สมาชิก
แลกเปลี่ยน

การวิจัยในชั้นเรียนแบบหน้าเดียว

 การวิจัยในชั้นเรียนแบบหน้าเดียว 

การวิจัยในชั้นเรียนแบบหน้าเดียว

 

² ความหมายความสำคัญ การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research :CAR)
                Kemmis, S.กล่าวว่า Kurt Lewin เป็นคนแรกที่ใช้คำว่า"action reseach"  โดยมีขอบเขตอยู่ที่การ แก้ปัญหา    และพัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานพุทธศักราช ๒๕๔๔ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาศักยภาพครูให้มีความเป็นผู้นำทางวิชาการปฏิบัติหน้าที่  โดยใช้กระบวนการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้ครูสามารถใช้การวิจัย  เพื่อพัฒนาการเรียนรู้ให้ครูสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ และให้สามารถศึกษา  ค้นคว้า วิจัย  เพื่อพัฒนาสื่อการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับ  กระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนซึ่งสอดคล้อง กับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ  .. ๒๕๔๒ มาตรา ๒๔ (ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ครูผู้สอนสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ มาตรา  ๓๐  ให้สถานศึกษาส่งเสริมให้ผู้สอนสามารถวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนรู้  มาตรา ๖๗ รัฐจ้องส่งเสริมให้มีการวิจัยและพัฒนา   การผลิตและการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา  โดยมีครูเป็นผู้ปฏิบัติการวิจัย  เรียกว่า  ครูนักวิจัย (teacher as Research)ซึ่งจะต้องมีพันธกิจ (Mission) ที่จะต้องค้นหาคำตอบเพื่อแก้ปัญหาต่อไป
         ในการจัดทำวิจัยในชั้นเรียน  ถ้าหากครูต้องเขียนรายงานการวิจัยทั้ง   บท  จะต้องใช้เวลายาวนานหลายคนจึงไม่สามารถเขียนรายงานการวิจัยแบบยาวๆ ได้  จึงนำเสนอวิธีการเขียนรายงานการวิจัยแบบง่ายๆ  สั้นๆ ซึ่งสามารถทำวิจัย ได้ทั้งครู และนักเรียน  ตามแนวของกรมวิชาการ และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ
²จุดประสงค์ทั่วไปของการทำวิจัย
          . เพื่อแก้ปัญหานักเรียนในชั้นที่ตนเองสอน
             - สอนไปแล้วมีปัญหา   หรือนำปัญหาจากผลการสอนปีที่ผ่านมาหรือคิดหาวิธีการสอนใหม่ๆ  มาช่วยให้การสอน สนุกสนานยิ่งขึ้นแล้วทำการวิจัยโดยไม่จำเป็นต้องเขียนเค้าโครงการวิจัยก็ได้ และไม่จำเป็นต้องบันทึกขออนุญาตผู้บริหาร หรือเสนอหัวหน้าฝ่ายต่างๆให้ความเห็นชอบ
             - เขียนรายงานการวิจัยสั้นๆ หน้าเดียวหรือ ๒ - ๑๐ หน้า
             - บันทึกรายงานเสนอผู้บริหารสถานศึกษาทราบ
             - ถ่ายเอกสารเผยแพร่ให้ครูในโรงเรียน หรือโรงเรียนอื่นๆ เพื่อสะสมเป็นผลงานของเรา
          . เพื่อประกอบการเสนอเลื่อนตำแหน่งทางวิชาการ อาจารย์ ๓
             - แก้ปัญหานักเรียนในชั้นที่ตนเองสอน
             - เมื่อแก้ปัญหาแล้ว เขียนรายงาน สรุป เสนอประกอบการเลื่อนตำแหน่ง
             - รายงานการวิจัยควรมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์ โดยทั่วไปจะมี ๕ บท
    ² รูปแบบของการวิจัยที่เหมาะในการนำไปวิจัยในชั้นเรียน
                 การวิจัยเชิงสำรวจ   เช่น   สำรวจว่านักเรียนแต่งกายไม่เรียนร้อยนั้นมีกี่คน   ใครบ้างสำรวจความคิดเห็นของนักเรียนที่มีต่อการเรียนภาษาอังกฤษ สำรวจนักเรียนว่าใครเคยสูบบุหรี่บ้าง
                .การวิจัยหาความสัมพันธ์ เช่นนักเรียนกลุ่มที่เรียนเก่งกับกลุ่มเรียนอ่อนมีความสัมพันธ์ กับอาชีพผู้ปกครองหรือไม่ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ มีความสัมพันธ์กับภาษาไทย  หรือไม่
               .การวิจัยเปรียบเทียบ   เช่น   การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์วิชาสังคมศึกษาเรื่องการ เลือกตั้งระหว่างการสอนแบบ  แสดงบทบาท สมมติกับการสอนแบบบรรยาย
                 .การวิจัยทดลองเชิงเหตุผล จะแบ่งกลุ่มทดลองเป็นกลุ่มๆ แล้วเปรียบเทียบว่าใคร ดีกว่ากัน เช่น ทดลองวิธีสอนสองวิธี โดยใช้นักเรียนห้อง ก. และห้อง ข. มีจุดอ่อนคือนักเรียน อาจแอบดูกัน หรือสอบถามกันนอกห้องมีนักเรียนกลุ่มหนึ่งได้ผลดี แต่อีกลุ่มยังอ่อนเหมือนเดิม
                .การวิจัยเชิงทดลองและพัฒนา วิธีนี้ใช้นักเรียนกลุ่มเดียวไม่ต้องเปรียบเทียบวิธีสอนแบบดั้งเดิมกับวิธิสอนใหม่ แต่นำวิธีสอนแบบใหม่มาใช้ได้เลย หรือพัฒนาสื่ออุปกรณ์มาใช้สอนหรือจัดทำแผนการสอนให้ดีแล้วนำไปสอนนักเรียนจะสอน ๑ ห้อง ๕ ห้อง หรือ ๑๐ ห้องก็ได้
                 สถิติที่ใช้ไม่จำเป็นต้องใช้ T -Test หรือ F - test เราใช้เพียงค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานก็พอแล้ว       โดยอาจจะมีการทดสอบก่อนเรียน - หลังเรียน ซึ่งกรมวิชาการ  สรุปว่า การวิจัยในชั้นเรียนที่น่าทำมากที่สุด คือ รูปแบบที่ ๕ เป็นการวิจัยเชิงพัฒนา ใช้กับนักเรียนกลุ่มเดียว เหมาะกับการเรียนการสอนมากที่สุด

