สมาชิก
แลกเปลี่ยน

รู้จัก หมอเขียว

ลีลาชีวิตที่แปลกแตกต่างจากผู้คนในสังคม เดินทางอย่างมีจุดหมาย ด้วยความชัดเจนในอุดมการณ์ ทำอย่างไรให้เกิดคุณค่าทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น เป็นอีกสีสันชีวิตที่ชวนติดตาม

รู้จัก  หมอเขียว

 

  ก่อนที่จะนำเสนอวิธีการดูแลสุขภาพ ธรรมชาติบำบัด ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง  ที่ใช้หลักการดูแลสุขภาพ  ๘  อ. คือ อิทธิบาท, อารมณ์, อาหาร, อากาศ, ออกกำลังกาย, อิริยาบถ-เอนกาย, เอาพิษออก และอาชีพอันถูกตรง  โดยเน้นการพึ่งตนเองเป็นหลัก

ขอแนะนำ หมอเขียว หมอชาวบ้าน ก่อน ค่ะ  

 

ชื่อ นายสำเริง มีทรัพย์

เกิด จังหวัด มุกดาหาร

การศึกษา

: วิทยาศาสตร์ สุขภาพ สาขาสาธารณสุข
: วิทยาศาสตร์ สุขภาพสาขาบริหารสาธารณสุข จากมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมธิราช

การทำงาน

วิทยากรเครือข่ายกสิกรรมไร้สารพิษแห่งประเทศไทย (คกร.)

วิทยากรด้านการป้องกันยาเสพติด จังหวัด มุกดาหาร

ครูฝึกแพทย์แผนไทย

ศึกษาแพทย์ทางเลือกจากประเทศไต้หวันและมาเลเซีย

นักวิชาการสาธารณสุข

 

*** ความใฝ่ฝันที่สวนทางกับความจริง

ตั้งใจไว้ว่าจะไม่ทำงานโรงพยาบาลเพราะรู้สึกกลัวเชื้อโรคมาก  ผมอยากเป็นทหาร  มีค่านิยมว่า เป็นทหารแล้วโก้ อวดสาว ๆ ได้  ผมสอบได้ทหารอากาศ แต่ตอนรายงานตัวผมไปไม่ทันเลยอดเรียน และมาสอบติดสาธารณสุข เลยต้องทำงานรักษาคน  อาจเป็นเพราะวัยเด็กเราซึมซับมาตลอดว่า  พ่อนอกจากเป็นครูแล้ว ยังเป็นหมอสมุนไพรด้วย   พ่อรักษาช่วยชีวิตผู้อื่นให้เราเห็นอยู่เสมอ  เราเคยเห็น คนถูกงูกัดซึ่งทางโรงพยาบาลรักษาไม่หาย  บางคนอาการปางตาย แต่มาหาพ่อ แล้วหาย  โดยพ่อใช้สมุนไพรรักษา

 

พอเรียนจบผมรับราชการที่โรงพยาบาลหว้านใหญ่  จังหวัดมุกดาหาร อยู่ฝ่ายส่งเสริมสุขภาพ   ผมทำ โครงการเรื่องเด็กขาดสารอาหาร เรื่องยาเสพติด บุหรี่ ทำกับชาวบ้านเป็นส่วนใหญ่ ทำไปทั้งที่ไม่มี งบประมาณ แต่เห็นว่าโครงการนี้มีประโยชน์ ก็ตั้งใจมุมานะทำ   ในปีแรกผมก็ได้รับคัดเลือก เป็น ข้าราชการดีเด่น ของโรงพยาบาลเมื่อปี ๓๖   ทำไปสักพักเห็นคนเจ็บป่วยจากโรคมะเร็ง เบาหวาน ความดัน หลายโรคที่เรื้อรังรักษาไม่หาย หรือแม้แต่ไม่ใช่โรคเรื้อรัง เช่น โรคกระเพาะอาหาร ก็รักษาไม่หาย

 

ผมเริ่มสนใจเรื่องเส้นเอ็น  เรื่องแพทย์แผนไทย  โดยเริ่มบุกเบิกโครงการแพทย์แผนไทยขึ้น ในโรงพยาบาล หว้านใหญ่ เพราะเห็นว่าชาวบ้านน่าจะพึ่งตนเองได้ ผมเชิญหมอพื้นบ้าน  ไปเป็นวิทยากร อบรม อ... สาธารณสุข   เราก็ถือโอกาสเรียนด้วย ผมทำหลาย ๆ เรื่องในด้าน แพทย์แผนไทย  เริ่มจากเรื่องนวดและการใช้ยาสมุนไพร ทำให้ได้พื้นฐานตรงนั้น   จึงเริ่มเห็นทางออก ของสุขภาพ

 

ต่อมาคุณหมอเพ็ญนภา ทรัพย์เจริญ ได้เข้ามาส่งเสริมให้ทำโครงการนี้ต่อเนื่อง จนมีโรงอบสมุนไพร ที่โรงพยาบาล   ผมส่งน้องในฝ่ายฯ มาอบรมเป็นครูฝึกแพทย์แผนไทยแล้วกลับไปทำงาน  รวมทั้งส่ง เจ้าหน้าที่ที่เป็นคนงานมาฝึกนวดฝ่าเท้าเพื่อกลับไปบริการชุมชน  ตรงนี้เป็นการเริ่มต้นของงานต่าง ๆ

 

*** พบต้นเหตุของโรค

จากจุดที่ทำเรื่องบุหรี่ ผมมีโอกาสมาดูงานที่โรงพยาบาลมิชชั่น คอร์สเลิกบุหรี่ ๕ วัน ได้แนวคิด กลับไปประยุกต์ใช้ ได้ผลดีเพิ่มขึ้นช่วยให้คนเลิกสูบบุหรี่ ทำให้สุขภาพดีขึ้น  ทำให้มีโอกาสเสนอ ผลงาน ให้จังหวัดอื่นรับรู้   ผมจึงได้รับเชิญไปเป็นวิทยากรตามที่ต่าง ๆ ทำไปเรื่อย ๆ ก็เจอความเครียด จากคน ที่เคยเข้าคอร์สเลิกสูบบุหรี่ได้แล้วก็หันกลับไปสูบอีก ส่วนใหญ่เขาบอกว่า เพราะความเครียด ต้องใช้บุหรี่คลายเครียด

 

ต่อมาผมก็เริ่มค้นหาสาเหตุว่าความเครียดเกิดจากอะไร  ค้นไปค้นมาพบว่า  ความเครียดเกิดจาก กิเลสนี่เอง  ก็ตรวจตัวเองว่ามีไหม เพราะเราก็เครียดเหมือนกัน ผมเริ่มเห็นความจริงว่า กิเลสทำให้ เครียด ทำให้ทุกข์

 

*** ค้นพบสัจธรรมชีวิต

เริ่มสนใจอ่านหนังสือธรรมะ  อ่านหมดทั้งของท่านพุทธทาส  หลวงปู่เทสก์  อาจารย์ชา และธรรมะ ของชาวอโศก  เข้าใจเหตุของความเครียดว่ามาจากตัวโกรธ  ตัวโลภ  ตัวหลงโลกธรรม  อยากให้เขา คิดเหมือนเรา  อยากรวย  อยากได้โน่นได้นี่  หลงดี  ยึดดี  อยากให้คนอื่นได้ดี  ไม่อยากให้เขามาว่าเรา อยากให้คนเคารพสรรเสริญ  อยากได้ ๒ ขั้นแม้ได้ ๒ ขั้นมาก็ทุกข์เพราะต้องแก่งแย่งกัน  ตอนได้มา ก็สุขนิดหน่อยแล้วก็ทุกข์อีกเพราะอยากอวด  เมื่อเริ่มเข้าใจธรรมะก็รู้สึกถึงความเครียดที่ลดลง  เริ่มมี ความสุขมากขึ้น

 

ปี ๒๕๔๐  คุณสัญชัย ตุลาบดี ข้าราชการสาธารณสุข  จังหวัดมุกดาหาร เห็นว่าผมทำโครงการ แก้ปัญหา ความยากจน เด็กขาดสารอาหาร เรื่องการมีอยู่มีกิน ยาเสพติด ท่านก็สนับสนุนงบให้ และ ชวนไปงานอบรมธรรมที่ศีรษะอโศก  จังหวัดศรีสะเกษ  บอกว่าที่นั่นมีโครงการอบรมจริยธรรม  มีกสิกรรมไร้สารพิษ ซึ่งผมชอบอยู่แล้ว และกำลังหาความรู้เพิ่มเติม

 

