สมาชิก
แลกเปลี่ยน

พรที่สัมฤทธิ์

 "โตขึ้นขอให้เป็นเจ้าคน นายคน"  

เมื่อได้จัดทำแผนการจัดการเรียนรู้  โดยการนำเนื้อหาในหนังสือวิวิธภาษา เรื่องพรที่สัมฤทธิ์ ให้นักเรียนได้แง่คิดว่า “พร” คือสิ่งที่มีคุณค่า  ที่คนทั่วไปปรารถนา เป็นเรื่องของจิตใจไม่ใช่เรื่องของอำนาจศักดิ์สิทธิ์ใดๆ  เมื่อผู้ให้พรมีความปรารถนาดี  ผู้รับพรเชื่อมั่นในพรที่ตนได้รับ  ผู้รับพรก็จะเกิดกำลังใจตั้งใจดำเนินชีวิตไปตามครรลองที่ดี ก็ถือว่าพรที่ได้รับนั้นบังเกิดผลสัมฤทธิ์   คำอวยพรในโอกาสต่างๆ  เป็นสิ่งที่มีคุณค่าใกรสอนวิธีคิดให้นักเรียน

"โตขึ้นขอให้เป็นเจ้าคน นายคน"  คือคำอวยพรของผู้ใหญ่ สมัยก่อนที่ชอบอวยพรให้เด็ก ๆ หรือลูกหลาน ได้ก้าวหน้าในอนาคตมีตำแหน่งหน้าที่ ที่มีเกียรติ คือได้เป็นเจ้าคน นายคน  เป็นทัศนคติเก่า  ที่ปัจจุบันต้องสอนวิธีคิด  ขยายความให้เกิดมุมมองที่ชัดเจน  เพราะนักเรียนบางคนยังเข้าใจไปว่าการเป็นนายคนคือการชี้นิ้วสั่ง  ไม่ต้องทำอะไร ทั้งยังมองว่าการทำงานหนัก  ลำบากตรากตรำ เป็นสิ่งที่ไม่ดี  ยิ่งได้ข้อมูลจากการพูดคุยกับผู้ปกครองและนักเรียน  นักเรียนบางคนพ่อแม่สอนให้กลัวงานหนัก  ส่งลูกให้เรียนหนังสืออย่างเดียว  ปิดกั้นไม่ให้ลูกแตะต้องงานที่ใช้แรงกาย  เพื่อแสดงให้ลูกได้เห็นถึงความรักที่พ่อแม่มีต่อลูก ว่าไม่อยากให้ลุกลำบากเหมือนพ่อแม่  แทนที่จะปลูกฝังให้ลูกมีความความแข็งแกร่ง หนักเอาเบาสู้ เรียนรู้ถึงงานที่พ่อแม่ทำ สัมผัสได้ถึงความยากลำบาก  เพื่อให้รู้จักการตัดสินใจ  รู้จักวางแผนการจัดการชีวิตด้วยตนเอง  ว่าต้องการประกอบอาชีพเหมือนบรรพบุรุษหรือไม่

            ความมุ่งหวังที่ต้องการให้ลูก"โตขึ้นขอให้เป็นเจ้าคน นายคน"  พ่อแม่จะต้องจัดระเบียบให้ลูก ปลูกฝังเป็นคนมีวินัย  รับผิดชอบ มีความอดทน   มีความเข้มแข็ง  กระตือรือร้น ใฝ่รู้ใฝ่เรียนให้เกิดความเฉลียวฉลาด  มีวุฒิภาวะมากพอที่จะเป็นผู้นำหรือเป็นนายคนได้   การสอนให้ลูกทำงานเป็น  ไม่ว่านั้นจะหนักหรือเบา  คนที่ทำงานได้ ก็คือคนที่มีวาสนาในเบื้องต้น อยู่แล้ว   

พ่อแม่ยุคใหม่ยังคงให้พรว่า"โตขึ้นขอให้เป็นเจ้าคน นายคน" ได้ต่อไป.... แต่ต้องสอนให้ลูกได้ลงทุนทุ่มเททั้งกำลังกายและกำลังใจในการศึกษาเล่าเรียน    สอนให้รักที่จะเรียนรู้วิธีการทำงาน   รักการทำงาน  และสามารถทำงานร่วมกับผู้อื่นได้    ในที่สุดลูกก็จะเป็นทั้งผู้ตามและผู้นำที่ดี   ได้เป็น “นายคน”  หรือเป็นผู้นำที่มีคุณภาพ  ให้สมกับที่พ่อแม่ตั้งใจให้พรและเป็น “พรที่สัมฤทธิ์”ได้สมความปรารถนา

