ประสบการณ์ << การผ่าตัดต้อกระจก>>

 การมองเห็นเป็นของขวัญอันล้ำค่า

การมีสายตาที่คมชัดทำให้มนุษย์สามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า เพราะการมองเห็นสิ่งต่าง ๆ เป็นการเรียนรู้ธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมของมนุษย์จะแย่ลงเมื่อมีอายุมากขึ้นโดยอาจจะเห็น สีผิดเพี้ยนไปหรือเห็นภาพมัว ซึ่งอาการเหล่านี้มีสาเหตุมาจากโรคต้อกระจก 


  เมื่อประสบกับปัญหา  การเปลี่ยนแว่นตาบ่อยเพราะเมื่อสวมแล้วไม่มีความสุข  จึงไปหาจักษุแพทย์ที่คลินิก  ประมาณต้นเดือนเมษายน  2551 คุณหมอได้ตรวจแล้วบอกว่าตาขวาเป็นต้อกระจก  จึงได้ใช้ยาหยอดขยายม่านตาแล้วตรวจ  ผลปรากฏว่าเป็นต้อกระจกประมาณ 60% วิธีรักษาต้องผ่าตัดวิธีเดียวแต่ค่อยทำก็ได้  เราบอกคุณหมอขอทำเลย  คุณหมอก็แสนใจดีจัดคิวนัดผ่าตัดให้  คิวผ่าตัดตายาวเหยียด  แต่เหตุผลของเราคือปิดภาคเรียนซึ่งคุณหมอบอกประมาณ 2 สัปดาห์ก็ทำงานนิ่ง ๆ เบา ๆ ได้  ก็ตกลงผ่าตัดวันที่ 30  เมษายน  2551  ต้องค้างโรงพยาบาล  3  คืน รับใบนัดจากคุณหมอกลับบ้านค้นหาข้อมูลจากอินเทอร์เน็ตเพื่อเตรียมพร้อมในการผ่าตัด  จากข้อมูลที่ได้  "ผ่าตัดต้อกระจกไม่น่ากลัวอย่างที่คิด"

 30  เมษายน  2551  ไปโรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ตามใบนัดของคุณหมอ  08.00 น.  ยื่นบัตรที่ห้องบัตรก็จะได้รับบัตรคิวสำหรับการพบจักษุแพทย์  ไม่ต้องตรวจแล้ว  พยาบาลส่งไปอาคารหมอพร  ชั้น 8  สำหรับการรักษาโรคตาโดยเฉพาะเพื่อเตรียมตัวรับการผ่าตัดในวันที่ 1  พฤษภาคม  2551 ประมาณ  13.30 น.ของวันที่ 30 เมษายน  คนไข้ที่รอรับการผ่าตัดวันที่ 1 พฤษภาคม ทั้งหมด  15  คน  ต้องไปที่ห้องตาเพื่อให้พยาบาลวัดเลนส์เทียมที่จะใช้แทนเลนส์จริงที่เสีย  ทำไม?  ต้องวัดเลนส์  เพราะคนเรามีดวงตาไม่เท่ากัน  การผ่าตัดครั้งนี้จะฝังเลนส์แก้วตาเทียม  เมื่อพยาบาลที่มีความชำนาญทางด้านนี้ทำการวัดขนาดเลนส์ด้วยระบบเทคโนโลยี  เขาจะถามข้อมูลส่วนตัวเรื่องอายุ  คุณพยาบาลได้ฟังตัวเลขอายุถึงกับอุทาน "ทำไมเป็นเร็วจัง" เพราะคนที่ไปผ่าตัดอายุ 60 ขึ้นไปถึง 90 ปี (ยกเว้นคนที่มีโรคเฉพาะ เช่นเบาหวาน หรือการรับยาบางตัวนานเกินไป)  แต่เราอายุ 50 ต้น ๆ สุขภาพดี  ไม่มีโรคประจำตัว  และอีกคำถามหนึ่งฟังแล้วอี้ง! เบิกสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลได้หรือเปล่า ? เราก็บอกว่าได้ เขาก็บอกใช้เลนส์พับและเมื่อถามคนอื่นที่ใช้บัตรทองหรือประกันสังคมใช้เลนส์ธรรมดา  ขณะนั้นมีความรู้สึกไม่เท่าเทียมในการรักษาเกิดขึ้นในใจ  แต่ไม่ได้พูดอะไร  เมื่อเสร็จกระบวนการวัด  15  คนแล้ว  คุณพยาบาลก็อธิบายให้ฟังว่า    

 เลนส์แก้วตาเทียม  มี    3  ชนิด

   1.เลนส์ธรรมดา    ราคา  4,000  บาท
   2.เลนส์พับ          ราคา  7,000  บาท
   3.เลนส์แขวน       ราคา  7,000 บาท