ก่อนหน้านั้น  ผมเคยไปดูงานของพ่อผาย  พ่อคำเดื่อง  พ่อสุทธินันท์ ที่บุรีรัมย์ ซึ่งเขาก็นำศาสนา เข้ามาแก้ปัญหา  พาลดละอบายมุขเหมือนกัน ก็เริ่มชัดขึ้น  เราก็เคยพาชาวบ้านทำ  เคยคิดว่า  เราเป็น นักพัฒนาที่เก่ง  เราแน่  พาคนให้มีกินมีอยู่  พาให้เด็กไม่ขาดสารอาหาร  พาคนเลิกอบายมุข เหล้า บุหรี่ มีสุขภาพแข็งแรง  ซึ่งความจริงเมื่อเขาเลิกแล้วก็น่าจะจบปัญหาเสียที แต่มันไม่ใช่ อย่างนั้น  พอเขามีฐานะดีขึ้น เขาก็ลืมตัวหันกลับไปหาเหล้าบุหรี่  การพนัน  หวย  การเที่ยวเตร่ต่าง ๆ   เราเคยคิดว่า การมีรายได้จะแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง แต่แล้วก็รู้ว่าความจริงมันยังไม่ใช่

 

(มีต่อ)

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: หมอชาวบ้าน รักษ์สุขภาพ 
· หมายเลขบันทึก: 181019 · เขียน:  
· ดอกไม้:
2
 · ความเห็น:
40
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
พรรณี
เขียนเมื่อ Fri May 09 2008 17:27:56 GMT+0700 (ICT)

*** ศีรษะอโศกผ่าทางตัน

เมื่อไปถึงศีรษะอโศก ได้พบในสิ่งที่ไม่เคยพบ คนเป็นพัน ๆ แต่ไม่มีใครกินเหล้า สูบบุหรี่ ไม่มีใครด่าว่ากัน ทำไมคนที่นี่เขาสงบ ใส่ชุด ม่อห้อม* กันแทบทุกคน ผู้หญิงนุ่งผ้าถุง หลายคนมีการศึกษาสูง เป็นหมอบ้าง เป็นครูบ้าง เป็นพยาบาลบ้าง แต่งตัวเป็นชาวบ้านเหมือนกันหมดเลย ต่างก็ไม่ถือเนื้อถือตัว ผมรู้สึกประหลาดใจมาก พวกเขามีวิชาอะไรก็ถ่ายทอดให้หมด ไม่ว่าจะเป็นวิชา เพาะเห็ด ทำจุลินทรีย์ ทำปุ๋ย ทำกสิกรรมไร้สารพิษ เขาถ่ายทอดอย่างไม่ปิดบังเลย ไปจุดไหน เขาก็ต้อนรับอย่างดี เราทึ่งมาก ถ้าคิดเป็นค่าวิชา แต่ละวิชาคงแพงมาก แต่พวกเขาเสียสละ ให้โดยไม่รับค่าตอบแทนใด ๆ

ที่นี่ได้เห็นคนมีน้ำใจ มีศีล ลดละอบายมุข เราได้พบทางออกว่า สังคมอย่างนี้มันใช่เลย เป็นสังคม ที่เราค้นหา ที่เรากำลังตัน ๆ อยู่ ต้องอย่างนี้แหละจึงจะแก้ปัญหาได้

(มีต่อ) 

* คำว่า ม่อฮ่อม เขียนได้หลายแบบ เช่น ม่อห้อม,หม้อฮ่อม,หม้อห้อม ซึ่งแล้วแต่ใครจะนำมาใช้ แต่ ความหมายที่แท้จริงนั้น เหมือนกันทุกคำ คือ เสื้อผ้าที่มีสีครามที่เกิดจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษชาวไทย เป็นการใช้ผ้าฝ้ายที่ได้จากการทอ ย้อมด้วยสีครามที่ได้จากต้นฮ่อมหรือต้นคราม จะได้ผ้ามีสีเดียวกันตลอดทั้งผืน

พรรณี
เขียนเมื่อ Sat May 10 2008 10:06:17 GMT+0700 (ICT)

*** มังสวิรัติ ธรรมาวุธหมายเลข ๑

 ก่อนหน้านี้เคยลองทำบ้าง ผมศึกษาอยู่ ๒ ประเด็น เรื่องสุขภาพกับเรื่องศีลธรรม เพราะในช่วงแรกที่ผมนำความรู้ที่เรียนจบมาดูแลประชาชนที่เจ็บป่วยในโรงพยาบาล  ความเจ็บป่วยก็ไม่ได้ลดลง  อัตราการเจ็บป่วยยังเพิ่มมากขึ้น ๆ  หลายโรคก็รักษาไม่หาย  หลายคนหายแล้วแต่ยังทำพฤติกรรม เหมือนเดิม ก็กลับมาเป็นโรคเก่าอีก เวียนไปเวียนมา ทำให้สงสัยว่า ที่เราเรียนมานั้น มันครบ สมบูรณ์หรือเปล่า มันช่วยคนได้จริงหรือ มีอย่างอื่นอีกไหม

ผมจึงไปเรียนแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โดยซีกหนึ่งของแพทย์ทางเลือกคือ การกินอาหาร แมคโครไบโอติกและมังสวิรัติซึ่งได้จากโรงพยาบาลมิชชั่น และจากข้อมูลหนังสือ อาหารมังสวิรัติ เล่มหนึ่ง มีการวิจัยว่าคนกินอาหารมังสวิรัติจะมีอายุยืนกว่าคนกินเนื้อสัตว์

การศึกษาอาหารแมคโครไบโอติก เขาไม่กินเนื้อสัตว์และใช้หลักการหยินหยางรักษาคน ปรากฏว่า คนที่ได้รับการรักษาก็ดีขึ้นตามลำดับ ผมจึงนำวิธีนี้มาทดลองใช้กับคนไข้ และกินเองด้วย การศึกษา หลักธรรมชาติบำบัด ทำให้รู้ว่าเนื้อสัตว์เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

อีกส่วนหนึ่งก็คือ มีผู้ส่งหนังสือสารอโศกฉบับ "ไฟบรรลัยกัลป์" มาให้ผม กระดาษที่ห่อหนังสือ มีข้อความ ที่ทำให้ผมสะดุดใจอย่างมาก ว่า "คุณมีความเมตตากับผู้คน กับสัตว์เพื่อนร่วมโลก แต่ปากคุณ ยังเคี้ยวกลืนชีวิตของผู้อื่นอยู่ คุณมีเมตตาจริงหรือเปล่า" เราก็สะดุ้ง เราคิดว่า เรามี เมตตา แต่ยังกินหมู กินเป็ดไก่ กินวัวควาย ซึ่งผมก็ยังซื้อเนื้อวัวมากินเกือบทุกอาทิตย์ เพราะเป็นทั้ง นักดนตรี นักกีฬา เล่นไปด้วย กินเหล้าไปด้วย ตามประสาคนหนุ่ม

(มีต่อ) 

หมายเหตุ : หมอเขียว จะมาบรรยาย การดูแลสุขภาพตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง  ที่ ห้องประชุม ๘๙ พรรษา สมเด็จย่า ร.พ.ศรีนครินทร์ วันอาทิตย์ที่ ๑๑ พ.ค. ๒๕๕๑  ค่ะ  

พรรณี
เขียนเมื่อ Sat May 17 2008 14:04:50 GMT+0700 (ICT)

*** ใคร ๆ ก็ว่าผมเปลี่ยนไปเป็นคนบ้า

ผมกินอาหารมังสวิรัติตั้งแต่นั้นโดยไม่มีความคลางแคลงสงสัย เป็นเส้นทางที่เราค้นหา  เคยฟังเพลงที่เขาสอนให้รักสัตว์  พูดถึงสัตว์มีความรักผูกพันต่อกัน แต่คนไปจับพรากมาทำร้าย แล้วนำมากิน สัตว์ก็เสียใจ  เขาก็บอกพอซะทีเถอะนะ   เราก็ว่าใช่ ๆ ๆ ตามมาด้วยความเปลี่ยนแปลง จากหน้ามือเป็นหลังมือ ที่เคยเด่นเป็นทั้งนักกีฬาเซปักตะกร้อ  นักดนตรีเด่นของโรงพยาบาล กินเหล้า ก็เด่น บุหรี่ไม่เคยสูบ กินเหล้าแล้วสนุก มันครึ้มใจ กินแล้วหน้าด้านดี ร้องรำทำเพลง มีความสุข ตอนนั้นไม่คิดว่ารบกวนเพื่อนฝูง ยังคิดว่าทีมพยาบาลทั้งหมดน่าจะมาสนุก มาตีกลอง ร้องเพลงกับเรา เราไม่เข้าใจ เราไม่รู้ พอกลับจากงานอบรมธรรมคราวนั้น เราจึงเข้าใจ

