สมาชิก
แลกเปลี่ยน

..... ต้องไปเกิดเป็นเปรต

 ..... ต้องไปเกิดเป็นเปรต 

ยังไม่พ้นเทศกาลชิงเปรต คืนนี้จะเขียนปรารภเปรตอีกเรื่อง ซึ่งประเด็นนี้ผู้เขียนคิดไว้ตั้งแต่แรกแปลบาลีเรื่องนี้... จากเรื่อง คลิกที่นี้ เป็นต้น จะเห็นได้ว่า เปรตเหล่านั้น มีกรรมก็คือทุจริตต่อหน้าที่โดยการเบียดบังรายได้และสิ่งของมาเป็นของตน (ประเด็นทำนองนี้มีเยอะ ผู้สนใจอาจค้นเพิ่มเติมได้จาก link ที่ให้ไว้)

  • ถามว่า ทำกรรมอะไรจึงได้ไปเกิดเป็นเปรต ?
  • ตอบว่า กรรมที่เป็นเหตุให้เกิดเป็นเปรตนั้นมีมากมาย แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือ กินของสงฆ์

ในคำว่า กินของสงฆ์ นั้น เป็นสำนวนทั่วไป... โดยคำว่า สงฆ์ นั้น นอกจากจะมุ่งหมายถึงพระภิกษุสงฆ์แล้ว ตามศัพท์ยังแปลว่า หมู่คณะ ชุมชน หรือกลุ่มคนในสังคมหนึ่งๆ เป็นต้น... ส่วนคำว่า กิน นั้น หมายถึง การเบียดบัง ถือเอาโดยทุจริตโดยประการทั้งปวง หรือคอรัปชั่นตามสำนวนภาษาต่างด้าว... ดังนั้น คำว่า กินของสงฆ์ จึงบ่งชี้ความหมายว่า การคอรัปชั่นจากสังคม... ประมาณนี้

ผู้ที่มีโอกาสคอรัปชั่นจากสังคมก็คือ ผู้ที่ทำงานให้สังคมนั้นเอง ซึ่งนอกจากข้าราชการและนักการเมืองทุกระดับชั้นแล้ว หัวหน้างานหรือลูกพี่ที่เอาเปรียบลูกน้องโดยทุจริต ตลอดถึงสังฆการีและไวยาวัจกรของวัดที่เบียดบังบางอย่างไปเป็นของส่วนตัว ก็อาจเข้าข่ายว่าเป็น ผู้มีโอกาสคอรัปชั่นจากสังคม ตามนัยว่ากินของสงฆ์นี้ได้เหมือนกัน

เมื่อถือเอาตามนี้ ก็อาจสรุปได้ง่ายๆ ว่า...

  • นักการเมืองที่คอรัปชั่น... ต้องไปเกิดเป็นเปรต
  • ข้าราชการที่คอรัปชั่น... ต้องไปเกิดเป็นเปรต
  • ไวยาวัจกรที่คอรัปชั่น... ต้องไปเกิดเป็นเปรต
  • สังฆการีที่คอรัปชั่น... ต้องไปเกิดเป็นเปรต
  • หัวหน้าทุกระดับที่คอรัปชั่น... ต้องไปเกิดเป็นเปรต
  • ใครก็ตามที่ทุจริตในการเสียภาษีก็... ต้องไปเกิดเป็นเปรต
  • ใครก็ตามที่เอาเปรียบหมู่คณะ... ก็ต้องไปเกิดเป็นเปรต
  • ...ฯลฯ...

เมื่อพิจารณาตามนัยนี้ บางคนอาจสงสัยว่า ถ้าอย่างนั้น ในโลกนี้อาจไปเกิดเป็นเปรตหมดทุกคน... วินิจฉัยว่า มิใช่อย่างนั้น ... เพราะตามหลักกรรมในคำสอนของพระพุทธศาสนา ได้จัดลำดับการให้ผลของกรรมไว้ ๔ ประการ กล่าวคือ

  • กรรมให้ผลในชาตินี้
  • กรรมให้ผลในชาติหน้า
  • กรรมให้ผลในชาติต่อๆ ไป
  • กรรมเลิกให้ผล (อโหสิกรรม)

ขยายความว่า คนเรานั้นก็ทำกรรมดีบ้างชั่วบ้างคลุกเคล้ากันไป การให้ผลของกรรมจึงไม่แน่นอน นั่นคือ แม้ว่าการคอรัปชั่นเป็นกรรมชั่ว ต้องไปเกิดเป็นเปรตก็จริง แต่ถ้าเลิกคอรัปชั่นมาทำกรรมดีโดยการประพฤติสุจริตตามหน้าที่ มุ่งหวังผลประโยชน์ของส่วนรวมหรือประเทศชาติเป็นที่สุดแล้ว กรรมดีนี้ก็อาจป้องกันมิให้การไปเกิดเป็นเปรตตามทันได้...

