โรคหัด

 เริ่มเข้าหน้าหนาวหัดบ้านเราระบาดอีกแล้วครับ แต่เจอในผู้ใหญ่เยอะขึ้น 

 

 

โรคติดเชื้อไวรัสที่ติดต่อง่ายในโรงพยาบาล

                                                          นายแพทย์สุทัศน์  ดวงดีเด่น

                                                         แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง 

                                                   

 

โรคหัด หรือ Measles

 

เกือบทุกครั้งที่ได้รับปรึกษาให้ไปดูผู้ป่วยที่มีผื่นที่มีลักษณะเป็นผื่นคล้ายหัดในผู้ใหญ่  ที่ภาษาหมอเราเรียก maculopapular rash  ถามทุกคนก็มักจะคิดถึงผื่นแพ้ยาเป็นส่วนมาก  เพราะเป็นโรคที่พบได้บ่อยที่สุด  ซึ่งถ้าเป็นมากเราก็มักจะให้ยาฉีดสเตียรอยด์ เช่น hydrocortisone หรือ dexamethasone  แต่ในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา บางปีมีมากกว่า 30 รายที่ผื่นที่เห็นไม่ได้เกิดจากการแพ้ยา เป็นผื่นที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัส หรือโรคผิวหนังอื่นเช่น โรคแพ้แสง  โรคเอสแอลอี  ถ้าคนไข้เป็นเด็ก หลายครั้งผื่นที่เห็นเกิดจากการติดเชื้อไวรัส เช่น โรคหัด หัดเยอรมัน หรือส่าไข้จากเชื้อไวรัสอื่น  ที่น่าแปลกก็คือ ในคนไข้ผู้ใหญ่ที่ไม่น่าจะเป็นโรคหัด  กลับพบผู้ป่วยโรคหัดที่ได้รับการปรึกษาเพราะคิดว่าเกิดจากการแพ้ยาปีละเกือบสิบราย  ซึ่งที่แน่ๆ ถ้าคิดว่าแพ้ยาแล้วได้รับยาสเตียรอยด์เข้าไป  อาการโรคหัดของผู้ป่วยอาจจะกำเริบ  จนอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ป่วยได้

เราจะมีวิธีคิดอย่างไรเพื่อที่จะแยกให้ได้ว่าผู้ป่วยรายโน้น รายนี้เกิดจากโรคหัด หรือเกิดจากการแพ้ยา  หรือเกิดจากการติดเชื้อไวรัสชนิดอื่น 

ลองมาทำความรู้จักกับโรคหัดกันเป็นอันดับแรกก่อนดีกว่า 

 

            สมัยเป็นนักศึกษาแพทย์อาจารย์เคยถามผมว่า   เราควรจะฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดให้กับเด็กอายุเท่าไร  ผมคิดในใจว่า ทำไมต้องไปฉีดมันด้วย ไอ้วัคซีนป้องกันโรคหัดนี่  เพราะตัวผมเองก็เคยเป็นมาแล้ว พี่น้องทุกคนก็เป็นมาหมด เพื่อนๆก็ล้วนแต่เป็นกันมาแล้วทั้งนั้น  แล้วเขาก็บอกว่า เป็นหนเดียวมีภูมิคุ้มกันไปทั้งชีวิต ไม่เป็นอีก  เป็นเองก็หายเอง อ่านหนังสือดู กลับกล่าวถึงประวัติการทำลายล้างชีวิตมนุษย์จากโรคหัดไว้อย่างน่ากลัว   

           ต่อเมื่อจบมาเป็นแพทย์ผมจึงได้เห็นผู้สูงอายุป่วยเป็นโรคหัดเสียชีวิต  เห็นหญิงที่ตั้งครรภ์ป่วยเป็นโรคหัดแล้วมีอาการแทรกซ้อนเป็นปอดบวม  เห็นเด็กที่เป็นหัดแล้ว ท้องเดินจนมีอาการช็อค  ซึ่งถ้าขาดการดูแลที่ดีก็คงจะเสียชีวิต  หรือแม้แต่ว่าดูแลดีๆ  ผู้ป่วยก็อาจจะเสียชีวิตได้  หมอเด็กรุ่นพี่ที่โรงพยาบาลถึงกับเคยสอนผมว่า  เอ็งเห็นเด็กเป็นโรคหัดให้จับ admit นอนโรงพยาบาลซะ  ปลอดภัยไว้ก่อนเวลาเกิดอะไรขึ้นก็ยังถือว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว  โดยเฉพาะในเด็กฐานะยากจนที่อาจจะมีภาวะทุพโภชนาการอยู่ด้วย 

          เมื่อเรียนจบจากโรงเรียนแพทย์ผมชอบซื้อหนังสือที่ไม่ใช่ตำราแพทย์แต่เป็นหนังสือที่เขียนเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริงในประวัติศาสตร์ของโรคต่างๆ  โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับประวัติบุคคลสำคัญของโลก  หรือประวัติการเดินทางไปสำรวจโลกของนักเดินทางในอดีต  มีเรื่องเล่ามากมายถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับดินแดนที่เกิดการระบาดของโรคหัดในหมู่ชาวเกาะ  เช่นที่เกาะฟิจิ ในปี คศ.1883 หัวหน้าเผ่าเดินทางไปออสเตรเลียแล้วไปติดโรคหัดมา  ปรากฏว่ากลับมาถึงเกาะของตัวเองได้ไม่นานก็เกิดการระบาดของโรคหัดไปทั่วทั้งเกาะ ปรากฏว่าผู้คนที่อาศัยอยู่บนเกาะตายไปถึงหนึ่งในสี่  ในปี คศ. 1749 ชาว Amazon Indians เป็นหัดตายไป 30,000 คน ชนพื้นเมืองบางเผ่าถึงกับสูญสิ้นเผ่าพันธุ์ไปเลย  ช่วงสงครามกลางเมืองในอเมริกา มีทหารตายจากโรคหัดไป 5000 คน  ในสงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารตายจากหัดไป 2000 คน  ในปีคศ. 1772 มีหัดระบาดที่เมือง Charleston มลรัฐเซ้าท์แคโรลิน่า ปรากฏว่าเด็กตายไป 900 คน

          ทุกวันนี้ขนาดที่เราคิดกันเอาเองว่าการแพทย์เจริญก้าวหน้ามากเหลือเกิน  แต่รายงานจากองค์การอนามัยโรคปี 1999  ยังมีคนเป็นโรคหัด 30-40 ล้านรายทั่วโลก  ในจำนวนนี้ มี 875,000 รายที่เสียชีวิต  ในปี คศ. 2004 มีผู้คนตายจากหัด 454,000 ราย ซึ่งถือว่าน้อยแล้วเพราะย้อนกลับไปไม่กี่ปี  ในยุคที่ยังไม่มีวัคซีนโรคหัดพบว่า เพียงเวลาแค่ปีเดียวมีคนไข้เป็นโรคหัดมากกว่า 130 ล้านราย และมีเด็กในประเทศด้อยพัฒนาเป็นหัดตายปีละกว่าล้านคน

พอมาถึงยุคที่มีวัคซีน ซึ่งปัจจุบันต้องถือว่าเป็นรุ่นที่สองที่ออกมาตั้งแต่ปี 1968 เป็นไวรัสหัดที่เขาทำให้อ่อนแอลง แต่ยังมีชีวิต live vaccine เพื่อให้ร่างกายเราสร้างภูมิต้านทานโดยไม่เกิดโรค ถือได้ว่ามีผลข้างเคียงน้อยกว่ารุ่นแรกที่ออกมาในปี 1963 ซึ่งเป็น killed viral vaccine  จากผลของการฉีดวัคซีนทำให้ผู้ป่วยโรคหัดในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกา มีจำนวนลดลงไปเรื่อยๆ  ตั้งแต่ปี 2000 เป็นต้นมา มีรายงานผู้ป่วยโรคหัดในประเทศของเขาในแต่ละปีไม่ถึง 100 ราย จนมีการตั้งความหวังกันว่าภายในปี 2010 เราอาจจะสามารถตั้งเป้าที่จะทำให้โรคหัดหมดไปจากโลกนี้เหมือนดังเช่นโรคไข้ทรพิษ  หรือโรคที่ใกล้จะสามารถกำจัดให้หมดไปจากโลกได้อย่าง โปลิโอ

            เชื้อไวรัสหัด  เป็นเชื้อไวรัสที่สามารถติดต่อกันได้ง่ายมาก บางคนบอกว่าเป็นโรคติดเชื้อที่ติดกันง่ายที่สุดในโลกในแง่ที่ virions ไม่กี่ตัวก็ทำให้เกิดโรคได้ และเพราะมันติดต่อกันผ่านละอองจากลมหายใจ  หรือการสัมผัสโดยตรงกับผู้ป่วย  เคยมีบันทึกว่าชายคนหนึ่งเดินทางจากยุโรปไปเยี่ยมบ้านที่ Venezuela ปรากฏว่ามีคนติดหัดจากเขาคนเดียวไป 2,000 ราย  ในปี 1982 มีรายงานว่ามีเด็กติดหัดจากคลินิกแพทย์  ทั้งๆที่คนเป็นหัดที่ไปพบแพทย์ก่อนหน้านี้ได้ออกจากคลินิกไปตั้งชั่วโมงครึ่งแล้ว    หัดสามารถติดต่อกันได้ตั้งแต่ 1-2 วันก่อนที่จะเริ่มมีผื่นขึ้น   จนกระทั่งผื่นขึ้นไปได้ 4 วัน  หลังจากนั้นไม่ใช่ระยะที่ติดต่อได้ง่ายอีกต่อไป   พอคนไข้คนที่หนึ่งเป็นหัด  อีกประมาณ 8-12 วันก็จะได้เจอคนไข้ที่ติดไวรัสหัดมาจากคนแรก  เราเรียกว่ามีระยะฟักตัว 8-12 วัน พอติดเชื้อไวรัสหัดแล้ว  สิ่งที่สำคัญมากที่ทำให้เกิดโรคแทรกซ้อน  ที่ทำให้ผู้ป่วยถึงตายได้บ่อยก็เพราะไวรัสไปทำให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายของผู้ป่วยต่ำลง  จึงเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่รุนแรงตามมา

            เวลาที่ผมไปดูคนไข้ว่าแพ้ยาหรือเป็นหัด  ผมอาศัยหลักฐานหลายๆอย่างประกอบกัน  ข้อที่หนึ่งพวกที่แพ้ยามักจะไม่มีไข้   และถ้ามีไข้ก็มักจะไม่ใช่ไข้สูงปรี๊ดขนาด 40-40.5 องศาเซลเซียส  ผมมักจะถามคนไข้ที่มีไข้ว่าไอหรือเปล่า  เพราะคนไข้โรคหัดนั้นไอเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์  จนครูท่านหนึ่งของผมสอนเอาไว้ว่า  ถ้าไม่ไอไม่ใช่หัด  แต่ที่ต้องระวังก็คือไอ้ที่ไอแล้วไม่ใช่หัดก็มีเยอะ  ถ้าคนไข้มีตาแดง  ผมมักจะคิดถึงหัดก่อนเสมอ  อย่างไรก็ดีผมจะฟันธงว่าเป็นหัดก็ต่อเมื่อให้คนไข้อ้าปากแล้วเอาไม้กดลิ้นดูที่กระพุ้งแก้มด้านใน buccal mucosa ประมาณฟันกรามด้านบนสองซี่สุดท้าย มีบ้างนานๆครั้งพบที่ labial mucosa  ถ้ามีจุดแดงและจุดขาวเล็กๆ เต็มไปหมด หลายคนบรรยายว่าเหมือนเม็ดทรายบนพื้นสีแดง ที่เราเรียกว่า Koplik spots    ถ้าเห็นละก็ฟันธงได้เลย น่าเสียดายที่ Koplik spots  ถ้าผื่นขึ้นมาสักสองสามวัน  ก็มักจะหายไปเสียแล้ว

อีกอย่างหนึ่งก็คือถ้าไม่มีผื่นที่หน้าก่อน  คือมีแต่ผื่นตามตัวหรือที่อื่น  อย่างนี้ผมจะคิดว่าคงไม่ใช่หัด  เพราะผื่นหัดร้อยทั้งร้อย ขึ้นที่หน้าก่อน  โดยเฉพาะที่หน้าผากและหลังหู  แล้วค่อยลามไปที่ลำตัว  สุดท้ายผื่นที่แขนขาถึงจะปรากฏให้เห็น บางรายพอผื่นใกล้จะหายก็จะเห็นผิวหนังลอกเป็นขุยเล็กๆเต็มไปหมด  

 ผื่นหัดมักจะไม่ค่อยคัน  ถ้าคันก็คันไม่มาก  แต่ถ้าคันสุดๆละก็คิดถึงแพ้ยา  หรือผื่นแพ้อย่างอื่นเอาไว้ก่อน  เวลาตรวจร่างกายคนไข้ที่สงสัยว่าจะเป็นโรคหัดหรือไม่ผมจะคลำต่อมน้ำเหลืองอยู่สองตำแหน่งคือ  ที่คอสองข้าง  และที่หลังหู  ถ้าไม่โตแล้วไป  ถ้าต่อมน้ำเหลืองที่คอโต  มีโอกาสเป็นหัดมากกว่าแพ้ยา  แต่ถ้าเจอต่อมน้ำเหลืองที่หลังใบหู  ผมจะคิดถึงอีกโรคหนึ่งคือ หัดเยอรมัน 

            ปัญหาที่รบกวนจิตใจผู้ป่วยและผู้ที่ดูแลไม่ว่าจะเป็นแพทย์  พยาบาล และญาติผู้ป่วยก็คืออาการของหัด  บางทีมันไม่ได้มีแค่นี้   บางคนมีทั้งปวดท้อง  ทั้งอาเจียน  แถมบางรายยังคลำได้ม้ามโต  ต่อมน้ำเหลืองโตทั่วตัว และถ้าไม่ได้คิดถึงในใจเอาไว้ก่อนว่า  โรคหัดนี้มีอาการแทรกซ้อนมากมายที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้  เช่น ปอดบวม  อาการวัณโรคกำเริบ  สมองอักเสบ  นี่ยังไม่นับอาการหูอักเสบ เกร็ดเลือดต่ำทำให้มีจ้ำเลือดขึ้นตามตัว  บางคนก็มีตับอักเสบ หากไม่ได้หมั่นสังเกตุอาการ  หรือ ส่งตรวจเพิ่มเติม  อาจจะต้องมารบกับญาติผู้ป่วยที่คงจะตั้งข้อสงสัยว่า  ไหนคุณหมอบอกว่าเป็นหัด  ทำไมตอนนี้อาการหนักทำท่าจะตายเอา โดยโรคที่ทำให้คนไข้เสียชีวิตมากที่สุดก็คือ ปอดบวม  มีวิธีคิดที่พอจะให้เราตั้งข้อสังเกตุว่า  โรคหัดคนไหนอาจเกิดโรคแทรกซ้อนรุนแรง ก็คือกลุ่มที่อายุน้อยกว่า 5 ขวบ ยิ่งถ้าอายุต่ำกว่า 2 ขวบยิ่งเสี่ยง  และพวกที่อายุเกิน 20 ปี โดยเฉพาะที่อายุมากๆ ประเภท 60 ขึ้นไปยิ่งมีความเสี่ยงสูง อีกอย่างหนึ่งก็คือ คนไข้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง และพวกที่มีภาวะทุพโภชนาการ

            หมอสมัยก่อนเห็นโรคหัดมามากกันทุกคน  ก็ไม่เห็นความสำคัญว่าจะต้องส่งตรวจอะไรกันมากมาย  และอีกอย่างหนึ่งก็คือไม่มีให้ส่งตรวจอีกด้วย  ถ้ามีก็มีอยู่ไม่กี่แห่งในกรุงเทพ ได้แก่การส่งตรวจ measles antibody IgM และIgG   พอเห็นคนไข้สงสัยหัด ก็ส่งตรวจ IgM ก่อน แต่แนะนำว่าอย่าเพิ่งใจร้อนส่งทันที รอให้ผื่นขึ้นไปสัก 3-4 วันแล้วค่อยส่ง หรือส่งก่อนคนไข้กลับบ้าน  หลังจากนั้นนับไป 2 อาทิตย์หลังผื่นขึ้นค่อยส่ง IgG แล้วส่ง measles antibody IgG ซ้ำอีกครั้งอีก 4-6 สัปดาห์ต่อมา ถ้า titer ขึ้นมากกว่า 4 เท่าถึงจะยืนยันได้ว่าเป็นหัดอย่างแน่นอน เรียกว่ากว่าจะได้ผลคนไข้ก็หายกลับบ้านไปเป็นเดือนแล้ว  แต่มีความสำคัญสำหรับการเรียนรู้ของแพทย์   ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งก็คือ  หากเป็นหัดชนิดมีโรคแทรกซ้อนก็จะได้มีหลักฐานยืนยันให้เราให้การรักษาอย่างมั่นใจ  สมัยนี้การวินิจฉัยทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้นคือ ส่ง measles PCR ไปเลย ได้ผลเร็วกว่า แต่ก็แพงกว่า แต่โทษทีผมเคยส่งทั้ง antibody และ PCR ปรากฏว่า PCR ผลเป็นลบ แต่ measles IgM ขึ้น