ผมเปลี่ยนตัวเองอย่างรวดเร็ว  เรียกว่าชาวอโศกพาฝึกอะไร ผมฝึกหมด  รองเท้าไม่ใส่  ใส่ชุดม่อฮ่อม  ตัดผมสั้น  กินมื้อเดียว  เพื่อน ๆ มองว่าผมเป็นบ้าแล้ว  บอกชาวบ้านอย่าเข้ามาใกล้ และพยายาม ให้ผมทำเหมือนเดิม  ในช่วงแรกผมก็ยังเล่นดนตรีกับเพื่อนอยู่ แต่ไม่กินเหล้าแล้ว เล่นไม่นานก็เบื่อ เพราะเมื่อไม่มีอะไรย้อมใจ ก็พบความจริง  รู้สึกปวดเอว  ปวดหลัง  ไม่กินเหล้าเล่นดนตรีก็ไม่อร่อย  ใครว่าบ้า แต่เรามีความสุข  ยิ้มเหมือนติดกัญชา เพราะรู้ว่าเรามีทางรอดให้ชีวิต  รู้วิธีช่วยคน และ สังคม  จากความเครียดซึ่งแต่ก่อนผมก็เครียดเพราะเป็นคนจริงจัง เห็นใครทำไม่ดี ไม่ถูกต้อง จะจัดการทันที เป็นสายยึดดี ปากร้าย พูดตรง ๆ ไม่กลัวใคร จึงมีทั้งคนชอบและไม่ชอบ   คนที่รัก คุณธรรม ก็จะชอบเรา คนที่มีผลประโยชน์ก็จะไม่ชอบ

 

สิ่งสำคัญนอกจากการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในตัวผม คือ  ผมทำงานได้ดีกว่าเดิม เพราะไม่ไป เสียเวลาหลงเที่ยวเตร่ทำเรื่องไร้สาระ  ทำให้สมองปลอดโปร่ง  ทำงานได้มาก เพราะได้เวลาที่เคย สูญเสียกลับคืนมา

(มีต่อ)  

พรรณี
เขียนเมื่อ Mon May 19 2008 15:17:21 GMT+0700 (ICT)

 

 

*** ปัญญาเกิดส่องให้เห็นแสงสว่าง

ชอบเรื่องไสยศาสตร์ เล่นอยู่ยงคงกระพัน มีว่าน พ่อพาเล่น เคยลองให้เพื่อนพยาบาลฉีดยาให้ แต่ฉีดไม่เข้า ภูมิใจในของดีที่เรามี แทงไม่เข้า  วันหนึ่งฟังพ่อท่านสมณะโพธิรักษ์เทศน์ว่า ทุกอย่าง มีมาแต่เหตุ ซึ่งเราเป็นคนมีเหตุมีผลมาก ศาสนาพุทธเป็นหลักวิทยาศาสตร์ พิสูจน์ได้ ทำสิ่งใด ได้ผลอย่างนั้น ชัดเจน เพียงแต่จะเห็นผลช้าหรือเร็ว พูดถึงภูมิโสดาบันยิ่งกว่าสวรรคาลัย ยิ่งกว่า อธิปไตยในหล้า ยิ่งกว่าเอกราชทั่วทั้งแผ่นดิน อะไรจะมีความสุขขนาดนั้น

การปฏิบัติธรรมทำให้เกิดความคิดในเรื่องการงาน อยากออกมาอยู่ทำงานกับชาวอโศก เริ่มมีความคิด งานที่ทำอยู่ไม่มีสาระปล่อยให้คนป่วยแทบตายแล้วมาให้เราแก้ปัญหาตรงปลายเหตุ ก็ไม่จบ สักที ไม่ว่าจะเป็นความล้มเหลวของสาขาไหน  สุดท้ายก็จะมาลงที่สุขภาพหมด  ไม่ว่าจะเป็น เรื่องเศรษฐกิจ  พอเครียดก็ป่วย กินอาหารที่มีพิษเป็นบาป เพราะเบียดเบียนสัตว์ ทำให้เกิด โรค กสิกรรมที่ใช้สารเคมี คนกินก็ป่วยอีก แล้วก็หาหมอ หมอก็จะพากันตาย เพราะงานหนัก และ ปัญหาก็ยังไม่ได้แก้

ผมเริ่มแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ  เอาธรรมะลงไปให้ชาวบ้าน เช่น แนะนำคนไข้กินมังสวิรัติ พาปฏิบัติธรรม  ถือศีล ๕  ละอบายมุข พยายามรณรงค์แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าไร   ชาวบ้านไม่เข้าใจ รับไม่ได้ แม้แต่เพื่อนผมเอง ก็ยังไม่รับ มีไม่กี่คนที่รับได้ ก็มากินมังสวิรัติด้วยกัน

เมื่อมีแนวคิดแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ รู้ว่าต้องทำอะไร ก็มีอุปสรรค เนื่องจากโรงพยาบาล เป็นองค์กรใหญ่ ทำอะไรได้ไม่มาก  พอดีมีจังหวะย้าย ผมทำงานโรงพยาบาล ๕ ปี ก็ย้ายไปอยู่สถานีอนามัย คิดจะทำโครงการช่วยชาวบ้านตามที่มีองค์ความรู้ซึ่งได้จากชาวอโศก  การดูแลสุขภาพ แบบองค์รวม  เอาครบเลย ตั้งแต่วิถีชีวิต วัฒนธรรม มีความเกื้อกูล ลงแขกช่วยเหลือกัน กินอาหารปลอดภัยจากสารเคมี ทำทุกเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพที่ดี เกิดผลทำให้มีคนสนใจมาดูงานมากมาย เป็นจุดเด่น ของสถานีอนามัย ที่มีแพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก และสะสมภูมิปัญญาในหลายๆ ด้านเข้ามา

(มีต่อ) 

 

พรรณี
เขียนเมื่อ Mon May 19 2008 16:42:10 GMT+0700 (ICT)

 

*** ประสบการณ์การแพทย์แผนไทย

เมื่อเจอทางตันจากการแพทย์แผนปัจจุบัน และพบว่าหลาย ๆ  โรค แพทย์แผนไทย แพทย์ทางเลือก สามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็ว เช่น เบาหวาน มะเร็ง ความดันโลหิตสูง หวัด ปวดท้อง ปวดข้อ ปวดเข่า ที่ชาวบ้านทั่วไปเป็นกันอยู่ เราพบว่ามีวัตถุดิบในพื้นที่ที่สามารถนำมาใช้ได้ ทดลองใช้จริง ๆ ปรากฏว่า มีประสิทธิภาพสูง บางโรคหายขาด ยิ่งทำไปก็ยิ่งชัด การแพทย์แผนปัจจุบันช่วยประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์       ๘๐ เปอร์เซ็นต์สามารถใช้แผนไทย หรือแพทย์ทางเลือกมาช่วยได้ เต็ม ๆ ทำให้ชาวบ้านพึ่งตัวเองได้ มีส่วนน้อยที่ต้องใช้เทคนิคพิเศษ เช่น หาหมอเพื่อผ่าตัด เลือดออกในสมอง เลือดคั่งในสมอง ติดเชื้อเฉียบพลัน นอกนั้นโรคอื่น ๆ แพทย์แผนไทย ใช้สมุนไพร ใช้อาหารปรับธาตุ ใช้การนวด กดจุด ปรับกระดูกต่าง ๆ คนไข้หายขาด ส่วนใหญ่ รู้สึก จะเกิดปฏิกิริยาไวกว่า เมื่อเปรียบเทียบกับที่ผมเคยตรวจรักษาคนไข้และจ่ายยา ซึ่งเรารู้ว่าอีก ๒ - ๓ วัน ก็หาย แต่ไม่นานพวกเขาก็กลับมาอีกในอาการเดิม ๆ เห็นหน้าคนไข้ก็รู้ จำได้คนนี้ เป็นโรค กระเพาะ คนนี้ปวดข้อ คนนี้ปวดหัวประจำ แต่ในการรักษาแบบแพทย์แผนไทย ผมเคยเจอผู้ป่วย ที่กระดูกทับเส้นประสาท หมอนัดผ่าตัดแล้ว แต่เขาก็หายโดยไม่ต้องผ่าตัด อีกรายกำลังเป็นหวัด เราเข้าครัว บีบมะนาวใส่แก้ว โขลกกระเทียมหัวหอมใส่ให้เขากิน ก็หายจากอาการหวัด

หลายสิ่งที่เราพึ่งตนเองได้ด้วยวิธีง่าย ๆ แต่เพราะเราไม่ได้ศึกษาเรื่องการพึ่งตนเอง หลักการของ แพทย์แผนไทยส่วนใหญ่ คือการพึ่งตัวเอง อ่านตัวเองให้ออก วิเคราะห์ว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกาย จะแก้ไขอย่างไร