ถ้าชาติหน้ายังไม่ได้เกิดเป็นเปรต ก็อาจไปเกิดเป็นเปรตในชาติต่อไป... รวมความว่า ตราบใดก็ตามที่ยังไม่ได้ไปเกิดเป็นเปรต กรรมชั่วคือการคอรัปชั่นนี้ก็ยังคอยติดตามเพื่อจะให้ผลอยู่... แต่นั่นแหละ การติดตามของกรรมยิ่งนานไป ก็ยิ่งมีพลังน้อยลง ท่านเปรียบดังหมาไล่เนื้อ ยิ่งวิ่งไปก็ยิ่งเหน็ดเหนื่อยยิ่งช้าลง... นั่นคือ โอกาสที่จะให้ผลก็ยิ่งน้อยลง และเมื่อไม่มีโอกาสให้ผลได้ กรรมชั่วนั้นๆ ก็จะหมดสภาพเลิกให้ผลไปเองตามธรรมดา (อโหสิกรรม) ซึ่งท่านเปรียบดังเมล็ดพืชที่เก็บไว้นานวัน ก็จะเสื่อมไปเองตามธรรมดา...

ตามที่เล่ามาก็ใคร่จะเตือนไปถึงบรรดานักการเมืองและข้าราชการเป็นต้น ว่าการกลับใจในตอนนี้ ก็ยังไม่สายเกินไป...

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: กรรม คอรัปชั่น ข้าราชการ นักการเมือง เปรต สังฆการี ไวยาวัจกร 
· หมายเลขบันทึก: 209270 · เขียน:  
· ความเห็น:
20
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า
    เด็กข้างบ้าน ~natadee
    เขียนเมื่อ Tue Sep 16 2008 22:39:22 GMT+0700 (ICT)

    นมัสการพระอาจารย์

    • อ่านแล้วจรรโลงใจ ยกใจ ดีจริง ๆ ครับ อยากให้(ว่าที่)เปรตทั้งหลายมาเห็นมาอ่านบ้างเผื่อจะหันหลังกลับกันบ้าง
    • ผมเองก็สงสัยและกลัวว่า ชาติก่อนตนเองจะเป็นเปรตกลับชาติมาเกิดหรือปล่าวก็ไม่รู้ ?
    • อยากเรียนถามพระอาจารย์ว่า ผู้ที่มาจากภพภูมิที่ต่ำกับพบภูมิที่สูงเมื่อมาเกิดเป็นมนุษย์ในชาตินี้  จะเกี่ยวข้องกับการที่จะกลายเป็นคนดีคนไม่ดีหรือไม่ครับ? และโอกาสที่เขาจะบรรลุธรรมแตกต่างกันหรือไม่อย่างไรครับ ? ช่วยชี้แนะด้วยครับ
    • กราบขอบพระคุณครับ

     

    Sasinand
    เขียนเมื่อ Tue Sep 16 2008 22:44:05 GMT+0700 (ICT)

    การติดตามของกรรมยิ่งนานไป ก็ยิ่งมีพลังน้อยลง ท่านเปรียบดังหมาไล่เนื้อ ยิ่งวิ่งไปก็ยิ่งเหน็ดเหนื่อยยิ่งช้าลง... นั่นคือ โอกาสที่จะให้ผลก็ยิ่งน้อยลง และเมื่อไม่มีโอกาสให้ผลได้ กรรมชั่วนั้นๆ ก็จะหมดสภาพเลิกให้ผลไปเองตามธรรมดา (อโหสิกรรม) ซึ่งท่านเปรียบดังเมล็ดพืชที่เก็บไว้นานวัน ก็จะเสื่อมไปเองตามธรรมดา..
    ถ้าอย่างนั้น เมื่อผลบุญ มีกำลังมากกว่า ก็ต้องรีบทำความดีนะคะ ท่าน
    กราบ 3 หนค่ะ

    sarah
    เขียนเมื่อ Tue Sep 16 2008 22:45:43 GMT+0700 (ICT)

