09 2009 06:26:43 GMT+0700 (ICT)

ผิวคางคกของหนู ต้องทานยาอะไร หรือ ครีมอะไรดีถึงจะทุเราได้บ้าง

อายเพื่อนที่มาจับแขน หรือเห็นที่ขา แล้วตามตัวด้วย

ช่วยตอบหนูทีนะค่ะ

เบดูอิน
เขียนเมื่อ Tue Jun 09 2009 06:45:01 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับมาเยี่ยมครับ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.54.116
เขียนเมื่อ Wed Jun 10 2009 21:53:20 GMT+0700 (ICT)

ยา hydrocortisone ซื้อ ยี่ห้อไหนก็ได้ไม่ต่างกันสักเท่าไร มีเป็นหลายสิบยี่ห้อ

ผิวคางคกทามอยเจอไรเซอร์ทุกวันน่าจะดูดีขึ้นบ้าง แต่ถ้าโรคไม่กำเริบปกติจะดีขึ้นเรื่อยๆครับ

ทัศนีย์
IP: xxx.19.78.66
เขียนเมื่อ Fri Jun 12 2009 08:54:19 GMT+0700 (ICT)

หนูมีอารการเป็นผื่นคันทั้งตัว โดยตอนแรกจะมีตุ่มเม็ดเล็กๆขึ้นมา 1 ตุ่ม เมื่อหนูไปเกามันจึงแตกกระจายไปทั่วบริเวณต้นขา แล้วหลังจากนั้นก็ลามไปทั่วทั้งตัว โดยหนูคันตลอดเวลา หนูก็ไม่ทราบว่าหนู้แพ้อะไร คุณหมอช่วยบอกหนูได้ไหมค่ะ ตอนนี้หนูไม่รู้จะทำยังไงแล้ว มันคันไปหมดทั้งตัว แถมยังมีผื่นขึ้นตลอดเวลา ตอนแรกหนูคิดว่าเป็นโรคชิคุนกุนยา แต่พอไปถามเพื่อนที่เขาเป็น เพื่อนบอกว่านี่ไม่ใช่โรคชิคุนกุนยา เพราะถ้าเป็นชิคุนกุนยาต้องไข้ก่อนแล้วต้องปวดข้อกระดูด แล้วจะมีผื่นคันขึ้นตามตัว แต่สำหรับหนูผื่นคันขึ้นตามตัว แต่กลับไม่มีไข้เลยสักนิด คุณหมอช่วยตอบกลับมาด้วยนะคะว่าหนูเป็นอะไรกันแน่

ขอบคุณมากค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.107
เขียนเมื่อ Sat Jun 13 2009 07:06:01 GMT+0700 (ICT)

หมอที่ไหนก็คงตอบหนูไม่ได้ ถ้าอ่านแค่นี้  ลองส่งรูปมาดู หรือไปพบแพทย์ผิวหนังใกล้บ้านดูก่อนครับ

ทราย
IP: xxx.9.155.14
เขียนเมื่อ Sat Jun 13 2009 21:27:33 GMT+0700 (ICT)

คลีนิคคุณหมออยู่ที่ไหนค่ะ...อยากพาลูกไปเจอด้วยตัวเองเลยค่ะ(ที่ถามเรื่อง atopic หน้าแดง)

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.54.98
เขียนเมื่อ Sat Jun 13 2009 23:47:39 GMT+0700 (ICT)

สุทัศน์คลินิก

ติดธนาคารกสิกรไทย ถนนสาธุประดิษฐ์ริมถนนใหญ่ใกล้ปากซอย 18

เปิดทำการ จ-ศ 17.30-20.00

เสาร์-อาทิคย์ 9.30-12.00

นพ.สุทัศน์

โทร 02 2111671 รบกวนโทรช่วงเวลาเปิดคลินิก ช่วงอื่นไม่มีคนรับสาย

หรือ 086 2222 010

โม
IP: xxx.154.3.252
เขียนเมื่อ Mon Jun 15 2009 11:32:59 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอสุทัศน์

ดิฉันโดยปกติเป้นโรคภูมิแพ้อยู่แล้วแต่รักษาตามอาการตอนนี้มีอาการหนักมากขึ้นมีผื่นเม็ดใสๆแดงๆตามนิ้วและคันมากสังเกตุไม่ได้เลยค่ะว่าเกิดจากอะไร คุณหมอพอจะมียารักษาบ้างไหมค่ะโดยการฉีดยาอะไรประมาณนี้ค่ะคือไม่อยากกินยาโรคภูมิแพ้เป็นเวลานาน กลัวกระดูกผุค่ะ ถ้ายังไงคุณรองแนะนำหน่อยนะค่ะ

