สมาชิก
แลกเปลี่ยน

โชคดีที่เป็นโรคมะเร็ง

พลิกวิกฤต เป็นโอกาส

โชคดีที่เป็นโรคมะเร็ง ประสบการณ์ชีวิตนี้ ขอเล่าให้ฟังเพื่อเป็นสามเหลี่ยมเล็กๆที่อาจพลิกผันชีวิตท่านได้

ในช่วงชีวิตหนึ่งของดิฉันมีทั้งโชคดี และโชคร้ายในเวลาที่ใกล้เคียงกัน ประมาณปลายปี 2539 กำลังอยู่ระหว่างเรียนcourse work ปริญญาเอกสาขาวิชาประชากรศาสตร์ที่สถาบันวิจัยประชากรและสังคม ม.มหิดล เทอมสุดท้ายมีวิชา research internship เพื่อนๆก็คุยกับคณาจารย์ว่าพวกเราอยากไปฝึกประสบการณ์กับอาจารย์ที่ทำวิจัยในต่างประเทศ แต่ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณของสถาบันไม่สามารถสนับสนุนให้นักศึกษาไปต่างประเทศได้ทุกคน ดิฉันโชคดีที่ท่านอาจารย์(ศ.ดร.อภิชาติ)มีเครือข่ายที่ Eastwest center, HAWAII สามารถสนับสนุนทุนส่วนใหญ่ให้ และสถาบันฯสนับสนุนค่าเดินทางไปกลับ โดยส่วนตัวออกค่าใช้จ่ายเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ดิฉันได้ทราบว่าตนเองจะได้ไปต่างประเทศก่อนหน้าการเดินทางเพียงสามสัปดาห์เท่านั้น ก่อนไปยุ่งมาก เพราะต้องติดต่อทำ passport, visa ฯลฯ แต่ก็มี sense บางอย่างบอกตนเองว่ากลัวจะไปเจ็บป่วยที่ต่างประเทศ จึงไปหาหมอที่ศิริราชเพื่อขอเบิกยาบางส่วนเพื่อไปใช้ที่โน่น และแวะไปตรวจ pep smear เพื่อตรวจหาเซลล์มะเร็งปากมดลูกไว้ จากนั้นก็เดินทางไปต่างประเทศตามกำหนดการ ไปอยู่ที่โน่นได้ประมาณสามสัปดาห์ นอนหลับฝันไม่ค่อยดี จำไม่ได้ว่าฝันว่าอย่างไร พอตื่นขึ้นมาร้องไห้มากมาย ตอนแรกคิดว่าเป็นเพราะคิดถึงบ้านมากเกินไป แต่เมื่อยกโทรศัพท์ไปที่บ้าน พูดคุยถามสาระทุกข์สุขดิบสามีและลูกๆ ลูกสาว(ลูกคนเล็ก) บอกว่า แม่หมอมีจดหมายมาให้ไปพบด่วน เป็นจดหมายจากศิริราช ดิฉันก็กังวลใจเหมือนกัน แต่ไม่รู้ทำอย่างไร คิดมากก็ปวดหัว ทำใจปล้ำปลอบใจตนเองว่า จะไปอะไรมากไหมหนอ จะกลับก็กลับไม่ได้เพราะเป็นสัญญาทุนระหว่างมหาวิทยาลัย  กำหนดระยะเวลาฝึก 6 สัปดาห์ คิดว่าถึงเวลาตายก็คงต้องตายเท่านั้น ใช้ชีวิตไปเรื่อยๆ จนครบกำหนด นึกถึงคำพูดของแม่เคยบอกไว้ว่า ถ้าถึงช่วงอายุ...ปีต้องสืบชะตาหลวงนะ เพราะชะตาขาด (ตรงกับปีที่พบว่าเป็นโรคมะเร็งพอดี) พอเดินทางกลับถึงเมืองไทย รีบกลับบ้านไปทำพิธีสืบชะตาก่อน(กลัวขึ้นเขียงแล้วเลยขึ้นเมรุ นี่คือความในใจที่คิดตอนนั้น) แล้วจึงไปพบแพทย์ที่ศิริราช  ก่อนไปโรงพยาบาลแวะไปที่สถาบันฯที่เรียนพบเพื่อนๆร่นเดียวกันก่อน มีน้องคนหนึ่งมีน้ำใจมาก(ดร.พิมพา ขจรธรรม)บอกว่าจะขับรถยนต์ไปส่งไหม ดิฉันตอบอย่างมั่นใจว่าไม่เป็นไหร ไปเองได้ (เพราะไปเมืองนอกก็ไปคนเดียว) ไม่เห็นเป็นไรเลย พอไปถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ถามว่ามาทำไมตนนี้ เขานัดตั้งนานแล้ว พูดน้ำเสียงไม่พอใจเพราะไม่มาตามนัด (เพิ่มภาระงานให้เขา) ต้องอธิบายว่าหายไปไหนมา เมื่อพบหมอ (อาวุโสแล้ว) ท่านบอกว่าเป็นมะเร็งปากมดลูก step 2b ต้องผ่าตัดเอาชิ้นเนื้อไปตรวจก่อน หากพบว่าเป็นมากต้องผ่าตัดอีก วันนี้ต้องไปตรวจเลือด จองห้องเตรียมผ่าตัดเลย ดิฉันก็บอกว่าดิฉันเป็นพยาบาลเหมือนกัน แต่ไม่ได้ทำหน้าที่พยาบาลนานแล้ว จำไม่ได้ว่ามะเร็งปากมดลูกมีกี่ stage ท่านก็ถามว่าจะทำไม ดิฉันบอกว่าจะได้กลับไปเตรียมตัววางแผนว่าควรทำอะไรบ้าง เพราะกำลังเรียนปริญญาเอกอยู่ใกล้สอบวัดคุณสมบัติอยู่ (สอบวัดคุณสมบัตินี้ถ้าไม่ผ่านสอบแก้ตัวได้สองครั้ง