สมาชิก
แลกเปลี่ยน

การร่างพระราชบัญญัติการดักฟังโทรศัพท์

 เนื่องจากปัจจุบันในการที่จะร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวการดักฟังโทรศัพท์ยังมีช่องโหว่ค่อนข้างมาก การดักฟังโทรศัพท์เป็นการละเมิดต่อสิทธิความเป็นส่วนตัว หากออกเป็นกฎหมายแล้วยังไม่มีข้อจำกัดที่ชัดเจนอาจนำมาสู่ผลประโยชน์ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเพื่อมุ่งหมายการหาข้อมูลของฝ่ายตรงข้ามดัวดังเช่น การเมืองปัจจุบัน 

การร่างพระราชบัญญัติการดักฟังโทรศัพท์

                จากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ การดำเนินคดีกับผู้ต้องหาไม่สามารถสืบพยานให้เห็นได้ว่า ผู้ต้องหาได้กระทำความผิดจริง มีคดีจำนวนมากที่พนักงานอัยการสั่งไม่ฟ้อง หรือไม่ศาลก็พิพากษายกฟ้อง เพราะพยานบุคคลส่วนใหญ่จะกลับคำให้การเนื่องจากเกรงกลัวอิทธิพลในพื้นที่ หรือไม่พยานก็เป็นหนึ่งในกลุ่มผู้ต้องหาจึงไม่มีควมน่าเชื่อถือ ยังไม่รวมถึงความผิดในประเภทอื่นๆ เช่น ยาเสพติด หรือการจ้างวานฆ่า ซึ่งแม้จะรู้ว่าใครทำ แต่ก็ไร้หลักฐานที่จะดำเนินคดี เพื่อลดช่องโหว่นี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อยกร่าง พระราชบัญญัติควบคุมการดักข้อมูลข่าวสารเพื่อการสืบสวนหรือสอบสวนคดีอาญา ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จะมอบอำนาจให้เจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจการสอบสวนคดีอาญา สามารถดักฟังสัญญาณโทรศัพท์ และข้อความจากช่องทางการสื่อสารต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาทั่วประเทศได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถใช้เป็นหลักฐานในการดำเนินคดีได้
          สำหรับเนื้อหาสาระของ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น จะทำให้ เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถดักข้อมูลข่าวสารได้ทุกประเภท ซึ่งบัญญัติในมาตรา 3 ไว้ว่าข้อมูลข่าวสารหมายความว่า สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราว ข้อเท็จจริง รหัสข้อมูลหรือ ความหมายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบตัวอักษร ตัวเลข เสียง ภาพ หรือรูปแบบอื่นใดที่สื่อความหมายได้ ไม่ว่าจะมีการ บันทึกหรือไม่บันทึกก็ตาม ขณะที่การดักข้อมูลข่าวสารให้ความหมายไว้ว่า การกระทำใดๆ เพื่อล่วงรู้ข้อมูลข่าวสารที่สื่อสารถึงกันทางจดหมาย ไปรษณียบัตร หรือโดยใช้เครื่องมือสื่อสารผ่านทางโทรศัพท์ โทรศัพท์เคลื่อนที่ โทรเลข โทรพิมพ์ โทรภาพ โทรสาร วิทยุติดตามตัว หรือวิทยุสื่อสาร หรือเครื่องมือสื่อสารที่ประยุกต์ใช้วิธีการทางอิเล็กตรอน ไฟฟ้า คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือวิธีอื่นใดในลักษณะคล้ายกัน หรือเครื่องมือสื่อสารที่ประยุกต์ใช้วิธีการทางแสง วิธีการทางแม่เหล็ก อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง หรือ เครื่องมือสื่อสารอื่นที่กำหนดไว้ตาม พระราชกฤษฎีกา
               มาตรา 6 ให้ข้อมูลข่าวสารที่ได้มาจากการดักข้อมูลข่าวสารตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นพยานหลักฐานในการดำเนินคดีอาญาได้เฉพาะกับผู้ที่ต้องสงสัย และบุคคลซึ่งติดต่อสื่อสารข้อมูลข่าวสารกับผู้ต้องสงสัยเท่านั้น
                   มาตรา 7 หัวหน้าหน่วยงานของรัฐที่มีอำนาจสืบสวนสอบสวน ต้องยื่นคำขอต่อศาลที่ตั้งอยู่ในเขตอำนาจ เพื่อให้มีคำสั่งอนุญาตให้ดักข้อมูลข่าวสารได้