ค่ะขอขอบคุณคุณหมอไว้ล่วงหน้าก่อนนะค่ะที่ได้ให้คำแนะนำกับดิฉันค่ะ

หมี่
IP: xxx.174.161.96
เขียนเมื่อ Mon Jun 15 2009 20:38:25 GMT+0700 (ICT)

หวัดดีค่ะหมอ ช่วยตอบหน่อยได้ไหมว่าคนที่เป็ นโรค keratosis pilaris เนี่ยมันรักาาไม่หายเลยใช่ไหมค่ะ

เพราะอยากหายมากเลยค่ะแล้วคนที่เป็นที่เคยรักษามีโอกาศหายบ้างไหมถ้าโตขึ้นอ่าค่ะ

อยากหายมากเลยเพราะ ใส่ชุดไม่ค่อยจะได้เลย

ไปหาหมอที่ ร.พ บาลเค้าให้ยามาทาบอกว่าเป็นขนคุดอ่าค่ะ

ทาแล้วมันก็ไ่ม่ค่อยหายค่ะ

ช่วยหน่อยนะค่ะช่วยหาวิธีหน่อยค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.53.108
เขียนเมื่อ Mon Jun 22 2009 22:08:36 GMT+0700 (ICT)

คุณโม  โรคที่เป็นตุ่มใสที่มือเป็นโรคภูมิแพ้พวกสารเคมีที่ใช้ทำความสะอาดทั้งหลายเช่น ผงซักฟอก สบู่ น้ำยาล้างจาน วิธีรักษาคือหลีกเลี่ยงและใส่ถุงมือ  ทายารักษาและทาครีมให้ความชุ่มชื้นเพื่อป้องกันในบางราย ยาฉีดไม่แนะนำครับ เพราะมีอันตรายไม่คุ้มกัน

 

คุณหมี่ โรคขนคุด ถ้าทายาไม่หายใช้วิธีลอกผิวช่วยอาจดีขึ้น ลองแวะไปคลินิกผิวหนังใกล้บ้านดู หรือไม่ก็ทายาที่ช่วยลอกผิวเสริมไปด้วย

สนิม
IP: xxx.9.38.34
เขียนเมื่อ Mon Jun 29 2009 17:11:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณหมอ

คืออยากรู้อ่ะค่ะว่า โรคของหนูเรียกอะไร แล้วมีวิธีรักษาแบบไม่กินยาแก้แพ้มีไหม

1.เป็นคนที่ลมพิษขึ้นบ่อยมาก เกือบทุกวัน

2.ชอบมีตุ๋มใสๆ คันๆขึ้นบ่อยมาก ที่ฝ่ามือและฝ่าเท้า และมีขึ้นตามตัวด้วยค่ะ

3.เป็นคนปากแห้งมาก แตกตลอด มีการลอกเป็นแผ่นๆ พยายามดื่มน้ำให้เยอะแล้วแต่ไม่หาย แล้วแถมยังมีลามไปมุมปากใกล้ๆแก้ม จะแห้งๆแต่ไม่คันน่ะคะ จะลอกขุ่ยๆเป็นดวงขาวๆ เคยขึ้นที่เปลือกตา แต่หาหมอก็หาย แต่ทำไมที่มุมปากไม่ยอมหาย

คุณหมอช่วยตอบหนูด้วยนะค่ะ

ขอบคุณค่ะ

นายแพทย์สุทัศน๋ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.31.50.220
เขียนเมื่อ Mon Jun 29 2009 19:36:45 GMT+0700 (ICT)