 ²วัตถุประสงค์ของการวิจัย
          .จะมีข้อเดียวหรือหลายข้อก็ได้ แต่ต้องอยู่ในขอบข่ายของประเด็นปัญหา การวิจัยที่กำหนดไว้เท่านั้น
          .ควรกำหนดเป็นข้อๆ  เช่น  สำรวจเปรียบเทียบ  หาความสัมพันธ์  หาผลกระทบหาความสอดคล้อง เช่น
                 เพื่อศึกษา เจตคติเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และการสนับสนุนของผู้ปกครองของนักเรียนที่ร่วมทำและไม่ร่วมทำโครงงานวิทยาศาสตร์
                 เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครู    เกี่ยวกับการนิเทศภายในจำแนกตามเพศวุฒิการศึกษาและประสบการณ์สอน
                 เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอาชีพของผู้ปกครอง กับความสามารถทางคณิตศาสตร์
                 เพื่อศึกษาอิทธิพลของ  ๑๐ องค์ประกอบ ที่มีผลต่อความพึงพอใจของหัวหน้าคณะและหัวหน้าแผนกวิชา ช่างอุตสาหกรรม 

² ตัวอย่างการวิจัย 
          การวิจัยเรื่อง การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เรื่องคำราชาศัพท์ โดยการแสดงลิเกกับการสอนแบบปกติ
          วัตถุประสงค์ :
                 เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ระหว่างกลุ่มที่เรียนโดยการแสดงลิเกกับกลุ่มที่เรียนแบบปกติ
                 เพื่อเปรียบเทียบความคงทนในการเรียนรู้ ระหว่างการเรียนภาษาไทยโดยการแสดงลิเกกับกลุ่มที่เรียนแบบปกติ

²การวิจัยนวัตกรรม
          นวัตกรรม (Innovation)  หมายถึง  สิ่งประดิษฐ์หรือวิธีการใหม่ๆ  หรือปรับปรุงของเก่าให้เหมาะสม โดยการให้เหมาะสม   โดยการทดลองหรือพัฒนาจนเป็นที่น่าเชื่อถือได้ว่าจะมีผลดี    ในทางปฏิบัติสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
          ประเภทนวัตกรรม
                 .สื่อสิ่งประดิษฐ์  เช่น  กล้องโทรทัศน์  หนังสือ  คู่มือครู   แบบเรียนโปรแกรม วิดิทัศน์    แผนการสอน   ชุดการสอน   ศูนย์การเรียน   สื่อประสม   คอมพิวเตอร์ช่วยสอน   เกม   เพลง  แบบฝึกต่างๆ เอกสารประกอบการสอน ใบความรู้ ใบงาน สไลด์ แผ่นโปร่งใส ข่าวหนังสือพิมพ์
                 .วิธีการหรือเทคนิค  เช่น  วิธีทดลอง วิธีไตรสิกขา วิธีอริยสัจ ๔ วิธีสอนแบบโครงงานวิธีสอนแบบสหกิจ  วิธีสอนแบบโยนิโสมนสิการ  วิธีสอนแบบStoryline  วิธีสอนแบบสากัจฉา  วิธีสอนแบบดาว ๕ แฉก CIPPA Model,   Mind Mapping  วิธีสอนแบบมุ่งประสบการณ์ วิธีสอนแบบอภิปราย  วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้  การแสดงละคร   บทบาทสมมติ สถานการณ์จำลอง ทัศนศึกษา สอนซ่อมเสริม การสอนเป็นทีม การสอนตามสถาพจริง การเรียนรู้จากการ   ปฏิบัติจริง  การเรียนรู้แบบบูรณาการ การเรียนรู้จากชุมชนและธรรมชาติ  วิธีสอนแบบซินดิเคท  วิธีสอนแบบลีลาศึกษา      วิธีสอนแบบลักศาสตร์ วิธีสอนแบบเบญจขันธ์ วิธีสอนแบบวรรณี วิธีสอนแบบเรียนเพื่อรอบรู้ (Mastery Learning)   วิธีสอนแบบอนุมาน   วิธีสอนแบบวิพากษ์วิจารณ์ วิธีสอนแบบวัฏจักรการเรียนรู้(4 MAT System)  เป็นต้น
    
² ขั้นตอนการวิจัย
                 ในการทำวิจัยอย่างเป็นระบบผู้เขียนแบ่งขั้นตอนการวิจัยเป็น ๖ ขั้น คือ
                                ขั้นที่ ๑ บอกปัญหาของนักเรียน
                                ขั้นที่ ๒ บอกวิธีแก้ปัญหา
                                ขั้นที่ ๓ จัดทำสื่อ/อุปกรณ์/แบบฝึก/นวัตกรรม
                                ขั้นที่ ๔ ทดลองสอน/ลงมือแก้ปัญหา
                                ขั้นที่ ๕ วัดผล วิเคราะห์ สรุป
                                ขั้นที่ ๖ เขียนรายงานสั้นๆ หน้าเดียว
                 ขั้นที่ ๑ บอกปัญหาของนักเรียน   แบ่งได้ ๓ พวก คือ
                      . ปัญหาด้านพฤติกรรม / ความประพฤติ เช่น การแต่งกายไม่เรียบร้อย ไว้ผมยาว พูดเสียงดัง หยาบคาย  ก้าวร้าว สูบบุหรี่ ไม่มีระเบียบวินัย พูดสอดแทรก ชอบรังแกเพื่อน ฯลฯ
                      .ปัญหาด้านวิชาการ  เช่น  สอบได้คะแนนน้อย  อ่านหนังสือไม่คล่อง  เขียนหนังสือไม่สวย พูดไม่ชัด  ขาดทักษะการทำงาน แต่งประโยคไม่เป็น สรุปองค์ความรู้ไม่ได้ ฯลฯ
                      .ปัญหาด้านจิตพิสัย   เช่น   ขาดความรับผิดชอบ ความซื่อสัตย์ เซื่องซึม หงอยเหงา ความเมตตากรุณา  ความเสียสละ ความกตัญญูกตเวที เจตคติต่อวิชาที่เรียน