ถ้าไม่ผ่านไม่มีสิทธิทำวิทยานิพนธ์คือ โดน retire นั่นเอง) หมอบอกว่าปริญาเอก ปริญญาโทอะไร จะตายไม่รู้ (ปากหมาน?) ดิฉันฟังแล้วร้องไห้โฮ ไม่อายใครเลย ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยร้องไห้แบบนี้มาก่อน (รู้ซึ้งเลยว่าตกนรกทั้งเป็นเป็นอย่างไร (นึกอีกที นึกสงสารชาวบ้านตาดำๆ ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ถ้ามาโดนอย่างดิฉัน จะทำอย่างไรหนอ) หันมาข้างหลัง เจอน้อง(ดร.พิมพา) คนที่บอกว่าจะขับรถมาส่ง นั่งรออยู่ ดิฉันกอดน้องได้ร้องไห้อยู่พักใหญ่ น้องจึงโทรหาอาจารย์หมอที่รู้จัก เพื่อขอคำปรึกษา พอดีท่านอาจารย์หมอท่านว่างอยู่ ทำผมอยู่ที่ร้านทำผมในโรงพยาบาล เมื่อปรึกษาได้รายละเอียดแล้ว จึงโทรศัพท์หาเพื่อนพยาบาลที่โรงพยาบาลสวนดอกที่เชียงใหม่ เพื่อนก็อาสาบอกให้มาผ่าตัดที่เชียงใหม่ จะช่วยเหลือดูแลฝากหมอ หาห้องพิเศษให้ ตอนนี้กำลังใจเริ่มดีขึ้น แต่ยังอดร้องไห้ไม่ได้ จำได้ว่าร้องไห้อยู่ประมาณสามวันสามคืน ถามสามีว่าถ้าฉันตาย เธอจะแต่งงานใหม่ไหม สามีตอบตรงๆว่าไม่แน่ (ก็คงจะเป็นเรื่องจริงนั่นแหละ) จึงมีสติระลึกได้ว่า คงจะคราวจะวอดวายแน่ ร้องไห้ก็ตาย ไม่ร้องก็ตาย จะร้องไปทำไมว้า (ชักเบื่อตนเอง) คิดวางแผนว่าต้องทำอะไรบ้าง ถ้าตนเองต้องตาย คิดไปทำงานไป สวดมนต์ไหว้พระ อุทิศส่วนกุศล สั่งเสียลูกๆว่า ถ้าแม่ไม่อยู่ต้องทำอะไรกันบ้าง (ตอนนั้นลูกคนโตอายุ 15 ปี คนเล็กอายุ 12 ปี) ก่อนเข้าห้องผ่าตัด ไหว้พระสวดมนต์ ก่อนนอนอธิฐานว่า ถ้าพระผู้เป็นเจ้าต้องการให้เราไปอยู่ อีกโลก เราคงตาย ถ้าอยากให้เราอยู่ทำดีต่อไป คงจะไม่ตาย พอผ่าตัดเสร็จ ฟื้นมาได้ คิดขอบคุณพระเจ้า พอหมอที่ผ่าตัดมาเยี่ยม ท่านบอกว่าตอนผ่าตัดใบมีดกรีดไปโดนกะเพาะปัสสาวะ เลยต้องต่อท่อปัสสาวะไว้หน้าท้องก่อน ถ้าแผลหายดีสามารถควบคุมการขับถ่ายได้จะเย็บปิดเหมือนเดิม (นี่คือโชคชั้นที่สอง สงสัยชอบซื้อหนึ่ง แถมหนึ่งแน่ๆ) หลังผ่าตัดนอนที่โรงพยาบาลอีกหนึ่งสัปดาห์ แล้วไปพักฟื้นต่อที่บ้านหกสัปดาห์ พักอยู่ที่บ้าน (หลังผ่าตัดเกือบหนึ่งเดือน) พยายามถ่ายปัสสาวะทางช่องปัสสาวะ แต่ถ่ายไม่ออก ครบกำหนดลาพัก ตัดสินใจเดินทางไปเรียนต่อที่กรุงเทพฯ หิ้วถุงปัสสาวะติดตัวไปนั่งเรียนในชั้นกับเพื่อนๆ (เป็นห่วงกลัวไม่ได้สอบวัดคุณสมบัติ) พอถึงเวลาพัก อาจารย์อนุญาตให้พัก เพื่อนๆพากันไปเข้าห้องน้ำ เรานั่งเปิดท่อปัสสาวะลงถุงไม่ต้องเดินเข้าห้องน้ำให้เสียเวลา (นึกในใจว่ามีถุงปัสสาวะนี่ ก็ดีเหมือนกันนะ สบายดี) สบายอยู่ได้ประมาณสามวัน ลองไปเข้าห้องน้ำถ่ายปัสสาวะ ที่นี้แหละถ่ายตามปกติสบายๆ (นึกในใจว่า อ้อ ถ้าเราไม่อยากได้ มักได้ พอเราบอกว่ามันอยู่ด้วยก็ดี ต้องเอาออกเสียแล้ว) หลังจากนั้นจึงไปพบหมอเอาถุงปัสสาวะออก ร่างกายก็ปกติเหมือนเดิม นี่คือเป็มที่มาของคำว่า กะบี่อยู่ที่ใจ นั่นเอง ขอจบภาคแรกเท่านี้ก่อนนะคะ มีอีกหลายๆตอน เพราะต้องผ่าตัดอีกหลายรอบ 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: วิธีคิด กำลังใจ มะเร็งปากมดลูก 
· หมายเลขบันทึก: 219862 · เขียน:  
· ดอกไม้:
1
 · ความเห็น:
31
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
add
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 21:52:13 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณนิ่มอนงค์