          สำหรับผู้ป่วยบัตรทองใช้เลนส์ธรรมดาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย  แต่ถ้าต้องการเลนส์พับต้องจ่ายส่วนเกิน  3,000  บาท  และถ้าแพทย์มีความเห็นต้องใช้เลนส์แขวน  ต้องจ่ายส่วนเกิน  3,000  บาท สำหรับผู้ป่วยเบิกสวัสดิการได้ใช้เลนส์พับ  ต้องจ่ายค่าเลนส์ส่วนเกิน  1,000  บาท  พร้อมวัสดุเช็ดตา  50  บาท (เพราะระเบียบเบิกได้ 6,000  บาท) ก็มีคนถามขึ้นมาว่า  คุณภาพของเลนส์ธรรมดากับเลนส์พับต่างกันอย่างไร ?  คุณพยาบาลก็ตอบว่าคุณหมอบอกว่าใกล้เคียงกัน  และในผู้ป่วยหลายคนก็ใส่มาแล้วหลายคน  แต่เขามาทำอีกข้างหนึ่ง  เขาบอกมองเห็นชัดเจนชีวิตเขามีความสุขดี  ตอนนี้ก็ถึงบางอ้อแล้ว  ลบอคติในใจเรื่องความเท่าเทียมในการรักษาได้บ้าง  เสร็จจากเรื่องการวัดเลนส์แล้วกลับห้องพัก  เจ้าหน้าเข้ามาเจาะเลือดยกเว้นตัวเรา  ก็ถามทำไม? เจ้าหน้าที่เขาบอกเจาะเฉพาะคนอายุ  60 ปีขึ้นไป  จากนั้นเขาก็ทำความสะอาดตาตัดขนตา  ใช้ยาล้างตา   เวลา  14.30  น. เข้าห้องประชุมฟังคำชี้แจงและคำแนะนำ  ทั้งคนไข้และญาติ  คนไข้  15  คน  คุณพยาบาลบอกให้ทราบว่าคุณหมอจะผ่าตัดในวันที่  1  พฤษภาคม  ได้เพียง  13  คนเท่านั้น เพราะต้องใช้เวลาทั้งวัน  หมอคงไม่ไหว  อีก  2  คนจะผ่าตัดวันที่  2 พฤษภาคม แต่เราคิวที่ 10 ของวันที่ 1 จะเห็นว่าคนเป็นต้อกระจกมาก อาการของต้อกระจก  ไม่เจ็บ  ไม่ปวด  ไม่เคือง  แต่ตาจะมัวลงเรื่อย ๆ วิธีรักษาโดยการเปลี่ยนเลนส์เท่านั้น  แต่ก็น่าแปลกนะ!คนที่เข้าฟังคำชี้แจง  เป็นคนแก่ ๆ รุ่นคุณตาคุณยายทั้งนั้น 
5  โมงเย็น  ให้ทานอาหาร  และอาบน้ำสระผมให้เรียบร้อย  ประมาณ  2  ทุ่มให้หัดนอนคลุมโปงคนละ  30  นาที  เหตุผล  เพราะเวลาเข้าห้องผ่าตัดเขาจะคลุมมิดหมดทั้งตัวเว้นแต่ตาข้างที่จะผ่าตัดถ้า    ไม่ฝึกจะอึดอัด   และมีปัญหาในการผ่าตัดของคุณหมอ   ก่อน นอนพยาบาลจะให้ยานอนหลับเพื่อจะได้พักผ่อน  คลายเครียด  คลายกังวล   เช้าวันที่ 1 พฤษภาคม  ให้ตื่นตีห้า  อาบน้ำทำความสะอาดใบหน้าไม่ให้ทาแป้ง  พยาบาลจะเข้ามาหยอดตาทุกสิบนาที และปิดตาข้างที่จะทำการผ่าตัด  ฟังคำชี้แจงแล้วก็กลับที่พัก  แต่เราต้องย้ายห้องพักจากห้องพักรวมไปเข้าห้องพิเศษตึก 5 ชั้น 5 ห้อง 502 เป็นชั้นที่ดูแลคนที่ทำการผ่าตัดตาเพราะเขาฝึกพยาบาลไว้โดยเฉพาะ  ตาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนง่ายต่อการติดเชื้อคุณหมอจึงระมัดระวังมาก  คนไข้จะไม่ปะปนกับคนไข้อื่น ๆ 

 ตี 5 ของวันที่ 1 พฤษภาคม  2551 ตื่นทำความสะอาดร่างกายแล้ว  พยาบาลเข้ามาหยอดยาทุก  10 นาที   ต่อไปก็จะห่างออกไป  ทุกชั่วโมงเขาบอกเป็นยาขบายม่านตา  แสบมาก  เราเป็นคิวที่ 10  ประมาณบ่าย  เพราะหมอทำคนละ 10 - 30  นาที  ขึ้นอยู่กับความร่วมมือของคนไข้  เลา  14.30  น.ก็ถูกนำไปห้องผ่าตัดไปรออยู่หน้าห้องผ่าตัดชั้นใน  ระหว่างรอพยาบาลก็จะหยอดยาขยายม่านตาอีกหลายครั้ง  เวลา  14.45  น.  ถูกนำเข้าห้องผ่าตัด  ถูกพยาบาลห่อตัวอย่างมิดชิดเว้นเฉพาะตาข้างที่จะผ่าตัด  เตียงแคบมากพอดีตัว  นาทีระทึกก็มาถึง  (แต่ก็ไม่ได้กลัวนะ)  คุณหมอฉีดยาชาเข้าเบ้าตาด้านล่าง  ไม่เจ็บแต่มีอาการหนึบ ๆ หลังจากนั้นคุณหมอก็ลงมือผ่าตัด  ไม่เจ็บไม่ปวด  คุณหมอทำเบามากขณะที่ทำจะมีเสียงดนตรีน่ารัก ๆ จากเครื่องมือ ในความรู้สึกแป็บเดียว  คุณหมอเอาเครื่องมือที่ถ่างตาออก  สิ่งแรกที่เห็น  หน้าคุณหมอและเครื่องมือด้านบนหน้าชัดแจ๋วมากจากตาข้างที่ผ่าตัด (เดิมทีตาข้างนี้จะมัวมองอะไรไม่คมชัด) หลังจากนั้นเขาก็ปิดตานำออกจากห้องผ่าตัด เหลือบดูนาฬิกาที่ฝาผนัง  เวลา 15.00  น.แสดงว่าหมอใช้เวลาประมาณ  10  นาที  เมื่อกลับที่พักคุณพยาบาลให้นอนนิ่ง ๆ 4 ชั่วโมง  แต่ลุกทานข้าว  หรือเข้าห้องน้ำได้  และต้องนอนต่อให้ครบ  4 ชั่วโมง  ลักษณะการนอน  นอนหงายหรือตะแคงนิด ๆ ด้านที่ไม่ได้ทำการผ่าตัด เมื่อยมากนอนดูโทรทัศน์ไปเรื่อย ๆ มีเพื่อน ๆ ซึ่งรู้ว่าออกจากห้องผ่าตัดแล้วแวะมาเยี่ยม   ไม่มีอาการเจ็บเลยสักนิดถึงแม้จะหมดฤทธิ์ยาชาแล้ว   สองทุ่มพยาบาลเอายานอนหลับมาให้ทาน  หลังจากนั้นก็หลับตื่นเช้า 

 2  พฤษภาคม  2551 พยาบาลเข้ามาเปิดตาโดยเอามือปิดตาข้างที่ไม่ได้ผ่าตัดไว้  แล้วถามว่ามองเห็นหรือเปล่า? ชัดไหม? โห! ไม่อยากจะเชื่อชัดแจ๋ว  ใสปิ๊ง  เรายังบอกพยาบาลว่าน่าจะทำอีกข้างนะ  จากนั้นเขาก็จะเข้ามาหยอดตาทุก  2  ชั่วโมง  เปลี่ยนที่ครอบตาแบบสบาย ๆ โปร่ง ๆ ไม่แน่นหนาเหมือนเมื่อวานแล้ว ทำตัวตามปกติแต่ก็ต้องเบา ๆ  วันนี้มีเพื่อน ๆ แวะมาเยี่ยม  มาคุย  ตลอดวัน  คุณพยาบาลก็ยังคงหยอดตาทุก 2 ชั่วโมง  คุณหมอแวะเข้ามาดูเอาไฟฉายส่องดูแล้ว  บอกพรุ่งนี้เช้ากลับบ้านได้  และให้มาพบหมอวันที่  20  พฤษภาคม  2551