การกำหนดหัวข้อวิจัย
                         .อย่ากำหนดหัวข้อที่ยาก หรือเป็นหัวข้อที่มีความเพ้อฝันมากเกินไป มันจะเกินขีดความสามารถของ  นักวิจัย
                         .เป็นเรื่องที่ตนเองสนใจ และควรอยู่ในสาขาของตนเอง หรือวิชาที่ตนเองสอน
                         .หัวข้อวิจัยควรทันต่อเหตุการณ์ ทันสมัย มีคุณค่า เป็นที่สนใจของหน่วยงานต่างๆ มีประโยชน์ต่อ  บุคคลและสถาบัน และเสริมความรู้ใหม่ๆ
                 ขั้นที่ ๒ บอกวิธีแก้ปัญหา
                       วิธีแก้ปัญหาคือ การใช้นวัตกรรมประเภทสื่อสิ่งประดิษฐ์  หรือวิธีการสอนแบบต่างๆ  ที่เหมาะสมต่อ  ปัญหานั้นๆ โดยครูตัดสินใจเลือกสิ่งที่เหมาะสมเอง  หรือศึกษาจากงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น
                       .ปัญหาการสอนในปีที่ผ่านมา  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำ  อาจแก้โดยใช้ศูนย์การเรียน   แบบเรียนโปรแกรม การเรียนแบบร่วมมือ นิทาน เพลง เกม การทดลอง แบบฝึกทักษะ   ฯลฯ
                       .ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังจากการสอนในชั่วโมงที่ผ่านมา  นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ต่ำแก้โดยใช้วิธีการสอน   ซ่อมเสริม   เช่น   การสอนซ่อมเสริมโดยครู  เพื่อนสอนเพื่อน  พี่สอนน้อง  ศึกษาด้วยตนเองจากหนังสืออ่านเพิ่มเติม  แบบเรียนโปรแกรม วีดิทัศน์ คอมพิวเตอร์ช่วยสอน เป็นต้น
                 ขั้นที่ ๓ จัดทำสื่อ/อุปกรณ์/ แบบฝึก/นวัตกรรม
                       ในการอบรมการวิจัยทั่วๆไป มักจะใช้คำว่า สร้างนวัตกรรม ซึ่งบางท่านอาจจะคิดว่าเป็นสื่อที่ยิ่งใหญ่  ยากแก่การจัดทำ ผู้เขียนจึงใช้คำว่า จัดทำสื่อ อุปกรณ์ แบบฝึก หรือนวัตกรรมซึ่งทำให้ท่านเข้าใจดีขึ้นและรู้สึกว่าเป็น  สิ่งที่ง่ายเพราะคุณครูได้จัดทำขึ้นมาแล้วในการสอนแต่ละวิชา
                       ในการวิจัยในชั้นเรียน สื่อที่ท่านจัดทำขึ้นไม่จำเป็นต้องไปหาคุณภาพของสื่อ เช่น หา ประสิทธิภาพของศูนย์การเรียนตามเกณฑ์ ๘๐ /๘๐ หาคุณภาพของแบบสอบถาม ประเมิน การใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติม ประเมินคุณภาพของแผนการสอน   หาค่า IOA,ค่า IOC, ค่า CV,หาค่าความยากง่ายของแบบทดสอบ  เป็นต้น    แต่ท่านสามารถนำแบบฝึกหรือข้อสอบที่จัดทำ ขึ้นไปใช้ ได้เลย มิฉะนั้นท่านจะกังวลใจและรู้สึกว่าการวิจัยเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก ไม่อยากทำ
                 ขั้นที่ ๔ ทดลองสอน /ลงมือแก้ปัญหา
                       การทดลองวิจัย จะทำตามวิธีดำเนินการซึ่งจะใช้เวลาในการวิจัย ๒ ชั่วโมง หรือ ๑ สัปดาห์ หรือ   เดือนก็ได้ แต่ไม่ควรนานเกิน ๒ เดือน เพราะการวิจัยในชั้นเรียนมักจะเป็น เรื่องสั้นๆ ปัญหาเล็กๆ เช่น การแก้ปัญหา  ทักษะกระบวนการสังเกตโดยใช้แบบฝึกการสังเกต ซึ่งอาจมี ๒ - ๓ แบบฝึกหัด สามารถดำเนินการให้เสร็จได้ภายใน  ๑ ชั่วโมง หรือ ๒- ๓ ชั่วโมง ก็ได้
                 ขั้นที่ ๕ วัดผล วิเคราะห์ สรุป
                       เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลมีหลายอย่าง เช่น แบบสังเกต แบบสัมภาษณ์ แบบ ประเมิน แบบซักถาม  แบบวัดเจตคติ แบบทดสอบ แบบตรวจผลงาน   "ครูผู้สอนไม่ต้องกังวลเรื่องจำนวนหน้า หรือรูปแบบการเขียนรายงาน เพราะสิ่งที่เรา กำลังพูดกันคือรูปแบบการเขียนที่ไม่เป็นทางการ จึงคววรเขียนแบบสั้นๆ หน้าเดียว หรือกี่หน้าก็ได้"
                       การวิเคราะห์ข้อมูลสถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติค่าที (t-test) แบบ dependent group ในกรณีที่ใช้กลุ่มตัวอย่างเดียว การจัดอันดับคุณภาพเป็นต้น
                       การสรุปผล ให้สรุปตามหัวข้อของวัตถุประสงค์ในการวิจัย อาจมีข้อเสนอแนะเพิ่มเติม ได้
                 ขั้นที่ ๖ เขียนรายงานสั้นๆ หน้าเดียว
                       การเขียนรายงานให้สมบูรณ์ทั้ง ๕ บท อาจจะต้องใช้เวลานาน ครูผู้สอนไม่ต้องกังวล เรื่องจำนวนหน้า หรือรูปแบบการเขียนรายงาน เพราะสิ่งที่เรากำลังพูดกันคือรูปแบบการเขียน ที่ไม่เป็นทางการจึงควรเขียนแบบสั้นๆ หน้าเดียว หรือกี่หน้าก็ได้ ขอให้เขียนอ่านแล้วรู้เรื่อง เข้าใจว่าครูกำลังทำอะไร ซึ่งจะช่วยให้ท่านสามารถทำการวิจัยปีหนึ่งได้หลายเรื่อง ผลประโยชน์จะเกิดขึ้นกับนักเรียนและตัวครู เมื่อทำการวิจัยหลายเรื่องจนเกิดความชำนาญแล้วก็

