สมาชิก
แลกเปลี่ยน

คิดอะไร?

 

จากที่พักของผมมองออกไปนอกหน้าต่างทางทิศตะวันออก จะเห็นอาคารสวยงามหลังหนึ่งเด่นตระหง่าน นั่นเป็นโรงแรมระดับสี่ดาวที่ไม่รับลูกค้าที่ต้องการพักประจำ เพราะรับลูกค้าจรรายวันนั้นได้รายได้มากกว่า.. ก็เป็นอุดมการณ์ธุรกิจ  

 

 

 

 

แดงๆที่เห็นนั่นคือดินที่ถมลงไปในหนองน้ำเดิมซึ่งนักธุรกิจลงทุนถมเพื่อขึ้นโครงการต่างๆในอนาคต หนองน้ำก็เหลือเพียงเท่าที่เห็นมีวัชพืชขึ้นเต็มไปหมด ทุกเย็นที่เลิกจากงานผมจะมาเปิดหน้าต่างมองดู เพราะมันมีสภาพชนบท เห็นต้นไม้ตาย เห็นหนองน้ำ เห็นหญ้าเขียวๆ .... 

 

 

 

 

บางวันผมเห็น ชาวบ้านปล่อยควายสี่ห้าตัว มากินหญ้าตรงนั้น อย่างสบายอารมณ์ไม่มีฝูงควายอื่นๆมาแย่ง  พ่อแม่ควายเดินเล็มหญ้า  ลูกควายหนุ่มกำลังคะนองก็เล่นโคลนที่ปลักนั่น เขากลิ้งไปมาให้โคลนเปียกเปื้อนทั้งตัว  แล้วก็ลุกไปเล่นกับพี่น้องของเขาอีกปลักหนึ่ง เนื้อตัวมอมแมมไปหมด แล้วก็ไปเล็มหญ้าข้างๆพ่อแม่เขา  ไม่เคยเห็นเขามาลงหนองน้ำใหญ่เลย  พ่อแม่เขาดูจะสูงอายุพอสมควร หญ้าที่เขียวเพราะได้ฝนและน้ำจากหนอง น่าจะทำให้เจ้าของครอบครัวควายฝูงนี้ พอใจที่จะเอามาเลี้ยงที่นี่ตลอดไป

 

 

 

 

เย็นวันหนึ่งผมมาเปิดหน้าต่างดูพื้นที่ตรงนี้ตามปกติ ผมเห็นชายใส่เสื้อเหลืองนั่งตกเบ็ดอยู่  เขานั่งอยู่นาน ไม่ได้ปลาสักตัว  ผมนึกว่า เขาเอาไปกินหรือเอาไปขาย  และปลาแถบนี้ไม่น่าจะเอาไปกินเลย เพราะเป็นพื้นที่รับน้ำโสโครกของบ้านคน ตลาดเช้า โรงแรม ฯ.. มันเป็นแหล่งสะสมของเสียจากการวิถีชีวิตของคนเมือง แต่ที่ไหนๆก็มีภาพเหล่านี้  เหมือนที่ผมเคยเห็นที่หนองน้ำใหญ่ขอนแก่น

 

นานเกินไปแล้ว ไม่ได้ปลาสักตัว ชายเสื้อเหลืองก็ขึ้นมาบนดินถมนั่น เขาล้มลงครั้งหนึ่งผมจึงรู้ว่า ชายเสื้อเหลืองนี้มีขาพิการ เมื่อคลานขึ้นมาได้เขาก็ถีบจักยานจากไป

 

 

 

 

เย็นอีกวันหนึ่ง ผมเห็นกลุ่มคนสามสี่คนมาตกปลา โดยใช้คันเบ็ดสมัยใหม่ที่เป็นที่นิยมกันมากกว่าคันเบ็ดแบบดั้งเดิมที่ทำจากไม้ไผ่ วันนี้ดูคึกคัก หนาตา มีเด็กๆมานั่งดู  มีคนอื่นๆเดินมาดูด้วย  สักพักหนึ่งชายคนนุ่งกางเกงขาสั้นสีขี้ม้าก็ได้ปลาใหญ่ตัวหนึ่ง น่าจะเป็นปลาช่อน (แต่คงไม่ใช่ปลาดูด อย่างที่ พบในบ่อของ อ.ขจิต อิอิ)  คนกลุ่มนั้นท่าทางดีใจกัน  และเห็นเพื่อนได้ปลาก็คงจะหวังว่า เราคงได้บ้าง....

