ผักสวนครัวเพื่อสุขภาพ

 นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบร่างกายคนเราเหมือนต้นไม้ เมื่อปลูกต้นไม้ในดินที่ไม่ดี หรือดินที่มีสารพิษเจือปนอยู่ รากก็จะดูดอาหารที่ไม่ดีเหล่านี้ ไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆของลำต้นและใบ ต้นไม้นั้น ก็จะทรุดโทรมและล้มตาย ในที่สุด 

 นักวิทยาศาสตร์เปรียบเทียบร่างกายคนเรา เหมือนต้นไม้ เมื่อปลูกต้นไม้ในดินที่ไม่ดี หรือดินที่มีสารพิษเจือปนอยู่ รากก็จะดูดอาหารที่ไม่ดีเหล่านี้ ไปเลี้ยงเซลล์ต่างๆของลำต้นและใบ ต้นไม้นั้น ก็จะทรุดโทรมและล้มตาย ในที่สุด
เช่นเดียวกับร่างกายของเรา รากของมนุษย์อยู่ในลำไส้ มีหน้าที่ดูดอาหาร เข้าไปสู่เลือดและน้ำเหลือง และกระจายไปเลี้ยงเซลล์ทั่วร่างกาย ทำให้ร่างกาย แข็งแรง สดชื่น มีความต้านทานโรคดี มีอายุยืนนานอย่างสุขภาพดี

ในทางตรงข้าม หาก กินอาหารไม่ดี ก็จะเกิดเป็นพิษสะสมอยู่ในเลือดและน้ำเหลืองตลอดจนเซลล์ต่างๆของร่างกาย ทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม เกิดโรค และอายุไม่ยืนยาวเท่าที่ควร
ปัจจุบัน พืชผักผลไม้ต่างๆ ที่ขายอยู่ในตลาด ส่วนใหญ่ ได้มาจากการปลูกที่ยังใช้ ฮอร์โมนเร่งผลผลิต และการใช้ยาฆ่าแมลง และปุ๋ยเคมี อยู่ไม่น้อย แม้กระทั่ง พืชผักที่เรียกว่า ปลอดสารพิษก็ตาม (ผักปลอดสารพิษนั้น  มักจะหมายถึง ผักที่ยังคงมีสารพิษตกค้างปนอยู่บ้าง   แต่ไม่เกินค่า MRL (Maximum Residue Limit) ซึ่งเป็นเครื่องมือตรวจระวังระดับของ  สารพิษตกค้างที่กำหนดโดยองค์การอนามัยโลก)

ดังนั้น เมื่อไม่นานมานี้ จึงได้มีการรณรงค์ ให้ประชาชน หันมาทำการเกษตรที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ ที่เรียกว่า เกษตรอินทรีย์กันอย่างแพร่หลาย ตั้งแต่ การเพาะปลูกเพื่อกินกันในครัวเรือน เหลือออกไปขายที่ตลาด จนถึงการกำหนดเป็นนโยบายของทางราชการเพื่อการส่งออกที่ มีประสิทธิภาพและยั่งยืน


แต่ยังมี คนอีกมาก ที่ไม่เข้าใจว่า อาหารอินทรีย์สุขภาพ คืออะไร ดิฉันเลยขออนุญาต นำนิยามศัพท์ นี้มาจาก สำนักพัฒนาการถ่ายทอดเทคโนโลยี กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังนี้.....

อาหารอินทรีย์สุขภาพ คือ อาหารที่ได้มาจากระบบการผลิตที่เรียกว่า เกษตรอินทรีย์ ซึ่งเป็นการผลิตที่คำนึงถึง สภาพแวดล้อม รักษาสมดุลของธรรมชาติ และความหลากหลายของทางชีวภาพ โดยมีระบบการจัดการนิเวศวิทยา ที่คล้ายคลึงธรรมชาติ และหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีสังเคราะห์ ทั้งปุ๋ยเคมี สารเคมีกำจัดศัตรูพืชและฮอร์โมนต่างๆ ที่ได้จากการสังเคราะห์ทางเคมี ตลอดจนไม่ใช้ พืชหรือสัตว์ที่เกิดจากการตัดต่อทางพันธุกรรม ที่อาจเกิดมลพิษ ในสภาพแวดล้อม และเน้นการใช้ปุ๋ยคอก ปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสด และปุ๋ยชีวภาพ ในการปรับปรุงดินให้มีความอุดมสมบูรณ์
เพื่อให้ต้นพืช มีความแข็งแรง สามารถต้านทานโรคและแมลงด้วยตนเอง
รวมทั้งการนำเอาภูมิปัญญาชาวบ้าน มาใช้ประโยชน์ด้วย นอกจากนี้ ผลผลิตที่ได้ จะปลอดภัยจากสารพิษตกค้าง ทำให้ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค   โดยไม่ทำให้ สภาพแวดล้อมเสื่อมโทรม

สำหรับในด้านการส่งออกอาหารอินทรีย์ ปัจจุบันได้แก่ ข้าว กล้วยหอม หน่อไม้ฝรั่ง กระเจี๊ยบเขียว สับปะรด ข้าวโพดอ่อน ขิงและสมุนไพร เป็นต้น สำหรับเรื่องนี้ เป็นความภาคภูมิใจเป็นพิเศษ เพราะบริษัทอุตสาหกรรมอาหาร ที่ดิฉันเคยเป็นผู้บริหารอยู่ เป็นผู้ผลิต ข้าวโพดอ่อนอินทรีย์ส่งออก เป็นรายแรกของประเทศ
(ข้อมูลปรากฏอยู่ใน เอกสาร โครงการศึกษาวิเคราะห์และจัดทำ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ถึงความต้องการ ของภาคเอกชน เพื่อให้รัฐสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐาน ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ด้านอาหารอินทรีย์สุขภาพ เพื่อการส่งออก ที่มีประสิทธิภาพและยั่งยืน โดย สถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม)


ในด้านส่วนตัว ดิฉันและครอบครัว  นิยมกินอาหารอินทรีย์มานานแล้ว และมีการปลูกผักสวนครัวมาตลอด ไม่ค่อยได้ไปซื้อผักที่จำเป็นในการประกอบอาหารมาจากตลาดเท่าใด และรู้สึกดีใจ ที่เห็นกระแสการปลูกผักสวนครัว เริ่มกลับมาเป็นที่นิยมอีกครั้งหนึ่ง
เมื่อกลางเดือนสิงหาคมนี้ ดิฉันไปออกกำลัง ที่สวนเบญจกิติ เห็นทางกทม.จัดให้มีนิทรรศการการปลูกพืชผักสวนครัว ผสมผสานไปกับการปลูกต้นไม้ดอกไม้ เพื่อประดับบ้าน เรียกความสนใจจากผู้มาเดินเล่นและออกกำลังกายเป็นอย่างมาก มีภาพมาให้ชมกันด้วยค่ะ

เมื่อปี 2548-2552  ทางรัฐบาลได้กำหนด วาระแห่งชาติด้านเกษตรอินทรีย์ไว้ โดยสนับสนุนด้านวิชาการและการเรียนรู้ ร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชน เพื่อพัฒนาต่อยอด ภูมิปัญญา ชุมชนท้องถิ่นในเรื่องเกษตรอิทรีย์ ปุ๋ยอินทรีย์ และปุ๋ยชีวภาพ
ซึ่งการขับเคลื่อนดังกล่าว มี 3 ระยะ คือ ระยะ ที่ 1เป็นการหยุดสารพิษ ลดปุ๋ยเคมี ระยะที่ 2ฟื้นฟูสมรรถภาพดิน และระยะที่ 3 สร้างความอุดมสมบูรณ์
( ที่มา:แนวทางและยุทธศาสตร์การขับเคลื่อน วาระแห่งชาติ การเกษตรอินทรีย์-ชีวภาพ พ.ศ. 2548-2552)
ถ้าเราหันมาปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง หรือเลือกซื้อแต่ผักผลไม้ ที่ปลอดภัยจากสารพิษต่างๆแล้ว เราจะมีสุขภาพที่ดี ร่างกาย แข็งแรงสมบูรณ์ ขึ้นทุกคน ลดภาระของร่างกาย ที่จะต้องขับสารพิษที่สะสมอยู่  ซึ่งเป็นที่ทราบกันดี  ถ้าสะสมถึงในระดับหนึ่ง ก็จะเกิดโรคต่างๆต่อไปนั่นเอง

ผักผลไม้มีกากใย วิตามิน และแร่ธาตุ ซึ่งจำเป็นต่อร่างกาย และผลไม้ให้น้ำตาลเพื่อเพิ่มเติมพลังงานซึ่งร่างกายควรจะได้รับทั้งสองอย่างในปริมาณที่เหมาะสม 
VegetablesforthekitchenGreengreensalads
ดังนั้น เรามาปลูกผักสวนครัว และปลูกผลไม้ที่ขึ้นง่ายๆ โตไวๆ ไว้กินกันเองในครอบครัวเถอะค่ะ
ที่ดิฉันปลูกไว้เป็นประจำอยู่ตลอดคือ...พริกขี้หนู.. มะเขือเทศ...ตะไคร้ สะระแหน่..โหระพา..แมงลัก..กะเพรา..ตำลึง...มะเขือพวง...เตยหอม
ซึ่งจะเห็นได้ว่า ส่วนใหญ่เป็น สมุนไพรคู่ครัว ทั้งนั้น เพราะกลิ่นรสของสมุนไพร ทำให้อาหารน่ากินและยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ แถมบางชนิดยัง สามารถชงดื่ม ช่วยบรรเทา อาการไม่สบายเล็กๆน้อยๆ เช่น ท้องอืด คลื่นไส้ โดยไม่ต้องไปหาหมออีกด้วย เช่น ทำน้ำตะไคร้ น้ำขิง กินสะระแหน่มากๆหน่อย ช่วยแก้อาการจุกเสียดในท้อง เป็นต้น
กำลังเตรียมที่จะปลูก กวางตุ้งและบวบด้วย แล้วแต่ว่า เราจะชอบรับประทานผักอะไรกันในครอบครัวค่ะ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 205154
 เขียน:  
 ความเห็น: 149  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
ภูคา
เขียนเมื่อ Tue Sep 02 2008 21:24:27 GMT+0700 (ICT)

เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับที่บ้านเราควรหันกลับมาใส่ใจในเรื่องของอาหารการกินที่มีประโยชน์ ปลอดจากสารพิษ ครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ Tue Sep 02 2008 21:34:54 GMT+0700 (ICT)

Page
วันที่ไปชมนิทรรศการ พาหลานตัวเล็กไปด้วย ชอบใจ เพราะเหมือนกับที่ปลูกที่บ้าน แต่มีดอกไม้สวยๆมาแซมด้วยอย่างมีศิลปะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Tue Sep 02 2008 21:42:40 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณภูคา
ต้องใช้คติ Eat --as if your life depends on it ค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Tue Sep 02 2008 21:56:58 GMT+0700 (ICT)

ข้อมูลจากมูลนิธิ สายใยแผ่นดินบอกว่า เมื่อ ปี 2547 ผักอินทรีย์แพงกว่าผักทั่วไป 60 กว่า%
แต่ตอนนี้ น่าจะถูกลงบ้างแล้ว เพราะคนนิยมกินกันมากขึ้น
เขามีการจำแนกประเภท เป็น ผักทั่วไป/ ผักอนามัย/ ผักเกษตรอินทรีย์
สิ่งที่น่าจะดีคือ เราควรหันมาปลูกผักสวนครัวกันให้มากๆ จะได้ผักที่เรามั่นใจมากขึ้น

Sasinand
เขียนเมื่อ Tue Sep 02 2008 22:09:44 GMT+0700 (ICT)

สำหรับผักปลอดสารพิษ
วิธีการที่ทำให้สารพิษตกค้างในผักลดน้อยลง เพื่อความปลอดภัยต่อสุขภาพ
ของผู้บริโภคด้วยวิธีการต่างๆ ก่อนนำประกอบอาหารรับประทาน ดังนี้

1. ลอกหรือปอกเปลือก แล้วแช่น้ำสะอาดนาน 5-10 นาที
จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณ สารพิษตกค้างได้ร้อยละ 27-72

2. แช่น้ำปูนใส นาน 10 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 34-52
3. การใช้ความร้อน ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 48-50

4. แช่น้ำด่างทับทิม นาน 10 นาที (ด่างทับทิม 20-30 เกล็ด ผสมน้ำ 4 ลิตร)
ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 35-43

5. ล้างด้วยน้ำไหลจากก๊อก นาน 2 นาที ลดปริมาณสารพิษตกค้างได้ร้อยละ 25-39

 

6. แช่น้ำซาวข้าว นาน 10 นาที และล้างด้วยน้ำสะอาด ลดปริมาณ
สารพิษตกค้างได้ร้อยละ 29-38

7. แช่น้ำส้มสายชูหรือเกลือป่น (น้ำส้มสายชูหรือเกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
ผสมน้ำ 4 ลิตร) และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณสารพิษตกค้างได้
ร้อยละ 29-38

8. แช่น้ำยาล้างผัก นาน 10 นาที และล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งลดปริมาณ
สารพิษตกค้างได้ร้อยละ 22-36


แต่สำหรับ ดิฉันเอง เมื่อซื้อผลไม้มา....
ใช้วิ๊ธี  ล้างน้ำนานๆก่อน เป็นอันดับแรก  ใช้ฟองน้ำขัดเปลือก และล้างด้วยน้ำเกลือหรือ baking soda  ก่อนจะล้างน้ำอีกทีด้วย  เพราะที่บ้านมีเด็กเล็กๆ จึงต้องระวังเป็นพิเศษ
ถ้าปอกเปลือกได้ ก็จะปอกเปลือกด้วย เช่นแอปเปิ้ล เป็นต้น

Sasinand
เขียนเมื่อ Tue Sep 02 2008 22:31:17 GMT+0700 (ICT)

ผักสวนครัว ที่เราปลูกกันเอง ควรจะเป็นผักที่เข้าลักษณะ ผักไร้สารพิษ ไม่ควรไปใช้ฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต หรือ ยาฆ่าแมลง อย่างหนึ่งอย่างใดทั้งสิ้น

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 00:48:33 GMT+0700 (ICT)

กองโภชนาการแนะนำให้ทั้งผู้ใหญ่และเด็กกินผัก  เพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อการเป็นโรคภัยต่อไป
จึงเห็นควร ทำพืชผักสวนครัวในบ้านมากขึ้น เช่น แปลงเล็กในสวนหลังบ้าน ข้างบ้าน หรือใส่กระถางปลูกพริก ข่า ตระไคร้ กะเพรา โหระพา สะระแหน่ มะเขือเทศไว้ 5-6 กระถางก็พอกินได้แล้วสำหรับครอบครัวเล็กๆ จะทำให้เข้าถึงการกินผักได้ง่ายขึ้น 