            คำถามที่ได้รับจากพยาบาลหรือเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลอยู่เสมอ  มันจะติดพวกเราไหม และถ้ามีใครที่กำลังตั้งครรภ์อยู่แล้วต้องขึ้นเวรจะทำอย่างไร  จากประสบการณ์จริง ผมพบว่าพวกเราติดหัดจากคนไข้น้อยมาก  เพราะส่วนใหญ่ล้วนแต่ฉีดวัคซีนหัดกันมาตั้งแต่ยังเด็กแล้ว  และวัคซีนหัดนี่ถ้าลองใครได้ฉีดก็มักจะมีภูมิคุ้มกันกันเขาว่า antibody ขึ้นประมาณ 95%  สมัยก่อนฉีดกันแค่เข็มเดียวตอน 9 เดือน แล้วก็ปรับเป็น 12 เดือน 15 เดือน  ตอนผมทำงานอยู่ต่างจังหวัดผมให้ฉีดตอน 9 เดือน เพราะรอจน 15 เดือนหลายคนติดหัดไปแล้ว สมัยนี้เห็นหมอเด็กเขาให้ฉีด 3 ครั้งคือ 9 เดือนฉีดวัคซีนหัดอย่างเดียว 1 เข็มแล้วอายุ 15 เดือนฉีดวัคซีน MMR คือมีทั้งหัด หัดเยอรมัน และคางทูมรวมกัน   และฉีดซ้ำอีกครั้งเมื่อเด็กอายุ 4-6ปี  เพราะฉะนั้นต้องถามคุณพ่อคุณแม่ และถามตัวเองดูครับว่า เราได้รับการฉีดวัคซีนกันครบแค่ไหน  ถ้าสงสัยว่าจะไม่เคยฉีด และไม่เคยออกหัด  ก็ควรจะฉีดเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป อย่างมากก็มีไข้ขึ้นสักวันสองวัน  บางคนอาจมีผื่นหัดขึ้นน้อยๆ   แต่ถ้ารู้ตัวว่าท้อง ไม่ควรฉีดนะครับ วัคซีนหัดอาจก่อให้เกิดอันตรายกับเด็กในครรภ์ได้  รู้แต่ว่าถ้าฉีดวัคซีนหัดเยอรมัน เข้าห้ามไม่ให้ท้องอย่างน้อย 3 เดือน ถ้าท้องอยู่ และไม่เคยออกหัด รวมทั้งไม่เคยฉีดวัคซีน  ถ้าเจอคนไข้โรคหัดละก็มีสิทธิ์ติดได้อย่างง่ายดาย เพราะติดต่อทางลมหายใจ  ถ้าคนท้องเป็นหัด  ความเสี่ยงที่จะเกิดอาการแทรกซ้อนสำคัญคือปอดบวมถือว่ามีมากกว่าปกติ  ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด  โดยส่วนตัวผมไม่เคยเห็น  case ที่แม่เป็นหัดแล้วลูกในท้องเสียชีวิต  แต่เคยมีรายงานว่าถ้าแม่ที่ตั้งครรภ์เป็นหัดอาจทำให้เกิดการแท้ง เด็กคลอดน้ำหนักน้อยกว่าปกติ  บางรายอาจถึงกับทำให้เด็กในครรภ์เสียชีวิต

            การรักษาโรคหัด  ส่วนมากก็เป็นการดูแลแบบ supportive คือรักษาตามอาการ ให้นอนพักให้มาก  ดื่มน้ำมากๆให้เพียงพอ ดูแลอย่าให้ขาดสารอาหาร มีไข้ให้ยาลดไข้   อาเจียนให้ยาแก้อาเจียน ปวดท้องก็ให้ยาลดอาการปวดเกร็ง  ยาลดกรด  ท้องเดินก็ให้กินน้ำเกลือ  ให้น้ำเกลือไปตามสภาวะว่ามีอาการขาดน้ำหรือไม่  สำหรับอาการไอต้องทำใจส่วนใหญ่จะไอนานหลายสัปดาห์อย่างน้อยก็หนึ่งสัปดาห์หลังจากที่น้ำมูกหรืออาการติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆหายแล้ว  บางรายอาจจะต้องให้ vaporizer  ให้ส่งตรวจดูว่ามีตับอักเสบไหม ซึ่งผลการตรวจเอ็นไซม์ตับมักจะพบว่าผิดปรกติ แต่เมื่อหัดหายแล้วส่วนใหญ่ก็จะกลับมาเป็นปกติในเวลาไม่นานนัก   บางรายก็จำเป็นต้องส่งตรวจเพิ่มเติมเมื่อสงสัยว่าอาจมีอาการแทรกซ้อน  เช่นปอดบวม หูอักเสบ   ยาปฏิชีวนะต้องให้ถ้ามีไข้ peak ที่สองขึ้น  ซึ่งมักจะเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน

            สำหรับยาต้านไวรัสก็มีการกล่าวถึงยา Ribavirin ว่าสามารถฆ่าเชื้อไวรัสหัดได้ในหลอดทดลอง  ส่วนมากก็จะให้กันในผู้ป่วยที่มีภูมิต้านทานบกพร่อง  แต่ไม่ได้ช่วยป้องกันหรือรักษาอาการสมองอักเสบหลังเป็นหัด ที่เรียกว่า subacute sclerosing panencephalitis  มีการศึกษาบางรายงานว่าการให้วิตามินเอ  ในเด็กที่มีภาวะทุพโภชนาการอาจช่วยผู้ป่วยโรคหัดได้ โดยเฉพาะในเด็ก 6 เดือนถึง 2 ปี ทั้ง WHO และ UNICEF ต่างแนะนำให้ให้วิตามินเอในเด็กเป็นหัดทุกคนที่อยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงต่อภาวะขาดวิตามินเอ  โดยมีรายงานการศึกษาว่าช่วยลดทั้งความรุนแรงของโรคและอัตราตาย  ซึ่งแนะนำให้ให้ในผู้ป่วยหัดที่มีอาการรุนแรงทุกราย

 

Rubella หรือหัดเยอรมัน

            เป็นโรคที่มีอาการคล้ายหัดมาก  แต่ไข้มักจะสูงกว่า  ผื่นขึ้นเร็วหายไปเร็ว บางคนเรียกว่า 3 days measles คือเป็นหัดที่เป็นแค่ 3 วันหาย ข้อสังเกตุอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้เราแยกโรคออกจากหัดได้อย่างชัดเจนก็คือการมีต่อมน้ำเหลืองโต โดยเฉพาะที่หลังหู  คอ และ occipital area ซึ่งมักจะโตเป็นเดือน  โดยที่ผื่นหัดเยอรมันนั้นขึ้นเพียง 3 วันก็หายไป และไม่ค่อยทิ้งรอยดำเอาไว้เหมือนหัด  ที่พอหายแล้วตัวยังดำลายไปอีกหลายสัปดาห์

            การยืนยันการวินิจฉัยทำได้โดยการส่งตรวจ Rubella antibody IgM และIgG ระยะเวลาส่งก็เช่นเดียวกับหัด  โดยเฉพาะถ้า IgG ขึ้นมากกว่า 4 เท่า เดี๋ยวนี้มีการส่งตรวจ Rubella PCR ก็เลยทำให้ยิ่งได้ผลตรวจเร็วขึ้น

            ถ้ามีคนไข้ ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นหัดเยอรมัน  คนท้องทุกคนควรจะหนีไปให้ห่างถ้าไม่แน่ใจว่าเคยได้รับวัคซีน MMR มาก่อนหรือไม่  โดยเฉพาะในคนท้องช่วง 3 เดือนแรก  เพราะถ้าเกิดป่วยเป็นโรคหัดเยอรมัน อาจมีผลให้เด็กในครรภ์พิการรุนแรง

            ยังมีอยู่อีกโรคหนึ่งที่ต้องคิดถึงเอาไว้เวลามีใครมาบอกให้ว่าคนไข้เป็นหัด นั่นก็คือ Kawasaki disease ซึ่งมักจะมีอาการมือเท้าลอก  โรคนี้ถ้าเป็นแล้วเด็กอาจมีปัญหาเรื่องของการติดเชื้อที่หัวใจ  การรักษาอาจต้องให้ยาแอสไพรินร่วมด้วย

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 228040
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 124  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
จักรพรรดิ์
IP: xxx.42.69.33
เขียนเมื่อ Fri Dec 26 2008 15:58:03 GMT+0700 (ICT)

ผมไปโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติมา

หมอบอกว่าผมเป็นหัด

ผมบอกหมอไปว่า มีไข้สูงเมือสองวันก่อน กินยาพาราแล้วไข้ก้ลดลงมา

ถึงวันนี้ผมตัวร้อนๆนิด ไม่รู้สึกมีไข้

แต่อาการในช่วงสองสามวันมานี้คือ

ผมตาแดง หน้าแดงมากๆ

แล้วเมื่อวานตอนที่ผมกำลังสอบก้สังเกตเห็นผื่นแดงขึ้นตามแขน

พอผมสอบเสร็จผมก้กลับห้องไปกินยา

นอน ตื่นขึ้นมาดีขึ้นเยอะ

แต่หน้ายังแดงอยู่ ผื่นก็ยังมีแต่ไม่ชัดเจนมากเท่าไหร่

มาวันนี้ผมสอบตัวสุดท้าย

หน้าแดง ตัวแดงมากๆ

ตามเนื้อตามตัวก็คันด้วย

ผมก็เลยไปหาหมอ หมอตรวจๆถาม

ผมก้บอกไป เค้าเอาไฟฉายสองดูตรงกรามคงจะเห็นอย่างในบทความ

เลยสรุปว่าผมเป็นหัด

ผมมีอาการไอน้อยมาก แต่รู้ว่ามีเสมหะที่คอ

มีน้ำมูกด้วย

หมอสั่งยาพารา และยาลดน้ำมูกให้ผม

และก้อให้ผมนอนพัก7วันแล้วไปหาอีก

ผมมีคำถาม

1. ผมเป็นโรคหัดจริงช่ายรึป่าว แล้วตอนนี้ผมอยู่ในระยะไหนแล้ว

ผมไม่มีไข้ หน้าแดง ตัวแดง คัน น้ำมูก ไม่ได้ไอมากมายเลย

2.ผมต้องเดินทางกลับบ้าน ช่วงปีใหม่แล้วผมจะได้ไปเที่ยวกับครอบครัวมั้ยนี่

3.ติดต่อกันได้ง่ายขนาดไหน ผมต้องทำยังไงบ้าง

ขอบคุณนะครับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.71
เขียนเมื่อ Sun Dec 28 2008 23:21:22 GMT+0700 (ICT)

เท่าที่เล่ามาก็น่าจะคิดถึงโรคหัด ขาดแต่ที่คุณไม่ได้เล่าว่ามีต่อมน้ำเหลืองที่หลังหูโตหรือเปล่า แล้วผื่นตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ถ้าหายหมดแล้วก็อาจจะเป็นหัดเยอรมัน ถ้าไข้ลด อาการดีแต่มีผื่นลามไปที่แขนขา แล้วเป็นลายดำก็น่าจะคิดถืงหัดมากที่สุด อย่างไรก็ดีจากการถามคำถามคุณน่าจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว ถ้าเป็นหัดก็คงไม่เท่าไร น่าจะเดินทางกลับบ้านช่วงปีใหม่ได้ ถามว่าติดต่อง่ายไหมก็ต้องบอกว่าถ้าเป็นหัดจริง เดินทางไปไหนก้เท่ากับเอาหัดไปแจกเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับคนที่ไม่ได้ฉีดวัคซีน ต้องติดตามดูอาการตัวเองต่อไป ถ้ารู้สึกว่ายังมีไข้ ยังป่วย ลุกไม่ไหว หมอว่าต้องไปตรวจซ้ำ เจาะเลือดเพิ่มเติม ถ้าเสียเงินเองได้ ไปขอเขาตรวจ measles PCR ก็พอจะยืนยันได้ว่าเป็นหัดหรือไม่ แต่ค่าตรวจเป็นพัน ถ้าไม่ได้เอาไปทำวิจัย คงไม่มีหมอคนไหนอยากส่งตรวจให้

หมอคิดว่าทำตามที่คุณหมอท่านแนะนำคือนอนพักสัก 7 วันแล้วไปให้เขาตรวจใหม่ นอกจากว่าอาการไม่ดีขึ้น หรือเป็นมากขึ้นอย่างนี้คงไม่ต้องรอ 7 วัน แวะไปให้ตรวจซ้ำก่อนเวลานัดได้เลย

อาริกาโตะ
IP: xxx.122.201.232
เขียนเมื่อ Fri Jan 02 2009 11:41:39 GMT+0700 (ICT)

เป็นโรคนี้ อาบน้ำได้ไหม

จักรพรรดิ์
IP: xxx.42.70.244
เขียนเมื่อ Sat Jan 03 2009 22:23:26 GMT+0700 (ICT)

ผมหายแล้วคับ

ประมาณ 5 วัน

ก่อนหายมันจะคันๆตามตัวเอามากๆ

ผมก็อาศัยนอนพักกับกินยาที่หมอให้คือ

พาราตอนมีไข้ กะ ลดน้ำมูก

ซึ่งดูยาจะไม่เกี่ยวกันเลยกับอาการผื่น ตาแดง

อย่างไรก้ตามมันก็หายผื่น

แต่คันนี่สิคับ ทั้งคืนเลย

ตอนนี้ก็หายดี ไม่มีลายดำ

แล้วก็หลังจากทีถามไปวันนั้น

ก็ไม่มีไข้แล้วคับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.45.212
เขียนเมื่อ Sun Jan 04 2009 06:46:47 GMT+0700 (ICT)

เป็นโรคนี้อาบน้ำได้ครับ

ดีใจด้วยที่หายแล้ว ยาพาราถ้าไม่มีไข้ก็ไม่ต้องกินแล้วครับ ยาลดน้ำมูกก็เช่นเดียวกัน อาการที่คุณเล่ามาก็เหมือนกับหัด คือ ก่อนผื่นจะหายบางคนจะคันมาก แต่ที่ขาดไปคือปกติหัดจะไอหลายวัน ผื่นหายแล้ว ไออาจจะน้อยลงแต่ก็มักจะยังไออยู่ อย่างไรก็ดีหายแล้วก็ดีแล้วครับอย่าไปสนใจอะไรมันมาก ขอให้โชคดีปีใหม่แล้วกันครับ

หนูป่วยT^T
IP: xxx.8.251.12
เขียนเมื่อ Tue Jan 06 2009 11:02:29 GMT+0700 (ICT)

คือ หนูเพิ่งปรากฏอาการผื่นขึ้นเช้าวันนี้ แต่เมื่อวาน(วันอาทิตย์) มีอาการปวดหัวข้างเดียว ไม่หนักมานัก ปวดกล้ามเนื้อเล็กน้อย ปวดหลังนิดหน่อย และมีอาการปวดตา เวลาที่เหลือกมองด้านข้าง หรือด้านบนอะค่ะ ไม่ทราบว่าเกี่ยวหรือปล่าว

แล้วเมื่อวานหนูก็เลยทานไทลินอลแล้วนอนหลับไปตอนบ่าย ก็หายดี แต่มีความรู้สึกร้อนๆข้างใน เหมือนไข้จะขึ้น แต่ให้คนที่บ้านจับดู ก็บอกว่า ไม่มีอะไร

หนูเลยทานยาอีกเม็ดตอนตี4 แล้วนอนค่ะ แต่คอนนั้น หนูไม่ได้สังเกตว่ามีผื่นขึ้นหรือยัง ด้วยความง่วงด้วยอะค่ะ แต่ไม่น่าจะมี

พอตอนประมาณ7โมงของวันจันทร์ หนูตื่นมาจะไปโรงเรียน ก้อสังเกตเห็นผื่นแดงขึ้นที่ขอบริมฝีปาก และมีผื่นเล็กๆ เล็กมากๆ ไม่ค่อยแดง บริเวณแก้ม

หนูไม่ได้สังเกตว่ามีที่คอด้วยหรือปล่าว จากนั้น หนูก้อไปโรงเรียน ประมาณ7.30-7.45ก้อเพิ่งสังเกตเห็นว่ามีผื่นขึ้นตามคอ แล้วประมาณครึ่งชม.ต่อมามันก้อแดงและเยอะขึ้น

คือมีที่บริเวณหน้าผาก แก้ม คอ และลำตัว หลังบ้าง ที่แขนก้อเริ่มขึ้นอะค่ะ แต่ที่ขาไม่มีนะคะ

แต่ว่าไม่มีอาการคันเลยนะคะ นอกจากนี้ หูของหนูก้อแดง แดงตลอดเลย คันบ้างนิดหน่อย แต่ไม่มาก

หนูจึงขอให้คุณแม่พาไปหาหมอตอน10โมง

คุณหมอดูอาการ แล้วสันนิษฐานว่า ติดเชื้อไวรัส แล้วเจาะเลือดไปตรวจ พอผลออกมา คุณหมอก้อบอกว่า ติดเชื้อไวรัสจริงๆ

แต่ไม่สามารถชี้ได้ชัดว่าไวรัสชนิดไหน คุณหมอบอกว่าไม่ได้เป็นไข้เลือดออก เกร็ดเลือดปกติดี

คุณหมอก็ให้ยามา2ตัว เป็นยาแก้แพ้ แก้คันทั้ง2อย่าง เป็นชนิดทานแล้วง่วง กับไม่ง่วง แล้วก้อให้ยาทาหน้ามา แค่นี้เองอะค่ะ

คุณหมอบอกว่า 3-4วัน ยังไม่ดีขึ้น หรือมากขึ้นก้อให้มาอีกรอบ

หนูกลับบ้านมาตอนเที่ยงก้อกินยาไปหนึ่งตัว แล้วนอน

พอตื่นมาตอน4-5โมง ก้อไข้ขึ้นนิดหน่อย (หนูลืมบอกไป ตอนที่ไปโรงพยาบาล พยาบาลบอกว่าหนูมีไข้ต่ำๆค่ะ คุณหมอก้อบอกว่าถ้ามีไข้ก้อกินพารา ความดัน 68/100)

หนูก้อเลยทานข้าว แล้วก้อทานยาไป (อันนี้เป็นยาตัวเก่า เพราะหนูเป็นเยื่อบุจมูกอักเสบ แล้วยายังไม่หมดอะค่ะ จึงยังทานอยู่)

แต่ยาที่คุณหมอให้มาอีกตัว ยังไม่ได้ทาน เพราะเค้าเขียนว่า ทานก่อนนอน เลยเดี๋ยวค่อยทาน แล้วหนูก้อทานไทลินอลไปอีกเม็ดด้วยค่ะ

คุณแม่กลับบ้านมา ก้อจับตัว แล้วบอกว่า มีไข้ แล้วจับหน้า และคอ ก้อบอกว่าร้อนๆนะ

แต่พอจับที่ขา และแขน ก้อบอกว่าไม่ร้อน ก้องงๆอะค่ะ

ตอนนี้ก้อจะไปนอนแล้วล่ะค่ะ

อยากทราบมาก ว่าสรุปหนูเป็นอะไร เป็นหัดหรือปล่าว

ลองหาในเน็ตดูก้อเจอบทความของคุณหมอ จึงอยากทราบอะค่ะ

อ้อ แล้วอาการของหนู มีสิทธิ์ติดต่อหรือแพร่เชื้อหรือปล่าวคะ(คุณหมอบอกว่า อาจติดได้กับคนแก่หรือเด็กที่ภูมิต้านทานต่ำ) สามารถ อาบน้ำทาครีม โลชั่นต่างๆได้ตามปกติหรือปล่าวคะ

อ้อ ตอนนี้ อาการคันเริ่มมีมาบ้าง แต่เล็กน้อยจริงๆค่ะ มักคันที่หูอะค่ะ

แล้วตอนนี้มีตุ่มคล้ายยุงกัดตุ่มใหญ่ประมาณเหรียญบาท เหมือนมันมีอยู่แล้วอะค่ะ เพราะอีกข้างก้อมี เหมือนเป้นกระดูกหรือปล่าวไม่แน่ใจ แต่ข้างซ้ายมันใหญ่กว่านิดหน่อย ไม่เจ็บ แต่ถ้ากดแรงๆก้อเจ็บอะค่ะ

