สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

กระต่ายกับเต่า ยุคโลกาภิวัฒน์...++

++...กระต่ายกับเต่า ยุคโลกาภิวัฒน์...++

 

 ในกาลครั้งหนึ่ง กระต่ายกับเต่าทุ่มเถียงกันว่าใครวิ่งเร็วกว่ากัน

ในที่สุดก็ตกลงกันว่าจะวิ่งแข่งกันให้รู้ดำรู้แดง เมื่อตกลงเรื่องเส้นทางได้แล้ว

ก็ลงมือออกวิ่งแข่งกัน กระต่ายวิ่งปรื๋อไปได้พักหนึ่งก็นำหน้าเต่าไปไกลลิบ

มันจึงคิดว่าจะนั่งพักใต้ต้นไม้สักประเดี๋ยวก่อนที่จะออกวิ่งต่อไป

 

 

 

     มันนั่งอยู่ใต้ต้นไม้อยู่ไม่นานก็ม่อยหลับไป

เต่าเดินงุ่มง่ามอย่างไม่ย่อท้อมาจนทันและไม่ช้านัก

ก็เข้าเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะเลิศโดยไม่มีข้อกังขาใดๆทั้งสิ้น

 

กระต่ายตกใจตื่นขึ้นมาก็รู้ว่าตัวเองแพ้การแข่งขันเสียแล้ว

 

     นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าการทำอะไรให้คงเส้นคงวา

แม้จะเชื่องช้าก็ทำให้ประสบชัยชนะได้

     เราทุกคนคงเคยได้ฟังนิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า

ฉบับนี้กรอกหูจนชินตั้งแต่เล็กจนโต

 

 

 

     แต่เมื่อไม่นานมานี้ มีใครคนหนึ่งเล่านิทานเรื่องกระต่ายกับเต่า

อีกฉบับหนึ่งที่น่าสนใจยิ่งขึ้นให้ฟัง เรื่องมีต่อไปดังนี้นี้

     กระต่ายผิดหวังมากที่แพ้การแข่งขัน

มันกลับมานั่งพิจารณาตัวเองใหม่อย่างละเอียดว่าบกพร่องตรงไหน

มันตระหนักว่ามันแพ้การแข่งขันคราวที่แล้ว

ก็เป็นแต่เพียงเพราะว่ามั่นใจในตัวเองมากเกินไป

 ประมาทเลินเล่อ และหย่อนวินัย

ถ้ามันไม่นิ่งนอนใจเสียอย่างละก็เต่าไม่มีทางชนะมันได้เลย

มันจึงกลับไปท้าเต่าวิ่งแข่งกันอีกครั้งหนึ่ง เต่าก็ตอบตกลง

 

 

     คราวนี้กระต่ายออกวิ่งเต็มฝีเท้าและไม่ยอมหยุดเลยตั้งแต่ต้นจนจบ

มันเข้าเส้นชัยก่อนและทิ้งห่างเต่าหลายกิโล

     ฝ่ายที่ทำอะไรเร็วอย่างสม่ำเสมอนั้นย่อมจะชนะฝ่ายที่ทำอะไรได้ช้า

แม้จะคงเส้นคงวาก็ตาม

     ถ้าในหน่วยงานของเรามีคนสองคน

คนหนึ่งทำอะไรตามขั้นตอนอย่างช้าๆและเชื่อถือได้

กับอีกคนหนึ่งที่ทำอะไรได้เร็วและก็เชื่อถือได้พอๆกัน

คนที่ทำอะไรได้เร็วและเชื่อถือได้ก็ย่อมจะมีความก้าวหน้า

ในหน่วยงานเร็วกว่าคนที่ทำอะไรช้าเป็นขั้นเป็นตอนเสมอ

การทำอะไรช้าๆได้พร้าเล่มงามก็ดีอยู่หรอก

แต่ถ้าทำอะไรได้เร็วและพึ่งพาอาศัยได้ก็ย่อมจะดีกว่า

 