 3  พฤษภาคม  2551 เช้ารับยาและคำแนะนำในการปฏิบัติตัวจากพยาบาล  ตอนนี้ต้องสวมแว่นแล้ว  และต้องสวมตลอด 1 เดือน  แต่เราไม่ได้สวมแว่นดำหรอกนะ  ใช้แว่นสายตาและกรองแสงได้ด้วย  จึงไม่เป็นคนขายล๊อตตารี่

  คำชี้แจงจากเจ้าหน้าที่แผนกจักษุ

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัดต้อกระจก
  1.  ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำบิดหมาด ๆ เช็ดหน้าให้ทั่วห้ามใช้น้ำราดหน้า (ไม่ให้ตาข้างที่ผ่าตัดถูกน้ำ ใน 1 เดือน)
  2.  แปรงฟันค่อย ๆ แปรงอย่าส่ายหน้าไปมา  หรือทำให้เกิดอาการโอ้กอ้าก
  3.  อาบน้ำควรตักอาบ  ไม่ควรอาบน้ำฝักบัวเพราะจะทำให้น้ำกระเด็นเข้าตา
  4.  ห้ามก้ม ๆ เงย ๆ หรือไอจามแรง ๆ ถ้าจำเป็นให้กระแอมเบา ๆ
  5.  ห้ามสระผมเองควรนอนให้ผู้อื่นสระผมให้  ระวังไม่ให้น้ำเข้าตา
  6.  รับประทานอาหารได้ทุกชนิด  ไม่ควรเป็นอาหารที่แข็งหรือเหนียวจนเกินไป  ดื่มน้ำและรับประทานผักผลไม้  เพื่อป้องกันอาการท้องผูก
  7.  ห้ามทำงานหนักทุกชนิด  เช่น  ตอก  ขุด  ตำ  หรือยกของหนักเกิน  5  กิโลกรัม
  8.  ไม่นอนตะแคงข้างที่ทำการผ่าตัด  1  เดือน และเมื่อจะลุกขึ้นนั่งให้ตะแคงตัวก่อนลุกขึ้น
  9.  ครอบตาข้างที่ผ่าตัดเวลากลางคืน  กลางวันสวมแว่นตา เป็นเวลา  1 เดือน  ฝาครอบตาล้างทำความสะอาดทุกวัน
  10. ทานยาและหยอดยาตามเวลา  ล้างมือสะอาดทุกครั้งที่หยอดยา

ขณะที่เขียนนี้  เป็นวันที่  10  พฤษภาคม  2551 สิบวันหลังการผ่าตัดและได้ไปพบคุณหมอก่อนนัดเพื่อจะถามว่าจะไปทำงานได้หรือยัง  คุณหมอตรวจดูแล้วก็โอเค  แต่ต้องปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด  ดีใจมาก  ไม่มีข้อจำกัดในการใช้คอมพิวเตอร์  คุณหมอบอกตามสบายเพื่อสุขภาพของทุกคน  หมั่นตรวจสายตานะคะ  สภาวะโลกร้อนทำให้คนเป็นต้อกระจกเร็ว  และเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี
"โลกเรานับวันจะเจริญขึ้นสวยงามทางวัตถุมากขึ้นทุกวัน แต่จิตใจของผู้คน  กลับไม่พัฒนาตามวัตถุ ยิ่งเทคโนโลยีมากขึ้นความเห็นแก่ตัวของคนก็มีแต่จะมากขึ้นตามไป การมองเห็นเป็นเรื่องที่สำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์เรา นับวันก็จะมีแต่สิ่งที่มาทำร้ายดวงตาตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ทั้งมลภาวะทางแสงที่มากขึ้นทุกวันเพราะมีคนไปทำลายชั้นกรองแสงอุลตร้าไวโอเล็ตในชั้นบรรยากาศ   ทั้งมลภาวะจากฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้างตึกสูงๆ ยิ่งจะทำให้สายตาของคนเราใช้งานได้สั้นลง มีคนเป็นต้อกระจกที่อายุน้อยกันมากขึ้น จึงต้องหาทางป้องกันและทนุถนอมดวงตากันให้มากขึ้นเพื่อที่จะได้ใช้ดวงตามองดูความเจริญของวัตถุในโลกที่ศิวิไลซ์ดวงนี้ให้นานที่สุด...ตราบนานเท่านาน "

ขอบคุณนายแพทย์กฤษดา  สุนทรภาส  โรงพยาบาลชุมพรเขตรอุดมศักดิ์ ที่มอบของขวัญล้ำค่าให้  และขอบคุณพยาบาลของโรงพยาบาลทุกคน  ที่ให้ความดูแลด้วยอัธยาศัยที่ดี

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 คำสำคัญ (keywords): บันทึกเรื่องเล่า 
 หมายเลขบันทึก: 181595
 เขียน:  
 ดอกไม้:  ความเห็น: 34  อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ

ความเห็น

สาว
IP: xxx.175.82.11
เขียนเมื่อ Wed Feb 04 2009 23:02:49 GMT+0700 (ICT)

การที่เราเป็นโรคตาดำอักเสบจะรักษาให้หายได้ไม่ค่ะ

จอย
IP: xxx.172.21.153
เขียนเมื่อ Tue Feb 24 2009 20:21:31 GMT+0700 (ICT)

สรุปแล้วค่าใช้จ่ายทั้งหมดเท่าไรคะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Tue Feb 24 2009 20:30:07 GMT+0700 (ICT)
  • เบิกได้ แต่จะต่างจากบัตร 30 บาท ที่เลนส์ต่างกันค่ะ
  • หมอกฤษดา รพ.ชุมพร ใจดีมากและอารมณ์ดีด้วยนะ
  • ถ้าเป็นรักษาเสียนะ  หายแล้วตาแจ๋วมากค่ะ

                             

จอย
IP: xxx.172.28.158
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 15:01:58 GMT+0700 (ICT)