  

(จากเราคิดอะไร ฉบับที่ ๑๖๘ กรกฎาคม ๒๕๔๗)     

พรรณี
เขียนเมื่อ Sun Jun 22 2008 15:38:22 GMT+0700 (ICT)

  คุณ ไทยไทยแผนไทยคลินิก ได้ติดต่อขอสถานที่และเบอร์โทรคุณหมอเขียว   

  • ขอความกรุณา ติดต่อที่ โรงพยาบาลอำนาจเจริญ
  • รวมทั้งท่านที่สนใจเข้า ค่ายสุขภาพก็สามารถ ติดต่อ จองเข้าค่ายได้ที่ โรงพยาบาลอำนาจเจริญ ค่ะ   
พรรณี
เขียนเมื่อ Thu Oct 30 2008 16:31:47 GMT+0700 (ICT)

มีท่านที่สนใจสอบถามเบอร์โทรศัพท์คุณหมอเขียว  

  • ขอแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ โรงพยาบาลอำนาจเจริญ ที่คุณหมอเขียวแจ้งไว้ 
  • ร.พ.อำนาจเจริญ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม หมายเลขโทรศัพท์ 045 511941- 9 ต่อ 1221
  • สามารถสอบถามกำหนดการและสมัครเข้าค่ายสุขภาพได้ ค่ะ

     

รัชฎา
IP: xxx.28.51.71
เขียนเมื่อ Fri Feb 27 2009 13:40:49 GMT+0700 (ICT)

หนูเป็นคนหนึ่งที่แอบปลื้มหมอเขียว

เพราะเคยอบรมยาเสพติดมีหมอเขียวเป็นวิทยากร

เป็นบุคลที่น่าเป็นตัวอย่างมากๆๆเลย

พรรณี
เขียนเมื่อ Fri Feb 27 2009 17:49:39 GMT+0700 (ICT)
  • เห็นด้วยเลย ค่ะ  เป็นบุคลที่น่าเป็นตัวอย่างมาก ๆๆ เลย

  • ตอนนี้หมอเขียว ลาออก  จากการรับราชการแล้ว

  • แต่ทาง ร.พ.อำนาจเจริญ ยังคงรับเป็นสถานที่รับสมัคร เข้าค่ายสุขภาพ ให้

  • วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2552 หมอเขียว จะมาบรรยาย รักษ์สุขภาพ  ที่ห้องประชุม 89 พรรษาสมเด็จย่า   

  • ผู้สนใจแจ้งสมัครเข้าฟังได้ ค่ะ

พรรณี
เขียนเมื่อ Sat Mar 21 2009 15:15:34 GMT+0700 (ICT)
  • วันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2552 หมอเขียว มาบรรยาย รักษ์สุขภาพ  ที่ ขอนแก่นแล้ว ค่ะ
  • ล่าสุด  หมอเขียว ยังรับราชการต่อ เหมือนเดิม เนื่องจาก ผอ. ขอให้รับราชการและทำ นวัตกรรม ด้านการแพทย์ทางเลือกต่อไป  ขอคารวะ วิสัยทัศน์ท่าน ผอ. ค่ะ
tuksrisada
IP: xxx.28.51.71
เขียนเมื่อ Tue Mar 24 2009 17:22:00 GMT+0700 (ICT)

เดือนเมษานี้หมอเขียวจะไปบรรยายที่ใดบ้างคะ อยากปรึกษาเรื่องสุขภาพค่ะ ขอบคุณค่ะ

ตุ๊ก

ปล.ชอบหนังสือของท่านมากค่ะ

พรรณี
เขียนเมื่อ Wed Mar 25 2009 16:53:02 GMT+0700 (ICT)
  • คุณแทก บอกว่า เดี๋ยวนี้คุณหมอเขียวไม่ค่อยได้รับบรรยายสำหรับ 1 วันแล้ว  ทำให้ คุณพรรณี รู้สึกเกรงใจ มาก ๆ ที่รบกวนท่าน
  • แต่จากการมาบรรยายครั้งนี้  หัวหน้างานบอกว่า จะจัดทำโครงการให้บุคลากรไปเข้าค่ายสุขภาพดอนตาล ซึ่งคุณหมอเขียวกล่าวว่า น่าจะเป็นนิมิตที่ดี
  • หนังสือของคุณหมอเขียวมีออกใหม่หลายเล่มอยู่นะคะ
  • ถ้ายังไม่มีโอกาสเข้าค่าย สามารถอ่านจากหนังสือก่อนก็ได้ ค่ะ 
  • เดือนเมษายนของทุกปี  ที่ค่ายดอนตาล จะมีการจัดหลักสูตรอบรม  แฟนพันธุ์แท้  10 วัน  สำหรับผู้ที่เคยผ่านการอบรมหลักสูตร 5 หรือ 7 วันมาแล้ว  หมอเขียวจะต่อยอดให้
  • สำหรับปีนี้ จัดระหว่างวันที่ 21 30 เมษายน 2552  ซึ่งขณะนี้มีผู้จองเข้าอบรมเต็มแล้ว ค่ะ 
  • ต้องการสอบถามรายละเอียดกำหนดการบรรยายและสมัครเข้าค่ายสุขภาพ  สามารถติดต่อได้ที่
  • รพ.อำนาจเจริญ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม หมายเลขโทรศัพท์ 045 511941- 9 ต่อ 1221  ค่ะ 

     

Aree Jitchana
IP: xxx.29.35.253
เขียนเมื่อ Sat May 09 2009 19:13:53 GMT+0700 (ICT)

ชอบมากค่ะ

พรรณี
เขียนเมื่อ Thu May 14 2009 17:35:17 GMT+0700 (ICT)

วันนี้ (14พ.ค.2552) ได้รับโทรศัพท์จากน้องยุ้ย ที่เคยเข้าค่ายแก่นอโศก แจ้งว่า 

  • คุณหมอเขียวจะไปบรรยายในโครงการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพแบบแพทย์ทางเลือก ที่วัดป่าสันติธรรม
  • อยู่ตรงข้ามวัดถ้ำผาปู่ อ.เมือง จ.เลย  จากทางแยกไปท่าลี่ประมาณ 2 กม. ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2552
  • จัดโดย สถานีอนามัยนาอ้อ 
  • ผู้สนใจติดต่อสอบถามได้ที่ สสอ.เมืองเลย โทร.042812659 คุณทัศนา ค่ะ
อมรทิพย์
IP: xxx.42.85.36
เขียนเมื่อ Thu May 21 2009 18:13:50 GMT+0700 (ICT)

ช่วยแจ้งกำหนดการค่ายหรือการบรรยายของคุณหมอเขียวเดือนมิถุนายนด้วยค่ะ

พรรณี
เขียนเมื่อ Fri May 22 2009 16:39:18 GMT+0700 (ICT)

โทร.ถามคุณแทก บอกว่า

  • วันที่ 9 -10 มิถุนายน 2552 งานอโศกรำลึกที่สันติอโศก (ถ้ามีสถานที่ให้บรรยาย)
  • วันที่ 24 - 30 มิถุนายน 2552 ค่ายรักษ์สุขภาพ  ที่ดอนตาล
  • สนใจสมัครเข้าค่ายสุขภาพ  สามารถติดต่อได้ที่ รพ.อำนาจเจริญ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม หมายเลขโทรศัพท์ 045 511941- 9 ต่อ 1221  ค่ะ 
เทอดหญิง โกมารภัทร
IP: xxx.27.212.253
เขียนเมื่อ Sun Jun 07 2009 22:40:02 GMT+0700 (ICT)

ทางโรงเรียนมีโครงการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมครู รู้สึกสนใจรูปแบบการอบรมของหมอเขียวมาก อยากทราบรายละเอียดการอบรมด่ะ จะได้ทำเรื่องเสนอฝ่ายบริหาร

กะตั้ว
IP: xxx.123.171.139
เขียนเมื่อ Sun Jun 21 2009 12:24:13 GMT+0700 (ICT)

-อยากจะมาดูงานและอบรม ประมาณ 10 คน แต่ไม่มีเวลาที่จะมาถึง 7 วัน หากจะมาแค่ 2 วัน 1 คืน คุณหมอจะจัดให้เฉพาะได้ไหมคะ คนที่มาพอมีพื้นฐานการดูแลสุขภาพบ้างแล้ว บางคนก็กำลังป่วยอยู่ มีทั้งครู จนท.อบต. และเกษตรกร