จากข้อเขียน ของศ.นพ.ดร.วิจิตร บุณยะโหตระ::ถ้าสารพิษ ไปสะสมในร่างกายเรามากๆเข้า โอกาสจะเป็นเนื้องอกหรือมะเร็งก็จะสูงขึ้น เพราะทั้งเนื้องอกและมะเร็งคือ โรงเก็บสารพิษนั่นเอง

ครูอ้อย แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 00:57:11 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณพี่ ที่คิดถึงเสมอ

  • อ่านบันทึกของคุณพี่แล้วชื่นใจ  กับ ภาพสวย ข้อความมีความรู้  การเขียนที่กรองมาจากใจ น้ำใจของคุณพี่  ความมีมิตรภาพ  ครูอ้อยไม่เคยลืมเลยค่ะ

คิดถึงเสมอ

รักษาสุขภาพนะคะ  ฝากกอดหลานน้อยด้วยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

โอ๋-อโณ
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 01:30:18 GMT+0700 (ICT)

อ่านบันทึกนี้แล้วชื่นใจจังค่ะ อ่านไปก็ว่าจะเขียนขอดูรูปสวนครัวที่บ้านคุณพี่ศศิฯด้วย ก็มาได้เห็นใน comment ต่อเลย เยี่ยมมากๆค่ะ ชักจะอยากลุกขึ้นมาจัดการสัก 2-3 กระถางแล้ว กลัวแต่เขาจะไม่รอดจนเราได้กินผลิตผลน่ะสิคะ พี่มีเคล็ดลับมาแนะนำด้วยไหมคะ สำหรับผักที่ปลูกได้ง่ายๆสำหรับมือใหม่ จะได้มีกำลังใจปลูกเพิ่มเติมไปเรื่อยๆน่ะค่ะ ขอบคุณบันทึกดีๆมีมูลค่าเพิ่มแบบนี้นะคะ ยอดเยี่ยมจริงๆ

แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 05:33:57 GMT+0700 (ICT)

เคยปลูกผักเองค่ะ ทานไม่ทันเลย ปลอดสารพิษด้วยและภูมิใจที่มีสวนครัวเป็นของตัวเอง

ตอนหลังปลูก ผักจำเป็นเช่น มะนาว มะกรูด พริก กระเพรา โหระพา ใบชะพลู ก็เก็บทานได้ทุกวัน

หยั่งราก ฝากใบ
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 07:28:12 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

อ่านแล้ว ทำให้ได้มีโอกาสทบทวนความรู้เรื่อง..อาหารอินทรีย์สุขภาพ ค่ะ โดยปกติสนใจและชอบด้านสุขภาพอยู่แล้ว เพราะเคยมีปัญหาเรื่องท้องผูก เมื่อมีจุดเปลี่ยนความคิดจึงหันมาฝึกทานผักผลไม้มากขึ้น จนชอบทานและขาดไม่ได้ค่ะ

จากการอ่านหนังสือและเรียนกับดร.เกียรติวรรณ ท่านให้ความสำคัญมากกับ Life force ในอาหารสดหรืออาหารที่ไม่ผ่านความร้อนเกิน 40 องศา การที่คนปัจจุบันมีปัญหาเรื่องนน.เกินเมื่ออายุมากขึ้น เนื่องจากทานอาหารที่ไม่มีพลังชีวิต หรือ Life force แล้ว จึงได้แต่พลังงานที่นำไปใช้ไม่ได้ ทานน้อยแต่นน.เพิ่ม อ่อนเพลีย ไม่สดชื่น ร่างกายไม่เผาผลาญอาหาร อาจารย์เล่าว่า..การควบคุมนน.นั้นไม่สำคัญว่าคุณจะทานน้อยหรือทานมาก แต่อยู่ที่ว่าคุณทานอะไรมากกว่า เพราะถ้าร่างกายได้รับเอ็นไซม์จากอาหาร (ซึ่งก็มีมากในอาหารสด ผักสดผลไม้นั่นเอง) ก็จะมีการเผาผลาญอาหารและนำพลังงานไปใช้ได้หมดจด ไม่เหลือเป็นไขมันส่วนเกินค่ะ

และการทานผักสด ผลไม้ ก็คงต้องคำนึงถึงความสำคัญของสารตกค้างดังที่พี่บอกไว้นี่เองค่ะ

ขอบคุณมาก ๆ ค่ะ

ส่งภาพดอกส้มจีน หอมอ่อน ๆ มาให้พี่ยามเช้าค่ะ

เกษตร(อยู่)จังหวัด
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 09:52:29 GMT+0700 (ICT)
  • ไม่มีที่ปลูก..
  • ใช้กระถางปลูก กระถางก็แพงกว่าผักที่ปลูกอีก
  • แต่ค่าน้ำปะปาแพงหูฉี่..
  • ปลูกมากก็กินไม่ทัน
  • 5 บาทก็ได้ผักแล้ว
  • ยุ่งยาก..ร่ำไร..
  • ไม่มีเวลา..
  • นี่คือปัญหาในการส่งเสริมผักสวนครัวเท่าที่เจอครับ
  • 555 เอาปัญหาเป็นตัวตั้ง..
เนปาลี
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 10:01:25 GMT+0700 (ICT)
  • ธุ  คุณพี่ศศินันท์ค่ะ..

ถ้าทุกครอบครัวมีเนื้อที่/มุม/กระถางปลูกผักสวนครัวก็ดีนะคะ  ^^  ต้อมก็คิดว่าบ้านตัวเองน่าจะมีได้แล้วค่ะ  

คุณพิทักษ์
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 10:06:07 GMT+0700 (ICT)

ร่วมสนับสนุนการปลูกผักสวนครัวไว้ทานเองครับ หรืออาจจะสนับสนุนผักพื้นบ้านจากตลาดสดก็ค่อนข้างปลอดภัย

คนข้างกายผมเป็นคนแพ้สารเคมีตกค้างในผักอย่างรุนแรง
ถึงวันนี้ร่างกายก็ยังไม่ฟื้นเป็นปกติเลยครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 10:11:19 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ครูอ้อย แซ่เฮ
ตืนนี้ นอนดึกนะคะ อิๆๆๆ
ขอบคุณที่มาอ่านค่ะ ที่บ้านพี่ จะปลูกสวนครัวกันมานานแล้ว ไม่ค่อยได้ซื้อผักหลายๆอย่างมาจากตลาด เช่นพริก ตะไคร้ มะกรูด มะนาว โหระพา กะเพรา มะเขือเปาะ ต้นเตยหอม มะเขือเทศ ต้นหอมแบ่ง
ผลไม้ ส่วนใหญ่ จะเป็นต้นไม้ยืนต้น เช่น มะพร้าวน้ำหอม มะม่วง ต้นยอ ทับทิม ค่ะ
รู้สึกว่า เวลาเก็บมากิน สนิทใจดี และประหยัดค่ะ เพราะส่วนใหญ่ พี่กินข้าวที่บ้านค่ะ
ครูอ้อย จะลองปลูกบ้างก็ดีต่ะ ไม่ต้องมาก ไม่เป็นภาระค่ะ  

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 11:31:35 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณโอ๋   โอ๋-อโณ คุณโอ๋ บอกว่า อยากเห็น สวนครัวบ้านพี่ 
เลยเอารูปมาให้ดูค่ะ ปลูกหลายอย่าง ส่วนใหญ่ลงกระถาง อยู่ในความรับผิดชอบของแม่บ้าน เขาขุดดิดไม่ไหว เลยขอปลูกใส่กระถาง แค่ปลูกในกระถาง ก็ทานไม่ทันแล้วค่ะ งามจังเลย ช่วงนี้ กำลังจะต้องปลูกทดแทนผักบางชนิดแล้วค่ะ  
ผักเล็กๆน้อยๆ เดินไปเก็บจากต้น ไม่ต้องซื้อ อาจไม่ได้มีราคาสูงอะไร แต่เราได้กิน ผักที่ไร้สารพิษจริงๆค่ะ
ส่วนมะนาว ก็กำลังใกล้ออกลูกค่ะ
Page2
นึกๆอยากจะเขียนเรื่องการพออยู่พอกินของคนที่อยู่บนเขาที่สีคิ้ว
นานแล้ว ยังไม่ได้เขียนสักที คิดว่า จะเขียนเร็วๆนี้ค่ะ 
ทึ่งมากๆ เขาไม่รู้เรื่องโลกภายนอกเท่าไร แต่ อยู่ได้อย่างสบายค่ะ ไปเห็นมากับตาแล้ว
และมีสุขภาพดี เพราะอากาศดี มีการเพาะปลูกพอกิน มีน้ำสะอาดใช้จากหนองน้ำธรรมชาติ...เป็นอีกแบบหนึ่ง ของชีวิต ที่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 13:43:59 GMT+0700 (ICT)

Redtomatoes
นี่คือ ต้นมะเขือเทศ ที่ปลูกที่บ้าน กำลังให้ผล ถ่ายรูปกลางแดดเลยไม่ค่อยชัดค่ะ
ผักสวนครัว จะเป็นพืชล้มลุก พอหมดอายุ ก็จะเหี่ยวแห้งเฉาไป เราก็ต้องปลูกใหม่ แต่ที่ต้องปลูกทุกเที่ยวคือ ต้นพริกขี้หนู เพราะปกติ จะมีการใช้ยาฆ่าเพลี้ยกันสูงมากๆ เนื่องจาก พริกปลูกยาก เพลี้ยชอบขึ้
แต่ที่ปลูกที่บ้าน ยังไม่เคยมีเพลี้ยเลย

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 13:52:48 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณแก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
ค่ะ พี่ก็ว่า การปลูกสวนครัวไว้กินเองในบ้าน เป็นกิจกรรมที่สนุก สำหรับสมาชิกในครอบครัวนะคะ
และยังภูมิใจ ในสิ่งที่เราปลูกเองมากับมือด้วย
นอกจากผักสวนครัว พี่ยังชอบปลูกไม้ผลด้วยค่ะ อย่างเช่น มะพร้าวพันธุ์สีทองนี้ หอมหวานเหลือเกิน มี 2 ต้น ตายไป 1 ต้นโดนหนูแทะราก กำลังเพาะอยู่ว่า จะขึ้นอีกไหม
น้ำมะพร้าว เป็นNatural Juice อย่างแท้จริงค่ะ มีประโยชน์มากมายและอร่อยด้วย

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 13:54:52 GMT+0700 (ICT)

คุณ คนไม่มีราก บอกว่า ไปอ่านมาแล้ว ชอบมาก ๆ ค่ะ

ส่งภาพดอกส้มจีนที่กำลังออกเต็มต้นมาให้พี่ชมค่ะ
ขอบคุณมากๆค่ะ...
ผักอนามัย กับผักปลอดภัยจากสารพิษ ก็ยังใช้สารเคมีนะคะ แต่เข้มงวดเรื่อง สารตกค้างให้ไม่เกินปริมาณที่กำหนด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคค่ะ

แต่พืชอินทรีย์ ไม่มีการใช้เคมีเลย สถาบันพืชเกษตรอินทรีย์ มกท. ในประเทศเรา จะเป็นผู้รับรองให้ แต่ถ้าเป็นการส่งออก หน่วยรับรอง ของต่างประเทศ จะเป็นผู้รับรองค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 23:16:23 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีอีกทีค่ะ คุณคนไม่มีราก
ที่บอกว่า...
การควบคุมนน.นั้น  ไม่สำคัญว่าคุณจะทานน้อยหรือทานมาก แต่อยู่ที่ว่าคุณทานอะไรมากกว่า เพราะถ้าร่างกายได้รับเอ็นไซม์จากอาหาร (ซึ่งก็มีมากในอาหารสด ผักสดผลไม้นั่นเอง) ก็จะมีการเผาผลาญอาหารและนำพลังงานไปใช้ได้หมดจด ไม่เหลือเป็นไขมันส่วนเกินค่ะ
ขอเติมว่า และสำคัญว่า เราทานอะไรมื้อไหน มากกว่าด้วยค่ะ
เราทานตามปกติ แต่ ถ้าเป็นมื้อเย็น ไม่ควรทานแป้งมาก เพราะจะเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ได้ง่ายและเร็วมากด้วยค่ะ
อาหารที่ดีที่สุด ที่เราควรทาน คือ อาหารที่สด ใหม่และปราศจากสารพิษเจือปนนะคะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 23:47:39 GMT+0700 (ICT)

คุณ เกษตร(อยู่)จังหวัด
ใช่เลยค่ะ ปัญหาที่ นักการเกษตร เจอเป็นประจำ
แต่อาจจะเป็นเพราะว่า พวกเขา ยังไม่ทราบภัยร้ายแรง ของของสารพิษต่างๆมั๊งคะ คงต้องให้ความรู้เขาเพิ่มขึ้น
นอกจากเรื่องผักสวนครัวแล้ว ก็ยังมีผักผลไม้ ที่เป็นพืชอินทรีย์อีกหลายชนิด เช่นกล้วย, แก้วมังกร, มะละกอ, เสาวรส, ส้ม, มะม่วง ส้มโอ มะพร้าวน้ำหอม ข้าวอินทรีย์ หน่อไม้ฝรั่ง มะเฟือง ว่านหางจระเข้อินทรีย์เป็นต้น และมีหน่วยงานคือ กรมวิชาการเกษตร เป็นผู้รับรองให้ได้ค่ะ
 

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 03 2008 23:53:41 GMT+0700 (ICT)

ถ้าพุดถึงในด้านการปลูกพืชอินทรีย์ เพื่อส่งออกแล้ว..
ตามข้อมูล ของกรมวิชาการเกษตร บอกไว้ว่าดังนี้ค่ะ....

