สมาชิก
แลกเปลี่ยน

โรคอีสุกอีใส

 โรคอีสุกอีใสสมัยนี้เปลี่ยนไปจากแต่ก่อนมาก พยาบาลจบใหม่ที่รพ. ติดจากคนไข้ไปหลายคน มีผู้ใหญ่เป็นอีสุกอีใสมากขึ้น และระบาดเป็นระยะๆติดต่อกันมาหลายปีแล้ว ใครไม่เคยฉีดวัคซีนอีสุกอีใสต้องอ่านเรื่องนี้ 

โรคอีสุกอีใส (Chickenpox)

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น

 

            สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์ผมคิดว่าโรคนี้ไม่มีอะไร  เป็นเองหายเอง ไม่เห็นจะต้องไปเรียนอะไรกันมากมาย  เห็นเด็กคนไหนเป็น ให้รีบเอาลูกไปเล่นด้วยเลย  มันจะได้ติดโรคและต่อไปจะได้มีภูมิคุ้มกันไปตลอด  ในระหว่างที่เป็นแพทย์ใช้ทุนอยู่ต่างจังหวัด  คุณลุงท่านหนึ่งอายุ 70 กว่าท่านไม่เคยออกไปไหนนอกหมู่บ้านเลยมาตั้งแต่เด็ก  ไม่รู้ใครเอาอีสุกอีใสไปติดท่าน  มานอนรักษาที่โรงพยาบาลเป็นปอดบวม  แพทย์เราช่วยกันดูตั้งหลายคน ท่านก็ยังมีอาการแทรกซ้อนเป็นปอดบวมจนเสียชีวิต 

ช่วงที่ผมได้มีโอกาสรักษาการหัวหน้าแผนกเด็กอยู่เกือบ 2 ปี มีอีสุกอีใสระบาดเป็นระยะ บางทีตัวเล็กๆอายุไม่ถึงขวบเป็นโรคนี้ผมจับนอนรพ.ทุกราย กลัวลูกเขาตายครับ  เด็กโตกว่านี้ ถ้ามีไข้สูงมากๆ ร้องงอแงตลอด และเห็นตุ่มขึ้นเยอะๆ ก็ต้องจับนอนรพ.เหมือนกัน  ห้องแยกอะไรก็ไม่มี  นานๆทีจะโชคดีได้ห้องพิเศษอยู่เดี่ยว  เด็กวัยรุ่นสมัยก่อนไม่ค่อยเห็นเป็น แต่พอเจอทีส่วนมากมักมีตุ่มขึ้นเต็มหน้า เต็มตัวไปหมด  หายแล้วเสียโฉมไปหลายราย และที่ปวดหัวก็คือ เวลาเห็นคนท้องเป็นอีสุกอีใส เขาจะกังวลมาก ไม่รู้จะตอบคนไข้อย่างไร  หลังจบเป็นแพทย์ผิวหนัง  ได้เห็น case อีสุกอีใส ที่เสียชีวิตอีกสองสามราย  ส่วนมากเป็นคนไข้โรคเอดส์ ฉะนั้นเห็นคนไข้เป็นอีสุกอีใส อย่าประมาท

            อีสุกอีใสเป็นคู่แข่งกับหัด ในแง่ของการเป็นโรคติดเชื้อไวรัส ที่ติดต่อได้ง่าย โดยส่วนตัวผมให้คะแนนอีสุกอีใสนำเสียด้วยซ้ำไป เพราะเคยเห็นเด็กนักเรียนที่โรงเรียนในละแวกรพ.  เด็กเป็นอีสุกอีใสคนแรกโผล่เข้าไปเรียนหนังสือแค่วันเดียว  อีกสองสามอาทิตย์ต่อมาเด็กที่เหลือป่วยเป็นอีสุกอีใสเกือบทั้งห้อง มันติดต่อทางลมหายใจและการสัมผัสโดยตรงเช่นเดียวกับหัดเลย อย่างไรก็ดีถ้าดูจากผลงานกันจริงๆก็คงต้องยอมรับว่าหัดติดง่ายกว่าอีสุกอีใส เพราะเคยมีผลงานทำให้พลเมืองโลกป่วยเป็นโรคกันมากกว่าปีละร้อยล้านราย ในขณะที่อีสุกอีใสยังมีผลงานน้อยกว่ากันเยอะ       

            เวลาที่จะวินิจฉัยว่าผู้ป่วยเป็นอีสุกอีใส  ถ้าแน่จริงต้องวินิจฉัยให้ได้ตั้งแต่มีตุ่มน้ำใสขึ้นไม่กี่ตุ่ม ปรมาจารย์หมอเด็กบางท่านบอกว่า ถ้าสงสัยเป็นอีสุกอีใสแล้วจะค้นหาตุ่มแรก ต้องพลิกดูที่หลังก่อน ในผู้ใหญ่ก็มีหลายรายที่มีไข้ขึ้น มีประวัติคนในครอบครัวเป็นอีสุกอีใส เจอตุ่มแรกที่หลังได้เหมือนกัน   แต่คนไข้ส่วนมาก  ตอนที่เห็นมักจะตุ่มเต็มไปหมดทั้ง  ที่หน้า หนังศีรษะ ตามตัว  แขนขาส่วนต้น  มันจะเห็นเป็นตุ่มน้ำใสๆ บนฐานสีแดง ที่มีคนให้คำอธิบายไว้ได้อย่างไพเราะเพราะพริ้งว่า เหมือนหยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบ (dewdrops on a rose petal) ถ้าเคยเห็นสักครั้งแล้วมีคนชี้ให้ดู  จะเห็นอีกสักกี่ครั้งก็จำได้  พอตุ่มขึ้นเยอะใครๆก็วินิจฉัยได้   


 

ภาพที่ 1 และ 2 ตุ่มน้ำใสบนฐานสีแดง ที่เปรียบเทียบว่าเหมือน  หยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบ

 

คนไข้มักจะมีไข้ต่ำๆนำมาก่อนสัก 1-2 วันแล้วค่อยมีผื่นขึ้น  อาการปวดเมื่อยปวดเนื้อปวดตัวพบได้บ่อย  บางคนผื่นตอนเป็นตุ่มน้ำจะรู้สึกคันมาก  ต้องให้ทาคาลาไมน์    หรือทาเจลเย็นๆช่วย  ถ้าเป็นในเด็กอาการมักจะไม่มากนัก   คำแนะนำก็แค่คอยดูแลตัดเล็บให้สั้นเข้าไว้และอย่าให้เกา  อย่าให้มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนเท่านี้รอยแผลเป็นก็จะมีไม่มาก  แต่ถ้ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน  ทำใจได้เลยว่าแผลเป็นเพียบ   โรคนี้ถ้าเป็นในผู้ใหญ่อาการไข้  ปวดตามตัวจะรุนแรงมากขึ้น  บางคนคลำได้ก้อนกดเจ็บที่คอหรือหลังหู ซึ่งก็คือต่อมน้ำเหลืองที่คอและหลังหูโตขึ้น  อาจจะมีอาการอาเจียน  เบื่ออาหาร  ทานอาหารไม่ได้  แล้วก็ปวดหัวเอามากๆ หลังจากนั้นจากตุ่มน้ำใสก็จะพัฒนาไปเป็นตุ่มหนองและตกสะเก็ดในที่สุด


 

 

 

ภาพที่ 3,4,5  อีสุกอีใสชนิดที่เป็นรุนแรง

 

ผมไม่ได้ส่งตรวจ Lab โรคนี้มานานวินิจฉัยจากอาการทางคลินิกล้วนๆ  สมัยนี้ได้ข่าวว่ามี rapid viral diagnostic kit ทำให้ดูน่าเชื่อถือว่า การวินิจฉัยถูกต้องจริงๆ และถ้าอยากรู้ว่าเคยรับเชื้ออีสุกอีใสเข้าไปแล้วหรือยัง ก็สามารถตรวจ serology ได้อีก  เสียดายแต่ว่าเวลาฉีดวัคซีนแล้วอยากรู้ว่ามีภูมิขึ้นหรือไม่ commercial antibody kit พวกนี้ยังตรวจได้ไม่ไวพอ

            การรักษาโรคนี้ ถ้าเป็นในเด็กผมจะให้การรักษาแบบประคับประคอง แต่ยาลดไข้  ผมไม่ให้แอสไพรินเด็ดขาด  เพราะมีรายงานว่าอาจทำให้เกิด Reye’s syndrome  ทำให้เด็กเสียชีวิตได้   ตัดเล็บให้สั้นและตะไบเล็บให้เรียบ ให้ยาบรรเทาอาการคัน  เพื่อไม่ให้เด็กเกาจนเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน  ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดแผลเป็นมากกว่าปกติ

            แต่ถ้าเป็นในผู้ใหญ่โรคนี้มักจะมีอาการค่อนข้างรุนแรงกว่าในเด็ก  ถ้าผมเป็นคนวินิจฉัยได้ตั้งแต่ระยะที่เป็นหยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบผมจะให้ acyclovir, famvir หรือ valacyclovir  เป็นไม่มากผมจะให้กิน แต่ถ้าขึ้นที่หน้ามากๆกลัวคนไข้จะเสียโฉมผมจะจับนอน admit แล้วใช้ acyclovir ชนิดฉีด  ยามีผลข้างเคียงน้อยมาก  เพียงแต่ระวังในคนไข้โรคไต  ตรวจดู BUN, Cr บ่อยๆ บางคนแนะนำให้ตรวจวันละครั้ง  แนะนำให้คนไข้ทานน้ำเยอะๆ แค่นี้ก็เพียงพอ  และคอยตรวจหาว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ส่วนไหนของร่างกายหรือ ไม่  หรืออาการแทรกซ้อนที่รุนแรงอื่นๆ เช่น ปอดบวม ตับอักเสบ สมองอักเสบ

            ปัญหาอีกอย่างหนึ่งของโรคอีสุกอีใสในโรงพยาบาลก็คือ  คนท้องครับเพราะเป็นโรคที่ติดต่อได้ง่าย และเมื่อหญิงตั้งครรภ์เป็นอีสุกอีใส   ก็อาจจะไปมีผลต่อเด็กในครรภ์ โดยเฉพาะถ้าเป็นในช่วงอายุครรภ์ 12-16 สัปดาห์ เด็กอาจจะเกิดมาผิดปรกติที่เรียกว่า congenital varicella syndrome  เด็กบางคนเป็นอีสุกอีใสในท้องแม่โดยที่ไม่เห็นอาการอะไรเป็นผลให้เกิดงูสวัดได้ ตั้งแต่อายุยังน้อย  คือเราต้องทราบครับว่า อีสุกอีใสกับงูสวัดนั้นเกิดจากเชื้อไวรัสชนิดเดียวกัน   พอเป็นอีสุกอีใสจนครบถ้วนกระบวนความ  ร่างกายเราสร้างภูมิคุ้มกันต่อเชื้ออีสุกอีใส  ตัวไวรัสก็ไม่ได้ตายไปเสียทั้งหมด  แต่มีบางส่วนไปหลบอยู่ตามปมประสาทตามแนวไขสันหลัง พอร่างกายมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอลง  เชื้อไวรัสก็ออกมาอาละวาดใหม่   เพียงแต่ออกมาทางเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงผิวหนังทำให้เกิดโรคที่ผิวหนังเป็นงูสวัดให้เห็น  ซึ่งบางรายหายแล้วอาจจะมีอาการปวดตามแนวเส้นประสาทไปนาน

               ยา acyclovir ที่ใช้รักษา ผลิตออกมาใช้ครั้งแรกตั้งแต่ปี ค.ศ. 1982  มีปัญหากับการใช้ในหญิงตั้งครรภ์  ด้วยโครงสร้างที่ทำให้มันผ่านรกเข้าไปในทารกในครรภ์ได้ ยานี้ถูกจัดอยู่ใน FDA category “ C ” ข้อมูลความปลอดภัยของการใช้ในคนไม่เพียงพอ แม้ว่าจะไม่พบ teratogenic ในสัตว์ทดลอง บริษัท Burroughs Wellcome ที่เป็นผู้ผลิตยา acyclovir และ CDC ได้จัดทำ Acyclovir in  Pregnancy Registry เพื่อติดตามผลคนไข้ที่ได้รับยา acyclovir ขณะตั้งครรภ์ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน แต่ถ้ามารดาเป็น varicella pneumonia   การรักษาด้วย  IV acyclovir ยังเป็นที่ยอมรับว่าจำเป็น

            สำหรับอีสุกอีใสที่มีปัญหามากคือถ้าคนท้องมาเป็นอีสุกอีใสช่วง 5 วันก่อนคลอด จนถึง 2 วันหลังคลอด  เชื้ออาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กได้  ต้องให้ IV immunoglobulin  ขนาด 500 mg/kg แก่เด็กทันทีที่คลอดออกมา อีกทางเลือกหนึ่งก็คือ ให้oral acyclovir suspension 40 mg/kg per day  แบ่งให้ทุก 6 ชั่วโมง ติดต่อกัน 10 วัน         

            พอคนไข้อีสุกอีใสโผล่เข้ามาในรพ. มีพยาบาลสาวๆติดกันไปหลายคน  แสดงว่ายังมีพวกเราอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสตั้งแต่ยังเด็ก  เหลือรอดมาเป็นตอนโต ซึ่งอาจจะทำให้เสียโฉมเอาง่ายๆ   ทำให้คิดถึงวัคซีนขึ้นมาทันที  ตอนที่บริษัท Merck เอาวัคซีน Varivax  เข้ามาขายในบ้านเราใหม่ๆ  มันมีคำถามคาใจอยู่หลายเรื่อง ทำให้ไม่แน่ใจว่า ควรจะแนะนำให้คนไข้พาลูกไปฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสตัวนี้หรือไม่ ตอนนี้ไม่สงสัยแล้ว เพราะข้อมูลชัดเจน วัคซีนมีประโยชน์มากกว่าผลเสีย


 

ภาพที่ 6,7,8 รอยแผลเป็นจากอีสุกอีใส

 