-อยากไปเข้าค่ายสุขภาพในเดือน กค.52 มีวันไหนคะ และมีค่าใช้จ่ายเท่าไร

หากเป็นคนป่วยที่ต้องการอยู่ต่อหลังการอบรมจะได้ไหม

และอยากมาพบหมอเขียวก่อนกำหนดการอบรมสัก 1-2 วัน ได้ไหม เพื่อให้คุณหมอช่วยเช็คร่างกายและอาการที่เป็น แนวทางรักษา ให้ละเอียด เกรงใจคุณหมอคงไม่ค่อยมีเวลาในระหว่างการอบรม

ขอบคุณมากค่ะ

กะตั้ว

อรอนงค์ ขอประเสริฐ
IP: xxx.8.128.140
เขียนเมื่อ Wed Jul 08 2009 20:01:42 GMT+0700 (ICT)

ดิฉัน ต้องขอโทษด้วยน่ะที่รู้เรื่องของชาวบุญนิยมช้าไป แต่ก็ยังโชคดีที่ได้อ่านหนังสือของถอดรหัส ต้อนนี้ดิฉัน เป็นมะเร็งที่ตับ ซึ่งพึ่งจะตรวจเจอ ซึ่งทำให้ดิฉัน กลัวมาก เพราะยังมีลูก ดิฉันแยกทางกับสามีมานานมากแล้วประมาณ10 ปี ซึ่งขณะนี้ก็ไม่มี และคิดว่า ไม่มีเป็นสิ่งที่ดี กว่า ดิฉันจึงอยากได้ข้อมูล สถานที่ที่จะรับการรักษาและบำบัด โรคนี้ ออ และดิฉันยังเป็นโรค ทารัสซีเมีย ซึ่งเป็นโรคโดยเพาะ ทำให้ ม้ามโตและเม็ดเลือดไม่สมบูรณ์ ขณะนี้ได้ รับเลือก 2 ครั้งแล้ว ดิฉันจึงคิดว่า การบำบัดทางนี้ เป็นสิ่งที่ดี ที่สุด จึงอยากขอความเมตตาและความกรุณา จากท่านสมาชิกทั้งหลายช่วยบอกข้อมูล ในการเข้ารับการรักษาและบำบัด ได้ที่ไหน ซึ่งดิฉันอยู่ในกรุงเทพ จึงไม่ทราบว่าต้องไปที่ไหน ติดต่อกับใคร และต้องทำอย่างไร

จึงขอความกรุณาจากใครก็ได้ค่ะช่วยบอก ดิฉันด้วยน่ะค่ะ ดิฉันขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ.ดิฉันจะรอน่ะค่ะ ขอความเมตตาด้วยค่ะ

นบกร
IP: xxx.121.223.96
เขียนเมื่อ Fri Jul 10 2009 16:22:26 GMT+0700 (ICT)

คุณอรอนงค์คะ ดิฉันเพิ่งอ่านเจอข้อความของคุณ ไม่ทราบว่าช้าไปหรือไม่ หมอเขียวจะเปิดอบรมในวันที่11-17กรกฎาคม 2552 ถ้าไม่ทัน ก็ต้องรอไปคราวหน้า โทร.สอบถามได้ที่รพ.อำนาจเจริญ โทร.045-511940-8 ต่อ 1221 เวลาราชการ โดยขอสอบถามเรื่องเข้าค่ายค่ะ จะมีเจ้าหน้าที่คอยบอกว่าเข้าค่ายวันไหน งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายค่ะ ขอให้โชคดีนะคะ

พรรณี
เขียนเมื่อ Tue Jul 14 2009 18:51:26 GMT+0700 (ICT)

 ขอบคุณ คุณนบกร มากค่ะ  ที่กรุณาช่วยตอบคำถามให้ 

คิดว่าสถานที่ ที่จะติดต่อและสอบถามเกี่ยวกับคุณหมอเขียวได้เป็นปัจจุบันที่สุดคงจะเป็น รพ.อำนาจเจริญ กลุ่มงานเวชกรรมสังคม หมายเลขโทรศัพท์ 045 511941- 9 ต่อ 1221   เพราะคุณหมอเขียวยังรับราชการที่ รพ.อำนาจเจริญ  ค่ะ 

วาสนา
IP: xxx.170.231.232
เขียนเมื่อ Wed Aug 26 2009 10:50:39 GMT+0700 (ICT)

รบกวนสอบถามค่ะ

พี่สาวอยู่อเมริกา จะมาเมืองไทยช่วงวันที่ 8 ต.ค.- 15 พ.ย.52 นี้ อยากมาเข้าอบรมค่ายสุขภาพของหมอเขียว โทรไปถามที่ รพ.อำนาจเจริญแล้วเค้าบอกว่าเดือนตุลาคมเด็มหมดแล้วอ่ะค่ะ ไม่ทราบพอจะมีท่านใดช่วยได้บ้างหรือไม่ค่ะ

พี่สาวอยากมาเข้าอบรมกับค่ายสุขภาพจริงๆ ค่ะ

ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงล่วงหน้าด้วยค่ะ

สุนีพร หลี่จา
IP: xxx.157.239.246
เขียนเมื่อ Sun Aug 30 2009 21:48:49 GMT+0700 (ICT)

อยากทราบข้อมูลด้านกัวซา ค่ะ ดิฉัน มีความสนใจเรื่องนี้มากเพราะอาศัยอยู่กับพี่น้องชาวเขา จึงอยากรู้ว่าการทำกัวซา นี้เป็นกระบวนการรักษาทางวิทยาศาสตร์หรือไม่ ข้อควรระวังจะต้องเป็นอย่างไร ตอนนี้กำลังเรียนปริญญาโทอยู่จึงอยากนำไปศึกษาเป็นงานวิทยานิพนธ์ค่ะ

ขอขอบพระคุณอย่างสูงนะคะ

อณิธร
IP: xxx.46.10.2
เขียนเมื่อ Wed Sep 16 2009 14:58:51 GMT+0700 (ICT)

ได้โทรไปสอบถามเรื่องเข้าค่ายมาแล้วค่ะ จะมีเปิดช่วงวันที่ 15-21 พ.ย 52 นี้ค่ะ (เบอร์โทร 045-511941 ถึงแค่เบอร์ 8 นะคะ, เบอร์ 9 เป็นเบอร์ของปั๊มน้ำมันค่ะ) ให้นั่งรถโชคชัยทัวร์ไปอำนาจเจริญ เที่ยว 18.30 รถจะจอดให้ที่หน้าค่ายเลยค่ะ ลงชื่อไว้ก่อนได้ค่ะ รับ 200 คน

ขอคำแนะนำจากผู้รู้เพิ่มเติมหน่อยน่ะค่ะ ว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง นอกจากที่นอน หมอน มุ้ง และของใช้ส่วนตัว เรื่องเสื้อผ้า เป็นพวกเสื้อยืดหรือผ้าฝ้ายได้มั๊ยคะ หรือจำเป็นต้องเป็นเสื้อม่อฮ่อมรึเปล่าคะ ควรจะต้องพกเงินติดตัวไปเท่าไหร่ จะมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่น เช่น ต้องซื้อสมุนไพรต่าง ๆ กลับมาทานต่อหรือไม่อย่างไรบ้างคะ

รบกวนหน่อยนะคะ ขอบคุณค่ะ

พรรณี
เขียนเมื่อ Sun Sep 20 2009 15:50:26 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณ คุณอณิธร [IP: 119.46.10.2] ความเห็นที่ 24
เมื่อ พ. 16 ก.ย. 2552 @ 14:58  ที่กรุณาแจ้งหมายเลขโทรศัพท์ที่ถูกต้อง (เบอร์โทร 045-511941 ถึงแค่เบอร์ 8 นะคะ, เบอร์ 9 เป็นเบอร์ของปั๊มน้ำมันค่ะ)

 

  • เห็น คุณบี ตอบไว้ ที่ เวบ koratcom.com เลยคัดลอกมา ค่ะ

การเตรียมตัวมาเข้าค่าย ก็ควรจะมี..