ตอนนี้เริ่มมีอาการคันบ้างที่หน้า และลำตัว แต่น้อยอะคะ

ผื่นตอนนี้มันแดงและเยอะมากๆ เป็นผื่นปื้นๆบ้างที่เป็นมากๆ ที่คอ และช่วงหน้าอกใต้ไหปลาร้า บางส่วนที่เป็นน้อยๆ ผื่นจะเป็นจุดแดงๆค่ะ จุดเล้กๆ แต่กระจายทั่ว และเยอะค่ะ

ขอบคุณที่กรุณาอ่าน และที่เสียเวลาค่ะ

หากต้องการติดต่ออหนู โทรหาได้ที่ 083-832-0623

หรือส่งเป็นอีเมลล์กลับมาก้อได้ค่ะ

ปล. โรงเรียนหนูคือ อัสสัมชัญศึกษา คือสามารถไปหาคุณหมอได้โดยสะดวกที่โรงพยาบาลเลิดสินนะคะ

ขอบพระคุณมากค่ะ

หนูป่วยT^T
IP: xxx.8.251.12
เขียนเมื่อ Tue Jan 06 2009 11:10:08 GMT+0700 (ICT)

จริงๆหนูมีส่งอีเมลล์ให้คุณหมอไปแล้วอะค่ะ แต่ลงที่นี่อีกอะค่ะ

ข้างบนเป็นอาการของเมื่อวานนะค่ะ

วันนี้ อาการดูหนักขึ้นอะค่ะ ตรงแขนท่อนบน แดงเป็นปื้นๆเลยอะค่ะ คือเหมือนจุดมันรวมกันเย้อะมาก เลยรวมเป็นที่เดียวกันไปแล้ว

ตรงขาเริ่มมีผื่นจุดเล้กๆชึ้น เหมือนแขนของเมื่อวาน เป็นจุดๆ กระจายทั่วขาแล้วอะค่ะ

อาการคันมีเล็กน้อยคะ ทนได้ ไม่มากนัก และเป็นเพียงบางแห่ง

ส่วนที่หน้า อตนนี้หน้าแดงมาก ดูเหมือนจะบวมๆด้วยTT ตรงคอก้อแดงๆด้วยอะค่ะ

สรุปคือ วันนี้ อาการผื่นมีมากขึ้นอ่ะค่ะ

อาการอย่างอื่นยังไม่ปรากฏ ไข้ต่ำๆเล็กน้อยค่ะ

หนุมีทานยาเขียว ฟ้าทะลายโจรอะไรซักอย่างไป 3 เม็ดอะคะ ตั้งแต่เมื่อวานเย็น แล้วก้อเมื่อเช้าอะค่ะ อาบอกว่าอาจช่วยได้ แล้วก้อมีใช้อาบด้วย

ก็ยังไม่ดีขึ้นเท่าไหร่

ยาแก้แพ้ก้อยังทานอยู่ด้วย อยากทราบมากจริงๆว่าเป็นอะไรกันแน่

พรุ่งนี้คุณแม่บอกว่าจะพาไปหาหมอจีนอะค่ะ

เลยอยากได้รับการติดต่อจากคุณหมอ จะได้ทราบแนวทางการปฏิบ้ติตน หรือการรักษาอะค่ะ

อ้อ หนูถอายุ16 ย่าง17อะค่ะ ไม่แน่ใจว่าอายุเกี่ยวหรือปล่าว แต่บอกไว้ก่อนแล้วกันนะคะ

ขอบพระคุณที่สละเวลาอ่านค่ะ

หนูป่วยT^T
IP: xxx.8.251.12
เขียนเมื่อ Tue Jan 06 2009 11:17:47 GMT+0700 (ICT)

อ้อ หนูลืมบอกอีกอย่างว่า

หนุเคยเป็นอีสุกอีใสมาแล้วค่ะ แตไม่แน่ใจว่าเคยออกหัดหรือยัง

วันนี้วันอังคร เป้นวันที่2ที่มีอาการผื่นขึ้นแล้วน่ะค่ะ

วันแรกคือเมื่อวานเช้า คือวันจันทร์ค่ะ

กลัวว่าคุณหมออ่านความเห็นแล้วจะงง

หนูป่วยT^T
IP: xxx.8.251.12
เขียนเมื่อ Tue Jan 06 2009 18:15:38 GMT+0700 (ICT)

อ่า

ตอนนี้ ที่หน้าหายแล้วอ่ะค่ะ ที่คอก้อดีขึ้นมาก ส่วนที่อื่นๆก็เหมือนเดิม

เหมือนผื่นมันไล่ลงเรื่อยๆนะคะ

ที่แขนบนตอนนี้แดงทั้งท่อนเลย น่ากลัวมาก

ร้อนด้วย ที่ขาเริ่มหนักขึ้นแล้วค่ะ ผื่นแดงขึ้น และตขนาดใหญ่ขึ้นบ้าง

อีกนานมั้ยคะ กว่าจะหาย หยุดเรียนมา2วันแล้วTT

พรุ่งนี้ก้อคงหยุดอีกอะค่ะ

TT

sky
IP: xxx.28.180.202
เขียนเมื่อ Wed Jan 07 2009 00:07:36 GMT+0700 (ICT)

คืออยากรู้ว่า ถ้าเป็นอีสุกอีใสแล้ว จะเป็นโรคหัดได้อีกมั๊ยคะ

พอดีมีเพื่อนสนิทเป็นหัดอยู่ ยังไม่หายดี ยังมีผื่นตามตัวอยู่ แล้วมาเรียน

ต้องทำตัวอย่างไรดีคะ เห่อๆ

หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Wed Jan 07 2009 00:39:48 GMT+0700 (ICT)
  • ดีใจที่เจอกันที่นี่นะน้อง
  • มาเห็นก่อนเข้านอน
  • จึงแวะมาทักทายกันก่อน
  • คิดถึงนะ
  • ฝากความคิดถึงถึงอีเมลด้าด้วยนะ
นพ.สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.33
เขียนเมื่อ Wed Jan 07 2009 23:33:50 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับหนูป่วย ขออภัยที่หมอไม่ได้เปิดเมล์เมื่อวานนี้ เท่าที่อ่านดูหมอคิดถึงอยู่ 2 โรค ถ้าไม่หัด ก็หัดเยอรมัน ของหนูผื่นขึ้นเร็วมาก ถ้าคลำดูที่หลังหูมีต่อมน้ำเหลืองโต พอจะฟันธงได้ว่าเป็นหัดเยอรมัน ซึ่งบางคนเขาเรียกกันว่า หัดสามวัน คือมีอาการแค่ 3 วันทุกอย่างจบ ยิ่งบอกว่ามีเพื่อนสนิทเป็นหัดเพิ่งจะหายยิ่งชัดเจนว่าคงไม่พ้น 2 โรคนี้ ถ้าจะพิสูจน์ก็ต้องเจาะเลือดแล้วรอผลสักอาทิตย์หนึ่ง ก็คงไม่ช่วยอะไรในการรักษาเพราะกว่าจะรู้ผลทั้งสองโรคก็คงหายหมดแล้ว เพียงแต่สนองตัณหาอยากรู้ว่าเป็นอะไรกันแน่ แต่ค่าตรวจหลายกะตังอยู๋ ถ้าเป็นหัด measles มักจะไอ ผื่นหายแล้วก็ยังไอไปอีกหลายวัน และบางคนถึงผื่นหาย แต่ตัวยังลายไปอีกหลายวันเช่นกัน

หนูอายุ 16-17 ปี โอกาสที่จะมีโรคแทรกซ้อนน้อยกว่าในเด็กเล็กมาก แต่ก็ควรจะพักผ่อนเยอะๆ ทานน้ำมากๆ ทานอาหารเต็มที่ไว้ก่อนอย่าปล่อยให้ขาดอาหาร

เพื่อนหนูรวมทั้งตัวหนูด้วย ถ้าเป็นหัดยังมาเรียนก็เท่ากับมาแจกเพื่อนที่ยังไม่มีภูมิคุ้มกัน จะว่าไปก็ดีเหมือนกัน ปีที่ผ่านมาหมอเจอคนไข้อายุมากกว่า 16 ปี เป็นหัดนับสิบราย แสดงว่าวัคซีนหัดที่ฉีดตอนเราอายุ 9 เดือน 15 เดือน 4-6 ปี มีเปอร์เซ็นต์ไม่ได้ผลสูงพอสมควรยิ่งถ้าเด็กคนไหนไม่ได้ฉีดตอนอายุ 4-6 ขวบ โอกาสเป็นหัดมีได้เยอะมาก

ถามว่าถ้าเพือนเป็นหัดแล้วโผล่หน้ามาเรียนต้องทำตัวอย่างไร ตอบได้เลยว่าหลบอย่างไรก็ไม่พ้นเพราะติดต่อทางอากาศที่เราหายใจเข้าไป แถมยังติดต่อง่ายมาก ใครไม่มีภูมิรับไปเต็มๆ อีสุกอีใสกับหัดคนละโรคกันเป็นโรคไหนก่อนก็เป็นอีกโรค ตามมาได้สบาย ถ้าตอนเด็กไม่เคยเป็นอีสุกอีใสก็ควรไปฉีดซะ อายุเกิน 13 ปี ฉีด 2 เข็มห่างกัน 4-6 สัปดาห์ เข็มละพันกว่าบาท

sky
IP: xxx.28.180.202
เขียนเมื่อ Mon Jan 12 2009 12:24:25 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณหมอ ^__^

ตัวเล็ก
IP: xxx.175.82.22
เขียนเมื่อ Thu Feb 12 2009 15:53:45 GMT+0700 (ICT)

คือว่าคุณหมอวินิจฉัยว่าหนูเป็นหัดค่ะ

แต่นี่ผื่นเริ่มยุบสามวันแล้วยังดำมากทั้งตัวและหน้า

มันจะดำไปอีกนานเท่าไรคะ กังวลมากค่ะ

เพราะเดินไปไหนก็มีแต่คนถามว่าไปทำไรมา

ขอบคุณมากค่ะ

พี่ ป่วย อ่าค่ะ
IP: xxx.8.54.152
เขียนเมื่อ Thu Feb 12 2009 18:38:46 GMT+0700 (ICT)

คือแค่ อยากรู้ ว่า ถ้าป่วยคั่นไม่รุนแรงอ่าค่ะ

จามีโอกาสหายขาดไหมค่ะ

แล้วถ้า มีอาการดีขึ้น หรือ ว่าหายแล้ว

สามารถเข้าใกล้ได้ไหมค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.102
เขียนเมื่อ Fri Feb 13 2009 22:52:18 GMT+0700 (ICT)

หัดของแท้ เวลาหายแล้วตัวดำอย่างนี้แหละครับ  ไม่ต้องกังวลไปอีกไม่นานก็จะค่อยๆจางหายไป จนไม่เห็นร่องรอย นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับผิวคนที่เป็น  ตอนที่ตัวดำลายนี่ส่วนใหญ่ไม่ค่อยจะติดต่อแล้วครับ เข้าใกล้ได้ ที่จริงโรคนี้สำหรับคนที่ไม่ขาดอาหารก็คงไม่ค่อยจะน่ากลัวอะไร เพียงแต่อย่าประมาท เป็นแล้วหายขาด แถมยังมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต

แต่ดีที่สุดคือให้ฉีดวัคซีนให้ลูกหลานให้ครบดีกว่า จะได้ไม่ต้อง ความเสี่ยงจากวัคซีนน้อยกว่าความเสี่ยงจากการเป็นหัดเยอะครับ

ประกาย~natachoei ที่~natadee
เขียนเมื่อ Fri Feb 13 2009 23:07:29 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะคุณหมอ

อยากเล่าประสบการณ์การควบคุมการระบาดโรคหัดในกลุ่มนักศึกษาและนักเรียน

อาการโรคหัดของผู้ป่วยแต่ละราย ถ้าพบในวัยรุ่น จะรุนแรงเกือบทุกราย มีภาวะแทรกซ้อน เกิดขึ้น รับประทานอาหารไม่ได้ ไอมาก ผื่นตามใบหน้า แขน ขา จะชัดเจนนะคะ อายุที่พบ 14ปี จนถึง 28 ปี คนที่ป่วยเป็นโรคหัด ควรใช้ผ้าปิดปากปิดจมูก และไม่ควรไปในที่ชุมชน เพราะจะแพร่เชื้อให้คนอื่น ในช่วงมีอาการและหลังจากผื่นออกให้นับไปอีก 4 วัน

อยากจะให้มีการรณรงค์และประชาสัมพันธ์ให้ผูปกครองเห็นความสำคัญในการพาบุตรหลานไปรับวัคซีน ป้องกัน หัด หัดเยอรมันและคางทูม กระตุ้นครั้งที่ สองในช่วงอายุ 4-7 ปี ให้ครบทุกราย และลงสมุดบันทึก เก็บไว้ด้วย

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.102
เขียนเมื่อ Fri Feb 13 2009 23:55:41 GMT+0700 (ICT)

ข้อมูลตรงกันเลยครับ ปี 2551 ที่ผ่านมาเป็นปีที่หมอพบผู้ป่วยหัดในผู้ใหญ่มากที่สุดตั้งแต่เคยเป็นหมอผิวหนัง และเคยรักษาการหัวหน้าแผนกเด็ก สมัยอยู่ต่างจังหวัด เห็นหัดมาจนกล่าวได้ว่าจำกลิ่นได้  มันบรรยายไม่ถูก พอเดินเข้าใกล้คนเป็นหัดกับพวกที่ไม่ใช่ มันรู้สึกเหมือนกับว่ากลิ่นมันต่างกัน แต่วิธีนี้มันไม่เป็นวิทยาศาสตร์ เชื่อถือไม่ได้ ปีที่ผ่านมาพอเจอคนไข้หัดในผู้ใหญ่มากๆเข้า หมอเลยยอมส่งแลป ถึงจะแพงไปบ้างแต่คิดว่าคุ้ม คือส่งมันทั้ง Measles IgM Measles IgG and Measles PCR  ยืนยันได้ว่าเกือบทุกรายเป็นหัดจริง บางรายแปลกมาก Measles PCR neg but Measles IgM ขึ้น ถามดูเกือบทั้งหมดบอกว่าตอน 4-7 ขวบไม่ได้ฉีดวัคซีนกระตุ้นซ้ำ เป็นเรื่องน่ากลัวมาก เพราะเวลาเป็นในผู้ใหญ่อาการจะมากกว่าในเด็กทั่วไป คือไอมากทุกราย อาการปวดตามตัว ไข้สูง ผื่นเยอะมากๆ แต่ข้อดีคือไม่ยักเจอปอดบวม แถมผู้ใหญ่ท้องเดินมักไม่รุนแรง และถ้าท้องเดินผู้ใหญ่ทนเสียน้ำได้มากกว่าเด็ก เลยยังไม่มีตายเลยสักรายเดียว แต่พยาบาล และเจ้าหน้าที่กลัวกันมากครับ โดยเฉพาะพวกที่ตั้งครรภ์ เพราะเคยมีรายงานว่าคนที่ท้องช่วง 3 เดือนแรก พอติดหัดจะทำให้เด็กในครรภ์มีโอกาสเกิดความพิการได้ ถึงแม้จะไม่มากเท่าพวกหัดเยอรมัน แต่ฟังดูน่ากลัว

คนไข้หัดเวลานอน รพ.ก็ต้องจัดห้องแยกให้เพราะกลัวไปติดคนไข้อื่นที่เขาไม่มีภูมิคุ้มกัน

ประกาย~natachoei ที่~natadee
เขียนเมื่อ Sat Feb 14 2009 00:04:11 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะ คุณหมอ

  • ในช่วงอาทิตย์นี้กำลังควบคุมโรคหัดและเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องอยู่คะ เหนื่อยมาก ๆ คิดว่าเมื่อไหร่จะหมดไป เกิดขึ้น ใน 3 รอบการระบาดแล้ว
  • เกิดเป็นกลุ่มก้อนแต่ไม่มากเนื่องจากมาตรการและการป้องกัน การเฝ้าระวังได้ทันที
  • แต่ ในปี่51 ช่วงเวลานี้  พบมากกว่านี้  กว่าจะควบคุมได้ จนปลายเดือนมีนาคม 51
  • ในปี่นี้คาดว่าน่าเช่นกัน ไม่อยากให้เกิดอีกในพื้นที่เดิม การให้วัคซีนป้องกันโรคหัด MMR เด็กนักเรียนและนักศึกษาทุกคนที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ควรจะได้รับวัคซีนทุกคน
กนกพร
IP: xxx.143.158.130
เขียนเมื่อ Sun Feb 15 2009 18:16:18 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันก็เป็นอีกคนหนึ่งที่เพิ่งเป็นโรคหัดมาเมื่อวันที่ 5กุมภาพันธ์ 52 และตอนนี้ก็ 11 วันแล้วดิฉันก็ยังไม่หายยังมีผื่นแดงตามแขนและขา ดิฉันอายุ 29 ปี เพิ่งจะแต่งงานเมื่อ 14 สิงหาคม 51 อยากถามคุณหมอว่าเมื่อดิฉันหายจากอาการโรคหัดแล้วดิฉันจะต้องไปฉีดวัคซีนโรคหัดอีกหรือป่าวค่ะ และดิฉันกำลังวางแผนที่จะมีบุตรจะต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.45.25
เขียนเมื่อ Sun Feb 15 2009 23:14:28 GMT+0700 (ICT)

โรคหัด 11 วันยังมีผื่นแดง ใช่หัดจริงหรือเปล่า ถ้าตัวดำลายเหลือร่องรอย พอจะเชื่อได้ว่าเป็นหัด ตอนเป็นไอหรือเปล่า ถ้าไม่มีอาการไอ อาจจะไม่ใช่หัด  ผื่นขึ้นที่ไหนก่อน ถ้าไม่มีผื่นที่หน้าเลย อาจจะไม่ใช่หัด แต่เป็นอาการแพ้ยา ถ้าผื่นขึ้นปรู๊ดปร๊าด วันสองวันจบ อาจจะเป็นหัดเยอรมันที่หมอบางท่านเรียกว่า three days measles ยิ่งถ้ามีต่อมน้ำเหลืองหลังหูโตก็คงจะเป็นหัดเยอรมัน  Koplik's spots ที่กระพุ้งแก้มเจอหรือเปล่า ถ้าไปหาหมอช่วง 3 วันแรกที่ผื่นขึ้น น่าจะเจอ สุดท้ายก็คือถ้าอาการทั้งหลายไม่ชัด หมอไม่ฟันธง ได้เจาะเลือดตรวจ measles PCR ยืนยันหรือไม่