ในสหรัฐอเมริกาวัคซีนนี้ได้รับการรับรองให้ใช้ในเด็กทุกคน ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1995  ก่อนปีค.ศ. 1995 เด็กในสหรัฐฯเป็นอีสุกอีใสปีละประมาณ 4 ล้านคน เสียชีวิตจากโรคนี้ปีละประมาณ 100 ราย และ ต้องรับเข้ารักษาตัวในรพ.ปีละประมาณ 14,000 ครั้ง  10 ปีให้หลัง อัตราตายและจำนวนผู้ป่วยที่ต้องรับเข้าไว้รักษาในรพ.ลดลง 75 %  แม้ว่าจะยังมีเด็กเป็นอีสุกอีใสปีละกว่าครึ่งล้านราย เนื่องจากยังมีคนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่องเช่น คนไข้ติดเชื้อเอชไอวี  คนไข้โรคมะเร็งโดยเฉพาะในระยะที่ได้รับยากดภูมิต้านทาน คนไข้กลุ่มนี้ยังมีข้อห้าม ไม่สามารถให้วัคซีนชนิดนี้ได้ เนื่องจาก Varicella vaccine เป็น live attenuated virus แต่ละ dose (0.5 ซีซี) ฉีดเข้า subcutaneous  ช่วงแรกๆเคยแนะนำว่าอายุต่ำกว่า 13 ปี ฉีดเข็มเดียว แต่ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2007 เป็นต้นมา คำแนะนำเปลี่ยนไปให้ฉีด 2 doses ในเด็กทุกราย  โดย dose แรก ให้ช่วงอายุ 12 -15 เดือน dose ที่สองให้ช่วง 4-6 ขวบ แถมสมัยนี้มี Pro Quad เป็นประเภท 4 in 1 เพื่อไม่ให้เด็กถูกฉีดยาหลายหน เข็มเดียวมีทั้ง measles-mumps-rubella-varicella แต่ถ้าโตแล้วยังไม่ได้ฉีดก็ให้ฉีด 2 เข็มห่างกัน 1 เดือน

 

 

ภาพที่ 9 วัคซีนอีสุกอีใส

 ที่ต้องเป็น 2 เข็มก็เพราะเด็กที่ฉีดวัคซีนอีสุกอีใส ในระยะ 42 วันแรก บางคนจะเกิดอาการคล้ายๆอีสุกอีใส เพียงแต่อาการน้อยกว่า ตุ่มที่ขึ้นก็มักจะไม่เกิน 50 ตุ่ม ที่เขาเรียกว่า breakthrough chickenpox แถมยังมีรายงานว่าติดต่อไปยังเด็กอื่นที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนได้อีกด้วย ก็หวังว่าถ้าฉีด 2 เข็มแล้วจะมี breakthrough chickenpox น้อยลง อีกอย่างหนึ่งก็คือวัคซีนนี้ห้ามให้ในหญิงตั้งครรภ์

            กลุ่มเสี่ยงที่ต้องดูแลกันเป็นพิเศษได้แก่เด็กอายุ ต่ำกว่า 1 ขวบ ซึ่งทุกรายควรได้รับการรักษาด้วย acyclovir ขนาด 20 mg/kg วันละ 4 ครั้ง เป็นเวลาติดต่อกัน 5-7 วัน แม้ในเด็กที่อายุเกินกว่า 1 ขวบปีก็ควรได้รับยา acyclovir เพื่อลดความรุนแรงและระยะเวลาที่เป็นโรค  ขนาดสูงสุดสำหรับเด็กคือ 800 mg วันละ 4 ครั้ง สำหรับในผู้ใหญ่ second generation  antiviral agents ได้แก่ famciclovir 500 mg วันละ 3 ครั้ง และ valacyclovir 1 gm วันละ 3 ครั้ง เป็นเวลา 5 วัน ให้ผลการรักษาที่ดีกว่า acyclovir

               แต่ถ้าเป็นการรักษาในเด็กที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เช่น ติดเชื้อ HIV เป็นมะเร็ง หรือ เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ หรือได้รับยาสเตียรอยด์เป็นเวลานาน(ถ้าเป็นแค่ intermittent inhaled corticosteroids ไม่นับรวมอยู่ในกลุ่มนี้)  พวกนี้ถ้าเกิดเป็นอีสุกอีใสขึ้นมา ต้องรับเอาไว้รักษาตัวในรพ. ให้ยา acyclovir ชนิดฉีด IV ขนาด 10 mg/kg ทุก 8 ชั่วโมง  อาจเพิ่มขนาดยาเป็น 15 mg/kg ถ้าคนไข้มี varicella pneumonia หรือ varicella encephalitis  เวลาให้ acyclovir IV  ควร monitor serum creatinine level  ทุกวัน ถ้าสูงขึ้น ต้องลดขนาดยาลง ถ้าไม่มีตุ่มใหม่เพิ่มขึ้นเป็นเวลามากกว่า 24 ชั่วโมง ก็เปลี่ยนเป็นยากินได้ ทั้งยาฉีดยากินรวมกันให้ติดต่อกันประมาณ 10-14 วัน

            สมัยก่อนถ้าเด็กที่เป็นมะเร็งเกิดไปเข้าใกล้เด็กที่เป็นอีสุกอีใสขึ้นมา เขาจะให้ varicella-zoster immune globulin (VZIG) เพื่อ prophylaxis  แต่เลิกใช้ไปตั้งแต่ปี ค.ศ. 2005 หันมาให้ oral acyclovir  ครึ่งหนึ่งของขนาดที่ใช้รักษา คือ 40 mg/kg per day เป็นเวลาติดต่อกัน 10 วันแทน  แต่ถ้าระหว่างที่ให้ยากิน เด็กเกิดเป็นอีสุกอีใส ต้องเปลี่ยนมาเป็นยาฉีด

                    อีสุกอีใสยังมีเรื่องราวที่น่าสนใจให้ติดตามอีกมาก คำถามก่อนจากกันก็คือ  ท่านเคยเป็นอีสุกอีใสแล้วหรือยัง  ลูกหลานของท่านเป็นอีสุกอีใสแล้วหรือยัง  ถ้ายัง เมื่อไหร่ท่านและลูกหลานของท่านจะไปฉีดวัคซีนป้องกันอีสุกอีใสครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: หน้าหนาว อีสุกอีใส สุทัศน์ ดวงดีเด่น chickenpox varicella 
· หมายเลขบันทึก: 228041 · เขียน:  
· ดอกไม้:
5
 · ความเห็น:
369
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
IP: xxx.157.250.45
เขียนเมื่อ Wed Jan 07 2009 13:25:59 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้เป็นอยู่อะคร้า

อายุ13ปีอยากรู้ว่าใบหน้าอะถ้าหายแล้วจะเป็นรอยแผลเป็นเยอะอะเปล่าค่ะ

แล้วจะรักายังไง

ช่วยตอบทีนะคร้า

TOT........

นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.33
เขียนเมื่อ Wed Jan 07 2009 23:08:10 GMT+0700 (ICT)

ตัดเล็บให้สั้น และอย่าเกาเด็ดขาด ควรทานยาแก้คันพวกที่ทำให้ง่วง เพราะได้ผลแก้คันดีกว่า ถ้าเป็นมีตุ่มน้ำมาไม่เกิน 72 ชม. ควรรับประทานยา Acyclovir 800 mg วันละ 5 ครั้งติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน ถ้าแผลเป็นตุ่มหนองควรใช้ผ้าก้อซสะอาดชุบน้ำเกลิอทำความสะอาดโดยการประคบทั้งไว้ครั้งละ 15-20 นาที วันละ 3-4 ครั้ง โดยเฉพาะแผลที่หน้า

ดีที่สุดต้องมีความรู้ว่าเป็นโรคที่ควรได้รับยาด่วนที่สุด คือไม่เกิน 72 ชม.แรกหลังเห็นตุ่มน้ำขึ้น

ถ้าแผลเป็นเกิดขึ้นแล้วควรไปพบแพทย์ผิวหนังให้ช่วยแก้ไขให้ แต่ต้องทำใจครับว่ายังไงก็ไม่ดีเท่าไม่เคยมีแผลเป็นมาก่อน

พันคำ
เขียนเมื่อ Thu Jan 08 2009 12:12:36 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับ บรรยายได้น่าสนใจมากครับ

ขวัญตา
IP: xxx.155.165.15
เขียนเมื่อ Sun Jan 25 2009 17:05:23 GMT+0700 (ICT)

อีสุกอีใส ลูกฃาย 5 ขวบ ข้อความ:

ลูกชายคนโต 6 ขวบเริ่มมีเม็ดตุ่มแดงขึ้น 2 วันและมีน้องชายคนเล็ก 4ขวบครึ่ง ยังไม่มีอาการใดๆ โดยทั้งสองคนยัง ไม่ฉีด วัคซีนอีสุกอีใสเลยขอสอบถามดังนี้- ลูกคนโต ควรได้รับการรักษาอย่างไร โดยได้พาไปพบแพทย์ที่คลีนิคแล้วเมื่อวันแรกที่เป็นโดยมีตุ่มเม็ดสีแดงสองสามเม็ด โดยหมอไม่มียาอะไรเลย หมอแจ้งว่าจะหายไปเองโดยธรรมชาติ- ปรากฏว่าวันที่ 2 เม็ดตุ่มเริ่มมีน้ำใส ๆ และเป็นจำนวนมากขึ้นเริ่มมีบริเวณลำตัว หน้าท้อง หลัง ไรผม และที่ใบหน้าเริ่มมีตุ่มแดงไม่มีน้ำขึ้นมาแล้ว ควรพบหมอผิวหนัง หรือหมอเด็ก หรือควรทำอย่างไร ขอคำแนะนำเบื้องต้นก่อนพบแพทย์ด้วยเพราะเป็นวันอาทิตย์ ต้องรอวันจันทร์จึงจะพบแพทย์ได้คลีนิคปิด-ลูกชายคนเล็ก จะป้องกันอย่างไร และยังฉีดวัคซีน ฯ ป้องกันได้หรือไม่ แต่แพทย์บอกว่าฉีดวัคซีนคงไม่ได้แล้วคงได้รับเชื้อแล้วแต่ถ้าภายใน 3 อาทิตย์ไม่เป็น ก็ให้มารับการฉีดวัคซีนได้

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.155.165.15
เขียนเมื่อ Sun Jan 25 2009 17:19:28 GMT+0700 (ICT)

คุณขวัญตาครับ

เด็กอายุ 6 ขวบเป็นอีสุกอีใส แค่ให้ยาลดไข้ ยาบรรเทาอาการคัน ถ้าคัน ดูแลแผลอีสุกอีใสให้สะอาด  ตัดเล็บเด็กให้สั้น ตะไบเล็บให้เรียบอย่าให้เกา  หลีกเลี่ยงยาแอสไพริน  ที่สำคัญคือควรจับแยกจากคนน้องอย่าให้คลุกคลีกันทั้งวัน  เพราะมีรายงานว่า  เวลาพี่เป็น หยุดเรียนเลยมาเล่นอยู่กับน้องที่บ้านทั้งวัน อีก 2-3 อาทิตย์ต่อมาคนน้องเป็นมักจะมีอาการมากกว่าคนพี่ ตุ่มขึ้นจำนวนมากกว่า  เพราะรับไวรัสเริ่มต้นเข้าไปมากกว่า  ยังไงก็อีกสักเดือนหนึ่งอีเมล์มาเล่าให้ฟังหน่อยครับว่า คนน้องติดไหม แล้วอาการมากกว่าคนพี่หรือเปล่า  หมอบางคนพอมีหลานอายุขนาดนี้  ยังไล่ให้ไปติดอีสุกอีใสจากเพื่อน หรือญาติที่เป็นเลยครับ  เขาเชื่อกันว่าติดจากธรรมชาติภูมิคุ้มกันดีกว่าฉีดวัตซีน  แต่เนื่องจากยังมีรายงานอาการแทรกซ้อนรุนแรง ที่คาดเดาไม่ได้ในเด็ก ถึงแม้ว่าจะเกิดขึ้นได้น้อยมาก ถ้าเป็นลูกผม ผมให้ไปฉีดวัคซีนครับ  ของคุณขวัญตาตอนนี้คงทำได้แค่รอ  ถ้าติดป่านนี้รอระยะฟักตัวแล้วครับ  แต่อย่าวิตกกังวลไปเลยครับ 99.9999%  เดี๋ยวก็หาย

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Thu Feb 05 2009 00:19:40 GMT+0700 (ICT)

น้ำ

หัวเรื่อง: เป็นอีสุกอีใสตอนใกล้คลอด

พี่สาวท้องแก่แล้วค่ะ หมอนัดคลอดประมาณ 15 กพ.นี้ แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปติดเชื้ออีสุกอีใสมาจากโรงพยาบาล ตอนนี้เลยมีตุ่มขึ้นเต็มตัวเลยค่ะ ก็เลยเป็นห่วงลูกในท้องว่าจะเป็นอะไรไหม ขอเรียนถามคุณหมอว่า โอกาสที่เด็กจะติดโรคอีสุกอีใสจนเป็นอันตรายต่อเด็กในท้องจะมีมากไหมค่ะ แล้วเชื้อโรคอีสุกอีใสจะมีผลต่อเด็กในท้องอย่างไรบ้างค่ะ เห็นพยาบาลบอกว่าเด็กที่คลอดออกมาจะเป็นอีสุกอีใสด้วย แล้วมีโอกาสไหมค่ะที่เด็กจะไม่ติดอีสุกอีใสจากแม่...ขอบคุณค่ะ

คำตอบ

Varicella during pregnancy is a threat to both mother and fetus. Disseminated infection and varicella pneumonia may result in maternal death, but neither the incidence nor the severity of varicella pneumonia appear to be significantly increased by pregnancy. The fetus may die as a consequence of premature labor or maternal death caused by severe varicella pneumonia, but varicella during pregnancy does not, otherwise, substantially increase fetal mortality. Nevertheless, even in uncomplicated varicella, maternal viremia can result in intrauterine (congenital) VZV infection, and a characteristic constellation of congenital abnormalities.  Perinatal varicella (i.e., varicella occurring within 10 days of birth) is more serious than varicella in infants infected even a few weeks later

สรุป ก็คือถือว่าอันตรายต่อเด็ก แต่ถ้าคลอด 15 กพ จริงๆ ปัญหาอาจจะไม่มากอย่างในตำราก็ได้ เพราะผื่นอีสุกอีใสน่าจะหายหมดแล้ว เด็กมีโอกาสติดจากแม่มาก แต่เดาไม่ได้หรอกครับต้องรอดูว่าคลอดออกมาแล้วมีรอยโรค หรือเด็กมีอาการอย่างไร หมอทำคลอดกับหมอเด็กเขาจะเป็นคนพิจารณาว่าจะให้ยาเด็กหรือไม่อย่างไร

ประกาย~natachoei ที่~natadee
เขียนเมื่อ Sat Feb 14 2009 00:14:23 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะคุณหมอ

จากที่เฝ้าระวังโรคสุกใสที่เกิดขึ้นนะคะในคนที่ตั้งครรภ์

มีโอกาสพบว่าทารกติดสุกใสจากมารรดานะคะ

การดูแลรักษาทารกทุกรายที่คลอดจากมารดาที่ตั้งครรภ์และป่วยเป็นสุกใสจะได้รับการแยกไปรักษาที่หอผูป่วยเด็ก และรับการรักษาทันที

