การวิจัยและพัฒนาการศึกษา

 การวิจัยและพัฒนาการศึกษา  

                     การวิจัยและพัฒนาการศึกษา

(Educational Research and Development หรือ R & D)
 

uความหมายความสำคัญการวิจัยและพัฒนาการศึกษา

                เป็นการพัฒนาการศึกษา โดยพื้นฐานการวิจัย (Research Based Education Development) เป็นกลยุทธ์หรือวิธีการสำคัญหนึ่งที่นิยมใช้ในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการศึกษา โดยเน้นหลักเหตุผลและตรรกวิทยา เป้าหมายหลัก คือ ใช้เป็นกระบวนการในการพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์ทางการศึกษา (Education Product)

การวิจัยและพัฒนาทางการศึกษา (R & D) มีความแตกต่างจากการวิจัยการศึกษาประเภทอื่นๆ อยู่ 2 ประเภท คือ

                1. เป้าประสงค์ / จุดมุ่งหมาย (Goal) การวิจัยทางการศึกษามุ่งค้นคว้าหาความรู้ใหม่ โดยการวิจัยพื้นฐานหรือมุ่งหาคำตอบเกี่ยวกับการปฏิบัติงาน โดยการวิจัยประยุกต์ แต่การวิจัยและพัฒนาทางการศึกษามุ่งพัฒนาและตรวจสอบคุณภาพผลิตภัณฑ์ทางการศึกษา แม้ว่าการวิจัยประยุกต์ทางการศึกษาหลายโครงการก็มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการศึกษา เช่นการวิจัยประยุกต์ทางการศึกษาสำหรับการสอน
แต่ละแบบแต่ละผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้ใช้สำหรับการทดสอบสมมุติฐานของการวิจัยแต่ละครั้งเท่านั้น ไม่ได้พัฒนาไปสู่การใช้สำหรับสถานศึกษาทั่วไป

                2. การนำไปใช้ (Utility) การวิจัยทางการศึกษา มีช่องว่างระหว่างผลการวิจัยกับการนำไปใช้จริงอย่างกว้างขวาง คือ ผลการวิจัยทางการศึกษาจำนวนมากอยู่ในตู้ไม่ได้รับการพิจารณานำไปใช้ นักการศึกษาและนักวิจัยจึงหาทางลดช่องว่างดังกล่าวโดยวิธีที่เรียกว่า "การวิจัยและพัฒนา" อย่างไรก็ตามการวิจัยและพัฒนาทางการศึกษา มิใช่สิ่งที่ทดแทนการวิจัยทางการศึกษา แต่เป็นเทคนิควิธีที่จะเพิ่มศักยภาพของการวิจัยทางการศึกษาให้มีผลต่อการจัดการทางการศึกษา คือ เป็นตัวเชื่อมเพื่อแปลงไปสู่ผลิตภัณฑ์ทางการศึกษาที่ใช้ประโยชน์ได้จริงในโรงเรียนทั่วไป ดังนั้น การใช้กลยุทธ์การวิจัยและพัฒนาทางการศึกษาเพื่อปรับปรุง เปลี่ยนแปลงหรือพัฒนาการศึกษาจึงเป็นการใช้ผลจากการวิจัยทางการศึกษา (ไม่ว่าจะเป็นการวิจัยพื้นฐาน หรือการวิจัยประยุกต์) ให้เป็นประโยชน์มากยิ่งขึ้น สามารถสรุปความสัมพันธ์และความ
แตกต่าง ดังภาพประกอบต่อไปนี้

u ขั้นตอนการวิจัยและพัฒนา

        การวิจัยและพัฒนาประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญ 11 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นที่ 1  การกำหนดผลผลิตทางการศึกษาที่จะทำการพัฒนา
            ขั้นตอนแรกที่จำเป็นที่สุด คือ ต้องกำหนดให้ชัดว่าผลผลิตทางการศึกษาที่จะวิจัยและพัฒนาคืออะไรโดยต้องกำหนดลักษณะทั่วไป   รายละเอียดของการใช้วัตถุประสงค์ของการใช้เกณฑ์ในการเลือกกำหนดผลผลิตการศึกษาที่จะวิจัยและพัฒนา อาจมี 4 ข้อ คือ
              1) ตรงกับความต้องการอันจำเป็นหรือไม่
              2) ความก้าวหน้าทางวิชาการมีพอเพียงในการที่จะพัฒนา ต่อการวิจัยและพัฒนานั้นหรือไม่
              3) บุคลากรที่มีอยู่ ทักษะความรู้และประสบการณ์ที่จำเป็นต่อการวิจัยและพัฒนานั้นหรือไม่
              4) ผลผลิตนั้นจะพัฒนาขึ้นในเวลาอันสมควรได้หรือไม่

