“คนจีนทำไมถึงรวยเอ๊ารวยเอา แต่คนไทยแท้เราส่วนใหญ่ทำไมถึงจนล้งจนลง หาคำตอบได้จากงานเขียนของ ว.ธีรวาส (คนขวางโลก)

“คนจีนทำไมถึงรวยได้? แล้วคนไทย(แท้ส่วนใหญ่)ทำไมถึงยากจน?”

เป็นหนึ่งในตัวอย่างหนังสือเรียนนอกกะลา

 ที่บูรณาการได้หลากหลายสาระของโคกเพชร

โดยเฉพาะสาระทักษะชีวิต ที่เป็นสาระสำคัญของหลักสูตรท้องถิ่น

ซึ่งผู้เรียนจะเห็นภาพเส้นทางความร่ำรวยมีอยู่มีกินอย่างล้นเหลือของคนจีนอย่างชัดเจน

ทั้งๆที่ตอนอยู่เมืองจีนนั้นส่วนใหญ่ยากจนค่นแค้นกว่าคนไทยเป็นอย่างมาก

และในขณะเดียวกัน

ผู้เรียนก็จะเห็นถึงแก่นแท้และมูลเหตุสำคัญๆที่ทำให้คนไทย(แท้)ยากจน ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

อันจะนำไปสู่กระบวนการคิดวิเคราะห์ปรับปรุง เปลี่ยนแปลง และพัฒนาตนเอง

ทั้งทางด้านความคิด ทัศนคติ ความเชื่อ และคุณลักษณ์อื่นๆ

เพื่อการมีวิถีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

(......ก่อนที่จะสาย........ ไร่นาไม่เหลือให้ทำ......)

(สนใจใคร่อ่านตัวอย่างหนังสือเรียน"นอกกะลา"ดังกล่าว  ขอเชิญคลิกที่ หนังสือเรียนนอกกะลา ครับ)

*******************

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 215909
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 13  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

hall
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 01:03:26 GMT+0700 (ICT)

ปรับที่ตัวเรา เปลี่ยนที่รากฐาน และเชิญชวนผู้อื่นใกล้ตัวมาร่วมด้วย การพึ่งพาคนอื่นนั้นอย่าคาดหวังว่าเขาจะจริงใจกับเราจริงๆ ต่างชาติเข้ามาเพราะเห็นแก่ผลประโยชน์เป็นส่วนใหญ่ หากเราไม่ใช้ของไทย กินของไทย เปลี่ยนไปใช้ชีวิตอย่างไทยๆ ซักวันจะไม่มีประเทศไทย

ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 01:21:36 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณวงศพัทธ์ P

  • ขอบคุณครับที่กรุณาแวะมาเยี่ยม  พร้อมคำแนะนำดีๆ
  • ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรก โอกาสหน้าเชิญอีกนะครับ
  • สวัสดีครับ
บัวปริ่มน้ำ
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 01:29:31 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ ครูวุฒิ คะ
  • มาอ่านแล้ว ได้ความรู้ แง่คิดดีๆ ค่ะ
  • มีคำถาม (โดยส่วนตัว) นะคะ
  • "คนไทยเราเอง ก็เก่งไม่แพ้ใคร แต่ไฉน เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ" คำนี้ หนูว่า มันน่าจะมีคำอธิบาย ที่บ่งชี้ว่า คนไทย เก่งอะไร แต่ขาดอะไร นะคะ
  • หนู ก็ตั้งคำถาม เพื่ออยากรู้คำตอบ ค่ะ
  • ขอบคุณค่ะ
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 02:10:10 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณPบัวปริ่มน้ำ