ปัจจุบัน มีประเทศผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์ มากกว่า 130 ประเทศทั่วโลก พื้นที่รวม 143.75 ล้านไร่
ส่วนใหญ่อยู่ในออสเตรเลีย สหภาพยุโรปและลาตินอเมริกา
ศูนย์การค้าระหว่างประเทศ (International Trade Center : ITC / UNCTAD / WTO) ประมาณการว่าในปีพ.ศ. 2546 มูลค่าของ สินค้าเกษตรอินทรีย์ในตลาดโลกมีประมาณ 23,000-25,000 ล้านเหรียญสหรัฐ
มีการขยายตัวร้อยละ  10 - 20 ต่อปี โดยมีตลาดผู้บริโภคที่สำคัญ คือสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ประเทศไทย
มีพื้นที่ผลิตพืชอินทรีย์ที่ได้รับการรับรอง โดยกรมวิชาการเกษตร ประมาณ 53,810 ไร่
พืชที่ส่งออกได้ในปัจจุบันได้แก่ ข้าว ข้าวโพดฝักอ่อน ข้าวโพดหวาน หน่อไม้ฝรั่ง ชา ผลไม้ และสมุนไพร
ในปี 2548 กระทรวงพาณิชย์ ได้ประมาณมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรอินทรีย์ของไทย
ประมาณ 426 ล้านบาท ซึ่งยังนับว่าน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับมูลค่ารวมของตลาดโลก
ทั้งนี้ประเทศไทย  มีศักยภาพสูง ที่จะปรับเปลี่ยนสู่การผลิตสินค้าเกษตรส่งออกทั่วไปเป็นเกษตรอินทรีย์ โดยมีความได้ เปรียบในเรื่องความหลากหลายของชนิดพืชและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 00:18:36 GMT+0700 (ICT)

มีข้อมูลเพิ่มเติมว่า..
กรมวิชาการเกษตร ได้ออกใบรับรองมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ให้แก่เกษตรกร และผู้ผลิต ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ตามมาตรฐานการผลิตพืชอินทรีย์ของประเทศไทย (ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่18 เมษายน 2544) โดยเกษตรกรหรือผู้ผลิตจะต้องยื่นใบสมัครขอใบรับรองการผลิตพืชอินทรีย์ ที่
โครงการเกษตรอินทรีย์ ตึกกสิกรรม ชั้น 2 กรมวิชาการเกษตร จตุจักร กทม.
หลังจากนั้น ผู้ตรวจประเมิน (Inspector) ที่ได้รับมอบหมายจะออกไปตรวจสอบพื้นที่การผลิต แล้วรายงานให้คณะอนุกรรมการตรวจสอบ
ออกใบรับรองมาตรฐานปัจจัยการผลิต และผลิตพืชอินทรีย์
กรมวิชาการเกษตร เพื่อพิจารณาอนุมัติออกใบรับรองเป็นประกาศนียบัตร ทั้งภาษาไทย และภาษาอังกฤษ(ถ้าร้องขอ)
พร้อมกับอนุญาตให้ใช้ตราสัญลักษณ์ Organic Thailand พิมพ์บน บรรจุภัณฑ์ เพื่อแสดงว่าเป็นผลิตภัณฑ์อินทรีย์ ใบรับรองมีอายุเพียง 1 ปี
ดังนั้น จึงต้องยื่นใบสมัครขอต่ออายุทุกปี ในขณะนี้การขอรับรองการผลิตพืชอินทรีย์ จากกรมวิชาการเกษตรไม่มีการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมใด ๆ ทั้งสิ้น
ถ้าเราไปซื้อ พืชผักอินทรีย์ ที่ตามตลาด หรือ ซุปเปอร์มาเก็ต อย่าลืมดู ตรารับรองด้วยนะคะ

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 00:35:52 GMT+0700 (ICT)

ผักสวนครัว...

ในสมัยที่ยังเด็ก  พ่อขุดบ่อน้ำไว้ในบริเวณบ้าน  ตอนเช้า ๆ ผมต้องทำหน้าที่ขนน้ำใส่ตุ่ม  รวมถึงการรดน้ำเรือนเพาะชำ  พืชผักที่ปลูกไว้ตามรั้วบ้าน  และส่วนหนึ่งก็เป็นแปลงผักเล้ก ๆ ที่อยู่ใกล้บ่อ

ส่วนปุ๋ยนั้น  ก็ขนมาจากใต้ถุนบ้านซึ่งเป็นคอกวัวนั่นเอง

สมัยนั้น  ทุกครัวเรือนจะเขียวงามไปด้วยพืชผักชนิดต่าง ๆ  เก็บกินและแบ่งปันกันได้อย่างไม่อิดออด  มีมะนาวเต็มต้น  มีกระถินเรียงรายเป็นรั้วบ้าน 

สมัยนั้น  หมู่บ้านชนะการประกวดในระดับภาคอีสาน และได้อันดับสองของประเทศ  แต่นั่นก็นานมากแล้ว... มีเพียงความทรงจำเท่านั้นที่แจ่มชัด  ขณะที่ความเป็นจริงของวันนี้  ไม่มีให้พบเห็นนัก  แต่ทุกครั้งที่กลับบ้าน  ผมมักให้หลานตำส้มตำให้ทาน พร้อม ๆ กับการเก็บเอาชะอมมาทานกับส้มตำอย่างเอร็ดอร่อย

....

ขอบคุณครับ

 

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 00:36:07 GMT+0700 (ICT)


สวัสดีค่ะ น้อง เนปาลี 
ถ้าอ่านมาแล้วนึกอยากจะทำสวนครัวบ้าง ก็ เชียร์เลยค่ะ
อาหารที่ดี ไม่มีสารพิษเจือปน เมื่อเข้าไปเลี้ยงร่างกายของเราแล้ว
ร่างกายเราก็จะแข็งแรงสมบูรณ์ไปด้วย แน่นอนค่ะ

a l i n_x a n a =)
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 08:47:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะึคุณพี่ศศินันท์

ขออภัยค่ะ ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้ามาในอนุทินและบันทึกเลยค่ะ ...ยุ่งๆเล็กน้อยแถมเข้ายากด้วยค่ะ.. ขอบคุณคุณพี่มากค่ะที่แวะไปชวนมาชมสวนครัวที่บ้าน สวยงามน่าทานจังค่ะ พอคุณพี่พูดถึงน้ำมะพร้าว..จากมะพร้าวสีทอง ยิ่งทำให้อยากชิมมากเลยค่ะ

มายกมือสนับสนุนด้วยคนค่ะเรื่องปลูกพืชสวนครัวทานเอง อย่างที่คุณพี่บอกค่ะมั่นใจ ปลอดภัยสารพิษ แถมด้วยความภูมิใจเล็กๆ ที่มีพืชผักออกดอกออกผลให้ชื่นชม ..

naree suwan
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 09:14:39 GMT+0700 (ICT)
  • แวะมาร่วมด้วยช่วยกันปลูกผักค่ะ
  • ซื้อผักจากตลาดเห็นใบสวยๆนั่นอันตรายมากๆ
  • เรื่องนี้ต้องช่วยกันสร้างจิตสำนึกที่ดีกับผู้ผลิตนะคะ
  • เพราะในระยะยาวบ้านเราจะมีคนป่วยจากปัญหาการปนเปื้อนของอาหารที่เราบริโภคเพิ่มมากขึ้นนะคะ
Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 10:03:09 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณพิทักษ์
นึกว่าคนข้างกายคือใคร แหม ก็คนที่ดิฉันชื่นชอบวิธีการบุกเบิกเรื่องพืชผักอินทรีย์มาก่อนหน้านี้ ตลอดมาค่ะ อ่านทุกบันทึกของเธอเลยค่ะ เรียกว่า แฟนประจำ

อาหารสุขภาพ  ตอนนี้ มี น้ำมันเมล็ดชา มาใหม่นะคะน้ำมันเมล็ดชา น้ำมันมะกอกแห่งทวีปเอเซีย ลองหรือยังคะ...
 
ในวงการโภชนาการยอมรับกันว่าน้ำมันมะกอกของชาวเมดิเตอร์เรเนียนเป็นน้ำมันที่มีสัดส่วนของกรดไขมันชนิดต่างๆ ในปริมาณที่ส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรค
ล่าสุดวิทยาศาสตร์การอาหารพบว่า "น้ำมันเมล็ดชา" มีคุณสมบัติที่ดีใกล้เคียงเทียบได้กับน้ำมันมะกอก จนได้รับการขนานนามว่าเป็น "น้ำมันมะกอกแห่งทวีปเอเชีย" น้ำมันเมล็ดชาเป็นน้ำมันพืชสกัดจากเมล็ดของดอกเซาคามิเลียโอสิเฟร่า นิยมใช้กันทางใต้ของประเทศจีน เช่น ในชาวหูหนาน มีการใช้น้ำมันเมล็ดชามานานกว่า 1,000 ปี


Tea seed oil (also known as tea oil or camellia oil) is an edible, pale amber-green fixed oil with a sweet, herbal aroma It is cold-pressed mainly from the seeds of Camellia oleifera but also from Camellia sinensis or Camellia japonica

With its high smoke point (485° F.), tea seed oil is the main cooking oil in some of the southern provinces of China, such as Hunan—roughly one-seventh of the country's population. In Japan tea seed oil is derived from Camellia japonica, mainly from Gotō Islands of Nagasaki Prefecture and Izu Islands of Tokyo Prefecture.

ไปซื้อมาปรุงอาหารแล้วค่ะ น่าจะดี เพราะมีกรดไขมันไม่อิ่มตัว ตำแหน่งเดียว 80.9% และจุดเดือดที่เป็นควัน 252 องศาเซลเซียส-ยิ่งสูง ยิ่งดี

เกษตร(อยู่)จังหวัด
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 11:34:28 GMT+0700 (ICT)
  • กรมวิชาการเกษตรเป็นผู้รับรอง
  • แต่เบื้องหลังของการรับรองมาจาก กรมส่งเสริมการเกษตร ครับพี่..
  • เริ่มจากรับสมัคเกษตรกร
  • อบรมให้ความรู้เกษตรกร
  • ตรวจประเมินขั้นต้นให้เกษตรกรมีความพร้อมในการที่จะขอใบรับรอง
  • แจ้งให้กรมวิชาการมาตรวจสอบ
  • แก้ไขข้อบกพร่อง
  • สุดท้ายได้ใบรับรองมาก็นำส่งเกษตรกร
  • ตรวจเยี่ยมให้รักษามาตรฐานให้สม่ำเสมอ
  • ยื่นใบขอต่ออายุใบรับรองในปีต่อไป
  • ทั้งหมดนี้..กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นคนทำ (ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ)
  • เพียงแต่ถ้ามองจากใบรับรอง..จะไม่เห็นกรมส่งเสริมการเกษตรครับพี่..ยิ่งประชาสัมพันธ์ตัวเองไม่เก่ง..คุยได้แต่กับเกษตรกร..ก็ยิ่งอยู่เบื้องหลังลึก ๆ ลงไปอีก
Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 17:10:39 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณ แผ่นดิน
ดีใจที่เข้ามาอ่านค่ะ  และเป็นจริงค่ะ ที่แต่ก่อน ทุกครัวเรือนจะเขียวงามไปด้วยพืชผักชนิดต่าง ๆ  เก็บกินและแบ่งปันกันได้ มีมะนาวเต็มต้น  มีกระถินเรียงรายเป็นรั้วบ้าน 
อยากให้เป็น เหมือนเก่าอีกนะคะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 19:51:03 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ a l i n_x a n a =)
ขอบคุณที่มาเยี่ยมค่ะ เห็นสวนครัวของคุณอุ๊ ก็น่ารักมากค่ะ
สมัยก่อนที่บ้านพี่ก็ปลูกสวนครัวกันเป็นประจำ เพิ่งมาร้างรา ไปในช่วงหลังๆนี้เอง แค่คอนนี้ ประมาณ 2-3  ปี มานี้ มารื้อฟื้นใหม่อีกแล้วค่ะ
อยากให้ทุกๆบ้านหันมาปลูก สวนครัวกันให้มากๆ คงจะสุขภาพดีขึ้นกันทุกคนนะคะ
พี่ มีกล้วย ที่ปลูก ด้วยดินที่อุดมมากๆ  มาฝากด้วยค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 20:07:54 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ อาจารย์ naree suwan
ตอนนี้อาจารย์ พอจะหายยุ่งแล้วนะคะ ถึงจะงานยุ่งอย่างไร ก็อย่าลืม ทานอาหาร ที่ปลอดภัยมากๆไว้ก่อนนะคะ สุขภาพจะได้แข็งแรง มีโอกาสมาลุยงานมากๆหนักๆได้
ที่บ้านพี่ โชคดี มีตำลึง ขึ้นริมรั้ว เต็มไปหมด
ตำลึง มีวิตามิน A สูงและยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก
แพทย์ไทยจัดเป็นผักฤทธิ์เย็น
ตำลึงเป็นพีชที่ขึ้นเองตามธรรมชาติแต่มีหัวใต้ดิน และมีคุณค่าทาง อาหารใกล้เคียงก้บแครอท ค่ะ
อีกอย่างหนึ่ง ที่พี่ชอบปลูก  คือ สะระแหน่
ซึ่งมีน้ำมันหอมระเหย หอมดีด้วย และยังมี วิตามินเอ แคลเซียม ฟอสฟอรัส   เป็นผักสดใช้ดับกลิ่นคาวในอาหารดี
จัดเป็นยาขับลม ขับเหงื่อดีค่ะ
ดูในภาพนี้ค่ะ ใส่ ใบสะระแหน่ เสียเยอะเลยค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 23:19:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณ เกษตร(อยู่)จังหวัด 

กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นคนทำ (ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ)

แต่เใบรื่องการออกใบรับรอง..จะไม่เห็นกรมส่งเสริมการเกษตรครับพี่.
เข้าใจการทำงานค่ะ
  นี่ระบบ ของราชการหรือเปล่าไม่ทราบนะคะ อิๆๆ
มีข่าวว่า ระหว่างวันที่ 3-7 กันยายน 2551  สหกรณ์ กรีนเนทได้เข้าร่วมกับมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืนและเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกร่วมจัดงานนิทรรศการข้าวพื้นบ้าน-อาหารท้องถิ่น ที่เมืองทอง
ซึ่งในส่วนของนิทรรศการก็มีการแบ่งเนื้อหาหลากหลายเรื่องพันธุ์ข้าวและอาหารที่อยู่ในนา อาทิ ชุมนุมพันธุ์ข้าวพื้นบ้านกว่า 192 สายพันธุ์, ประโยชน์นานาพันธุ์จากข้าว เช่น สาธิตการทำขนม ของเล่นจากนา, ปี่ซังข้าวที่ไม่ใช้ข้าวเคมี, ข้าวกับความงาม, เรื่องเล่าตำนานแม่โพสพ, การหีบน้ำมันรำข้าว ,ข้าวกับโลกร้อน 

คุณ เกษตร(อยู่)จังหวัด ทราบแล้วใช่ไหมคะ น่าสนใจนะคะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 04 2008 23:42:53 GMT+0700 (ICT)

ตอนนี้กระแส อาหารสุขภาพมาแรง ทางราชการ จึงจะมีการดูแลควบคุมให้เคร่งครัดยิ่งขึ้น
คณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบในการควบคุมการโฆษณาอาหารเตรียมใช้อำนาจตามมาตรา 40 ของพระราชบัญญัติ พ.ศ. 2522 ในการควบคุมการโฆษณาประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ที่ใช้คำว่า "ออร์กานิก"
โดยที่ประชุมของคณะทำงานโครงการพัฒนาหลักเกณฑ์การโฆษณาอาหาร เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา มีมติให้ใช้คำว่า "ออร์กานิก" สำหรับ "อาหารที่เพาะปลูกหรือมีการเลี้ยง (พืชและสัตว์) ตามคำแนะนำของกรรมาธิการมาตรฐานอาหารระหว่างประเทศ (Codex) โดยมีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ออกหนังสือรับรอง ซึ่งมีการประสานกับองค์กรระหว่างประเทศ คือ IFOAM (The International Federation of Organic Agriculture Movements) หรือหน่วยงานที่ผ่านการรับรองจาก IFOAM เช่น สำนักงานมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ (มกท.)"