            ขั้นที่ 2  รวบรวมข้อมูลและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง
                        คือการศึกษาทฤษฎีและงานวิจัย การสังเกตภาคสนามซึ่งเหี่ยวข้องกับการใช้ผลผลิตการศึกษาที่กำหนด ถ้ามีความจำเป็นผู้ทำการวิจัยและพัฒนาอาจต้องทำการศึกษาวิจัยขนาดเล็กเพื่อหาคำตอบซึ่งงานวิจัยและทฤษฎีที่มีอยู่ไม่สามารถตอบได้ก่อนที่จะเริ่มการพัฒนาต่อไป

          ขั้นที่ 3 การวางแผนการวิจัยและพัฒนา  ประกอบด้วย
                           1) กำหนดวัตถุประสงค์ของการใช้ผลผลิต
                           2) ประมาณการค่าใช้จ่าย กำลังคน และระยะเวลาที่ต้องใช้เพื่อศึกษาความเป็นไปได้
                           3) พิจารณาผลสืบเนื่องจากผลผลิต

         ขั้นที่ 4 พัฒนารูปแบบขั้นตอนของผลผลิต
                     ขั้นนี้เป็นขั้นการออกแบบและจัดทำผลผลิตการศึกษาตามที่วางไว้ เช่น เป็นโครงการวิจัยและพัฒนา หลักสูตรฝึกอบรมระยะสั้น ก็จะต้องออกแบบหลักสูตร เตรียมวัสดุหลักสูตร คู่มือผู้ฝึกอบรม เอกสารในการฝึกอบรม และเครื่องมือการประเมินผล

       ขั้นที่ 5 ทดลองหรือทดสอบผลผลิตครั้งที่ 1
                      โดยการนำผลผลิตที่ออกแบบและจัดเตรียมไว้ในขั้นที่ 4 ไปทดลองใช้เพื่อทดสอบคุณภาพขั้นต้นของผลผลิตในโรงเรียนจำนวน 1-3 โรงเรียน ใช้กลุ่มเล็ก 6-12 คน ประเมินผลโดยการใช้แบบสอบถาม การสังเกตและการสัมภาษณ์ แล้วรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์

        ขั้นที่ 6 ปรับปรุงผลผลิตครั้งที่ 1
                      นำข้อมูลและผลการทดลองใช้จากขั้นตอนที่ 5 มาพิจารณาปรับปรุง

       ขั้นที่ 7 ทดลองหรือทดสอบผลผลิตครั้งที่ 2
                    ขั้นนี้นำผลผลิตที่ปรับปรุงไปทดลอง เพื่อทดสอบคุณภาพผลผลิตตามวัตถุประสงค์ โรงเรียนจำนวน5-15 โรงเรียน ใช้กลุ่มตัวอย่าง 30-100 คน ประเมินผลเชิงปริมาณในลักษณะ Pre-test นำผลไปเปรียบเทียบกับวัตถุประสงค์ของการใช้ผลผลิตอาจมีกลุ่มควบคุม กลุ่มการทดลอง ถ้าจำเป็น

                ขั้นที่ 8 ปรับปรุงผลผลิตครั้งที่ 2  นำข้อมูลและผลจากการทดลองใช้จากขั้นที่ 7 มาพิจารณาปรับปรุง

                ขั้นที่ 9 ทดลองหรือทดสอบผลผลิตครั้งที่ 3
                           ขั้นนี้นำผลผลิตที่ปรับปรุงไปทดลอง เพื่อทดสอบคุณภาพการใช้งานของผลผลิต โดยใช้ตามลำพังในโรงเรียน 10-13 โรงเรียน ใช้กลุ่มตัวอย่าง 40-200 คน ประเมินผลโดยการใช้แบบสอบถาม การสังเกตและการสัมภาษณ์แล้วรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์

             ขั้นที่ 10 ปรับปรุงผลผลิตครั้งที่ 3 นำขั้นที่ 9 มาพิจารณาปรับปรุงเพื่อผลิตและเผยแพร่ต่อไป

             ขั้นที่ 11 เผยแพร่ เป็นการเสนอรายงานเกี่ยวกับผลการวิจัยและพัฒนาผลผลิตในที่ประชุมสัมมนาทางวิชาการหรือวิชาชีพ ส่งไปลงเผยแพร่ไปใช้ในโรงเรียนต่างๆ หรือติดต่อบริษัทเพื่อผลิตจำหน่ายต่อไป