  • นอนดึกเหมือนกันนะครับ
  • ครับ เร่งเก่งคนไทยไม่ใคร่แพ้ใครหรอกครับ
  • แต่..... คนไทยสุขสบายจนเคยตัว (ทำก็ได้กิน ไม่ทำก็ได้กิน เพราะธรรมชาติอุดมสมบูรณ์)
  • อีกอย่าง... "คนไทยหลงไหลในบุญ จึงให้ความสำคัญกับพิธีการเพื่อหวังสุขสบายในชาติหน้า" ซึ่งทำให้เกิดการเบียดเบียนกันและกันจนอ่อนแอกันไปหมด
  • ซึ่งความหลงไหลในบุญของคนไทยดังกล่าว ก็เข้าทางคนจีนที่ถนัดในเรื่องค้าขาย (คนจีนจะหาสารพัดสินค้าเพื่อการสร้างบุญสร้างกุศลมาขายให้คนไทย เพราะคนไทยจะงานบุญและประเพณีทั้งส่วนตัวและส่วนรวมทั้งปี คนไทยจึงมีแต่ซื้อๆๆๆๆๆ ในขณะที่คนจีนก็ขายๆๆๆๆๆ แล้วกำไรและความร่ำรวยจะเกิดที่ใครล่ะ)
  • คุณบัวฯว่ามีส่วนจริงไหมครับ (ถ้าอ่านงานเขียนของตาแป๊ะวินัย จะเห็นชัดเจนมากครับ)
  • ความคิดเห็นเพิ่มเติมในส่วนนี้ของผม คงพอจะเป็นคำตอบสำหรับคำถามของคุณบัวฯได้บ้างนะครับ
  • ขอบคุณครับ
  • สวัสดีครับ
ประถม
IP: xxx.174.215.39
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 02:43:09 GMT+0700 (ICT)

ความจนความรวยเป็นเรื่องสมมติครับ แท้จริงแล้วอยู่ที่ความพอหากคนเราพอก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว การสร้างความร่ำรวยอาจเป็นการทำลายสมดุลธรรมชาติก็ได้ เพราะสิ่งทั้งหลายที่สร้างความรวยนั้นมาจากธรรมชาติทั้งนั้น หากคนนำมาสะสมเพื่อความรวยอย่างไม่มีความพอก็ใช้ธรรมชาติอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด จึงเสียสมดุลเกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างที่เห็นกันอยู่นะครับ