จากที่ปฏิบัติ แนวทางการป้องกันการแพร่เชื้อ มารดา ต้องอยู่ในห้องแยก ที่ไม่ใช่ หอผู้ป่วยที่มีทารกปกติและมารดาสุขภาพดีพักอยู่

แต่มีคนแย้งว่า บุคลากรต้องปฏิบัติตามหลัก standard precautions อยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องแยกมารดาหลังคลอดไปหอผู้ป่วยอื่น ที่ไม่มีทารกปกติรายอื่นอยู่ ขอความเห็นด้วยคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.102
เขียนเมื่อ Sat Feb 14 2009 01:04:44 GMT+0700 (ICT)

ที่เคยเห็นคือเด็กทารกเป็นงูสวัด  ถามประวัติปรากฏว่าตอนท้องแม่เป็นอีสุกอีใส  อีสุกอีใสกับหัด ถือเป็นสุดยอดของโรคจากไวรัสที่ติดต่อได้ง่ายมาก เพราะติดต่อทางลมหายใจ รวมทั้งการสัมผัสโดยตรงกับสะเก็ดอีสุกอีใส  เมื่อปีที่แล้วที่รพ.ผม มีอีสุกอีใสเข้าไอซียู ไปโดยไม่ได้ตั้งใจ คือเป็นโรคอื่นแล้วพบว่าเป็นอีสุกอีใส ปรากฏว่าพยาบาลไอซียูติดไป 3 คน จนผมสงสัยว่าเด็กพวกนี้หลุดรอดไม่เป็นอีสุกอีใสตอนเด็กมาได้อย่างไร  ถ้าพยาบาลยังติดขนาดนี้แสดงว่า เด็กวัยรุ่นสมัยนี้คงอยู่ในสถานะที่ไม่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ คือไม่เคยได้รับเชื้ออีสุกอีใสตอนเด็ก โตเป็นสาวแล้วยังไม่มีภูมิ ถ้าติดขึ้นมาเมื่อไหร่ โอกาสจะเสียโฉมคงมีมากทีเดียว

สำหรับการแยกผู้ป่วย ที่โรงพยาบาลก็แยกให้อยู่ห้องพิเศษเดี่ยว ไม่ให้ไปยุ่งกับใคร  

เคยได้ยินไหมครับว่า เวลาลูกคนแรกติดอีสุกอีใสมาอยู่บ้าน ลูกคนน้องคลุกคลีกับลูกคนแรกมาก  คนน้องจะมีอาการรุนแรงกว่าคนแรก เพราะรับเชื้อเข้าไปมากกว่า หมอก็เลยมักจะแนะนำว่า เวลาลูกติดอีสุกอีใสมา อย่าปล่อยให้เล่นกับน้องทั้งวัน ต้องแยกครับ พ่อแม่ต้องสลับกันหยุดงานมาอยู่กับลูกแทน  เพราะฉะนั้นถ้าปล่อยให้คนไข้อีสุกอีใสไปอยู่รวมกับคนไข้อื่นในวอร์ดทั่วไป เกิดคนอื่นเขาไม่มีภูมิก็ซวยซิครับ รับเชื้อไปเต็มๆ อาจจะมีตุ่มอีสุกอีใสขึ้นเป็นพันเม็ด แทนที่จะเป็น 100-300 เม็ดเหมือนชาวบ้านเขา อย่างไรก็ดีเรื่องนี้เป็นเพียงการตั้งข้อสังเกตุ เห็นจากประสบการณ์ ไม่เป็นวิทยาศาสตร์  ใครอยากจะทำวิจัยก็ลองคุยกับกรรมการจริยธรรมเอาเองแล้วกัน

 

ประกาย~natachoei ที่~natadee
เขียนเมื่อ Sat Feb 14 2009 09:14:31 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะ

ตอนนี้ที่เฝ้าระวังอยู่ จะมีพยาบาลติดสุกใสจากการดูแลผู้ป่วยงูสวัด 3 ราย

ในหอผู้ปป่วยเด็ก ทางโรงพยาบาลจะให้ภูมิคุ้มกันกับพยาบาลและแพทย์ คะ เพื่อป้องกันการติดเชื้อสุกใส จากเด้กและป้องกันไม่ให้เด็กติดเชื้อจากพยาบาล จะแยกผู้ป่วยทันทีเช่นกันคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.102
เขียนเมื่อ Sat Feb 14 2009 09:19:38 GMT+0700 (ICT)

หมอก็สนใจที่จะเสนอให้ฉีดวัคซีนสุกใสให้กับเจ้าหน้าที่อายุรศาสตร์เพราะผู้ใหญ่เป็นเยอะขึ้น แต่ไม่รูผู้บริหารเขาจะเล่นด้วยไหม เข็มละพันกว่า คนหนึ่งฉีด 2 เข็มห่างกัน 1-1.5 เดือน สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าเคยเป็นสุกใสมาก่อนแล้วหรือยัง

ชญาดา นะราศรี
IP: xxx.128.121.130
เขียนเมื่อ Sat Feb 28 2009 10:41:27 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ดิฉันอายุ30 กำลังเป็นอีสุกอีใสอยู่เนื่องจากติดจากลูกแล้วก็ขึ้นตุ่มเยอะมากใบหน้าก็มากด้วย ไปหาหมอแล้วหมอให้ยาต้านไว้รัส กับยาแก้แพ้ แต่ทำไมตุ่มยังขึ้นเยอะอีกละค่ะแล้วตุ่มตรงหน้าจะหายดีไหมค่ะมีครีมอะไรที่คุณหมอพอใจแนะนำให้ซื้อมาใช้บ้างค่ะเพราะกลุ่มใจมาก

นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.50.105
เขียนเมื่อ Sun Mar 01 2009 00:10:10 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอให้ยาต้านไวรัสนะถูกแล้ว ยาทาไม่ได้เรื่องสักอย่างให้ไปยังงั้นแหละครับ ผลจากงานวิจัยยาทาอะไซโครเวียไม่ช่วยอะไร ที่ให้แล้วตุ่มยังขึ้นเยอะเพราะให้ช้าไป ย้าต้านไวรัสถ้าจะให้ได้ผลต้องภายใน 48 ชั่วโมงหลังตุ่มแรกขึ้นหรือเร็วกว่านั้น ดีกว่านั้นคือให้เป็นยาฉีดเร็วที่สุดเท่าที่วินิจฉัยได้ว่าเป็นอีสุกอีใส

อีสุกอีใสในผู้ใหญ่อาจจะอาการรุนแรงกว่าในเด็กช่วง 6-10 ขวบ เฉลี่ยเท่าที่หมอเห็นตุ่มขึ้นประมาณ 300 ตุ่ม ถ้าขึ้นน้อยกว่านี้ถื่อว่าไม่มากแล้วครับ

หฤทัย
IP: xxx.9.206.195
เขียนเมื่อ Fri Mar 06 2009 11:55:18 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะ

ตอนนี้ลูกชายเป็นอีสุกอีใสระยะที่ว่าแผลเป็นสะเก็ดหลุดบ้างแล้วค่ะ

แต่เห็นแผลเป็นที่หลุดมาทุกเม็ดมันจะบวมแร้วใสๆจะถามว่าอีกหน่อยจะ

หายไปเองมั้ยคะ หรือว่าจะเป็นแผลเป็น แล้วถ้าเป็นแผลเป็นควรทำอย่างไรถึงจะหายคะ

เนื่องจากลูกชายเป็นที่หน้าเยอะมาก ตอนนี้ลูกชายอายุ 3 ขวบครึ่งค่ะ

ขอบคุณค่ะ

Padsha
IP: xxx.47.245.20
เขียนเมื่อ Mon Mar 09 2009 22:13:18 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะ

ตอนนี้อายุ 30 เพิ่งจะเป็นอีสุกอีใสเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาคะ กินยาเกือบไม่ทัน

ไม่มีไข้และผื่นก็ไม่เยอะมาก

เผอิญทำงานในรพ.เลยอยากทราบว่า

ถ้าเรากินยา Acyclovir เข้าไปต้านไวรัสแล้วร่างกายของเราจะสร้างภูมิได้ไหมคะ?

ถ้าร่างกายไม่สร้างภูมิแล้วควรจะไปฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการเป็นซ้ำอีกไหมคะ?

เพราะกลัวจะติดเชื้อจากผู้ป่วยในโรงพยาบาลอีก

ขอบคุณคะ

goodlife
IP: xxx.7.169.7
เขียนเมื่อ Sat Mar 21 2009 10:55:57 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

อ่านเรื่องราวของคุณหมอเกี่ยวกับเรื่องอีสุกอีใสแล้วมองเห็นภาพค่ะแต่ดิฉันก็อยากเห็นภาพ multinucleated giant cells intranucler eosinophilic

inclusin bodies ค่ะ คุณหมอช่วยกรุณาลงภาพให้ดูด้วยนะค่ะ ขอบคุณมากค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.45.23
เขียนเมื่อ Sun Mar 22 2009 00:25:21 GMT+0700 (ICT)

รูปผมมี แต่ใครก็ได้ช่วยสอนวิธีเอารูปขึ้นเวปที เวลาคลิกที่รูปต้นไม้ มันขึ้น image URL ผมไม่รู้จัก

ช่วยหน่อยครับ

Pasiri
IP: xxx.147.45.214
เขียนเมื่อ Sat Mar 28 2009 09:13:04 GMT+0700 (ICT)

ลูกชายอายุ 4 ขวบ 5 เดือนเป็นอีสุกอีใสเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมาเป็นตุ่มเล็ก ๆขึ้นที่บริเวณคอและที่ฝ่ามือ 2-3 ตุ่ม แต่ไม่มีไข้ พอวันต่อมาตุ่มเริ่มขึ้นมากตามลำตัวและแขนขา ส่วนใบหน้ามี 4-5 ตุ่ม และมีไข้ในวันที่ 3 ที่ตุ่มเริ่มออกเยอะขึ้น ใช้เวลาประมาณ 2 อาทิตย์ตุ่มทั้งหมดก็เริ่มแห้งและตกสะเก็ดนับจากวันที่สังเกตุเห็นตุ่มขึ้น หลังจากนี้อีก 2วันลูกสาว อายุ1 ขวบ 2 เดือน เริ่มสังเกตุเห็นตุ่มขึ้นลักษฯเดียวกับพี่ชาย แต่ไม่มีไข้ พอวันที่ 2 และ 3 ตุ่มเริ่มขึ้นเยอะมาก มีอาการมากกว่าพี่ชาย พร้อมทั้งมีไข้ร่วมด้วยตอนนี้ตุ่มกำลังแห้งลง มีข้อสงสัยอยากจะถามว่า โดยทั่วไปแล้ว โรคนี้จะมีไข้ก่อน แล้วตุ่มจะตามมา แล้วทำไมลูกทั้งสองคน ไม่มีอาการอะไรเลยจนกระทั่ง ตุ่มขึ้น 2-3 วันจึงจะมีไข้

ส่วนตัวดิฉันไม่แน่ใจว่าเคยเป็นหรือยัง ถ้าไม่เคยเป็น คิดว่าน่าจะติดเชื้อและแสดงอาการพร้อมลูกสาวแล้วใช่ใหมคะ หรือว่าต้องรอดูอาการอีกทีคะ

ไม่ได้พาลูกไปหาหมอเลยค่ะ

ประกาย~natachoei ที่~natadee
เขียนเมื่อ Sat Mar 28 2009 09:19:36 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ยังมีผู้ป่วยสุกใส ป่วยเป็นระยะ ส่วนมากจะเป็นในผู้ใหญ่ กลุ่มหนุ่มสาวมากกว่า

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.46.143
เขียนเมื่อ Sun Mar 29 2009 07:16:47 GMT+0700 (ICT)

เด็กช่วงอายุ 4-10 ขวบ เป็นอีสุกอีใสผมค่อนข้างเป็นห่วงน้อย แต่อายุน้อยๆประเภท 1 ขวบหรือต่ำกว่านั้น ผมถือว่าเป็นคนไข้ที่มีความเสี่ยงต่ออาการแทรกซ้อนรุนแรงของอีสุกอีใส กรณีคุณ pasiri เป็น classic case ที่ต้องเอาไว้เตือนครอบครัวอื่นที่มีลูกที่เข้าโรงเรียนแล้วเป็นอีสุกอีใส กลับมาอยู่บ้านเอามาติดน้องที่ไม่มีภูมิคุ้มกัน คนน้องจะรับเชื้อเข้าไปมากกว่าคนแรก เพราะมีเวลาคลุกคลีอยู่กับ index case คือคนพี่เป็นเวลานาน อีก 2-3 อาทิตย์ต่อมา เมื่อครบระยะฟักตัวก็จะเป็นอีสุกอีใส มีอาการมากกว่า ไข้นานกว่า สูงกว่า จำนวนตุ่มเยอะกว่า ไม่จำเป็นหรอกครับที่จะเห็นไข้ก่อนตุ่ม ระยะแรกอาจจะมีแค่ครั่นเนื้อครั่นต้ว คล้ายจะเป็นไข้ แต่ยังไม่มีไข้ปรากฏให้เห็น เพียงแต่ถ้าไข้มาทีหลังต้องระวังว่าอาจจะไม่ใช่ไข้จากอีสุกอีใส แต่เป็นจากสาเหตุอื่นเช่นติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน เป็นปอดบวม

ของคุณแม่น่าจะมี-ภูมิแล้ว ถ้าไม่งั้นคงมีอาการพร้อมลูกคนเล็กแล้ว โรคนี้ตอนหลานผมเป็นอายุ 4 ขวบ 6 ขวบ และ 7 ขวบ ผมปล่อยให้ติดกันหมอพร้อมกันทีเดียว แต่ไล่ให้แยกบ้านหลังสัมผัส ไม่ให้เด็กคลุกคลีกันนาน อาการก็เป็นไม่มาก แต่ควรพบแพทย์ครับ และควรไปหาแพทย์ที่ไว้ใจได้ เพราะคำแนะนำหลายอย่าง บวกกับประสบการณ์ในการดูแลคนไข้ อาจจะช่วยให้อาการของเด็กที่เป็นน้อยลง และโรคแทรกซ้อนจากโรคนี้ถึงแม้มีน้อย แต่ก็ตาย หรือพิการมานักต่อนัก สำหรับคนหนุ่มสาวผมให้ยาเต็มที่เพราะเคยเห็นคนหน้าเสียโฉมมามาก เลยเข้าใจดีว่า ปัญหา cosmetic ฟังดูเป็นเรื่องน้ำเน่าสำหรับบางคน  พอเห็นลูกสาวตัวเองอายุ 15-16 เป็นเห็นวิ่งแจ้นพามาหาหมอผิวหนังเกือบทุกราย