Sasinand
เขียนเมื่อ Fri Sep 05 2008 19:52:41 GMT+0700 (ICT)

ปัจจุบัน ไปไหน มีคนพุดถึงแต่ อาหารอินทรีย์
แต่ผู้บริโภค ก็ยังมีความสับสนของ  ในเรื่อง ผลิตภัณฑ์อินทรีย์ของไทย
 หากต้องการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์อินทรีย์ที่แท้จริง ทางเลือกง่ายๆ ทางหนึ่งก็คือการดูจากฉลากบน บรรจุภัณฑ์ที่มีเครื่องหมายรับรอง (Logo) ขององค์กรรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการ รับรองแล้ว (Accredited Certification Body: ACB) จากหน่วยงานที่มีหน้าที่รับรองระบบคุณ ภาพเกษตรอินทรีย์ที่เชื่อถือได้ (Accreditation Body) ค่ะ

แต่ถ้าในระดับ ครัวเรือน อาหารอินทรีย์ ที่เราควบคุมการเพาะปลูก ได้ด้วยตัวเราเอง ทุกขั้นตอน คือ ที่สวนครัว ของเราเองค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Fri Sep 05 2008 20:42:55 GMT+0700 (ICT)

ตัวอย่างการนำผักสวนครัว มาใช้เป็นสมุนไพร แก้อาการไม่สบายบางอย่าง เช่น ท้องอืด ท้องเฟ้อ เช่น ใช้ ใบโหระพาเป็นยาขับลม ช่วยย่อยอาหาร  ท้องอืด ท้องเฟ้อ ท้องร่วง แก้อาการ คลื่นไส้อาเจียน ได้ดี
โดยวิธีนำมารับประทานสดๆ เป็นผักสด หรือ นำใบแห้ง 2-3 ช้อนชา กับน้ำเดือด 1 ถ้วย  ดื่มสัก 3 ถ้วยจะช่วยบรรเทาได้ค่ะ  แต่ก็ไม่ควรดื่มมากไปนะคะ ถ้าเป็นมากขึ้น ควรไปพบแพทย์ จะดีที่สุดค่ะ

pa_daeng
เขียนเมื่อ Fri Sep 05 2008 20:47:05 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ อาจารย์

  • อยากปลูกเหมือนกันค่ะ แต่ว่าทำเลไม่อำนวยค่ะ
  • ว่าจะปลูกลงกระถาง ก็น่าจะพอช่วยได้นะคะ
นายประจักษ์ ปานอินทร์
เขียนเมื่อ Fri Sep 05 2008 21:03:38 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับอาจารย์

  • นี่แหละครับคือสวรรค์สำหรับผมเลย
  • เอาฝรั่งที่บ้านมาฝากครับ

Sasinand
เขียนเมื่อ Fri Sep 05 2008 21:39:45 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
พี่เองก็ปลูก ในกระถางนะคะ เพราะแม่บ้านดูแลง่ายกว่าจะขุดดิน เขาขุดไม่ไหว ใช้กระถางใบใหญ่ๆ ปากกว้างๆ ใส่ดินเยอะๆค่ะ
ปลูกผักอย่างที่แนะนำ หรือที่เราชอบก็พอ ทานกันไม่ไหว
แต่ตำลึง ให้ไต่ริมรั้ว ข่าตะไคร้ มะนาวมะกรูด ต้องลงดิน มะพร้าวก็ยืนต้นนะคะ
เอาเมี่ยงผักสด จากสวนครัวมาฝากค่ะ
 

Sasinand
เขียนเมื่อ Fri Sep 05 2008 21:48:44 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ นายประจักษ์~natadee
เหมือนกันเลยค่ะ บ้านคือวิมานของเรา ยิ่ง มีสวนครัว ที่เราปลูกเองด้วย ไม่อยากไปไหนเลยค่ะ
เอาน้ำปั่นจากผลแก้วมังกรมาฝากค่ะ ปลูกง่ายมากๆเลยนะคะ ใครๆก็ปลูกได้

Smoothie

DSS "work with disability" ( หนิง )
เขียนเมื่อ Sat Sep 06 2008 12:18:21 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่Sasinand

ที่บ้านหนิงไม่มีเนื้อที่เลยอ่ะค่ะ  เป็นปูนหมด  อยากมีสวนผักเหมือนนะคะ  เผื่อว่าจะมีหลานชายน่าชังมาเดินเล่นแบบพี่Sasinand บ้างอะค่ะ  อิอิ

แต่ตอนนี้ กลายเป็น.."ป้าหนิง"...แล้วเรา ค่ะ  มีแต่หลานสาวเลย อิอิ

Sasinand
เขียนเมื่อ Sat Sep 06 2008 12:29:01 GMT+0700 (ICT)

คุณ DSS "work with disability" ( หนิง ) คะ
อย่างที่บอก
pa_daeng [มณีแดง คนสวย แซ่เฮ]
พี่เองก็ปลูก ในกระถางนะคะ เพราะแม่บ้านดูแลง่ายกว่าจะขุดดิน เขาขุดไม่ไหว ใช้กระถางใบใหญ่ๆ ปากกว้างๆ ใส่ดินเยอะๆค่ะ
ปลูกผักอย่างที่แนะนำ หรือที่เราชอบก็พอ ทานกันไม่ไหวแล้วค่ะ อิๆๆ
อย่างยำวุ้นเส้นนี่ พี่ก็ใช้ ใบสะระแหน่ พริก  มะเขือเทศ จากที่สวนครัวค่ะ

ข้ามสีทันดร
เขียนเมื่อ Sat Sep 06 2008 12:38:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับพี่ศศินันท์

  • รากของมนุษย์อยู่ในลำไส้ ถ้าหากจะโยงให้เป็นคนละเรื่องเดียวกันก็ต้อง ลปรร.ว่าปากของพืชนั้นอยู่ที่ราก ถ้าระบบรากได้รับการกระทบกระเทือน นั่นก็หมายความว่า ปากของต้นไม้ต้นนั้นก็จะมีบาดแผล ทำให้เขาจะกินอาหารไม่ค่อยอร่อยครับ : )
  • ชอบการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ 3 ระยะจังเลยครับ เหมือนหลักการที่พระพุทธเจ้าสอนเลยนะครับ

              หยุดสารพิษ...ละเว้นการทำชั่ว
              ฟื้นฟูสภาพดิน...กระทำความดี
              สร้างความอุดมสมบูรณ์...ชำระใจให้ผ่องใส

ขอบคุณครับ

นุ้ยcsmsu
เขียนเมื่อ Sat Sep 06 2008 16:09:43 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

แวะมาทักทายค่ะ

ไม่ได้มาทักทายตั้งนาน สบายดีนะคะ

อิจฉาคนมีพื้นที่มากๆในบริเวณบ้านจังเลยค่ะ อิอิอิ

น่ากินจัง

ขอบคุณค่ะ

พิชชา
เขียนเมื่อ Sat Sep 06 2008 16:30:30 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ สูงสุดสู่สามัญ คืนสู่ธรรมชาติดีที่สุด...ผักสวนครัวนอกจากมีประโยชน์แล้วก็ปลอดสารพิษค่ะ :)

Sasinand
เขียนเมื่อ Sat Sep 06 2008 21:46:51 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณ ข้ามสีทันดร
เข้าใจเปรียบเทียบจังเลยนะคะ โยงไปเรื่องศาสนาพุทธได้เลย ใช่ค่ะ เป็นสัจธรรมนะคะ
ที่บ้านพี่ ซื้อข้าวอินทรีย์ทานด้วยค่ะ โดยเฉพาะที่ให้หลาน ต้องระวังเรื่องสารพิษมากๆ เด็กๆ ยังมีภูมิต้านทานน้อย และถ้ามีสารพิษสะสม  กว่าจะโต ก็คงสะสมไว้ในร่างกายเยอะแยะไปหมดนะคะ
เวลาที่เราจะปลูกผักสวนครัว แม้จะอยู่ในกระถาง สิ่งที่สำคัญที่สุด น่าจะเป็นดินปลูก nutrient-rich organic material เพราะต้นผักของเราจะแข็งแรง  เป็นแบบ pest- and disease-resistant นะคะ ที่ง่ายที่สุด คือปุ๋ยหมักจากพวก ใบไม้กิ่งไม้ ที่เราตัดๆมาจากต้นไม้นี้เอง แต่ต้องไม่มี พวกวัชพืช หรือ โรคพืชมาปนนะคะ
แต่ เอ คุณสาธิต อยู่ในวงการ ยิ่งกว่าพี่อีกนะคะ สงสัยพี่ จะเอา มะพร้าวไปขายสวนนะคะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Sat Sep 06 2008 22:23:49 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณ นุ้ยcsmsu

ดีใจที่เข้ามาเยี่ยมค่ะ คุณนุ้ยคงสบายดีนะคะ
จริงๆ ทำสวนครัวกระถาง ก็ไม่ใช้ พื้นที่มากๆนักค่ะ เวลาเราเลือกซื้อเมล็ดพันธุ์ ก็เลือกเมล็ดที่มีคุณภาพดีๆ ปลุกลงไปในกระถาง และคลุมด้วยฟางนิดหน่อย พอให้มีความชุ่มชื้น  ป้องกันวัชพืช และไม่โดนแดดมากเกินไปด้วยนะคะ รออีกไม่นาน ต้นอ่อนก็จะโผล่ขึ้นมาค่ะ และอีกไม่นานเราก็ได้กินผลของพืชผักที่เราปลูกค่ะ



หยั่งราก ฝากใบ
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 08:21:49 GMT+0700 (ICT)

แวะมาอรุณสวัสดิ์พี่ศศินันท์ค่ะ

              (^__^)

ชวนพี่นั่งพักผ่อน เย็นใจ ... จิบกาแฟหอม ๆ นั่งฟังเสียงนุ่ม ๆ ของพี่เล่าเรื่องราวอันละมุนละไมและแง่งาม..ในชีวิต...

บ้านพักพี่สาวที่เขาใหญ่ที่เคยเล่าให้พี่ฟังค่ะ...

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 10:02:20 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณ พิชชา 
ที่บ้าน น้องพิชชาอาจทำสวนครัวอยู่แล้ว
ส่วนเรื่อง แมลงหรือเพลี้ย ที่อาจมีบ้าง ถ้าจำเป็นพี่จะใช้พวกสมุนไพรต่างๆ มาฉีดเป็นครั้งคราว เช่นพวกยาฉุนต่างๆค่ะ ไม่ใช้สารเคมีเด็ดขาดค่ะ

และมีข่าวจาก เครือข่ายข้อมูลหลังการเก็บเกี่ยว ว่า...
 สำหรับพืชสมุนไพรกำจัดแมลงที่ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกได้แก่ หนอนตายยาก และกลอย เนื่องจากพืชทั้งสองชนิดมีสรรพคุณสามารถกำจัดแมลงที่เป็นศัตรูพืชได้ โดยที่ผ่านมา ได้สนับสนุนการปลูกหนอนตายยาก และกลอยไปแล้วถึง 100,000 กล้า กระจายไปตามสำนักต่าง ๆ ของกรมพัฒนาที่ดิน เพื่อแจกจ่ายให้กับกลุ่มเกษตรกรในแต่ละตำบล โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการเกษตรอินทรีย์กับกรมพัฒนาที่ดินได้นำไปใช้ และขยายผลต่อไป

เรื่อง หนอนตายยากและกลอย มีคนแนะนำหลายคนแล้วค่ะ
โดยเฉพาะหนอนตายยาก เคยไปเห็นเกษตรกร ชาวฝรั่งเศสใช้ที่ไร่ ในประเทศฝรั่งเศสด้วยค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 10:47:34 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ น้อง คนไม่มีราก
บ้านน่าอยูจังค่ะ บ้านแบบนี้ พี่ชอบ ดูสงบ เงียบ เย็นดีจัง เหมาะสำหรับนั่งสมาธิ ปฎิบัติธรรม
พี่เคยไปที่ พระตำหนัก ดอยสุเทพบ่อยๆ เพื่อนั่งสมาธิ ก็มีบ้านแบบนี้ค่ะ ทำให้ใจสงบเร็วมาก

Kaewflowers

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 10:50:55 GMT+0700 (ICT)

นักวิจัยเมืองมักกะโรนีพบความรู้ใหม่ ทำลายความเชื่อถือเดิมที่เป็นมาจนถึง ทุกวันนี้ว่า การหุงต้มผักให้สุก ทำให้คุณค่าของอาหารหมดลงแล้ว กลับได้รู้ว่า การทำให้ผักสุก ช่วยให้รักษาหรือเพิ่มคุณค่าให้สูงขึ้นเสียด้วยซ้ำ

คณะนักวิจัยของอาจารย์นิโคเลตตา เปเลกรินี่ มหาวิทยาลัยปาร์มาแห่งอิตาลี ได้ค้นพบความรู้ใหม่ในการศึกษาขนาดเล็กและกำลังพยายามรวบรวมข้อมูลที่สมบูรณ์ ที่แสดงให้เห็นว่าคุณค่าของอาหารในผักที่ปรุงสุกแล้วสูงขึ้น

นักวิจัยได้ศึกษาคุณค่าอาหารในผักอย่างเช่น หัวแครอท และบร็อคโคลี ทำให้สุกตามวิธีปรุง อาหารแบบอิตาเลียน ด้วยการผัด ต้มหรือนึ่ง ได้พบว่าผักที่สุกด้วยการต้มและนึ่ง ยังคงมีสาร ประกอบต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่สูง หากแต่การผัดทำให้สูญเสียสารเหล่านั้นลงไม่น้อย เมื่อเทียบกับการต้ม

ส่วนผักบร็อคโคลีที่ทำให้สุกด้วยการนึ่ง จะยิ่งทำให้มีสารกลูโคไซโนเลตส์ อันเป็นสารประกอบ ในพืชที่เชื่อกันว่ามีสรรพคุณป้องกันโรคมะเร็งสูงได้

หัวหน้าคณะนักวิจัยให้ความเห็นไว้ในรายงานผลการวิจัย อยู่ในวารสารวิชาการ “เคมีอาหาร และเกษตรกรรม”ว่า อาจจะเป็นได้ว่าผักแต่ละชนิด อาจจะมีวิธีปรุงให้สุก เพื่อที่จะคงรักษาคุณค่าอาหารเอาไว้ได้คนละอย่างกัน.