    กราบขอบพระคุณค่ะ

    กวิน
    เขียนเมื่อ Tue Sep 16 2008 23:01:39 GMT+0700 (ICT)

    นมัสการพระคุณเจ้า นึกถึงบทสวดแผ่เมตตาให้ตนเอง อหํ สุขิโต โหมิ. นิทททุกโข โหมิ. อเวโร โหมิ. อพยาปชโฌ โหมิ. อนีโฆ โหมิ. สุขี อตตานํ ปริหามิ ฯ ขอรับ

    กวิน
    เขียนเมื่อ Tue Sep 16 2008 23:26:12 GMT+0700 (ICT)

    นมัสการพระคุณเจ้าอีกรอบครับเมื่อสักครู่เข้าไปอ่านอนุทิน ของท่านอาจารย์บัญชา หัวข้อ ตายแล้วไปไหน ครับ :)http://gotoknow.org/blog/funny-stuffs/208582

    BM.chaiwut
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 00:21:55 GMT+0700 (ICT)

     

    Pเด็กข้างบ้าน (ธรรมดา)~natadee

     

    สิ่งที่เคยประพฤติมา ความคุ้นเคย และความคิดความเห็นต่างๆ ในอดีตทั้งชาติก่อนและชาตินี้นั้น คำสอนทางพระพุทธศาสนารวมเรียกว่า วาสนา นั่นคือ บางอย่างที่เราทำได้ง่าย เพราะเรามีวาสนากับสิ่งนั้นหรือเรื่องทำนองนั้น...

    ส่วนประเด็นอื่นๆ นั้น หาอ่านได้ไมยาก ถ้าสนใจเฉพาะเรื่องกรรมก็น่าจะอ่านหนังสือชื่อ กรรมทีปนี ของ อาจารย์เจ้าคุณวิลาสฯ ทำให้มีความคิดความเห็นในเรื่องนี้ยิ่งขึ้น...

    .........

    P  Sasinand

     

    มีคาถาธรรมบททำนองว่า ควรเร่งทำบุญ เพราะถ้าทำช้าแล้ว ใจก็จะยินดีในบาป...

    ...........

    Psarah

     

    • อนุโมทนาอย่างยิ่ง...

    ..........

    Pกวิน

     

    เข้าไปดูแล้ว คล้ายๆ กับคนป่วยหนักในโรงพยาบาล เค้าว่าจะพาไปบ้านหรือไปวัด...

    บาลีที่อาจารย์ยกมานะ กรุณาตรวจสอบใหม่นะ (........)

    ..........

    เจริญพรทุกท่าน

    กวิน
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 00:23:28 GMT+0700 (ICT)

    รีบพิมพ์น่ะครับพระคุณเจ้า ;)

    เด็กข้างบ้าน ~natadee
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 00:38:34 GMT+0700 (ICT)
    • กราบขอบพระคุณพระอาจารย์ที่ชี้แนะครับ
    • ที่กลางฝ่ามือขวาของกระผมมีกากบาท ลองค้นในเน็ตดูมีคำทำนายทายทักประมาณว่า จะมีสัมผัสพิเศษ เอาล่ะสิ ชักยุ่ง แล้วครับกระผม เพราะเจ้าสัมผัสพิเศษที่ว่าตั้งแต่เกิดมาจนบัดนี้ ก็ไม่รู้ ไม่เคยสังเกตุ ไม่สนใจ ที่สำคัญไม่ค่อยเชื่อ แต่ช่วงหลังเริ่มจะเปลี่ยนไปแล้วครับกระผม
    • กราบ 3 หน

     

    BM.chaiwut
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 00:43:05 GMT+0700 (ICT)

    P กวิน

     

    • คำว่า นิทททุกโข ต้องเขียนว่า่ นิททุกโข

    แต่คำนี้น่ากลัวก็คือ ปริหามิ แปลว่า เสื่อมรอบ ต้องแก้เป็น ปริหรามิ ซึ่งแปลว่า นำไปรอบ หรือภาษาไทยแปลงมาใช้ว่า บริหาร นั่นเอง

    จริญพร

    BM.chaiwut
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 00:48:16 GMT+0700 (ICT)

    P 8. เด็กข้างบ้าน (ธรรมดา)~natadee

     

    • เอวํ โหตุ (จงเป็น อย่างนั้น)

    เจริญพร

    วอญ่า-ผู้เฒ่า-natachoei--
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 02:15:11 GMT+0700 (ICT)

    นมัสการพระคุณเจ้า

    //กินของสงฆ์ เป็นเปรต ลัก ลาพ่อหลวงน่าเข้าข่าย......