Pasiri
IP: xxx.147.45.214
เขียนเมื่อ Mon Mar 30 2009 11:05:22 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณหมอที่ให้คำปรึกษา ตอนนี้ตุ่มตามตัวของลูกสาวแดงและแห้งลงบ้างแล้วเป็นบางส่วนค่ะ แต่ลูกสาวยังงอแง และเกาตุ่มมากค่ะ ถ้าตุ่มแห้งอย่างนี้แล้วจำเป็นต้องไปหาหมอหรือเปล่าคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.46.112
เขียนเมื่อ Mon Mar 30 2009 22:10:00 GMT+0700 (ICT)

คงไม่จำเป็นต้องไปพบแพทย์แล้ว แต่ต้องตัดเล็บให้สั้น ตะไบเล็บให้เรียบ อาจให้ทานยาแก้คันช่วยบ้าง แล้วก็ทา moisturizer สำหรับเด็กหลังอาบน้ำ อาจจะลดอาการคันลงได้บ้าง

พิพัฒน์
IP: xxx.173.90.95
เขียนเมื่อ Tue Mar 31 2009 12:47:51 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอครับ

ตอนนี้แฟนผมเป็นอีสุกอีใสได้ 2 วันแล้วแต่ผมไม่แน่ใจว่าลูกชายผมอายุ 2 เดือนจะติดหรือเปล่าผมเลยเลี้ยงลูกเองกลัวติดแต่นอนห้องเดียวกันครับถ้าลูกชายผมเป็นมีวิธีรักษาแบบใดบ้างครับและควรจะไปหาหมอหรือให้หายเองเพราะผมไม่กล้าซื้อยากินเองเพราะลูกชายผมเป็นโรคหัวใจแบบ PDA ครับโรคอีสุกอีใสนี้จะมีผลต่อลูกผมมากมั้ยครับคุณหมอรบกวนตอบด้วยนะครับ

ขอบคุณครับ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.55.191
เขียนเมื่อ Tue Mar 31 2009 16:43:03 GMT+0700 (ICT)

หมอคิดว่า ลูกชายมีโอกาสติดอีสุกอีใสได้ แต่จะมีระยะฟักตัวประมาณ 2-3 สัปดาห์ เพราะระยะแพร่เชื้อได้มากที่สุดคือ 1-2 วันก่อนตุ่มน้ำขึ้น ฉะนั้นน่าจะรับไปเต็มๆ  และเชื้อไวรัสอีสุกอีใสติดต่อทางลมหายใจ ถ้าอยู่ห้องนอนเดียวกัน แม้ไม่สัมผัสก็ติดได้  อย่างไรก็ดีต้องรอครับ ถ้าติดควรไปพบแพทย์ผิวหนังเด็ก ให้ช่วยดูแลให้เพราะอาการแทรกซ้อนในเด็กอายุน้อยกว่า 1 ขวบอาจจะต้องการดูแลอย่างใกล้ชิด และถ้าเด็กเป็น โอกาสที่จะเป็นงูสวัดตั้งแต่อายุยังน้อยก็จะมีมากกว่าคนปกติ  ยังไงถ้าลูกชายเป็นส่งข่าวมาแล้วกันเผื่อจะส่งข้อมูลเพิ่มเติมไปให้

พิพัฒน์
IP: xxx.173.92.122
เขียนเมื่อ Tue Mar 31 2009 17:27:02 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเด็กติดเชื้อ (2 เดือน)มีสถานที่ไหนแนะนำให้นำลูกไปหามั้ยครับ (โรงพยาบาล) ที่เค้าดูแลเด็กได้ดี และชำนาญเรื่องผิวหนังเป็นอย่างดีนะครับ รบกวนตอบครับ / ขอบคุณครับ

พิพัฒน์
IP: xxx.173.92.122
เขียนเมื่อ Tue Mar 31 2009 17:59:09 GMT+0700 (ICT)

ถ้าลูกชายวัย 2 เดือน ได้รับเชื้อไปแล้ว (แม่เป็นประมาณ4 วันแล้ว)มียาอะไรที่จะรักษา หรือบรรเทาอาการในช่วงนี้ได้บ้างครับ เห็น www.บาง www. ลงตัวยาไว้ แต่ไม่ได้จดมา รบกวนคุณหมอตอบด้วยครับ / ขอบคุณครับ

นูรีย์
IP: xxx.19.67.86
เขียนเมื่อ Tue Mar 31 2009 21:28:56 GMT+0700 (ICT)

ยาฉีดรักษาอีสุกอีใสราคาเท่าไรค่ะ แล้วมีผลข้างเคียงบ้างไหม เพราะลูกชายคนโตอายุหกขวบกำลังเป็นอยู่ ถ้าน้องอายุห้าขวบ กับน้องสาวอายุสองขวบเป็นตามจะได้เลือกวิธีรักษาได้ดีขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.44.109
เขียนเมื่อ Tue Mar 31 2009 22:24:20 GMT+0700 (ICT)

คุณพิพัฒน์ ยังไม่ต้องตื่นตระหนกไป รอให้ลูกชายมีอาการก่อนค่อยพาไปหาหมอ คือมีไข้ แล้วตุ่มน้ำใสขึ้นที่หลัง หรือใบหน้าในวันแรกๆ ถ้าจะให้แนะนำสถานที่ เห็นจะไม่พ้น รพ.เด็ก ศิริราช รามา จุฬา บำรุงราษฏร์ กรุงเทพ พญาไท  แต่หมอว่าไม่จำเป็นถ้าอยู่ตจว. รพ.จังหวัดที่มีแพทย์ผิวหนังหรือหมอเด็กอยู่ก็น่าจะดูแลรักษาได้ เพียงแต่แนะนำเอาไว้ไม่ให้ประมาท  หาเจ้าภาพที่จะดูแลอย่างต่อเนื่องให้ได้ในช่วงที่เป็น  โดยทั่วไปหมอที่จบเป็นผู้เชี่ยวชาญแล้ว ถ้าเขามาดููแลต่อเนื่อง ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพลาดหรอกครับ โรคนี้เองส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะร้ายแรงอะไร  ยาฉีด ยากินบางทีก็ไม่จำเป็น  นอกจากทำท่าว่าจะมีโรคแทรกซ้อน

สำหรับคุณบุรีย์

ยาฉีดรักษาอีสุกอีใสในเด็กไม่มีข้อบ่งชี้ให้ใช้ครับ หลานผม 3 คนเป็นอีสุกอีใส ผมให้แต่ยาลดไข้  ยาฆ่าไวรัสไม่ได้ให้เลยครับ  ผมให้แต่ในเด็กผู้หญิงวัยรุ่น หรือพยาบาลจบใหม่ที่เอาตุ่มมาให้ดูในช่วง 48 ชั่วโมงแรก  เด็กผู้ชายวัยรุ่นที่ทำท่าว่าจะขึ้นเกินกว่า 500 เม็ด เพราะไม่อยากให้หน้าตาเขาเสียโฉม ค่ายาฉีด ใช้ผสมน้ำเกลือ 100 ซีซี หยดเข้าเส้นเลือดดำใน 1 ชั่วโมง วันละ 3 เวลา  เจ็ดวัน ต้องตรวจการทำงานของไต เพราะยาอาจเป็นอันตรายต่อไต ค่ายาเฉพาะต้นทุนรพ.รัฐบาลประมาณ 25000-30000 บาท ในเด็กทั้งยากินยาฉีดฆ่าไวรัส ผมไม่เคยให้เลย ดูแลไม่ให้ไข้ขึ้นสูง ตรวจปอดดูว่าไม่มีปอดบวม เจาะเลือดดูว่าไม่มีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน  ตัดเล็บ ตะไปเล็บอย่าให้แกะเกา ให้ยากินแก้คันบางครั้ง  เท่านี้ส่วนใหญ่ก็หาย ทางที่ดีอย่าให้เป็นเลยดีที่สุด ฉีดวัคซีนซะ เข็มละพันกว่าบาท คุ้มกว่ากันเยอะ ดีกว่าปล่อยให้เป็นแน่นอน

มุก
IP: xxx.8.142.141
เขียนเมื่อ Thu Apr 02 2009 15:38:48 GMT+0700 (ICT)

พี่หนูเป็นอยากทราบว่า

ถ้ามันเริ่มตกสะเก็ดแต่ยังไม่หมด

ต้องไปพบหมอมั้ยค๊ะ?

มุก
IP: xxx.8.142.141
เขียนเมื่อ Thu Apr 02 2009 15:43:04 GMT+0700 (ICT)

แล้วถ้ามันตกสะเก็ดแล้วหมดแล้ว

จำเป็นต้องซื้อยามาใช้ทารึป่าวคะ?(รอยแผลเป็น)

หรือว่าพอมันตกสะเก็ดแล้วมันจะหายเองคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.44.46
เขียนเมื่อ Thu Apr 02 2009 22:17:37 GMT+0700 (ICT)

ถึงขั้นตกสะเก็ดคงไม่ต้องไปหาหมอแล้วครับ นอกจากว่าขึ้นเกินกว่า 300 เม็ด แล้วมีบางเม็ดที่หน้าทำท่าจะเป็นแผลเป็น อาจจะต้องไปพบแพทย์ปรึกษาเรื่องการรักษารอยแผลเป็น

นูรีย์
IP: xxx.19.67.51
เขียนเมื่อ Mon Apr 06 2009 00:04:34 GMT+0700 (ICT)

หากเรายังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมาก่อน เมื่อได้รับเชื้ออีสุกอีใสแล้ว จำเป็นว่าต้องเป็นเสมอไปหรือไม่ คิดเป็นร้อยละเท่าใด เพราะตอนนี้ที่บ้านลูกชายกำลังเป็นประมาณสิบวัน ตอนนี้คุณแม่มีตุ่มขึ้นสองสามเม็ด ไม่เจ็บ ไม่คัน และไม่มีไข้นำมาก่อน ขึ้นมาแล้วประมาณ สองสามวัน ยังไม่ยุบ และยังไม่เห็นตุ่มขึ้นเพิ่ม ไม่ทราบว่าจะถือเป็นลักษณะของอีสุกอีใสหรือไม่

นก
IP: xxx.19.67.51
เขียนเมื่อ Mon Apr 06 2009 00:11:36 GMT+0700 (ICT)

คลับคล้ายว่าอีสุกอีใส จะเกิดจากเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใกล้ๆ กับโรคเริมและงูสวัด ผู้ที่เป็นโรคเริมมาก่อน หรือได้รับเชื้อเริมมาก่อน เมื่อได้รับเชื้ออีสุกอีใสในภายหลัง ร่างกายสามารถต้านทานเชื้อโรคดังกล่าวได้หรือไม่

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.49.250
เขียนเมื่อ Mon Apr 06 2009 00:50:37 GMT+0700 (ICT)

ไวรัสที่ทำให้เกิดสุกใสนั้นตัวเดียวกับงูสวัดเลยครับ  แต่คนละตัวกับ เริม เคยเป็นเริมมาก่อนไม่ช่วยอะไร ถ้ายังไม่เคยมีภูมิ ไปรับเชื้ออีสุกอีใสเข้าก็เป็นอีสุกอีใสได้ 

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.49.250
เขียนเมื่อ Mon Apr 06 2009 00:55:27 GMT+0700 (ICT)

ถ้ายังไม่เคยเป็นมาก่อน ไปได้รับเชื้อเข้ามีบางคนเหมือนกันที่อาจไม่เกิดอาการอะไรเลย แต่รับเชื้อเข้าไปแล้ว มีภูมิคุ้มกันแล้ว แต่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยพลาด มักจะมีตุ่มน้ำใสขึ้นบ้างไม่มากก็น้อย

ตุ่มสุกใสของแม่ขึ้นแค่สองสามเม็ด สงสัยไม่ใช่อีสุกอีใส น่าจะเป็นโรคอื่น นอกจากว่าจะมีตุ่มขึ้นเพิ่มมาอีก

กานวลี
IP: xxx.147.44.39
เขียนเมื่อ Sat Apr 11 2009 13:47:39 GMT+0700 (ICT)

ไวรัสที่ทำให้เกิดสุกใสนั้นตัวเดียวกับงูสวัด ถ้าเช่นนั้นคนที่เคยเป็นงูสวัดก็จะไม่เป็นอีสุกอีใสใช่มั้ยคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.50.70
เขียนเมื่อ Sat Apr 11 2009 22:09:10 GMT+0700 (ICT)

ถูกต้องแล้วครับ คนที่เป็นงูสวัดแสดงว่าเคยได้รับเชื้ออีสุกอีใสไปเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะมีตุ่มอีสุกอีใสให้เห็นหรือไม่ก็ตาม แสดงว่ามีภูมิคุ้มกันอีสุกอีใสเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่ว่างูสวัดที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นนั้นมั่วมา คือไม่ได้เป็น herpes zoster จริง บางคนอาจจะไปสับสนกับโรคเริม ซึ่งมีตุ่มน้ำเป็นกลุ่มแค่ไม่กี่แห่ง และไม่ได้เกิดตามแนวประสาท

นูรีย์
IP: xxx.19.67.13
เขียนเมื่อ Sun Apr 12 2009 22:11:28 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ที่บ้านกำลังเข้าชมรมอีสุกอีใส เพราะเมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2552 ลูกชายคนโตอายุหกขวบเริ่มเป็นไข้และมีตุ่มอีสุกอีใสขึ้น วันสองวันแรกสามารถแยกน้องชายห้าขวบออกได้บ้าง แต่หลังจากนั้นก็กอดกันนัวเนีย

จนเมื่อวันที่ 9 เมษายนสังเกตเห็นตุ่มขึ้นที่แขนของน้องชาย แต่ไม่ค่อยแน่ใจ จึงรอจนเห็นมีตุ่มเพิ่มขึ้นอีกเม็ดสองเม็ดจึงได้นำไปหาหมอที่คลีนิคในวันรุ่งขึ้น แต่ไม่ได้สอบถามหมอว่ายาที่ให้เป็นยาอะไรบ้าง ปรากฎว่าวันต่อมาน้องมีตุ่มใสเพิ่มขึ้นมากจนน่ากลัว ไข้ก็ไม่ลด ปากเปื่อย ไม่ค่อยอยากกินอะไร และช่วงนี้ตรงกับหยุดสงกรานต์ หมอเฉพาะทางส่วนใหญ่ก็จะหยุดเพื่อร่วมงานสงกรานต์กัน ก็เลยไม่รู้จะทำอย่างไร