 

     อย่างไรก็ดี นิทานเรื่องนี้ยังไม่จบ

คราวนี้เต่ากลับเป็นฝ่ายต้องมานอนคิดบ้าง

มันตระหนักว่าถ้าวิ่งแข่งกันในรูปแบบที่ทำกันมานั้น

มันไม่มีหนทางจะเอาชนะกระต่ายได้เลย

มันคิดหาหนทางอยู่พักหนึ่งแล้วก็กลับไปท้ากระต่ายมาแข่งกันอีกครั้ง

แต่ใช้เส้นทางใหม่ กระต่ายก็ตกลง เมื่อเริ่มการแข่ง

กระต่ายก็ออกห้อเต็มฝีเท้าตามคติประจำตัวที่จะต้องทำอะไรให้เร็วอย่างสม่ำเสมอ

 

มันวิ่งเร็วจี๋มาจนถึงแม่น้ำกว้างสายหนึ่ง

เส้นชัยนั้นอยู่ห่างออกไปประมาณสองกิโลอีกฟากหนึ่งของแม่น้ำ

กระต่ายได้แต่นั่งมองไม่รู้จะทำอย่างไร ในขณะเดียวกัน

เต่าก็เดินเตาะแตะตามมาจนทัน เดินลงไปในน้ำ

ว่ายน้ำข้ามไปอีกฟากหนึ่ง แล้วก็เดินต่อไปจนเข้าเส้นชัยเป็นคนแรก

นิทานเรื่องนี้มีคติสอนใจอย่างไร ?

 

 

     ก่อนอื่น จงรู้จักตนเองว่าทำอะไรได้เก่งที่สุด

แล้วจึงเลือกสนามที่เหมาะกับความเก่งของคุณ

     ตกมาถึงตอนนี้ กระต่ายกับเต่าก็รู้จักกันดี

จนกลายเป็นเพื่อนรักกันไปแล้วก็เลยมาสุมหัวกันคิด

ทั้งคู่ตระหนักว่าการวิ่งแข่งหนที่ผ่านมานั้นน่าจะทำให้ดีกว่านี้ได้

ทั้งสองจึงตกลงใจจะวิ่งใหม่อีกครั้งแต่คราวนี้วิ่งกันเป็นทีม 

เมื่อออกเริ่มวิ่ง กระต่ายเป็นฝ่ายแบกเต่ามาจนถึงริมฝั่งน้ำ

จากนั้นเต่าเป็นฝ่ายแบกกระต่ายพาว่ายข้ามน้ำไปจนถึงอีกฟากหนึ่ง

เมื่อขึ้นฝั่งได้กระต่ายก็กลับเป็นฝ่ายแบกเต่าพาวิ่งไปจนเข้าเส้นชัยด้วยกัน

ทั้งสองต่างรู้สึกพออกพอใจผลงานยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาแต่ก่อน

นิทานเรื่องนี้สอนว่าอย่างไร?

 

 

    การทำอะไรได้เก่งแบบข้ามาคนเดียวนั้นก็ดีอยู่

แต่หากว่าเราไม่สามารถทำงานเป็นทีม

และพึ่งพาความเก่งซึ่งกันและกันได้แล้วไซร้

เราก็จะสร้างผลงานได้ต่ำกว่าเกณฑ์ที่น่าพอใจอยู่เสมอ

เพราะว่ามันจะต้องมีสถานการณ์บางสถานการณ์อยู่เสมอ

ที่เราทำอะไรได้ไม่เก่งแต่คนอื่นเขาทำได้ดี 

    

     การสร้างทีมเวิร์คนั้นข้อใหญ่ใจความอยู่ที่

การรู้จักเลือกผู้นำให้เหมาะกับสถานการณ์

โดยการเปิดโอกาสให้ผู้ที่มีความเก่งเหมาะกับสถานการณ์นั้นๆขึ้นมาเป็นผู้นำ

 