hall
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 06:29:37 GMT+0700 (ICT)
  • ขออนุญาตครูวุฒิต่อคำตอบของครูวุฒิให้กับคุณบัวปริ่มน้ำหน่อยนะครับ
  • คนไทยส่วนใหญ่มีความเชื่อแบบผิดๆในหลายเรื่อง เช่น ไสยศาสตร์ มนตราคาถา หรือแม้แต่ศาสนาพุทธเองเราก็เชื่อแบบผิดๆมาตลอด พิธีการ ดังที่ครูวุฒิว่า เช่น งานบุญ งานบวช งานแต่ง งานศพ ล้วนแต่ทำไปเพราะความเชื่อผิดๆหรือเพราะหน้าตาในสังคม แทนที่จะศึกษาธรรมะ แต่คนไทยกลับเน้นไปที่การสวดมนต์ การฟังพระสวด โดยที่หลายๆคนไม่ได้รู้คำแปล หากต้องการให้ประเทศไทยเจริญขึ้นจริงๆเราควรเลิกการสวดมนต์เป็นภาษาบาลี เปลี่ยนเป็นสวดภาษาไทย คนทั่วไปจะได้ฟังเข้าใจในธรรมะ สมัยก่อนจนถึงปัจจุบันผมฟังพระสวดก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ไม่เคยคิดคำแปลตามทันซะที ถ้าทำได้ หลักศีลธรรมจะค่อยๆซึมเข้าไปในคนฟังได้มากกว่าฟังอะไรก็ไม่รู้
  • พุทธ คือ ธรรมชาติ แต่คนไทยชอบเรื่องเหนือธรรมชาติ ชอบมีเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ จนบางคนหลงตัวไป เช่าพระเครื่องเป็นล้านๆ(ผลประโยชน์อยู่ที่ใคร)เป็นต้น
  • ไสยศาสตร์ เป็นการปลูกฝังความเชื่อผิดๆมาจากคนบางกลุ่มที่ต้องการหาประโยชน์เข้าตัว พระพุทธเจ้าสอนให้ไม่เชื่อก่อนจะใช้ปัญญาพิจารณาให้รอบคอบก่อนตาม กาลามสูตร
  • คนไทยมีความสามารถครับ เก่งมากด้วย หลายๆคนมีพรสวรรค์ แต่ไม่สามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังเช่นญี่ปุ่น แม้คนที่ทำงานจะไม่ถูกขี้หน้ากันเลย แต่เวลาทำเขาจะร่วมมือกันเต็มที่ ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อบริษัท แต่คนไทยมัวแต่ทะเลาะกัน ไม่มีความสามัคคีกัน ถ้าไม่ถูกหน้ากันก็อย่าหวังเลยว่าจะได้ข้อมูลจากชั้น อะไรทำนองนี้ครับ
  • คนไทยเสียเวลามากกับการติฉินนินทาผู้อื่น แต่ไม่ค่อยจะหันไปมองตัวเองดูก่อนบ้าง นินทาว่าร้ายผู้อื่นก็เหมือนการว่าร้ายตัวเองอยู่
  • คนไทยหลงในความศิวิไลย์ที่ต่างชาตินำมาป้อนให้เพราะผลประโยชน์ของชาติเขา เราเสียทรัพยากรธรรมชาติไปกับเรื่องพวกนี้มากเหลือเกิน คนไทยไม่รู้จักพอ
  • คนไทยมือถือสากปากถือศีล ปากบอกว่าทำดีแต่จริงๆแล้วไม่ทำดีจริง บางคนอาราธนาศีลห้าอยู่กลับตบยุง พออาราธนาเสร็จก็ไปกินเนื้อสัตว์ พอสวดเสร็จปั๊บก็เริ่มจับกลุ่มคุย...กัน บางคนก็ตั้งวงกินเหล้ากันเลยด้วยซ้ำ ไม่ต้องใคร พ่อผมเอง ตั้งโต๊ะกินเหล้าในงานศพญาติแม้จะนิยมบรั่นดีไทย แต่หลายๆครั้งก็ชอบวิสกี้นอก ส่วนเรื่องการเมือง..ไม่ต้องพูดถึงครับ
  • คนไทยบางคน บางกลุ่ม เห็นแก่ตัวเกินไป เอาแต่ผลประโยชน์เข้าตัวโดยไม่นึกถึงส่วนรวม เอาตัวเองให้รอด ให้ได้เงินเยอะๆ เอาไว้ก่อนแม้จะต้องทุจริตคอรัปชั่นก็ตาม
  • สรุปว่าคนไทยส่วนใหญ่ขาด ศีลธรรม เมตตาธรรม และ ความรู้ความเข้าใจอย่างถ่องแท้ ครับ
  • ความเห็นส่วนตัวนะครับอาจไม่ตรงกับความเห็นของหลายๆท่านและทำให้ท่านรู้สึกไม่ดีก็ขออภัยด้วย
  • ขอบคุณครับผม 
นายประจักษ์ ปานอินทร์
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 07:55:31 GMT+0700 (ICT)
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 22:44:02 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์ประถม

"ความจนความรวยเป็นเรื่องสมมติครับ แท้จริงแล้วอยู่ที่ความพอหากคนเราพอก็ไม่ต้องการอะไรแล้ว การสร้างความร่ำรวยอาจเป็นการทำลายสมดุลธรรมชาติก็ได้ เพราะสิ่งทั้งหลายที่สร้างความรวยนั้นมาจากธรรมชาติทั้งนั้น หากคนนำมาสะสมเพื่อความรวยอย่างไม่มีความพอก็ใช้ธรรมชาติอย่างไม่มีขอบเขตจำกัด จึงเสียสมดุลเกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมอย่างที่เห็นกันอยู่นะครับ"