ไม่ทราบเป็นตัวเลขเหรอคะ เพราะถามที่รพ. เขาก็ไม่กล้าบอก

(คาดว่าจะไปของรัฐ)คือมีประกันสังคมที่ รพ.เอกชน (ไม่ใช่เอกชนขั้น 1 ของ จังหวัด) แต่เพราะเท่าที่คุณหมอบอกต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ก้เลยจะไปรพ.รัฐที่มีอาจารย์หมอน่ะคะ และจะจ่ายเอง

ยังไม่กล้าเสี่ยงกับประกันสังคม เพราะคุณหมอจะพุดจากับเราไม่ดีนัก ทั้ง ๆ ที่เราก็จ่ายเข้าหลวงนะ (มันเป็นเรื่องน่าแปลกที่หมอรักษาด้วยประกันสังคมมักไม่ให้เกียรติผู้ป่วย) คือพร้อมจ่ายส่วนต่าง แต่กลัวเรื่องหมอมากกว่า

บางครั้งการตัดสินใจรักษากับคุณหมอท่านใด เหมือนรักแรกพบน่ะคะ คือถ้าเรารู้สึก ปิ๊ง เราจะไว้ใจ พูดยังไงเราก้เชื่อ แต่พอเราไม่ปิ้งครั้งแรก เราจะกลัวมากๆ เลยค่ะ

ก็เลยจะต้องวางแผนค่าใช้จ่าย

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 15:06:42 GMT+0700 (ICT)

ไม่ทราบตัวเลขค่ะ  เพราะเป็นข้าราชการ  แต่ทราบว่าประกันสังคมต้องเสียค่าเลนส์เพิ่ม  1,000 บาท ไปหาหมอตาที่ไว้ใจที่คลินิกก่อนค่ะ เป็นใบเบิกทางที่ดี  หมอเขาจะนัดไปทำที่รพ. ที่เหลือไม่ต้องจ่าย  อื่น ๆ ไม่ทราบจริง ๆ ค่ะ

จอย
IP: xxx.172.28.158
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 15:13:02 GMT+0700 (ICT)

ขอถามอีกนะคะ ว่า ทำไมเมื่อตาเริ่มมัวหรือไม่ชัดจึงยังไม่รักษาจนต้อกระจกเป็นถึง 60 %

สำหรับตัวเองนั้นไม่ทราบว่าเป็นกี่เปอรืเซ๋นต์แต่เพราะสายตาสั้นมากๆๆ 1200 อายุ 48 ปีแล้ว และแนวโน้มว่าหากรักษาได้ไม่ดี อาจตาบอด (หมายถึงไม่ควรตาบอดในอายุเท่านี้) เพราะการที่สายตาสั้นมากๆๆๆๆ จอประสาทตาหรืออะไรทำนองนี้จะบางมาก หมอจึงยังไม่อยากให้ผ่า จนกว่าจะรบกวนการดำรงชีวิต ตอนนี้รบกวนแล้ว จึงจะไปเริ่มรักษาในขั้นตอนที่อาจต้องผ่าตัด การรักษาขณะนี้ก็แค่หยอดตา และเพิ่มเลนส์สายตา ซึ่งถ้ามากกว่านี้ก็ต้องสั่งเลนส์จากเมืองนอก ไม่มีเงินแล้วล่ะค่ะ นี่ก็ต้องวางแผนการเงินถ้าไม่ใช้ประกันสังคม การที่เรามีcase มาก จึงไม่กล้าใช้ประกันสังคม เพราะรพ.ที่มีสิทธิไม่มีแผนกตา ต้องส่งต่ออีก รพ (เอกชนเช่นกัน) และที่นี่ไม่มีหมดตาประจำอีก ใช้หมอ รพ.รัฐ แล้วคิดดูว่าหมอจะเหนื่อยแค่ไหน

รบกวนหน่อยนะคะ เพราะตอนนี้เริ่มรบกวนการดำรงชีวิตแล้ว เลยต้องหาข้อมูลให้มากจึ้น

ขอบคุณค่ะ...

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Wed Feb 25 2009 15:18:18 GMT+0700 (ICT)

ไม่ทราบเรื่องต้อกระจกเลยค่ะ  เอะใจที่ทำไมเราต้องเปลี่ยนแว่นตาบ่อยมาก  จึงไปคลินิกหมอตา  หมอบอกเป็นต้อกระจก 80 % ช่วงนั้นปิดเทอมคุณหมอคิวยาวมาก  แต่ก็เห็นใจว่าใกล้จะเปิดเทอมจึงลัดคิวให้ค่ะ  ดวงตาเป็นหน้าต่างของหัวใจและเป็นทุกสิ่งทุกอย่างของเรา  อย่าลังเลนะคะไปหาหมอเถอะนะ  มีประกันสังคมสบายมาก  น้องสาวเขามีประกันสังคม  ผ่าตัดหมอก็ดูแลอย่างดี  โทรหาก็ได้ค่ะ  0896480763  สะดวกดี

จอย
IP: xxx.172.51.230
เขียนเมื่อ Tue Mar 03 2009 19:30:27 GMT+0700 (ICT)

เพิ่งไปหาหมอมาค่ะ (ไม่ใช่ประกันสังคม) เป็นต้อ 40 % เพราะตัวเองมีปัญหาสายตาที่สั้นมาก เลยต้องหาข้อมูลมากๆๆๆ คูณหมอว่าผ่าก็ได้ เพราะภาพมันซ้อนไปหมดแล้ว กำลังตัดสินใจว่าจะใช้ประกันสังคมดีหรือไม่ เพราะกล้วเรื่องการบริการของประกันสังคมนะคะ กล้วจริง ๆ แต่ก็จะไปหาหมอที่เราได้สิทธิ์ประกันสังคม ถ้าเรารู้สึกดีกับคุณหมอ ก็โอเค ก็คงผ่าตัดด้วยสิทธิประกันสังคม เสียดายเงินเหมือนกันถ้าจะจ่ายเอง อาจเพราะมีข่าวบริการที่ไม่ดีจากประกันสังคมมาก เลยกลัวค่ะ

อยากมีชีวิตที่สดใส เหมือนกัน

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Tue Mar 03 2009 19:34:58 GMT+0700 (ICT)

ฝากพิเศษกับคุณหมอท่านนั้นแหละค่ะ เขาทำงานที่รพ.ใช้ประกันสังคมนั่นแหละ "สิ่งที่เราเห็น  อาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดก็ได้" ตอนไปทำก็ฝากพิเศษหมอนะ จ่ายพิเศษ 2 พัน  ใช้บริการของข้าราชการ  เขาจะดูแลเราพิเศษ  น้องสาวใช้ประกันสังคม  จ่ายพิเศษหมอ เขาก็ดูแลอย่างดี  ใช้สิทธิเถอะเสียดายเงินนะคะ