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 28 ธันวาคม 2550
http://www.thairath.co.th/news.php?section=technology&content=73271
ข้างบนนี้ เป็นข้อมูลใหม่  ซึ่ง ก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า ผักบางชนิด มีประโยชน์มากขึ้น เมื่อ ทำให้สุก เช่น แครอท และมะเขือเทศ
และการนึ่ง ต้ม จะดีกว่าการผัดให้สุก

Bright Lily
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 12:27:26 GMT+0700 (ICT)
  • ดีมากๆ เลยค่ะ กับการปลูกผักสวนครัวค่ะ
  • หลังบ้าน (ในเมือง) มีพื้นที่เล็กๆ สวนหลังบ้านค่ะ ดิฉันปลูกกุหลาบไว้ประมาณ 10+ กระถางค่ะ ได้ตัดดอกไหว้พระทุกวันค่ะ
  • และปลูกต้นกระเพรา/ โหระพา ไว้ค่ะ อย่างอื่นตายสนิทหมดแล้วค่ะ
  • ตอนนี้เลือกทานผักค่อนข้างมากค่ะ หาปลอดสารพิษจริงๆ ยากมากค่ะ ต้องใช้วิธีล้างด้วยพงฟู และลวกทิ้งบ้างค่ะ

 

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 13:04:04 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณ Bright Lily
บุคคลิกของคุณ ถ้าให้เดาว่า ชอบดอกไม้อะไร ก็คงเดากันถูกส่วนใหญ่ คือดอกกุหลาบค่ะ เหมาะกับบุคคลิกจริงๆค่ะ สวย หอม หวาน แต่ มีหนามคมมากนะจะบอกให้ อิๆๆๆ

นอกจากผัก พี่ยังปลูกผลไม้ง่ายๆไว้ทานด้วยค่ะ เช่น มะละกอ กล้วยน้ำว้า มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม
มีรายชื่อ ผลไม้ที่มีเบต้าแคโรทีนสูง มาฝากค่ะ สังเกตว่า เป้นผลไม้ที่มีสีเหลือง สีส้มนะคะ
1. มะม่วงน้ำดอกไม้สุก
2. มะเขือเทศราชินี
3. มะละกอสุก
4. กล้วยไข่
5. มะม่วงยายกล่ำ
6. มะปรางหวาน
7. แคนตาลูปเนื้อเหลือง
8. มะยงชิด
9. มะม่วงเขียวเสวยสุก
10. สับปะรดภูเก็ต

paew
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 13:24:10 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะพี่ศศินันท์

อยากปลูกผักสวนครัวมากเลยค่ะ แต่ยังไม่ได้ทำ เพราะคิดจะขุดแปลงผักทีไรเป็นอันหมดแรงไปก่อนทุกที จากที่พี่ศศินันท์ปลูกในกระถางน่าสนใจมากๆ น่าจะทำได้ ...

ที่บ้านก็ปลูกต้นไม้เยอะค่ะ มีต้นมะม่วงเขียวเสวย แรด โชคอนันต์ รวมๆประมาณ 20 ต้น มีลำใย มะขาม มะดัน ไผ่หวาน มะยม ทับทิม มะเฟือง อย่างละ 1 ต้น กระท้อน มะพร้าว ขนุน ต้นประดู่ ต้นแดง อย่างละ 2 ต้น เคยมีต้นมะนาวแต่ตอนนี้ตายไปแล้วเพราะน้ำขังที่รากค่ะ ...

อยากปลูกผักค่ะ

ผู้ชาย...(ป้ายเหลือง)
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 13:48:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ  อาจารย์  PSasinand ดีครับดี..  มีผัก  ผลไม้ทานเอง  ทานแล้วชื่นใจนะครับ...  ที่บ้านสิงห์บุรีก็ปลูกไว้เต้มบ้านเหมือนกันครับ  อยากทานอะไรก็เลือกเก้บเอาเลย  ไม่ต้องรอแม่ค้าครับ...  แต่...  ที่บ้านมหาสารคามนี่  ไม่มีพื้นที่เลยครับ  ถึงมีก็ถูกอย่างอื่นยึดไปหมดแล้วครับ  (ดูรูปนะครับ)

ส่วนพี่  PDSS "work with disability" ( หนิง ) บ้านพี่มีแต่ปูนยังดีครับ...  บ้านผมนี่ดิ  มีแต่ป่า...

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 13:49:38 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ paew

ดีใจจัง จะมีเtพื่อนปลูกผักอีกคนแล้ว เขามีการศึกษากันว่า คนปลูกผักสวนครัว ปลูกดอกไม้ นี่จะมีสุขภาพดี ความดันไม่สูง ทำให้สมองแจ่มใส เกิดไอเดียใหม่ๆ ในการจะเริ่มทำอะไรสนุกๆในชีวิตอยู่เรื่อยๆ มีอารมณ์ดี อาจจะเป็นเพราะ เราได้อยู่กลางแจ้ง อยู่กับธรรมชาติก้ได้นะคะ
 It doesn't matter how green your thumb is or what kind of flora's your favorite--these latest ideas will get you growing.

สวนครัวระดับเล็กๆอย่างเรานี้ ก็เป็น
 Organic อย่างหนึ่ง ที่เรามั่นใจว่า ปลอดภัยแน่นอนค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 14:02:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ ผู้ชาย...(ป้ายเหลือง)
คนเรานี่ ส่วนใหญ่มีงานอดิเรกแทบทุกคนนะคะ คนชอบปลูกต้นไม้ดอกไม้ คนชอบกล้วยไม้ ก็ชอบเสียจริง..
สมัยเด็กๆ อยู่กับกล้วยไม้มาตลอดค่ะ แถมยังมีหน้าที่รดน้ำต้นไม้ ให้ปุ๋ยอีก เพราะคุณพ่อชอบกล้วยไม้อย่างเอาจริงเอาจัง มีการเพาะเนื้อเยื่อเอง เพาะพันธุ์ใหม่ๆขึ้นมาเองด้วย
ตอนนี้ ก็ยังชอบอยู่ ไม่เปลี่ยน แต่ไม่มีเวลามาเอาใจใส่แล้วค่ะ ยังปลูกอยู่ แต่ก็ไม่มากแล้ว
สำหรับสวนครัว ปลูกใส่กระถางก็ได้ค่ะ เอาแค่เราพอเก็บทำต้มยำ ทำยำ ได้ก็พอ พวกตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว พริก สะระแหน่ นะคะ
ที่บ้าน นอกจากปลูกสวนครัว แล้วยัง ปลูกกล้วยเอาไว้บ้างเหมือนกัน
ปลูกง่ายๆนะคะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 14:57:37 GMT+0700 (ICT)

การทำสวนครัวเล็กๆน้อยๆที่บ้าน  สามารถเผาผลาญแคลอรี่ได้แยะค่ะ 
เดี๋ยวนี้มี  
Green Gym, a movement in England.....
that encourages people to be keep fit by working outdoors to improve their local environment, tested a 40-year-old woman, they found that she burned more calories while working outdoors than she did during a step aerobics class. 

 และยังสามารถทำให้เป็น กิจกรรมในครอบครัว โดยให้เด็กๆ มามีส่วนร่วมด้วย ช่วยกันปลูกผักสวนครัวไว้กินกันเอง  ทั้งสนุก ทั้งได้ประโยชน์  และยังเป็น valuable bonding time  ในครอบครัว สอนอะไรๆได้อีกมาก ให้แก่เด็กๆ เช่น ความอดทน การรอคอย มีความรักในธรรมชาติ เป็นต้น
มีเทคนิคเล็กน้อย ที่จะช่วยให้เด็กๆมีความสนุกสนานในการทำสวนครัว เช่น ปลูกผักที่เด็กชอบกิน  ยิ่งมีรูปร่างแปลกๆ ที่มีอยู่ ในหนังสือนิทาน ยิ่งดี เช่น แตงร้าน แครอท มะเขือเทศ
อย่าใส่ยาฆ่าแมลงเด็ดขาด เพราะ เด็กๆ อาจเก็บผักมาจากต้น ไปล้างให้สะอาด และกินได้เลย 

Gardener

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 15:45:00 GMT+0700 (ICT)

คำว่า อ้วน ตอนนี้ ไม่มีใครอยากฟัง...
ล่าสุดจากการวิเคราะห์ผลการสำรวจภาวะโภชนาการแห่งชาติ โดยสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าร้อยละ 63.4 ของพลังงานที่คนไทยบริโภคในแต่ละวันนั้น
มาจากข้าวและผลิตภัณฑ์จากธัญพืช

บวกกับพลังงานร้อยละ 2.1 ได้มาจากน้ำตาลทราย แล้วยังมีพลังงานส่วนน้อยที่มาจากคาร์โบไฮเดรตในเครื่องดื่ม (1.4%) และผลไม้ (1.1 %)

แสดงว่าพลังงานคาร์โบไฮเดรตที่คนไทยบริโภคแต่ละวันคิดเป็นร้อยละ 60 กว่านั้นทำให้คนวัยทำงานเกิดภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน

น้ำหนักคนเราอยู่ในเกณฑ์ปกติได้ เมื่อพลังงานที่ได้รับจากอาหารสมดุลกับพลังงานที่ใช้ในแต่ละวัน

ดังนั้นจึงควรจะลดสารอาหารคาร์โบไฮเดรตในแต่ละวันลง โดยเฉพาะ มื้อค่ำ  แค่นี้ ก็จะไม่ทำให้อ้วนแล้ว และกินผักเยอะๆหน่อย ให้ดีที่สุด ต้องปลูกผักเอง จึงจะคุ้ม สบายใจ ไม่มียาฆ่าแมลง

Khaoyum

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 16:37:18 GMT+0700 (ICT)

โดยภาพรวมอาหารอีสานชุดนี้  มีประโยชน์มาก แต่ต้องมีไก่ย่างหรือ หมูปิ้งอีกหน่อย เป็นโปรตีน เพราะลำพัง กุ้งแห้ง คงไม่พอ

ลดข้าวเหนียวลงครึ่งหนึ่ง และเพิ่มผักสด ที่จะกินกับส้มตำ จะทำให้ลดพลังงานจากข้าวเหนียวลงไปมาก ถ้าปลูกผักสวนครัวเอง จะช่วยทำให้กินผักได้มากขึ้น เพราะเดินไปเก็บมาได้เลย
แต่ถ้าเป็นผักที่ซื้อมาจากตลาด ต้องล้างให้สะอาดจริงๆด้วยเพื่อความปลอดภัย

Papayasalad

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 17:17:38 GMT+0700 (ICT)

ปัจจุบัน ตามโรงเรียนต่างๆ  โดยเฉพาะ ร.ร.ที่เป็นแบบ kid-focused school เริ่มมีกิจกรรม  การหัด ให้เด็กทำสวนครัว หัดปลูกต้นไม้แล้ว ซึ่งเป็นการทำให้เด็กรักธรรมชาติ และมีความเข้าใจว่า ต้นไม้ ผักผลไม้ โตขึ้นมาได้อย่างไร

 Coverforvegetables

นายประจักษ์ ปานอินทร์
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 17:42:38 GMT+0700 (ICT)
ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 17:45:17 GMT+0700 (ICT)

นับถือ ครับ

ผมก็ทำบ้างเหมือนกันครับ แต่เวลาน้อย รออีกสักหน่อย คิดว่าจะพยายามทำตามฝันให้ได้ครับ

แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 18:08:10 GMT+0700 (ICT)

ส้มตำแถวเขื่อนอุบลรัตน์ ขอนแก่น  อาจดำๆเล็กน้อย เป็นสีของมะกอกค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 19:08:30 GMT+0700 (ICT)

สวัสดี อาจารย์ นายประจักษ์~natadee อีกครั้งค่ะ

ที่จังหวัสุพรรณ เป็นแหล่งเรียนรู้อย่างดีที่สุดแหล่งหนึ่งในเรื่องการทำการเกษตร คิดว่า ทางโรงเรียนของอาจารย์ก็คงมีกิจกรรม นอกสถานที่ให้นักเรียนได้เรียนรู้แล้วนะคะอยากให้นักเรียน ได้เรียนรู้เรื่องของดิน ธาตุหลัก ธาตุรองต่างๆ น่าสนใจมากค่ะ

ตอนนี้ มีข่าวจากประเทศอเมริกาว่า ประชาชนเริ่มหันมาทำอาหารทานเองที่บ้านมากขึ้นๆ เพื่อประหยัด และเพื่อสุขภาพด้วย
เรื่องอาหารธรรมชาติมาแรงค่ะ และคงจะยั่งยืนตลอดไป 

จากราคาอาหารที่ถีบสูงขึ้นไป ทำให้ประชาชนทั่วไปหันมา ทำสวนครัว กันมากขึ้น และก็พบว่า พืชผักที่เขาปลูกเอง สะอาด สด และปลอดภัยกว่า ข้อสำคัญ ประหยัดมากขึ้นด้วย
ตัวเลขที่ยืนยันว่า คนหันมาปลูกผักกินเองคือ เมล็ดพันธุ์ผัก ขายดีขึ้นเป็น 50 % เลยค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 19:58:14 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะท่าน ดร. แสวง รวยสูงเนิน

ดีใจที่กูรู ตัวจริงมาเยี่ยมค่ะ แต่อาจารย์บอกว่า ต้องรออีกพักจึงจะมาปลูกสวนครัว
อาจารย์ยังมีงานใหญ่อีกมากที่ต้องทำให้เกษตรอินทรีย์ เป็นที่ยอมรับกันแพร่หลายมากกว่านี้ ขอเป็นกำลังใจ และเอาใจช่วยอีกแรงหนึ่งค่ะ

ที่เห็นในภาพ เป็นไร่ชา ที่ใช้พื้นที่ปลูกน้อย แต่เนื่องจากดินอุดมมาก จึงให้ผลผลิตสูงจริงๆ
พืชอะไรก็ตาม ต้องการ แสงแดด น้ำ และอาหารอันอุดมในดิน ซึ่งปุ๋ยที่ดี คือปุ๋ยจากธรรมชาติ ที่อาหารอันอุดมนี้ จะถูกรากดูดขึ้นไปเลี้ยงทุกส่วนของพืชนะคะ

มีรูปเปรียบเทียบ การใช้ดินที่ดี กับดินธรรมดาปลูกต้นไม้ ดังรูปข้างล่างค่ะ


Compost

ดร. แสวง รวยสูงเนิน
เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 23:10:23 GMT+0700 (ICT)

รูปไร่ชา

คือการใช้ของที่มีพื้นฐานดีอยู่แล้ว มาพัฒนาพืชเชิงเดี่ยว

 แต่เป็นระบบเชิงเดี่ยวที่ทำลายทรัพยากรไม่แพ้ระบบเชิงเดี่ยวอื่นๆครับ

บังเอิญเขาโชคดีที่ใช้ที่ดีๆปลูก จึงอยู่ได้นานหน่อย แบบเดียวกับการปลูกพืชแถวลพบุรี เป็นร้อยปีก็ยังพอประคองไปได้

เทียบกับทางอีสาน ทำอย่างนี้สัก ๕ ปีก็เจ๊งแล้ว

ทางอีสานเราเลยได้บทเรียนเร็วหน่อย

และเป็นบ้านเกิดของระบบเกษตรอินทรีย์ วนเกษตร และอื่นๆ ภายใต้ระบบเกษตร "ยั่งยืน"

นี่คือข้อดีของการอยู่ในพื้นที่ที่ "เปราะบาง" ที่ต้องตื่นก่อนคนอื่น เพราะถ้าไม่ตื่น อยู่ไม่ได้ครับ