  • เห็นด้วยกับความคิดเห็นของอาจารย์ส่วนหนึ่งครับ
  • ความพอเป็นเรื่องดี  แต่ความไม่พอนี่แหละตัวร้าย  และความยากจนก็มักจะเป็นเรื่องของความไม่พอซะด้วยสิ "ไม่พอให้ลูกกิน ไม่พอให้ลูกใช้ ไม่พอให้ลูกไปโรงเรียน ไม่พอใช้หนี้ ไม่พอช่วยงาน ไม่พอช่วยบุญ ฯลฯ" (เรียกรวมๆว่าไม่พอสำหรับความจำเป็นในการดำรงชีวิตโดยปกติก็แล้วกัน) การไม่พอในลักษณะนี้แหละที่ผมว่าคือความยากจนและนำมาซึ่งปัญหาหลายอย่างในสังคมไทย
  • และทุกอย่างก็มักมีสองด้านเสมอ "ความจนก็สามารถทำให้เกิดการทำลายความสมดุลย์ทางธรรมชาติได้ (เช่น การบุกรุกแผ้วถางป่าเพื่อใช้เป็นที่ทำกิน) และในขณะเดียวกันความรวยก็อาจส่งเสริมความสมบูรณ์ทางธรรมชาติได้เช่นเดียวกัน" ผมว่ามันขึ้นกัยสามัญสำนึกของคนมากว่า
  • ทีนี้ลองมาว่าถึงเรื่องความจนของคนไทย(แท้ส่วนใหญ่) ที่มักจะเป็นที่มาของปัญหาต่างๆมากมาย เช่น การจี้ปล้นฉกชิงวิ่งราว การลักเล็กขโมยใหญ่ การอพยพทิ้งครอบครัวไปหางานทำยังต่างถิ่น ทิ้งครอบครัวให้อ่อนแอ ลูกเต้าขาดความอบอุ่น สูญเสียที่ทำกิน ฯลฯ เหล่านี้เป็นมลพิษทางสังคมที่เกิดจากความยากจนทั้งสิ้นนะครับ
  • แต่ประเด็นที่ผมยกมาในบันทึกนี้ เป็นการเปรียบเทียบระหว่างกิจนิสัยของคน ๒ เผ่า ที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน  จึงให้ผลที่แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญครับ
  • ขอบคุณอาจารย์ที่ร่วมแจม  วันหลังเชิญอีกเช่นเคนนะครับ
  • สวัสดีครับ
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 22:57:54 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับคุณวงศพัทธ์(P hall )

  • ที่ช่วยเสริมเติมเต็มได้ละเอียดละออดีจัง คุณบัวฯคงแอบยิ้มเวลาอ่านแน่ๆล่ะครับ
  • ซึ่งทุกประเด็นก็ตรงทัศนของผมด้วย
  • และผมเองก็มักจะโทษว่า เป็นเพราะ"การศึกษาที่ผิดหลักและหลงทาง" นั่นแหละ  ที่ทำให้คนไทยหลงผิดไปแบบหาทางกลับกันไม่เจอกันอยู่ทุกวันนี้
  • ซึ่งหากพระพุทธเจ้าท่านกลับชาติมาเกิดและเห็นความเชื่อของคนไทยในฐานะชาวพุทธในยุคนี้  ท่านคงเป็นลมล้มตึงแน่ๆ
  • ขอบคุณสำหรับสื่งดีๆที่ร่วมแจมนะครับ
  • หวังว่าโอกาสหน้าคงได้มีโอกาสต้อนรับคุณวงศพัทธ์อีก
  • สวัสดีครับ
ครูวุฒิ
เขียนเมื่อ Sun Oct 12 2008 23:00:49 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับท่าน ผอ.ประจักษ์ P นายประจักษ์~natadee

  • ขอบคุณครับสำหรับกำลังใจและคำอวยพรดีๆในเช้านี้
  • ขอให้พรสะท้อนกลับไปยังท่านและคนในครอบครัวด้วยนะครับ
  • สวัสดีครับ
naree suwan
เขียนเมื่อ Thu Nov 06 2008 09:45:03 GMT+0700 (ICT)
  • ครูวุฒิคะเมืองไทยสมัยก่อนอุดมสมบรูณ์ ในน้ำมีนาในนามีข้าวแล้วผู้คนไม่มากเท่าทุกวันนี้ คนไทยจึงเป็นคนใจเย็น สบายๆสบาย ไม่ต้องดิ้นรนมากแบบชนชาติอื่น
  • แต่ทุกวันนี้เราพึ่งพาตนเองน้อยลง ซื้อทุกอย่าง แต่รายได้ไม่เพิ่ม สภาพชนบทเกือบไม่เหลือเค้าเดิมหากไม่รีบแก้ไข อนาคตลูกหลานจะแย่กว่านี้นะคะ
วี
IP: xxx.25.46.57
เขียนเมื่อ Tue Mar 06 2012 15:12:58 GMT+0700 (ICT)