จอย
IP: xxx.172.103.113
เขียนเมื่อ Fri Mar 06 2009 22:13:54 GMT+0700 (ICT)

ชอบคุณนะคะ ที่เป็นเพื่อนคุย

ตกลงคงใช้ประกันสังคมคะ เพราะประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมโรคนี้ให้เพราะทำมาไม่ถึง 2 ปี เขาว่าเป็นโรคต่อเนื่อง

ตกลงเรื่องใหญ่ ต้องรักษาจอประสาทตาก่อน แล้วจึงสลายต้อและเปลี่ยนเลนส์ บังเอิญเปลี่ยนโรงพยาบาล เพราะที่เดิมไม่มีแผนกตา มาที่ใหม่ มีผลวันที่ 16 มี.ค.นี้ ถ้าจะรักษาก่อนวันที่ 16 ต้องให้ที่เก่าส่งตัวมา ในทุกครั้งที่มาพบแพทย์ ไม่ไหวๆๆ ไม่สะดวก

1. เป็นโรงพยาบาลเอกชน คะ....จะให้คุณหมอพิเศษจะน่าเกลียดไหม

2. ใช้เวลาพักฟื้นจริง ๆ ประมาณกี่วัน คุณหมอพูดแบบอยากให้รักษาเร็ว ๆ แต่เราต้องพร้อมเรื่องสิทธิ์ เรื่องตัวเองก่อน มีเวลาให้คุณหมอ ตั้งแต่ 10 เม.ย. -31 พค. น่าจะพอนะ

3. ครูแอ๋ม ใช้เลนส์แบบไหนคะ

สิ่งที่กลัวที่สุดคือผลข้างเคียง คือ ตาบอด หรือต้องรักษาซ้ำ เพราะเป็น case พอสมควร ถึงคุณหมอว่าไม่หนักใจ แต่ตอนคุณหมอตรวจ ปฏิกิริยาก็รู้แล้วว่า ไม่ง่ายหนัก

ขอบคุณค่ะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Fri Mar 06 2009 22:22:58 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ  ไม่ทราบเรื่องเลนส์นะคะ  รู้ไหมคุณหาหมอช้าไปนะจอประสาทตาเริ่มเสื่อมแล้ว  แต่ก็ยังดีที่ไปหาตอนนี้  ใช้ประกันสังคมดีแล้ว  การให้พิเศษหมอ (เพราะเราเข้ารพ.ไม่ได้จ่ายเงิน) 2-3 พันก็พอค่ะเพื่อว่าเขาจะได้เอาใจใส่และดูแลเราหลังผ่าตัดแล้ว  ถ้าเราปฏิบัติตามหมอแนะนำก็หายเร็วค่ะ  เชื่อไหม  อาทิตย์เดียวเราก็ใช้คอมแล้ว คุณหมออนุญาตแต่อย่าใช้ให้นานเกิน  15  วันก็ไปทำงานแล้ว  แต่หลีกเลี่ยงงานที่คุณหมอไม่ให้ทำนะ  อีก 2 เดือนก็จะครบปีแล้ว เอาใจช่วยนะคะ  ทำใจให้สบายอย่าเครียด การแพทย์สมัยนี้ทันสมัยมาก มั่นใจว่าต้องดีกว่าเดิมแน่นอน  อยากคุย ใช้โทรศัพท์ 0896480763 หรือ e-mail : skranwis@hotmail.com

จอย
IP: xxx.172.99.38
เขียนเมื่อ Mon Mar 23 2009 12:53:52 GMT+0700 (ICT)

เมื่อวันจันทร์ที่ 16 มี.ค. ไปยิงเลเวอร์ที่ตาแล้วค่ะ ด้วยการใช้ประกันสังคม คุณหมอบอกแล้วว่าจะปวด จริงค่ะยิง 2 ข้างเป็น 100 ครั้ง ปวดแบบตาจะระเบิดออกมาเลย

หมออาจจะดุนิดหน่อย ก้เราปวดนี่คะ โดนดุเป็นระยะจนต้องให้พยาบาลมาช่วยกดหัวเพื่อไม่ให้เราขืน

แต่ที่ไม่ประทับใจคือ พอยิงเสร็จ เรากลับไม่ได้พบหมอ เพื่อรับคำแนะนำใด ๆ และด้วยที่เราก้เจียมตัวที่รักษษไม่เสียเงิน (มันมีปฏิกริยาออกมาจากพยาบาลทำให่เราไม่กล้าพูดอะไร เลยเข้าใจว่าทำไม บางครั้งการรักษาด้วยประกันสังคมจึงมีปัญหา เพราะการที่คนไทยขี้เกรงใจ เจียมตัว) แต่ก็ยังดีว่า เข้าใจเองว่าตอนนี้การรักษาคงไม่มีปัญหาอะไร เพราะตาเราก็ยังมีปัญหาเหมือนเดิม คือตอนนี้ยิงเพื่อรักษาจอประสาทตา แต่ที่แน่ ๆ ตอนนี้แพ้แสงมากเลยค่ะ สู้แสงไม่ได้ หมอนัดอีก 1 เดือน ก็คงต้องใช้เวลาทบทวนว่าควรรักษาต่อด้วยการรักษาฟรีแบบประกันสังคมหรือไม่ ถ้าบรรยากาศแบบพูดอะไรไม่ได้อย่างนี้ มันไม่สบายใจและทำให้ขาดความเชื่อมั่น คือหมอเองก็เป็นคนที่เงียบมากเลย

เล่าให้ฟังค่ะ ว่าไปเจออะไรบ้าง ปวดจริง ๆ ค่ะ ออกมานี่แอบร้องไห้คนเดียว มันอัดอั้นที่ความปวด และเราไม่มีโอกาสพบหมอเลย คือเมื่อเขาไม่ให้พบ เราจะทำอย่างไร อีกอย่างเราก็กลัวว่ามันจะเป็นทัศนคติทางลบต่อกัน เพราะอาจต้องรักษาอีกนาน

.....ไม่ค่อยสบายใจเท่าไรเลยค่ะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Tue Mar 24 2009 09:07:04 GMT+0700 (ICT)

เข้าใจและเห็นใจนะคะ  เวลาเราเจ็บป่วยเราก็อยากจะได้สิ่งดี ๆ ช่วยเป็นน้ำหล่อเลี้ยงกใจเรา   อดทนนะคะ เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Sat Apr 04 2009 13:28:40 GMT+0700 (ICT)

สังเกตอาการต้อกระจก
 ทราบหรือไม่ว่าเมื่อไหร่ ถึงรู้ว่าเป็นต้อกระจก วันนี้เดลินิวส์ออนไลน์มีวิธีสังเกตมาบอก...