เป็นความจำเป็นจริงๆครับ

ฉะนั้น ทุกครั้งที่เห็นภาพแบบนี้ ผมจะสะเทือนใจ แบบเป็นธรรมชาติเลยครับ

 

 

Sasinand
เขียนเมื่อ Mon Sep 08 2008 00:07:49 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณๆ แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
ที่นำส้มตำจากขอนแก่นมาฝากค่ะ ส้มตำนี้ ของชอบเลยค่ะ แต่ไม่ได้ทานทุกวัน เดือนหนึ่ง ทานแค่ 1-2 ครั้งเท่านั้น เพราะบางที ต้องดูที่ความสะอาดด้วย

พี่เห็นบางคน ทานส้มตำวันหนึ่ง 2-3 ครั้ง คือ กลางวัน บ่าย เย็น น่าจะมากไปนะคะ
พี่คิดว่า คนเราน่าจะทานอาหารสมดุล ซึ่ง อาหารสมดุล ประกอบด้วยความหลากหลายของชนิดอาหาร และควรจะเป็นชนิดที่มีผลดี
ต่อสุขภาพ ในปริมาณที่พอเหมาะ โภชนาการที่ดีมาจากการกินถูกชนิดและปริมาณ  โดยดูที่ ปิระมิดอาหาร (Food pyramid) ป็นหลัก
ซึ่งจะสุขภาพ แข็งแรง ธงโภชนบัญญัติ ประกอบด้วย 4 ชั้นได้แก่

ชั้นที่ 1 ข้าวแป้ง กินปริมาณมากที่สุด ให้สารอาหารหลักคือ
คาร์โบไฮเดรตเป็นแหล่งพลังงาน
ชั้นที่ 2 พืช ผัก ผลไม้ กินปริมาณรองลงมา ให้วิตามิน
แร่ธาตุ และใยอาหาร
ชั้นที่ 3 เนื้อสัตว์ ถั่ว นม กินปริมาณพอเหมาะเพื่อให้ได้โปรตีน
้คุณภาพดี
ชั้นที่ 4 น้ำมัน น้ำตาล เกลือกินแต่น้อยๆ เท่าที่จำเป็น

พี่ว่า จะชอบส้มตำยังไง ก็คงต้องให้พอดีๆเช่นกันนะคะ ส่วนใหญ่มักทานสลัดเป็นหลักค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Mon Sep 08 2008 00:17:20 GMT+0700 (ICT)

ขอบคูณ ดร. แสวง รวยสูงเนิน มากจริงๆค่ะ ที่กรุณามาให้ความรู้ลึกซึ้งแบบนี้
เห็นแต่เขาปลูกชาได้อย่างงามมาก ในเนื้อที่ไม่มาก  ไม่ทราบว่า
เป็นระบบเชิงเดี่ยวที่ทำลายทรัพยากรไม่แพ้ระบบเชิงเดี่ยวอื่นๆด้วย
อาจารย์พูดถึง การปลูกพืชแถวลพบุรี ...

ที่ลพบุรีนี้ เป็นไร่ของพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ ของข้าวโพดหวาน ที่เราปลูกอยู่เลยค่ะ พอได้เมล็ดพันธุ์จากที่นี่ ก็เอาไปให้เกษตรกรปลูกต่อไปอีกค่ะ โรงงานอยู่กาญจนบุรี แต่ ต้องมาทำไร่พ่อแม่พันธุ์เสียไกล เพราะมีเหตุผล ของเรื่องเมล็ดพันธุ์ค่ะ อาจารย์คงทราบอยู่แล้ว

Bright Lily
เขียนเมื่อ Mon Sep 08 2008 09:46:22 GMT+0700 (ICT)

                           

 

  • ขอบพระคุณมากค่ะ เดาใจถูกต้องค่ะ ดอกกุหลาย หรือดอกลิลลี่สีขาวครีมน่ะค่ะ ชอบมาก
  • ขอบคุณอีกครั้งสำหรับเรื่องราวดีๆ ของสุขภาพ
  • สับปะรดภูเก็ตทานแทบทุกวันค่ะ เพราะต้องซื้อไหว้พระบ่อยๆ  มีกี่บ้านก็ต้องไหว้กันทุกที่ค่ะ (สามีเป็นคนจีนค่ะ) รสชาติอร่อยมากค่ะ
Sasinand
เขียนเมื่อ Mon Sep 08 2008 11:04:35 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณ Bright Lily

ดอกกุหลาบ หรือดอกลิลลี่สีขาวครีม เป็นดอกไม้ที่popularมากๆ  สวยหวานสมกับผู้หญิงหวานๆค่ะ
ลองทำสวนครัวดูสิคะ
สวนครัวก็ต้องการแดด และอากาศโปร่งๆ พร้อมกับการเตรียมดินดีๆไว้ก่อนไปซื้อเมล็ดพันธุ์มาหยอด

นอกจากนี้ ควรปลูกหมุนเวียนกันหน่อยก็ดีค่ะ อย่าไปซ้ำซากของเดิมบ่อยๆมากนัก จะช่วยไม่ให้มีเพลี้ยและแมลงมารบกวน

 

 

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Mon Sep 08 2008 23:04:15 GMT+0700 (ICT)
  • ตามมาดูผักสวนครัว
  • เลยเอาผักและน้องวัวมาแจม
  • อิอิๆๆ
ครูโย่ง
เขียนเมื่อ Mon Sep 08 2008 23:15:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

ตามมอ่าน

ผักสวนครัวเพื่อสุขภาพ

ขอบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ นะครับผม

Sasinand
เขียนเมื่อ Mon Sep 08 2008 23:18:17 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณขจิต ฝอยทองที่ปรึกษา~natadee
ไม่ได้ทักกันนาน แต่ติดตามอยู่ว่า คุณขจิต งานยุ่งมากๆค่ะ

ขอบคุณมากที่มีทั้งน้องวัว และผักสวนครัว ผักสมุนไพร และมะพร้าวมาฝาก พร้อมเลย
คนอยู่เมืองกาญน์ทำสวนครัวกันเป็นเรื่องปกติมากนะคะ บ้านไหนบ้านนั้น  เพราะ อากาศกับน้ำท่าก็บริบูรณ์ เหมาะแก่การปลูกพืชผลมาก
อยู่เมืองกาญขน์แล้ว บอกตรงๆว่า ชอบค่ะ ชอบทั้งคนและอากาศรวมทั้งสิ่งแวดล้อมทุกอย่างเลยค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Mon Sep 08 2008 23:34:16 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ คุณครูโย่ง หัวหน้า~ natadee
เพิ่งไปให้กำลังใจการออกคอนเสิร์ตอยู่เมื่อวานนี้เอง ชาวโกทูโน ให้กำลังใจกันล้นหลามเลยนะคะ
ที่แถวสายไหม ก็เหมือนกัน ดินดีอุดมสมบูรณ์ ไม่ต้องห่วงเรื่องเพาะปลูก พืชทุกชนิด    เรื่องสวนครัวนี่ธรรมดามากๆ แต่ยังไง ก็อย่าเผลอรดยาฆ่าแมลงลงไปด้วยนะคะ
ที่บ้านใช้ น้ำยาสะเดาค่ะ เป็นของธรรมชาติ อาจต้องมีรดบ้าง เพราะ พวกสวนครัวก็ชอบมีโรคใบหงิก หรือเพลี้ยเหมือนกัน แต่เราไม่ใช้สารเคมีเด็ดขาดค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 10 2008 14:41:26 GMT+0700 (ICT)

Freshforsalad
ผักที่จะทำสลัด บางชนิดปลูกเองได้ เช่นมะเขือเทศ ผักกาดหอม นอกนั้น คงต้องซื้อ แต่พยายามเลือกที่เป็นผักอินทรีย์ และนำมาล้างให้สะอาดที่สุด ก่อนจะรับประทานสดๆ

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 11 2008 15:14:59 GMT+0700 (ICT)

มีที่ดิฉันสังเกตเห็นอีกอย่าง ว่า ทำไมการปลูกผักสวนครัวที่บ้านจึงงาม
น่าจะเป็นเพราะ  อยู่ด้านเหนือของตัวบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงเงาบ้านทอดทับแปลงผัก  และได้รับแสงแดดเกือบตลอดวันค่ะ( หรืออย่างน้อยครึ่งวัน )

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 11 2008 15:20:50 GMT+0700 (ICT)

เมื่อ 3 วันก่อน ต้นพริก มีใบหงิกงอไป อาจจะเพลี้ยทั่วไป  หรือเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล จึงได้นำ....
สารสะเดา (Azadirachta indica) หรือเรียกชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า Nim (Neem) มาฉีดพ่น ควรใช้สารสะเดากับพืชเวลาเย็น หรือตอนกลางคืน สารสะเดาไม่เป็นอันตรายต่อแมลงพวกต่อ แตน ผึ้ง สัตว์เลือดอุ่น และมนุษย์  เพราะสารออกฤทธิ์ของสะเดาได้แก่ azadirachtin, Salannin, Meliantriol และ Nimbin สารออกฤทธิ์จะหมดฤทธิ์ในสภาพที่มีแดด ซึ่งมีรังสีอัลตราไวโอเล็ต

มีข้อมูล เรื่องสะเดาดังนี้ค่ะ...

สะเดาเป็นไม้เนื้อแข็ง โตเร็ว เป็นพืชพื้นเมืองของประเทศอินเดียและไทย สะเดาจะออกดอกติดผลเมื่อมีอายุ 4-5 ปี โดยเฉลี่ยจะให้ผล 30-50 กิโลกรัมต่อต้น
สารฆ่าแมลงมีในทุกส่วนของต้น แต่จะมีมากที่สุดในเมล็ดเป็นสารฆ่าเชื้อรา และไส้เดือนฝอยอีกด้วย
แมลงที่สารสะเดาสามารถควบคุมและป้องกันกำจัดได้คือ ด้วงงวงข้าวโพด (Sitophylus zeamais) หนอนเจาะสมอฝ้าย (Heliothis armigera) เพลี้ยอ่อนทั่วไป เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล (Nilaparvata lugens) หนอนใยผัก (plutella xylostella) หนอนกระทู้ (Spodoptera frugiperda) ด้วงหมัด (Podagrica uniforma) เพลี้ยจั๊กจั่นสีเขียว (nephotettix virescens) หนอนแมลงวันชอนใบ (Liriomyza spp.) ไรทั่วไป เพลี้ยกระโดดหลังขาว (Sogatella furcifera) แมลงหวี่ขาว (Bemesiatabaci) เต่ามะเขือ (Epilachna chrysomelina) หนอนเจาะยอดกะหล่ำ (Hellula undalis) 
 

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 11 2008 16:05:39 GMT+0700 (ICT)


ข้อมูลเพิ่มเติม จากนิตยสารเกษตรศาสตร์  ก็เป็นอีกทางเลือกค่ะ..... http://www.ku.ac.th/e-magazine/ 

ไพรีทริน (Pyrethrin)เป็นสารเคมีธรรมชาติที่มนุษย์สกัดได้จากดอกแห้งของไพรีทรัม (Pyrethrum)

ซึ่งมีสีขาวอยู่ในวงศ์ compositae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า chrysanthemum cinerariae folium ชอบขึ้นและเจริญเติบโตได้ดีในที่มีอากาศเย็น สารไพรีทรินเป็นยาฆ่าแมลงประเภทถูกตัวตาย ซึ่งเป็นพิษต่อระบบประสาทของแมลง โดยเข้าไปสกัดประจุโซเดียมบนผิวของเส้นประสาท ทำให้ระบบไฟฟ้าของเส้นประสาท

(Neuroelectrical) หยุดชะงัก ทำให้แมลงสลบโดยทันทีและตายในที่สุด ไพรีทรินมีอันตรายต่อมนุษย์และสัตว์เลือดอุ่นน้อยมาก เนื่องจากสลายตัวได้รวดเร็วในร่างกายของคนและสัตว์เลี้ยง คนที่แพ้อาจมีอาการคล้ายคนเป็นโรคหอบหืด ไม่มีพิษตกค้าง สลายตัวได้ดีในสิ่งแวดล้อม
สารเคมีสังเคราะห์คล้ายพวกไพรีทรินมีหลายชนิดคือ Allerthrin, Resmethrin, Bioresmethrin, Tetramethrin, Bioallerthrin, Permethrin, Cypermethrin, Cyfluthrin

มีคุณสมบัติในการกำจัดแมลงศัตรูพืชคือ เพลี้ยอ่อน หมัดกระโดด ตั๊กแตน หนอนผีเสื้อกะหล่ำ (Pieris rapae) หนอนกะหล่ำใหญ่ (Pieris brassicae) เพลี้ยจั๊กจั่นฝ้าย (Amarasca biguttuia) หนอนเจาะมะเขือ (Leucinodes orbonalis) และหนอนแมลงวันเจาะต้นถั่ว (Ophiomyia reticulata)

ใบบุญ
เขียนเมื่อ Tue Sep 16 2008 05:20:33 GMT+0700 (ICT)

บันทึกนี้อ่านแล้วได้ประโยชน์มาก

แต่ไม่ทราบเป็นยังไงปลูกพริกทีไรใบหงิกทุกที่ค่ะ มะกรูดก็เจอหนอน

ยุวนุช
เขียนเมื่อ Wed Sep 17 2008 22:33:13 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณพี่ศศินันท์ ตอนนี้น้ำท่วมท่าน้ำไปแล้วครึ่งหนึ่ง พอน้ำลดกอตะไคร้มีโคลนจับหมดสวยไปเลยค่ะ หวังว่าคงจะรอดอยู่ได้

เรื่องผักสวนครัวนี่ที่จริงเป็นวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ของคนไทยนะคะ ทั้งใช้เป็นอาหารและเป็นยา นุชว่าปลูกพืชผักไว้ใช้กินเองนอกจากจะปลอดภัยแล้ว ยังภูมิใจมากเวลาไปเก็บมาใช้ และซึ้งถึงคุณค่าของแผ่นดินด้วย

น้ำส้มควันไม้ก็นำมาผสมน้ำไล่แมลงได้ดีเหมือนกันนะคะ

คิดถึงค่ะ ฝากภาพดอกข่ามาคารวะค่ะ ^__^

 

Sasinand
เขียนเมื่อ Sat Sep 20 2008 16:19:43 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณ ใบบุญ
ขอบคุณที่มาเยี่ยม