ถ้าเป็นหัดจริงจะมีภูมิคุ้มกันไปตลอดชีวิต ไม่ต้องไปฉีดวัคซีนอีก

อายุ 29 ปีแผนที่ดีก็คือปล่อยให้มีโดยเร็วที่สุด ปกติเขาต้องฉีดวัคซีนที่อาจก่อให้เกิดความเสี่ยง เช่น หัด หัดเยอรมัน สุกใส ก่อนแต่ง แล้วทิ้งช่วงไว้สัก 2-3 เดือนค่อยแต่ง แต่งแล้วไปฉีดก็ต้องใช้การคุมกำเนิดไปสักระยะ ค่อยปล่อยให้มี ซึ่งไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะเวลาคุมนะคุมได้แต่เวลาจะปล่อยให้มีแล้วมาช้า มันจะเสียโอกาส  โดยส่วนตัวหมอคิดว่าถ้าอยากมีจริง อายุขนาดนี้แต่งครบปีแล้วถ้ายังไม่มา ไปหาหมอสูติ รีบใช้เทคโนโลยี่ช่วยไปเลยครับ

เพลงพรรษ
IP: xxx.7.160.14
เขียนเมื่อ Wed Feb 18 2009 23:07:29 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ดิฉันอายุ 19 ปีค่ะ

เป็นหัดพึ่งจะหายไป2สัปดาห์ได้แต่ที่สงสัยคือ จากข้อมูลความรู้

กรณีของดิฉันนั้นเหมือนจะเป็นหัดค่ะ แต่ตอนที่ไปหาหมอ หมอบอกว่าเป็นหัดเยอรมันค่ะ

ลักษณะอการคือมีไข้สูง 39องศา ประมาณ2วันก่อนผื่นขึ้น และมีผื่นขึ้นอีก1สัปดาห์ พอสัปดาห์ต่อมาผื่นเริ่มยุบมีสีที่เข้มขึ้นจอนตอนนี้ผื่นยุบหมดแล้วกินเวลาไป2สัปดาห์เต็ม

"แต่ทีน่าวิตกกังวลที่สุดคือ มันยังมีรอยดำๆอยู่เลยค่ะ กลัวว่ามันจะไม่หายไป มันจะเห็นชัดเจนตอนอาบน้ำใหม่ๆ หรือล้างหน้าค่ะ ซึ่งมันทำให้ดิฉันรู้สึกสูญเสียภาพลักษณ์ในตัวเองเป็นอย่างมากเลยค่ะ"

"และที่สงสัยมากเลยค่ะคือตอนมันเริ่มยุบใหม่ๆให้แม่ไปซื้อsmooth-eมาให้ทาแต่เภสัชกรบอกมาว่ากลัวว่ามันจะมีปฏิกิริยาต่อกันค่ะ แต่ตอนนี้มันก็ยุบลงไปมากแล้วจึงต้องการจะทราบว่าสามารถใช้ได้แล้วหรือยัง และจะไม่เป็นอันรายต่อผิวหน้าใช่มั๊ยคะเพราะดิฉันได้ไปซื้อมาใช้แล้วค่ะ"

ช่วยตอบด้วยนะค่ะ "รู้สึกวิตกกังวลเป็นอย่างมากค่ะ"

".......Please....."

ขอบคุณมากค่ะ คุณอาหมอ

วัยรุ่นผู้ที่กำลังสูญเสีภาพลักษณ์

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.45.169
เขียนเมื่อ Wed Feb 18 2009 23:20:06 GMT+0700 (ICT)

ถ้าดูตามประวัติที่เล่ามา หนูคงเป็นหัด ไม่ใช่หัดเยอรมัน  เพราะหัดเยอรมันปกติมีผื่นขึ้น 2-3 วันแล้วหายเรียบเลย ไม่ค่อยมีรอยดำให้เห็นนานๆ  คุณหมอท่านอาจจะคิดถึงหัดเยอรมันเพราะ อาจเป็นระยะที่ Koplik's spots หายไปแล้ว หมอเลยไม่เห็นจุดขาวที่กระพุ้งแก้ม แถมคงไปคลำได้ต่อมน้ำเหลืองโต เลยคิดถึงหัดเยอรมัน ค่าตรวจ measles PCR and Rubella PCR มันแพงครับ และในรายที่เป็นในผู้ใหญ่ถ้าไม่ได้ตั้งครรภ์ ไม่ได้เป็นโรคขาดอาหาร มันก็ไม่ทำให้คนไข้ตายง่ายเหมือนสมัยก่อน ที่สำคัญถ้าตอนเป็นหนูไอเป็นอาทิตย์ก็คงจะยิ่งน่าเชื่อว่าเป็นโรคหัดแน่ 

รอยดำไม่ต้องเป็นห่วงมันหรอกครับ อีกไม่นานมันจะหายไปทีละเล็กทีละน้อย ถ้าไม่ไปส่องกระจกทุกวัน  เดี๋ยวก็ลีมไปเอง  ทาครีมหรือไม่ทาครีมก็หายเหมือนกัน  หมอแนะนำว่าอย่าไปโดนแดด และทายากันแดดบริเวณที่เป็นทุกวัน วันละ 2-3 ครั้ง แม้ว่าจะไม่ไปออกแดด ช่วยให้รอยดำหายได้ดีครับ

สมจิตร
IP: xxx.9.140.224
เขียนเมื่อ Tue Feb 24 2009 09:35:30 GMT+0700 (ICT)

สามีของดิฉัน มีอาการผื่นแดง ก่อนมีผื่นแดงมีไข้เล็กน้อย หรือที่เรียกกันว่าตัว ลุ่ม ลุ่ม แค่นั้นเอง อาการคันเล็กน้อย บอกแต่ว่าแค่ยิบ ยิบ แต่ผื่นแดง มากทั่วหน้า ทั่วตัว ลักษณะเหมือนเป็นหัด (เภสัชกรบอกเป็นหัด ไม่ต้องทานยาอะไรก็หายเองได้แต่ถ้ายากทาน ก็ ยาแก้แพ้ ก็ได้ ) พอออกผื่นได้ 2 วัน ลูกชาย อายุ 14 ก็มีอาการเหมือน คุณพ่อ ทุกอย่าง ขอยืนยันนะคะ ว่าติดกันง่ายจริง ๆ แต่ลูกชายฉีดวัคซีนแล้วแน่นอน วันนี้(4 วัน )ผื่นแดงของสามีเกือบหายแล้ว แต่ลูกชายเพิ่งจะมีผื่นได้ 2วัน แต่ผื่นเป็นมาก ๆ มากกว่าพ่อ แต่ดูน่ากลัวมาก ตัวลายทั่วตัว หน้า คอ ลำตัว แขนขา ดิฉันขอตั้งขอสังเกตุ ว่า ถ้าเป็นหัดจริง ก้แย่นะ สำหรับ บ้านเรา เกรงว่าจะระบาดหนักขึ้น เพราะ สามีและลูก ก็ไม่ค่อยได้พบปะผู้คนมากนัก และค่อนข้างดูแลสุขภาพดี ยังติดมาได้เลย ขอรบกวนขอคำแนะนำเพิ่มเติม ว่า ทั้งสอง พ่อลูก เป็นหัดหรือเปล่า ข้อมูลอาจไม่มากพอขออภัยด้วย แต่อยากเรียนให้คุณหมอทราบ สถานการณ์โรคติดต่อบ้านเราคะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.52.114
เขียนเมื่อ Tue Feb 24 2009 09:53:56 GMT+0700 (ICT)

สามีกับลูกชายติดหัดมาจากคนอื่นพร้อมๆกันครับ  ไม่ใช่ลูกชายติดมาจากสามี  เพราะหัดเป็นเชื้อไวรัสที่ใช้เวลาฟักตัวประมาณ 2-3 สัปดาห์ ถ้าลูกติดจากพ่อหมายความว่า พ่อเป็นก่อนประมาณ 2-3 สัปดาห์แล้วลูกถึงจะเป็น

เรี่องฉีดวัคซีนมาแล้ว ไม่ร้อยเปอร์เซ็นหรอกครับ ถึงฉีดก็ยังมีบางคนที่ภูมิคุ้มกันไม่ขึ้น โดยเฉพาะรายที่ไม่ได้ฉีดกระตุ้นตอน 4-6 ขวบ เห็นเป็นหัดตอนโตได้บ่อยมาก

น้องหมีพู
IP: xxx.26.160.102
เขียนเมื่อ Tue Mar 10 2009 12:07:55 GMT+0700 (ICT)

ลูกชายของผมอายุ 7 เดือน นำหนัก 6.2 ก.ก.เป็นไข้สูงมาตั้งแต่วันศุกร์ที่ 6 มีนาคม 52และได้ให้ยาลดไข้เช็ดตัว อาการก็ทุเลา แล้วพอ5-6ชั่วโมงก็ไข้ขึ้นสูงอีก เลยพามาหาหมอที่โรงพยาบาล ตอนนี้นอนรักษาตัวอยู่และคุณหมอก็ให้ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ

พอวันที่ 8 มีนาคม ก็เจาะเลือดไปตรวจ ผลเลือดบอกว่า ความเข้มข้นต่ำมาก สงสัยเป็นโรคเลือดจาง ยังมีไข้สูง

วันที่ 9 ก็เจาะเลือดไปตรวจอีกคราวนี้ผลเลือดปกติ ผลการตรวจปัสวะก็ปกติ ไข้ลดลง แต่เริ่มมีผื่นสีแดงขึ้นบริเวณใบหน้า และตามลำตัว ในเวลา ตีสอง ถ่ายเหลว3-4 ครั้ง

วันที่ 10 ไข้ลดลง ยังถ่ายเหลว 3-4 ครั้ง คุณหมอมาตรวจบอกว่าสงสัยจะเป็นหัดและให้รอดูอาการไปอีก 1-2วัน

อ้อลืมบอกไปว่าพี่ของเขาตอนนี้กำลังเป็นไข้อีสุกอีใส เป็นมาประมาณ 8 วันแล้วกำลังตกสะเก็ด

อยากเรียนถามคุณหมอดังนี้

1 ลูกชายของผมเป็นหัดหรือไม่ ถ้าไม่เขาเป็นอะไร(เพราะไม่แน่ใจการวินิจฉัยคุณหมอมือใหม่)

2 ทำไมผลการตรวจเลือดครั้งแรกบอกว่าเลือดจาง

3 จะมีการป้องกันไม่ให้ติดต่อคนอื่นอย่างไร

น้องหนู
IP: xxx.122.202.153
เขียนเมื่อ Mon Mar 16 2009 18:26:53 GMT+0700 (ICT)

พอดีได้เข้ามาอ่านบทความของคุณหมอ หนูก็เพิ่งหายจากการเป็นหัด

คุณหมอวินิจฉัยว่าเป็นหัดเยอรมันนะค่ะ ก็เลยอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณหมอหน่อยนะค่ะ

1. รอยผื่นจากหัดนี่นานไหมค่ะกว่าจะจางหายไปหมด เพราะเป็นมาอาทิตย์นึงแล้วจากรอยแดงเป็นรอยดำจางๆ มันจะเป็นไปอีกนานไหมค่ะ

2. ครีมบำรุงผิวต่างๆที่เคยใช้ประจำอยู่สามารถทาได้ตามปกติไหมค่ะ เช่นครีมบำรุงผิวหน้า มันจะก่อให้เกิดอาการแพ้ไหมค่ะคุณหมอ (เพราะปกติหนูมาร์คหน้าเป็นประจำนะค่ะ) เราสามารถทำได้เป็นปกติได้หรือเปล่าค่ะ

3. เราเป็นหัดแล้วจะมีภูมิคุ้มกันเองเลยใช่ไหมค่ะ

ขอบคุณคุณหมอนะค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.49.236
เขียนเมื่อ Mon Mar 16 2009 23:57:05 GMT+0700 (ICT)

ต้องขออภัยที่ตอบล่าช้า เอารายน้องหมีพูก่อน อายุ 7 เดือนไม่น่าเป็นหัดครับ อาจเกิดจากไวรัสชนิดอื่น ยิ่งถ้าไม่มีอาการไอยิ่งไม่น่านึกถึง อย่างไรก็ดี ความน่ากลัวของหัดในเด็กเล็กก็อยู๋ตรงที่ท้องเดินนี่แหละ ถ้าถ่ายมากๆเด็กก็แย่ได้เหมือนกัน ถ้าจะยืนยันต้องตรวจ Measles antibody IgM และ Rubella IgM

เลีอดจางนี่คงต้องตรวจเพิ่มเติมว่ามีโรคเลือดอื่นซ่อนอยู่หรือไม่ อาจเป็นธาลัสซีเมียก็ได้

เรื่องการป้องกันต้องไม่ให้เด็กอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลยถ้ายังไม่แน่ใจว่ามีภูมิคุ้มกันหรือยัง ถ้ายังโผล่เข้ามาในห้องโดนเลยครับ เพราะถ้าเป็นหัดติดต่อง่ายมาก ทางการหายใจ

หายแล้วส่งข่าวมาบ้างว่าตกลงผลเลือดเป็นโรคอะไรกันแน่

สำหรับน้องหนู ถ้าตัวดำลายหมอไม่เชื่อว่าเป็นหัดเยอรมันนอกจากมีผลเลือดพิสูจน์ เพราะหัดเยอรมันเวลาหายตัวไม่ดำลายนาน ถ้าเป็นหัดตัวจะดำลายอยู่เป็นอาทิตย์ บางคนเกือบเดือน ยังดำอยู่เลย แถมยังไอเป็นอาทิตย์  ครีมบำรุงผิวใช้ได้ปกติครับ และถ้าเป็นหัดหรือหัดเยอรมันจะมีภูมิคุ้มกันไปชั่วชีวิต

ภัทรินทร์
IP: xxx.24.156.244
เขียนเมื่อ Thu Mar 26 2009 17:30:10 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอค่ะ

พอดีว่าไปตรวจที่โรงพยาบาลมาแล้วค่ะว่าเป็นหัดค่ะ

หลังจากไข้หายแล้วผื่นก็เริ่มขึ้นที่หน้าก็เมื่อวันวันอังคารที่ 24 ค่ะ

วันต่อมาผื่นที่หน้าจางลงแต่ที่แขนมันเพิ่มขึ้น

เท่าที่อ่านที่คุณหมอเขียนก็คงเป็นหัดแน่นอน

แต่อยากทราบว่าวันจันทร์ที่ 30ต้องเดินทางไปต่างจังหวัดแล้วมีเด็กอายุ 7 เดือนไปด้วย

แล้วอย่างนี้จะหายทันไหมค่ะ กลัวเด็กจะติด

และถ้าผื่นหายก็หมายความว่าหายจากหัดแล้วรึเปล่าค่ะ

ฝากคุณหมอช่วยส่งกลับมาทางอีเมลหน่อยนะค่ะ

q_witted@hotmail.com

ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.49.177
เขียนเมื่อ Thu Mar 26 2009 23:00:00 GMT+0700 (ICT)

คุณภัทรินทร์ครับ ถ้าผื่นหัดขึ้นวันที่ 24 วันที่ 30 ก็ยังคงมีโอกาสทำให้เด็กติดเชื้ออยู่ครับ แต่น้อยลงไปมากแต่เท่าที่อ่านมา ยังไม่เห็นมีหลักฐานอะไรบ่งชี้ว่าหัด แน่ๆ สักอย่าง แต่ผื่นขึ้นแบบนี้อาจจะเป็นไวรัสอื่นได้ตั้งหลายอย่าง  ถ้าเป็นหัดป่านนี้ยังไอมากอยู่เลย ผื่นก็คงไม่หายไปเฉยๆ น่าจะมี่ตัวดำลาย และไม่ทราบว่าคุณหมอได้ตรวจ measles antibody IgM เอาไว้หรือเปล่า หัดเยอรมันก็ยังอยู่ในข่ายที่คิดถึงได้ ถ้าไม่ไอ และตัวไม่ดำลาย ผื่นหายแล้วถ้าไม่มีโรคแทรกซ้อน ก็ถือว่าน่าจะผ่านระยะที่อันตรายของหัดมาแล้ว ยกเว้นอาการสมองอักเสบที่เกิดตามหลังเป็นหัดซึ่งไม่มีใครเดาได้ว่าจะเกิดกับคนไข้คนไหนที่ jackpot

ภลดา่
IP: xxx.121.201.234
เขียนเมื่อ Mon Mar 30 2009 20:54:47 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ พอดีว่าไปตรวจที่โรงพยาบาลมาค่ะ คุณหมอบอกว่าเป็นหัด แต่ไม่ใช่หัดไทยกับหัดเยอรมัน เพราะอาการไม่เหมือน ท่านบอกให้รอดูอาการก่อน อยากให้คุณหมอให้คำแนะนำหน่อยว่าควรทำอย่างไรดี อาการมีดังนี้ค่ะ

1. มีจุดเล็กๆ สีแดงจ้ำๆ อยู่บนผิวหนังค่ะ แต่ไม่ึ้ขึ้นที่หน้านะค่ะ ขึ้นทั้งตัว ยกเว้นหน้าที่เดียวค่ะ แขน ขามี เป็นมา 4 วันแล้วค่ะ แต่วันนี้เริ่มคันที่หลังหูแล้วค่ะ แต่บางอาการก้อยังไม่ตรงกับที่คุณหมอบอกอยู่ดี

2. อาการไข้ไม่มี ไอไม่มีนะค่ะ แต่อาจมีตัวลุ่มๆ เล็กน้อย

3. ก่อนหน้านี้มีเสมหะบ้างค่ะ เวลาตื่นนอนมา แต่ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว

ตกลงมันใช่หัดหรือป่าวค่ะ เพราะอ่านดูแล้วไม่ค่อยตรง

ดิฉันต้องทำตัวยังไงค่ะ ต้องไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกหรือป่าว

ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ

หนูดี
IP: xxx.28.124.35
เขียนเมื่อ Tue Mar 31 2009 13:18:21 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ พอดีว่าหนูมีเรื่องขอคำชี้แนะนะค่ะ พอดีว่าตอนนี้หนูท้องได้ 3เดือนครึ่งแล้วค่ะคุณหมอ แต่ที่หนูกลัวนั้นคือ ตอนที่หนูท้องได้ 2เดือนย่างเข้า 3เดือนหนูเป็นหัด แต่ไปหาหมอแล้วหมอบอกว่าเป็น หัดธรรมดาค่ะแต่ที่หนูดูว่า หลังหูหนูมีต่อมน้ำเหลืองบวมขึ้นมาเป็นลูกๆ เลยค่ะ และก็เป็นต่อมที่คออีกหลายตุ่มเลย และเป็นไข้ประมาณ 3 วัน แล้วผื่นที่ตัวก็หายหมดเลยค่ะ แม่ของหนูให้หนูกินยา ชุดแก้ไข้ ประมาณ 5 ชุดได้ค่ะ แล้วอย่างนี้จะมีผลต่อเด็กในท้องมั้ยค่ะ (ตอนที่ไปหาหมอไม่ได้บอกคุณหมอว่าท้องนะค่ะจะทำยังไงดีค่ะ)?