 

 

 

 

อีกเย็นวันหนึ่ง ผมแปลกใจที่มีเรือเข้ามาพายในหนองน้ำแคบๆแห่งนี้ น่าจะเป็นตากับหลานอะไรทำนองนี้ เขากำลังลงตาข่ายดักปลาอยู่ หลานนั่งหัวเรือ คอยประคองหัวเรือให้อยู่ในทิศทางที่ตาต้องการ  ตาคอยเอาข่ายลงน้ำแล้วจัดตาข่ายให้อยู่ในลักษณะที่เหมาะ  แล้วค่อยๆขยับเรือไปข้างหน้าตามที่ตาต้องการ  ผมเห็นควายตัวหนึ่งยืนมองตาหลายคู่นี้อยู่

 

ผมไม่รู้ว่าควายมันคิดอะไร หรือไม่ได้คิดอะไร...อิอิ..

 

แต่ผมคิดว่า นี่คือวิถีชนบทในเมืองมุกดาหาร  กลางเมืองมุกดาหาร

เมืองที่เพิ่งจะแตกเนื้อหนุ่มสาว เพียงแค่ยี่สิบกว่าปี สภาพชนบทในเมืองยังมีให้เห็น

อีกไม่นานภาพเหล่านี้จะค่อยๆหลบลี้ไปอยู่ในชนบทจริงๆ 

หนองน้ำส่วนนี้ก็คงจะถูกกลุ่มทุน เอาเงินมาถมให้เต็มเพื่อธุรกิจตัวใหม่ๆที่เขาเล็งเห็นรายได้

 

ก็เป็นเรื่องปกติของการพัฒนาของสังคม ที่นักลงทุนจ้องมองว่าจะลงทุนอะไรดีสำหรับเมืองที่มีโอกาสในการขยายตัวสูงเช่นมุกดาหารเช่นนี้ 

 

ผมไม่รู้ว่าเขาคิดถึงคนท้องถิ่นนี้ในมุมมองแบบไหน

ผมไม่รู้ว่าเขาคิดถึงการประหยัดพลังงานในการลงทุนและกิจกรรมที่จะสร้างขึ้นหรือไม่อย่างไร 

ผมไม่รู้ว่ากระบวนการลงทุนนั้นจะมีส่วนลดการสร้างเรือนกระจกมากน้อยแค่ไหน

ผมไม่รู้ว่า........

 

ผมไม่รู้ว่าเขาทราบเรื่องนี้หรือเปล่า หรือในหัวเขาคิดเพียงว่า ประกอบการที่จะขึ้นนี้จะสร้างกำไรเท่าไหร่...? 

 

แต่ที่แน่ๆ ผมรู้ว่า เขาไม่รู้ว่าผมคิดอะไรอิอิ...

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: การพัฒนาสังคม วิถีชีวิต บางทราย ชนบทในเมือง ชีวิตในเมืองมุกดาหาร 
· หมายเลขบันทึก: 178345 · เขียน:  
· ความเห็น:
31
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
ธ.วั ช ชั ย
เขียนเมื่อ Wed Apr 23 2008 19:15:13 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ

ผมไม่อยากจะพูด

ตอนที่ผมเรียนธรรมศาสตร์

เห็นตึกโผล่ริมเจ้าพระยา ฝั่งตะวันตก โด่เด่ขึ้นมาอย่างน่าเกลียด

ได้แต่บ่นๆ

ไม่กี่วัน มีถมดินลงแม่น้ำ เอาต้นไม้ไปปลูก ใกล้ๆ รร ดุสิตาราม ทางเข้าคลองบางกอกน้อย วันหนึ่งๆ คนผ่านเป็นหมื่นเป็นแสน

ทำไปได้

ปล่อยให้ทำไปได้

เอ้อ ผมก็ไม่ได้ทำอะไร นอกจากบ่น แฮ่..