และตอนนี้พ่อเองก็เริ่มเป็นอีสุกอีใส โดยเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2552 เขาบ่นว่าเจ็บแถวๆ ต่อมน้ำเหลืองข้างหู ดิฉันจึงบอกให้เขาถอดเสื้อออก เพื่อหาดูว่ามีเม็ดหรือมีตุ่มขึ้นบ้างไหม ปรากฏว่าเจอบนหลังหนึ่งเม็ด ก็เลยรีบไปหาหมอทันที บังเอิญมีคลีนิคเปิดอยู่ร้านหนึ่ง จึงรีบเข้าไป คุณหมอบอกว่าโชคดีที่รีบมา เพราะว่ายาที่คุณหมอให้จะทำให้ตุ่มขึ้นน้อยลง และหายเร็วกว่า เพราะคุณหมอบอกว่าผู้ใหญ่มักเป็นรุนแรงกว่าเด็ก

ปรากฏว่าวันนี้วันที่ 12 เมษายน คนที่อาการหนักที่สุดก็เป็นน้องชายที่อายุห้าขวบ

=====ที่สำคัญทั้งสามคนรักษาคนละหมอ ยาคนละแบบ

=พี่หกขวบมียาฆ่าไวรัสชนิดเม็ดรีสีม่วงกินครั้งละ 1/4 เม็ด ยาทาชนิดหลอด ยาน้ำแก้คัน ยาลดไข้สำหรับเด็ก(มีที่บ้านเอง)ตอนนี้เหลือขุยรอบแผลเล็กน้อย มีร่องรอยน้อยมาก

=น้องห้าขวบมียาเม็ดเล็กสีส้ม กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 4 ครั้ง

ยาแคปซูลปลอกฟ้าข้างน้ำเงินข้างกินวันละ 3 ครั้ง ครั้งละ 1 เม็ด

ยาลดไข้ คาลาไมน์

=พ่อมียาแก้อักเสบ ยาอีสุกอีใส(ตามที่หมอเรียก)ยาลดไข้

ปรากฏว่าพ่อหาตุ่มอีสุกอีใสแทบไม่เจอ (ในคืนนี้) พรุ่งนี้ยังไม่รู้

======มาถึงตอนนี้คุณหมอคงกำลังมึนเต็มที่ คำถามสำคัญของคุณแม่ก็คือจะดูแลน้องชายห้าขวบยังไงดี เพราะที่ริมฝีปากเข้ามีแผลเต็มไปหมด เห็นแล้วใจแทบขาด เพราะดูเขาซึม และชอบบอกว่าหนาว ทั้งที่เวลาปกติเขาเป็นเด็กขี้ร้อน ต้องอยู่ใกล้พัดลมตลอด น้องไม่ยอมใช้น้ำเกลือกลั้วปาก ใช้ครั้งเดียวแล้วอาเจียนออกมา

===ขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ====

เกสรา
IP: xxx.24.45.201
เขียนเมื่อ Mon Apr 13 2009 11:10:54 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเพิ่งหายจากเป็นอีสุกอีใส ช่วงที่เป็นก็ห่างๆ กับลูก (2 เดือน) ตอนนี้ลูกเริ่มมีเม็ดคล้ายอีสุกอีใสขึ้นบ้างแล้วประมาณ 2-3 เม็ด บางเม็ดยังเล็กนิดเดียว เลยสงสัยว่าจะใช่อีสุกอีใสหรือเปล่า และถ้าใช่ จะต้องทำยังไงบ้างในช่วงนี้ ควรพาไปหาหมอเลยหรือเปล่าคะ แต่ยังไม่มีไข้ขึ้น หรือถ้ามีไข้ก็ให้ทานยาไปก่อนคะ รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยค่ะ

พิพัฒน์
IP: xxx.24.45.201
เขียนเมื่อ Mon Apr 13 2009 11:19:14 GMT+0700 (ICT)

ที่ผมเลยส่งมาปรึกษาคุณหมอ ว่าลูกผมอายุ 2 เดือน กลัวจะติดอีสุกอีใสจากแฟนผม และลูกผมเป็นโรคหัวใจด้วย ตอนนี้ตุ่มเริ่มขึ้นลูกผมแล้ว ต่อจากนี้ผมจะต้องทำยังไงครับ แต่ยังไม่มีไข้ขึ้น ควรจะพาไปหาหมอเลยหรือเปล่าครับ

พิพัฒน์
IP: xxx.24.90.194
เขียนเมื่อ Thu Apr 16 2009 20:01:44 GMT+0700 (ICT)

อีกข้อนึงครับ ที่ว่าเด็กอ่อนขนาดนี้จะติดเชื้อลงตับ หรือเยื่อสมองอักเสบ เด็กจะมีอาการยังไงครับ เพราะลูกผมไม่มีไข้เลย นี่ผ่านมา 4 วันแล้ว ถ้าเด็กจะเป็นจะมีอาการอะไรบ่งบอกบ้างครับ หรือว่าถ้าไม่มีอาการ จะต้องไปตรวจหรือเปล่าครับ รบกวนคุณหมอด้วยครับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.90.19.167
เขียนเมื่อ Fri Apr 17 2009 22:13:42 GMT+0700 (ICT)

คุณนุรีย์ครับผมว่าผมตอบคำถามนี้ไปแล้วทำไมไม่แสดงก็ไม่รู้ ป่านนี้ลูกชายอายุ 5 ขวบ น่าจะดูดีขึ้นแยะแล้ว แต่อย่างที่เคยบอก ถ้าลูกคนที่สองไปคลุกคลีกับลูกคนแรกในช่วงที่คนแรกกำลังแพร่เชื้อ ยิ่งคลุกคลีนาน ยิ่งมีจำนวนตุ่มขึ้นมากกว่าปกติ มักจะขึ้นมากกว่าคนแรก เขาเลยแนะนำว่าถ้าลูกคนแรกเป็น รีบแยกคนที่สอง สาม โดยเร็ว อาจจะไม่ทันติดเสียก่อน แต่ก็ยังทำให้อาการน้อยลง

คุณพ่อโชคดีมากที่อาการไม่มาก อย่างที่หมอเขาว่า ผู้ใหญ่เวลาเป็นอาจจะอาการมากจนน่ากลัว เป็นแล้วตาย ผมก็เคยเห็นมาแล้ว เพราะปอดบวมจากตัวเชื้อสุกใส

สำหรับคุณพิพัฒน์ เด็ก 2 เดือนเป็นสุกใสควรไปพบแพทย์เป็นอย่างยิ่งครับ ถ้าไม่มีอะไรก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดอาการแทรกซ้อน ถ้าไม่ใช่หมอเด็ก เผลอๆอาจจะตรวจไม่พบความผิดปกติ ที่บางอย่างอาจช่วยแก้ไขได้ ถึงไม่มีอาการก็ควรไปพบหมอเด็ก หรือหมอผิวหนังให้ช่วยดูดีกว่าครับ

ป่าน
IP: xxx.27.119.178
เขียนเมื่อ Tue Apr 21 2009 16:19:23 GMT+0700 (ICT)

ช่วยตอบด้วยค่ะ ที่้ post_mon.sky@hotmail.com

หนูอยากรุว่าหนูเคยเปง หัด แล้วหนูจะเป็นอีสุกใสไหมค่ะ

กลัว

ว่ามีตังจะไปฉีด แพงมาก

อร
IP: xxx.136.118.79
เขียนเมื่อ Mon Apr 27 2009 10:08:47 GMT+0700 (ICT)

รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยนะค่ะ

เป็นอีสุก อีใสค่ะ ตอนนี้ท้อง 2 เดือน ค่ะ และกังวลมากว่าจะมีผลกับลูก

แล้วจะมีผลในด้านไหนบ้างกับเด็ก และจะรุนแรงกับลูกหรือไม่ ในตอนที่คลอดแล้ว

ตอนนี้กังวลมาก รบกวนคุณหมอด้วยนะค่ะ

พาสิริ
IP: xxx.147.43.214
เขียนเมื่อ Mon Apr 27 2009 14:28:35 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ ลูกชาย4 ขวบและลูกสาว1ขวบ เป็นอีสุกอีใส ตอนนี้หายแล้วค่ะ แต่ลูกสาวยังมีตุ่มลายๆ ตามตัวอยู่ค่ะ ประกอบกับตอนนี้อากาศร้อนมากๆ ลูกสาวแม้จะอาบน้ำแล้วมักจะเกานู่นเกานี่ประจำ และมีผื่นขึ้นตามตัวค่ะ ถ้าดิฉันซ์อคาลามาย โลชั่นมาทาให้จะดีขึ้นมั้ยคะ แล้วคาลามายนี้มีกี่แบบคะ หรือว่าถ้าเป็นคลามาย ก็ใช้ได้เลย

ขอบพระคุณค่ะ

เกศมณี
IP: xxx.8.64.147
เขียนเมื่อ Thu Apr 30 2009 13:30:09 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ ตอนนี้ดิฉันเริ่มเป็นอีสุกอีใส ตุ่มกำลังเริ่มขึ้นค่ะ อยากทราบว่า สามารถอาบน้ำได้ปกติรึเปล่าคะ แล้วถ้า ตุ่มใสๆ แตก จะทำให้เชื้อแพร่ ทำให้เกิดตุ่มเพิ่มมากขึ้นรึเปล่าคะ

ขอบคุณมากค่ะ

ธิติมา
IP: xxx.172.67.203
เขียนเมื่อ Thu Apr 30 2009 17:23:52 GMT+0700 (ICT)

ถ้ามีเพศสัมพันธ์กับแฟนตอนที่แฟนเป็นอีสุกอีใสที่ตุ่มแผลแห้งแล้วแล้วตอนที่มีเพศสัมพันธ์เราใส่ถุงป้องกันแล้วอยากทราบว่าเรามีโอกาสในการติดเซื้ออีสุกอีใสไหมแล้วดิฉันก็เคยเป็นอีสุกอีใสแล้ว

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.50.181
เขียนเมื่อ Fri May 08 2009 01:03:43 GMT+0700 (ICT)

คุณป่านครับ เป็นหัดแล้วก็ยังเป็นอีสุกอีใสได้ ไปฉีดวัคซีนซะเถิดครับ เข็มละพันกว่าบาท อายุเกิน 13 ปี ฉีด 2 ครั้งห่างกัน 1 เดือน คุณอร ไม่ควรกังวลมากไป อีสุกอีใสตอนท้องอ่อนๆ มีผลต่อเด็กน้อยมาก หรือไม่มีเลย ที่มีปัญหาคือ ช่วงใกล้คลอดครับ แต่อย่างไรก็ดี การตั้งครรภ์เป็นความเสี่ยงโดยตัวของมันเองอยู่แล้ว คงไม่มีหมอคนไหนกล้าการันตีว่า เด็กจะไม่เป็นอะไรแน่นอน แต่ในทางปฏิบัติ ฝากท้องแล้วติดตามอาการดูโดยละเอียดครับ คุณพาสิริ คาลามายด์ก็ไม่ต่างกันมากหรอกครับ แต่ในกรณีอีสุกอีใสที่หายแล้ว หาครีมบำรุงผิวที่ให้ความชุ่มชื้นมาทาแทนคาลาไมน์ดีกว่าครับ คุณเกศมณี คนเป็นอีสุกอีใสอาบน้ำได้ตามปกติครับ ยกเว้นมีแผลที่อักเสบเป็นหนอง ไข้ขึ้น คุณธิติมา ไปมีเพศสัมพันธ์กับคนเป็นอีสุกอีใส ถ้าไม่มีภูมิ หรือเคยเป็นมาก่อนแล้ว อีก 2-3 อาทิตย์น่าจะเริ่มมีอาการของอีสุกอีใส แต่หมอว่าคุณไม่ได้ติดอีสุกอีใสหรอกครับเพราะเคยเป็นแล้ว ให้หมอผิวหนังเห็นหน้า ส่วนใหญ่รู้เลยว่าเคยเป็นมาแล้วหรือเปล่า

พล
IP: xxx.142.25.143
เขียนเมื่อ Sat May 09 2009 00:50:53 GMT+0700 (ICT)

ลูกสาวผมอายุ 8 เดือน ติดอีสุกอีในจากหลานที่ต่างจังหวัดเป็นตอนนี้ 9 วันล่ะ ที่บ้านยายเลี้ยงยายก็คิดว่าเป็นแล้วก็หายเอง แต่เกิดอาการติดเชื้อตรงแก้มใกล้ๆหู บวมใหญ่มาก เห็นแล้วสงสารลูกร้องไห้ตลอด พาลูกไปหาหมอที่ รพ ธรรมศาสตร์ มันมีหนองไหลออกทางแผลที่เป็นเม็ดอีสุกอีใส หมอก็เอาหนองออก แต่ก้ยังไม่หมด ผมสังเกตว่าตุ่มอีสุกอีใสเม็ดนึงถ้าแกะเม็ดนั้นออก น่าจะมีหนองที่ทำให้แก้มบวม บอกพยาบาลแล้ว แต่ก็ไม่กล้าทำอะไร แต่ไม่กล้าบอกหมอ คิดว่าหมอก็น่าจะสังเห็น เราเป็นพ่อก็เป็นห่วงลูก หมอมีคำแนะนำอย่างไรคับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.153
เขียนเมื่อ Sat May 09 2009 07:58:57 GMT+0700 (ICT)

ต้องบอกหมอครับ คราวนี้การผ่าหรือเจาะหนองที่แก้มหน้าหู เป็นเรื่องที่มีความเสี่ยงเพราะบริเวณนั้นมีเส้นประสาทใหญ่ที่ถ้าไปโดนมันเข้า อาจจะทำให้หน้าเบี้ยว หรือเกิดอาการปวดเส้นประสาทได้  ผมไม่เห็นรูปว่าเป็นมากน้อยแค่ไหน ถ้าเป็นมากจริงๆ ควรนอนรพ.แล้วฉีดยาปฏิชีวนะเข้าเส้น  แผลก็จะหายเร็วขึ้น ถ้าไม่มากนักรออีกสัก 2 สัปดาห์เดี๋ยวก็หายครับ แต่คงเป็นแผลเป็นให้เห็นบ้างแน่ๆ

IP: xxx.142.29.29
เขียนเมื่อ Sat May 09 2009 10:00:15 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้นอนนอยู่ที่ รพ ครับ นอนมา 3 วันล่ะ หมอมาเจาะหนองออกวันแรก ก็ไม่มาเลย

ให้หมอฝึกหัดมาล้างแผลอย่างเดียว วันนี้ถ้ายังไม่เจาะเม็ดที่ว่า เดี๋ยวผมถ่ายรูปมาให้ดู

ใหญ่มากคับ เขาให้ยาฆ่าเชื้อ ตั้งแต่วันแรกล่ะครับ ประมาณวันล่ะ 3เข็มผ่านสายน้ำเกลือ

สาวิตรี
IP: xxx.9.151.247
เขียนเมื่อ Sun May 10 2009 23:21:51 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้คาดว่าต้องเป็นแน่ๆ ค่ะ แต่พรุ่งนี้จะไปหาหมอไม่ทราบว่าจะไปหาที่ไหนดีค่ะ กลัวเป็นแผลเป็นมากเลยค่ะ และก็คันมากด้วยค่ะ