โรคอื่นยังไม่แน่ใจ แต่ที่แน่ๆเป็นโรคลมพิษเรื้อรัง  ถ้าไม่ทานยา ก็มีอีกวิธีหนึ่งคือ ไปตรวจโรงพยาบาลศิริราช หรือรพ.เอกชนใหญ่ๆเช่น รพ.กรุงเทพฯ บำรุงราษฎร์  ที่เขามีหมอภูมิแพ้โดยเฉพาะ เขาอาจจะใช้วิธีทดสอบว่าแพ้อะไรบ้าง แล้วใช้สารที่สกัดจากสารที่ตรวจแล้วว่าแพ้ ฉีดให้คนไข้ทุกว้นหรือเกือบทุกวันเป็นเวลา 1-2 ปี หรือนานกว่านั้น บางคนก็ได้ผลดี  บางคนก็เสียเงินฟรี ซึ่งแพงพอสมควร   หมอหลายคนเขาก็ไม่เห็นด้วยกับวิธีการนี้เพราะ ฉีดแล้วคนไข้วูบวาบเป็นลมคาเข็มมานักต่อนัก  ไปขอให้คลินิกไหนฉีดเขาก็รังเกียจ  ต้องวัดดวงฉีดเอาเอง หรือเดินทางไปรพ.ทุกวัน  แต่ในมือผู้เชี่ยวชาญหมอก็ว่า โอเคนะ เพียงแต่ต้องชั่งใจดูดีๆว่า จะยอมเป็นลมพิษกินยาสะกดอาการทุกวันดี หรือยอมลงทุนฉีดยาทุกวันซึ่งอาจจะมีโอกาสหายมากกว่า

ส่วนอาการอื่นที่ว่ามาคงต้องไปพบแพทย์ให้ช่วยตรวจดูว่าจริงๆแล้วเป็นอะไรกันแน่

สนิม
IP: xxx.9.55.112
เขียนเมื่อ Mon Jun 29 2009 21:39:27 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะ แต่เคยไปพบแพทย์แล้วค่ะ แพทย์แจ้งว่าเป็นภูมิแพ้ ซึ่งหนูอยากทราบว่า โดยปกติแล้ว คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง จะมีอาการอย่างหนูหรือเปล่าอ่ะค่ะ(

คุณแม่น้องเอม
IP: xxx.142.10.11
เขียนเมื่อ Tue Jun 30 2009 16:56:33 GMT+0700 (ICT)

ลูกอายุ23ปีรักษาภูมิแพ้มานานเกือบ7ปีแล้วทำskintestกับคุณหมอในจังหวัดนครราชสีมา1ครั้งแพ้หลายตัวอาการดีขึ้นเล็กน้อยอาการหลักคือน้ำมูกใสไหลตลอด จามติดต่อกันหลายๆครั้งในเวลาเดียว พอจบ ม.ปลายสอบติดแพทย์ขอนแก่นย้ายไปอย่ขอนแก่นอาการกำเริบมากขึ้นมีผื่นขึ้นตามตัวคันมากลักษณะตุ่มจะเกิดเป็นเม็ดเล็กเป็นกลุ่มพบแพทย์ขูดผิวไปตรวจคำตอบคือเป็นhyperskinให้ยามาทา กินยาแก้คัน แต่ก็ไม่หายทรมาณเวลามีผื่นขึ้น ถูกส่งตัวไปตรวจเลือดที่ ศิริราชเกี่ยวกับส่งที่แพ้ หลายตัวผลเป็นnegativeหมดทุกตัวที่สงสัย กลับไปใช้ชีวิตนักศึกษาแพทย์ตามเดิมตอนนี้มีอาการเพิ่มคือหนังศรีษะแห้งเป็นขุยแผ่นๆคันตลอดเวลาต้องสระผมเช้าเย็นเปลี่ยนแชมภูหลายยี่ห้อมากขอคำแนะนำการรักษาจากคุณหมอด้วยค่ะ คุณแม่เครียดกับลูกคนนี้มากตอนนี้เรียนรังสีวิทยาห้องเรียนอับมากย่งทรมาณ ขอบคุณคุณหมอมากที่มีความรู้ดีๆมาให้อ่าน

เหมียว
IP: xxx.47.65.221
เขียนเมื่อ Wed Jul 01 2009 09:29:10 GMT+0700 (ICT)

-มีอาการ ผื่นแดงเม็ดเล็กตามแขน ขา แล้วกลายเป็นตุ่มน้ำเล็กแล้วค่อย ๆ แตก

-แรกๆ ขึ้นนิดเดียว 2 สัปดาห์มานี้มากขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้ลามทั้งตัวแล้วค่ะ

-หาหมอมา เมื่อต้นเดือน มิ.ย ตอนนี้ก็ไม่ดีขึ้นเท่าไรค่ะ ทั้ง ทา และยาทาน

-ยากินนี้ง่วงมากค่ะ หมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้ แต่ไม่ทราบว่าแพ้อะไรค่ะ

-คิดว่าแพ้สุนัข เพราะเริ่มเป็นตั้งแต่เลี้ยง ตอนนี้มันก็..ได้จากไปแล้ว...แต่

...ผื่นตามตัวของหนู ยังคงอยู่ค่ะ มากขึ้นเรื่อย ๆ และคันมากๆ ค่ะ

-รักษาวิธีไหนได้บ้างค่ะ..