คุณหมอค่ะหนูขอคำแนะนำและแก้ไขปัญหาได้มั้ยค่ะ

1. คุณหมอว่าเด็กในท้องในตอนนี้จะเป็นยังไงบ้างค่ะ

2. แล้วอย่างนี้หนูควรจะเก็บไว้ดีมั้ยค่ะ

คุณหมอช่วยตอบหนูด้วยนะค่ะตอนนี้เป็นกังวนมากเลยค่ะ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณคุณหมอมากนะค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.52.165
เขียนเมื่อ Tue Mar 31 2009 16:20:08 GMT+0700 (ICT)

คุณหนูดีครับ

หนูควรไปเจาะเลืือดตรวจ measles Ab IgM, IgG และ Rubella Ab IgM.IgG ผลออกมาเป็นอย่างไร ปรึกษาสูติแพทย์ที่หนูฝากท้องได้เลยครับ

หนูดี
IP: xxx.28.124.35
เขียนเมื่อ Thu Apr 02 2009 15:43:54 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอค่ะพอดีว่าหนูยังไม่ได้ฝากท้องเลยค่ะ คือจริงๆๆหนูไม่พร้อมเลยค่ะหมอ

แต่หนูไม่รู้จะทำยังไงค่ะ หนูกลัวเด็กจะพิการค่ะ แล้วที่สำคัญหนูเรียนอยู่ใกล้จะจบแล้วค่ะปีนี่ แล้วหนูเคยเป็นเนื้องอกในหน้าอก กล้วมันจะกายค่ะ แต่หนูไปผ่ามาแล้วค่ะ เนื้องอกประมาณ เกือบ10 ซม.ได้ค่ะ แต่หมอบอกว่ามันยังมีอยู่ทั้งสองข้างมันไม่หายด้วย แต่หนูผ่ามาได้2ปีแล้วค่ะ และเมื่อต้นๆๆธันวาคมที่ผ่านมา หนูก็ไปผ่าที่เปลือกตามาค่ะ มันเป็นก้อนปวมประมาณใหญ่กว่าสาคูเม็ดใหญ่ค่ะ ตอนนี่หนูก็เลยเครียดมากๆๆเลยค่ะ

ทำยังไงดีค่ะคุณหมอ

ขอคุณหมอมากค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.44.46
เขียนเมื่อ Thu Apr 02 2009 22:23:13 GMT+0700 (ICT)

รีบไปฝากท้องเลยครับ เด็กมันเกิดมาแล้วไม่พร้อมก็ต้องสู้แล้วละครับ หนูอายุยังน้อยเนืองอกที่หน้าอกโอกาสเป็นมะเร็งไม่น่าจะต้องคิดถึง ไม่เห็นจะน่าเครียดเลย ก้อนที่เปลือกตาก็คงเป็นก้อนไขมัน ยิ่งไม่เกี่ยวกันใหญ่

B
IP: xxx.9.218.167
เขียนเมื่อ Tue Apr 07 2009 16:10:35 GMT+0700 (ICT)

มีไข้4วันแล้วครับ ทานtyrenolแล้วลง ตอนนี้ไข้ตำลงเหลือ38 มีผื่นแดงนูนตำขึ้นเป้น

กว้างๆ ที่แขนจะชัด ลำตัวก็มีแต่ไม่ชัดเท่า ผื่นดูคล้ายหัดมาก ไปหาหมอมา ท่านบอกว่า

เป็นหัด (CBC WBC ตำกว่าปกติ platelet 200,000) พอมาอ่านบทความเลยสงสัยว่า

1. ผมไม่มีอาการไอเลยครับ,ต่อมนำเหลืองไม่โต กดเจ็บเล็กน้อย

2. ไม่มีผื่นที่หน้าเลยครับ

3. ไม่พบkoplick spot ครับ

4. ผมเคยเป็นหัดที่มีอาการเหมือนที่คุณหมอบอกตอนอายุ16 ตอนนี้40แล้ว

ผมจะเป็นหัดอีกรอบได้มั้ยครับ หรือ เป็นอะไรอย่างอื่น

ขอขอบพระคุณคุณหมอมากครับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.52.232
เขียนเมื่อ Tue Apr 07 2009 21:16:21 GMT+0700 (ICT)

ผมไม่ซื้อครับว่าเป็นหัด น่าจะเป็นผื่นจากสาเหตุอื่น เช่น จากเชื้อไวรัสอื่น จากการแพ้ยา หรือแพ้อะไรสักอย่าง มีโรคตั้งหลายอย่างทีมีอาการเป็นผื่นคล้ายหัดครับ

โอม
IP: xxx.7.150.38
เขียนเมื่อ Fri Jun 12 2009 09:28:38 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์ครับเเล้วผื่นเเดงที่เกิดขึ้น มันจะกลายเป็นแผลเป็นรึเปล่าครับ

รึว่ามันจะหายเปนปกติเอง

เเล้วถ้าเเฟนผมเป้น มาประมาณ 5 วันเเล้ว เราจะสามารถนอน

เตียงเดียวกันได้มั้ย เพราะตอนนี้กลัวติดโรคจากแฟน

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.107
เขียนเมื่อ Sat Jun 13 2009 07:02:57 GMT+0700 (ICT)

ถ้าเป็นผื่นจากหัดเวลาหายมักจะดำอยู่ระยะเวลาหนึ่ง แต่ไม่เป็นแผลเป็นสุดท้ายจะไม่เห็นร่องรอยอะไร  แฟนเป็นถ้ามันจะติดติดไปนานแล้ว รอแค่ระยะเวลาฟักตัวประมาณ 2-3 สัปดาห์ ถ้าไม่มีภูมิคุ้มกันจากวัคซีนหรือจากการที่เคยเป็นมาก่อน ค่อนข้างติดแน่ รออาการแล้วกันครับถ้าอีก 2-3 สัปดาห์ไม่เป็นแสดงว่ามีภูมิแล้ว

จอย
IP: xxx.49.127.206
เขียนเมื่อ Fri Jul 03 2009 09:16:10 GMT+0700 (ICT)

หนูตั้งครรภ์ได้ 20 สัปดาห์ พอดีไปสัมผัสกับเด็กอายุ 4-6 เดือน ที่มีอาการไข้ มีผื่นแดง คาดว่าน่าจะเป็นหัด จากนั้น อีก 2 วันถัดมา หนูก็เริ่มเจ็บต่อมน้ำเหลืองและมีผื่นขึ้น โดยเริ่มขึ้นที่ท้องก่อน จากนั้นก็เริ่มขึ้นที่แขน ใบหน้าหน้าและขา ตามลำดับ ขอปรึกษาหมอดังนี้ค่ะ

1. เด็กที่หนูสัมผัสมีโอกาสเป็นหัดเยอรมันหรือไม่ค่ะ

2. ถ้าเด็กเป็นหัดธรรมดา การติดหัดของหนูจะเป็นหัดธรรมดาหรือหัดเยอรมันคะ

3. ระยะฟักเชื้อของหัดเยอรมัน 7-14 วัน ทำไมหนูติดหัดและออกอาการเร็วจังคะ

4. ถ้าหนูติดหัดจริง ๆ จะมีผลกับลูกในท้องแค่ไหนค่ะ อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ อวัยวะภายในของลูกหนู สมบูรณ์แค่ไหนค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.52.197
เขียนเมื่อ Sat Jul 04 2009 23:11:58 GMT+0700 (ICT)

รีบไปหาหมอสูติ  ให้ช่วยส่ง Rubella titer และ Measle IgM antibody ให้รู้แน่ว่าเป็นโรคทั้งสอง จริงหรือเปล่า   ส่วนใหญ่เด็ก 4-6 เดือนไม่ค่อยเป็นหัด หรือหัดเยอรมัน  ส่วนใหญ่จะเป็นโรคไข้ออกผื่นในเด็กชนิดอื่น  สัมผัสโรคมาแค่สองวัน มีไข้ออกผื่น คงไม่ได้มาจากเด็กดังกล่าว น่าจะมาจากคนอื่นที่เคยเจอ 1-2 สัปดาห์ก่อน  ถ้าเป็นหัดธรรมดา เคยมีรายงานว่ามีผลต่อเด็กในท้อง แต่ไม่มากเท่าหัดเยอรมัน เด็ก 20 สัปดาห์มอวัยวะครบทุกอย่างแล้วครับ เพียงแต่อาจจะยังไม่สมบูรณ์ 100%

จอย
IP: xxx.49.157.138
เขียนเมื่อ Sun Jul 05 2009 17:30:12 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้หนูรอผลตรวจอยู่ค่ะ แต่ว่าติดวันหยุดติดต่อ หนูก็เลยต้องรอนาน ไม่สบายใจเลยค่ะ

รบกวนถามหมอเพิ่มเติมนะคะ

1. หนูจำได้ว่าตอนป.6 ได้ฉีดวัคซีนหวัดไปแล้วจากโรงเรียน แต่ทำไมยังมีอาการแบบนี้อีกคะหรือว่าวัคซีนหมดอายุค่ะ หรือมีโรคอื่น ๆ ไหมคะ ที่มีอาการใกล้เคียงกับหัดเยอรมัน

2. เด็ก 20 สัปดาห์ มีอวัยวะครบทุกอย่างแต่ยังไม่สมบูรณ์100% หากมีการติดหัดเยอรมันจริง จะมีผลต่อการเจริญเติบโตต่อไปอย่างไรบ้างคะ

3. หากผลออกมาว่าเป็นหัดเยอรมันจริง อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ คุณหมอคิดว่าหนูควรตัดสินใจอย่างไรคะ เปอร์เซนต์ที่ลูกจะพิการมากน้อยแค่ไหนคะ เพราะหมอที่ฝากครรภ์บอกว่าจะไม่ีรับทำแท้ง และไม่มีสถานที่แนะนำใด ๆ ทั้งสิ้น คือหนูอยากรู้ว่าที่ผ่านมาคนที่พบปัญหาแบบหนู เค้าตัดสินใจกันอย่างไรบ้าง

4. หากตอนนี้หนูให้หมออุลตร้าซาวน์ ให้ดูจะมองเห็นความผิดปกติอะไรไหมคะ หรือมีวิธีอื่นไหมคะที่จะทำให้ทราบว่าเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นบ้าง ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ ตอนนั้ไม่สบา่ยใจเป็นอย่างมากค่ะ

ขอบคุณคุณหมอมากค่ะ

เก่ง
IP: xxx.25.50.95
เขียนเมื่อ Tue Jul 07 2009 18:15:22 GMT+0700 (ICT)

รบกวนคุณหมอช่วยตอบหน่อยค่ะ พอดีมีอาการมือลอกเท้าลอกไม่รู้ว่าเป็นไรเป็นมานานแล้ว มันน่ารำคาญมากค่ะช่วยตอบทีว่าต้องซื้อยาไรมาทาหรือมากินถึงจะหายขาดค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.220
เขียนเมื่อ Thu Jul 09 2009 06:40:32 GMT+0700 (ICT)

คุณจอย

ถ้าฉีดวัคซีนตอน 6 ขวบน่าจะมีภูมิครับ

เด็ก 20 สัปดาห์ในครรภ์ส่วนใหญ่ถ้าติดหัดเยอรมันจริงเสี่ยงมากครับที่เด็กจะพิการ ผลสุดท้ายส่วนใหญ่หมอสูติบอกให้ทำแท้ง แต่ก็มีบางคนขอวัดดวง ตอนนี้ไปอัลตร้าซาวน์ก็อาจจะมองไม่เห็นอะไร

คุณเก่ง

มือเท้าลอกเป็นๆหายๆต้องหาต้นตอให้เจอส่วนใหญ่แพ้น้ำยาเคมีที่มาสัมผัสกับมือ ควรไปพบแพทย์ผิวหนังให้สั่งยากินยาทา ให้รักษาอย่างต่อเนื่อง

จอย
IP: xxx.31.11.177
เขียนเมื่อ Fri Jul 10 2009 20:05:54 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้คุณหมอแจ้งผลการตรวจเลือดแล้วค่ะว่าไม่พบเชื้อหัดเยอรมัน แต่ตัวหนูเองก็ไม่มีภูมิคุ้มกันมาก่อน หนูมีคำถามจะถามคุณหมอสุทัศน์ เพิ่มเติมดังนี้ค่ะ

1. คุณหมอคิดว่า หนูควรตรวจซ้ำอีกครั้งไหมค่ะ เพราะหนูเคยอ่านใน Web เห็นว่าบางที

จะต้องมีการตรวจซ้ำอีกรอบ

2. ผื่นจากหัดเยอรมันที่อ่านข้อมูลมาจะหายโดยใช้เวลาประมาณ 3 วัน แต่ผื่นของหนูใช้

เวลาทั้งหมด 8-9 วัน หลังจากผื่นหาย ยังมีรอยคล้ายขี้ไคลเหลืออยู่ด้วย คุณหมอพอมี

ข้อมูลไหมค่ะว่า เป็นผื่นอะไร

ขอบคุณคุณหมอค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.48.19
เขียนเมื่อ Wed Jul 15 2009 23:33:52 GMT+0700 (ICT)

หายแล้วตัวดำลายก็น่าจะเป็นหัด  ไม่ต้องไปตรวจซ้ำหรอกครับ น่าจะชัวร์ แต่น่าจะฉีดวัคซีนซะ  ถ้ายังไม่มีภูมิ

เมทินี
IP: xxx.137.148.194
เขียนเมื่อ Mon Jul 20 2009 07:37:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณ หมอ คือดิฉันมีเรื่องรบกวนอยากจะถามอาการของดิฉันหน่อยค่ะ

ดิฉันมีไข้ คั่นเนื้อคั่นตัว ตั้งแต่วันที่7ก.ค. จนถึงวันที่9ก.ค. ดิฉันตัดสินใจไปหาหมอเพราะกลัวเป็นไข้หวัดใหญ่2009 อาการไข้สูงของดิฉัน ไม่มีน้ำมูกและไม่เจ็บคอแต่อย่างใด คุณหมอทั้งตรวจปัสสวะ ตรวจเลือด และตรวจเสมหะ และบอกว่าเป็นอาการมีไข้ธรรมดาค่ะ หมอให้ยาลดไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาปฏิชีวนะ ดิฉันไข้ลดค่ะ

แต่หลังจากนั้นประมาณหนึ่งอาทิตย์ ดิฉันก็กลับมามีไข้อีกครั้ง ครั้งนี้ไปหาหมอ ได้รับยามาคือ ยาลดไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ ยาปฏิชีวนะตัวใหม่ และก็ยาแก้แพ้ค่ะ ดิฉันกินยาได้ซักสามถึงสี่มื้อ อาการไข้ของดิฉันลดลงแล้วน่ะค่ะ แต่ก้อเริ่มขึ้นผื่นสีแดงเล็กๆตามแขน ขา เห็นชัดค่ะ หน้าด้วยรึปล่าวไม่แน่ใจค่ะ มีอาการคันร่วมด้วยค่ะหมอ ตอนนั้นดิฉันกินยาลดสิวของคลินิกหมอที่หนึ่ง ร่วมด้วยค่ะ แต่พอขึ้นผื่น ดิฉันก็หยุดยาทุกชนิด

ดิฉันอยากทราบว่า อาการของดิฉันเป็นอาการของ หัด หรือปล่าวค่ะ ดิฉันลองถามแม่ดูแม่ก็บอกว่าจำไม่ได้ว่าดิฉันได้รับวัคซีนครบมั้ยค่ะ ถ้าเป็นดิฉันต้องทำอย่างไรบ้างค่ะ

ดิฉันจะไปหาหมอวันนี้เย็นค่ะ รู้สึกกังวลใจมากค่ะหมอ ไม่รู้เป็นอะไร พักนี้ ดูจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพบ่อยๆ

แป้ง
IP: xxx.144.180.65
เขียนเมื่อ Tue Jul 21 2009 23:48:41 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

คือตอนนี้หนูมีผื่นแดงขึ้น ซึ่งครั้งแรก เป็นอาการตัวลุมๆ สัก 1 วันค่ะ แต่ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่เจ้บคอ ต่อมน้ำเหลืองที่คอและหลังใบหุก็ไม่โตค่ะ แต่ไม่แน่ใจค่ะ รู้สึกว่าอน้ำเหลืองตรงบริเวณขาหนีบด้านหน้า (ไม่รู้จะใช่หรือป่าว)โตเล็กน้อยนะค่ะ อาการของผื่นมีผื่นขึ้นบริเวณใบหน้าก่อนค่ะ แล้วค่อยๆลามมาที่ตัว แล้วลงมาที่ขาและเท้าค่ะ หนูไม่แน่ใจว่าจะใช่อาการของโรคหัดหรือเปล่าค่ะ แล้วถ้าเป็นหัดแล้วจะหายไหมค่ะ แล้วควรปฏิบัติตัวเช่นไรค่ะ (หนูไปพบแพทย์มาแล้วค่ะ แต่แพทย์คนนั้นสงสัยว่าคงจะจบใหม่ เพราะเค้าไม่ถามอาการ ไม่ดูเลยว่าหนูเป็นผื่นลักษณะไหน ตรงไหนบ้าง แล้วเค้าก็สั่งยาแก้ไข้ แก้แพ้ และยาคลายกล้มเนื้อนะค่ะ หนูก็งงงเล้กน้อย ) วันนี้ก็เลยอยากจะรบกวนคุณหมอช่วยให้ความรู้กับหนูด้วยนะค่ะ ตอนนี้หนูอายุ 29 จะมีโรคแทรกซ้อนไหมค่ะ กังวลค่ะ เพราะช่วงนี้โรคแปลกๆๆเยอะมากๆๆค่ะ

ขอบคุณค่ะ

แพตตี้
IP: xxx.28.183.10
เขียนเมื่อ Sun Jul 26 2009 19:23:54 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ หนูมีเรื่องอยากจะให้ช่วยวินิจฉัยหน่อยค่ะว่าพี่สาวหนูเป็นอะไร