ผ่านทีไรก็จำความรู้สึกตอนนั้นได้ไม่ลืม

ผมคลองน่ะ ผมคาดไว้ตั้งแต่ยังไม่ถม

เขียนบทความถึงความห่วงใย

ถนนพุทธมณฑลสายสอง สองข้างมีคลองเล็กๆ

สักพัก ถม ขยายถนน

ใส่ท่อเล็กจิ๊ดเดียว

สักพักน้ำท่วมแน่ๆ

DSS "work with disability" ( หนิง )
เขียนเมื่อ Wed Apr 23 2008 19:19:45 GMT+0700 (ICT)

มาชื่นชมชายเสื้อเหลืองค่ะพี่บู๊ท  ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ปลาวันนั้น  แต่เขาจะรู้ไหม เขาได้ใจหนิงไปแล้ว

หนิงชื่นชมคนพิการที่พยายามดำเนินชีวิตอิสระ  ไม่พึ่งพาเป็นภาระผู้อื่นมากเลยค่ะ

บางทราย
เขียนเมื่อ Wed Apr 23 2008 20:51:45 GMT+0700 (ICT)

น้องธวัชชัย P 1. ธ.วั ช ชั ย  ครับ

 

เราเห็นภาพเช่นนี้บ่อยครั้ง

อำนาจเงินทำอะไรก็ได้ที่ใจเขาอยากจะทำ

ในชนบทก็เห็นบ่อยๆ เมื่อไม่กี่วันก็มีนายทุนไปกว้านซื้อที่ดินในชายป่าเพื่อจะปลูกยางพารา โดยไมสนใจว่าเป็นที่ป่า เป็นพื้นที่ สปก.ที่ห้ามซื้อขาย .... เพราะราคายางเร้าใจจนทำให้กระทำสิ่งที่ไม่ถูกต้องได้

เรื่องอย่างนี้อำนาจเงินอยู่เหนือความถูกต้อง

หลายเรื่องเกินมากกว่าเราจะทำอะไรได้ เพียงทำความเข้าใจกับคนที่เรารู้จักว่าความถูกต้องคืออะไร

ดูซิระดับชาติ อำนาจเงินยังทำอะไร อะไรที่ขวางหูขวางตาได้เล้ยยย  อิอิ..

ขอบคุณมากครับ น้องธวัชชัยครับ

บางทราย
เขียนเมื่อ Wed Apr 23 2008 21:06:34 GMT+0700 (ICT)

น้องหนิงคนสวย P 2. DSS "work with disability" ( หนิง )

รูปใหม่เจ๋งจริงๆ...

มาชื่นชมชายเสื้อเหลืองค่ะพี่บู๊ท  ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ปลาวันนั้น  แต่เขาจะรู้ไหม เขาได้ใจหนิงไปแล้ว

หนิงชื่นชมคนพิการที่พยายามดำเนินชีวิตอิสระ  ไม่พึ่งพาเป็นภาระผู้อื่นมากเลยค่ะ

เขาก็ได้ใจพี่เช่นเดียวกันครับน้องหนิง  เขานั่งนานมาก และขยับไปตรงนั้นตรงนี้ จึงรู้ว่าเขาพิการ

ยิ่งเห็นเขาล้มลงเพราะต้องการเดินขึ้นข้างบน รู้สึกยอมรับในการต่อสู้ของเขา จริงๆ  เขาพยายามใช้เงื่อนไขที่เขาทำได้  ทำเพื่อเลี้ยงชีวิตตัวเอง  เราไม่รู้ อาจจะเลี้ยงชีวิตอีกหลายคนที่บ้านอีกก็ได้

ชื่นชมในศักดิ์ศรีความเป็นคน และการต่อสู้เพื่อคนเองของเขา

พี่จะลองตามดูว่า เขาจะมาตกปลาอีกไหม  และชีวิตเขาเป็นอย่างไร  หากได้รายละเอียดจะเอามาเขียนนะครับ..

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
เขียนเมื่อ Wed Apr 23 2008 21:23:50 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครัีบพี่บางทราย

    สบายดีนะครัีบ ขอบคุณมากๆ นะครัีบ สำหรัีบภาพและเรื่องเล่าดีๆ โชคดีจังครัีบ ที่ยังมีควายให้เห็นครับ ผมว่าเก็บดินกลิ่นโคลนสาปควายใส่กระสอบไว้บ้างก็ดีครัีบ วันหนึ่งอาจจะเป็นของวิเศษครับ เพราะหายากครับ

    โลกแต่ละรอบที่หมุนในแต่ละวัน มันเป็นการหมุนแบบเดิมๆ หรือไม่ครับ หมุนแต่ละรอบหมุนด้วยความต่างหรือไม่ครับ???

    คำว่าเปลี่ยนกับแปลง นี่ผมว่าเข้าท่าดีนะครับ มีเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็มีแปลงเมื่อนั้น.....

และทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงจะอยู่ได้เมื่อระบบสมดุล ก่อนจะเข้าสู่ภาวะสมดุลจะมีผลกระทบเสมอ..ไม่มากก็ินิดครับ

รักษาสุขภาพครัีบ

หยั่งราก ฝากใบ
เขียนเมื่อ Wed Apr 23 2008 21:38:54 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะพี่บางทรายที่เคารพ
  • อ่านแล้ว..คนไม่มีรากคิดบางอย่างค่ะ...
  • หรือ..นี่เป็นวัฎฎจักรปกติของบ้านเราเมืองเราไปแล้ว
  • ไม่ทราบว่าพี่คิดอะไร...เราอาจคิดเหมือนกันนะคะ
  • ด้วยความเคารพค่ะ
กมลวัลย์
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 00:36:40 GMT+0700 (ICT)

เห็นภาพชีวิตชนบทที่กำลังถูกเมืองคุกคาม T_T

ได้แต่ดูแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรเหมือนกัน สงสัยจะไม่ค่อยได้คิด(เผื่อคนอื่น)

aonjung
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 10:16:10 GMT+0700 (ICT)

ภาพเหล่านี้กำลังใจหายไปในอนาคต มันเป็นวัฏจักรน่ะครับ

การที่ประกอบธุรกิจอะไร ต้องมองหลายๆด้าน รวมไปถึงสัมคม สภาพแวดล้อมด้วยน่ะครับ

ไม่ใช่หวังเพียงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว

mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 11:52:20 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับพี่บางทราย

อีกอย่างที่เขาไม่รู้คือไม่รู้ว่ามีคนแอบดูพวกเขาอยู่นะครับ หะหะ

ที่มุกดาหารเป็นเมืองที่ยังดูไม่วุ่นวายมากนักนะครับ จากที่เคยไปเยือน ที่ขอนแก่นไปข้างหน้ากว่าเยอะ ( หรือถอยหลังก็ไม่รู้ ) เมื่อสิบปีที่แล้ว แถว ๆ บึงขอนแก่นนคร ด้านทางหมู่บ้านโนนทันก็มีความเป็นชนบทในเมืองเหมือนกัน ผมตื่นเช้าที่นั่นยังได้ยินเสียงประกาศทางหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน เห็นคนจูงวัวเดินถนน มีขี้วัวบนถนนในบางจุด ควายกินหญ้าแถว ๆ ทุ่งใกล้ ๆ บึง ก็ยังเห็นตอนนั้น

แต่ปัจจุบัน ...ไม่มีแล้วครับ

นาง พรรณา ผิวเผือก
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 15:09:12 GMT+0700 (ICT)

สำบายดีค่ะ

* ชอบใจบทสรุปค่ะ...ทุกที่ทุกแห่งมักเป็นเช่นนี้...นักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่????

" หรือในหัวเขาคิดเพียงว่า ประกอบการที่จะขึ้นนี้จะสร้างกำไรเท่าไหร่...?

แต่ที่แน่ๆ ผมรู้ว่า “เขาไม่รู้ว่าผมคิดอะไร ”

ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 16:09:56 GMT+0700 (ICT)
  • ดีแล้ว  ถ้ารู้ว่าควายคิดอะไร?
  • จะหน๊าววววววๆๆๆๆๆๆๆ
บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 16:32:27 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับน้องเม้ง P  5. เม้ง สมพร ช่วยอารีย์  

โชคดีจังครัีบ ที่ยังมีควายให้เห็นครับ ผมว่าเก็บดินกลิ่นโคลนสาปควายใส่กระสอบไว้บ้างก็ดีครัีบ วันหนึ่งอาจจะเป็นของวิเศษครับ เพราะหายากครับ

ใช่แล้วน้องเม้ง  ควายสวยๆถูกตอน และเข้าโรงฆ่าสัตว์ เหลือแต่ควายตู้ อิอิ

โลกแต่ละรอบที่หมุนในแต่ละวัน มันเป็นการหมุนแบบเดิมๆ หรือไม่ครับ หมุนแต่ละรอบหมุนด้วยความต่างหรือไม่ครับ???

พี่ว่าต่างนะครับ  เพียงแต่ว่าเรารู้ว่ามันต่างหรือเปล่าเท่านั้นแหละครับ

คำว่าเปลี่ยนกับแปลง นี่ผมว่าเข้าท่าดีนะครับ มีเปลี่ยนเมื่อไหร่ก็มีแปลงเมื่อนั้น.....