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: พรที่สัมฤทธิ์ 
· หมายเลขบันทึก: 224777 · เขียน:  
· ความเห็น:
15
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
หมอเจ๊ คนสวย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Sat Nov 22 2008 22:33:24 GMT+0700 (ICT)
  • มาเยี่ยมเยียนถึงบ้านบ้างค่ะ
  • มาแล้วขอหยอดเอาไว้
  • ......
  • นายคนที่ควรเป็นนั้นไซร้
  • แท้จริง "เขาเป็นใคร" จึงดี
  • ด้วยครูคือหนึ่งผู้สอนสั่ง
  • เด็กฟังครูแล้วได้รู้
  • พ่อแม่จึงพึ่งพาครู
  • ......
  • พี่มาฝากครูไว้หน่อย
  • ใช้ความเป็นคุรุช่วยฝึกเด็ก
  • ให้เป็นนายตัวเองได้ก่อน
  • ลงมือเรียนรู้มากเท่าไร
  • เป็นนายตัวเองได้เมื่อไร
  • เมื่อนั้นเป็นนายคนได้ทันทีเช่นกัน
  • ......
  • ดูแลสุขภาพด้วยนะค่ะ
กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 00:15:47 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอ

***ขอบคุณสำหรับความเห็นดีๆ

***ยังฝึกได้บางส่วน แต่อยู่ในเกณฑ์ที่ยังไม่น่าพอใจค่ะ

เพราะเด็กเก่งๆหลายคน ทั้งที่อยู่ห้องเก่งแต่ยังเป็นนายตัวเองไม่ได้ ยังเก่งจากการลอกคนอื่น ยืมความคิคนอื่นทั้งที่ตนเองก็พยายามทำได้ คำตอบของบางคนบอกว่าลอกเพื่อความแน่ใจ ให้ได้คะแนนไล่ๆเพื่อน เพราะกลัวพ่อแม่เสยใจถ้ารู้ว่าลูกได้คะแนนลดลง

***เรื่องการคบเพื่อนก็ไม่สามารถเป็นตัวของตัวเองได้ เด็กๆกลัวการไม่เป็นที่ยอมรับของเพื่อน ถึงกับยอมทำร้ายจิตใจของพ่อแม่ เกรงใจเพื่อนมากกว่าพ่อแม่

***บางรายเป็นมากถึงขนาดต้องพี่งจิตแพทย์ก็มีค่ะ มีคุณหมอคนหนึ่งที่มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้เสียสละเวลาให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์เพื่อช่วยดูแลนักเรียน รู้สึกซาบซึ้งถึงความเป็นผู้มีจรรยาบรรณมากเลยค่ะ

***มีความสุขกับคอมเมนต์ของคุณหมอที่ทำให้มีกำลังใจค่ะ

เอื้องแซะ
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 09:35:48 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะคุณกิติยา มาขอบคุณที่ไปให้กำลังใจเด็กๆๆค่ะ
  •  พรที่ผู้ใหญ่อวยพร"โตขึ้นให้เป็นเจ้าคน นายคน"นั้น จะสัมฤทธิ์ได้ เด็กๆๆต้องมีความขยัน มีความพยายาม อย่างสูงที่จะไปให้ถึงจุดนั้น
  • และการเป็นเจ้าคน นายคน สมัยนี้ ยากยิ่งนักเพราะ กฏหมาย และเหตุการณ์บ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไป
  • บุคคลย่อมมีความเสมอภาค
  • และหากจะเป็นเจ้าคน นายคน ที่ดี สังคมยอมรับ ก็ต้องบวก คุณธรรม จริยธรรม ให้นำความเป็นคนเก่งให้ได้ค่ะ
  •  สบายดีนะคะ แล้วจะมาเยี่ยมบ่อยๆๆ
หนูรี
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 09:53:28 GMT+0700 (ICT)

☺สวัสดีค่ะ

☺แวะมารับพรตอนสายๆค่ะ

☺ขอบคุณค่ะ

คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 11:28:10 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

  • ได้สาระดีค่ะ
  • รวมทั้งข้อคอมเม้นท์ของคุณหมอ และของทุกคน
  • เก็บ..ไปเป็นการบ้านกันนะน้อง
  • ขอเป็นกำลังใจค่ะ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 11:30:13 GMT+0700 (ICT)
  • ตามมาทักทายคุณครู
  • โตขึ้น
  • ขอให้เป็นคนดี
  • เป็นคำอวยพรใหม่
  • กลัวคนเก่ง แต่โกงครับคุณครู
  • สบายดีไหมครับ
กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 14:51:09 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ เอื้องแซะ