ตอนแรกมีผื่นขึ้นทั่วตัวแต่ไม่ขึ้นหน้า ลักษณะใสๆคล้ายอีสุกอีใส ไปหาหมอหมอบออกว่าเป็นอีสุกอีใส ให้ยามากิน กินเป็นอาทิตย์ ผื่นนั้นหาย แต่มีผื่นลักษณะอื่นขึ้นมาแทน จะเป็นแบบผื่นแดง ตุ่มเล็กๆแต่ใสขึ้นตามมากตามรักแร้ ขาหนีบ ต้นขา และก้น ไปหาหมอหมอบอกว่าแพ้ยา กินยาหมอแล้วเริ่มหาย แต่ก้อขึ้นมาใหม่คราวนี้ขึ้นตามฝ่ามือด้วยค่ะ ลักษณะ ใสๆ พอโดนความร้อนก้อจะแข็งสากๆ ลอกเหมือนมือลอกแต่ลอกลึกกว่า จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเป็นอะไร หนูรบกวนคุณหมอช่วยตอบกลับด้วยนะคะ

แล้วอาการของโรคSLEมันเป็นยังไงบ้างคะ ผื่นเป็นงยังไง ขอบคุณมากค่ะ

อรรถพล
IP: xxx.128.6.234
เขียนเมื่อ Sun Aug 09 2009 21:08:56 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอที่เคารพ

ผมมีเรื่องรบกวนถามคุณหมอครับ คือผมมีอาการคล้าย คุณความเห็นที่ 47 ผมเริ่มมีไข้ เมื่อประมาณตอนเย็นของวันที่ 5 ส.ค.52 ตกกลางคืนประมาณตี 4 ผมมีอาการหนาวสั่นมาก มีไข้สูง ไอ แต่ไม่เจ็บคอ จึงลุกมากินยาพาราฯ ไป 2 เม็ด ตอนเช้าไปหาหมอที่ โรงพยาบาล เพราะกลัวเป็นไข้หวัดสายพันธ์ใหม่ 2009 หมอตรวจแล้วให้ยาลดไข้ ยาคลายกล้ามเนื้อ และยาปฏิชีวนะ ยาแก้แพ้ แก้ไอ และบอกว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา แต่ผมขอคุณหมอตรวจละเอียดให้ผมหน่อย หมอจึงเอาก้านสำลีคล้าย คัตตอนบัต แหย่ไปในลำคอเพื่อป้ายเอาน้ำลายหรืออะไรผมก็ไม่รู้ไปตรวจ แล้วบอกอีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ จะทราบผล ผมกลับบ้าน ก็ยังมีไข้ และทานยาที่คุณหมอให้มาอีกสามวัน ไข้ก็ลดไม่มีไข้แต่ยังมีอาการปวดกล้ามเนื้อ เป็นหวัด มีน้ำมูกเล็กน้อย และไอมากกว่าเดิม พอวันที่ 8 ส.ค. ตอนเย็นหลังอาบน้ำ รู้สึกมึฝื่นเม็ดเล็ก ๆ ขึ้นบริเวณแผ่นหลังเต็มไปหมด ผมไม่รู้ว่าเป็นอะไร ก็ทานยาตามปกติ ตกตอนเช้า ฝื่นเริ่มขึ้นลามไปทั่วตัว ขา แขน แต่ไม่มาก มีอาการคันเล็กน้อย แต่ใบหน้าไม่ขึ้น แม่ผมบอกว่าน่าจะเป็นหัด จึงให้กินใข่เป็ดต้ม เพื่อให้ฝื่นขึ้นหมด ๆ จะได้หาย (คนโบราณเขาว่ายังงั้นครับ)ผมก็กินแต่อาการก็ยังเหมื่อนเดิม คือ ไอนี่เป็นหลัก ไอจนเจ็บหน้าอก เจ็บที่ท้องน้อยหมด ส่วนไข้ไม่มี ฝื่นยังมีเหมือนเดิม ต่อมน้ำเหลืองบริเวณคอและหลังใบหูไม่โต ปกติดี ขอถามคุณหมอดังนี้ครับ

1 ผมเป็นโรคหัดหรือไม่ครับ

2 ผมควรไปให้หมอตรวจซ้ำอีกครั้งหรือไม่ครับ

3 และถ้าผมเป็นโรคหัด ผมควรปฏิบัติตัวอย่างไร

4 ผมควรไปฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัดหรือไม่ (ไม่ทราบว่าตอนเด็กได้ฉีดหรือไม่)

ขอขอบพระคุณคุณหมอเป็นอย่างสูงครับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.47.201
เขียนเมื่อ Fri Aug 21 2009 01:20:48 GMT+0700 (ICT)

คุณเมทินี ป่านนี้คงหายแล้วไม่มีผื่นที่หน้า ไม่ไอ คงไม่ใช่หัด ต้องขออภัยเพราะ เดื่อนกค-กลางสิงหา ผมทั้งเรียนทั้งเดินทางไม่มีเวลาเปิดเมล์เลยครับ

คุณแป้งเท่าที่เล่ามาแยกไม่ได้ว่าเป็นหัดหรือแพ้ยา ป่านนี้คงหายแล้วเหมือนกัน ลองเล่าให้ฟังเพิ่มว่า การดำเนินของโรคต่อไปเป็นอย่างไรและได้เจาะเลือดตรวจหรือเปล่าว่าเป็นหัดหรือหัดเยอรมันหรือไม่

คุณแพตตี้ หมออ่านแล้วก็ยังไม่ทราบว่าพี่สาวหนูเป็นอะไร แต่คิดถึงแพ้ยามากที่สุด  SLE ผื่นและอาการไม่เหมือนกับที่หนูเล่ามา เรื่องยาวครับเรื่องโรคเอสแอลอี

คุณอรรถพล อยากรู้ว่าเป็นหัดหรือไม่น่าจะเจาะเลือดดู ควรไปให้หมอตรวจซ้ำครับ และ ตอนเด็กควรฉีดวัคซีนป้องกันหัดเป็นอย่างยิ่ง  โตแล้วไม่จำเป็นครับ ถ้าเป็นก็รักษาตัวตามที่หมอแนะนำ แต่ถ้าเป็นหมอดูเอง ผมมักจะจับนอนโรงพยาบาลเจาะเลือดตรวจเป็นระยะ ถ่ายรูปอาการแต่ละระยะไว้เป็นหลักฐาน ไม่เห็นจะต้องกังวลเลยครับ เป็นหัดตอนโต ถ้าไม่มีโรคร้ายๆซ่อนอยู่ ไม่ได้ตั้งครรภ์ ไม่ได้แก่จัดๆ แล้วเพิ่งมาเป็นส่วนใหญ่นอนพักสัก 1-2 สัปดาห์เดี๋ยวก็หาย

 

ลูกตาล
IP: xxx.11.99.207
เขียนเมื่อ Sun Oct 11 2009 19:45:28 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ มีเรื่องจะปรึกษาค่ะ

หนูมีอาการผื่นแดงขึ้นที่ตัวค่ะ ไปหาหมอ หมอให้ตรวจเลือดดู ปรากฎมีเชื้อไวรัสค่ะ หมอให้ยาแก้แพ้ฟาทีน วิตตามินซี และTA MILKมาค่ะ หมอบอกว่าอาการคล้ายๆหัดไท อยากทราบว่าแบบนี้น่ากลัวไหมค่ะ ติดต่อทางไหนบ้างค่ะ

รบกวนด้วยนะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
IP: xxx.8.52.108
เขียนเมื่อ Sun Oct 11 2009 22:12:25 GMT+0700 (ICT)

คุณลูกตาล

แสดงว่าหมอเขาวินิจฉัยว่าหนูเป็นหัด measles แต่ผลเลือดที่ว่่าติดเชื้อไวรัส คงเป็นแค่ความน่าจะเป็น เพราะผลเลือดยืนยันว่าเป็นหัดอาจจะต้องรอ6-8สัปดาห์  ส่วนมากอาศัยอาการเป็นตัววินิจฉัย อ่านรายละเอียดที่หมอเขียนเอาไว้ น่าจะเพียงพอ ในสายตาหมอหัดเป็นโรคที่ประมาทไม่ได้ อาจมีอาการแทรกซ้อนรุนแรงตามมา ประวัติศาสตร์โรคนี้คร่าชีวิตมนุษย์ไปเป็นล้าน แต่ส่วนมากในคนที่ไม่ได้เป็นโรคขาดอาหารหรือภูมิคุ้มกันไม่บกพร่อง ก็ถือเป็นโรคที่สมัยนี้ไม่ได้น่ากลัวอะไร เมื่อเทียบกับโรคอื่นๆ

ธันยา
IP: xxx.142.70.66
เขียนเมื่อ Tue Dec 08 2009 19:26:57 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่่ะหนูมีปัญหารบกวนถามคือตอนนี้หนูอยู่ที่อินโดนีเซียดิฉันมีอาการเป็นเม็ดเล็กๆขึ้นทั่วทั้งตัวโดยเริ่มจากบริเวณต้นแขนทั้ง2ข้างก่อนและก็รามมาที่แขนลำตัวและก๊ขา

มีอาการคันร่วมด้วยมีไข้เล็กน้อยไอเล็กน้อยประมาณ2วันหลังตื่นนอนรู้สึกคอแห้งต่อมนำ้เหลืองโตเล็กน้อยแต่หลังจากด่ืมนำ้มากๆอาการต้อมนำ้เหลืองโตก็หายไปค่ะเป็นมา2วันแล้วค่ะไปหาหมอค่ะแต่ก็ให้ยาแก้แพ้กับครีมมาทาแล้วก็วิตามินซีมากินอาการผ่ืนแดงและอาการคันยังมีอยู่ท่ีหน้าก็ข๋้ึนด้วยค่ะอยากทราบว่าอาการท่ีเป็นอยู่ใช้เป็นหัดหรือเปล่าค่ะ

คุณแม่น้องโมเดมส์
IP: xxx.53.126.67
เขียนเมื่อ Tue Dec 08 2009 22:41:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดี่ค่ะ คือมีปัญหารบกวนสอบถามเกี่ยวกับลูกชาย ตอนนี้อายุได้ 3 ขวบครึ่ง ได้รับวัดฉีนป้องกัน หัด หัดเยอรมัน และอีสุกอีใสแล้ว แต่ตอนนี้ลูกชายมีผื่นแดงขึ้นที่ท้อง และด้านหลัง ตามรักแร ขาหนีบ ไม่มีไข้ค่ะ แต่มีน้ำมูก และมีอาการไอมาก อยากทราบว่าลูกชายเป็นหัดรึปล่าวค่ะ ถ้าไม่ใช่แล้วลูกชายเป็นอะไรค่ะ มีวิธีรักษาอย่างไร

ขอบคุณค่ะ

ธันยา
IP: xxx.142.70.66
เขียนเมื่อ Wed Dec 09 2009 00:57:12 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่่ะหนูมีปัญหารบกวนถามคือตอนนี้หนูอยู่ที่อินโดนีเซียดิฉันมีอาการเป็นเม็ดเล็กๆขึ้นทั่วทั้งตัวโดยเริ่มจากบริเวณต้นแขนทั้ง2ข้างก่อนและก็รามมาที่แขนลำตัวและก๊ขา

มีอาการคันร่วมด้วยมีไข้เล็กน้อยไอเล็กน้อยประมาณ2วันหลังตื่นนอนรู้สึกคอแห้งต่อมนำ้เหลืองโตเล็กน้อยแต่หลังจากด่ืมนำ้มากๆอาการต้อมนำ้เหลืองโตก็หายไปค่ะเป็นมา2วันแล้วค่ะไปหาหมอค่ะแต่ก็ให้ยาแก้แพ้กับครีมมาทาแล้วก็วิตามินซีมากินอาการผ่ืนแดงและอาการคันยังมีอยู่ท่ีหน้าก็ข๋้ึนด้วยค่ะอยากทราบว่าอาการท่ีเป็นอยู่ใช้เป็นหัดหรือเปล่าค่ะ

ปล.ช่วยตอบด้วยนะค่ะเพราะอยู่ไกลกังวลมากกับการส่ือสารกับแพทย์และพยาบาลท่ีน้ี

ธันยา
IP: xxx.142.70.66
เขียนเมื่อ Wed Dec 09 2009 00:57:15 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่่ะหนูมีปัญหารบกวนถามคือตอนนี้หนูอยู่ที่อินโดนีเซียดิฉันมีอาการเป็นเม็ดเล็กๆขึ้นทั่วทั้งตัวโดยเริ่มจากบริเวณต้นแขนทั้ง2ข้างก่อนและก็รามมาที่แขนลำตัวและก๊ขา

มีอาการคันร่วมด้วยมีไข้เล็กน้อยไอเล็กน้อยประมาณ2วันหลังตื่นนอนรู้สึกคอแห้งต่อมนำ้เหลืองโตเล็กน้อยแต่หลังจากด่ืมนำ้มากๆอาการต้อมนำ้เหลืองโตก็หายไปค่ะเป็นมา2วันแล้วค่ะไปหาหมอค่ะแต่ก็ให้ยาแก้แพ้กับครีมมาทาแล้วก็วิตามินซีมากินอาการผ่ืนแดงและอาการคันยังมีอยู่ท่ีหน้าก็ข๋้ึนด้วยค่ะอยากทราบว่าอาการท่ีเป็นอยู่ใช้เป็นหัดหรือเปล่าค่ะ

ปล.ช่วยตอบด้วยนะค่ะเพราะอยู่ไกลกังวลมากกับการส่ือสารกับแพทย์และพยาบาลท่ีน้ี

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.176.95.97
เขียนเมื่อ Sat Dec 12 2009 09:55:34 GMT+0700 (ICT)

คุณธันยา

ก็น่าคิดถึงหัด แต่พวกหัด หริือหัดเยอรมัน ชอบขึ้นที่หลังหูและหน้าก่อน และมักจะไอ มากขึ้นเรื่อยๆ ตามักจะแดง แต่ที่เล่ามาอาจเกิดจากไวรัสตัวอื่นที่ทำให้เกิดส่าไข้ และมีผื่นขึ้น  อาการแพ้ยาน่าจะคันมากกว่านี้  หมอก็คิดถึงติดเชื้อไวรัสธรรมดา ดูแลเรื่องอาหาร นอนให้เพียงพอ งดออกกำลังกาย พักผ่อนให้มาก ทานน้ำมากหน่อย ไม่กี่วันก็น่าจะหาย แต่ถ้าอาการมากขึ้นทานอาหารไม่ได้ ไข้ทานยาแล้วไม่ลดเลย อย่างนี้คงต้องไปเจาะเลือดตรวจดู

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.176.95.97
เขียนเมื่อ Sat Dec 12 2009 09:59:15 GMT+0700 (ICT)

คุณแม่น้องโมเดมส์

เท่าที่เล่ามาไม่เหมือน หัด หัดเยอรมัน และอีสุกอีใส แพ้ยามีความเป็นไปได้ หรืออาจเกิดจากติดเชื้อไวรัสอื่น พาไปพบแพทย์ดีกว่าไหมครับ เด็กเล็กนี่ผมว่า ปลอดภัยไว้ก่อน

atozorama
เขียนเมื่อ Sat Dec 12 2009 10:05:33 GMT+0700 (ICT)
พิชญ์สินี
IP: xxx.7.235.233
เขียนเมื่อ Wed Jan 06 2010 13:10:45 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ หนูมีเรื่องอยากปรึกษาคุณหมอค่ะ คือ เท้าของน้องชาย เป็นอาการลอกมีสะเก็ดแตก แห้ง มีผิวหนังลอกออก ไม่มีตุ่มน้ำใส คันบ้างเป็นบางครั้ง นาน ๆ มีเลือดซึมออกมา เป็นมาประมาณปีกว่า รักษากับคุณหมอผิวหนัง 3-4 ครั้งแล้วก็ไม่หายดี คงรักษาด้วยการล้างด้วยสบู่ยา และทาวาสลีนซ้ำ ใส่ถุงเท้าทุกวัน เปลี่ยนเช้า-เย็น หนูสงสารน้องชายมากเพราะน้องคงจะรำคาญที่ต้องใส่ถุงเท้าทุกวัน  พื้นบ้านที่อยู่เป็นพื้นกระเบื้อง ใช้น้ำถู ไม่ได้ใช้น้ำยาถูเพราะแม่กลัวสารเคมีจะโดนเท้าของน้อง อยากขอคำแนะนำว่าควรจะต้องรักษาวิธีใดดี    ทั้งนี้หนูขอคำแนะนำและรบกวนคุณหมอช่วยบอกด้วยว่าหนูรักษาเบื้องต้นถูกต้องหรือเปล่า และถ้าไม่ถูกจะทำอย่างไรดี   

                                                                    ขอขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ

                                                                             พิชญ์สินี

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.31.57.194
เขียนเมื่อ Thu Jan 07 2010 20:04:02 GMT+0700 (ICT)

 คุณพิชญ์สินี ไม่ควรเอาสบู่ยาไปฟอกครับ แนะนำให้ใช้สบู่เฉพาะสำหรับคนเป็นโรคผิวหนังอักเสบที่มือและเท้า ถ้าจะให้ดีอย่้าให้โดนสบู่หรือสารเคมี ไม่ล้างมือหรือเท้าบ่อย ยิ่งล้างยิ่งเป็น โรคนี้ถ้าผู้ป่วยรักษาให้ต่อเนื่องกับแพทย์ผิวหนัง ไม่นานก็จะคุมอาการของโรคได้ ลองใช้รองเท้าผ้าเิดินในบ้านแทนถุงเท้าอาจจะช่วยได้

อรชร
IP: xxx.123.26.95
เขียนเมื่อ Tue Feb 09 2010 21:08:09 GMT+0700 (ICT)

สวัวดีค่ะ คุณหมอ

หนูเพิ่งอ่านเจอบทความของคุณหมอ ที่มีประโยชน์มาก

เพราะตอนนี้พี่ของหนูเค้ามีอาการคล้าย ๆ อย่างกับที่คุณหมอกล่าวมาข้างต้น

พี่หนูเค้ามีตุ่มแดงเล็ก ๆ ขึ้นตามแขนก่อน แล้วก็ลามไปทั่วตัว มีอาการคันตามบริเวณที่มีตุ่มขึ้น

พอไปหาหมอที่เกี่ยวกับไซนัส ภูมิแพ้ หมอเค้าบอกว่าเป็นโรคภูมิแพ้ แล้วก็ให้ยามาทาน

หมอบอกว่ายานี้ต้องทานไปเรื่อย ๆ เป็นปี ๆ

หมอเค้าเจาะเลือด แล้วก็สรุปอาการให้ฟังว่า มีภูมิต้านทานที่ต่ำทุกตัวเลย คือต่ำมาก ๆ กว่าคนทั่วไป

ถึงตอนนี้ก้3อาทิตย์แล้วตุ่มก้ยังไม่ยุบ มีอาการคันอยู่ แล้วบางที่ก็ตกสะเก็ดเป็นเหมือนเกร็ดงู