(ขอปรึกษาน่ะค่ะ ยากินที่ไม่ง่วงมีมั้ยค่ะ...

กินยาเข้าไปทำอะไรไม่ได้เลยค่ะ..

ได้แต่นอนทั้งวัน..ทั้งคืน..(ทานยาไป 1 เม็ด จะหลับสนิทประมาณ 10 ชม.เลยค่ะ)

แล้วง่วงตลอดเวลาเลยค่ะ..ซึม ๆ หง่อย ๆ

..ทรมานจังเลยค่ะ..

ยาที่ใช้อยู่คือ อาทาแรกซ์--ง่วงสุดๆ ค่ะ

ส่วนยาทา ซาร์นา--เย็นดี ลดอาการคันได้บ้างเล็กน้อย..

--

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.45.81
เขียนเมื่อ Thu Jul 02 2009 06:20:34 GMT+0700 (ICT)

คุณสนิม

อาการของคุณเป็นเพียงแบบอย่างหนึ่งของภูมิแพ้ครับ

คุณแม่น้องเอม

ขนาดตรวจมาภูมิแพ้มาหมดทุกตัวแล้วก็ยังเป็นอยู่ นี่เป็นสาเหตุให้ผมไม่ค่อยชอบส่งคนไข้ไปเสียเงิน ที่ได้ประโยชน์มีบ้าง แต่ส่วนใหญ่ไม่คุ้ม  หมอว่าใช้หลักการกินยาที่ปลอดภัยสะกดอาการไปเป็นระยะ โดยเฉพาะช่วงที่กำเริบ น่าจะ OK ที่สุดครับ สำหรับอาการหนังศีรษะลอก น่าจะเป็นโรคที่เขาเรียกกันว่า Seborrheic dermatitis ส่วนใหญ่ในเด็กวัยเรียนเกิดจากความเครียด ก็รักษาถูกทางแล้ว บอกลูกให้แบ่งเวลาให้ดี ช่วงเรียนหมอม้นต้องตัดใจครับ กิจกรรมอย่างอื่นทิ้งให้หมด ปรับตัวเองให้มีทัศนคติที่ดีต่อการเรียนแพทย์ ว่าเราต้องเป็นผู้เสียสละประโยชน์ส่วนตัว  ทำงานหนักเพื่อให้มีความรู้ไปทำประโยชน์ให้กับคนอื่น สำหรับตัวเอง whatever will be,will be ครับ

คุณเหมียวครับ

ถ้าลองกินยาอาทาแร็ก มาเป็นเดือนไม่ดีขึ้นเป็นผม ผมจะให้ยาสเตียรอยด์กินระยะสั้น  5-7 วัน กินให้มันทุเลาก่อน แล้วในระหว่างนั้นเริ่มยา antihistamine ชนิดไม่ง่วงเช่น Clarityne หรือ Telfast กินควบคู่กันไป ยังไงก็ต้องกลับไปหาหมออยู่ดี เพราะผมไม่ได้เห็นคนไข้ การจะตัดสินในจากข้อมูลแค่นี้มีโอกาสผิดสูง และยาสเตียรอยด์ก็เป็นยาที่มีอันตราย 

เหมียว
IP: xxx.128.188.82
เขียนเมื่อ Sat Jul 04 2009 15:15:06 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ..

-หนูได้ไปหาหมอที่รพ.มาแล้วเมื่อวาน(ศุกร์)

ให้ยา Dermovate cream, 10% Urea cream มาทา

และยากิน Halodin (Loratadine)แบบนี้ไม่ง่วงเท่าไรค่ะ

-ส่วนตุ่มน้ำเล็ก ๆ ใส่ ที่แตกแล้วจะเป็นแผล ยังคงขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้เต็มมือ เต็มแขนทั้ง2 ข้าง ..ส่วนลำตัวเป็นเหมือนลมพิษกระจายๆ ทั่วตัว..

-แถมเมื่อกี้โดนเห็บสุนัขกัดอีก ..ตอนนี้ดาวกระจายเต็มตัวเลยค่ะ

ไม่กล้าออกไปไหนเลย..

(จะลองใช้ยาที่คุณหมอแนะนำดูค่ะ อยากให้อาการดีขึ้นเร็ว ๆ ค่ะ..)