ขอให้พลิกวิกฤต เป็นโอกาสให้ได้นะคะ...เป็นกำลำงใจให้

nui
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 22:05:03 GMT+0700 (ICT)
  • น้องที่ที่ทำงาน เป็นมะเร็งเต้านม ผ่าตัดแล้ว เจอกันทุกวัน คุยกันทุกวัน กำลังใจดี  แถมเล่าเรื่องพี่ๆ น้องๆ เป็นมะเร็งตรงนั้นตรงนี้ ต้องไปทำนั่นทำนี่  เธอเรียกตัวเองอย่างอารมณืดีว่า  "ครอบครัวมะเร็ง"
  • มาให้กำลังใจค่ะ  หายไวๆ นะคะ ทราบว่ามะเร็งปากมดลูกรักษาได้ผลดีนี่คะ
แอมแปร์~natadee
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 22:13:38 GMT+0700 (ICT)

+ สวัสดีค่ะ...อ.นิ่มอนงค์...

 + มาส่งกำลังใจค่ะ....."กระบี่อยู่ที่ใจ" ...ใช่เลยค่ะ...อาจารย์ยอดเยี่ยมมากค่ะ

+ อาจารย์สอนที่มช.ใช่ไหมค่ะ...ไม่ทราบว่าอาจารย์รู้จักท่านพี่ดาวลูกไก่ไหมค่ะ..อยู่ห้องสมุด มช.ค่ะ...

+ ท่านหม่อมคุณตา(พ่อพี่ดาว หรือ พี่ต๋อย แห่งห้องสมุดมช. )นะค่ะท่านเขียนหนังสือไว้เล่มหนึ่ง

            

+ อ๋อยคิดว่ามีประโยชน์มากค่ะ...

+ เป็นกำลังใจให้ค่ะอาจารย์...

