แนวคิดและทฤษฎีองค์การแห่งการเรียนรู้

 รวบรวมไว้ในผลงานวิจัยของกิ่งแก้ว ศรี 

แนวคิดทฤษฏีเกี่ยวกับองค์การแห่งการเรียนรู้

                   ความหมายขององค์การแห่งการเรียนรู้

                   ความหมายของคำว่า "องค์การแห่งการเรียนรู้" ยังไม่มีนิยามไว้อย่างตายตัว โดยความหมายที่ปรากฏอยู่ในปัจจุบัน เป็นความหมายในความเข้าใจของนักวิชาการหลายท่าน ซึ่งอาจจะมีมุมมองที่แตกต่างกันออกไป แต่โดยแท้แล้ว ทุกคนต่างมองภาพความสำเร็จเป็นภาพเดียวกัน คือ ต้องการเห็นบุคลากรทุกระดับในองค์กรเกิดการเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนทั้งในระดับตนเอง ผู้อื่น องค์กร ชุมชน สังคม และประเทศชาติ ตามลำดับ ซึ่งผู้ศึกษาได้รวบรวมไว้ดังนี้

                   เซนเจ (Senge,1990) ได้ให้ความหมายของ "องค์กรแห่งการเรียนรู้"ว่าเป็นองค์การที่คนมีการขยายความสามารถของพวกเขาได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการสร้างสรรค์ที่เป็นผลมาจากความปรารถนาอย่างแท้จริงของพวกเขา เป็นองค์กรที่มีรูปแบบการคิดแบบใหม่ และมีการแตกเขนงความคิดให้เกิดขึ้น เป็นองค์กรที่คนในองค์กรมีความปรารถนาร่วมกันอย่างเสรี โดยเป็นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ด้วยวิธีการเรียนรู้กันในองค์กร

                   เพดเลอร์ บูรเกนี และบอดเดลล์ (Pedler,Burgoyne & Boydell,1991) ได้ให้ความหมายของ "องค์การแห่งการเรียนรู้" ว่าเป็นองค์กรที่เอื้ออำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ให้แก่สมาชิกทุกคน และมีการปรับเปลี่ยนตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยต้องสร้างบรรยากาศในการเรียนรู้ ที่มีลักษณะเอื้อและกระตุ้นให้ทุกคนเรียนรู้ร่วมกัน

                   การ์วิน (Garvin,1993) ได้ให้ความหมายของ "องค์กรแห่งการเรียนรู้" ว่าเป็นองค์กรที่มีทักษะในการสร้าง การได้มาและการถ่ายโอนความรู้ และการนำไปปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อสะท้อนถึงความรู้และความเข้าใจใหม่ ๆ

                   วัทคิน และมาร์สิกค์ (Watkins & Marsick,1993 อ้างาถึงใน ปัทมา จันทรวิมล,2544,หน้า 16) ได้ให้ความหมายของ " องค์กรแห่งการเรียนรู้" ว่าเป็นองค์กรที่ใช้คนในการสร้างความเป็นเลิศให้แก่องค์กร ขณะเดียวกันก็ใช้องค์กรในการสร้างความเป็นเลิศให้แก่คน โดยใช้การเรียนรู้เป็นกระบวนการเชิงกลยุทธ์ที่มีลักษณะต่อเนื่อง และบูรณาการเข้ากับการทำงาน และมีการกระจายการเชื่อมโยงการพึ่งพาทั้งในระดับบุคคล องค์กร และชุมชน

                   คิม (Kim,1993) สรุปว่า " องค์กรแห่งการเรียนรู้" เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่จะช่วยเพิ่มพูนทักษะความสามารถของสมาชิกในองค์กร เพื่อนำองค์กรไปสู้การปฏิบัติที่มีประสิทธิผล

                   โรส,สมิท โรเบิร์ท และไคลเนอร์ ( Ross, Smith ,Roberts & Kleiner,1994) สรุปว่า   "องค์กรแห่งการเรียนรู้" เป็นกระบวนการในการทดสอบประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง และปรับเปลี่ยนประสบการณ์เหล่านั้น ให้กลายเป็นองค์ความรู้ที่เอื้อประโยชน์ให้แก่องค์กร โดยเป็นการสนองต่อจุดมุ่งหมายหาลักที่องค์กรวางไว้

                   มาร์ควอด์ท และ เรโนล์ด (Marguardt & Reynolde,1994)  ได้ให้ความหมายของ "องค์การแห่งการเรียนรู้" ว่าเป็นองค์กรที่มีบรรยากาศที่กระตุ้นการเรียนรู้ของบุคคล และกลุ่ม ให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยใช้กระบวนการคิด วิพากษ์วิจารณ์ เพื่อความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น มีวิธีการเรียนรู้ที่เป็นพลวัต โดยอาศัยการเรียนรู้ การจัดการ และการใช้ความรู้เป็นเครื่องมือไปสู่ความสำเร็จ ควบคู่ไปกับการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย

                   ไดน็อกซ์(Dinox,1994) ได้ไห้ความหมายว่า องค์กรแห่งการเรียนรู้ หมายถึง การจูงใจใช้กระบวนการเรียนรู้ทั้งในระดับบุคคล กลุ่ม ปละระบบขององค์การ เพื่อหารปรับเปลี่ยนองค์การไปในทิศทางที่ตอบสนองต่อความต้องการของผู้มีส่วนเสียขององค์การ

                   เนวิส และคณะ (Nevis et al ,1995) ให้ความหมายว่า องค์การแห่งการเรียนรู้ หมายถึง ความสามารถหรือกระบวนการภายในองค์การที่มุ่งรักษาพัฒนาการปฏิบัติที่อาศัยพึ่งพาประสบการณ์ ถือได้ว่าเป็นระบบที่เกิดขึ้นและคงอยู่กับองค์กรแม้ว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตัวผู้ปฏิบัติก็ตาม

                   ชาง (Tsang , 1997) ได้ให้ความหมายว่า องค์การแห่งการเรียนรู้ คือ ระบบของการบริหารและกล่าวว่าระบบ (System) หมายถึง ความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันของส่วนย่อยต่าง ๆ เพื่อรวมกันเป็นทั้งหมด ซึ่งไม่สามารถที่จะแบ่งระบบออกเป็นส่วนย่อยในการทำงานได้ ระบบจะเป็นตัวกำหนดหน้าที่พฤติกรรมและลักษณะของภาพรวมขององค์กรทั้งหมด องค์การแห่งการเรียนรู้เปรียบเสมือนระบบที่ซับซ้อนของส่วนต่าง ๆ ซึ่งจะต้องทำงานขึ้นแก่กันประสานสัมพันธ์กัน

                   วรนารถ แสงจันทร์ (2540) สรุปได้ว่า "องค์การแห่งการเรียนรู้" เป็นองค์กรที่มีการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง อกนวยความสะดวก กระตุ้น และสร้างบรรยากาศของการเรียนรู้ เน้นกระบวนการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นทุกระดับ ซึ่งคนในองค์กรสามารถขยายขอบเขตความสามารถของตนอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำไปสู่จุดหมายที่บุคคลในระดับต่าง ๆ ตองการอย่างแท้จริง เป็นที่ซึ่งให้อิสระในการคิดสิ่งใหม่ ๆ ได้รับการยอมรับเอาใจใส่ เป็นที่ซึ่งบุคคลมีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง มีการเรียนรู้กันทั้งบทเรียนที่ผิดพลาด และประสบความสำเร็จ และสามารถนำความรู้มาปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนในองค์กร จนสามารถนำองค์กรไปสู่เป้าหมายที่ร่วมกันกำหนดไว้

                   สมิต สัชฌุกร(2541) ได้ให้ความหมายของ "องค์กรแห่งการเรียนรู้" ว่าเป็นองค์กรที่สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ และสร้างองค์ความรู้เพื่อเพิ่มพูนสมรรถนะ อันจะนำไปสู่ความก้าวหน้าในการดำเนินกิจการเพื่อบรรลุเป้าหมายขององค์กร

                   วิฑูรย์ สิมิโชคดี (2543) ได้ให้ความหมายขององค์การแห่งการเรียนรู้ไว้ว่า หมายถึง องค์การที่เปิดโอกาสให้สมาชิกทุกคนในองค์การได้แสดงความสามารถของตนเองอย่างเต็มที่และอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมกันสร้างผลลัพธ์ที่องค์การต้องการ สนับสนุนให้สมาชิกทุกคนได้คิดใหม่ ทำงานร่วมกัน เกิดการเรียนรู้ร่วมกันและสร้างองค์ความรู้ให้เป็นเอกลักษณ์ให้แก่องค์การเพื่อให้ องค์การบรรลุเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ

                   เสาวรส บุนนาค(2543) ได้สรุปความหมายขององค์การแห่งการเรียนรู้ว่า หมายถึง องค์กรที่มีการปฏิรูปอย่างต่อเนื่อง กระตุ้น อำนวยความสะดวกให้บุคลากรได้ขยายขอบเขนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนาความสามารถของตนอย่างต่อเนื่อง รวดเร็ว ทั้งในระดับบุคคล ระดับกลุ้ม ระดับองค์กร โดยบุคลากรได้นำสิ่งที่องค์กรสนับสนุนด้านการเรียนรู้มาใช้ในการพัฒนาตนเองและทีมงาน เพื่อนนำไปสู่จุดหมายร่วมกันขององค์กร โดยการานำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการเรียนรู้

                   วิโรจน์ สารรัตนะ (2544) องค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นองค์การที่สมาชิกในองค์การมีความตื่นตัวและมีแรงบันดาลใจที่พัฒนาศักยภาพของตนอย่างต่อเนื่อง มีความคิดระเริ่มที่จะสร้างสรรค์สิ่งแปลก ๆ ใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นกับองค์การ มีความสัมพันธ์เพื่อการเรียนรู้ร่วมกันระหว่างสมาชิกตัวองค์การเอง โดยภาพรวมก็จะเป็นองคากรที่มุ่งจะแสวงหาความเป็นไปได้ และโอกาสเพื่อการพัฒนา เพื่อความเติบโต และเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสิ่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