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า
    รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
    นายสิทธิราช พัสลัง
    IP: xxx.151.232.70
    เขียนเมื่อ Thu Sep 11 2008 12:44:11 GMT+0700 (ICT)

    ok

    เพื่อนครับ

    ผมได้อ่านแล้วมีประโยชน์มากผมขอให้คูรวาทยุทธ

    หาข้อมูลที่มีประโยชน์ มีสาระหน่อย

    ครูเอ
    เขียนเมื่อ Thu Sep 11 2008 12:53:46 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณค่ะ สำหรับความรู้

    กอนกวยสเร็น
    IP: xxx.151.232.70
    เขียนเมื่อ Thu Sep 11 2008 13:50:12 GMT+0700 (ICT)

    เราจะมีวิธีอะรายทำให้เด็กเลิกกินไข้เจียว บอกหน่อย ...

    นุช
    IP: xxx.151.232.70
    เขียนเมื่อ Mon Sep 15 2008 13:11:56 GMT+0700 (ICT)

    ไข่เจียวค่ะพี่

    ป.ไหนเขียนไข่เจียวไม่ออกหนะเพ้

    น้อย
    IP: xxx.19.69.58
    เขียนเมื่อ Tue Sep 23 2008 14:37:38 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณค่ะ สำหรับความรู้

    IP: xxx.29.30.250
    เขียนเมื่อ Thu Oct 02 2008 12:22:51 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณสำหรับความรู้ที่เผยแผ่ให้กันน่ะ

    wilaiporn
    เขียนเมื่อ Thu Oct 02 2008 13:01:16 GMT+0700 (ICT)

    จุ้ยทําบล็อกน่าสนใจมากเลยค่ะ

    สุวรรณี เสาะโชค
    IP: xxx.29.30.250
    เขียนเมื่อ Thu Oct 02 2008 13:05:05 GMT+0700 (ICT)

    จุ้ยทําบล็อกน่าสนใจมากเลย

    รุ้งเพชร ปานทอง
    เขียนเมื่อ Thu Oct 02 2008 13:09:27 GMT+0700 (ICT)

    ดีค่ะ

    นายสิทธิราช พัสลัง
    IP: xxx.29.30.250
    เขียนเมื่อ Thu Oct 02 2008 13:09:46 GMT+0700 (ICT)

    ดีมากเลยเพื่อนในการเสนอข้อความ

    โชคดีเพื่อน

    suchad hadkum
    เขียนเมื่อ Thu Oct 02 2008 14:17:41 GMT+0700 (ICT)

    <a href="http://widget.sanook.com/view-widget/graphic/?widget=6343" target="_blank"><img border="0" src="http://widget.sanook.com/static_content/full/graphic/1c198f71e70f01f29b68405f06e1d0bc_1207824266.gif" alt="คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ" ></a><br><br><a href="http://widget.sanook.com/">[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]</a>

    suchad hadkum
    เขียนเมื่อ Thu Oct 02 2008 14:20:06 GMT+0700 (ICT)

    <a href="http://widget.sanook.com/view-widget/graphic/?widget=6343" target="_blank"><img border="0" src="http://widget.sanook.com/static_content/full/graphic/1c198f71e70f01f29b68405f06e1d0bc_1207824266.gif" alt="คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ" ></a><br><br><a href="http://widget.sanook.com/">[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]</a>

    suchad hadkum
    เขียนเมื่อ Thu Oct 02 2008 14:21:58 GMT+0700 (ICT)

    <a href="http://widget.sanook.com/view-widget/graphic/?widget=6335" target="_blank"><img src="http://widget.sanook.com/static_content/full/graphic/fcbebdb18986084809958b96f92460ea_1207822044.gif" alt="คลิกที่รูป เพื่อเอาโค้ดรูปนี้ไปแปะ" border=0 /></a><br /><a href="http://widget.sanook.com/" target="_blank">[ของตกแต่งโดนๆคลิกเลย]</a>

    wilaiporn
    เขียนเมื่อ Thu Oct 02 2008 14:39:34 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณค่ะที่เม้นตอบเรา

    นานา
    เขียนเมื่อ Mon Oct 06 2008 12:28:10 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณนะกับความรู้

    mangpor
    เขียนเมื่อ Mon Oct 06 2008 12:35:45 GMT+0700 (ICT)

    เยี่ยมมากเลยอีจุ้ย

    สุดยอด

    Khroowaen
    IP: xxx.149.25.234
    เขียนเมื่อ Tue Oct 07 2008 00:16:53 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณมากนะคะสำหรับความรู้

    สุธิดา ดีสา
    เขียนเมื่อ Tue Oct 07 2008 14:14:14 GMT+0700 (ICT)

    เนื้อหาน่าสนใจดี แล้วจะนำไปศึกษาต่อ(ขอบคุณ)

    อัยการชาวเกาะ
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 00:20:09 GMT+0700 (ICT)

    บทความเรื่องนี้เยี่ยมเลยครับ

    ไม่เคยอ่านบทความว่าวิจัยชั้นเรียนเป็นอย่างไร แต่ก็เคยนึกว่าถ้าเราเป็นครูเราน่าจะทำอย่างนี้เพื่อจะได้รู้เกี่ยวกับตัวนักเรียนครับ

    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

    •—>xaJ-xา๑<—• nataChoei[หน้าตาเฉย]
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 00:21:30 GMT+0700 (ICT)