 

 

IP: xxx.172.17.92
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 23:32:24 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณกำลังใจทุกท่านค่ะ นิ่มอนงค์

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 23:35:37 GMT+0700 (ICT)

อาจารย์ครับ

ดีใจจนรีบวิ่งเข้ามาหาอาจารย์ไม่คิดชีวิตเลยนะครับ

อ่านจากหัวข้อบันทึกแล้วคุ้นๆครับ อาจารย์ครับ มาเขียนบ่อยๆนะครับ อย่างน้อยจะได้ช่วยเติมเต็มให้ลูกศิษย์ไปด้วย

บันทึกของผม

 

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 23:51:18 GMT+0700 (ICT)

นำภาพมาฝากครับผม

วันวานยังหวานอยู่ ใช่ไหม
IP: xxx.172.17.92
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 23:53:29 GMT+0700 (ICT)

เห็นภาพแล้วยังนึกว่า เหมือนเพิ่งผ่านไปวานนี้เอง อ.นิ่ม

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 00:00:27 GMT+0700 (ICT)

คิดถึง นศ.ทุกท่าน ป่านนี้คง ทำ Thesis กันบ้างแล้ว มีโอกาสจะไปที่ มหาวิทยาลัยอีกครับ...

ผมจะรีบเรียนจบโดยเร็วครับ เพื่อกลับไป มช.ครับ

สัญญาครับ  :)

nimanong
IP: xxx.172.17.92
เขียนเมื่อ Fri Oct 31 2008 00:04:04 GMT+0700 (ICT)

ขอให้กำลังใจนะคะ จะรอวันนั้น อ.นิ่ม

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Fri Dec 19 2008 23:06:35 GMT+0700 (ICT)

ขอขอบคุณทุกคนที่มาเยี่ยมค่ะ

ประกาย~natachoei ที่~natadee
เขียนเมื่อ Fri Dec 19 2008 23:10:40 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะ มาอ่านเรื่องราวที่เป็นกำลังใจ

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Fri Dec 19 2008 23:26:39 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณทุกท่าน ขอให้พรนั้นตอบสนองท่านและผู้เป็นที่รักหลายร้อยเท่าพันทวีนะคะ

ต้นกล้า
เขียนเมื่อ Wed Dec 24 2008 10:25:34 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์นิ่มอนงค์ และสวัสดีครับพี่นิ่มอนงค์ ในฐานะเป็นคนบ้านเดียวกัน และเป็นศิษย์เก่า บ.ศ. เหมือนกันครับ : )

ผมเพิ่งตามอ่านเรื่องมะเร็งของอาจารย์ครับ ไม่ทราบว่าอาการตอนนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ และนอกจากรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันแล้ว อาจารย์รักษาด้วยแนวทางอื่นอีกบ้างหรือไม่ครับ

หากอาจารย์พอจะมีเวลาว่าง ขอเรียนเชิญไปเยี่ยมชมบันทึกของผมที่ http://gotoknow.org/blog/release/199634 เผื่ออาจารย์จะสนใจ บางทีอาจมีประโยชน์ครับ : )

นาย เอกราช แก้วเขียว
เขียนเมื่อ Wed Dec 24 2008 10:41:53 GMT+0700 (ICT)

มาให้กำลังใจด้วยคนครับ อาจารย์...ในวิกฤตสุด ๆ ของชีวิต มักจะมีแสงสว่าง หรือทางออกเสมอ ๆ อาจจะมาจากตัวเราเอง หรือ คนข้างเคียงที่เป็น เพียงแต่เราต้องอดทนผ่านมันไปให้ได้ อย่ายอมแพ้ เสียก่อน...

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Wed Dec 24 2008 23:35:42 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณน้องต้นกล้า และคุณเอกราชมาก ตอนนี้สุขภาพก็ปกติอยู่ แต่หมอตรวจพบก้อนเนื้อคล้ายถุงน้ำ ประมาณ 4#5 cms เมื่อประมาณสองปีที่ผ่านมา หมอก็คุยปรึกษากันว่าไม่อยากผ่าตัดอีก คือผ่ามามากแล้ว คิดว่าน่าจะเป็นพังผืดมากกว่า แต่หมอก็ไม่รับประกันนะ ต้องลองสังเกตตัวเองดู ถ้าปวดมากๆต้องรีบมาโรงพยาบาล ตอนนี้ต้องไปตรวจทุกหกเดือนค่ะ ยังทำงานหนักเหมือนเดิม แต่พยายามปล่อยวาง ไม่เครียด ดูแลเรื่องอาหารและออกกำลังกาย

เนปาลี
เขียนเมื่อ Fri Dec 26 2008 11:43:41 GMT+0700 (ICT)
  • ธุ อาจารย์ค่ะ..