     ยังมีบทเรียนจากนิทานเรื่องนี้อีกหลายข้อ

โปรดสังเกตว่าทั้งกระต่ายและเต่า

ต่างก็ไม่มีใครยอมแพ้หลังประสบกับความล้มเหลว

กระต่ายตัดสินใจที่จะทำงานหนักยิ่งขึ้นและพยายามให้มากขึ้นหลังจากที่พ่ายแพ้

เต่าเองก็เปลี่ยนยุทธวิธีเพราะว่าตัวเองก็ทำงานหนักที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว

 

     ในชีวิตจริงนั้นเมื่อเราประสบความปราชัย

บางครั้งการทำงานให้หนักขึ้นและพยายามให้มากขึ้น

ก็เป็นสิ่งที่เหมาะกับสถานการณ์

 

    บางครั้งการเปลี่ยนยุทธวิธีและลองอะไรที่แปลกใหม่ไป

ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ และบางครั้งก็ควรจะทำทั้งสองอย่าง

 

ที่มา: FW: ธรรมะ... สวัสดีค่ะ  ได้แง่คิดที่ดีมาก คิดว่ามีประโยชน์ จึงอยากให้ชาวบล๊อกได้อ่าน.เรื่องราว  กระต่ายกับเต่า ยุคโลกาภิวัฒน์...+++++

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: ข้อคิด msu-km เส้นทางชีวิตของอนงค์ 
· หมายเลขบันทึก: 220027
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ความเห็น:
17
 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
คิม นพวรรณ
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 19:41:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์

  • ทานมื่อเย็นหรือยังคะ
  • ปกติเป็นเวลาออกกำลังกายค่ะ
  • แต่วันนี้ฝนตกจึงงด
  • ชอบตรงนี้ค่ะ

    ทั้งคู่ตระหนักว่าการวิ่งแข่งหนที่ผ่านมานั้นน่าจะทำให้ดีกว่านี้ได้ ทั้งสองจึงตกลงใจจะวิ่งใหม่อีกครั้งแต่คราวนี้วิ่งกันเป็นทีม 

นายประจักษ์ ปานอินทร์
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 19:53:05 GMT+0700 (ICT)

เวอร์ชั่นนี้เพิ่งได้อ่าน  เป็นกลยุทธในการทำงานขององค์ได้เป็นอย่างดี น่าสนใจมาก  จิตวิทยาแนะแนวชอบมากตั้งใจจะเรียน ป.โท  ไปสอบที่ ประสานมิตร สอบไม่ได้ รับ 5 คน เลยไม่ได้เรียน  ขอบคุณสำหรับเรื่องดีดีมีสาระ

เพ็ญศรี(นก)
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 20:11:50 GMT+0700 (ICT)
  • กระต่ายกับเต่าในแง่มุมใหม่ น่าสนใจมากค่ะ
  • ถือว่าเป็นนิทานที่สามารถนำไปประยุกต์ในการทำงานได้
  • ข้อคิดดี ๆ อย่างนี้ เอามาเล่าให้ฟังเรื่อย ๆ นะคะ
MSU-KM :panatung~natadee
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 21:07:16 GMT+0700 (ICT)

 

สวัสดีค่ะP ครูคิม

  • ปกติจะทานข้าง 17.00 น.
  • ช่วงบ่ายที่มหาสารคาม  ฝนตกทำให้อากาศเย็น
  • ขอบคุณค่ะ
  • ชอบ....แต่คราวนี้วิ่งกันเป็นทีม 

เอ แวะมาดูกระต่ายกับเต่า เอ๊ย เต่ากับกระเต่า กับ ต่าย

นิทานยุคไร้สายครับ อิอิ สวัสดีครับพี่นงค์

สบายดีนะครับ ชื่นใจ ได้สาระและบันเทิง

นำไปประยุกต์ใช้ได้ด้วย ขอบคุณครับ

กิติยา เตชะวรรณวุฒิ
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 21:17:08 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