- ตามัวลง เห็นภาพพร่ามัวหรือเลือนลาง เนื่องจากเลนส์เป็นฝ้าขุ่นจนสายตาไม่สามารถโฟกัสได้โดยมากจะค่อย ๆ มัวลงทีละน้อย นอกจากอุบัติเหตุหรือโรคบางชนิด อาจมัวได้อย่างรวดเร็ว

- ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย เพราะสายตาสั้นมากขึ้น คือการมองไกลจะไม่ค่อยชัด และการมองระยะใกล้จะชัดเจนกว่า พบในต้อกระจกบางชนิด

- มีปัญหาการมองเห็น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่แสงจ้า หรือการมองดวงไฟในเวลากลางคืน

- ตาข้างหนึ่งอาจเห็นภาพซ้อน ซึ่งเกิดจากแสงที่กระทบเรตินากระจายออกหลายจุด

- มองเห็นสีต่าง ๆ เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะสีเหลือง

- ปวดตาและมีต้อหินแทรก อาการนี้อันตรายมาก เพราะสายตาจะมัวไปเรื่อย ๆ และแก้ไขให้มองเห็นใหม่ได้ยากหรือบางครั้งไม่ได้เลย

รู้อย่างนี้แล้ว ลองหันสังเกตอาการกันดูว่าเป็นต้อกระจกกันหรือเปล่า.
 

แหล่งอ้างอิง

จอย
IP: xxx.172.53.59
เขียนเมื่อ Thu Apr 23 2009 13:10:53 GMT+0700 (ICT)

กำหนดผ่าต้อ วันที่ 27-28 เม.ย นี้เลยค่ะ หลังจากจอประสาทตาโอเคแล้ว ผ่าวันละข้างหมอบอกผ่า 2 ข้างเลย เพราะถ้าเอาข้างเดียว อีกข้างจะสั้นอยู่ ซึ่งจะตลกในการดำรงชีวิต เพราะสายตาสั้น 2000 และ1000 ถ้าเหลือข้าง ก็ต้องใส่เลนส์หรือแว่น ฬึ่ฝคฝไม่น่าสนุกนัก จึงจะทำให้เป็น 0 แล้วใส่แว่นเวลาอ่านหนังสือ เข้า รพ,เช้า ผ่าบ่าย ก็ไม่รู้ว่าจะมีขั้นตอนอะไรดูง่าย ๆ จังค่ะ

พยายบาล ว่าไม่ต้องเจาะเลือด เอายาที่ทานประจำมาด้วย

อย่างเมื่อวาน เป็นครูค่ะ หมอให้ผ่าบ่ายเลยแล้วก็admitเลย เพราะเห็นว่าจะเปิดเทอมแล้ว

ตกลงใช้ประกันสังคม จ่ายส่วนเกิน ข้างละ 10000 สำหรับเลนส์แบบพับได้ ราคา 14000 ประกันสังคมจ่ายให้ ข้างละ 4000 ก็เลยต้องจ่ายเพิ่ม 20000

เขาก็ให้ทำสัญญาว่าเรายินดีจ่ายส่วนต่างตรงนี้ หมอว่าผ่าไม่เจ็บ ที่ยิงเลเซอรืเจ็บกว่า

ฟังแล้วค่อนยังชั่ว เพราะมันเจ็บจริง ๆ ใช้เวลาผ่า 30-60 นาที

ก็ไม่คิดอะไรมากเท่าไรแล้วค่ะ เพราะถ้าไม่ผ่า ก็จะเห็นภาพซ้อนอย่างร้ายแรงเลย แค่กังวลเรื่องการดูแลตัวเอง ที่เราต้องผ่า 2 ข้าง ที่บ้านติดถนนฝุ่นเยอะแล้วช่วงนี้เป็นภูมิแพ้จากฝุ่นและอากาศที่สกปรก แต่หมอก็ว่าไม่ใช่อุปสรรค ดูเหมือนทุกอย่างง่ายมากเลย ก็เอาเถอะ ผ่าก็ผา จะให้ทำอะไรก็ทำ หมอว่าบางคนปิดตาข้างเดียว ขับรถกลับบ้านเองเลย

ทำไมครูแอ๋มผ่าข้างเดียว นอนตั้ง 3 วัน นี่ผ่า 2 ข้าง น่าจะนอนสัก 2-3วันเท่านั้น

เวลาผ่า เรายังเห็นการทำงานของหมอใช่ไหม นากลัวไหมคะ ตอนหมอเอาเบ้าตามาใส่นี่ก็น่ากลัวเหมือนกันนะคะ

และแสดงว่าเมื่อผาแล้วเราก็จะเห็นแจ๋วเลยใช่ไหมคะ น่าตื่นเต้นจัง

ยังไง ช่วงหลังผ่าตัดอาจโทรหาครูแอ๋ม ตามเบอร์ที่ให้นะคะ

ขอบคุณค่ะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Thu Apr 23 2009 14:30:32 GMT+0700 (ICT)

ดีใจด้วยนะคะ  ขอเอาใจช่วย รักษาสุขภาพให้แข็งแรงนะคะ  เชื่อฟังคุณหมอ  โทรมานะคะ เอาใจช่วยค่ะ  ดีใจมากนะนี่

จอย
IP: xxx.172.7.234
เขียนเมื่อ Thu May 07 2009 11:08:21 GMT+0700 (ICT)

วันนี้แอบเปืดเมล์แป๊ปนึง เลยแวะมาทัก ผ่านไปแล้วเ 7 วัน ภาพชัดมากเลยนะคะ แตตอนนี้รอสายตาปรับสถาภ ค่อยตัดแว่น โลกสดใสขึ้นมาค่ะ แม้จะไม่ 100 % เพราะหมอว่าสภาพตาของเรามันก็ไม่สมบูรณ์แย่แล้ว

ไว้พักสายตามากกว่านี้จะเข้ามาคุยใหม่นะค ขอบคุณครูแอ็ม ที่เป็นแรงบัยดาลฝจ ให้เร่งรีบรักษา .......ขอบตุณค่ะ