- ทำอะไรไม่สะดวกเลยค่ะ คันทั้งตัว

..ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ..(^_^)

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.52.197
เขียนเมื่อ Sat Jul 04 2009 23:21:37 GMT+0700 (ICT)

คุณเหมียวครับ

หายแล้วเมล์มาบอกหน่อยแล้วกัน


แม่น้องบีม
IP: xxx.25.69.109
เขียนเมื่อ Wed Jul 08 2009 15:58:23 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

ลูกสาวอายุ 4 ปี 1 เดือน เป็น atopic มีอาการผื่นแพ้ตั้งแต่ 4 เดือน คุณหมอให้เปลี่ยนมาทานนม HA พอถึงวัยทานไข่และปลาก็เป็นผื่นแดงเต็มแก้ม ในช่วง 1-3 ปี ผื่นเป็น ๆ หาย ๆ นาน ๆ ครั้งและได้รับการรักษาจากคุณหมอตามอายุดังนี้

- อายุ 7 เดือน เริ่มทาน Zyrtec ทุกวัน จนถึงปัจจุบัน (ตอนนี้

4 CC ก่อนนอน)

- อายุ 2 ขวบ เริ่มใช้ protopic สลับกับ TA 0.02 และ

Elomet ในกรณีที่ protopic เอาไม่อยู่)เปลี่ยนสบู่และโลชั่น

มาใช้ Eucerin pH5

เมื่อเดือนกุมภาฯ ที่ผ่านมาเป็นมาก บริเวณลำตัว ข้อพับ แขน ขา นิ้วมือ มีผื่นแดงเป็นปื้นหนาใหญ่ บางจุดก็เป็นลักษณะเป็นขอบนูนวงกลมเหมือนวงแหวน และคันมาก จึงไปพบคุณหมอผิวหนังเด็ก (เปลี่ยนคุณหมอเนื่องจากคุณหมอภูมิแพ้ที่หาประจำไม่อยู่) ก็ให้เปลี่ยนมาใช้ Cetaphil และ physiogel Al cream ทาทั้งตัว และให้ทาน atalac ก่อนนอนร่วมกับ Zyrtec ที่ทานอยู่เดิม ตามผื่นแดงก็ให้ใช้ TA 0.02 และ protopic ช่วงแรกอาการดีขึ้น เว้นมาได้ 2 เดือนก็เป็นมากอีก ก็ใช้ยาและครีมทุกอย่างเหมือนเดิม แต่ผื่นแดงก็จะยุบไปประมาณ 3-4 วัน ผื่นก็ขึ้นอีก เป็นมากบ้าง น้อยบ้าง ไม่มีช่วงให้หยุดยาเลย อาการเป็นอย่างนี้มา 4 เดือน ทำ skintest 19 ตัวพบว่าแพ้ละอองพวกหญ้ามาก และขนสุนัขและแมวนิดหน่อย สุดท้ายกลับไปหาคุณหมอภูมิแพ้ให้ทาน lbilex 2 ช้อนชาก่อนอาหาร 3 เวลา 8 วัน ทา Elomet และ protopic ทานยาได้ 2 วันผื่นยุบ ตอนนี้ทานมาได้ 5 วัน ผิวสวยแล้วค่ะ มีประเด็นที่จะรบกวนคุณหมอดังนี้

- การใช้ physiogel ควรใช้ต่อเนื่องแทน lotion เช่น

eucerin หรือเฉพาะช่วงที่มีอาการค่ะ ตอนนี้ใช้อยู่ 2 อาทิตย์

1 หลอด ทาทุกครั้งที่รู้สึกว่าผิวเริ่มแห้ง

- การทาน Zyrtec ต่อเนื่องนาน ๆ มีผลข้างเคียงหรือไม่ค่ะ

- วิธีการใช้น้ำเกลือกรณีที่ผื่นกำเริบมาก ๆ ทำอย่างไรค่ะ ช่วยได้จริง ๆ

ไม่ค่ะ

- สิ่งที่ต้องระวัง หรือ วงจรชีวิตของโรคนี้ในระยะต่อ ๆ ไป

- โรคนี้ไม่ใช่โรคติดต่อใช่ไม๊ค่ะ เพราะน้องไปโรงเรียนผู้ปกครองบาง

ท่านเมื่อเห็นน้องมีผื่นก็แสดงอาการให้คุณแม่รู้สึกเศร้าใจเหมือนกัน

ค่ะ (แต่ไม่โกรธนะค่ะเพราะเข้าใจว่าคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักโรคนี้