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 207735
 เขียน:  
 ความเห็น: 12  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

วันชัย
IP: xxx.19.69.58
เขียนเมื่อ Tue Sep 23 2008 14:40:15 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ สำหรับความรู้

กีรติ
IP: xxx.128.169.139
เขียนเมื่อ Sun Oct 05 2008 21:44:46 GMT+0700 (ICT)

เป็นกำลังใจให้ครับ

ผมก็กำลังศึกษาด้านวิจัยและประเมินผล กับ ม ราชภัฏกาญจน์

กำลังหาแนวทางการทำวิทยานิพนธ์อยู่

นานา
เขียนเมื่อ Mon Oct 06 2008 12:10:28 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะกับความรู้

siree
IP: xxx.172.239.139
เขียนเมื่อ Fri May 22 2009 20:02:29 GMT+0700 (ICT)

กำลังสนใจ คิดว่าทำไมเราไม่ชอบการวิจัยเลย

แต่ก็จะพยายาม

ขอบคุณค่ะ

IP: xxx.19.69.59
เขียนเมื่อ Thu Jul 16 2009 18:54:26 GMT+0700 (ICT)

เรามีงานให้เลือกทำ 5 งาน คือ
 1. ทำแบบสอบถาม ชุดละ 15 บาท รายได้ 300-500 บาท/วัน
 2. รับโทรศัพท์ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงาน วันละ 500-1,000 บาท/วัน
 3. รับโทรศัพท์ให้รายละเอียดเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพ วันละ 500-1,000 บาท/วัน
 4. งาน Internet 500-1,000 บาท/วัน
 5. ออกสื่อโฆษณา 500-1,000 บาท/วัน
 
คุณสมบัติ
1. อายุ 20 ปีขึ้นไป (ถ้าไม่ถึงขออนุญาตผู้ปกครองก่อน)
2. ต้องมีโทรศัพท์มือถือเป็นของตนเอง
3. มีเวลาว่าง 2-5 ชั่วโมง/วัน
4. ไม่จำเป็นต้องมีประสบการณ์ ต่างจังหวัดก็ทำได้
 (บริษัทมีระบบสอนผ่านcompute และ Internet )
 5.เหมาะสำหรับ แม่บ้าน นักศึกษา วิศวกร ข้าราชการ พนักงานประจำ ,
 แพทย์ เภสัชกร พยาบาล หรือบุคคลทั่วไป
> ติดต่อ คุณสุวิมล 08
1 -5795205

http://doiop.com/f01idb

คนไทย
IP: xxx.158.205.32
เขียนเมื่อ Sat Nov 27 2010 11:08:21 GMT+0700 (ICT)

ขอบพระคุณมากมายคับผม

somchai
IP: xxx.53.21.185
เขียนเมื่อ Wed Feb 09 2011 15:33:50 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ สำหรับข้อมูล

IP: xxx.172.139.243
เขียนเมื่อ Tue Mar 08 2011 16:18:46 GMT+0700 (ICT)

ได้รับความรู้ด้านการวิจัยและพัฒนาเพิ่มมากขึ้น  โชคดีที่เปิดเจอ

หาข้อมูลด้านการวิจัยและพัฒนามาเขียนเพิ่มอีกนะคะ

IP: xxx.29.20.62
เขียนเมื่อ Sat Mar 19 2011 09:49:49 GMT+0700 (ICT)

R&D

อยากทราบว่า ระหว่างขั้นตอน R กับ D  ขั้นไหนที่ดำเนินการแล้วเกิดปัญหามากที่สุด

k
IP: xxx.26.186.171
เขียนเมื่อ Sat Aug 06 2011 20:47:47 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณข้อมูลค่ะ แต่อยากได้ตัวอย่างงานวิจัยแบบR&D ค่ะ

neng21
IP: xxx.1.164.199
เขียนเมื่อ Fri Nov 11 2011 21:20:49 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะสำหรับสาระดีๆ ที่ให้ความกระจ่างได้ชัดเจนค่ะ

กฤษณ์
IP: xxx.97.124.212
เขียนเมื่อ Mon Mar 18 2013 11:47:59 GMT+0700 (ICT)


กำลังเรียนปริญญาเอก สาขาการพัฒนาองค์กรอยู่ครับ ต้องทำ Action Research เหมือนกันครับ ไม่ทราบว่า เขาหาองค์กรพวกวิทยาลัยหรือโรงเรียนที่จะทำ ODI กันอย่างไรครับ

 

ขอบคุณมากครับ

 

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า