    //เพื่อนผมเล่าให้ฟังตอนอยู่วัด หยามนี้แหละ

    //ลักลา กินไม่หมด พาเทป่าสาคู

    // รุ่งเช้า พ่อหลวงพาชาวบ้านให้ไปตัดจาก

    ///เห็นลาเทกอง

    // พ่อหหลวงมาลงโบถส์ สวด สัพเพ

    //"สัพเพ เทลา ปาสาคู นึกว่ากูไม่เห็น จำเป็นไปตัดจาก ..55555

    เนื้อความเล่าประมาณนี้

    BM.chaiwut
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 08:30:31 GMT+0700 (ICT)

    P บังหีม

     

    • 5 5 5 5 5 5....

    เจริญพร

    กมลวัลย์
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 08:47:21 GMT+0700 (ICT)

    กราบนมัสการหลวงพี่มหาชัยวุธ

    พอดีได้ไปอ่านเรื่องเปรตนี้ในบท อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท ยมกวรรคที่ ๑ พอดี ตอนกลางๆ ของหน้าที่ลิงค์ไว้นั้นมีเรื่อง"บุรพกรรมของชฎิล ๓ พี่น้อง" คล้ายๆ กับเรื่องในลิงค์ที่หลวงพี่ให้ไว้พอดีเลยค่ะ แต่ลิงค์ของหลวงพี่นั้นอ่านเรื่องราวได้ง่ายกว่า

    ตอนนี้ก็ตามอ่านพระไตรปิฎกอยู่บ้าง แต่ก็ยังงงๆ เรื่องการจัดเรื่องและหัวข้อในพระไตรปิฎกอยู่บ้าง คงต้องศึกษากันต่อไปค่ะ

    สำหรับเรื่องเปรตนั้น อ่านในพระไตรปิฏกแล้วก็เห็นเลยว่าคนที่เบียดบังของๆ คนอื่นๆ ผิดศีลเรื่องการลักทรัพย์ซึ่งเป็นพื้นฐาน ถ้าอย่างหนักก็คือไปเอาของสงฆ์ของหลวงมานี้ จะกลายเป็นเปรต และกว่าจะได้ส่วนกุศลที่มีผู้ตั้งใจอุทิศให้นั้นก็ผ่านไปแล้วหลายกัลป์ และหลายกาลของหลายพระพุทธเจ้าจริงๆ

    จริงๆ แล้วถ้าไม่อยากเป็นเปรต ตัวเองคิดว่าเพียงแต่ถือศีล ๕ เป็นธรรมดา ก็คงไม่ต้องกังวลแล้วค่ะ  แต่ในยุคสมัยนี้ ศีล ๕ ที่ดูเหมือนง่ายๆ นั้น อาจจะไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับบางคนเลยค่ะ

    BM.chaiwut
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 11:25:12 GMT+0700 (ICT)

    P กมลวัลย์


    พระไตรปิฏก อรรถกถา หรือหนังสือธรรมรุ่นใหม่ อาจารย์อาจอ่านมาพอสมควรแล้ว... แนะนำให้อาจารย์ลองไปอ่านหนังสือเรียนนักธรรมรุ่นเก่าๆ ซึ่งหาได้ไม่ยากนักแถวข้างวัดมหาธาตุ หรือบางลำพู โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่มูลนิธิมหามกุฏฯ ใกล้วัดบวรฯ

    เช่น ตัวอย่างการแต่งกระทู้นักธรรมตรี-โท - เอก... เฉลยข้อสอบนักธรรมตรี-โท-เอก... เฉพาะของเก่าๆ เป็นหนังสือหรือเฉลยที่ผ่านการตรวจสอบแล้ว...