พอไปถึงโรงพยาบาลเจ้าหน้าที่ถามว่ามาทำไมตนนี้ เขานัดตั้งนานแล้ว พูดน้ำเสียงไม่พอใจเพราะไม่มาตามนัด..........หมอบอกว่าปริญาเอก ปริญญาโทอะไร จะตายไม่รู้ (ปากหมาน?) ดิฉันฟังแล้วร้องไห้โฮ ไม่อายใครเลย

เป็นเหตุผลที่ทำให้ต้อม..ถ้าไม่จำเป็นจนถึงขนาดป่วยหนักจะไม่มีวันเข้าโรงพยาบาลเลย  กลัวอารมณ์แบบนี้ค่ะ

 

ไม่ได้ใกล้ชิดกับญาติหรือใครที่เป็นมะเร็งมาก่อนเลย    จนวันหนึ่งได้รับหนังสือ "เมื่อหมอเป็นมะเร็ง" จากพี่จ๊ะคนนี้ P ดาวลูกไก่ ชื่นชมยินดี เพราะคุณพ่อของเธอเป็นคนเขียนนั่นเอง    เลยได้รู้จักกับเจ้าโรคมะเร็งมากขึ้น    ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเห็นหนังสือของคุณพ่อเธออยู่บนชั้นวางหนังสือขายดีอันดับต้นๆ ก็ไม่เคยคิดว่าจะซื้ออ่านหรืออยากได้   เพราะคิดว่าเป็นเรื่องไกลตัวและคิดว่าต้องอ่านแล้วทำความเข้าใจได้ยากแน่ๆ ก็เลยพลาดมาตลอด    จนกระทั่งได้มารู้จักพี่จ๊ะคนนี้นี่เองถึงได้อ่าน   อ่านแล้วก็แปลกใจ   เพราะเข้าใจง่าย

 

 

เนปาลี
เขียนเมื่อ Fri Dec 26 2008 11:49:52 GMT+0700 (ICT)

ยังคุยไม่จบเลย..ย..ย นิ้วดันคลิกผิดที่

อาจารย์เคยอ่านมาบ้างหรือยังคะ?  และตอนนี้ก็มีอาการดีขึ้นแล้วใช่ไหม?   เป็นกำลังใจให้นะคะ....

 

ป.ล. เรื่องเล่าของอาจารย์นับเป็นประสบการณ์ตรงที่หลายๆ ท่านคงอยากจะอ่านเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้    แต่..อาจารย์สังเกตไหมว่า "อ่านยากจัง"   เพราะตัวหนังสือติดกัน..ทำให้หลายๆ ท่านที่มีอายุอาจจะอ่านยากไปนิ๊ด..ด..ด

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Sat Dec 27 2008 00:04:39 GMT+0700 (ICT)

ขอขอบคุณด้วยหัวใจ(เต็ม100)ค่ะ สำหรับคำแนะนำและกำลังใจของทุกคน ยังไม่เคยอ่านหนังสือของอาจารย์หมอธันย์ โสภาคย์ เคยเห็นผ่านตา เคยอ่านหนังสือแปลของฝรั่งเกี่ยวกับมะเร็งกับชีวจิตค่ะ เดี๋ยวจะตามไปอ่านนะคะ

วิสิฐ พรหมเผ่า
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 17:10:05 GMT+0700 (ICT)

เรียกอาจารย์นิ่มอนงค์ที่เคารพ

กระผมนับถือมากเลยครับสำหรับประสบการณ์นี้

แต่ยังมีอีกสองประสบการณที่อาจารย์เคยสั่งสอน คือ เรื่องความรัก กับเรื่องที่ 4.00 ฆ่าตัวตายกับ 1.กว่าๆไปไปไล่ฆ่าเขา อ่ะครับอยากอ่านแบบละเอียดครับๆ ขอบพระคุณมากๆครับ

ลูกศิษย์อาจารย์นิ่มอนงค์ การส่งเสริมสุขภาพ'53

IP: xxx.172.97.4
เขียนเมื่อ Sat Sep 25 2010 22:19:51 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากนะคะ เดี๋ยวจะหาเวลามาเล่าต่อค่ะ อ.นิ่ม

หทัยทิพย์ แก้วประทุม
เขียนเมื่อ Sun Sep 26 2010 22:52:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์นิ่มอนงค์