คนไทยจนเพราะมีหลายเหตุผล

1.ติดค่านิยมไม่ประมาณรายได้รายจ่ายของตัวเอง

2.คิดว่าบรรพบุรุษมีทรัพย์สินให้จึงไม่เกิดความพยายามขนขวย

3.อาจจะเกี่ยวกับสายเลือดที่ขี้เกียด

4.ประมาทในการใช้ชีวิตคิดว่าหมดแล้วพรุ่งนี้ก็หาใหม่ได้

5.ไม่มีนิสัยเก็บออมเพราะพ่อแม่ฟุ้มเฟือยเป็นแบบอย่าง

6.ไม่มีการว่างแผนอนาคตสร้างความมั่งคงแบบระยะสั้นและยั่งยืน

7.ติคนิสัยเล่นการพนัน ดื่มเหล้า

8.ชอบเป็นตารอและตาขอ ขี้เกียดเป็นต้นเหตุไม่อยากคิด,ทำ,สร้างเอง วันๆก็รอให้ท่านผู้มีพระคุณมาช่วย (ตารอ) ถ้าไม่มีใครมาช่วยก็มากลายเป็นตาขอซะเอง ขอยืมเงิน ขอกู้ ขอเลย

9.ชอบเป็นขี้ข้าเป็นผู้ตาม ไม่ชอบเป็นผู้นำเพราะไม่ชอบใช้สมอง

10.ชอบเป็นคนที่มีทัศคติลบ ลบแบบไม่มีเหตุผลเกียดใครซักคนพูดให้ร้ายจนไม่มีแผนดินอยู่ แทนที่จะหันกลับมามองและพิจารณาผลงานแย่ๆของตัวเอง

คนไทยไม่ต้องรักชาติหรอก เพราะรักจนชาติวุ่ยวายถอยหลัง ควรที่จะรักตัวเองให้มากๆ ใช่สมองที่ยังมีอยู่ไปคิดหาวิธีเพิ่มงานเพิ่มรายได้ ถ้าประชาชนมีรายได้ที่มั่นคงไม่จนประเทศก็เจริญ อย่างนี้ถึงว่างรักชาติจริงๆ

Jit
IP: xxx.148.187.92
เขียนเมื่อ Sat May 11 2013 18:01:36 GMT+0700 (ICT)

คนไทยรวยมากถ้าเทียบกับชาวยุโรป มีอาหารการกินมากมาย  คนไทยมีบ้านเป็นของตัวเอง รวมทั้งที่ดินอีกมากมาย รถมือสองไม่ค่อยมี ส่วนใหญ่ป้ายแดง รวมทรัพย์สินแล้ว มีมูลค่ามากกว่าหนี้เยอะ คนยุโรปรายได้มากก็ตจริง แต่ไม่พอซื้อบ้าน ต้องเช้าบ้านอยู่ ทรัพย์สินไม่มีอะไร แค่รถมือสองเก่าๆ อยู่แบบพอเพียงพออยู่พอกิน ไม่มีทางได้เลี้ยงกันบ่อยๆเหมือนบ้านเรา ต้องกินอยู่ใช้อยู่ระมัดระวังมาก ถ้าคนไทยอยากอยู่สบายก็แค่ไม่สะสมสมบัติให้มากนัก ถ้าหนี้มากก็ขายออกไปบ้างที่ดินเอาเงินมาใช้หนี้ เหลือไว้พอใช้ก้พอ  แค่นี้เราก็อยู่สบาย ไม่ต้องลำบาก โชคดีแล้วที่เกิดเป็นคนไทย


 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า