1. ถุงนอน ผ้าห่ม และเบาะรองนอน (สำหรับผู้ที่ไม่คุ้นกับการนอนเสื่อ) เพราะที่นี่จะหนาว แต่ถ้าไม่ได้เตรียมมา ที่นี่เขาก็มีให้ แต่ผ้าห่มต้องซักตากเอง (ผ้าห่มจะหนักมากค่ะ เวลาซักอาจจะลำบากหน่อย)

2. เสื้อผ้า ควรจะเป็นผ้าฝ้ายหรือผ้าที่ซักแห้งง่าย (ผ้าฝ้ายจะช่วยระบายความร้อนได้ดีกว่าผ้าใยสังเคราะ)

3.ที่นี่จะไม่รับผู้ป่วยหนัก จะรับผู้ป่วยที่ช่วยตัวเองได้ หรือถ้าป่วยมาก ก็ควรจะมีพี่เลื้ยงหรือญาติ คอยช่วยเหลือ

4.ควรจะอ่านหนังสือ ดูซีดีการเข้าค่ายของคุณหมอเขียว ก่อนจะมาอยู่ค่ายน่ะค่ะ และควรจะถอนพิษมาก่อน เช่น กัวซา ดีท็อกซ์ แช่มือแช่เท้า เล่นโยคะ ศึกษาธรรมะ ไม่นอนดึก จากหนังสือเทคนิค 9 ข้อ ของคุณหมอมาก่อนก่อนจะมาอยู่ค่าย และทานอาหารปรับสมดุลย์ รสจืด ไม่ทานรสจัด งดทานเนื้อสัตว์ เน้นที่เป็นผัก ผลไม้ฤทธิ์
เย็นให้มากกว่าฤทธิ์ร้อน เช่น ผักบุ้ง มะละกอห่าม บวม ตำลึง ต้มถั่วเขียว(แบบไม่เปื่อย ไม่ต้มไฟแรง)(หมายเหตุจาก คุณพรรณี ถ้าไม่เคยกัวซา  ดีทอกซ์ ฯลฯ ก็ยังไม่ต้องทำมาก่อนก็ได้  เข้าค่ายแล้วค่อยไปฝึกฝนในค่ายได้ ค่ะ)

หมายเหตุ  เทคนิค 9  ข้อ ของคุณหมอเขียว ดีมาก เห็นผลเร็ว ปวดหัว ไมเกรน ปวดท้อง ปวดประจำเดือน เป็นหวัด แค่แช่มือแช่เท้า หรือกัวซา ครั้งเดียว หายเลย ดีจริง ๆ ไม่ต้องเสียเงิน ไม่ต้องกินยา ไม่ต้องกลัวผลข้างเคียงจากยาด้วย ธรรมชาติบำบัดกับแพทย์ทางเลือก ดีจริง ๆ

** การเข้าค่ายนี้ นอกจากจะมีสุขภาพที่ดีแล้ว ยังได้ธรรมะด้วยค่ะ เราสามารถเอาไปใช้กับตัวเราและ ผู้อื่นได้ด้วย หุ่นก็ดีขึ้น น้ำหนักตัวก็ลดลง เป็นหมอดูแลตัวเองได้และดูแลผู้อื่นได้ด้วย

  • ควรจะต้องพกเงินติดตัวไปเท่าไหร่ จะมีค่าใช้จ่ายอย่างอื่น เช่น ต้องซื้อสมุนไพรต่าง ๆ กลับมาทานต่อหรือไม่อย่างไรบ้างคะ

เท่าที่เคยเข้าค่ายที่แก่นอโศก  หมอเขียวไม่ได้เรียกร้องค่าใช้จ่ายใดๆ   แต่ก็ควรจะมีติดตัวไว้บ้าง ค่ะ  เผื่อต้องการซื้อหน้งสือ ซีดี ยาหม่องเย็น  ไม้กัวซา น้ำมันเขียว  ยาสีฟันถ่าน  น้ำสกัดหยอดตา ฯลฯ  น่าซื้อทั้งนั้น  ราคาถูกด้วย ค่ะ 

 

อณิธร
IP: xxx.46.10.2
เขียนเมื่อ Tue Sep 22 2009 11:50:56 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณมากค่ะ คุณพรรณี ที่ให้ความกระจ่างน่ะค่ะ

อ้อม
IP: xxx.90.150.170
เขียนเมื่อ Fri Oct 16 2009 11:07:31 GMT+0700 (ICT)

พี่สาวเป็นมะเร็งปอดเข้าฉายรังสีอยู่ที่สถาบันมะเร็งตอนนี้มีอาการหายใจไม่สะดวกและซีดต้องให้เลือดเพิ่ม อาการบางวันก้อเหมือนดีขึ้นบางวันก้อไม่ดีเลย อยากทราบวิธีที่จะช่วยรักษาแบบหมอเขียวที่พอจะทำให้ได้ขณะที่รักษาอยู่ที่สถาบันฯ พี่สาวช่วงนี้เหมือนมีอาการง่วงๆซึมตลอดไม่ทราบเป็นผลข้างเคียงของยาแก้ปวดหรือเปล่า ขอบคุณล่วงหน้าสำหรับคำแนะนำค่ะ

พรรณี
เขียนเมื่อ Sun Oct 18 2009 14:08:14 GMT+0700 (ICT)

ลองอ่านและเลือกข้อง่าย ๆ ที่น่าจะพอทำได้ขณะที่รักษาอยู่ที่สถาบันฯ นะคะ

เทคนิค 9 ข้อ ของการพึ่งตนในการดูแลสุขภาพตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง

1. ดื่มน้ำสมุนไพรปรับสมดุล

ดื่มน้ำำสมุนไพรฤทธิ์เย็น หรือที่เรียกว่า น้ำคลอโรฟิลด์สดจากธรรมชาติ/น้ำเขียว/น้ำ้ย่านาง

วิธีทำ
ใช้ สมุนไพรฤทธฺ์เย็น เช่น ใบย่านางเขียว 5-20 ใบ ใบเตย 1-3 ใบ บัวบก ครึ่ง -1 กำมือ หญ้าปักกิ่ง 3-5 ต้น ใบอ่อมแซบ (เบญจรงค์) ครึ่ง -1 กำมือผักบุ้ง ครึ่ง -1 กำมือ ใบเสลดพังพอน ครึ่ง -1 กำมือ หยวกกล้วย ครึ่ง -1 คืบ และว่านกาบหอย 3-5 ใบ เป็นต้น  จะใช้อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันก็ได้ โขลกให้ละเอียดหรือขยี้ ผสมกับน้ำเปล่า 1-3 แก้ว (บางครั้งอาจผสมน้ำมะพร้าว น้ำตาล น้ำมะนาว น้ำมะขาม ในรสไม่จัดเกินไป เพื่อทำให้ดื่มได้ง่ายในบางคน) กรองผ่านกระชอน เอาน้ำที่ได้มาดื่ม ครั้งละประมาณ ครึ่ง -1 แก้ว วันละ 1-3 ครั้ง ก่อนอาหารหรือตอนท้องว่างหรือดื่มแทนน้ำตอนที่รู้สึกกระหายน้ำ ปริมาณการดื่มและความเข้มข้นของสมุนไพร อาจมากหรือน้อยกว่านี้ก็ได้ ตามความต้องการของร่างกาย ณ เวลานั้น ๆ โดยดูความพอดีได้จากความรู้สึกที่กลืนง่าย ไม่ฝืดไม่ฝืนไม่พะอืดพะอมและความสบายตัว

2. กัวซาหรือขูดซาหรือขูดพิษหรือขูดลม

เป็นการแพทย์ดั้งเดิมของชาวไทยภูิเขา ชาวจีน พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย และประเทศในแถบเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ มีประสิทธิภาพโดดเด่นในการเอาพิษออกจากร่างกาย โดยระบายพลังงานที่เป็นพิษจากเลือดที่ถูกกระตุ้นให้เคลื่อนที่มาระบายพิษที่่ ผิวหนัง ทำให้สามารถบรรเทาอาการไม่สบายได้อย่างรวดเร็๋ว

3. การสวนล้างลำไส้ใหญ่ (ดีทอกซ์)

  ผู้ป่วยที่อาการหนัก ทำวันละ 1-2 ครั้ง ส่วนคนทั่วไปทำสัปดาห์ละ 1-3 ครั้งหรือเท่าที่ร่างกายรู้สึกสบาย

4. การแช่มือแช่เท้าในน้ำสมุมไพร
ใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็น ประมาณ ครึ่ง - 1 กำมือ เช่น ใบเตย เบญจรงค์(อ่อมแซบ) ผักบุ้ง บัวบก ย่านาง รางจืด ใบมะขาม ใบส้มป่อย กาบหรือใบหรือหยวกกล้วย เป็นต้น จะใช้สมุนไพรอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันก็ได้ ต้มกับน้ำ 1 ขัน (ประมาณ 1 ลิตร) เดือดประมาณ 5-10 นาที แล้วผสมน้ำธรรมดาให้อุ่นแค่พอรู้ึสึกสบาย ถ้าไม่มีสมุนไพรเลยก็ใช้น้ำเปล่าต้มให้เดือดแล้วผสมน้ำธรรมดา ให้อุ่นก็ได้ จากนั้น แช่มือแช่เท้่า แค่พอท่วมข้อมือข้อเท้่า 3 นาที แล้วยกขึ้นจากน้ำอุ่น 1 นาที ทำซ้ำจนครบ 3 รอบ (สำคัญให้ปฏิบัติตาม) โดยทำวันละประมาณ 1-2 ครั้ง ถ้าไม่ค่อยมีเวลา็ทำเฉลี่ย สัปดาห์ละ 1-3 ครั้ง ถ้าใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นต้มแล้วรู้สึกไม่สบายก็ปรับใช้สมุนไพรฤทธิ์ร้อนต้ม ถ้ารู้สึกสบายกว่า ในกรณีที่ แช่น้ำต้มสมุนไพรแล้วมีอาการไม่สบาย ก็ให้งดเสีย แสดงว่าสภาพร่างกายตอนนั้นไม่ถูกกับน้ำอุ่น น้ำร้อน อาจแช่น้ำธรรมดาหรือน้ำสมุนไพรสดที่ไม่ผ่านความร้อนแทน ถ้าทำแล้วรู้สึกสบาย โดยแช่นาน เท่าที่รู้สึกสบาย
 