หนูหทัยทิพย์ แก้วประทุมค่ะ นักศึกษาภาคปกติการส่งเสริมสุขภาพ 53

หนูชอบคำว่ากระบี่อยู่ที่ใจมากเลยค่ะ

เหมือนแบบว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับใจคนเราใช่ไหมค่ะ

ถ้าเรามีสติ และ จิตใจเข้มแข็งเราก็จะสามารถผ่านเรื่องต่างๆไปได้ด้วยตัวเอง

ขอบคุณสำหรับเรื่องเล่าดีๆค่ะ

ด้วยความเคารพ

หทัยทิพย์

nimanong
IP: xxx.172.59.199
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 07:23:37 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะ พระพุทธองค์ตรัสว่า อย่าเชื่อตามคำบอก ให้พิสูจน์เองนะคะ รักและเป็นห่วง อ.นิ่ม

แอมแปร์
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 12:05:03 GMT+0700 (ICT)

เรียน..ท่านคณะบดี คณะศึกษาศาสตร์ รศ.ดร.นิ่มอนงค์ งามประภาสม

หลังจากที่ได้อ่านบทความของอาจารย์อย่างต่อเนื่อง (จากบทความก่อนหน้า)

ทำให้หนูคิดว่า ประโยคนี้เหมาะกับอาจารย์มากๆ ค่ะ

You are, what you think.

เหมือนที่อาจารย์เคยสอนหนูตอนเรียนในระดับปริญญาตรีเกี่ยวกับองค์ประกอบของสุขภาพ

ถึงแม้ร่างกายจะเจ็บป่วย ทรมาน (สุขภาพทางกาย) แต่ถ้าหากจิตใจดี(สุขภาพจิตดี มีทักษะชีวิต) มีเพื่อน(สุขภาพทางสังคม) คอยให้กำลังใจ และคิดในแง่บวก วางเฉยต่อปัญหาที่เกิดขึ้น(สุขภาพจิตวิญญาณ) ร่างกายที่เจ็บป่วยก็ไม่ใช่ปัญหาค่ะ

(แต่ถ้าเป็นหนู คงเป็นปัญหาแน่นอนค่ะ หนูไม่สามารถคิดแง่บวกแบบอาจารย์ได้จริงๆ ค่ะ ^^)

ขออนุญาตมอบรางวัลนี้ให้จากใจค่ะ "สุดยอดหญิงแกร่งแห่งปี"

 

นักศึกษาบัณฑิตศึกษาการส่งเสริมสุขภาพ'53

[นางสาวสุพรรณี คงดีได้ : 530231040]

http://gotoknow.org/portal/ampere_za

นวพล บัวธนะ
เขียนเมื่อ Mon Sep 27 2010 19:09:09 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ ท่าน รศ.ดร.นิ่มอนงค์ งามประภาสมที่เคารพ

ก่ิอนอื่นต้องแนะนำตัวเองก่อนนะครับ ผมนายนวพล บัวธนะ นักศึกษาบัณฑิตศึกษา

การส่งเสริมสุขภาพ ขอขอบพระคุณอาจารย์ที่นำประสบการณ์ที่เป็นจุดเปลี่ยน

สิ่งสำคัญในชีวิตมาเล่าสู่้กันฟัง ครั้งหนึ่งในชีวิตของคนเราไม่ช้า ก็เร็ว

ต้องมีสักวันที่ต้องพากับความสิ้นหวัง ความสูญเสีย พลัดพราก จากลา

สิ่งเหล่านี้จะช่วยป่มเพาะขัดเกลาให้ตัวบุคคล ได้มีความเข้มแข็ง

ฟันฝ่าอุปสรรคที่ผ่านเข้ามา และใช้ชีวิตด้วยความไม่ประมาท

อาจารย์เป็นผู้ที่สร้างคุณงามความดีให้แก่ทุกคนมากมาย สร้างลูกศิษย์ที่เปี่ยมคุณภาพ

ผมเชื่อว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะช่วยคุ้มครองคนดี คนที่สร้างคุณงามความดี

อาจารย์จะเป็นตัวอย่างให้กับลูกศิษย์ทุกๆ คน ครับ

มีคนเคยพูดให้ผมฟังว่า

"คนเก่งจะเรียนรู้จากประสบการณ์ของตนเองแต่คนฉลาดจะรู้จักเรียนรู้จากประการณ์ของผู้อื่น"

 

               นาย นวพล บัวธนะ

   รหัส 530231034 การส่งเสริมสุขภาพ

http://gotoknow.org/portal/aongves64

ริน นรินทร์ หมื่นแสน
เขียนเมื่อ Sun Oct 03 2010 20:06:35 GMT+0700 (ICT)