***ขอบคุณสำหรับแนวคิดที่เพิ่มเติมมาค่ะ

กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 15:00:43 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ พี่คิม

***อาชีพของเรา เราย่อมรักและภาคภูมิใจ งานของเราคงไม่ใช่แค่ยกระดับความรู้และจิตวิญญาณ แต่เรายังเยียวยานักเรียนที่มีปัญหาอีกด้วย

***วันนี้ประชุมผู้ปกครองค่ะ เตรียมข้อมูลไปเพียบ...เพื่อขอความร่วมมือกับผู้ปกครองในการดูแลช่วยเหลือ แต่ผู้ปกครองนักเรียนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงถึงขั้นเยียวยาไม่มาประชุมเป็นส่วนใหญ่

***พ่อแม่จึงพึ่งพาครู ..อย่างที่คุณหมอว่านั่นแหละค่ะ

กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 15:05:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะหนูรี

***มีโอกาสไปพิษณุโลก อย่าลืมแวะโรงเรียนจ่านกร้อง นะคะ จะพาไปชิมสูตรเมี่ยงคำที่วัดใหญ่ (วัดหลวงพ่อพุทธชินราช )

กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 15:17:07 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต

***กลัวคนเก่ง แต่โกง ...ครูทุกคนกลัวตรงนี้เพราะเท่ากับเราเสียแรง เสียเวลาทุ่มเท

***นึกชื่นชมอาจารย์สาขาวิศวคอมพิวเตอร์ที่ ม.นเรศวร ที่ท่านว่างมาตรการสอนคุณธรรมอย่างเคร่งครัด โดยไม่สนใจว่าลูกศิษย์จะเคารพรักศรัทธาหรือไม่ สักวันนิสิตได้ไปทำงานแล้วจะคิดย้อนได้เอง

***การสร้างคนให้เป็นผู้รู้ง่ายกว่าการสร้างผู้รู้ให้เป็นผู้มีคุณธรรมจริงๆนะคะ

***ต่อไปจะอวยพรนักเรียนในโอกาสปัจฉิมนิเทศว่า...ขอให้เป็นคนดี..

***ขอบคุณอาจารย์มากค่ะ

ยูมิ
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 16:15:13 GMT+0700 (ICT)

มาชม

การขอพรในยุคนี้ บางมุมมองอาจเปลี่ยนไปแล้วนะครับ

อิ อิ อิ

กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Nov 23 2008 22:52:45 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

***อวยชัยให้พรกันไปตามวัฒนธรรมแบบไม่คิดอะไรก็มีค่ะ

***ในโลกไซเบอร์ก็ทำให้ได้เห็นรูปแบบที่หลากหลาย...สัมผัสพรจากใจได้แค่ไหนก็แล้วแต่ใครจะมีมุมมองอย่างที่อาจารย์ว่านะคะ

***ขอบคุณค่ะ

เรื่องดีค่ะ...ชอบ

แต่มีคำแซวอยู่คำค่ะ...ยายของปุ้ยแกป่วยเป็นโรคอัมพฤก (ถูกเปล่าหว่า)

หลายปีแล้วค่ะ แต่ดูแลดีจนพูดจาได้ปกติ แถมอารมณ์ขันเสียด้วย ทุกวันนี้อาศัยอยู่กะป้าที่โคราชนู่น...น้าชายเคยแซวยายว่า "นี่สงสัยตอนสาวๆ ขอพรไว้มากสิท่า"

ปุ้ยสงสัยแกมงงว่าพรอะไรหว่า เลยถามไป น้าตอบว่า "ก้อขอให้แก่ตัวไปได้นั่งกินนอนกินไงล่ะ"

เล่นเอาขำกันท้องแข็ง...ออกแนวมีความสุขบนความทุกข์คนอื่น - - อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะคะ

ขอบคุณค่ะที่ไปเยี่ยมพี่กิติยา...นู๋ปุ้ย

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Sun Nov 30 2008 11:24:04 GMT+0700 (ICT)
  • มาทักทาย
  • อิอิๆๆ
  • อาจารย์หายไปอีกแล้ว
  • มาเล่าเรื่องการสอนบ้างนะครับ
  • จะชวนน้องปุ้ยมาอ่าน
  • อิอิๆๆๆๆ
กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Nov 30 2008 22:16:38 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

***ช่วงนี้งานยุ่งมากและมีธุระที่เชียงใหม่

***ขอบคุณและดีใจที่แวะมาค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์