***งานสอนคนให้เป็นงาน

***การเปลี่ยนแปลงก็ไม่ได้มีบวกหรือลบเพียงอย่างเดียว

***มองลึกๆ ธรรมชาติก็ซ่อนสิ่งพิเศษเกือบให้ทุกสรรพสิ่งอยู่แล้ว มนุษย์ก็เช่นกันค่ะ

MSU-KM :panatung~natadee
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 21:22:58 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะP ผอ.นายประจักษ์~natadee

  • เห็นด้วยค่ะ เป็นกลยุทธในการทำงานขององค์กรได้เป็นอย่างดี น่าสนใจมาก 
  •  ขอเป็นกำลังใจให้ท่านค่ะ
  • เอาใหม่  การเรียน ไม่มีสาย  ด้าน จิตวิทยาแนะแนว ที่ ม. นเรศวรก็โอเคค่ะ
MSU-KM :panatung~natadee
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 21:24:27 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะคุณP พ็ญศรี(นก)

  • ได้แง่คิดที่ดีค่ะ นำไปประยุกต์ในการทำงานได้ ค่ะ
  • ขอบคุณมาก
MSU-KM :panatung~natadee
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 21:26:05 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะP  คนพลัดถิ่น~natachoei(หน้าตาเฉย)

  • บางครั้งการเปลี่ยนยุทธวิธีและลองอะไรที่แปลกใหม่ไป

    ก็เป็นสิ่งที่ควรทำ และบางครั้งก็ควรจะทำทั้งสองอย่าง

  • ขอบคุณมากค่ะน้องลีโอ

MSU-KM :panatung~natadee
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 21:28:16 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะP  กิติยา เตชะวรรณวุฒิ

  • โปรดสังเกตว่าทั้งกระต่ายและเต่าต่างก็ไม่มีใครยอมแพ้หลังประสบกับความล้มเหลว กระต่ายตัดสินใจที่จะทำงานหนักยิ่งขึ้นและพยายามให้มากขึ้นหลังจากที่พ่ายแพ้ เต่าเองก็เปลี่ยนยุทธวิธีเพราะว่าตัวเองก็ทำงานหนักที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว
  • ขอบคุณค่ะ

 

MSU-KM :panatung~natadee
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 21:33:03 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณทุกๆท่าน ตั้งแต่

ขอบคุณที่ร่วม ลปรร  ของ  ชุมชน  คนนักคิด  และมีความสด และใหม่อยู่เสมอ



ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 22:08:54 GMT+0700 (ICT)
  • สุดยอดเลย เก็บตกทุกประเด็น..
  • ขอจำไปเล่าให้ลูกศิษย์ผมได้เรียนรู้บ้างนะครับ
  • ผมเคยมอง กระต่ายกับเต่า อีกแง่มุมหนึ่ง เพราะมักรู้สึกอย่างนั้นบ่อยๆ
  • ขอบคุณความรู้ดีๆ ครับ
liverbird
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 22:36:19 GMT+0700 (ICT)
  • ได้ข้อคิดมากมาย
  • สรุปได้ว่า...ทีมเวิร์คดีที่สุดครับ
MSU-KM :panatung~natadee
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 23:35:42 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณ

P ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
  • ขอบคุณมากค่ะ..
  • ด้วยความยินดี
  • ผมเคยมอง กระต่ายกับเต่า อีกแง่มุมหนึ่ง เพราะมักรู้สึกอย่างนั้นบ่อยๆ
  • คงจะได้เรียนรู้ไปด้วยกันค่ะ
MSU-KM :panatung~natadee
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 23:39:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ น้องชาย P คนพลัดถิ่น~natachoei(หน้าตาเฉย)

MSU-KM :panatung~natadee
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 23:40:46 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

P  liverbird
  • ขอบคุณมากค่ะที่มาเยี่ยม และร่วม ลปรร
  • เห็นด้วย..การมี.ทีมเวิร์คดีที่สุด
อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น