โซ
IP: xxx.174.183.185
เขียนเมื่อ Fri May 15 2009 11:40:43 GMT+0700 (ICT)

ตอนแรกมีตุ่มใสๆขึ้นที่แขนนึกว่าเป็นโดนยุงกัดก็เลยแกะมัน แต่ปรากฎว่าเป็นอีสุกอีสัยบริเวณที่แกะเวลาโดนน้ำแสบมาก ตอนนี้ก็เป็นมา4วันแล้วมีตุ่มทั่วร่างกาย เยอะมากโดยเฉพาะทีหน้าขึ้นเต็มหน้าเลยค่ะ ไปโรงเรียนก็ไม่ได้ ทำยังไงให้มันหายไวๆค่ะ กินยาที่หมอสั่งแล้วแต่มันก็เรื่อยๆ จะทำยังไงดีค่ะ กลัวจะเป็นแผลเป็นที่บริเวณหน้าด้วย

ืน้อง
IP: xxx.176.176.248
เขียนเมื่อ Sun May 17 2009 00:19:53 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ผมเป็นอีสุกอีใสอยู่ อยากสอบถามว่าอาการปวดที่หัวบริเวณหลังหูถึงท้ายทอย นี้เป็นอาการที่ควบคููููููุ่่ืูููููููููููกับโรคนี้หรือเปล่าคับเพราะผมปวดมากนอนไม่ค่อยจะหลับ และเวลาหันหน้าก็จะตึงบริเวณที่ปวด ตาก็ปวดหน่อยๆเวลากรอกลูกตาไปมา ผมอายุ 31 เริ่มเป็นมาเมื่อวันที่ 14 คับไปหาหมอมาแล้วได้ยาฆ่าเชื้อกินทุก 4 ชม.ตอนไปหาหมอยังไม่ปวดบริเวณที่เล่ารบกวนหมอตอบด้วยนะครับ

นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.104
เขียนเมื่อ Sun May 17 2009 00:36:55 GMT+0700 (ICT)

คุณสาวิตรี ผมอยู่กลางทะเลที่กระบี่วันที่ 10 เลยตอบไม่ทัน

คุณโซ เรื่องเป็นแผลเป็นถ้าขึ้นเต็มหน้ายังไงก็คงมีบ้างที่สำคัญห้ามเกาเด็ดขาด ตัดเล็บให้สั้น ถ้าได้ยากินใน 48 ชั่วโมงแรกก็น่าจะดีวันดีคืน เดี๋ยวก็หาย

สำหรับคุณน้องได้ยากินทุก  4 ชั่วโมงแล้วคงไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่อาการปวดศีรษะถ้าเป็นมากกินพาราไม่หายน่าจะไปให้หมอตรวจเพิ่มเติมครับ

tawan
IP: xxx.147.61.137
เขียนเมื่อ Sat May 30 2009 16:13:09 GMT+0700 (ICT)

ลูกสาวกำลังเป็นอีสุกอีใสได้ 3 วัน คนเป็นแม่คงหลีกเลี่ยงการสัมผัสไม่ได้อยู่แล้ว มีวิธีใหนที่แม่จะไม่เกิดโรคบ้างคะ

tawan
IP: xxx.147.37.254
เขียนเมื่อ Sat May 30 2009 21:29:33 GMT+0700 (ICT)

ลูกสาวตาข้างซ้ายบวมแดงด้วยคะ เป็นอันตรายมั้ยคะ เพิ่งได้ทานยา อะไซโคลเวีย หลังผื่นขึ้นได้ 2 วัน มียาทาแก้คัน และยาทาป้องกันแผลเป็นหรือรอยดำหลังจากหายแล้วหรือเปล่าคะ

อังสุมารินทร์
IP: xxx.90.104.185
เขียนเมื่อ Thu Jun 04 2009 10:08:33 GMT+0700 (ICT)

คือตอนนี้ดิฉันท้องได้ประมาณ 3เดือน แล้วตอนนี้มีตุ่มใสขึ้นที่น่า คาดว่าจะเป็นงูสวัดอยากทราบว่าจะมีผลอะไรกับลูกในท้องไหมคะ กลุ่มใจมากๆๆเลย ช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณคะ

นันทวัต
IP: xxx.24.202.41
เขียนเมื่อ Fri Jun 05 2009 17:50:44 GMT+0700 (ICT)

หลานมีผื่นเเดงขึ้น และมีตุ่มใสๆขึ้นตรงกลางตุ่มแดง ขึ้นที่บริเวณหลัง เพิ่งสังเกตุเห็นวันนี้ค่ะ

หลานอายุ 4 ตอนนี้ยังไม่มีไข้ค่ะ คิดว่าหลานจะเป็นอีสุกอีใสไหมค่ะ และถ้าเป็นอีสุกอีใสจริง ที่บ้านยังไม่มีใครเคยเป็นอีสุกอีใสเลย คำถามคือ

ถ้าหลานเป็นอีสุกอีใสจริง

1 ทำอย่างไรให้ตุ๋มที่ขึ้นหยุด หรือไม่ให้ขึ้นเยอะไปมากกว่านี้เพราะว่าไม่อยากให้หยุดเรียนหลายวันค่ะ

2 มีวิธีป้องกันหรือมีวัคซีนให้สำหรับผู้ที่ดูเเลหรือใกลืชิดหลานไหมค่ะ

ลิ๊ด
IP: xxx.25.10.103
เขียนเมื่อ Fri Jun 05 2009 18:42:46 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่าถ้าเป็นอีสุกอีใสควรไปพบแพทย์ หรือ ปล่อยให้หายเองคะ ?

เพราะตัวหนู อยากไปพบแพทย์มาก แต่แม่ไม่ยอมพาไป

แม่ตะบี้ตะบันให้กินแต่ยาเขียวทั้งวัน รู้สึกกลัวมากเลยค่ะ T^T

นิน
IP: xxx.137.117.178
เขียนเมื่อ Mon Jun 08 2009 13:46:17 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเราร่างกายแข็งแรง แล้วได้รับเชื้ออีสุกอีใส เราจะไม่เป็นอีสุกอีใสได้หรือเปล่าค่ะ

IP: xxx.8.100.92
เขียนเมื่อ Tue Jun 16 2009 00:45:40 GMT+0700 (ICT)

พึ่งเป็นครั้งแรกในชีวิตแต่ก่อนนึกไม่ออกบอกไม่ถูกเดี๋ยวนี้เข้าใจแจ่มแจ้งค่ะ คือว่าอาการของเค้าก็จะเป็นไข้ออกจะสูงนิดหนึ่งค่ะ ปวดเมื่อยร่ายกาย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร แล้วก็จะมีตุ่มน้ำใส ๆขึ้น (สังเกตุดีๆคะ)ประมาณ 2 ตุ่ม ให้รีบไปพบแพทย์โดยด่วนจี๋เลยคะ

ไม่ต้องทานยาเขียวนะคะ ย้ำ "ไม่ต้องทานยาเขียว"เพราะจะไปเร่งให้ตุ่มออกมากขึ้น(300 ตุ่มขึ้นไป)แล้วจะทรมาณมาก เป็นแผลเป็นหายยากโดยเฉพาะในผู้ใหญ่ แพทย์เค้าจะมีย่าต้านไวรัสอีสุกอีใสกินทุก 4 ชม.(ราคาแพงนิดหนึ่ง)และยาทาจะช่วยได้เยอะมากกกกกกกก เพราะอีสุกอีใสจะมีฤทธิ์อ่อนลงรักษาหายเร็วขึ้น ตุ่มน้อย นั่นเองคะ

แล้วอย่าทานไข่ ข้าวเหนียว ของหมักดอง ทุเรียน นะคะ เดี๋ยวหายช้า อาบน้ำได้คะผสมเด็ทตอลนิดหนึ่งอาบก็ดีคะ ฆ่าเชื้อโรคป้องกันโรคแทรกซ้อนได้ค่ะ รักษาความสะอาดของแผลด้วยนะคะ ที่เหลือก็ทำใจและลุ้นอย่างเดียวค่ะว่าจะเป็นแผลเป็นจุดด่างดำมากน้อยแค่ไหน

(ประสบการณ์ใหม่ของคนเพิ่งเป็นอีสุกอีใสแต่เคยเป็นสิวมาเยอะ แฮะ ๆ คืออยากบอกเคล็ดลับให้นิดเดียวคะเกียวกับเจ้าโรคนี้ ถ้าคุณเป็นคนกล้าบีบสิว คุณก็ต้องกล้าเลือกระหว่างกล้าบีบหนองกับปล่อยไว้แต้นานกว่าจะแห้ง เพราะกว่าน้ำใส ๆ จะกลายเป็นเขียว แล้วก้อดำและตกสะเก็ด นานมากกกกกกก หลายวัน ใช้วิธีลัดเลยคะ คือ บีบหนองออกก่อน เหมือนที่เราบีบสิวนั่นแหละคะ มันจะแสบนิด ๆ ให้เป็นรูน้อยที่สุด แล้วขั้นตอนสำคัญคือ ทาผงวิเศษตราร่มชู...นั่นแหละคะ ชุบน้ำนิด ๆจะติดดี จะทำให้ดูดหนองที่เหลือจนแห้ง แผลก็จะแห้งเร็วมาก คอนเฟริมมมมมมมมมมม เพราะตัวยานี้ลองอ่านดูจะเป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียที่ทำให้เกิดหนองทุกชนิดนั่นเองคะ ลองนึกภาพสิคะแล้วคุณสุกคุณใสจะเหลือเหรอค่ะ)

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.31.4.151
เขียนเมื่อ Wed Jun 17 2009 19:11:55 GMT+0700 (ICT)

เห็นด้วยกับส่วนแรกครับ

แต่เคล็ดลับในวงเล็บขอค้านอย่างแรง เพราะผมรักษาอีสุกอีใสมาหลายร้อยคน แม้ว่าจะเป็นแพทย์ผิวหนัง แต่ผมเคยรักษาการหัวหน้าแผนกเด็ก สมัยทำงานอยู๋ต่างจังหวัด 9 ปี  ทั้งสิวและอีสุกอีใสห้ามบีบเองเด็ดขาด ไปถามดูได้  คนที่เคยเป็นสิวหรืออีสุกอีใส แล้วไปบีบหนองเอง ผลที่ได้คือรอยแผลเป็นขนาดใหญ่ 

ทานยาเร็วที่สุด ทันทีที่วินิจฉัยได้คือวิธีการรักษาที่ดีที่สุดครับ ผงพิเศษก็คือยาซัลฟา ถ้าไม่แพ้ก็ดีไปครับ ทาแล้วแผลหายเร็ว แห้งเร็ว แต่มีคนจำนวนมากที่แพ้  บางคนแพ้รุนแรง หน้าเละไปเลยก็มี หมอผิวหนังทั่วโลกเขาห้ามใช้กันครับ เพราะเวลาถูกคนไข้ฟ้อง ไม่คุ้ม บ้านเราทุกคนมุ่งหวังที่จะรักษาโรคให้หายเร็ว ทันใจ แต่ยังขาดวัฒนธรรมของความปลอดภัยครับ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.31.4.151
เขียนเมื่อ Wed Jun 17 2009 19:21:59 GMT+0700 (ICT)

ถึงแข็งแรง ถ้าไม่มีภูมิส่วนมากไม่รอดครับ อีสุกอีใสติดทางลมหายใจ ติดง่ายมากครับ

เป็นแล้วควรไปพบแพทย์  ผมเห็นตายมาหลายรายแล้ว แต่ส่วนมากตายในกลุ่มคนแก่ เด็กเล็ก และคนท้อง

อีสุกอีใสเดี๋ยวนี้ผู้ใหญ่เป็นกันเยอะขึ้น เพราะไม่มีภูมิ สมัยก่อนใครเป็นเด็กพอเข้ารร.ได้ไม่นานก็ติดแล้ว สมัยนี้มีคนฉีดวัคซีนเยอะ เด็กอายุ ต่ำกว่า 13 เข็มเดียว ถ้าอายุเกิน 2 เข็มห่างกันประมาณ 1 เดือน

คนท้องเป็นงูสวัด ลูกอาจเป็นอีสุกอีใสในท้องได้ แต่ไม่น่ากลัวอะไร

วิภาวรรณ
IP: xxx.9.60.16
เขียนเมื่อ Wed Jun 17 2009 23:24:58 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ท้องได้ประมาณ 8 เดือนแล้วค่ะ แต่น้องสาว อายุ 26 ปี ดันเพิ่งมาเป็นอีสุกอีใส( แต่ไปหาหมอแล้ว ได้ยามาทานแล้วค่ะ)

พอได้มาอ่านข้อมูลในเว็บแล้วค่อนข้างกลัวมาก เพราะ ต้องใช้ห้องน้ำเดียวกัน

ตอนที่ยังไม่รู้ว่าน้องสาวเป็น ก็คุยกันตามปกติ แต่พอรู้ว่าเป็น (แต่ยังไม่ได้หาข้อมูล)

ก็คุยกันห่างๆ เดินผ่านห่าง จะมีโอกาสติดเชื้อได้ไม๊คะ (ส่วนตัวเคยเป็นอีสุกอีใสแล้ว)

แล้วถ้าติดเชื้อ จะมีผลอันตรายต่อลูกในท้องรึเปล่าคะ

แล้วยาเขียวนี่ น้องคนที่เป็น ไม่จำเป็นต้องทานใช่ไม๊คะ

อ่อ อีกเรื่องค่ะ ถ้าเราไปสัมผัสโดนสิ่งของที่เค้าเคยจับ จะเป็นอะไรไม๊คะ

ตอนนี้ เวลาเข้าห้องน้ำต่อจากน้อง ต้องเอาน้ำผสมเดทตอล ล้างๆ ก่อนตลอดเลยค่ะ

ดูเหมือนคนวิตกจริต เลย แต่ก็กลัวอ่ะค่ะ รบกวนคุณหมอ ตอบด้วยนะคะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.53.108
เขียนเมื่อ Mon Jun 22 2009 22:00:11 GMT+0700 (ICT)

คุณวิภาวรรณเลิกกังวลได้แล้วครับ อีสุกอีใสถ้าเคยเป็นแล้วมีภูมิคุ้มกันตลอดชีวิตครับ

วิภาวรรณ
IP: xxx.9.250.200
เขียนเมื่อ Fri Jun 26 2009 22:41:27 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ คุณหมอมากค่ะ

ตอนนี้น้องหายแล้วค่ะ แล้วอาการของตัวเองก็แข็งแรงเป็นปกติดีค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ

พิมพ์วลัญช์ หิรัญวัฒนสุข
IP: xxx.27.160.165
เขียนเมื่อ Thu Jul 23 2009 10:27:07 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้ท้องอยู่ค่ะประมาณ 4 เดือนกว่า 18 สัปดาห์ ไปอัลตร้าซาวด์เพศดูแล้วเด็กปกติดี

แต่หลังจากกลับมาได้แค่ 2 วันก้อปรากฏว่าเป็นโรคอีสุกอีใส จึงไปพบคุณหมอและได้ยามารับประทาน ซึ่งต้องทาน ทุก ๆ 4 ชั่วโมง ชื่อว่า Acyclovir 800 ได้ลองสอบถามคุณหมอแล้วว่าจะมีผลต่อเด็กหรือเปล่า ซึ่งคุณหมอก็บอกว่าไม่มีผลอะไร พร้อมทั้งให้ยาทามาด้วยชื่อว่า ฟิวซิดิน แต่พอผ่านมาอีก 1 วันรู้สึกว่ามันจะมีตุ่มขึ้นมากกว่าเดิมน่ะค่ะ (ตอนไปพบคุณหมอก็ประมาณวันที่ 2 ที่สังเกตุเห็นตุ่มน้ำใส ๆ ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าเป็นแค่สิวฮอร์โมนที่เปลี่ยนไปบริเวณหน้าอก แต่วันที่ 2 ที่ไปมีขึ้นที่หน้า และหลังเพิ่ม) และระหว่างช่วงทานยา รู้สึกไม่ค่อยสบายใจ เพราะกลัวว่าเด็กในท้องจะมีผลข้างเคียงจากยาที่ทานด้วยหรือเปล่าน่ะค่ะ (ทั้ง ๆ ที่คุณหมอก็ยืนยันแล้ว) แต่เป็นห่วงเด็กในท้องมาก เพราะเมื่อทานยาเหมือนอยากจะอาเจียนและแน่นหน้าอกเป็นช่วง ๆ จึงอยากได้คำแนะนำจากคุณหมอด้วยน่ะค่ะ เพราะเป็นห่วงเด็กในท้องมากกว่าตัวเองอยู่แล้ว กรุณาช่วยตอบ E-Mail ด่วนด้วยน่ะค่ะ จะเป็นความกรุณาอย่างสูง เพราะเมื่ออ่านข้อความข้างต้นของคุณหมอแล้วยิ่งมีความกังวลใจถึงเด็กในท้องมากขึ้นน่ะค่ะ ขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ด้วย

พิมพ์วลัญช์ หิรัญวัฒนสุข (วันที่ 3 ที่เป็นโรคอีสุกอีใส)

อัน อัน
IP: xxx.7.19.251
เขียนเมื่อ Sun Jul 26 2009 20:24:41 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

ดิฉัน เคยเป็นอิสุกอิใสเมื่อตอน17ปี่ ตอนนี้ 23แล้วค่ะ

ตอนนั้นหมอให้ยาอะไซโครเวียมาทาน ตุ่มเลยมีแค่เจ็ดเม็ด

พี่สาวเป็นอิสุกอิใส แต่ทานอะไซโครเวียช้า ตอนตุ่มแรกขึ้นคิดว่าเป็นสิว มีไข้

จากนั้นสองวัน ไข้สูง และ ตุ่มเริ่มขึ้น เป็นจุดแดงๆ และ เริ่มนูน บางตุ่มใส

จึงเริ่มทานยาอะไซโครเวียในวันนั้น ถือว่าช้าไปหรือป่าวคะ

พอพี่สาวหายดี ดิฉันมีไข้ จึงคิดว่าติดพี่สาวแน่ๆ พบตุ่มขึ้นสองเม็ด ที่มือ และแขน

เริ่มมีหัวใสๆ จึงรับประทานยา อะไซโครเวีย หลังจากนั้นสองวัน

เมื่อรับประทานครบเจ็ดวันแล้ว พบว่าตุ่มทั้งหมดมี 5 ตุ่ม ตุ่มใสสามตุ่มมตกสะเกดแล้ว

อีกสองตุ่มลักษณะเหมือนสิว หัวเล็กๆมีหนองอยู่ข้างใน

แต่ยังมีไข้อยู่ ทำยังไงดีค่ะ กินยาครบโด๊สแล้ว

พัชรินทร์ แกะสุวรรณ
IP: xxx.146.205.72
เขียนเมื่อ Fri Jul 31 2009 16:49:28 GMT+0700 (ICT)

ลูกสาวอายุ 10 เดือน เป็นอีสุอีใสค่ะ แล้วตอนนี้ไปหาหมอได้ยาต้านไวรัสมาทาน อยากถามคุณหมอดังนี้ค่ะ

1.คุณย่าที่บ้านก็อยากจะให้ทานยาเขียวด้วย ไม่ทราบว่าควรให้ลูกทานหรือไม่ค่ะ

2.ยาต้านไวรัสจะมีผลข้างเคียงกับลูกไหมคะ เพราะลูกยังเล็กเหลือเกิน

3.ยาฟิซิดิน ที่เอาไว้ทาแก้คันนั้น ต้องทาวันละกี่ครั้ง หรือทาได้บ่อยเท่าที่อยากทาคะ

4.แล้วยาแก้คัน ที่กินแล้วง่วงถ้าไม่เห็นลูกเกาก็ไม่ควรให้กินใช่ไหมคะ

ขอบคุณคุณหมอค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.201
เขียนเมื่อ Fri Aug 21 2009 00:48:54 GMT+0700 (ICT)

เดือนกรกฎาเป็นช่วงที่ผมมีภาระกิจทั้งเรียนทั้งเดินทางในและต่างประเทศ แทบไม่มีเวลาเปิดเมล์ดู เรื่องตอบไม่ต้องถามถึง ตอนนี้จะพยายามไล่ตอบให้หมด

คุณพิมพ์วลัญ

คุณท้องไป 18 สัปดาห์ โอกาสที่เด็กจะผิดปรกติจากอีสุกอีใสมีน้อยครับ ยา acyclovir เท่าที่เคยให้ในคนท้องมาก็ปลอดภัยดี  อันตรายจากยานี้เท่าที่ผมเคยเห็นก็คือ คนไข้โรคไต พอได้ยาไปไม่กี่วัน ไตวาย  ฉะนั้นจึงแนะนำให้ทานน้ำเยอะเยอะ เวลาที่รับประทานยา และคนไข้ที่ไตไม่ค่อยดีอาจต้องลดขนาดยา และส่งเจาะเลือดตรวจการทำงานของไต ส่ง BUN Cr เป็นระยะ ต้องดูอาการผู้ป่วยด้วย ยาฟิวสิดินก็ปลอดภัยในคนท้องครับ  แต่คงไม่มีหมอคนไหนรับประกันว่าลูกจะเกิดมาสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะคนปกติท้อง ไม่ต้องเป็นโรคอะไรลูกก็ออกมาผิดปรกติได้  ทำใจให้สบายดีกว่ามั้ยครับอย่าไปวิตกกังวลเกินกว่าเหตุ  เพราะเท่าที่เล่ามา ไม่มีหลักฐานอะไรบ่งว่า จะเป็นสาเหตุที่เป็นอันตรายต่อแม่และเด็กครับ

 

 

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.201
เขียนเมื่อ Fri Aug 21 2009 00:59:28 GMT+0700 (ICT)

คุณ อัน อัน

เรื่องมันเกิดมาตั้ง 5 ปี จบแล้วครับ ถ้าจะถามตอนนี้ก็คือ มีแผลเป็นมากน้อยแค่ไหน แต่เท่าที่อ่าน ทั้งคุณและพี่สาว ได้ทานยา acyclovir เร็วทั้งคู่ ปกติดีที่สุดคือภายใน 48 ชม หลังเห็นตุ่ม หยาดน้ำค้างบนกลีบกุหลาบ   ของคุณได้ยาไปแล้วมีแค่ 5 ตุ่มขึ้น ถือว่าโชคดีมาก สำหรับเรื่องไข้  คนส่วนใหญ่มีแค่ 2-3 วันแล้วไข้ก็มักจะหายไป ถ้าเป็นไข้อยู่นานเกิน 3 วัน หมอเขาคงต้องตรวจดูว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนหรือไม่

คุณพัชรินทร์

ยาเขียวทานได้ครับ ความจริงก็คือยาลดไข้ชนิดหนึ่ง เด็ก 10 เดือนได้ยาต้านไวรัสก็ไม่ต้องห่วงไป เด็กแรกเกิดให้ฉีดยาต้านไวรัสก็ยังมี  เพียงแต่หมอเขาต้องปรับขนาดยาตามน้ำหนักเด็ก ยาฟิวสิดินไม่ได้เอามาทาแก้คันแต่เป็นยาฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันและรักษาแผลอักเสบ ทาวันละ 2 ครั้ง ถ้าไม่คิดว่าติดเชื้อแบคทีเรียก็ไม่ต้องใช้ครับ  ยาที่กินแล้วง่วงถ้าเด็กไม่คันก็ไม่จำเป็นครับ

meaw
IP: xxx.121.130.253
เขียนเมื่อ Tue Oct 06 2009 13:02:18 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้หลานได้ 4 เดือนแล้ว เป็นอีสุกอีไส จะอันตรายหรือเปล่าค่ะ

พร
IP: xxx.164.153.187
เขียนเมื่อ Wed Oct 07 2009 19:48:59 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

พึ่งเป็นอีสุกอีใสเมื่อวานนี้เองค่ะ มีไข้ขึ้นสูงมาก พอตกดึกเริ่งมีเม็ดขึ้น 3-4 เม็ด

ตอนเช้าขึ้นเยอะ รวม 20-30 เม็ดได้ วันนี้ไปหาหมอมาใช้สิทธิประกันสังคม รพ. นครธน หมอไม่ได้ให้ยา acyclovir มาค่ะ

ให้แต่พารา ยาแก้แพ้ ยาทาแก้แพ้มา

จะซื้อยา acyclovir มาทานเองได้รึเปล่าค่ะ ตอนนี้อายุ 27 แล้ว ไม่อยากให้มันเป็นเยอะ กลัวเป็นแผลเป็นมากๆค่ะ

พอดีตอนนี้คุณพ่อเป็นงูสวัสมาได้หลายอาทิตย์แล้ว รักษาที่ศิริราช ได้รับยาตัวนี้มาด้วยค่ะ acyclovir 800 mg.

แล้วสามารถอาบน้ำได้ตามปกติรึเปล่าค่ะ

ขอบคุณมากๆนะคะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.51.12
เขียนเมื่อ Wed Oct 07 2009 23:47:19 GMT+0700 (ICT)

แสดงว่าคุณพร น่าจะติดมาจากคุณพ่อ ปกติเวลาไปใกล้ชิดคนไข้งูสวัด ถ้ายังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสมีโอกาสติดเชื้อเกิดเป็นอีสุกอีใสขึ้นได้ เขาถึงไม่แนะนำให้คนเป็นงูสวัดไปอุ้มเด็กเล็ก เรื่องว่าจะให้หรือไม่ให้ acyclovir เขามีข้อบ่งชี้ในการให้ชัดเจน เช่นคนไข้ที่เป็นโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือมีปัญหาเรื่้องภูมิคุ้มกันอยู่ก่อน แต่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ทางแพทย์เราเรียกว่า controversy คือ ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ไม่ชัดเจน แพทย์บางท่านว่า ให้แล้วตุ่มขึ้นน้อยลง โดยเฉพาะถ้าได้ใน 24-48 ชม หลังเห็นตุ่มน้ำใส บางท่านบอกถ้าเป็นเด็กไม่อยากให้ให้ acyclovir เพราะอาจไปรบกวนกลไกการเกิดภูมิคุ้มกัน ที่ควรจะมีชั่วชีวิต ถ้าเคยเป็นอีสุกอีใสสักหน สำหรับผมเป็นประสบการณ์ส่วนตัวคือ ถ้ามาหาผมช้ากว่า 48 ชม หลังตุ่มขึ้น ผมไม่ให้ยา ถ้าเป็นเด็กผมไม่ให้ยา ถ้าเป็นผู้ชายที่ไม่ใช่กะเทย มีแผลเป็นสักนิดสักหน่อยจะเป็นไรไป ผมก็มักไม่ให้ ผมให้เพื่อเหตุผลทางด้านความสวยงามจริงๆ เพราะต้องตอบคำถามว่าถ้าเป็นลูกสาวเรา เราจะให้ไหม และผมก็เห็นมามากว่ารายที่ได้ยาเร็ว ตุ่มขึ้นน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด อีกอย่างก็คือ สมัยก่อนเรามีแต่ยา acyclovir ที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งราคาแพงมาก สมัยนี้ยาที่ทำให้บ้านเราก็ได้ผลดี ราคาก็ไม่แพง จ่ายให้คนไข้กินไปเถิดครับ เวลาเห็นหน้าคนที่เสียโฉมจากเป็นอีสุกอีใส ผมหงุดหงิดทุกที

คนเป็นอีสุกอีสัย
IP: xxx.173.11.172
เขียนเมื่อ Sat Oct 10 2009 16:35:38 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเป้นตุ่มตามหลังและลำตัวใบหน้าเป็นได้3เม็ด จะทำยังไงดีคะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.90.27.94
เขียนเมื่อ Sat Oct 10 2009 20:52:44 GMT+0700 (ICT)

ดูให้แน่ว่าอีสุกอีใสแน่ อีกอย่างก็คือดูว่ามีคนใกล้ชิดเป็นเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อนหรือไม่ ถ้ามีก็ควรรักษาไปเลย ทานยาผลการรักษาดีกว่าครับ ถ้าเป็นใน 48 ชม แรก

นันาทพร
IP: xxx.26.19.179
เขียนเมื่อ Wed Oct 14 2009 22:31:42 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

เปิดร้านให้บริการอินเตอร์เนตค่ะ แล้วพอดีมีเด็กที่ร้านเป็นอิสุกอิใส ปรากฎว่าเป็นกันทั้งร้านรวมถึงดิฉันก็เหมือนมีอาการด้วย

แต่สืบประวัติจากแม่แล้วพบว่าเคยเป็นสมัยอนุบาลตอนนี้อายุ26แล้วค่ะ อาการคือเจ็บใลคอ ลิ้น มีตุ่มขึ้นบริเวณสะโพก ใบหน้า

ขาท่อนบน พบแพทย์แล้วแพทย์บอกไม่น่าจะใช้ อาการมีไข้ปวดหัวร่วมด้วย

จึงอยากเรียนถามคุณหมอว่า โรคอิสุกอิใสเป็นแล้วเป็นอิกได้หรือไม่ค่ะ อาการดังกล่าวน่าจะใช้โรคอิสุกอิใสไหมค่ะ