5. การพอก ทา หยอด ประคบ อบ อาบ ด้วยสมุนไพรที่ถูกกัน คือเมื่อใช้แล้วรู้สึกสบาย    เช่น  พอกด้วยกากสมุนไพรฤทธิ์เย็น  โดยพอกทาทุก 4-6 ชั่วโมง หรืออาจพอกทาทิ้งไ้ว้ทั้งคืนก็ได้ ถ้าใช้สมุนไพรฤทธิ์เย็นแล้วรู้สึกไม่สบาย ก็ปรับใช้สมุนไพรฤทธิ์ร้อน ถ้ารู้สึกสบายกว่า

6. การออกกำลังกาย กดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ที่ถูกต้อง

การฝึกกดจุดลมปราณ โยคะ กายบริหาร ซึ่งเป็นสวนที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของการบำบัดรักษา ควบคุมป้องกันโรค ฟื้นฟูสุขภาพและสร้างเสริมสุขภาพให้แข็งแรง เพราะจะทำให้เกิดการไหลเวียนเลือดลมที่ดี สสารและพลังที่ดีสามารถเคลื่อนไปหล่อเลี้ยงเซลล์เนื้อเยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ สสารและพลังงานที่ไม่ดีที่เ่ป็นพิษไม่ว่าจะเป็นพิษร้อนหรือพิษเย็นสามารถถูกเคลื่อนขับออกจากร่างกายได้อย่างมีประสทธิภาพ

7. การรับประทานอาหารปรับสมดุลร่างกาย

   7.1 เพิ่มการรับประทาน ผัก ผลไม้ที่ไม่หวานจัด และโปรตีนจากถั่วหรือปลา (สำหรับผู้ที่ไม่สามารถงดเนื้อสัตว์)

   7.2 ควรปรุงอาหารด้วยการต้มหรือนึ่ง ปรุงรสไม่จัดจนเกินไป ถ้าเป็นไปไ้ด้ ควรปรุงรสอยู่ในระดับประมาณ 10-30 % ของที่เคยปรุง อาจปรุงมากหรือน้อยกว่านี้ตามความสมดุลพอดีของร่างกาย ณ ปัจจุบันนั้น ๆ ซึ่งตัวชี้วัดของความสมดุลพอดี คือ ความรู้สึุกสบาย เบากาย มีกำลัง หรือถ้าผู้ที่ติดรสจัดมาก ก็ค่อย ๆ ลดรสจัดของอาหารลง ให้มากที่สุด เ้่ท่าที่จะพอรับประทานได้โดยไม่ลำบากนัก

   7.3 งดหรือลดการรับประทานอาหารที่หวานจัด เช่น ของหวาน น้ำหวาน น้ำอัดลม เครื่องบำรุงกำลัง ผลไม้หรือน้ำผลไม้ที่หวานจัด อาหารที่เค็มจัด เช่น ปลาร้า ผักดอง เนื้อเค็ม ไข่เค็ม อาหารที่ปรุงเค็มมาก และอาหารที่มีผงชูรสมาก (มีการวิจัยของกระทรวงสาธารณสุขพบว่า อาหารที่มีโซเดียมมากเกิืน เค็มจัดหรือมีผงชูรสมาก ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง หัวใจโตน้ำหนักเพิ่ม ไตเสื่อม ภูมิต้านทานลด และรหัสพันธุกรรมผิดปกติ) อาหารที่มีไขมันสูง เ่ช่น อาหารผัดทอด เนื้อสัตว์ที่มีไขมันสูง ได้แก่ เนื้อหมู วัว ควาย ไก่พันธุ์เนื้อ อาหารทะเล เป็นต้น และอาหารที่ปรุงรสอื่น ๆ จัดเกินไป เช่น เผ็ด เปรี้ยว ขม ฝาด เป็นต้น
  ลด ละ เลิก การสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ชา กาแฟ น้ำอัดลม เครื่องดื่มเกลือแร่ เครื่องดื่มบำรุงกำลังต่าง ๆ นำ้หมัก ข้าวหมาก รวมถึงอาหารที่มีวิตามินน้อย แต่มีโซเดียมหรือไขมันสูงเกิน ได่แก่ อาหารแปรรูปหรือสำเร็จรูปต่าง ๆ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ขนมอม ขนมกรุบกรอบ ขนมปัง อาหารกระป๋อง ไส้กรอก หมูยอ กุนเชียง ปลาเค็ม เนื้อเค็ม ไข่เค้ม ของหมักดอง อาหารทะเ้ล (จะมีทั้งไขมันและโซเดียมสูง)เป็นต้น
   7.4 หลักปฎิบัติ 4 อย่าง ในการรับประทานอาหาร เพื่อสุขภาพที่ดี
         1. ฝึกรับประทานอาหารตามลำดับ
         2. เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
         3. รับประทานในปริมาณที่พอดีรู้สึกสบาย
         4. กลืนลงคอให้ได้ เพราะอาหารสุขภาพมักจะไม่อร่อย ยกเว้น ผู้ที่มีบุญบารมีมากหรือผู้ที่ฝึกรับประทานบ่อย ๆ จะรู้สึกอร่อยไปเอง
เทคนิคที่สำคัญในการรับประทานอาหารให้อร่อย คือ รอให้รู้สึกหิวมาก ๆ ก่อนแล้วค่อยลงมือรับประทาน พร้อม ๆ กับหมั่นระลึกถึงประโยชน์ของอาหารสุขภาพให้มาก และหมั่นระลึกถึงผลเสียของอาหารที่ไม่สมดุลหรือเป็นพิษให้มาก

เทคนิคการรับประทานอาหารตามลำดับ คือ

    ลำดับที่ 1  ดื่มน้ำสมุนไพรปรับสมดุล เช่น น้ำย่านาง ฯลฯ
    ลำดับที่ 2  รับประทานผลไม้ฤทธิ์เย็น เช่น กล้วยน้ำว้า แก้วมังกร กระท้อน สับปะรด ส้มโอ ชมพู่ มังคุด แตงโม แตงไทย ฯลฯ
    ลำดับที่ 3  รับประทานผักฤทธิ์เย็นสด เช่น อ่อมแซบ(เบญจรงค์) ผักบุ้ง แตง กว้างตุ้ง สายบัว ผักกาดฮ่องเต้ ผักกาดขาว ผักสลัด
    ลำดับที่ 4  รับประทานข้าวจ้าวพร้อมกับข้าว โดยรับประทานข้าวกล้องหรือข้าวซ๋อมมือ ควรงดหรือลดคาร์โบไฮเดรท ที่มีฤทธิ์ร้อนมาก  เช่น ข้าวเหนียว ข้าวแดง ข้าวดำ(ข้าวก่ำ ข้าวนิล) ข้าวอาร์ซี ข้าวสาลี ข้าบาเลย์ เผือก มัีน กลอย
    ลำดับที่ 5  รับประทานต้มถั่วหรือธัญพืชฤทธิ์เย็น เช่น ถั่วขาว ถั่วเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลันเตา ถั่วโชเล่ย์ขาว ลูกเดือย

8. ใช้ธรรมะ ทำใจให้สบาย ผ่อนคลายความเครียด

ลด ละ เลิกและหลีกเลี่ยง อารมณ์ที่ำทำลายสุขภาพ/อารมณ์ที่เป็นพิษ ได้แก่ ความเครียด ความเร่งรีบ/เร่งรัด/เร่งร้อน ความวิตกกังวล ความไม่โปร่ง ไม่โล่ง ไม่สบายใจ ความไม่พอใจ ความมุ่งร้่าย อาฆาต พยาบาท ความโลภ โกรธ หลง ยึดเกิน เอาแต่ใจตัวเอง เป็นต้น เพราะผู้ที่มีอารมณ์ดังกล่าว จะทำให้ร่างกายหลั่งสารแอดดรีนาลีนออกมาจากต่อมหมวกไต สารดังกล่าวจะกระตุ้นเซลล์เยื้อเยื่อทุกส่วนของร่างกายผลิตพลังงานอย่างมากมายจนเกินความสมดุลพอดีของร่างกาย พลังงานส่วนเกินที่ไม่สมดุลดังกล่าว จะเผาทำร้ายเซลล์เนื้อเยื่อทุกส่วนในร่างกาย อวัยวะใดที่อ่อนแอก็จะแสดงอาการไม่สบายก่อนอวัยวะอื่น ถ้าอารมณ์ดังกล่าวยังอยู่อวัยวะอื่น ๆ ก็จะเสื่อมและแสดงอาการไม่สบายตามกันไป