    แจ่มมากครับ น่าศึกษาค้นคว้า ต่อ ไป

    POM
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 02:02:31 GMT+0700 (ICT)

    จุ้ยทำได้ดีนะเม้นให้เขาบ้างนะ

    คนขับช้า
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 06:17:48 GMT+0700 (ICT)

    แวะมาเยี่ยมตามคำชวนครับ

    ครูอ้อย แซ่เฮ
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 06:19:37 GMT+0700 (ICT)

    มาเม้น ให้แล้วนะ  เยี่ยมมากไปเยี่ยมและเชิญกันมาเม้น บ่อยๆนะ

    โอ๋-อโณ
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 08:01:54 GMT+0700 (ICT)

    คุณครูจุ้ยขยันเขียนบทความยาวๆจังเลยนะคะ เปิดดูมาทุกบันทึกแล้ว อ่านบันทึกนี้ได้จบชิ้นเดียวค่ะ ชอบตรงที่เป็นบันทึกที่อ่านแล้วน่าจะเอาไปประยุกต์ใช้ได้จริงๆ

    ปกติพี่จะอ่านบล็อกที่ไม่ยาวมาก เพราะไม่ได้มีเวลาเยอะ เพราะฉะนั้นอาจจะพลาดหลายๆบันทึกที่ดูแล้วยาวๆและเป็นบทความ จะอ่านเรื่องเล่าจากงานที่ทำจริงๆ แล้วจับเอาทฤษฎีมาวิเคราะห์ คุณครูจุ้ยก็น่าจะเขียนแบบนั้นได้ จะเป็นประโยชน์ในทางปฏิบัติกับคุณครูท่านอื่นๆอีกเยอะด้วยนะคะ เพราะท่าทางคุณครูทั้งหลายก็มีภาระงานมากมายอยู่แล้วเหมือนกัน จะหาเวลามาอ่านบทความยาวๆแล้วย่อยเองคงจะลำบาก

    ขอบคุณความตั้งใจดีๆในการเขียนและการไปเยี่ยมเยียนที่บล็อกพี่โอ๋นะคะ ชื่อเล่นคุณครูทำให้คิดถึง ครูดี ท่านนี้ค่ะแม้เธอจะจากไปเกือบ 2 ปีแล้วสิ่งที่เธอทำก็ไม่จางไปจากใจเลยนะคะ เห็นอะไรได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับครูก็คิดถึงเธอและครอบครัวแสนดีนี้

    โก๊ะจิจัง แซ่เฮ
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 08:12:31 GMT+0700 (ICT)
    liverbird
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 09:04:30 GMT+0700 (ICT)
    • มาเก็บความรู้เกี่ยวกับการวิจัย เผื่อในอนาคตจะทำวิจัยกับเขาบ้าง
    • ขอบคุณมากครับ สำหรับสาระดีๆ ที่นำมามอบให้พวกเรา

    เป็นบันทึกที่มีประโยชน์มาก โดยเฉพาะด้านการศึกษาที่คุณครูสามารถนำไปใช้ได้อย่างดี เป็นการสรุปที่ได้ใจความดีมาก ขอบคุณนะคะ...

    ครูเมี้ยว
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 09:16:42 GMT+0700 (ICT)
    • ขอบคุณมาก
    • ได้ความรู้ดีค่ะ
    supameeh
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 09:19:06 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

    ดร. ดิศกุล เกษมสวัสดิ์
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 10:04:38 GMT+0700 (ICT)

    เป็นเรื่องราวที่เป็นประโยชน์ต่อวงการครูครับ ขอชื่นชม

    MSU-KM :panatung~natadee
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 13:05:57 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ

    • น่าสนใจ การวิจัยในชั้นเรียน (Classroom Action Research :CAR)
    • เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    • ขอบคุณมาก
    มออีแดง
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:08:34 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ...

    แวะมาเยี่ยมให้กำลังใจก่อนนะคะ....วิจัยที่เขียนไว้มีประโยชน์มากไว้จะเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกนะคะ.......

    เกน
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:09:07 GMT+0700 (ICT)

    ยินดีที่ได้แบ่งปันกันอ่านค่ะ

    pan
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:09:10 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณสำหรับ commentของคุณ ดิฉันก็ชอบอ่านงานของคูณเช่นกันและคิดว่าเป็นประโยชน์กับการทำงานมากค่ะ

    คิม นพวรรณ
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:10:18 GMT+0700 (ICT)

    พี่คิมมาให้กำลังใจค่ะ

    http://www.krukimpbmind.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538684915

    เป็นเรื่องดี...ที่สุด...ถ้ามีคนคิดทำ หรือทำแล้ว

    ไม่ใช่เรื่องยาก

    ก็ผลจากการจัดการในแต่ละชั่วโมง แต่ละวัน

    ครูที่เก่งจะพบกับปัญหาตลอดเวลา...ว่าไหม

    ชยพร แอคะรัจน์
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:16:09 GMT+0700 (ICT)

    ดีมากครับ ทำให้มองชัดเจนขึ้นสำหรับการทำวิจัยของครูครับ เป็นการทำให้นักเรียนได้พัฒนาตรงและเร็วกว่าการทำวิจัยยุ่ง ๆ ยาก ๆ ซับซ้อนครับ...ขอบคุณมาก ๆ นะครับ......ชยพร แอคะรัจน์

    สิบเอก ภาคิน watayoot ลุนลี
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:21:59 GMT+0700 (ICT)

    ขอขอบคุณสำหรับทุกความคิดเห็นนะคับ...

    ขอบคุณคับ

    นายต๋อง
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:29:36 GMT+0700 (ICT)

    ดีครับ ได้รู้เรื่องงานวิจัยดี

    ยูมิ
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:30:18 GMT+0700 (ICT)

    มาชม คุณwatayoot

    ดีมีประโยชน์ต่อการเรียนรู้เพื่อการวิจัยนะครับ

    กิตติศักดิ์
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:35:53 GMT+0700 (ICT)

    เยี่ยมไปเลยครับห้อง2

    benramoon
    IP: xxx.8.125.42
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:39:34 GMT+0700 (ICT)

    ดีค่ะ ที่ทักทาย

    เข้ามาได้ความรู้พ่วงไปอีก

    นาย สุนทร อุ่นทวี
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:44:24 GMT+0700 (ICT)

    ดีมากๆเลยคับ ว่างๆก็เข้ามา แสดงความคืดเห็นให้บ้างเด้อ

    BM.chaiwut
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:45:06 GMT+0700 (ICT)
    • อนุโมทนา...