                   มาตรา 9 ให้ศาลทำการไต่สวนคำร้องโดยมิชักช้า โดยการพิจารณาอนุญาตให้มีการดักข้อมูลข่าวสาร ให้ศาลคำนึงถึง  สิทธิส่วนบุคคลหรือสิทธิอื่นใดที่จะได้รับผลกระทบจากการดักข้อมูลข่าวสารประกอบกับเหตุผลและความจำเป็นดังต่อไปนี้
                           (1) กรณีมีความจำเป็นที่จะต้องดักข้อมูลข่าวสารเพื่อการสืบสวนหรือสอบสวนคดีอาญา
                           (2) การค้นหาข้อมูลข่าวสารดังกล่าวด้วยวิธีการอื่นไม่อาจกระทำได้ หรือกระทำได้โดยยากลำบาก
                           (3) มีเหตุอันควรสงสัยว่า บุคคลผู้ที่ต้องสงสัยจะถูกดักข้อมูลข่าวสาร ตระเตรียมการหรือสมคบกันเพื่อกระทำความผิด จะกระทำความผิด หรือได้กระทำความผิด หรือเป็นตัวการร่วม ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุนในการกระทำความผิดอาญาร้ายแรงตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง หรือปรากฏข้อเท็จจริงว่าบุคคลที่จะถูกดักข้อมูลข่าวสารได้ติดต่อหรือให้ข่าวแก่ผู้ที่ต้องสงสัย ดังกล่าว หรือผู้ที่ต้องสงสัยนั้นได้ใช้เครื่องมือสื่อสารของบุคคลดังกล่าว
          คำสั่งอนุญาตของศาลให้ทำเป็นหนังสือพร้อมด้วยเหตุผล โดยกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการดักข้อมูลข่าวสาร รวมทั้งระยะเวลาที่เหมาะสมในการดักข้อมูลข่าวสาร และให้ศาลเป็นผู้ควบคุมการดักข้อมูลข่าวสาร
                 มาตรา 10 ในกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่อนุญาตหรืออนุญาตเพียงบางส่วน หัวหน้าหน่วยงานของรัฐ หรือพนักงานผู้ยื่นคำร้องอาจยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขออนุญาตนำพยานหลักฐานมาแสดงเพิ่มเติม
                 มาตรา 12 อำนาจในการดักข้อมูลข่าวสารตามคำสั่งศาลย่อมระงับลงเมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ที่ต้องสงสัยนั้นเป็น ผู้บริสุทธิ์ โดยให้ผู้ได้รับอนุญาตดักข้อมูลข่าวสารแจ้งให้หน่วยงานที่ดำเนินการดักข้อมูลข่าวสารเพื่อยุติการดักข้อมูลข่าวสารโดยทันที และรายงานให้ศาลทราบ
                 มาตรา 13 ให้ผู้ได้รับอนุญาตดักข้อมูลข่าวสารแสดงคำสั่งอนุญาตต่อหน่วยงานที่ดำเนินการดักข้อมูลข่าวสารเพื่อดำเนินการต่อไป โดยหน่วยงานดังกล่าวต้องให้ความร่วมมือกับผู้ได้รับอนุญาตเพื่อให้การดักข้อมูลข่าวสารบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ได้รับอนุญาต
                มาตรา 14 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ซึ่งนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ มีอำนาจเข้าไปในสถานที่หรือสถานประกอบการของหน่วยงานที่ดำเนินการดักข้อมูลข่าวสารในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เพื่อตรวจตราการดักข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานดังกล่าวให้เป็นไปตามคำสั่งของศาล

                   พ.ต.อ.วิชัย รัตนยศ รองผู้บังคับการกองคดี ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการยกร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่า ได้เริ่มยกร่างมาตั้งแต่ปี 2549 โดย พล.ต.อ.นพดล สมบูรณ์ทรัพย์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้เสนอเรื่องนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อหาเครื่องมือที่ใชในการรวบรวมพยานและหลักฐาน เพื่อพิสูจน์ความผิดของผู้ต้องหา โดยใช้พื้นฐานจากกฎหมาย