    หนังสืออื่นๆ เช่น ธรรมวิจารณ์ วิปัสสนากถา หนังสือรวมเทศนาธรรมในโอกาสพิเศษ ฯลฯ ลองเลือกของเก่าๆ ที่พิมพ์ครั้งแรกเมื่อห้าสิบปีก่อนขึ้นไปหรือบางเล่มก็อาจถึงร้อยปี... หนังสือเหล่านี้ ปราชญ์ทางศาสนารจนาไว้ ท่านมีภูมิรู้ลึกซึ้ง กอปรกับมิได้มีความรู้ยุคนี้เจือปน ทั้งสำนวนภาษาก็แปลกๆ...

    หนังสือธรรมะ รุ่นใหม่นั้น อาตมาเกือบไม่อ่านเลย แต่หนังสือรุ่นโบราณเหล่านี้ เจอเมื่อไหร่ก็มักจะอ่านทุกเล่ม เพราะได้เกร็ดความรู้และมุมมองใหม่ๆ (สำหรับผู้อ่าน)

    เจริญพร 

    บัวปริ่มน้ำ
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 16:49:40 GMT+0700 (ICT)
    • กราบนมัสการ พระคุณเจ้า ค่ะ
    • มีความเชื่อตามที่ท่านว่าไว้ คือ
    • เรื่อง จัดลำดับผลของกรรมไว้ ๔ ประการ กล่าวคือ
      • กรรมให้ผลในชาตินี้
      • กรรมให้ผลในชาติหน้า
      • กรรมให้ผลในชาติต่อๆ ไป
      • กรรมเลิกให้ผล (อโหสิกรรม)

    และอันสุดท้าย น่าจะเป็นลำดับที่ดีที่สุด และยุติการขยายตัวของเปรต (หากมีจริง) นะคะ

    ขอบพระคุณค่ะ

    BM.chaiwut
    เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 17:36:09 GMT+0700 (ICT)

    Pบัวปริ่มน้ำ

     

    อาจสรุปว่า กรรมดีกรรมชั่วนั้น ทดแทนกันไม่ได้... แต่คนที่ทำกรรมดีเยอะๆ ก็อาจป้องกันมิให้กรรมชั่วมีอำนาจใ้ห้ผลได้... และถ้านานๆ ไปก็จัดเป็นอโหสิกรรม

    กรรม ๔ ประการที่ยกมา จัดอยู่ในเรื่องกรรม ๑๒ ถ้าอาจารย์สนใจก็ลองค้นหาในอินเทอร์เน็ตได้ มีผู้ขยายความไว้เยอะแล้ว

    เจริญพร

    นายขำ
    เขียนเมื่อ Mon Sep 22 2008 11:41:03 GMT+0700 (ICT)

    คนเป็นเปรต บ่ได้           เห็นจริง

    ผีเปรตสิง  ใจคน           ป่นปี้

    เปรตตัวโย่ง  สูงใหญ่     ใครว่า บ่มี

    แท้จริงเปรต ที่นี้             เปรียบเทียบ จิตคน 

    BM.chaiwut
    เขียนเมื่อ Mon Sep 22 2008 14:42:11 GMT+0700 (ICT)

    P นายขำ

     

    เมื่อคืนเข้าไปเยี่ยมบล็อกท่านเลขาฯ เห็นเข้าระบบครั้งสุดท้ายเมื่อ ๔ ก.ย. ฯ... วันนี้ ท่านเลขาฯ เข้ามาเยี่ยม จึงสงสัยว่าเปรตที่กำลังพักร้อนว่างงานอยู่ตอนนี้คงตามไปบอก (5 5 5...)

    เจริญพร

    นายขำ
    เขียนเมื่อ Mon Sep 22 2008 15:54:41 GMT+0700 (ICT)

    เปรตรุมเร้า เห่าให้      ใจโหย

    กระแด่วดิ้น แดโดย     แด่แห้ว

    ร้องโห่โหม  แห่แหน    หัวหาย

    เปรตเก่าไป  ใหม่ได้    มาแทน

     

    กราบ 3 หน

     

     

    BM.chaiwut
    เขียนเมื่อ Mon Sep 22 2008 17:33:29 GMT+0700 (ICT)

    P นายขำ

     

    เจริญพร

    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
     ใส่รูปหรือไฟล์