การทำสวนครัวแบบที่ไม่ใช้สารเคมี อย่างที่เรียกว่า แบบ biological methods of fertilization and pest control as substitutes for chemical fertilizers and pesticides.
เวลามีแมลงมากวน ก็ไม่เร็วนักในการกำจัดค่ะ ไม่เหมือนการใช้สารเคมี แต่อันตรายกว่ามาก
พวกการใช้ organic methods อาจจะต้องมีการศึกษาเพิ่มเติมอยู่บ้างค่ะ
ที่บ้านก็มีหนอน มีพลี้ยเหมือนกัน แต่ใช้น้ำยาสะเดาในการแก้ปัญหาและก็อย่าปลูกพืชซ้ำๆกันมากเกินไปและต้องให้มีแดด แลอากาศโปร่งๆ นะคะ ไม่ทราบว่าที่ปลูกร่มไปหรือเปล่าคะ
และเวลาไปซื้อเมล็ดพันธุ์ ก็ซื้อเจ้าที่เชื่อถืได้ เพราะเขาทำมาอย่างดี ไม่ให้มีโรคพืชติดมาน่ะค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Sat Sep 20 2008 16:35:42 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะอาจารย์ยุวนุชคุณนายดอกเตอร์
ดีใจที่มาเยี่ยม ไม่ได้คุยกันนานเลยค่ะ  ขอบคุณ ดอกข่าสวยมากๆค่ะ

ที่อาจารย์บอกว่า น้ำส้มควันไม้ก็นำมาผสมน้ำไล่แมลงได้ดีเหมือนกันนะคะ ก็คงใช้แบบนี้ ใช่ไหมคะ
น้ำวู้ดเวเนก้าร์  (น้ำส้มควันไม้)

ใช้ฉีดพ่นใบหรือรอบบริเวณโคนต้น

 ประโยชน์/อัตราการใช้

1.             กระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช       อัตรา  1 ต่อ 500-1,000 เท่า

2.             ช่วยเร่งการหมัก         อัตรา  1  ต่อ  100 เท่า

3.             ลดกลิ่นเหม็น       อัตรา  1  ต่อ  50 เท่า

4.             ขับไล่แมลง          อัตรา  1  ต่อ  100  เท่า

5.             บำรุงผิวดิน        อัตรา  1  ต่อ  30  เท่า

6.             ใช้เป็นอาหารเสริมสำหรับเลี้ยงสัตว์      อัตรา  1  ต่อ  200 – 300  เท่า

7.             ใช้ขับไล่แมลง         อัตรา  1  ต่อ  100  เท่า

เป็นผลพลอยได้ จากการเผาถ่าน เลยได้ผลิตภัณฑ์น้ำส้มควันไม้ ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรมหรือเกษตรกรรม ได้อย่างกว้างขวางและมีผลลัพธ์ที่ดี

เป็นของเหลวสีน้ำตาลใสมีกลิ่นควันไฟ ชิมดูจะมีรสเปรี้ยวเนื่องจากกภาพความเป็นกรดโดยของเหลวนี้จะผลิตได้จากการควบแน่นควันไฟที่เกิดขึ้น ในขณะที่ฟืนไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่านในเตาเผา(ขั้นตอนที่เรียกว่าCarbonization) ที่อุณหภูมิระหว่าง 300?C-400?C ในสภาวะอุณหภูมิดังกล่าวสารประกอบต่างๆในไม้ฟืนจะถูกความร้อนสลายตัวทำให้เกิดเป็นสารประกอบใหม่อันเป็นประโยชน์ในหลายๆด้านไม่ว่า จะเป็นการปลูกพืช การเลี้ยงปลา เลี้ยงสัตว์ หรือการนำไปใช้งานในโรงงานอุสาหกรรมอื่น

Sasinand
เขียนเมื่อ Sat Sep 20 2008 16:40:44 GMT+0700 (ICT)

น้ำส้มควันไม้ เกิดจาก....

ควันที่เกิดจากการเผาถ่านในช่วงที่ไม้กำลังเปลี่ยนเป็นถ่านเมื่อทำให้เย็นลงจนควบแน่น
แล้วกลั่นตัวเป็นหยดน้ำ ของเหลวที่ได้นี้เรียกว่า น้ำส้มควันไม้ มีกลิ่นไหม้ ส่วนประกอบส่วนใหญ่เป็นกรดอะซิติก
มีความเป็นกรดต่ำ มีสีน้ำตาลแกมแดง นำน้ำส้มควันไม้ที่ได้ทิ้งไว้ในภาชนะพลาสติกประมาณ 3 เดือน
ในที่ร่ม ไม่สั่นสะเทือนเพื่อให้น้ำส้มควันไม้ที่ได้ตกตะกอนและแยกตัวเป็น 3 ชั้น คือ น้ำมันเบา (ลอยอยู่ผิวน้ำ)
น้ำส้มไม้ และน้ำมันทาร์ (ตกตะกอนอยู่ด้านล่าง) แยกน้ำส้มควันไม้มาใช้ประโยชน์ต่อไป

นอกจากการนำไปใช้ทางด้านเกษตรและปศุสัตว์แล้ว ยังสามารถนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ด้านอื่นๆ ได้อีก เช่น
1.ความเข้มข้น 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้รักษาแผลสด แผลถูกน้ำร้อน รักษาโรคน้ำกัดเท้าและเชื้อราที่ผิวหนัง
2.น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำ 20 เท่า ราดทำลายปลวดและมด
3.น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำ 50 เท่า ใช้ป้องกันปลวก มด และสัตว์ต่างๆ เช่น ตะขาบ แมงป่อง
4.น้ำส้มควันไม้ผสมน้ำ 100 เท่า ใช้ฉีดพ่นถังขยะเพื่อป้องกันกลิ่นและแมลงวัน ใช้ดับกลิ่นในห้องน้ำ ห้องครัวและ
บริเวณชื้นแฉะ

ข้อควรระวังในการ ใช้น้ำส้มควันไม้

1.ก่อนนำน้ำส้มควันไม้ไปใช้ต้องทิ้งไว้จากการกักเก็บก่อนอย่างน้อย 3 เดือน
2.เนื่องจากน้ำส้มควันไม้มีความเป็นกรดสูง ควรระวังอย่าให้เข้าตาอาจทำให้ตาบอดได้
 

แอมแปร์~natadee
เขียนเมื่อ Tue Sep 23 2008 01:23:49 GMT+0700 (ICT)

+ สวัสดีค่ะท่านพี่ศศินันท์....

+ ชื่นชมค่ะ..ที่นิยมปลูกผักสวนครัวค่ะ...

+ เพราะนอกจากนำผลผลิตที่ได้มารับประทานแล้ว

+ ยังได้สุขภาพที่ดี จิตใจที่สงบ มีความสุข จากการทำผักสวนครัวค่ะ

+ แต่แปลกนะค่ะ...คนแถวบ้านมีพื้นที่มากมายแต่ไม่ยอมปลูกกินค่ะ

+ กลับไปซื้อกิน...ทั้งที่พริก ตะไคร้ ก็ปลูกไม่ยาก...ดูแลก็แสนสบาย...

+ อืม....หวังว่าสักวันคนเหล่านี้คงเข้าใจค่ะว่า...การปลูกผักสวนครัวให้อะไรมากมาย และไม่ยากอย่างที่เขารู้สึกเอาเองค่ะ

ภูสุภา
เขียนเมื่อ Tue Sep 23 2008 22:03:08 GMT+0700 (ICT)

เรื่อง ภาพ ข้อมูลอ้างอิง ข้อคิดเห็น(ทุกข้อ)มีประโยชน์มาก ๆ เลยค่ะ

อ่านแล้ว..ดีใจที่มาอ่าน คงต้องมาอ่านเก็บรายละเอียดอีกครั้ง ค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Wed Sep 24 2008 23:55:36 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณ แอมแปร์~natadee 
 ดีใจนะคะ ที่เข้ามาอ่าน จะได้ไปบอกต่อว่า สวนครัวปลูกไม่ยากค่ะ ทั้งประหยัด ทั้งปลอดภัยค่ะ
 แต่ถ้าเรา จะไปซื้อผักแบบ เกษตรอินทรีย์ ที่เชื่อถือได้ มารับประทาน ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมากเช่นกัน
จากผลการวิจัยจำนวน 41 ชิ้นโดย The Soil Association ประเทศอังกฤษ ในปี 2544 พบว่า
พืชที่ปลูกโดยวิธีออร์แกนิคจะมีวิตามินซี แมกนีเซียม และฟอสฟอรัสสูงกว่าพืชที่ปลูกโดยใช้กระบวนการที่มีสารเคมีค่ะ เพราะเกษตรอินทรีย์ ก็จะเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนของการเตรียมดิน โดยทำให้ปลอดสารพิษไม่น้อยกว่า 6 ปี ส่วนเมล็ดพันธุ์ที่ใช้ในการเพาะปลูกต้องไม่มีการตัดแต่งพันธุกรรม ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง
ส่วนของประเทศเรา เห็นทางการ บอกว่า จะต้องใช้พื้นที่ ที่ไม่เคยทำการเกษตรเคมีมาไม่น้อยกว่า 3 ปี และควรคัดเลือกจากพันธุ์ที่ดี การเจริญเติบโตดี
- เมล็ดพันธุ์ผักที่มีความสดและสีสดใส
- คัดเลือกเมล็ดพันธุ์ที่เต็มเมล็ด มีน้ำหนักดี และจากผู้ขายที่น่าเชื่อถือค่ะ
ถ้ายังไง ลองปลูกน้อยๆชนิดดูก่อนก้ได้นะคะ จะได้มีกำลังใจ

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 25 2008 00:14:03 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณหมอเล็ก ภูสุภาภูสุภา 

ได้อ่านหนังสือของดร. รสสุคนธ์ พุ่มพันธุ์วงศ์ จากหนังสือ พืชผักสวนครัวอินทรีย์ บอกไว้ว่า หัวใจของการทำเกษตรธรรมชาติอยู่ที่ดินดี เนื่องจากพืชเจริญเติบโตขึ้นมากจากดิน อาศัยดิน
เป็นที่เกาะยึดของรากพืช ได้รับธาตุอาหารที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตของพืชจากดิน
 และนอกจากนี้ดินยังมีจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์ต่อการเจริญเติบโตของพืชด้วย ซึ่งจะส่งเสริมให้พืชเจริญเติบโตดีดังนั้น ขั้นแรก ถ้าจะปลูกพืชผักสวนครัว ต้องเตรียมดินให้ดีเสียก่อนค่ะ
ที่บ้าน ที่ปลูกสวนครัว ก็คำนึงถึงจุดนี้มากค่ะ เลยค่อนข้างจะงามใช้ได้ดี
ส่วนชนิดของผัก พี่ก็ปลูกผัก ที่ใช้บ่อยๆค่ะ เช่น
พริก มะเขือเทศ มะเขือพวง โหระพา สะระแหน่ กะเพรา แมงลัก ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว ถั่วฝักยาว เป็นต้นค่ะ


Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 25 2008 00:32:07 GMT+0700 (ICT)

ระดับที่ยอมรับได้ หมายความว่าอย่างไร
เนื่องจากมีอาหารจำนวนมากเจือปนด้วยสารกำจัดศัตรูพืช แม้ในปริมาณเล็กน้อยแต่อาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคได้
ดังนั้น ภาครัฐจึงได้กำหนดปริมาณที่เรียกว่า "ระดับสารพิษตกค้างสูงสุด" (Maximum Residue Limit - MRL) คือ ปริมาณสารเคมีในอาหารที่ยอมรับให้มีได้ของทางราชการ ค่า MRL จะแสดงออกมาเป็นมิลลิกรัม (มก.) ของสารเคมีต่อกิโลกรัม (กก.) ของผลิตภัณฑ์อาหาร
ยกตัวอย่าง เช่น ค่า MRL ของ ไซเปอร์เมททิล คือ 1.0 มก./กก. ถ้าผักบุ้ง 1.0 กก. มี ไซเปอร์เมททิล 0.5 มก. (นั่นก็คือ ครึ่งหนึ่งของ MRL) รัฐก็จะพิจารณาว่าสามารถรับได้ แต่ถ้าตัวอย่างมี ไซเปอร์เมททิล 2.0 มก. (นั่นก็คือ เป็น 2 เท่าของ MRL) รัฐก็จะพิจารณาว่าไม่เหมาะสมต่อการบริโภค เพราะว่าเป็นอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์

ค่า MRLที่นำมาใช้ในประเทศไทยนั้น อยู่บนพี้นฐานคำแนะนำขององค์กรสหประชาชาติ โดยคณะกรรมการที่เรียกว่า the Codex Alimentarius Commission (ปกติเรียกว่า โคเด็กส์) ข้อแนะนำโดยโคเด็กส์ จัดทำขึ้นหลังจากที่ทำการทบทวนข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ทั้งหมด เกี่ยวกับผลระยะสั้นและระยะยาวที่สารเคมีแต่ละชนิดอาจมีต่อสุขภาพของมนุษย์ ตั้งแต่ปี 2505 โคเด็กส์ ได้แนะนำค่า MRL ออกมาแล้ว 2,500 ค่า
 ส่วนนักวิทยาศาสตร์ของไทย ก็ได้ทำการศึกษาเพื่อจัดตั้งค่า MRL สำหรับพืชที่ปลูกในท้องถิ่นที่ไม่รวมอยู่ในข้อแนะนำของโคเด็กส์

สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกานั้น มีระบบ MRL ของตัวเอง แต่ในรายละเอียดก็คล้ายคลึงกับโคเด็กส์ สำหรับค่า MRLs ที่เป็นที่ยอมรับในประเทศเหล่านี้
 ก็เหมือนกับค่า MRLs ที่ยอมรับในประเทศไทย ซึ่งเป็นค่าปริมาณสารพิษตกค้างสูงสุดที่อนุญาตให้มีได้ตามกฎหมาย ผู้ผลิตอาหารและผู้นำเข้า อาจถูกฟ้องร้องได้ ถ้ามีปริมาณสารพิษตกค้างสูงกว่าค่า MRL
จากมูลนิธิสายใยแผ่นดิน (Earth Net Foundation)และสหกรณ์กรีนเนท
มูลนิธิสายใยแผ่นดิน หรือ โครงการทางเลือกเพื่อเกษตรกรและผู้บริโภค (กรีนเนท)
เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่มีบทบาทในการส่งเสริม สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดการ การตลาด ผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม หัตถกรรมพื้นบ้าน 

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 25 2008 12:41:10 GMT+0700 (ICT)

Growingorganic
ระบบนิเวศน์จะเป็นเครื่องมือที่ดี ในการทำฟาร์มผักออร์แกนิค
การปลูกผักสวนครัวที่ไม่ใช้สารเคมีเลยก้เช่นกัน ต้องมีการ เตรียมดินที่อุดม เมล็ดพันธุ์ที่ดี ต้นกล้าที่แข็งแรง และการปราบศัตรูพืช ที่ใช้ยาสกัดจากพืช เช่น พริกไทยป่น หรือ ยาที่สกัดจากพืชตระกูลถั่ว ที่สามารถควบคุมเพลี้ยได้ และยังช่วยไล่นก กระรอก ไรแมงมุม แมลงกินใบไม้ หนอนผัก ได้อีกด้วย

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 25 2008 23:22:01 GMT+0700 (ICT)