9. รู้เพียร รู้พักให้พอดี

การเพียรพอดีพักพอดี จะทำให้พลังชีวิตเต็ม การเพียรน้อย/เกินพักมากเกิน พลังชีวิตก็ตก ทำให้เสียสุขภาพ การเพียรมากเกิน/พักน้อยเกิน พลังชีวิตก็ตก ทำให้เสียสุขภาพ ดังนั้นกิจกรรมทุกอย่างจึงควรรู้เพียรรู้พักให้พอดี จึงจะทำให้เกิดสุขภาพดีที่สุด

อ้างอิงเวบไซด์ที่ หมอเขียวแนะนำ ค่ะ

 http://www.koratcom.com/healh-8.html#1 

 

อ้อม
IP: xxx.164.33.178
เขียนเมื่อ Sat Oct 24 2009 00:51:17 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณค่ะ สำหรับคำแนะนำ ตอนนี้พี่สาวเสียชีวิตแล้วค่ะ คุณหมอบอกว่ามะเร็งกระจายตัวเร็วมาก ตอนนี้แกไปสบายแล้วค่ะไม่ทรมานแล้ว จะเอาแนะนำไปปฏิบัติตามนะคะ

นางอำนวย ชีจะโปะ
IP: xxx.123.48.129
เขียนเมื่อ Tue Oct 27 2009 20:42:59 GMT+0700 (ICT)

ดิฉันเคยเห็นหมอเขียวในโทรทัศน์รายการเล่าผ่านเลนส์นานแล้วค่ะ สนใจและชอบมากค่ะ วันนี้นั่งทำงานและได้เปิดสมุดที่ได้บันทึกเกี่ยวกับหมอเขียวไว้ รบกวนถามหน่อยค่ะ ว่า ถ้าดิฉันอยากได้หนังสือที่เกี่ยวกับสมุนไพร ผู้ที่มีภาวะร้อนเกิน จะต้องทำอย่างไรบ้างคะ หรือถ้าใครทราบช่วยบอกหน่อยค่ะ ขอบคุณล่วงหน้านะคะ

IP: xxx.122.225.54
เขียนเมื่อ Thu Jan 21 2010 21:53:23 GMT+0700 (ICT)

ไม่ทราบว่าได้คำแนะนำบ้างรึยังคะ

ใช้ตำราหมอเขียวกับสุขภาพตัวเองอยู่เหมือนกัน

มีเล่มเล็กๆขายราคา20บาท ชื่อการดูแลสุขภาพด้วยยา9เม็ดค่ะ

ดวงชีวัน
IP: xxx.19.213.42
เขียนเมื่อ Mon May 31 2010 14:45:44 GMT+0700 (ICT)

สนใจ vcd เรื่องออกกำลังกาย ของอาจารย์ จะซื้อได้ที่ไหนคะ

พรรณี
เขียนเมื่อ Sat Jun 05 2010 16:03:48 GMT+0700 (ICT)

ภายใต้กฏของ อนิจจัง เวบไซด์   http://www.koratcom.com/healh-8.html#1  หายไปแล้ว ค่ะ มีเวบไซด์ใหม่  http://morkeaw.net/  ลองเข้าไปดูนะคะ สมัครเข้าค่ายออนไลน์ก็ได้ด้วย ค่ะ

IP: xxx.183.165.226
เขียนเมื่อ Sat Jun 12 2010 21:19:20 GMT+0700 (ICT)

ดูรายการคนค้นคนตอนหมอเขียวแล้วรูสึกเสียดายจริงๆทำไมคนดีที่สมควรยกย่องทำไมถึงมาทำให้คนทั่วไปรู้จักช้ามากๆถ้าไม่มีรายการคนค้นคนพวกเราก็คงไม่มีโอกาศรู้จัดคุณและรู้ว่ามีคนแบบคุณในโลกนี้อีกดิชั้นดูแล้วปลื้มใจจนน้ำตาไหลว่าประเทศของเรายังมีคนดีแบบนี้อีกคนตื้นตันใจจริงๆค่ะขอบคุณมากที่หมอเขียวทำให้เกิดความรู้สึกดีขนาดนี้ซึ่งไม่รู้สึกกับใครแบบนี้มานานมากแล้ว

IP: xxx.84.183.239
เขียนเมื่อ Wed Jun 30 2010 15:20:43 GMT+0700 (ICT)

หมอเขียวมีหนึ่งในล้านของคนดีที่ยังหลงเหลืออยู่ รีบไปสัมผัสกับหมอนะก่อนจะเข้าไม่ถึง

หลา
IP: xxx.164.241.176
เขียนเมื่อ Tue Aug 31 2010 13:57:39 GMT+0700 (ICT)

ขอเชิญฟังบรรยายโดยหมอเขียวที่โรงพยาบาลปทุมธานี ห้องประชุมอาคารเภสัชกรรม วันที่ 8 กันยายน 2553 เวลา 13.00 น.

IP: xxx.183.100.186
เขียนเมื่อ Sun Feb 27 2011 21:14:26 GMT+0700 (ICT)
ขอแนะนำ ไร่หินซุย รีสอร์ท บริการที่พัก และ การเดินทางไป สวนป่านาบุญ สนใจติดต่อ 081-634-1088 ที่พักสะอาด บรรยากาศร่มรื่น ด้วยสวนมะม่วงและสวยลำไย.....ราคาไม่แพงด้วยค่ะ
ดอกพิกุล
IP: xxx.180.76.114
เขียนเมื่อ Fri Jul 08 2011 13:40:00 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ

    ดิฉันมีญาติผู้ใหญ่ท่านหนึ่งตรวจพบก้อนเนื้อขนาดเท่าหัวเด็กอยู่ในมดลูกแต่ไม่ยอมผ่าตัด คือญาติท่านนี้ศรัทธาในการรักษาของหมอเขียวมาก(แต่ปฏิบัติได้ไม่ครบตามที่หมอเขียวแนะนำ) เท่าที่สังเกตุอาการตอนนี้จะมีอาการซีด ดิฉันไม่ขัดขวางการรักษาแบบแพทย์ทางเลือกแต่เป็นห่วงญาติมากกว่าเพราะไม่เคร่งครัดในการปฏิบัติตัวซักเท่าไหร่ ญาติแนะนำว่าควรผ่าตัดเอาก้อนเนื้อนี้ออกไปก่อนแล้วค่อยมาปฏิบัติอย่างเอาจริงเอาจังในทางหมอเขียวก็ไม่ว่ากัน เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ก็ไม่รู้ว่าจะกลายเป็นเนื้อร้ายหรือไม่

   สุดท้ายนี้ดิฉันขอคำแนะนำว่าควรทำอย่างไรดีค่ะ

                                                                       ขอบคุณค่ะ

                                                                      ดอกพิกุล

pronnipa24
IP: xxx.172.127.108
เขียนเมื่อ Tue Jun 11 2013 14:15:02 GMT+0700 (ICT)

ขอแนะนำ ไร่หินซุย แอนด์ รีสอร์ท :   HS Resort 

อยู่ซอยข้าง โรงพยาบาลดอนตาล  อ.ดอนตาล  จ.มุกดาหาร

มีบ้านพักให้บริการ จำนวน 8 หลัง ราคา 400-600 บาท

สนใจ จองห้องพัก โทร.  081-634-1088    081-615-5257

ไร่หินซุย รีสอร์ท บริการที่พักสะดวก ห้องน้ำสะอาด ห้องพักสะบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวก เฟอร์นิเจอร์ แอร์ ทีวี ตู้เย็น เครื่องทำน้ำอุ่น  บรรยากาศร่มรื่น ด้วย สวนมะม่วง และ สวยลำไย.....

ที่สำคัญ ราคาไม่แพงด้วยค่ะ

สนใจติดต่อ 081-634-1088    081-615-5257 คุณ วรวัฒน์ หินซุย ( เจ้าของรีสอร์ท )

--------------------------------------------------------------------

การเดินทางไป สวนป่านาบุญ

น้าส่วน สวนป่านาบุญ โทร. 085-743-4324

บริการ  - รถสามล้อเครื่อง รับ - ส่ง ราคากันเอง


อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
ใส่รูปหรือไฟล์