    เจริญพร

    wilaiporn
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:45:37 GMT+0700 (ICT)

    จุ้ยอยู่ไหนค่ะ

    wilaiporn
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:46:03 GMT+0700 (ICT)

    ถ้าว่างเม้นตอบเราด้วยนะค่ะ

    สิทธิเดช กนกแก้ว
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:47:55 GMT+0700 (ICT)

    อยากดูตัวอย่างงานวิจัย การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ เรื่องคำราชาศัพท์ โดยการแสดงลิเกกับการสอนแบบปกติ

    ครับ เผื่อใช้เป็นแนวทาง

    ทิว
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:49:19 GMT+0700 (ICT)

    จำผมได้ไหม

    คุณอยากรู้ไหมว่าคุณคือใคร

    saksit saksit teamtong
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:49:37 GMT+0700 (ICT)

    ตอบกลับหน่อยจุ๊ย

    โก๊ะจิจัง แซ่เฮ
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:50:56 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีเจ้าค่ะ น้าwatayoot

    น้องจิแวะมาเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วยนะเจ้าค่ะ เป็นกำลังใจให้เจ้าค่ะ...น้องจิ

    ทิว
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 14:52:11 GMT+0700 (ICT)

    เป็นวิจัยที่ยอดมากเลยครับ ขอบคุณที่ให้ความคิดเห็น

    suchad hadkum
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 15:02:20 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณอีหลีเด้อ

    kru-sci
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 15:02:32 GMT+0700 (ICT)

    คนมาเม้นเพียบเลย มาแวะชมครับ ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ครับ

    beeman 吴联乐
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 15:13:13 GMT+0700 (ICT)
    1. ขอถามหน่อยครับว่า "วิจัยไปทำไมครับ"
    2. ใครได้ประโยชน์จากงานวิจัยฯ
    3. ต้องการ comment มากๆ ไปทำไมครับ...

    เข้ามาอ่านตั้งแต่เช้าแล้วครับ..ข้อมูลมีประโยชน์มากครับ, เป็นกำลังใจให้เขียนบันทึกต่อไปครับ

    สิบเอก ภาคิน watayoot ลุนลี
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 15:17:14 GMT+0700 (ICT)

    ขอขอบคุณทุกคอมเม้นที่มาให้กำลังใจคับ

    ขอบคุณคับ

    bangpreang
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 15:37:01 GMT+0700 (ICT)

    อ่า ตามมาอ่ะ เพิ่งสมัครครับ แนะนำด้วยนะครับ

    หำใหญ่
    IP: xxx.47.247.216
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 15:44:25 GMT+0700 (ICT)

    วิจัยหน้าเดียวหรือเชาเรียกว่า วิธีการแก้ปัญหา อย่างมีหลักฐาน

    Mr. Kraton Pai
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 15:52:07 GMT+0700 (ICT)

    ดีครับทำให้รูจัก CAR มากขึ้น

    ถ้าทุกคนรู้และทำ CAR เพื่อพัฒนาการเรียนการสอน การทำงานเป็นระยะ คงจะทำให้งานพัฒนาไปมาก

    มาแล้วนะครับ

    PoOmDeE
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 16:13:20 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณที่ไปแลกเปลี่ยนความรู้กันนะคะ...

    กลับมาเรียนรู้ทางบล็อกนี้บ้าง...ได้ความรู้ดีๆ มากเลย...

    กำลังสนใจการทำวิจัยเพื่อพัฒนานวัตกรรมเหมือนกัน...

    แล้วจะแวะมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อีกนะคะ...

    อึม...และช่วงนี้ความคิดส่วนตัว ค่อนข้างจะเหมือนกับคนที่ 54 มากเลยอ่ะ...

    เป็นกำลังใจให้กับคนทำงานทุกคนนะคะ

    เตวิชโช
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 17:40:15 GMT+0700 (ICT)
    • ธรรมสวัสดีนะโยม
    • อนุโมทนาสาธุ
    • บุญรักษา
    Fai-ob-oon
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 18:22:27 GMT+0700 (ICT)

    จากเดิมไม่ค่อยมั่นใจ ในการทำวิจัยอ่านแล้วดีมีประโยชน์มากเลย ต้องขอบคุณมากๆๆๆเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ทำดีต่อไปค่ะ

    โก๊ะจิจัง แซ่เฮ
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 18:25:59 GMT+0700 (ICT)
    ประกาย~natachoei ที่~natadee
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 20:39:29 GMT+0700 (ICT)

    มาเยี่ยมวิจัยในชั้นเรียน

    เจษฎา ประดุจชนม์
    เขียนเมื่อ Wed Oct 08 2008 22:23:27 GMT+0700 (ICT)

    อ่านแล้วมีประโยชน์มากเลยนค่ะ ให้ความรู้ได้ดีมากเลยค่ะ

    วิทยา พิสัยพันธ์
    IP: xxx.143.148.254
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 02:16:27 GMT+0700 (ICT)

    ได้อ่านแล้ว อยากได้ความรู้ การวิจัยหน้าเดียวมานานแล้วครับ ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ให้ครู กศน.ผมด้วยนะ ขอบคุณ

    วิทยา พิสัยพันธ์ ผอ.กศน.บึงกาฬ จ.หนองคาย

    แอมแปร์~natadee
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 02:37:39 GMT+0700 (ICT)

    + สวัสดีค่ะ...