ประสบการณ์ส่วนตัวที่นำสะเดามาไล่แมลง มีดังนี้ค่ะ
นำสะเดา 1 ก.ก. มาบด แช่ในน้ำ 20 ลิตรทิ้งไว้ 1 คืน กรองใช้เฉพาะน้ำ ผสมด้วยสารจับใบ 1 ช้อนโต๊ะ นำไปรดผักได้
ส่วนกากสะเดาใช้โรยโคนต้นเพื่อ ปรับปรุงดิน และกำจัดแมลงในดิน
สะเดามีสาร อะซาดิแรกติน สามารถฆ่าแมลงบางชนิดได้ และเป็นพิษต่อไข่แมลง ทำให้ไข่ไม่ฟัก
แต่ข้อควรระวังคือ พืชบางชนิด เมื่อรับสารนี้แล้ว ใบจะเหี่ยว และต้นแคระแกร็นได้
แต่จริงๆแล้ว การปลูผักสวนครัว ให้ปลูกต้นแมงลัก โหระพา กะเพรา ซึ่งเป็นไม้ปลอดศัตรูพืชและไม่มีโรค จะดีกว่าค่ะ

ครูเอ
เขียนเมื่อ Thu Sep 25 2008 23:24:51 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณมากค่ะ สำหรับความรู้คู่ครัว

สบายดีนะคะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Thu Sep 25 2008 23:32:22 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณครูเอ
ขอบคุณค่ะ ที่เข้ามาทักทาย สบายดีค่ะ ตอนนี้ เข้าไปเขียนในอนุทินเสียเยอะหน่อย ไม่ค่อยมีเวลา เขียนยาวๆ ลองเข้าไปอ่านดูนะคะ
http://gotoknow.org/journals/sasinanda
พี่ชอบปลูกผักสวนครัวค่ะ เพราะสวยดี และกินได้ด้วย มีทั้งยืนต้นและล้มลุก เช่นกะเพรา โหระพา มะเขือ ตะไคร้ กวางตุ้ง ผักกาดเขียว เก็บเกี่ยวได้ ภายใน 35 ถึง 55 วันค่ะ

Sasinand
เขียนเมื่อ Fri Sep 26 2008 00:08:55 GMT+0700 (ICT)

ถ้าอยากให้ผักงอกงามดี สำหรับที่บ้าน ใส่ปุ๋ยคอกรองบริเวณก้นหลุมก่อนปลูกเสมอ
จากนั้นก็หว่านเมล็ดและนำกล้าลงดิน พรวนดินกลบและรดน้ำตาม
เวลาจะปลูกผักใหม่ ก็เลือกจากเมล็ดที่เก็บไว้ปลูกเอง แต่เลือกจากต้นที่ไม่มีโรค สมบูรณ์ ผลดก รสดีค่ะ

ประกาย~natachoei ที่~natadee
เขียนเมื่อ Fri Sep 26 2008 00:29:02 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณนะคะคำแนะนำกำลังวางแผนปลุกรับประทานเอง

Sasinand
เขียนเมื่อ Fri Sep 26 2008 13:50:52 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะคุณประกาย
ขอบคุณที่มาเยี่ยมและอ่านบันทึกค่ะ
ดี่ค่ะปปลูกผักสวนครัวกินเอง
แต่จะมีเรื่องวัสดุคลุมดินอีกนิดนะคะ
อยากให้เป็นวัสดุที่เป็นสารอินทรีย์
จะมีประโยชน์แก่พืชมากค่ะ เช่นหญ้าแห้ง ฟางข้าวสับเป็นชิ้นๆ เปลือกถั่วลิสง ชานอ้อน ซังข้าวโพด ขุยมะพร้าว กากเมล็ดพืช แกลบและขี้เลื่อยเป็นต้น

เตวิชโช
เขียนเมื่อ Sat Sep 27 2008 10:06:32 GMT+0700 (ICT)
  • ธรรมสวัสดีนะโยม Sasinand
  • มาอ่านบันทึกดีๆ
  • ที่ใส่ใจสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
  • พร้อมทั้งองค์ความรู้ที่มีอยู่ครบครัน
  • อนุโมทนาสาธุ
Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 28 2008 17:48:37 GMT+0700 (ICT)

นมัสการค่ะ ท่าน tukkatummo 
ขอบพระคุณที่ท่านมาเยี่ยม ที่บล็อกนี้ เป็นครั้งแรกค่ะ
เรื่องอาหารที่สด สะอาด ปลอดภัยพร้อมมีคุณค่านี้ เป็นเรื่องสำคัญมาก
ที่บ้านดิฉัน กำลังจะปลูกเพิ่มอีก 2 อย่างคือ ต้นชะพลู กับมะแว้งค่ะ
ถ้า ต้องซื้อผักอื่นๆ ตามตลาด ดิฉันมักจะ ซื้อผัก ที่มีการรับรองว่า เ ป็นผักอินทรีย์ แม้จะแพงกว่าหน่อย ก็คุ้มกับตัวเราเอง และลูกหลานค่ะ
ร้านที่เป็นที่รวมของอาหารสุขภาพ ที่คนรู้จักกันมาก ร้านหนึ่ง คือ เลมอนฟาร์ม

ปัจจุบันการแข่งขันในตลาดสินค้าสุขภาพ มีความเข้มข้นมากขึ้น นอกจากเลมอนฟาร์ม ก็มีอีกหลายแห่ง เช่น... กูเม่ย์ สยามพารากอน ขายสินค้าออร์แกนิค คุณภาพดี เคยไปซื้ออาหาร ของเขาดีและอร่อย ไม่ได้โฆษณาค่ะ..

(.กลุ่มเดอะมอลล์เป็นผู้ร่วมลงทุนครึ่งต่อครึ่งกับบริษัทบางกอกอินเตอร์คอนติเนนตอลโฮเต็ลส์ หรือ BIHC ซึ่งโดยพฤตินัยถือว่าสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และเป็นเจ้าของโครงการสยามพารากอน )
โดยการเช่าที่ดินจากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระองค์เป็นระยะเวลา 34 ปี (เป็นพื้นที่ของวังสระประทุม)

ปัจจุบันกลุ่มผู้บริโภคกระตือลือล้นเรื่องสุขภาพและสิ่งแวดล้อมกันมากขึ้นกว่าก่อน อาจเป็นเพราะปัจจุบันโลกใบนี้มีสารพิษที่เป็นอันตรายอยู่มากมาย ทั้งสารเคมี ยาฆ่าแมลง
และที่สำคัญชุมชน ซึ่งเป็นต้นสายการผลิตสินค้า ออร์กานิค ต่างเริ่มเข้าใจแล้วว่า การใช้สารเคมีเร่งผลิตหรือการใช้ยาฆ่าแมลง ไม่ใช่สิ่งยั่งยืนที่จะทำให้เขาอยู่รอดได้
ดังนั้น แนวคิด พอเพียง จึงมีอิทธิพลมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าจากเกษตรอินทรีย์มีจำนวนมากขึ้น

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 28 2008 17:58:41 GMT+0700 (ICT)

อาหาร เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิต ทุกคนต้องกินอาหาร แต่จะกินอย่างไร ให้ได้คุณค่าที่แท้จริงของอาหาร ทั้ง สด สะอาด ปลอดภัยและมีประโยชน์ เป็นศิลปะค่ะ
ซื้อ งาดำน้ำขิงมา  อร่อยมาก 
งาขาวอบ เอาโรยข้าว  เวลาซื้อๆแค่ 1ถุง เพราะมีอายุ 2 อาทิตย์เอง ถ้าจะเก็บนานกว่านั้น น่าจะใส่ไว้ในช่องแข็ง
งามีแคลเซียมสูงกว่าพืชอื่นๆ 40 เท่า มีไขมันน้อยกว่า เนื้อสัตว์และนม และยังมีกรดอมิโนเมธไทโอนีน ซึ่งเป็นโปรตีนชนิดที่พบในเนื้อสัตว์ด้วย แต่ไม่มีในถั่วเหลือง
อาหารธรรมชาติแบบนี้ กินดี มีประโยชน์จริง

Sasinand
เขียนเมื่อ Sun Sep 28 2008 18:24:28 GMT+0700 (ICT)

ยิ่งขณะนี้  มีข่าวใหญ่ ที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารนม ว่า  บริษัท ซานลู่ ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจผลิตภัณฑ์ประเภทนมรายใหญ่ของจีน ตกเป็นจำเลยในกรณีอื้อฉาวว่ามี   เด็กป่วยเพราะดื่มนมของบริษัทมาตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว  2550  และบริษัทได้สั่งให้มีการตรวจสอบและทดสอบเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา

และพบว่า มีการเติมสารเมลามีนเข้าไปในนมจริง แต่ก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือป้องกันไม่ให้เกิดปัญหา จนกระทั่งเรื่องมาแดงอีกครั้งเมื่อต้นเดือนนี้เที่เด็กทารกในจีนเสียชีวิต และล้มป่วยลงในช่วงเวลาไล่เลี่ยกัน


นอกจากนมผงสูตรเลี้ยงเด็กทารกแล้ว ผลิตภัณฑ์นมและโยเกิร์ตของบริษัทนมชั้นนำของจีนอย่าง ไชน่า เหมิงหนิว แดรี่, บริษัท อินเนอร์ มองโกเลีย หยีลี่ อินดัสเทรียล กรุ๊ป และไบรท์ แดรี่ แอนด์ ฟูด ก็พบว่า มีสารเมลามีนปลอมปนเช่นกัน 

นานาประเทศสั่งห้ามนำเข้าและขายผลิตภัณฑ์นมจากจีน
ข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฟิลิปปินส์ รวมทั้งประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) ต่างผวากับผลิตภัณฑ์นมจากจีน พร้อมออกมาตรการ เพื่อปกป้องประชาชนจากการบริโภคอาหารปลอมปนสารเคมี
 โดยสั่งห้ามนำเข้าและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ที่มีนมจากจีนเป็นส่วนประกอบแล้ว และยังได้ตรวจสอบสารประกอบในผลิตภัณฑ์ประเภทนมที่นำเข้าจากจีนอย่างเข้มงวดด้วย

สิงคโปร์ได้สั่งห้ามจำหน่ายนมและผลิตภัณฑ์นมทั้งหมดจากจีนตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2551 เป็นต้นมา ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่ถูกสั่งห้าม ไม่ได้ครอบคลุมเฉพาะนม ไอศครีม และโยเกิร์ตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงลูกกวาดและขนมหวานอื่นๆ เช่น ช็อคโกแลต บิสกิต และขนมหวานที่ผลิตในจีนอีกด้วย นอกจากนี้ ทางการยังได้เตือนผู้บริโภคไม่ให้รับประทานนมและผลิตภัณฑ์นมจากจีน

เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ( อย. )ของไ ทย
ก็ได้สั่งการให้ด่าน อย.ตามจังหวัดชายแดน ระงับการนำเข้าลูกอม ตรากระต่ายขาวจากประเทศจีน และแนะให้ประชาชนงดรับประทานลูกอมชนิดดังกล่าวไว้ก่อน จนกว่าผลการตรวจสอบจะออกมาอย่างเป็นทางการโดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือน 

จีนเร่งแก้ปัญหา หวั่นกระทบอุตสาหกรรมนมของประเทศ
การตรวจพบสารเมลามีนในนมผงยี่ห้อซานลู่และอื่นๆ ส่งผลให้สำนักงานควบคุมคุณภาพและตรวจสอบกักกันโรค (AQSIQ) ตัดสินใจขยายผลด้วยการตรวจหาสารปนเปื้อนในนมผงยี่ห้ออื่น ซึ่งผลปรากฏว่าพบสารปลอมปนในนมผง 69 ยี่ห้อจาก 22 บริษัท จากการสุ่มตรวจทั้งหมด 491 ยี่ห้อจาก 109 บริษัท และได้สั่งให้ทำลายนมผงที่มีการปลอมปนในทันที

จนถึงตอนนี้มีผู้ต้องสงสัยรวม 18 รายที่ถูกจับกุมตัว โดย 6 รายถูกตั้งข้อหาว่าขายสารเมลามีน ส่วนอีก 12 รายเป็นพ่อค้านายหน้าที่ต้องสงสัยว่าขายนมปลอมปนให้ซานลู่ 

ทางด้านกระทรวงเกษตรจีนเตรียมยกเครื่องอุตสาหกรรมนมในประเทศ โดยกำหนดให้ผู้รีดนมวัวทั่วประเทศต้องลงทะเบียนกับทางกระทรวงเกษตร นอกจากนั้นการตรวจสอบนมสดยังต้องมีความเข้มงวดกว่าเดิม 
ซึ่งมาตรการดังกล่าวถือเป็นความพยายามล่าสุดในการลดข้อครหาที่ว่ารัฐบาลจีนไม่สามารถทำให้ทั่วโลกเชื่อมั่นว่าอาหารจากจีนมีความปลอดภัยได้
นอกจากนั้นกระทรวงพาณิชย์ยังสั่งการให้รัฐบาลท้องถิ่นเพิ่มการควบคุมและตรวจสอบผลิตภัณฑ์นมสดและสินค้าผู้บริโภคสำหรับการส่งออก เนื่องจากหลายประเทศเริ่มนำอาหารที่ผลิตในจีนลงจากชั้นวางเพราะกลัวว่าอาจมีการปนเปื้อนหรือปลอมปน

ทุกวิกฤติ ย่อมมีโอกาส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ฉวยจังหวะนี้ ออกมาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการให้นมแม่แก่ลูก
ในแถบเอเซีย แม่ให้นมแม่น้อยลง สังเกตจาก ยอดขายปลีกนมผงสูตรสำหรับทารก เพิ่มมากขึ้น 19 % โดยเฉพาะจีน ยอดขายเพิ่ม พุ่งถึง 29%  องค์การอนามัยโลกห่วงเหตุนมเปื้อนมาก  และชี้ว่า นมแม่ดีที่สุดจริงๆ
แม้ว่าบริษัทนมของจีนจะได้ออกมาขอโทษขอโพยประชาชนและเรียกคืนสินค้า แต่คงอีกนานกว่าที่นานาประเทศจะกลับมาไว้วางใจผลิตภัณฑ์ประเภทนมจากจีน
  คงอีกนาน  จึงจะเ รียกความเชื่อมั่นคืนมาได้ เพราะเหยื่อความโลภของการกระทำครั้งนี้ไม่ได้เกิดกับคนอื่นคนไกล
 แต่เป็นเด็กทารกที่เกิดในแผ่นดินของจีนเอง

กรณีดังกล่าว ที่เกิดขึ้น ยิ่งมาตอกย้ำ ความสำคัญและความจำเป็น ในเรื่องการบริโภคอาหารของคนเรา ที่ต้องเน้น ที่ความสด สะอาด ปลอดภัยและมีคุณค่าอาหาร 
การปลูกผักไว้กินเอง จึงเป็นหนทางหนึ่ง ที่จะช่วย ให้ทุกครอบครัว มีความปลอดภัยเกี่ยวกับอาหาร ได้ในระดับหนึ่งทีเดียว

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น อ่านทั้งหมด   อ่าน
 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า