หยั่งราก ฝากใบ
เขียนเมื่อ Thu May 07 2009 11:28:43 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ ค่ะ

อธิบายละเอียดมากเลยค่ะ วันต่อวัน พี่สาวกำลังจะไปผ่าตัดต้อกระจกพอดีเลยค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Thu May 07 2009 19:00:15 GMT+0700 (ICT)

ดีใจกับคุณจอย เห็นไหม?ทำแล้วจะเห็นว่า โลกนี้สดใสมาก ๆ รักษาสุขภาพหายเร็ว ๆ นะคะ

จอย
IP: xxx.172.52.103
เขียนเมื่อ Tue May 26 2009 19:50:18 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

วันนี้ไปหาหมอ ครบ 1 เดือน ทุกอย่างเรียบร้อย ล้างหน้า ไม่ต้องครอบตาแล้ว และให้ไปตัดแว่นอ่านหนังสือได้ ก็เลยเริ่มมาใช้คอม ฯ ให้นานกว่าเดิมสักหน่อย คุณหมอเปลี่ยนยาหยอดตาและให้หยอดอีกระยะ ก็ประมาณ 1 ขวดที่ให้มา และนัดอีก 2 เดือน ดีใจจังที่จะทำอะไรได้แบบเดิม วันนี้เลยเขียนมานะคะ ฝึกสายตาไปด้วย

ขอบคุณค่ะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Tue May 26 2009 20:08:10 GMT+0700 (ICT)
  • ดีใจด้วยนะ
  • ตอนนี้ชีวิตคงจะมีความสุขมาก
  • งานนี้ต้องขอบคุณคุณหมอถ้าไม่มีเขาเราก็คงไม่มีความสุขอย่างนี้หรอก
จอย
IP: xxx.172.18.148
เขียนเมื่อ Thu Jun 18 2009 21:00:21 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

วันนี้แวะมาทักค่ะ ตอนนี้เริ่มคุ้นเคยกับสายตามากขึ้น แต่รู้สึกว่ายังไม่ 100 % เช่นบางทีรู้สึกว่าตามันตึง ๆ แต่ก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงค่ะ ใช้คอมฯได้มากขึ้น แต่รู้สึกว่าการสู้แสงต่าง ๆยังไม่ดี ต้องใส่แว่นตากันแดดตลอดเลยค่ะ

ครูแอ๋มสบายดีนะคะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Thu Jun 18 2009 21:03:21 GMT+0700 (ICT)

สบายดีค่ะ  อีกหน่อยก็ชินนะคะ  แต่คงสู้แสงไม่ได้ตลอด  รักษาสุขภาพนะคะ

คนจน
IP: xxx.172.218.153
เขียนเมื่อ Mon Oct 26 2009 04:55:27 GMT+0700 (ICT)

ถ้าหากใครพอมีเงิน ควรใช้เงินไม่ควรใช้ประกันสังคมอาตมาเป็นพระไปตรวจแล้วหมอทำเรื่องให้กลับไปผ่าที่รพ.บัตรทองจะครบปีแล้วยังไม่ได้ผ่าเลย เพราะไม่มีเงิน ตามหลักธรรมแล้วให้เสียทรัพย์เพื่อรักษาอวัยวะ และให้เสียสละอวัยวะเพื่อรักษาชีวิต ถ้าหากพอมีเงินแล้วใช้เงินเถอะโยม

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Mon Oct 26 2009 09:34:56 GMT+0700 (ICT)

เป็นกำลังใจให้ค่ะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Sun Nov 15 2009 09:14:27 GMT+0700 (ICT)

เปลี่ยน 'เลนส์แก้วตาเทียม' ใหม่
เลือก 'ชนิดนิ่ม' หรือ 'แข็ง' ดี?

โรคต้อกระจกเป็นความเสื่อมที่เกิดขึ้นตามวัย ทำให้ผู้ป่วยมีอาการตามืดมัว ฝ้าฟาง มักพบในผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป ใน แต่ละปีมีผู้ป่วยจำนวนมากได้รับการรักษาด้วยการผ่าตัด และใส่ “เลนส์แก้วตาเทียม” ซึ่งมีทั้งชนิดนิ่ม “พับได้” และชนิดแข็ง “พับไม่ได้”

คลิก!!เข้าไปศึกษา

นัทวัส สุภาพิชญกุล
IP: xxx.164.244.217
เขียนเมื่อ Tue Dec 01 2009 14:10:40 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

(อายุ 20 ปี) ผมมีปัญหาเกี่ยวกับตา คือเวลานั่งต่อหน้าคอมฯ มีอาการเคืองตา น้ำตาไหล ตาแดงและเวลาขับรถจักรยานยนต์ไปซื้อของที่ตลาดใกล้บ้านผมไม่ใส่แว่นกันลมโดยที่ขับรถช้ามาก แต่เคืองตามากและมีน้ำตาไหลหลังจากนั้นตาแดง ปกติแล้วเพื่อนขับรถไปกลับระยะทางไกลมากโดยที่ไม่ใส่แว่นกันลม(ป้องกันตา)แต่ตาเพื่อนไม่ได้มีอาการอะไรเลย อยากรู้ว่าผมเป็นโรคตาอะไรครับ

และควรรักษาอย่างไรขอคำแนะนำด้วยครับเพื่อจะได้รักษาทันก่อนที่จะสายเกินไป

ขอความกรุณาตอบกลับด้วยครับ

ขอบคุณมากครับ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Tue Dec 01 2009 14:14:05 GMT+0700 (ICT)

แนะนำให้ไปพบจักษุแพทย์  คนเดียวที่จะตอบได้  รักษาสุขภาพนะจ๊ะ ไปหาหมอเร็วเดี๋ยวจะสายไป  โชคดีนะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Mon Feb 22 2010 10:31:02 GMT+0700 (ICT)

อย่าปล่อยให้ตาคู่สวย!ต้องป่วยเลยนะ 
  
 อากาศยิ่งแห้ง คนทำงานออฟฟิศก็ยิ่งเสี่ยงกับตาแห้ง ไปจนถึงต้อลมจากแรงลมรวมทั้งแอร์ และตาล้าจากการเพ่งหน้าจอคอมฯ นาน ๆ