พี่หนูก็ค่อนข้างเครียด เพราะทานยาแล้วตุ่มยังไม่ยอมยุบสักที

ตอนนี้พี่หนูไม่รู้ว่าเค้าแพ้อะไรกันแน่ เค้าเลิกใช้แฟ้บ น้ำยาปรับผ้านุ่ม แชมพู เพราะไม่รู้ว่าเค้าแพ้พวกนี้หรือเปล่า

พี่หนูต้องทำอย่างไรบ้าง กับการใช้ชีวิตประจำวัน

แล้วตุ่มที่ขึ้นอีกนานไหมกว่าจะยุบคะ ช่วยตอบทีนะคะ หนูจะรอคำตอบคะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

อภิญญา
IP: xxx.47.188.21
เขียนเมื่อ Fri Mar 05 2010 09:03:59 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

หนูมีปัญหาเกี่ยวกับมือและเท้าลอกค่ะ คือตอนแรกมันจะมีเป็นผื่นหรือเป็นตุ่มและคันบ้าง

และจะเริ่มแห้งและลอกเป็นขุยๆหรือเป็นสะเก็ด คันมากค่ะ เคยไปหาหมอโรคผิวหนังมา

หมอก็ให้ยามากินและทา แต่ก็ไม่หายขาด ก่อนหน้านี้ไม่เคยเป็นพึ่งจะเริ่มเป็นเมื่อปีที่แล้วตอนแรกก็เป็นน้อย

แต่ตอนนี้เป็นทั้งมือและเท้าทั้ง2ข้าง ที่มือจะเป็นดวงพอเกาจะมีน้ำใสๆออกมาและแห้งลอกค่ะบางทีตรงที่ลอกแห้งจนผิวหนังแตกออกจากกันจนเห็นเนื้อสีแดงๆเลยค่ะหนูแสบมากๆค่ะ

และตอนที่หนูไปหาหมอหมอบอกว่าเป็นภูมิแพ้ให้สังเกตุดู น่าจะแพ้ผงซักฟอกแ่ต่ลองสังเกตุแล้วถึงไม่โดนผงซักฟอกก็ยังเป็นอยู่ค่ะ

อยากทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร และควรจะดูแลและป้องกันอย่างไรคะ

ขอบพระคุณ คุณหมอล่วงหน้ามากค่ะที่ช่วยกรุณาตอบ

นัทคุง
IP: xxx.174.13.34
เขียนเมื่อ Mon Mar 08 2010 12:54:51 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับคุณหมอ สำหรับความรู้

ตอนนี้ผมก็กำลังเป็นหัด...เห็นหมอที่คลีนิคที่ผมไปรับการรักษา เค้าบอกวว่า ผมนี่เป็นเพราะการกระตุ้นของยาที่ได้รับการฉีดตอนเด็กๆ

ตอนนี้ผมอายุ 21 อาการมันเลยรุนแรงกว่าเด็ก...ตอนนี้ก็ปาเข้าไปวันที่ 6 แล้ว อาการกำเริ่มดีขึ้นนิดหนึ่ง คือ กลืนน้ำลายตัวเองแล้วไม่ค่อยเจ็บคอมากนัก

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Tue Mar 09 2010 06:03:20 GMT+0700 (ICT)

คุณอรชร เท่าที่เล่ามาอาการของพี่หนูเป็นภูมิแพ้ที่เป็นมานานต้องรักษาให้ต่อเนื่อง พวกนี้หมอต้องได้เห็นคนไข้ถึงจะให้ความเห็นได้และมักต้องคุยกันยาว

คุณอภิญญา เป็นโรคภูมิแพ้ที่มือในพวกที่มือเป๊ยกนี้บ่อย พวกนี้ต้องใช้ถุงมือ และทายาให้สมำ่เสมอ รักษายากครับ ควรแวะไปรักษาให้ต่อเนื่องกับแพทย์ผิวหนัง เพราะยาบางตัวที่ใช้ หมอที่ไม่ใช่หมอผิวหนังอาจจะไม่คุ้นเคย

คุณนัทคุง เป็นหัดตอนโต แย่หน่อย ทางที่ดีฉีดวัคซีนให้ครบดีที่สุดครับ

 

นาฎวลี
IP: xxx.175.182.28
เขียนเมื่อ Tue Mar 09 2010 14:19:15 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอสุทัศน์ ลูกชายอายุ 6 เดือนพอดีเมื่อ 7 วันที่ผ่านมามีไข้ 1 วัน จากนั้นมีอาการท้องร่วง ถ่ายวันละ 3 - 4 ครั้ง แต่ไม่งอแงยังคงเล่นตามปกติ เป็นอยู่ประมาณ 5 วัน วันที่ 5 เริ่มมีตาแฉะทั้งสองข้าง วันที่ 6 ตอนเที่ยงลูกเริ่มมีผื่นขึ้นบริเวณหน้าอก แขน พาลูกไปหาหมอที่คลีนิคหมอสงสัยเป็นโรคหัดจึงนัดให้ไปเจาะเลือดที่โรงพยาบาล ตอนเช้าผื่นเริมหายไป พอไปโรงพยาบาลหมอให้เจาะเลือด จากนั้นหมอตรวจดูในกระพุ้งแก้มแล้วปรึกษากับหมอเด็กที่โรงพยาบาลแล้วบอกว่าลูกเป็นหัดให้วิตามินเอมากิน 4 เม็ดครั้งละ 2 เม็ดต่อวัน เพื่อรักษาและบำรุงสายตา วันนี้ตอนบ่ายลูกเริ่มมีผื่นขึ้นลักษณะเหมือนผื่นส่าไข้ตามขา จนถึงวันนี้ลูกยังคงมีขี้ตาอยู่ กังวลใจมากไม่รู้จะทำยังไง แต่ลูกก็ยังคงดื่มนมลดลง ปกติจะกินครั้งละ 4 ออนซ์ เหลือประมาณ 2 - 3 ออนซ์ มีงอแง เล่นน้อยลงกว่าปกติ กังวลใจไม่รู้จะทำยังไง

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Mon Mar 15 2010 01:26:18 GMT+0700 (ICT)

ขออภัยที่ตอบช้าป่านนี้คงหายแล้ว ตัวอาจจะลายๆ เพราะหัด ถือว่าโชคไ่ม่ดี เพราะเป็นก่อนฉีดวัคซีน วัคซีนปกติ ฉีดที่ 9 เดือน ยังไงก็ติดตามการรักษาให้ต่อเนื่องนะครับ

IP: xxx.9.208.86
เขียนเมื่อ Thu Mar 18 2010 18:47:04 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

หลานของดิฉัน มีไข้ น้ำมูกไหล ไอ ได้ประมาณ 2 วัน

พอวันจันทร์ก็มีผื่นขึ้นที่หน้า รอบตา แดงเป็นปื้น และมีไข้อยู่ตลอดเวลา

ตอนนี้วันพฤหัสแล้วก็ยังมีผื่นอยู่อีกทั่วตัวเลย

ตอนกลางวันไม่มีอาการอะไรมาก เล่นได้ตามปกติ

ส่วนกลางคืนจะงองแงมาก ร้องทั้งคืน

และมีอาการไอเหมือนมีเสมหะตลอดเวลา

อยากทราบว่าเป็นหัดหรือเปล่า หรือแพ้ยาค่ะ

ขอบคุณค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Sat Mar 20 2010 14:27:43 GMT+0700 (ICT)

ควรรับพาไปพบแพทย์ตรวจผิวหนัง อ้าปากตรวจหา koplik's spot

คลำดูต่อมน้ำเหลืองที่หลังหู ว่าเหมือนหัดเยอรมันหรือเปล่า (แต่คิดว่าไม่ใช่ เพราะมักมีไข้สูงและเป็นมาหลายวันป่านนี้หายแล้ว)

ถ้าไม่กิน ไม่เล่น ท้องอืด มีจุดเลือดตามตัว ต้องเจาะเลือดดูว่าเป็นไข้เลือดออกหรือไม่

แต
IP: xxx.27.188.124
เขียนเมื่อ Sun Mar 21 2010 12:02:56 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอสุทัศน์

ลูกชายอายุ 6 เดือนพอดีเมื่อวันที่ 19 ผ่านมา มีอาการตัวร้อนนิดหน่อย มีเม็ดผื่นขึ้นที่ฝ่ามือและฝ่าเท้าเยอะมาก ตามตัวไม่ค่อยออก บางครั้งก็จะเห็นชัดบางครั้งก็ไม่ค่อยเห็น ไม่งอแงยังคงเล่นตามปกติ รับประทานปกติ ถ่ายวันละครั้ง ไม่ไอ พาลูกไปหาหมอที่คลีนิคหมอตรวจดูในกระพุ้งแก้มแล้ว บอกไม่น่าใช่หัดเพราะที่คอไม่มีเม็ดขึ้น ตอนนี้ลูกมีเม็ดแดงๆ เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อยแต่อาการอื่นๆยังเหมือนเดิม ลูกดิฉันจะมีโอกาสเป็นหัดหรือเปล่าค่ะ อาการเป็นมา 2-3 วันแล้วค่ะ

ขอขอบพระคุณคุณหมอมากค่ะ

แต

chawanvit
IP: xxx.120.22.140
เขียนเมื่อ Sun Mar 21 2010 12:58:57 GMT+0700 (ICT)

ขอเบอร์ติดต่อเวลาทำการคลีนิคครับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.89.93.52
เขียนเมื่อ Sun Mar 21 2010 23:56:55 GMT+0700 (ICT)

ส่งไปให้ที่เมล์ส่วนตัวแล้วครับ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.89.93.52
เขียนเมื่อ Mon Mar 22 2010 00:00:29 GMT+0700 (ICT)

คุณแต เท่าที่เล่ามาลูกไม่้ได้เป็นหัดครับ แต่มีโรคอื่นที่ต้องคิดถึงหลายโรค หมอแนะนำให้ไปพบแพทย์ท่านเดิมที่เคยตรวจ รักษาให้ต่อเนื่อง

ศุภินทรา
IP: xxx.25.1.16
เขียนเมื่อ Fri Apr 30 2010 20:08:05 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอสุทัศน์

ดิฉันเพิ่งออกจากรพ.มาวันนี้ เข้ารพ.ไปเมื่อวันจันทร์ที่26 เมษา ด้วยอาการเป็นผื่นแดงทั่วตัว และมีไข้ 38.5 ตอนแรกดิฉันคิดว่าแพ้กุ้งที่ทานเข้าไป (ปกติแพ้กุ้ง ปู ปลาหมึก) แต่คุณหมอบอกว่าเป็นไข้ออกผื่น อยู่รพ.มา 4 วัน คุณหมอก็ไม่สามารถฟันธงว่าเป็นโรคหัดชนิดใด ทำให้ดิฉันมีความกังวลมาก เพราะตอนนี้ผื่นหายไปหมดแล้ว เหลือรอยนิดหน่อย ไข้ก็ไม่มีแล้ว เหลือแต่ข้อนิ้วมือและนิ้วเท้า เท้า ข้อเท้า บวมตึงและปวด แต่คุณหมอตอบไม่ได้ว่าเป็นอะไร ดิฉันจึงออกมาดูอาการที่บ้านก่อน คุณหมอคิดว่าดิฉันควรจะไปที่รพ.อีกครั้งไหมคะ เผื่อว่าดิฉันจะเป็นอะไรร้ายแรง

ขอบคุณค่ะ

นายแพทย์สุทัศน์ ดวงดีเ่ด่น
IP: xxx.31.121.90
เขียนเมื่อ Sun May 02 2010 10:38:54 GMT+0700 (ICT)

ปกติถ้าเป็นหัดแล้วอยากให้มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ ก็ต้องเจาะเลือดก่อนกลับบ้านแล้วนัดอีก 2-3 สัปดาห์เจาะเลือดซ้ำ เอาผลมาเทียบกันก็ยืนยันได้ระดับหนึ่งแต่ค่าตรวจแพงมาก ถ้าเป็นรพ.รัฐ ต้องถามว่าตรวจไปทำไม  สงสัยหมอไม่สนใจความสิ้นเปลืองของทางราชการ  ถ้าเป็นเอกชน คนไข้จ่าย บางคนก็บ่นว่าค่าตรวจอะไรแพงเป็นบ้า นอนแค่ไม่กี่วันเป็นหมื่น เป็นแสน ยังไงหมอก็แนะนำว่าควรไปพบแพทย์ตามนัด โดยส่วนตัวเท่าที่เล่ามาไม่คิดว่ามีิอะไรร้ายแรง แต่ไม่ประมาทดีกว่า ส่วนมากก็ดูจากอาการที่หลงเหลืออยู่ถ้าหายปวดหัว ปวดข้อ ก็คงไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม

งุงิงุงิ
IP: xxx.8.125.149
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 19:53:19 GMT+0700 (ICT)

โรคหิดใช่โรคผิวหนังไหม ???? ช่วยบอกที T^T

ตัวยุ่ง
IP: xxx.172.199.254
เขียนเมื่อ Fri Jun 04 2010 15:16:09 GMT+0700 (ICT)

ลูกไม่ได้ฉีดวัคซีน หัด ตอน 9 เดือน ตอนนี้ลูกอายุได้ 1ปี 8เดือน แล้วจะกลับไปฉีดได้มั้ย เพราะกลัวลูกเป็นหัด

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Sun Jun 06 2010 10:21:37 GMT+0700 (ICT)

โรคหิดเป็นโรคผิวหนังที่เกิดจาก ตัวหิด Sarcopti scabei เป็นโรคผิวหนังชนิดหนึ่ง เจอบ่อยด้วยครับ

ปกติเด็กมักได้รับวัคซีน MMR หัด หัดเยอรมัน คางทูม พร้อมกันในเข็มเดียวช่วง 15 เดือน ลองถามหมอเด็กดูก่อนว่าเคยฉีดหรือยัง

ยีน
IP: xxx.214.192.6
เขียนเมื่อ Wed Jun 09 2010 23:20:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะคุณหมอ

ไม่ทราบว่าตนเองเป็นโรคใดแต่ก็อาการนี้ก็คล้ายกับที่เป็นครั้งก่อนซึ่งก็นานเป็นปีแล้ว(คลีนิกนั้นบอกว่าเป็นหัด) ก่อนหน้านี้ก็เคยทำทุกอย่างเหมือนปกติที่ทำ แต่ก่อนที่จะเป็นผื่นแบบนี้ ได้ทานน้ำมันตับปลา 1 เม็ด(เคยทานบ้างไม่ทานบ้างแล้วหยุดไป) แล้วก็เป็ดย่าง ไม่มากก็เจ็ดแปดชิ้น แกงจืดผักขม ไข่ดาว ก็เป็นอาหารปกติ พอต่อมาไม่นานก็คันที่บริเวณน่อง (ซึ่งก็เคยเป็นถ้าทานพวกเห็ด) ก็เป็นผื่นเม็ดๆ ไม่แดง กระจาย ไม่มาก พอตกกลางคืน รู้สึกว่าหลังมือคันบวมจนนอนไม่ได้ หายาทาแก้คันมาทา แต่ตอนนั้นยังไม่เป็นผื่นใดๆ แค่คัน วันถัดมาจึงปรึกษาพยาบาลของที่ทำงานให้ยาสีขาวเม็ดเล็กๆ บนเปลือกมีคำว่า ucb เขาตัดแบ่งไว้มาให้สองเม็ด เลยทานตอนเย็น วันนั้นก็จะคันบริเวณที่เสื้อผ้ารัดเช่นเอว เสื้อชั้นใน จึงทานไปแล้วนอนนิดหน่อย ปรากฎว่าดีขึ้น พยาบาลให้ทานก่อนนอนอีกเม็ด แต่เห็นว่าไม่เป็นไรจึงไม่ได้ทาน พอมาวันนี้มันเป็นผื่นใหญ่ๆ สีแดง เหมือนยุงกันแต่เป็นวงใหญ่ๆ บางทีก็เป็นวงเล็กกระจาย ตอนนี้เป็นเต็มไปหมด หลังมือ แขน ข้อพับต่างๆ ลำตัว เอว หน้าขา และคันมากก็อดทนไม่เกา เพราะถ้าเกาก็จะมีผื่นแดงใหญ่บวม ถ้าไม่เกาก็จะมีสีแดงคันแต่ไม่บวมออกมา เลยทานยาอีกเม็ดที่เหลือ ตอนนี้คันมากๆ แต่ไม่สามารถไปพบแพทย์ได้ในวันรุ่งขึ้น ควรทำอย่างไรดี อาการแบบนี้หนักมากไหม ถ้าจะไปพบแพทย์ในอีกสองวันจะทันไหม หรือบรรเทาอย่างไรได้ก่อน เพราะตอนนี้ก็อาศ๊ยดื่มน้ำเยอะๆ กับทานยาขมเพื่อระบาย แล้วก็ทายาแก้คันตามผิวหนัง ซึ่งจริงๆ ก็ไม่อยากทน แต่มีความจำเป็นต้องทำงานเพราะสอนหนังสือ รบกวนคุณหมอด้วยนะคะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Thu Jun 10 2010 08:31:49 GMT+0700 (ICT)

คุณยิน ครับ

เท่าที่เล่ามาเป็น ลมพิษชนิดหนึ่งที่เรียก pressure urticaria มักเป็นตรงที่มีขอบยางรัดเช่น เอว ขอบเสื้อชั้นในผู้หญิง ตามประสบการณ์ส่วนตัวลมพิษชนิดนี้กินแต่ยา antihistamine ไม่ค่อยได้ผล ส่วนใหญ่สุดท้าย หมอต้องตัดใจให้ยาสเตียรอยด์กินระยะสั้นๆ เช่น 5-7 วัน

แต่ในกรณีคุณยินกิน Hydroxyzine (UCB) แล้วได้ผลคงไม่น่าต้องใช้สเตียรอยด์ ลองแวะไปปรุึกษาแพทย์ผิวหนังดูครับ

รดาศา
IP: xxx.174.109.219
เขียนเมื่อ Sat Jun 19 2010 02:04:24 GMT+0700 (ICT)

มีรูปที่อยากให้คุณหมอดูช่วยอธิบายว่าโรค อะไรได้ไหมคะ แล้วส่งรูปไปยังไงคะ เป็นรูปเด็กที่มีโรคผิวหนังดูแล้วรุนแรงมาก แต่ไม่มีคำอธิบายว่าเค้าเป็นอะไรน่ะคะ

เจี๊ยบ
IP: xxx.122.227.120
เขียนเมื่อ Fri Jun 25 2010 13:20:04 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