    + ทำวิจัยแบบนี้อยู่ค่ะ " ๕.การวิจัยเชิงทดลองและพัฒนา วิธีนี้ใช้นักเรียนกลุ่มเดียวไม่ต้องเปรียบเทียบวิธีสอนแบบดั้งเดิมกับวิธิสอนใหม่ แต่นำวิธีสอนแบบใหม่มาใช้ได้เลย หรือพัฒนาสื่ออุปกรณ์มาใช้สอนหรือจัดทำแผนการสอนให้ดีแล้วนำไปสอนนักเรียนจะสอน ๑ ห้อง ๕ ห้อง หรือ ๑๐ ห้องก็ได้"

    + ทดลองทำซ้ำ ๆ มาสามปีค่ะ..(รวมปีนี้ด้วยค่ะ)

    + เขียนบทที่ 1-3 เรียบร้อยค่ะ...สว่นบทที่ 4-5 รอผลพิสูจน์อยู่ค่ะว่าเรื่องที่ศึกษาเป็นจริงหรือไม่ค่ะ....

    ชื่องานวิจัย ผลของการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ใบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนา ผู้เรียนให้เป็นคน ดี เก่ง และมีสุข ต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ ของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนบ้านสายหมอ อำเภอหนองจิก สังกัดสำนัก

    งานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 1 ปีการศึกษา 2548

    ผู้วิจัย นางอัมพาพร แก้วสมวงค์

    บทคัดย่อ

    การวิจัยในครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาผลของการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ใบกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคน ดี เก่ง และมีสุข ต่อการเรียนวิทยาศาสตร์

    ประชากรที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2548 โรงเรียนบ้านสายหมอ อำเภอหนองจิก สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาปัตตานี เขต 2 จำนวน 19 คน

    เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยและเก็บรวบรวมข้อมูลประกอบด้วย 1) ใบกิจกรรมการเรียนรู้ 2) แบบประเมินใบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ประเมินโดยตัวผู้เรียน โดยเพื่อนและครู 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ แบบแผนการวิจัยครูตรวจและให้คะแนนใบกิจกรรมการเรียนรู้ที่นักเรียนทำ ประเมินใบกิจกรรมการเรียนรู้โดยตัวผู้เรียน โดยเพื่อน และโดยครู ทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังจากเรียนจบในแต่ละเรื่อง การวิเคราะห์ข้อมูลใช้ผลที่แปรเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละจากการประเมินใบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ประเมินโดยตัวผู้เรียน โดยเพื่อน และโดยครู ใช้ผลคะแนนเฉลี่ยร้อยละที่ได้จากการทำใบกิจกรรมการเรียนรู้ ใช้ผลคะแนนเฉลี่ยร้อยละที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังจากเรียนจบในแต่ละเรื่อง

    ผลการวิจัยพบว่า การจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้ใบกิจกรรมการเรียนรู้สามารถพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคน ดี เก่ง และมีสุข ต่อการเรียนวิทยาศาสตร์ได้จริง โดยการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคน “ ดี ” ที่ประเมินโดยผู้เรียนผลอยู่ในระดับมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 93.50 พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคน “ เก่ง ” ที่ประเมินโดยตัวผู้เรียนผลอยู่ในระดับมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 89.32 ประเมินโดยเพื่อนผลอยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 81.73 ประเมินโดยครูผลอยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 70.90 ผลคะแนนที่ได้จากการทำใบกิจกรรมมีค่าเฉลี่ยร้อยละ 87.79 ผลคะแนนที่ได้จากการทำแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์หลังจากเรียนจบในแต่ละเรื่อง มีค่าเฉลี่ยร้อยละ 82.60 พัฒนาผู้เรียนให้เป็นคน “ มีสุข ” ที่ประเมินโดยผู้เรียนผลอยู่ในระดับมาก คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ 92.73

    + อันนี้ยังคงต้องมีการปรับปรุงค่ะ..เพราะรอการพิสูจน์จากการปฏิบัติซ้ำ ๆ อยู่ค่ะ

    ประถม
    IP: xxx.174.105.186
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 03:27:24 GMT+0700 (ICT)

    ดีมากๆ ครับ จะนำไปดำเนินการต่อเลยครับ ขอขอบคุณสำหรับข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาของชาติ(ถ้าทุกคนทำด้วยตนเองและนำไปใช้จริง) ไม่อยากให้ทำเพียงเพื่อมีงานวิจัยแสดงเท่านั้น แต่ต้องเป็นการวิจัยเพื่อใช้จริงพัฒนาจริงและทำด้วยตนเองจริง

    เกรซ
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 09:42:49 GMT+0700 (ICT)

    เป็นข้อมูลที่มีประโยชน์มากเลยค่ะ เพราะตอนนี้กำลังทำวิจัยในชั้นเรียนกับนักศึกษา กศน.อยู่ค่ะ

    บุหงา กองสุข
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 09:52:03 GMT+0700 (ICT)

    ดีค่ะ เป็นข้อมูลที่มากเลยค่ะ

    วราณี
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 09:53:48 GMT+0700 (ICT)

    สำเสนอข้อมูลได้สนใจมาก ทำให้เราได้ความรู้ที่ควรรู้ ขอบคุณมากที่นำมาเผยแพร่

    ตั้งใจสอบน้ะ จะได้กลับร้อยเอ็ดแล้วววววววววววว

    แก้ว..อุบล
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 09:56:55 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณที่เข้าไปเยี่ยมค่ะ

    วราณี
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 09:57:44 GMT+0700 (ICT)

    คุณทำสือได้น่าสนใจดีน้ะ น่าอ่านน่าศึกษาดี

    IP: xxx.19.69.58
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 09:59:59 GMT+0700 (ICT)

    ครูน้อยบ้านนาจริงน่ะ น่าสนใจดีสมกับเป็นครูจริง ๆ

    เบญจมาศ ร่วมจิตร
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:01:15 GMT+0700 (ICT)

    ก้ดี อย่าลืมเม้นให้

    ยูมิ
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:03:33 GMT+0700 (ICT)

    มาชม คุณwatayoot

    ตามเส้นทางที่ฝากไว้นะนี่

    ดีแล้วละ จะได้ ลปรร.กันนะครับ...