เรายอมยังการเปลี่ยนแปลง  แต่อย่างที่เราคุยกันว่า การเปลี่ยนแปลงนั้นควรเป็นไปอย่างสมดุลทุกด้าน  เอ หรือว่าเพ้อฝันก็ไม่รู้

และทุกอย่างที่เปลี่ยนแปลงจะอยู่ได้เมื่อระบบสมดุล ก่อนจะเข้าสู่ภาวะสมดุลจะมีผลกระทบเสมอ..ไม่มากก็ินิดครับ

เห็นด้วย เห็นด้วย เราน่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้สมดุลเร็วขึ้น  หากปล่อนเป็นธรรมชาติ มันจะกินตัวมันเอง  กว่าจะสมดุลได้คงใช้เวลานานกว่าที่เราต้องการ..ครับ ใช่ไหมครับ

บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 16:35:35 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับน้องสาว P  6. คนไม่มีราก 
 

  • อ่านแล้ว..คนไม่มีรากคิดบางอย่างค่ะ...
  • หรือ..นี่เป็นวัฎฎจักรปกติของบ้านเราเมืองเราไปแล้ว
  • ไม่ทราบว่าพี่คิดอะไร...เราอาจคิดเหมือนกันนะคะ

ใช่ครับ เป็นสิ่งปกติของสังคมบ้านเรา  ไม่ง่ายนะครับที่จะขึ้นไปบริหารบ้านเมืองแล้วสอดส่องไปทุกขุมขนของแผ่นดิน  ดังนั้นการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นจึงจำเป็นแล้วให้ท้องถิ่นช่วยกันดู  ช่วยกันตักเตือน ทักท้วง สร้างวรรค์  แต่.......อย่างที่รู้กัน อิอิ

บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 16:40:33 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ อาจารย์ P 7. กมลวัลย์

เห็นภาพชีวิตชนบทที่กำลังถูกเมืองคุกคาม T_T

ได้แต่ดูแล้วก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรเหมือนกัน สงสัยจะไม่ค่อยได้คิด(เผื่อคนอื่น)

แปลกนะครับ  ผมเคยเห็น เมืองแต่ก่อนนั้นคือหมู่บ้าน ที่มีความเจริญแบบหมู่บ้าน  ต่อมาพัฒนาเป็นเมือง บ้านเปลี่ยนเป็นตึก จากตึกหนึ่งขั้นเป็น ห้าชั้นสิบชั้น  แต่ยังมีบ้านแบบเดิมอยู่บ้าง 

เมื่อเขตเมืองเป็นเทศบาล เขากลับเรียกบ้านเหล่านั้นว่า "สลัม"  ให้ตายสิพระเจ้า.... 

บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 16:43:21 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ P 8. aonjung

ภาพเหล่านี้กำลังใจหายไปในอนาคต มันเป็นวัฏจักรน่ะครับ

การที่ประกอบธุรกิจอะไร ต้องมองหลายๆด้าน รวมไปถึงสังคม สภาพแวดล้อมด้วยน่ะครับ

ไม่ใช่หวังเพียงแต่ผลประโยชน์ส่วนตัว

 

เห็นด้วยครับ  และเป็นหน้าที่ อบจ. เทศบาล และกลุ่มท้องถิ่นทั้งหลายต้องช่วยกัน  เท่าที่พบมีแต่แก่งแย่งกันช่วงชิงผลประโยชน์และการค้ากำไร  ช่วงชิงโอกาสในการขึ้นธุรกิจ  แล้วก็เข้าสู่อำนาจการเมือง ทั้งหมดทั้งสิ้น อิอิ..อิอิ

บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 16:48:26 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับน้อง P  9. mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง

อีกอย่างที่เขาไม่รู้คือไม่รู้ว่ามีคนแอบดูพวกเขาอยู่นะครับ หะหะ

ที่มุกดาหารเป็นเมืองที่ยังดูไม่วุ่นวายมากนักนะครับ จากที่เคยไปเยือน ที่ขอนแก่นไปข้างหน้ากว่าเยอะ ( หรือถอยหลังก็ไม่รู้ ) เมื่อสิบปีที่แล้ว แถว ๆ บึงขอนแก่นนคร ด้านทางหมู่บ้านโนนทันก็มีความเป็นชนบทในเมืองเหมือนกัน ผมตื่นเช้าที่นั่นยังได้ยินเสียงประกาศทางหอกระจายข่าวของหมู่บ้าน เห็นคนจูงวัวเดินถนน มีขี้วัวบนถนนในบางจุด ควายกินหญ้าแถว ๆ ทุ่งใกล้ ๆ บึง ก็ยังเห็นตอนนั้น