 คลิกเข้าไปอ่านตามลิงค์
 

nat_ya
IP: xxx.24.181.248
เขียนเมื่อ Wed Mar 24 2010 15:43:38 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ พอดีได้เข้ามาอ่านกระทู้ในนี้ น่าสนใจค่ะ พอดีมีนัดผ่าตัดตาเหมือนกันค่ะเกี่ยวกับกล้ามเนื้อตาเริ่มจะขี้เกียจทำงาน คุณหมอก็เลยนัดผ่าตัดปลายเดือนเมษายน ปี53 นี้ มีใครพอจะทราบเรื่องค่าใช้จ่ายมั้ยคะพอดีใช้ประกันสังคมอยู่ค่ะ ไม่ทราบว่าจะต้องจ่ายส่วนต่างด้วยหรือเปล่าเพราะทางโรงพยาบาลไม่ได้บอกอะไรเลย แล้วระยะเวลาหลังจากทำการผ่าตัดแล้วต้องรักษาอีกนานเท่าไหร่เพราะต้องทำงานอยู่หน้าจอคอมพ์ตลอด ก็เลยกลัวว่าจะมีปัญหาเรื่องงาน ส่วนเรื่องคุณหมอที่ทำการรักษาคิดว่าตัวเองโชคดีที่เจอคุณหมอใจดี ใครพอจะทราบรายระเอียดรบกวนช่วยบอกด้วยนะคะ ตามอีเมล์ที่ให้ไว้ก็ได้ค่ะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Mon Mar 29 2010 20:35:59 GMT+0700 (ICT)

6 ข้อสังเกตอาการต้อกระจก

ต้อกระจกเป็นปัญหาที่พบได้ทั่วไปในผู้สูงอายุ และอาจพบบ้างในวัยอื่นๆ ต้อกระจกเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโปรตีนภายในเลนส์ตา และหากเกิดร่วมกับบางโรคอาจทำให้เลนส์ขุ่นขึ้นได้เร็วกว่าปกติ เช่น เบาหวาน เป็นต้น ซึ่งในระยะแรกผู้ป่วยมักไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ แต่ก็มีอาการที่พอสังเกตได้ดังนี้

1. ตามัวลง เห็นภาพพร่ามัวหรือเลือนลาง เนื่องจากเลนส์เป็นฝ้าขุ่นจนสายตาไม่สามารถโฟกัสได้โดยมากจะค่อยๆมัวลงทีละ น้อย นอกจากอุบัติเหตุหรือโรคบางชนิด อาจมัวได้อย่างรวดเร็ว

2. ต้องเปลี่ยนแว่นบ่อย เพราะสายตาสั้นมากขึ้น คือการมองไกลจะไม่ค่อยชัด และการมองระยะใกล้จะชัดเจนกว่า พบในต้อกระจกบางชนิด

3. มีปัญหาการมองเห็น โดยเฉพาะเมื่ออยู่ในที่แสงจ้า หรือการมองดวงไฟในเวลากลางคืน

4. ตาข้างหนึ่งอาจเห็นภาพซ้อน ซึ่งเกิดจากแสงที่กระทบเรตินากระจายออกหลายจุด

5. มองเห็นสีต่างๆ เปลี่ยนไปจากเดิม โดยเฉพาะสีเหลือง

6. ปวดตาและมีต้อหินแทรก อาการนี้อันตรายมากค่ะ เพราะสายตาจะมัวไปเรื่อยๆ และแก้ไขให้มองเห็นใหม่ได้ยากหรือบางครั้งไม่ได้เลย

ถ้าเริ่มมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นกับตาของคุณ ควรรีบปรึกษาจักษุแพทย์ใกล้บ้าน และหากคุณมีอายุมากกว่า 60 ปี อย่าลืมตรวจตาเป็นประจำทุกๆ ปีนะคะ

ที่มา : ข้อมูลจากชีวจิต

http://variety.teenee.com/foodforbrain/10746.html

ปัท
IP: xxx.6.183.164
เขียนเมื่อ Sat Mar 02 2013 12:40:12 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีคะ ตอนนี้หนูกำลังหาข้อมูลอาการต้อกระจกอยู่ เพราะแม่ของหนูอาจจะเป็น กำลังจะพาแม่ไปตรวจอีกโรงพยาบาลให้แน่ใจ แต่แม่หนูกลัวว่าผ่าตัดแล้ว ภายหลังอาจจะทำให้ตามองไม่เห็นอีกเลย และแม่ก็กลัวว่าจะทำตามที่หมอแนะนำไม่ได้ หนูอยากทราบว่าหลังจากที่ครูแอ๋มผ่าตัดแล้วจนถึงปัจจุบันยังมองเห็นชัดเจนใช่ไหมคะ อยากให้แม่หาย มองชัดเหมือนเดิม แม่หนูยังอายุไม่มาก ประมาณ 50 แต่ตามัวไปข้างนึง มองเห็นชัดเป็นบางคราว ขอคำแนะนำด้วยนะคะ

ครูแอ๋ม
เขียนเมื่อ Sat Mar 02 2013 21:09:59 GMT+0700 (ICT)

แนะนำให้ไปพบหมอด่วน  อย่ากังวลและกลัวเพราะจะทำให้แม่หมดกำลังใจ  หมอสมัยนี้เก่ง และบัตรทองหรือ ๓๐ บาท เขาก็รักษาเหมือนกับคนที่เบิกได้ทุกอย่าง เพราะเห็นตัวอย่างมาแล้ว  เป็นกำลังใจให้นะ

เบิ๊ส
IP: xxx.204.164.206
เขียนเมื่อ Tue Apr 08 2014 22:23:52 GMT+0700 (ICT)

ขอสอบถามครับ ว่า แม่ผม ผ่าตัดเปลี่ยนเลนส์มา นานล่ะ ปะมาน 5 เดอน แต่ ไหม ออกไม่หมด เหลือ 1เส้น ไปหาหมอทีไร หมอบอกว่า ไม่เป็นไรๆๆๆ แล้วไหมเส้นนั้น มานอยู่มานาน ประมาน 3 เดือนได้แล้วครับ แล้วแม่มีอาการ คือเคืองตา ไปหาหมอๆก็บอกว่า ไม่เป็นไร เดียวไห้มันออกมาเอง แล้วก็เอาออก *******ผมอยากถามว่า ตาจะเป็นอะไรไหม จะเกิดผลข้างเคียงกับตา แม่ผมไหม แล้ว ทำอย่างไรดีครับ รบกวนสอบถามผู้รู้ทุกท่านเลยนะครับ ****

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์
 
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    บันทึกก่อนนี้
    บันทึกใหม่กว่า