นี่ถ้าลูกไม่เป็น คุณแม่ก็ไม่ทราบว่ามันคือภูมิแพ้อีกชนิดหนึ่ง)

- คุณหมอมีคำแนะนำ หรือข้อควรปฏิบัติอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ค่ะ หรือ

มีหนังสือเกี่ยวกับโรคนี้หรือไม่ค่ะ พยายามหาตามร้านหนังสือจะเจอ

แต่ภูมิแพ้อากาศค่ะ

ขอขอบพระคุณคุณหมอมาก ๆ นะค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.220
เขียนเมื่อ Thu Jul 09 2009 06:55:37 GMT+0700 (ICT)

Physiogel ใช้ได้นาน ไม่ค่อยมีผลข้างเคียงครับ

Zyrtec ข้อเสียคือทานแล้วเด็กบางคนง่วงซึม คอแห้ง แต่ก็คงต้องทาน เพราะโรคนี้คันทรมานมาก

ถ้าผื่นกำเริบมากเราใช้วิธีที่เรียกว่า wet dressing คือเอาน้ำเกลือเทใส่ผ้าก็อซแล้วบิดให้พอหมาดๆ วางแปะบนแผล ทิ้งเอาไว้ 20 นาที แล้วค่อยเอาออก ทำวันละ 3- 4 ครั้ง

ส่วนมากดีวันดีคืนเมื่อเด็กอายุมากขึ้นครับ

โรคนี้ไม่ติดต่อครับ แต่้เป็นกรรมพันธุ์ มองโลกในแง่ดีว่าคนที่มองเขาไม่รู้ ถ้ารู้เขาก็คงไม่รังเกียจ และคนดีๆเขามีแต่คิดว่ามีอะไรพอให้ช่วยบ้าง

หนังสือถ้าจำไม่ผิดมีอาจารย์ศรีศุภลักษณ์ที่รพ.เด็กแต่งเอาไว้ ลองไปหาที่ศูนย์หนังสือจุฬาดูครับ

( ^_^ )
IP: xxx.123.91.32
เขียนเมื่อ Sun Jul 12 2009 07:29:00 GMT+0700 (ICT)

.. (-*-) ..

แอน
IP: xxx.31.67.60
เขียนเมื่อ Wed Jul 15 2009 23:40:05 GMT+0700 (ICT)
  • ขอคำปรึกษาค่ะ เรียนคุณหมอค่ะ
  • -เป็นตุ้มเหมือนผดหรือเวลาลูบจะรู้สึกเหมือนอาการขนลุก เป็นที่ต้นขา ตอนนี้จะเห็นตุ้มแดงชัดมากค่ะ รู้สึกว่าจะเป็นหลายปีแล้วแต่ตุ้มไม่ชัดเหมือนปัจจุบัน(เมื่อก่อนนึกว่าเป็นเพราะไม่ทาโลชั่นหรือผิวแห้ง) ทำยังไงถึงจะรักษาได้หายหรือขอให้ดีขึ้นก็พอค่ะ เมื่อไม่นานพึ่งไปคลีนิคหมอให้ยาสีชมพูใช้แทนสบู่และทาตรงที่เป็น แต่ก็ยังรู้สึกว่าไม่ดีขึ้น
  • -ที่นิ้วมือเป็นเม็ดเล็กๆไม่แน่ใจว่าเป็นตาปลาหรือหูด เป็นมา3ปีแล้วค่ะ ตอนแรกเป็นเม็ดเดียวตัดออกหายไปหลายเดือน แต่อยู่ดีๆก็ขึ้นมาใหม่แต่คราวนี้ขึ้นมา8เม็ดเลยค่ะ เม็ดเล็กๆ ตอนนี้รักษาแบบพื้นบ้านโดยใช้เปลือกมะนาวหมักน้ำส้มสายชูแล้วพันพลาสเตอร์ยาปิดไว้ ทำประมาณ1อาทิตย์ ทำที่ละเม็ดก็หายนะค่ะแต่ไม่แน่ใจว่าจะหายขาดหรือเปล่า
  •  -เริมไม่ทราบว่ารักษาหายหรือเปล่าค่ะ เพราะเวลาที่พักผ่อนไม่เพียงพอจะพบตุ่มเริมขึ้นทุกครั้ง ก็ทายาแล้วกินยาควบคู่กันไม่กี่วันก็หาย จะเป็นอยู่บริเวณหลังตรงขอบกางเกงค่ะ เวลาเป็นสังเกตตุ่มจะไม่ซ้ำรอยเดิมแต่จะเป็นบริเวณที่ใกล้เคียง นับได้เป็น10แผลเป็นค่ะแต่นานๆเป็นทีนะค่ะ
  •  ***ตอนเด็กๆเคยผ่าตัด3ครั้ง ครั้งแรกอายุ6ขวบผ่าหูขวาและต่อมทอนซิล อีกครั้งก็ตอนอายุ14ปีผ่าหูอีกข้าง และก็ไม่เคยเป็นอะไรหนักๆอีกเลย จนเมื่อ2เดือนที่ผ่านมาคันตามากไปหาหมอก็บอกว่าเป็นภูมิแพ้ขึ้นตา ก็เลยพึ่งทราบว่าตัวเองเป็นภูมิแพ้ ที่บ้านคุณแม่เสียชีวิตไปหลายปีเพราะเป็นเบาหวานและหลายๆโรค มีคุณน้าเป็นภูมิแพ้ น้ากับป้าก็เคยผ่าตัดเกี่ยวกับหูเหมือนกันเคยถามหมอเกี่ยวกับหูหมอบอกไม่ใช่เป็นพันธุ์กรรม ไปตรวจเลือดล่าสุดก็5เดือนที่ผ่านมาก็ไม่เป็นอะไร เลือดปกติรวมถึงไวรัสบีก็ไม่เป็น รบกวนเรียนถามคุณหมอว่าอาการที่กล่าวมาทั้งหมดเวลาไปหาหมอต้องไปแผนกอะไร รักษาที่ไหนดีค่ะ
นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.19
เขียนเมื่อ Thu Jul 16 2009 01:47:03 GMT+0700 (ICT)