                   ลือชัย จันทร์โป๊ (2546,หน้า 27) ให้ความหมายว่า องค์การแห่งการเรียนรู้ หมายถึงองค์การแห่งการเรียนรู้ที่เป็นองค์การซึ่งสมาชิกในองค์การเพิ่มขีดความสามารถาของตนอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับบุคคล ระดับกลุ่ม และระดับองค์การเพื่อนำไปสู่จุดหมายที่บุคคลในระดับต่างๆ ต้องการอย่างแท้จริง เป็นองค์การที่ส่งเสริมการเรียนรู้ร่วมกันเป็นทีม เพื่อการเปลี่ยนแปลง ความรู้ และประสบการณ์ให้ทันกับความเปลี่ยนแปลง และมีการพัฒนาองค์การอย่างต่อเนื่อง

                   สุรพงศ์ เอื้อศิริพรฤทธิ์ (2547,หน้า 35) ได้ให้ความหมายว่า องค์การเรียนรู้ หมายถึง องค์การที่มีการดำเนินการหรือส่งเสริมให้บุคคล ทีมงานหรือกลุ่มในองค์กรได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ ความสามารถเพื่อปรับเปลี่ยนตนเองแล้วนำมาพัฒนาองค์การไปสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้ ด้วยกระบวนการเรียนรู้ต้องเป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยอาศัยปัจจัยต่าง ๆ  ทั้งจากภายในและภายนอกองค์การ

                   เจริญวิชญ์ สมพงษ์ธรรม(2548,หน้า 29) ได้สรุปไว้ว่าองค์การแห่งการเรียนรู้ หมายถึงองค์การ ที่เปิดโอกาส มีการส่งเสริม จูงใจให้สมาชิก หรือบุคลากรในองค์การมีการศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อพูนความรู้ ความสามารถของตนโดยวิธีการต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อปรับเปลี่ยนพัฒนาองค์การไปสู่เป้าหมายที่กำหนด

                   จากความหมายของ "องค์กรแห่งการเรียนรู้" ที่กล่าวมาในข้างต้น ผู้วิจัยพอสรุปได้ว่า องค์กรแห่งการเรียนรู้ เป็นองค์ที่เอื้อให้บุคลากรในองค์การมีโอกาสทีจะพัฒนาตนเองและผู้อื่นอยู่ตลอดเวลา โดยใช้แนวทางการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เป็นมิติในการเชื่อมโยงความสัมพันธ์ของคนในองค์การให้เกิดจิตสำนึกร่วมกันที่จะเรียนรู้กับผู้อื่นอย่างาจริงใจ มีการแบ่งปัน และถ่ายทอดความรู้ซึ่งกันและกัน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 193822
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

แม่...พิมพ์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Sat Jul 12 2008 17:35:16 GMT+0700 (ICT)

พอดีทำวิจัยเรื่องเกี่ยวกับ learnning organization อยู่เหมือนกันค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ ที่เพิ่มเติมความรู้และแหล่งที่มาให้ค่ะ ถ้ามีข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งที่มาของหนังสือ หรือบรรณานุกรมสำหรับค้นคว้ามาด้วยจะดียิ่งขึ้นและคงมีประโยชน์ กับผู้ต้องการเรียนรู้เรื่องนี้มากค่ะ

ขอบคุณที่สุดค่ะ

พ.อ.อ. กิติศักดิ์ เพ็งสกุล
เขียนเมื่อ Sat Jul 12 2008 21:22:44 GMT+0700 (ICT)

ขอชมเชยว่าสรุปได้ดีมากครับ ถ้าเป็นไปได้ช่วยกรุณาสรุปทฤษฎีเกี่ยวกับการบริหารการศึกษาที่เป็นหมวดหมู่ จะขอขอบพระคุณยิ่ง

jane
เขียนเมื่อ Sun Jul 13 2008 09:10:07 GMT+0700 (ICT)

มีทฤษฎีมากมายเลยนะครับ ขอลอกนะ

ณฐมน
เขียนเมื่อ Mon Jul 21 2008 21:14:39 GMT+0700 (ICT)

เก่งมากจ๊ะขอชมด้วยความจริงใจ

กิ่งแก้ว ศรีสาลีกุลรัตน์
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Mon Jul 21 2008 23:53:48 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณทุกคนมากๆค่ะ แล้วจะส่งบรรณานุกรมมาให้นะคะ แล้วมาเยี่ยมเยียนกันอีกนะคะ

เปิ้ล
IP: xxx.67.111.62
เขียนเมื่อ Thu May 21 2009 15:43:40 GMT+0700 (ICT)

ดีมากค่ะ กำลังทำงาน นี้ อยู่พอดี เป็นประโยชน์ มากค่ะ

 

chutima
IP: xxx.27.75.98
เขียนเมื่อ Sat Jun 27 2009 19:41:09 GMT+0700 (ICT)

พอดีทำวิจัยเรื่องนี้ ขอนำไปใช้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ

บวร
เขียนเมื่อ Sat Jun 27 2009 20:02:00 GMT+0700 (ICT)

มาเก็บเกี่ยวความรู้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์