มีเรื่องอยากปรึกษาเกี่ยวกับนิ้วมือบริเวณโคนเล็บที่หุ้มเล็บอะค่ะ ลูกสาวอายุ4ขวบจะมีอาการแตกลอกเป็นเส้นเล็กๆนิ้วมือบริเวณโคนเล็บที่หุ้มเล็บ และลูกก็จะชอบดึงและทำให้เกิดแผลบ่อยๆจะรักษายังไงดีค่ะ..สาเหตุมาจากอะไร..เคยปรึกษาหมอตอนน้อง2-3ขวบหมอบอกให้ใช้วาสลีนทาบริเวณหนังหุ้มเล็บมันก็ช่วยได้แต่ไม่หายขาด และเพราะน้องไปโรงเรียนแล้วกลับมาจะเห็นเป็นแผลบ่อยค่ะสงสารลูกท่าทางจะเจ็บ รบกวนตอบทางเมลล์ด้วยนะค่ะ..ขอบคุณค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Sun Jul 04 2010 00:03:13 GMT+0700 (ICT)

ทั้งคุณเจี๊ยบและคุณรดาสา

ลองส่งรูปที่ถ่ายด้วยกล้องดิจิทอล ใช้โหมดมาโครถ่าย แล้ว แนบไฟล์ส่งไปที่

suthatddd@hotmail.com ครับ

น้องเบส์ท
IP: xxx.122.218.108
เขียนเมื่อ Thu Jul 29 2010 18:57:03 GMT+0700 (ICT)

น้องอายุ 5 เดือน 20วัน ดิฉันให้น้องทานโจ๊ก แต่มีวันนี้ให้น้องทานโจ๊กใส่ไข่ค่ะ

แต่น้องมีอาการผื่นขึ้นที่รอบปาก และไม่ทาน ดิฉันเห็นผื่นจึงหยุดป้อน และคอยสังเกตุดู

พออาบน้ำนอนหลับก้อเกิดอาการอีวกออกมาอย่างเยอะมาก พอไปล้างปรากฏว่าผื่นขึ้นเต็มเลย

เป็นเหมือนผื่นลมพิษปื้นๆๆเล็กๆๆทั่วบริเวณที่อ๊วกเลอะค่ะ (เลยสงสัยว่าน้องแพ้ไข่หรือเปล่า)

เพราะปกติทานโจ๊กก้อไม่มีปัญหาอะไร

และที่อยากถามคุณหมอคืออายุน้อง 9 เดือนต้องฉีดวัคซีนหัด น้องสามารถฉีดได้หรือไม่

หรือต้องพาน้องไปตรวจก่อนว่าแพ้ขั้นไหนอย่างไร

(เพราะได้ยินมาว่าวัคซีนหัดสกัดมาจากโปรตีนไข่ค่ะ)

ขอบคุณสำหรับคำตอบล่วงหน้าค่ะ

คุณแม่น้องอิงค์
IP: xxx.49.192.39
เขียนเมื่อ Wed Oct 13 2010 23:29:28 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอ

ลูกสาวอายุ7ขวบไปเที่ยวทะเลเมื่อ 26 กย. 53 กลับมาแล้วมีอาการคันเท้า มีตุ่มใสขึ้น แต่ไม่มีไข้ค่ะ น้องเกาจนเกิดแผลเป็นหนอง ได้พบแพทย์แล้ว 3 ราย แจ้งว่าเป็นอาการแพ้แต่ไม่สามารถระบุได้ แต่ละท่านให้ทานยาแก้แพ้ (มีฉีดยาแก้แพ้ 1 ครั้ง) และให้ทานยาปฏิชีวนะ (เปลี่ยนยา) แต่อาการไม่ดีขึ่้น กลับลามกระจายขึ้นมาตามขาและแขน ลำตัวแต่ไม่หนาแน่นเท่าที่เท้า-หลังเท้าค่ะ คุณแม่กังวลมาก ไม่ทราบว่าควรทำอย่างไรดีคะ ทานยาชุดนี้ต่อไปหรือไปพบแพทย์อีกครั้งดีคะ

วารุณี
IP: xxx.120.159.162
เขียนเมื่อ Tue Dec 07 2010 22:14:52 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ

ดิฉันมีน้องสาว ตอนนี้อายุ 19 ปีค่ะ ตอนเด็กๆจำไม่ได้ว่าพาเค้าไปฉีดวัคซีน อีสุก อีใส และ หัดหรือยัง ไม่ทราบว่าทั้งสองโรคนี้ในช่วงชีวิตต้องเป็นทุกคนหรือไม่คะ ตอนนี้น้องสาวยังไม่เป็นทั้งสองอย่างกลัวว่าถ้าเป็นจะเป็นอันตราย และถ้าจำไม่ได้ว่าฉีดวัคซีนหรือยัง แล้วไปฉีด จะเป็นอะไรมั้ยคะ ยังไงแล้วรบกวนคุณหมอช่วยตอบด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

หน่อย
IP: xxx.173.77.231
เขียนเมื่อ Thu Dec 16 2010 16:36:52 GMT+0700 (ICT)

เรียน คุณหมอ

ขอรบกวนสอบถามอาการป่วยของลูกชายหน่อยค่ะ อายุ 7 ปี ตอนแรกเป็นลมพิษทั้งตัวมีไข้ร่วมไข้สูง 39-40 องศา พาไปหาหมอตอนแรกคุณหมอสงสัยว่าจะเป็นไข้เลือดออกให้ยามาทานประมาณ 3 วันอาการไม่ดีขึ้นลมพิษหายแต่มีอาการคันตามตัวและมีไข้ร่วมกลับไปหาหมออีกครั้ง คุณหมอเปลี่ยนยาให้ใหม่และวินิจฉัยว่าเป็นไข้หวัดธรรมดา จากนั้นอาการไข้ดีขึ้นแต่มีตุ่มแดง ๆ ขึ้นตามบริเวณขา,แข้งไปจนถึงเท้า (บริเวณอื่นไม่มีนะค่ะ) กลับไปหาหมออีกครั้งบอกว่าออกหัดให้รักษาตามอาการได้ยามาทาแต่ว่าอาการไข้หายดีแล้ว หลังจากผื่นหายบริเวณใต้ผิวหนังจะมีผิวคล้ำเป็นจ้ำ ๆ ไม่หายเลยค่ะและมีอาการต่อมน้ำเหลืองบวมตอนแรกที่คางเสร็จแล้วไปโผล่ที่ท้ายทอย ตอนนี้เป็นที่บริเวณหลังใบหูทั้งสองข้างและมีอาการไข้ร่วมด้วย อยากสอบถามว่าลูกชายป่วยเป็นอะไรแน่ค่ะ เค้าฉีดวัคซีนครบตามที่โรงพยาบาลให้ฉีดนะค่ะ ซึ่งเข็มสุดท้ายที่ฉีดก็ตอนอายุ 6 ปีค่ะ อีสุกอีใสก็ฉีด ไข้หวัดใหญ่ก็ฉีด

ขอรบกวนหน่อยนะค่ะ

ขอบพระคุณมาก ๆเลยค่ะ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Sun Dec 19 2010 10:35:20 GMT+0700 (ICT)

91 คุณหน่อย เท่าที่เล่ามาประวัิติเหมือนโรคหัด เวลาหายแล้วตัวดำลาย รวมทั้งมีต่อมน้ำเหลืองโต แล้วก็เป็นนาน(ถ้าหัดเยอรมัน 3 วันทุกอย่างน่าจะหายหมด) น่าสนใจตรงที่ฉีดวัคซีนครบแล้วยังเป็น แต่ผมไม่เห็นคนไข้ คงได้แค่แสดงความเห็น เรื่องจริงถ้าถามประวัติ ตรวจร่างกาย เพิ่มเติมอาจจะคนละเรื่องเลยก็ได้ครับ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Sun Dec 19 2010 11:11:10 GMT+0700 (ICT)

คุณวารุณี หัด และ อีสุกอีใส ถ้าไม่แน่ใจว่าเคยเ้ป็นมาก่อน ฉีดวัคซีนดีกว่าครับ ที่หมอแนะนำสำหรับสาวๆ คือฉีดหัดเยอรมันร่วมไปด้วย เพราะถ้าไปเป็นช่วงตั้งครรภ์ อาจมีผลต่อเด็กในครรภ์ครับ

คุณแม่น้องอิงค์ ลูกสาวน่าจะเป็นภูมิแพ้ผิวหนังแล้ว ติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน รักษายากหน่อย หมอแนะนำให้กลับไปหาหมอที่เป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคผิวหนัง อาจจะต้องให้ยาแรงขึ้นอีกนิดหน่อย รวมทั้งให้สบู่ฆ่าเชื้อบริเวณที่เป็น  ลองถ่ายรูปด้วยกล้องดิจิทอลแมคโครโหมดส่งรูปมาที่อีเมล์หมอ คือ suthatddd@hotmail.com



เอกชัย โพธิ์ศรี
IP: xxx.120.122.78
เขียนเมื่อ Mon Dec 20 2010 16:32:33 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอครับ

เมื่อวานตอนเช้า ผมไปอาบน้ำและกำลังแต่งตัว เห็นผื่นแดงขึ้นที่แขน ทั้งสองข้าง ตอนแรกคิดว่าเมื่อวันก่อนผมกวาดฝุ่นในห้อง แต่ถ้าผมแพ้ฝุ่น ก็น่าจะนอนไม่หลับ ต้องคันแน่นอน ตอนนี้ผื่นขึ้นเต็มตัวแล้วครับ ทั้งหน้า หลัง แขน ขา แต่ ต่อมน้ำเหลือง ไม่โตครับ แต่มีอาการไข้ขึ้น ปวดหัวมา2-3 วัน ก่อนผื่นขึ้น ยาที่กินเข้าไปก็มียาแก้ไข้ กับ ยาแก้แพ้เท่านั้นเอง ผมกินไปทั้งหมด 2 เม็ด ในช่วง 4-5 วันที่ผ่านมา เท่านั้น วันนี้ผมไปหาหมอมาครับ หมอถามว่าผมไปแพ้อะไรมาไหม แต่ผมแพ้ฝุ่นครับ แต่อาการผมจะรู้ว่ามันจะคันมากกก และ จะคัดจมูก นอนไม่หลับ และแพ้กุ้งทะเล ซึ่งอาการก็เหมือนกันกับแพ้ฝุ่น ยาผมก็ไม่แพ้ ครับ คือผมหาข้อมูลมาแล้ว จากทางเนต ก็น่าจะเป็นหัด แล้วผมจะหายภายในกี่วัน ครับ เพราะต้องทำงาน มีเสมหะที่ลำคอด้วยนะครับ และมีไข้ ปวดตาด้วยครับ แต่ไม่คัน ช่วยวินิจฉัยให้ผมด้วยครับ

เอกชัย โพธิ์ศรี
IP: xxx.120.124.146
เขียนเมื่อ Tue Dec 21 2010 14:13:21 GMT+0700 (ICT)

เรียนคุณหมอ

โรคหัดต้องรักษาตัวกี่ีวัน จึงจะไม่ไปแพร่เชื้อ ให้กับผู้อื่นครับ ผมเป็นเซลล์ครับ สถานที่ทำงานมีคนเข้าออกเยอะมากครับ ช่วยตอบให้ผมด้วยครับ เพราะใบรับรองแพทย์ของผมมีอายุถึงวันที่ 22 ธันวาคม ผมเป็นหัดวันนี้เป็นวันที่สามแล้วครับ รบกวนด้วยนะครับ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Fri Jan 28 2011 23:54:21 GMT+0700 (ICT)

คุณเอกชัยครับ

ช่วงที่ถามคำถามใกล้วปีใหม่ ผมยุ่งมากไม่มีเวลาเปิดเน็ตดู แต่อ่านแล้ว ไม่ค่อยจะเหมือนหัดเท่าไร เพราะหัดส่วนมากไม่ได้คันมาก เหมือนภูมิแพ้ และแพทย์ที่ตรวจก็ไม่ได้แจ้งว่าเจอ Koplik's spot ไอหรือไม่ ตาแดงหรือไม่ ถ้าไม่ได้พบแพทย์ วินิจฉัยเองจากเน็ต ผมฟันธงไว้ก่อนว่าไม่ใช่หัด เพราะหัดในคนโต เจอมากขึ้นแต่ก็ไม่ได้บ่อยมาก

ถามว่า จะออกใบรับรองแพทย์ให้กี่วัน เป็นคำถามที่น่าสนใจ ที่ USA เป็นเพราะหมอกลัวการฟ้องร้องมักจะออกใบรับรองแพทย์ให้ยาว ไม่สนใจว่าที่ทำงานเขาจะเป็นอย่างไร  คนไข้จำเป็นต้องหยุดงานหรือไม่ คนไข้ทำงานไหวไม๊  ถามว่าติดต่อได้นานแค่ไหน บอกได้เลยความสามารถในการติดต่อต่ำลงมากหลังผื่นขึ้นไม่กี่วัน แต่ไข้ลด ผื่นยุบแล้วก็ยังติดต่อได้บ้าง แต่ลองคิดดู ผู้ใหญ่ส่วนมากมีภูมิเกือบทั้งหมด เด็กเกือบทุกคนฉีดวัคซีนหัด ถ้าไม่ใช่คนป่วยภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผมมีความเห็นว่า ไม่้ไ้ด้จำเป็นต้องหยุดงานนานด้วยเหตุผลกลัวการติดต่อ  แต่แพทย์จะออกใบรับรองว่ากี่วัน ต้องเห็นคนไข้ ประเมินทุกอย่างรวมกันแล้วถึงจะตัดสินใจ แต่ส่วนใหญ่อย่างมากก็ 1-2 สัปดาห์ครับ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Sat May 21 2011 12:37:18 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะลูกหนูไม่สบายไข้ขึ้นสูง39ประมาณ2วันพอวันที่3พาฉีดยาไข้ลดแล้ววัน ต่อมาก้อมีอาการท้องเสียและเป็นผื่นขึ้นแต่จะขึ้นที่หลังมากกว่าที่อื่นใน ร่างกายน้องอายุ10เดือน

ตอบ เด็กอายุ 10 เดือน ไข้สูง อาจจะเ้กิดจากติดเชื้อไวรัสได้หลายอย่าง ท้องเสียเป็นอาการแทรกซ้อนที่สำคัญจากการติดเชื้อ ผื่นขึ้นที่หลังก่อน ไม่น่าจะเหมือนหัดที่มักขึ้นที่หน้าก่อน และมีอาการตาแดง ไอ  หมอคิดว่าน่าจะเป็น viral exanthem ต้องให้กุมารแพทย์ที่ช่วยดูแลแนะนำ เด็กอายุ 10 เดือนไม่สบายควรอยู่ในมือกุมารแพทย์ที่ดูแลเด็กมาอย่างต่อเนื่องครับ

เอกสิทธิ์
IP: xxx.24.49.228
เขียนเมื่อ Fri May 27 2011 09:08:19 GMT+0700 (ICT)

เป็นบทความที่มีประโยชน์มากครับคุณหมอ ผมมีลูกเล็กสองคน กำลังมีอาการอยู่ เมื่อได้อ่านบทความนี้แล้วทำให้ความกังวลมันหายไป ต้องขอขอบคุณมากเลยที่ ให้ความรู้เป็นวิทยาทานครับ

พริมนฤดา
IP: xxx.87.110.75
เขียนเมื่อ Tue Jun 07 2011 20:56:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

รบกวนสอบถามเกี่ยวกับโรคหัดค่ะ

เพิ่งออกหัดเมื่ออาทิตที่แล้วและตอนนี้หายแล้ว แต่อาการเคืองตาตั้งแต่ช่วงออกหัด ยังไม่หายค่ะ จะเคืองตาและมีน้ำตาตลอดเวลา ตาลืมตาได้ไม่เต็มที่เหมือนแพ้แสง ต้องกระพริบตาตลอดเวลา เมื่อวานนี้ไปหาหมอ ได้ทำการล้างตาให้ และให้ยามาหยอด แต่ก็ยังไม่หายค่ะ ไม่ทราบว่าจะเป็นอาการข้างเคียงจากโรคหัดหรือเปล่าคะ และจะมีอันตรายหรือเปล่า รบกวนช่วยตอบด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

kwanjai65gmail.com
IP: xxx.47.135.180
เขียนเมื่อ Sat Jun 25 2011 13:00:27 GMT+0700 (ICT)

โรคหัดมีอาการปวดตามกล้ามเนื้อปวดข้อด้วยหรือไม่

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Sun Jul 03 2011 00:23:39 GMT+0700 (ICT)

ตาแดงจากหัด อาจจะหลายวันหน่อยถึงจะหาย อย่าเป็นกังวลไปเลยครับ  ติดตามรักษากับหมอตา ให้ต่อเนื่องแล้วกันครับ

หัดมักมีอาการปวดตามตัวประมาณ 2-3 วันแรก แล้วจะค่อยๆดีขึ้นครับ

นายแพทย์ สุทัศน์ ดวงดีเด่น
เขียนเมื่อ Wed Aug 31 2011 01:07:33 GMT+0700 (ICT)

คุณหมอคะคือว่าตอนนี้หนูมีปัญหากลุ้มใจมากเลยค่ะเกี่ยวกับโรคหัด คือว่าหนูไม่แน่ใจต่ะว่าตอนนี้หนู้จะตั้งท้องหรือเปล่าเพราะว่าหนูปล่อยหนู อยากมีลูกนะคะ ปัญหาก็คือตอนนี้หนูมีอาการผื่นแดงต็มใบหน้า ตัว แขน ขา และหนูกลัวว่าหนูจะเป็นโรคหัด หนูไม่มีอาการไข้ อยู่เฉลย ๆ ผื่นมันก็ขึ้นมาเองค่ะ และไม่มีอาการต่อมน้ำเหลืองโต ถ้าหนูท้องลูกจะเป็นอันตรายไหมคะ กรุณาตอบหนูด้วยค่ะ

หัดในคนท้องส่วนมากไม่ค่อยมีปัญหากับเด็กในท้อง ยกเว้นหัดเยอรมัน แต่ของหนูต่อมน้ำเหลืองหลังหูไม่โตคงไม่ใช่หัดเยอรมัน ทำใจให้สบายเถิดครับ

คุณแม่
IP: xxx.26.229.71
เขียนเมื่อ Wed Aug 31 2011 21:47:40 GMT+0700 (ICT)

ลูกสาวมีผื่นขึ้นตามตัว มีไข้สูง ผื่นขึ้นจากใบหน้าจนย้ายมาที่ขา อาการเหมือนหัดทุกอย่าง วันนี้เป็นวันที่ 5 หลังจากมีไข้ ผื่นจางแล้ว แต่มีอาการคันมาก ลูกสาวมีโรคประจำตัวคือโรคเกล็ดเลือดต่ำ เกล็ดเลือดเคยต่ำสุด 2000 ล่าสุดเดือนที่แล้วเกล็ดเลือด 30000 จากอาการแล้วคุณหมอวินิจฉัยลูกสาวว่าเป็นหัด หรือไม่คะ ไม่สบายใจเลยรบกวนคุณหมอตอบหน่อยนะคะ

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า