สะท้อนความคิดความรู้สึก

กิจกรรมการเรียนการสอนวิชาปรัชญาและหลักการสุขศึกษา / ส่งเสริมสุขภาพ รหัสวิชา 057701 เริ่มตั้งแต่คาบแรกจนถึงเดี๋ยวนี้ อาตมาภาพรู้สึกอบอุ่นใจ ไม่รู้สึกอัดหรือกดดันแต่ประการใด ทั้งนี้ก็อาจจะด้วยบรรยกาศแห่งความเป็นกันเองที่อาจารย์ผู้สอนได้สร้างขึ้น บางครั้งรู้สึกเครียดและรู้สึกหนักอึ้งในสมอง แต่เมื่อมาเรียนกับอาจารย์ก็รู้สึกผ่อนคลาย อาจจะเพราะอาจารย์มักจะมีเรื่องราว ประสบการณ์ต่างๆ แปลกๆ ใหม่ ๆ มาเล่าให้เหล่าลูกศิษย์ - นักศึกษาฟังเสมอๆ ( เป็นการร่วมรู้แบบบูรณาการณ์ ) ก็เลยทำให้รู้สึกสนุกสนาน ( น่าสนใจ ) และที่สำคัญทำให้เราสามารถที่จะนำสาระความรู้เหล่านั้นมาประยุกต์เป็นแนวทางแห่งการศึกษา และปฏิบัติสืบต่อไป

จากความรู้ที่ได้รับมา อาตมาภาพนั้นได้นำมาปรับใช้กับการปาฐกถาธรรม บรรยายธรรม เมื่อก่อนเคยเทศในส่วนที่เป็นแต่ธรรมและวินัยบัญญัติเท่านั้น แต่ในขณะนี้ หลังจากได้รับองค์ความรู้ใหม่ อาตมาภาพได้นำเอาสาระความรู้เหล่านั้นที่ได้จากการเรียนปรัชญาและหลักการสุขศึกษา / ส่งเสริมสุขภาพ ไปปรับประยุกต์ใช้โดยการเอาหลักการดูแลสุขภาพ หลักโภชนาการ มาประยุกต์เข้ากับการปาฐกถาธรรม บรรยายธรรม ด้วย ดูเหมือนว่าจะได้รับความสนใจ และแปลกใหม่แก่ผู้ที่เข้ามาร่วมทำบุญในวันพระไม่ใช้น้อย ( ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีด้วยล่ะ )

ขอบคุณโอกาสที่ได้ทำให้มาเป็นลูกศิษย์ท่านอาจารย์ ( รศ. ดร. นิ่มอนงค์ งามประภาสม ) ขึ้นชื่อว่า ครู ( อาจารย์ ) ผู้คอยประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้แก่ศิษย์ อาตมาภาพให้ความเครารพบูชาคุณแห่งครูบาอาจารย์เหล่านั้น อุดมการณ์ที่บ่มเพาะจากจิตที่อยู่ภายใน แบบพิมพ์ที่สมบูรณ์ และความงดงามที่เคยประจักษ์ต่อสายตา จะหล่อหล่อมให้อาตมาภาพเป็นพระนักพัฒนาตน พัฒนาคน พัฒนาชาติพระศาสนาที่ดีสืบต่อไป

ขออำนาจ พระไตรรัตน์ บำบัดทุกข์

ประสบสุข เกษมสันต์ และหรรษา

ดำรงยศ เย็นสุข ทุกทิวา

มีลาภา ล้ำเลิศ ประเสริฐเทอญ.

พระนรินทร์ หมื่นแสน นักศึกษาบัณฑิตศึกษา 530232137 คณะศึกษาศาสตร์ สาขา การส่งเสริมสุขภาพ

เฉลิมพล
เขียนเมื่อ Sun Feb 13 2011 03:00:10 GMT+0700 (ICT)

เรียน อาจารย์ นิ่มอนงค์ งามประภาสม

สวัดดีครับอาจารย์ เคยได้จังอาจารย์เล่าเรื่อง เป็นโรคมะเร็งปากมดลูกใน Class แต่ได้ทราบรายละเอียดขนาดนี้ ได้มาอ่านบทความที่อาจารย์เขียน โอ้โห สุดยอด ไม่มีคำบรรยาย อาจารย์ เป็นอะไรที่ PerFect มาก ผมฟังแล้ว ขนลุก อาจารย์เข้มแข็ง และ อาจารย์มองโลกในแง่บอก ผมอยากทำได้เหมือนอาจารย์ จังครับ