วิเคราะห์การร่างพระราชบัญญติการดักฟังโทรศัพท์  

              จุดอ่อน     :                1. การยื่นคำขอต่อศาล เพื่อให้มีคำสั่งอนุญาตให้มีการดักฟัง การพิจารณายังไม่รัดกุมพอ

                                                   2. การดักฟังไม่ระบุระยะเวลาในการเก็บข้อมูลและการทำลายข้อมูล

                                                   3. ยังไม่มีการคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ (พนักงานช่าง) ที่อำนวยความสะดวกด้วยเทคนิคต่าง ๆ ในการดักฟังแต่เมื่อมีมูลเหตุว่าผู้ถูกดักฟังไม่มีความผิดเกิดการฟ้องร้องเรื่องการละเมิดสิทธิขึ้นมา

                                                   4. ไม่มีหน่วยงานที่ตรวจสอบความถูกต้องของศาลในการดำเนินงานพิจารณาอนุญาตให้มีการดักฟัง    

   ข้อคิดเห็นและแนวการแก้ไขปัญหา         จากบทความดังกล่าว การถูก ดักฟังโทรศัพท์เป็น การละเมิดสิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล   ถ้าจำเป็นที่จะต้องมีกฎหมายฉบับนี้ก็ควรที่จะให้เป็นกฎหมายกลาง เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีอำนาจการสอบสวนได้ใช้ด้วย  ไม่ควรที่จะอยู่ในอำนาจตำรวจเพียงฝ่ายเดียว  และควรมีการมีการจัดสัมนารับฟังความคิดเห็นจากประชาชนทั่วไปและสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง นักสิทธิมนุษยชน เจ้าของกิจการการสื่อสารต่าง ๆ เป็นต้น ก่อนที่จะนำข้อมูลที่ได้มาสรุป เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องของ ร่าง พ.ร.บ.ก่อนที่จะเสนอต่อ คณะรัฐมนตรี  สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และสภาผู้แทนราษฎร ต่อไป  เป็นเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนัก มันมีความจำเป็น แต่ต้องดูขอบเขตของกฎหมายให้ดี ดิฉันยอมรับว่ามันจะกระทบต่อสิทธิประชาชนบ้าง แต่จะยอมกันได้แค่ไหน และจะมีการตรวจสอบจัดการอย่างไร ในต่างประเทศหลายแห่งมีการใช้กฎหมายในลักษณะนี้แล้ว ล่าสุดเมื่อ 2-3 เดือนที่ผ่านมาก็มีการประกาศใช้ในประเทศออสเตรเลีย การดำเนินคดีหลายอย่างจำเป็นที่จะต้องมีเครื่องมือในการคลี่คลายคดี ซึ่งจากกฎหมายจะเห็นได้ว่าตำรวจไม่ได้เป็นผู้มีอำนาจเป็นผู้ไปดักข้อมูลจากใครแต่ศาลเท่านั้นที่จะเป็นผู้อนุญาตหรือไม่"  อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตำรวจจะเชื่อว่ากฎหมายฉบับนี้จะสามารถสร้างความสงบสุขให้กับสังคมได้ และจะกระทำได้ก็ต่อเมื่อศาลอนุญาตเท่านั้น  แต่ดิฉันมองว่า กฎหมายนี้เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของประชาชนซึ่งขัดต่อรัฐธรรมนูญ ส่งผลกระทบต่อเสรีภาพการสื่อสาร  เจ้าหน้าที่รัฐน่าจะมีวิธีที่รัดกุม ยกตัวอย่างเช่น เมื่อตำรวจมีการร้องข้อต่อศาล ศาลควรตั้งทีมงานเฉพาะกิจหลายสาขาร่วมกัน พิจารณาตรวจสอบเป็น กรณีพิเศษให้รวดเร็วและรัดกุมไม่แสดงเจตนาไปทิศทางอื่นที่นอกเหนือจากคดีอาญาหรือเพื่อดักฟังเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดควรมีหน่วยงานที่ตรวจสอบการทำงานของศาลในการพิจารณาอนุญาตเพราะว่าทุกวันนี้พนักงานของรัฐถูกแทรกแซงทางการเมือง และในการดักฟังควรมีระยะในการดักฟังและความมีอุปกรณ์ Log File เพื่อบันทึกขอมูลต่างๆ และสะดวกต่อการทำลาย อีกทั้งยังเป็นเครื่องมือในการป้องกันและคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ (พนักงานช่าง) เมื่อเกิดเหตุฟ้องร้องจากผู้ถูกดักฟัง
          "หากกฎหมายนี้ออกมาใช้ ถือว่ากระทบต่อสิทธิความเป็นส่วนตัวของประชาชน เพราะคนไทยมีสิทธิเสรีภาพในการสื่อสารตามรัฐธรรมนูญฉบับปี  พ.ศ. 2550 มาตรา 36 การตรวจสอบข้อมูลต่าง ๆ จึงส่งผลกระทบและขัดกับรัฐธรรมนูญและในทางปฏิบัติเองก็ถือว่าเป็นการละเมิดด้วย" เนื่องจากเป็นกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคล  ถ้าออกก็จะต้องระบุชัดเจนว่า คดีอาญาร้ายแรงนั้นเป็นคดีประเภทไหน ออกมากว้าง ๆ อย่างนี้ไม่ได้  และแนวทางปฏิบัติก็กว้างเกินไป และเมื่อนำไปปฏิบัติแล้วอาจจะเกิดปัญหาหากผู้ใช้นำไปใช้กับคดีที่ไม่มีความจำเป็นหรือนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง

ข้อมูลอ้างอิง   www.parliment.go.th

 

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กาญจนา ศรีเนตร การละเมิดสิทธิโดยการดักฟังโทรศัพท์ 
· หมายเลขบันทึก: 206444 · เขียน:  
· ความเห็น:
5
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
วรเชษฐ์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Tue Sep 09 2008 17:32:12 GMT+0700 (ICT)

ผมเป็นวิศวกรอยู่ บริษัท ทีโอที จำกัด มหาชน สนใจบทความการร่างกฎหมายเกี่ยวกับการดักฟังของคุณ กาญจนา มาก เนื่องจากผมทำงานเกี่ยวกับการออกแบบและบริหารความถี่วิทยุ มีการขอความร่วมมือจากตำรวจมาที่ บริษัทเพื่อดักฟังคดีต่างๆ หลายคดีแต่ผมไม่ทราบว่ากรณีใดบ้างสามารถอนุญาตให้ดักฟังได้ ฉะนั้นผมอยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการพิจารณาอนุญาตตามกฎหมาย ให้มีการดักฟัง

คังฮุนเอ
IP: xxx.136.65.170
เขียนเมื่อ Thu Nov 05 2009 15:42:41 GMT+0700 (ICT)

อึดอัดมากค่ะ ถูกหัวหน้าดักฟังในออฟฟิต ถือว่าละเมิดสิทธิส่วนบุคคลหรือเปล่า ผิดกฎหมายมั๊ย

ไม่ชอบเลยค่ะ ช่วยตอบหน่อย

พนมกร แสงบุญเรือง
IP: xxx.29.58.218
เขียนเมื่อ Sun Sep 12 2010 10:04:47 GMT+0700 (ICT)

น่าสนใจมากครับ คุณไก่

ไพรัตน์ สุริยันต์
IP: xxx.121.59.190
เขียนเมื่อ Fri Mar 29 2013 07:20:16 GMT+0700 (ICT)

ทุกวันนี้ผมถูกดักโทรศัพท์มือถือ  โดยนักศึกษา ป.โท  เชียร์อิสเทอร์ (ถ้าชื่อสถานบันผิดขออภัยด้วย)อยู่แถวๆปทุมธานี  ชื่อบาส  ชื่อจริงผมไม่รู้ บ้านอยู่สระบุรี เจ้าของสวนองุ่น  (เรียนคณะกฎหมาย) เรียนจบจะเป็นตุลาการ  ประวัฒผมทุกอย่างโดนตรวจหมด  บ้างครั้งผมรู้เหมือนตัวเองเป็นอาจยากร พ่อค้ายาเสพติดไปเลย  เอาสิ่งที่เรียนรู้มาทำแบบนี้ ผมเองไม่รู้จะทำยังไงดี จะไปเพิ่งพาใครได้

ไพรัตน์ สุริยันต์
IP: xxx.121.59.190
เขียนเมื่อ Fri Mar 29 2013 07:34:25 GMT+0700 (ICT)

มหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย. 200 ถ.รังสิต-นครนายก ต.รังสิต (คลอง 5) อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี 12110 โทร. 0-2577-1028.


อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์