ขอบพระคุณมากนะค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.11.93.62
เขียนเมื่อ Wed Oct 14 2009 23:07:29 GMT+0700 (ICT)

อีสุกอีใสเป็นหนเดียวในชีวิตครับ  ถ้าคราวนี้หมอยืนยันว่าใช่แสดงว่าที่คุณแม่บอกว่าเป็นตอนเด็กอาจจะเป็นโรคอื่นที่ไม่ใช่อีสุกอีใส อยากทราบว่าคราวนี้เป็นแน่หรือไม่ รอให้มันเป็นทั่วตัว จะเห็นได้ชัดครับ

กระต่าย
IP: xxx.172.75.206
เขียนเมื่อ Mon Oct 26 2009 17:58:46 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเคยฉีดวัคซีนแล้วตอน 7 ขวบ แต่มีตุ่มแดงขึ้นบริเวณหลัง 6-7 เม็ด จะใช่อีสุกอีใสไหมคะ

แล้วระยะติดต่อตอนช่วงไหนคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.8.51.153
เขียนเมื่อ Sat Oct 31 2009 23:54:12 GMT+0700 (ICT)

วัคซีนสุกใส ฉีดเข็มเดียวเขาว่า กันได้ไม่ดี  แต่ก็ทำให้เป็นน้อยลง บางคนเป็นไม่กี่เม็ดอย่างที่เล่ามา เดี๋ยวนี้หมอบางคนแนะนำให้ฉีด 2 เข็ม ห่างกัน 1-2 เดือน ระยะติดต่อคือก่อนตุ่มขึ้น จนตุ่มขึ้นแล้ว 1 สัปดาห์ หรือจนสะเก็ดหลุดหมดครับ

PRC
IP: xxx.42.82.208
เขียนเมื่อ Sun Nov 01 2009 13:30:25 GMT+0700 (ICT)

เหมือนจะเคยเป็นสุกใสแล้วตอนอายุ 10 ปีค่ะ มีอาการเป็นไข้แล้วมีจุดแดงๆขึ้น

ก็เลยไปหาหมอ หมอ diag ว่าเป็นสุกใสแล้วให้ยามากิน

ปรากฏว่า 2 วันหาย เลยไม่แน่ใจว่าตอนนั้นเป็นจริงๆรึเปล่าอ่ะค่ะ

ตอนนี้มีเพื่อนไปฉีดวัคซีนมาค่ะ หลังจากนั้นสองสามวันเค้าเป็นอาการคล้ายสุกใส

ไปค้นข้อมูลมาเค้าบอกว่าเป็นอาการข้างเคียงจากวัคซีน อยากทราบว่าถ้าเราใกล้ชิดกับเพื่อน

เราจะติดเชื้อกับคนนั้นมั้ย แล้วจะเป็นสุกใสหรือเป็นแค่เล็กน้อยเหมือนเพื่อน

แล้วถ้าสมมุติเราเป็นเล็กน้อยเราจะมีภูมิคุ้มกันมั้ยคะ

ขอบคุณล่วงหน้าค่ะ ^^

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.8.54.21
เขียนเมื่อ Sun Nov 01 2009 22:57:54 GMT+0700 (ICT)

มีเยอะครับที่ฉีดวัคซีนแล้ว เกิดเป็นสุกใสขึ้นแต่อาการก็มักจะน้อย แต่ก็ติดต่อไ้ด้นะครับ ถ้าไปคลุกคลีกับผู้ป่วย ถ้าติดอาการก็คงไม่มาก เคยมีเรื่องพี่ไปติดสุกใสมาจากโรงเรียน กลับมาอยู่บ้านเล่นกับน้องที่ยังไม่เข้าอนุบาล อีกสองสามอาทิตย์ต่อมา คนน้องเป็นสุกใส อาการเยอะกว่าพี่มาก เพราะรับเข้าไปมากเนื่องจากคลุกคลีกันทุกวัน  แต่ถ้าติดจากเพื่อนก็อาจจะดี ประหยัดค่าวัคซีน แต่ึคุณบอกว่าเคยเป็นแล้ว เป็นสองวันหายสงสัยหมอวินิจฉัยผิด หรือ อาจจะถูกแต่อธิบายแล้วคนไข้เข้าใจผิด สุกใสนี่ส่วนใหญ่เป็นเล็กน้อยก็มีภูมิคุ้มกันไปชั่วชีวิต

พิชญา
IP: xxx.137.15.213
เขียนเมื่อ Tue Nov 03 2009 18:30:28 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเคยฉีดวัคซีนแล้วตอนเด็กๆ สามารถฉีคได้อีกมั้ยคะ

ตอนนี้อายุ 20 ปีแล้ว กลัวมาเป็นตอนโต และก็รู้สึกว่ายังไม่เคยเป็นอีสุกอีใสด้วย

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.8.54.65
เขียนเมื่อ Tue Nov 03 2009 21:23:42 GMT+0700 (ICT)

ได้ครับ แต่คิดว่าไม่จำเป็น

คัน นะ
IP: xxx.47.192.12
เขียนเมื่อ Fri Nov 06 2009 12:06:46 GMT+0700 (ICT)

เป็นมาตั้งแต่คืนวันเสาร์ ตอนนี้วันศุกร์แล้ว ไปหาหมอมาแล้ว ตอนวันที่ 2 ที่เป็น คุณหมอบอกว่า

ไม่ต้องไปเครียด มันเป็นเอง หายเอง อย่าแกะ อย่าเกา แค่นั้นพอรับรองไม่เป็นแผลแน่ อันนี้ แน่รึป่าวคะ?

(แม่ถามหมอว่า ให้กินยาเขียวได้ไหม หมอก็บอกว่า กินได้ช่วงเร่งมันให้ออกมาเร็วๆ ยาเขียวนี่ส่งผลอะรัยคะ?)

แล้วช่วงแรก3 วันแรก มีไข้ขึ้น นอนแทบตลอด พอ วันที่ 6 ที่เป็น ตุ่มเริ่มแดงแป๊ดแต่ไม่ใส มันจะเป็นอะไรไหมคะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.31.83.216
เขียนเมื่อ Fri Nov 06 2009 19:05:06 GMT+0700 (ICT)

ไม่แน่หรอกครับ เป็นอีสุกอีใสไม่เกาก็เป็นแผลเป็นได้ แต่ถ้าเกา ติดเชื้อเป็นมากกว่าเดิม ยาเขียวช่วยลดไข้ ช่วยอย่างอื่นหรือเปล่าไม่มีใครทำวิจัยสักที เป็นวันที่ 6 แล้ว แต่เท่าที่อ่านดูแสดงว่าเป็นไม่มาก คงไม่น่าห่วงอะไร

ปฏิมา
IP: xxx.8.53.228
เขียนเมื่อ Sat Nov 07 2009 18:30:25 GMT+0700 (ICT)

เป็นอีสุกอีใสตอนท้องได้ประมาณ 2-3 เดือนแต่ตอนนี้ 8 กว่าแล้วแต่ยังเป็นกังวัลอยู่ เกี่ยวกับลูกในท้องเพราะมักจะฝันไม่ค่อยดี คุณหมอที่ได้ฝากครรภ์ไว้ก็บอกว่าดูจากภายนอกแล้วไม่น่าจะมีปํญหา แขน ขา ก็มี แต่ถ้าเป็นภายในไม่สามารถบอกได้ จะต้องรอดูตอนคลอด ไม่ทราบว่าคุณหมอมีคนไข้ที่ท้องได้ประมาณ 2-3 เดือนบ้างหรือเปล่า แล้วลูกเค้าสมบรูณ์หรือไม่ และมีกี่คนที่มีความเสี่ยง รบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยเพราะใกล้จะคลอดแล้ว 

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.8.46.196
เขียนเมื่อ Sun Nov 08 2009 07:41:35 GMT+0700 (ICT)

น่าจะ OK นะครับ เพราะ ความผิดปรกติจากอีสุกอีใสที่พบบ่อยในเด็ก เป็นในช่วงที่แม่มาเป็นเอาตอนใกล้คลอดมากๆ เชื้อจากแม่ผ่านไปทำให้เด็กเป็นอีสุกอีใส แต่ช่วงอื่นไม่น่ามีปัญหา นอกจากบางคนที่สังเกตได้ว่าเด็กบางเป็นงูสวัดตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะเป็นอีสุกอีใสตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ คงไม่ีมีหมอคนไหนกล้าการันตีว่า เด็กจะไม่มีอะไรผิดปรกติเลยก่อนคลอดร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะในเด็กธรรมดาก็มีเปอร์เซ็นต์ที่ผิดปรกติแต่กำเนิดได้อยู่แล้ว  ทำบุญและหมั่นสวดมนต์เยอะๆครับ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์อวยพรให้ลูกคุณปฏิมาเกิดมาแข็งแรง ฉลาด และครบถ้วนสมบูรณ์ทุกประการ เอาใจช่วยครับ

อับดุลเราะห์มาน เจ๊ะอาแว
IP: xxx.173.204.221
เขียนเมื่อ Thu Nov 12 2009 14:27:33 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบว่ารอยแผลเป็นที่เกิดจากอีสุกอีใสจะให้หายทำอย่างไร

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Thu Nov 12 2009 23:04:31 GMT+0700 (ICT)

เลเซอร์ยิง ใช้ subcision และฉีดยาเข้าไปเติมตรงส่วนที่บุ่ม ลองไปปรึกษาแพทย์ผิวหนังดูครับ

ยิมๆ
IP: xxx.174.47.183
เขียนเมื่อ Tue Nov 24 2009 19:58:27 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเป็นอีสุกอีใสแล้วตุ่มเริ่มกลัดหนองนี่ ปล่อยให้หายเองได้ใช้มั้ยคะ

แล้วตอนเป็นหนูไม่มีไข้ มีทางเป็นไปได้รึเปล่าคะว่าหลังจากอาการบรรเทาลงแล้ว

จะมีอาการเป็นไข้ ช่วยตอบด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.8.45.165
เขียนเมื่อ Wed Nov 25 2009 23:12:53 GMT+0700 (ICT)

ความจริงอีสุกอีใสก็มีระยะหนึ่งที่เป็นตุ่มหนองสลับตุ่มน้ำใสสลับสะเก็ด  มีตุ่มหนองหลายตุ่มขึ้นมาให้สงสัยว่าจะเป็นหนองจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนหรือไม่ ปกติจะมีไข้นำมาก่อนที่ตุ่มอีสุกอีใสขึ้น ถ้ายังมีไข้ขึ้นมาอีกรอบให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนว่า อาจจะมีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

NEUG
IP: xxx.47.117.150
เขียนเมื่อ Thu Dec 10 2009 19:06:14 GMT+0700 (ICT)

คุนหมอครับ ผมเป็นอีสุกอีใสมา3วันแล้วครับ ผมอยากทราบว่ามันเป็นนานกี่อาทิด แล้วทำยังไงให้หายเร็วขึ้นบ้างครับ และสุดท้ายนะครับ ถ้าใช้เฮรูดอยทาตอนตกสะเก็ดจะหายเป็นเหมือนเดิมมั๊ยครับ..(ผมเป็นดาวโรงเรียนด้วยอ่ะครับ..แย่เลยคราวนี้) ช่วยตอบด้วยนะครับ ขอบคุนครับ

นานา
IP: xxx.19.114.226
เขียนเมื่อ Fri Dec 11 2009 14:39:57 GMT+0700 (ICT)

เด็กเล็กอายุ 4 ขวบ ใช้ยาsteroid พ่นจมูกและทาผิวหนังอยู่เพื่อรักษาอาการภูมิแพ้ สามารถฉีดวัคซีนอิสุกอีใสได้ไหมคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.176.95.67
เขียนเมื่อ Tue Dec 15 2009 20:34:30 GMT+0700 (ICT)

คุณ NEUG

ถ้าอยากหายเร็วและแผลเป็นน้อย  ควรได้รับยาต้านไวรัส ภายใน 48 ชม. ที่ตุ่มขึ้น ถ้าช้ากว่านี้ยาอะไรก็มักจะไม่ช่วยสักเท่าไร  ถ้ากลัวไม่หล่อรีบไปพบแพทย์ให้เร็วทีุ่สุด ฮิรูดอยย์ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันเพียงพอ ไม่ช่วยเรื่องแผลเป็นจากอีสุกอีใสครับ

คุณ นานา

เด็กสี่ขวบแม้ใช้สเตียรอยด์พ่นจมูกและยาทาสเตียรอยด์ก็ไม่น่ามีผลต่อวัคซีนสุกใส อย่างไรก็ดีถ้าจะให้แน่ใจก็ขอตรวจ antibody ดูว่าขึ้นไหม แต่ค่าตรวจสงสัยจะแพงกว่าค่าวัคซีน

ปูเป้
IP: xxx.84.21.126
เขียนเมื่อ Mon Dec 21 2009 18:04:04 GMT+0700 (ICT)

มีไข้ 1-2 วันค่ะเริ่มมีตุ่มขึ้นไม่แน่ใจว่าใช่อีสุกอีใสหรือปล่าวค่ะ (เป็นคนหน้าใสอยู่ด้วยค่ะ)เครียดและกลัวมากค่ะอือๆๆๆๆๆๆ

มีมี่
IP: xxx.172.156.249
เขียนเมื่อ Wed Jan 06 2010 11:23:36 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอคะ ตอนนี้หนูเป็นมา13วันแล้ว มีโอกาสที่จะแพร่เชื้อให้คนอื่นไหมคะ แล้วถ้าปิด mask แล้ว แยกของใช้แล้ว มีโอกาสจะติดต่อผุ้อื่นอีกไหมคะ และที่สำคัญกินข้าวร่วมกับผู้อื่นได้ไหมคะ

อ้อย
IP: xxx.172.246.95
เขียนเมื่อ Wed Jan 06 2010 17:41:38 GMT+0700 (ICT)

ตั้งครรภ์ได้16 สัปดาห์แล้วเป็นอีสุกอีใส

เคยเป็นแล้วตอนเด็กจะมีผลอะไรกับเด็ก

ในท้องหรือเปล่า คะ เครียดมาก

.............................
IP: xxx.173.78.67
เขียนเมื่อ Wed Jan 06 2010 20:51:16 GMT+0700 (ICT)

ไม่อยากเป็นเลยค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.31.57.194
เขียนเมื่อ Thu Jan 07 2010 19:56:04 GMT+0700 (ICT)

คุณปูเป้ คงหายไข้แล้วและไม่ใช่อีสุกอีใส

คุณมีมี่ เป็นมาสิบสามวันคงไม่ติดต่อแล้วครับ

คุณอ้อย ต้องปรึกษาสูติแพทย์ดูครับ มีโอกาสที่จะทำให้เด็กมีปัญหาแต่ไม่มากเท่าหัดเยอรมัน


รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์