อันแรกที่ลูบแล้วเหมือนขนลุก น่าจะเป็น keratosis pilaris โรคขนคุด อันที่เป็นที่นิ้วน่าจะเป็นหูด ไปหาหมอผิวหนังครับ

เริมนานๆทีเป็นที เวลาเป็นทายาก็พอครับ

เรื่องหูไปหาหมอหู ส่วนที่่ว่าคันตาไปหาหมอตาถูกต้องแล้วครับ



นายมานพ ตั้งแต่ง
IP: xxx.172.197.117
เขียนเมื่อ Thu Jul 16 2009 06:59:38 GMT+0700 (ICT)

ขอเรียนถามคุณหมอครับ

ลูกสาว อายุ 14 ปี จะมืเม็ดผื่นคันตามผิวหนังที่แขน ขาทุกครั้งที่ถูกเม็ดฝน ลักษณะคล้ายผื่นที่เกิดจากยุงกัดครับ แสบคันเป็นประมาณ 15 นาที แล้วจะยุบหายไปเอง อีกอย่างครับถ้าเอาก้อนน้ำแข็งวางที่แขน จะเป็นผื่นบวมขึ้นมาตรงบริเวณนั้นด้วยครับ

อยากทราบว่าต้องรักษาอย่างไรครับ ขอบคุณมากครับ

นายแพทย์สสุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.49.151.1
เขียนเมื่อ Thu Jul 16 2009 15:01:02 GMT+0700 (ICT)

ฝรั่งเขาเรียก cold urticaria ครับ เป็นลมพิษชนิดหนึ่ง ต้องระวังเวลาลูกไปว่ายน้ำเพราะถ้าน้ำเย็นอาจจะทำให้วูปในน้ำได้ ยาที่ใช้รักษาชื่อ cyproheptadine แต่อาจทำให้ง่วง คอแห้ง และปวดตามตัว ให้หมอผิวหนังเขาสั่งให้ดีกว่า ตัวอื่นก็มีใช้ เป็นโรคที่ต้องระวังเวลาทำกิจกรรมที่เกี่ยวกับน้ำและความเย็น

สรีวรรณ
IP: xxx.173.96.218
เขียนเมื่อ Thu Jul 16 2009 23:11:40 GMT+0700 (ICT)

รบกวนถามคุณหมอค่ะ

ดิฉันเป็นจ้ำแดงขื้นตามตัวค่ะ ที่ฝ่ามือ และฝ่าเท้าด้วย

ไม่มีตุ่มค่ะ เป็นผิวเรียบแต่มีจ้ำแดง

มีอาการคันด้วยค่ะ

เคยเป็นนานแล้ว ก็หายไปนานพอสมควร จนลืมไปแล้วค่ะ

แต่พอสองวันนี้เป็นอีกค่ะ มีอาการตอนหัวค่ำ พอเช้าก็หายค่ะ

ไม่ทราบว่าดิฉันเป็นอะไรค่ะ

กลัวค่ะ

เหมียว
IP: xxx.47.35.154
เขียนเมื่อ Thu Jul 16 2009 23:19:21 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ..