อ้อ อีกอย่าง ขออนุญาต comment น๊ะครับ อาจารย์เขียนเล่าเรื่องเก่งมากเลย อ่านแล้ว เพลิน และก้อจำรายละเอียดต่างๆได้ดี เลยครับ

ปล. ผมนำ link บันทึก การสอนเพศศึกษาของผม ในกระบวนวิชา gender & sex 074409 มา Postให้อาจารย์ ครับ http://gotoknow.org/blog/chalermpon-mapheng

ขอความกรุณาจากอาจารย์ ช่วยชี้แนะผมด้วย น๊ะครับ

รักและเคารพ

เฉลิมพล มาเป็ง 500210163

13 ก.พ. 2554  

วรวุฒิ
เขียนเมื่อ Wed Feb 16 2011 20:40:43 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์นิ่มอนงค์ งามประภาสม ที่เคารพ หลังจากที่ผมได้อ่านบทความแล้วทำให้รู้สึกว่าถ้าหากเราเกิดมีปัญหาอะไรเข้ามาในชีวิต แล้วมัวแต่มานั่งเสียใจกับมันจนไม่เป็นอันทำอะไร ยิ่งจะทำให้ปัญหานั้นหนักเข้าไปอีก สู้ทำใจยอมรับกับมันและหาทางออกให้กับปัญหาด้วยปัญญาดีกว่า ปัญหานั้นก็จะผ่านพ้นไปได้ และผมรู้สึกว่าอาจารย์เข้มแข็งมาก ไม่ยอมแพ้ต่อปัญหาง่ายๆ ถ้าเกิดปัญหาใดๆในชีวิตของผม ขออนุญาตนำวิธีคิดของอาจารย์มาใช้แก้ปัญหาด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ

http://gotoknow.org/portal/god_worrawut

link บันทึก การสอนเพศศึกษา กระบวนวิชา gender & sex 074409 ครับ

ด้วยความเคารพอย่างสูง

นาย วรวุฒ ศรีอดิศักดิ์

500210176

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Wed Feb 16 2011 21:16:54 GMT+0700 (ICT)

ยินดีค่ะ และขอบคุณค่ะ

สุมาลย์ อิชโรจน์
IP: xxx.25.243.173
เขียนเมื่อ Tue Jul 26 2011 16:25:46 GMT+0700 (ICT)

ดีใจที่ตามหาพี่นิ่มจนเจอ หลังจากที่เราจากกันมา ประมาณ ๓๘ ปี แล้ว อยู่ๆก็นึกถึงพี่ ชื่อพี่ก็ลอยเข้ามา แต่เป็นนามสกุลเก่านะคะ นึกได้ว่าลองหาดูในGoogle หรือ facebook ปรากฏว่าพบทั้งสองที่เลย ตุ้มจึงได้อ่านกระบี่อยู่ที่ใจของพี่ ..ประวัติส่วนตัว และได้ทราบว่าพี่เป็นโรคฮิตติดอันดับ ตอนนี้เวลาก็ผ่านมาหลายปีพี่เป็นอย่างไรบ้าง มีอาการอื่นๆหรือเปล่า ดูจากรูปของพี่ พี่ยังสวยสดใสเหมือนเดิมเลย ตุ้มรู้สึกภูมิใจที่ทราบข่าวว่าพี่เรียนต่อปริญญาเอกและได้รับเลือกให้เป็นคณบดีคณะศึกษาศาสาตร์ด้วย แล้วตุ้มจะส่งรูปที่เราถ่ายกันตอนที่พี่ไปรับใบประกาศที่วัฒโนทัย พี่อาจจำตุ้มได้ ตุ้มจะรอข้อความตอบกลับจากพี่ จริงๆตุ้มมีอะไรมากมายอยากคุยกับพี่ แต่กลัวมันจะยาวเกินไป

สุดท้ายตุ้มขอให้พี่นิ่มยอดนักสู้(ฉบับกระเป๋า)และครอบครัวพี่มีแต่ความสุขตลอดไป

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Sat Jul 30 2011 22:20:19 GMT+0700 (ICT)

ขอขอบคุณนะคะ ติดต่อพี่ด่วยด้วยนะคะ พี่นิ่ม

นิ่มอนงค์
เขียนเมื่อ Fri Aug 10 2012 18:23:38 GMT+0700 (ICT)

ติดต่อกลับทางอีเมล์ด้วย โทร 0815683133

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์