    Suwimon Ob-un
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:09:10 GMT+0700 (ICT)

    ความรู้ดีมากๆค่ะ ถือว่าเป็นตัวอย่างที่ดีค่ะ

    ekkawit
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:11:13 GMT+0700 (ICT)

    ^^ แวะมาแอบอ่าน แนวทางการทำวิจัยในชั้นเรียน ครับ

    น่าสนใจ ครับ ยิ่งทำ นอกจาก ท่านคุณครูได้ฝึกประสมการณ์ แล้วเด็กๆ ก็

    ได้ความรู้

    พันคำ
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:11:30 GMT+0700 (ICT)

    น่าสนใจครับ ขอค้าง comment ก่อนครับ เนื่องจากยังไม่อ่านรายละเอียด ไว้จะกลับมาอีกครั้ง ขอบคุณครับ

    นางสาวมารียา เจ๊ะตำ
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:11:38 GMT+0700 (ICT)

    มาเม้นค่ะ

    นายวีรวัฒน์ ทองก่ำ
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:11:56 GMT+0700 (ICT)

    ว่างั้ยจุ้ย อย่าลืมเปงกลับ

    mangpor
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:15:42 GMT+0700 (ICT)

    ดีมากจุ้ย

    รุ้งเพชร ปานทอง
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:17:33 GMT+0700 (ICT)

    ดีค่ะคนหล่อ

    อาจารย์ อิทธิพล ปรีติประสงค์
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:24:03 GMT+0700 (ICT)

    ใครมีตัวอย่างงานวิจัยแบบนี้ น่าจะมาเล่าสูกันฟังเลยนะครับ

    LiLa
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:24:56 GMT+0700 (ICT)

    สนใจรับแมวไปรับแถวบ้านนาไหมคะ ^_^

    เป็นกำลังใจให้ครูบ้านนานะคะ

    นายสันติ สงบสุข
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:26:11 GMT+0700 (ICT)

    ดี ดีคับ มีประโยชน์มากเลยคับ

    สวัสดีค่ะ

    การวิจัยหน้าเดียวเขียนได้ดีค่ะ สามารถใช้เป็นแนวทางแก่ผู้สนใจได้มากทีเดียว

    ขอบคุณค่ะ อย่าลืมเขียนมาเยอะ ๆ นะคะ

    นายประจักษ์ ปานอินทร์
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:47:26 GMT+0700 (ICT)
    อนุสรณ์ บั้ม โชคโคกกรวด
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 10:56:34 GMT+0700 (ICT)

    ครูในอนาคตจริงๆ

    เพื่อนเรา

    รักษาภรณ์
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 11:23:55 GMT+0700 (ICT)

    น่าสนใจดีจ๊ะ

    tukky
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 11:37:31 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณนะค่ะคุณ watayoot ที่เผยแพร่ความรู้ดี ๆ มีประโยชน์ให้ได้ทราบกัน เคยได้ยินน้องพูดถึงวิจัยหน้าเดียว เป็นอย่างนี้นี่เอง จะได้นำไปใช้บ้างเหมาะสำหรับนำเสนอผู้บังคับบัญชา ระดับสูง ซึ่งจะไม่มีเวลาพอที่จะมานั่งอ่านอะไรเยอะ ๆสรุปให้อ่านน่าจะอ่านมากกว่าค่ะ  ขอบคุณค่ะ

    tukky
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 11:39:39 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณนะค่ะที่เข้ามาเยี่ยม

    สาวหละปูน
    IP: xxx.121.133.248
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 12:22:00 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ...

    ...แวะมาทักทายค่ะ...ยังมีเวลาไม่พอที่จะอ่านเพราะเรื่องนี้ต้องมีสมาธิ อ่านไปด้วยคิดไปด้วย ขออนุญาต นำบล๊อกเข้าแพลนเน็ตนะคะ...ขอบคุณค่ะ

    สาวหละปูนเจ้า

    ครีม
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 12:25:30 GMT+0700 (ICT)

    ดีจ๊ะจุย

    Panda
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 12:28:40 GMT+0700 (ICT)
    • ขอบคุณมากครับ
    • ชอบที่สุดคือ ขั้นที่ ๖ เขียนรายงานสั้นๆ หน้าเดียว....อิอิ
    ภารดี white angle ~natadee
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 12:29:49 GMT+0700 (ICT)

    มาตามคำเชิญนะคะ ป้า ทำวิจัยแบบ r2r อยู่เรื่องนึง

    เป็นการวิจัย KM+r2r+วิจัยการเรียนการสอนทางกานรพยาบาล

    คิดว่าเป็นนวัตเวร-กรรม ด้วยเพราะเป็น เวร-กรรม ของหัวหน้าโครงการแล้วจะมาเล่าต่อถ้าสนใจ ยินดีทีรู้จักคนหนุ่มไฟแรง

    ...ว่าแต่ว่า....น้องอยู่ที่ไหนกัน

    Where on earth that I can find you?...

    ธีรนร นพรส
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 12:31:56 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับคุณครู ขอบคุณที่สนใจรักษ์ภาษาไทยครับ

    ทิพย์
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 12:44:54 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับคุณครู มาตามทางที่ต่อไว้ให้น่ะครับ

    ไม่ได้เป็นครู สนใจทำวิจัยเหมือนกันครับ

    ชอบเรื่องความคิดสร้างสรรค์ และครูที่ดี ครับ

    เม้นเป็นกำลังใจให้ทำต่อไปนะครับ

    สะตอดอง
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 12:48:28 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ มาเยี่ยมค่ะ

    อนุชิต
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 12:56:42 GMT+0700 (ICT)

    โอ้ว CAR ในหน้าเดียว ข้าน้อยขอคารวะ ตอนมีโอกาสไปสอนหนังสือไม่เคยทำเลยครับ เห่อๆ เลยโดนเด้งไม่ให้สอนอ่ะนะ :) จะทะยอยทำความเข้าใจเป็นเรื่องๆ ไปนะครับ :) ขอบคุณมากครับ

    เก๋น้อย
    เขียนเมื่อ Thu Oct 09 2008 13:01:54 GMT+0700 (ICT)

    ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ขอบคุณค่ะที่แวะเข้ามาอ่านและเม้นให้

    ยังงัยแวะเวียนเข้ามาอีกนะคะ ขอบคุณค่ะ

    รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
     ใส่รูปหรือไฟล์