- 10 กว่าวันที่ผ่านมาหนูได้ทานยา Halodin (Loratadine) พร้อมกับทายาDermovate cream, 10% Urea cream ที่คุณหมอ รพ. ให้มา ดีขึ้นบ้างค่ะ

- แต่อาการคัน ยังคงคันมากอย่างต่อเนื่อง เลยไปซื้อยา..เบต้าเมธาโซน..

- มาทา..ดีมากเลยค่ะ

- แต่ไม่ได้ซื้อยาสเตียรอยด์มากินน่ะค่ะ หนูไม่แน่ใจว่าจะกินหมดนี้เลย หรืองดอะไร

- จึงกินยาที่มีอยู่..ดูก่อนก็ดีขึ้นค่ะ

..พอผ่านไปสักระยะ..

- อาการผื่น ทุเลาลงไปมากแล้วค่ะและตุ่มใสๆ ก็ไม่ได้ขึ้นอีกแล้ว

อาการคันก็น้อยลงไปมาก แผลจากตุ่มใสที่แตกก็แห้งสนิทดีแล้ว

- ตอนนี้เหลือแต่ สะเก็ดแผลแห้ง ๆ เริ่มไปไหนมาไหนได้ตามปกติแล้วค่ะ.. (*-*)

10 กว่าวันที่ผ่านมานี้..

-หนูได้กินยา Halodin ในมื้อเช้า แล้วก็ทายาทั้งตัว เช้า - เย็น

-หนูลองกลับไปกินยาอาแรกซ์ดูอีกครั้งหนึ่ง

(คือตอนนั้นคัน แบบทรมานมาก ก็เลยกินไปด้วย)

- และ กินยาเม็ดเล็ก ๆ.. สีขาว.. ที่หมอสาธารณสุขให้มา กิน เช้า,กลางวัน,เย็น

- และ กินยาเม็ดเล็ก ๆ ..สีเหลืองอ่อน..กินก่อนนอน

**คือตอนนี้ ยาทั้งหมดที่กินมา..หมดแล้วค่ะทุกอย่างเลย**

**ขอถามคุณหมอน่ะค่ะว่า..

1. หนูยังคงต้องกินยาตัวไหนต่อไปคะ ?

2. หรือว่าจะต้องกลับไปโรงพยาบาล..(โรงพยาบาลนี่..ตอนนี้ไม่ค่อยอยากไปสัก

เท่าไรค่ะ.. ผู้คนมากมาย.. กลัวจะติดหวัดค่ะ..(^8^)

..ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ..(^_^)

Up country (^_^)
IP: xxx.47.35.154
เขียนเมื่อ Thu Jul 16 2009 23:32:43 GMT+0700 (ICT)

..รบกวนคุณหมออีกแล้ว..

อยากไปคลินิกคุณหมอน่ะค่ะ

แต่หนูอยู่ไกล..

(^.^)

หนุ่ย
IP: xxx.172.69.240
เขียนเมื่อ Fri Jul 17 2009 10:17:30 GMT+0700 (ICT)

ลูกชายเป็นตุ่มคันและเป็นหนองตามขา เท้า ฝ่าเท้า เป็นเรื้อรัง ไม่หายขาด ไปโรงพยาบาลก็ได้แต่ยาแก้คัน ยาฆ่าเชื้อ แต่อาการไม่หาย ไม่ทราบว่าจะรักษาอย่างไรดี  เห็นแล้วก็สงสาร

มาย
IP: xxx.47.45.186
เขียนเมื่อ Sun Jul 19 2009 22:15:55 GMT+0700 (ICT)

ลูกชายผมมีอาการ แผลตามเนื้อตามตัว จับต้องอะไรเป็นแพ้หมด ยิ่งปล่อยไว้ยิ่งรามมากขึ้น ไม่มีอะไรยืนยันได้ว่าเค้าแพ้อะไร ไปรักษามาจากสหัรัฐ หมอให้ยามาแต่ก็ไม่บรรเทาอาการได้เลย มีแต่จะยิ่งเลวร้ายขึ้น ควรทำไงดีครับ

0816033244 greetgoodi@hotmail.com

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า