เรื่องที่ยากเพราะ...

ผมมีหลักการใช้เครื่องแต่งกายประการหนึ่งที่อยากนำเสนอสำหรับมุสลิมโดยทั่วๆ ไปที่บางส่วนจะต้องใช้ชีวิตกับการเดินทาง ใจจริงตั้งใจจะพูดถึงเรื่องนี้นานแล้วครับ แต่ไม่มีโอกาสเหมาะๆ สักทีหนึ่ง จนกระทั่งอ่านบันทึกของคุณหมอในชื่อบล็อกที่ว่า บันทึกขวางคลอง โดยใช้ชื่อบันทึกว่า ส้วม ก็เลยรู้สึกได้ว่า เรื่องๆ หนึ่งที่มุสลิมรู้สึกว่าทำได้ยาก อาจไม่ได้เป็นเพราะการที่เราเป็นมุสลิมก็ได้ แต่เหตุที่มันยากเหลือเกินกับการเป็นมุสลิมที่ดีที่ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้ก็เนื่องจากเหตุผลอื่น

มีหลักการประการหนึ่งของอิสลามคือ อิสลามนั้นไม่ใช่เรื่องยุ่งยาก การทำอีบาดะห์ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าเราอยู่บนโลกนี้แล้วทำอีบาดะห์ลำบากเหลือเกิน หรือโลกใบนี้ไม่เอื้อต่อการทำอีบาดะห์เลย นั่นแสดงว่าอะไรมันเกิดขึ้นกับวิธีการคิดของเราอยู่หรือเปล่า

(วกกลับมาเรื่องแรกก่อนนะครับ) หลักการในการแต่งกายสำหรับการเดินทางของผมคือ การใส่ถุงเท้าเมื่อออกจากบ้านสำหรับการเดินทาง ฮือๆ หลายคนอาจคิดว่า มันเกี่ยวอะไรกับประเด็นที่ผมเปรยไว้ คำตอบง่ายๆ ครับ คือ หากเราใส่ถุงเท้า โดยก่อนการใส่ถุงเท้า เราอาบน้ำละหมาดไว้เรียบร้อยแล้ว ถึงแม้ภายหลังจากนั้นน้ำละหมาดของเราจะเสียไป ในการอาบน้ำละหมาดใหม่ เราก็ไม่จำเป็นต้องล้างเท้าอีก ไม่ต้องยุ่งยากกับการยกเท้าไปล้างในอ่างล้างหน้าล้างมือ (ซึ่งเป็นภาพที่ไม่สวยงามนักในสายตาทุกๆ คน) เนื่องจากเราสามารถใช้วิธีการเช็ดที่ถุงเท้าหรือรองเท้าได้เลย ในการเดินทางหากเราไม่ถอดถุงเท้าเลย เราก็ไม่จำเป็นต้องล้างเท้าได้ยาวนานถึงสามวันเลยครับ

หลายครั้งที่ผมนำเอาการทำอีบาดะห์มาเป็นอุปสรรค์ต่อการดำเนินชีวิตของผมเอง (และผมว่าหลายคนก็เป็นอย่างนั้นครับ) ด้วยสาเหตุเพราะ "เราไม่รู้" เราทำอีบาดะห์ด้วยความไม่รู้และชัดเจนเกี่ยวกับอีบาดะห์นั้นๆ มันจึงกลายเป็นเรื่องยากมากๆ สำหรับที่จะทำให้เราทำอีบาดะห์นั้นสมบูรณ์

เอาง่ายๆ อย่างการอาบน้ำละหมาดนี้แหละครับ เราคิดว่าเพื่อให้การเอาน้ำละหมาดมีความสมบูรณ์เราจึงต้องใช้น้ำเยอะๆ ซึ่งความจริงการใช้น้ำเยอะกลายเป็นการฟุ่มเฟือย ไม่สอดคล้องกับหลักคำสอนของศาสนาอีกประการหนึ่ง ดังนั้นความจริง น้ำขวดเดียวก็สามารถอาบน้ำละหมาดได้แล้วครับ แต่ด้วยความไม่รู้ เราจึงใช้น้ำสำหรับการอาบน้ำละหมาดเป็นถังๆ

สมมติว่า ไม่มีน้ำสำหรับการอาบน้ำละหมาด ศาสนาก็ให้ใช้การตะยำมุม ปรากฏว่า ด้วยความไม่รู้อีกนั่นแหละครับ เราไปวางเงื่อนไขเยอะแยะการคำว่า ฝุ่นดิน จนกลายเป็นเรื่องน่าสกปรกสำหรับการใช้วิธีการนี้ในการเดินทาง

ขออนุญาตสรุปง่ายๆ ว่า เราต้องเรียนรู้อีกเยอะกับคำว่า "อิสลาม" จึงจะเป็นแบบอย่างให้ทุกคนได้รู้ว่า อิสลามคือความจริงและสอดคล้องกับความเป็นมนุษย์ที่สุด

วัลลอฮูอะลัม

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): ความรู้ 
 หมายเลขบันทึก: 182872
 เขียน:  
 ความเห็น:  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
เขียนเมื่อ Sat May 17 2008 07:05:26 GMT+0700 (ICT)

ผมต้องทำความเข้าใจและเรียนรู้ "อิสลาม" เยอะมากขึ้น เพื่อจะได้เข้าถึงและเป็นประโยชน์ต่อการศึกษาครับ

ยังไงต้องขอคำแนะนำจากท่านด้วยนะครับ

ผมอยากไปพูดคุยกับ อิหม่ามมัสยิดกลางยะลา จังครับ หากมีโอกาส-เวลา คงได้สนทนากับท่านในเร็ววันนี้

 

จารุวัจน์ شافعى
เขียนเมื่อ Sat May 17 2008 07:38:51 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครับคุณเอก

ผมเกือบลืมที่สัญญาไว้แล้วเชียว ฮิฮิ เดี่ยวจะพยายามจัดการให้ครับ

kulaibah@hotmail.com
IP: xxx.8.195.136
เขียนเมื่อ Mon May 19 2008 23:40:58 GMT+0700 (ICT)

หนูเห็นด้วยกับสิ่งที่อาจารย์ได้กล่าวมาในตอนต้นการที่พระองค์อัลลอฮให้เรามีชีวิตอยู่ในโลกดุนยาเพื่อให้มันยังผลถึงอาคีเราะฮอยู่อย่างไรให้เรามีความสุขเเต่ก็อยู่ในกรอบและขอบเขตของศาสนา หลังหลังที่หนูจบจากกุลลียะฮ มาใช้ชีวิตนอกรั้วมหาวิทยาลัย สู่มหาวิทยาลัยแห่งชีวิต หนูต้องประมวลความรู้ทางศาสนาทั้งหมดที่หนูมีเพื่อนำมาใช้ในการทำงานและการอยู่ร่วมกับเพื่อนต่างศาสนิก อิสลามคือความง่ายดายจริงๆเพียงแต่ว่ามุสลิมรู้จริงแค่ใหน ถ้าเรายังไม่เข้าใจหลักการอิสลาม แล้วจะหวังให้บุคคลอื่นมาเข้าใจมุสลิมได้อย่างไร

จารุวัจน์ شافعى
เขียนเมื่อ Wed May 21 2008 09:36:57 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณความเห็นจากkulaibah@hotmail.com

ผู้น่ารัก

นัญวา
IP: xxx.173.205.155
เขียนเมื่อ Wed Nov 26 2008 17:27:16 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า