แต่ปัจจุบัน ...ไม่มีแล้วครับ

ใช่แล้วครับนั่นคือตัวชี้วัดบางอย่าง

ถามว่าดีไหม  คนจำนวนมากบอกว่าดี  คนจำนวนหนึ่งโดยเฉพาะคนแก่เฒ่าบอกว่า  มันไม่สงบ มันพลุกพล่านทั้งวันทั้งคืน สิ่งไม่ดีไม่งามตามมามากมาย

นักปกครองบอกว่านี่แหละคือความเจริญที่เราต้องการ

เด็กร่นใหม่บอกว่า ควรพัฒนาให้เหมือนกรุงเทพฯ  บ้านเราจะได้เจริญเหมือนเขา...

แต่ควายมันถูกรุกที่หากินของมันจนหมดสิ้นแล้ว อิอิ

บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 16:50:04 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ P 10. นาง พรรณา ผิวเผือก (ไม่มีชื่อกลาง)

* ชอบใจบทสรุปค่ะ...ทุกที่ทุกแห่งมักเป็นเช่นนี้...นักธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่????

" หรือในหัวเขาคิดเพียงว่า ประกอบการที่จะขึ้นนี้จะสร้างกำไรเท่าไหร่...?

แต่ที่แน่ๆ ผมรู้ว่า “เขาไม่รู้ว่าผมคิดอะไร ”

 

คิดต่างกันแน่นอนครับ อิอิ ต่างมุมมอง แต่อยู่ด้วยกันได้

บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 16:52:06 GMT+0700 (ICT)

ก๊ากกก ท่านครูบา P 11. ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์

  • ดีแล้ว  ถ้ารู้ว่าควายคิดอะไร?
  • จะหน๊าววววววๆๆๆๆๆๆๆ

ผมวิ่งก่อนละครับ  คนชาวบ้านอาจจะจุดธูปขอหวย อิอิ

ดอกไม้น้อย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 17:19:55 GMT+0700 (ICT)
  • "ในน้ำยังคงมีความหวัง เหมือนวันคืนที่ผ่านมา

แม้ในวันที่ปลาน้อยลงอย่างนี้ อย่างนี้

แล้วอะไรหนอที่เปลี่ยนไป

กาลเวลา หรือจุดยืนในใจคน"

  • เฮ้อ รึใจคน หมดหวังแล้วในใจ ในใจ
บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 19:06:25 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ P  19. ดอกไม้น้อย

  • "ในน้ำยังคงมีความหวัง เหมือนวันคืนที่ผ่านมา

แม้ในวันที่ปลาน้อยลงอย่างนี้ อย่างนี้

แล้วอะไรหนอที่เปลี่ยนไป

กาลเวลา หรือจุดยืนในใจคน"

  • เฮ้อ รึใจคน หมดหวังแล้วในใจ ในใจ

ผมสนใจวิถีชีวิตที่พอเพียง ง่ายๆ ไม่โลดแล่นและหวังรุ่มรวย เพียงมีพอมีกินมีใช้ สันติสุข อยู่ร่วมกันแบบพี่น้อง  แต่นี้ก็วิเศษ  เมื่อสังคมใหม่เข้ามา กลายเป็นตัวกระตุ้นให้ทุกอย่างเคลื่อนจากภาพเดิมไปสู่แข่งขัน สะสม ต้องมามากๆ ฯลฯ ปัญหาก็ตามมา  และตามมาทันจนเข้าสู่วิกฤติคือโลกร้อน  อย่าโทษใคร ทุกคนมีส่วนทั้งนั้น อิอิ 

ดอกไม้น้อย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 19:51:55 GMT+0700 (ICT)
  • ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งนั้น เพราะกินด้วยกันใช้ด้วยกัน นุชก็มีส่วนร่วมด้วยล่ะ  
  • แต่กินไม่เท่ากันซักหน่อยนี่คะ  (แหะแหะ เปล่าเถียงนะคะ)
Conductor
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 20:32:30 GMT+0700 (ICT)

บางทีนักลงทุนอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ครับ จึงกระทำไปตามสัญชาติญาณ ก็เลยได้แค่นี้เอง อิอิ

อ้อ การถมลำรางสาธารณะ น่าจะผิดกฏหมายนะครับ แม้มีโฉนดก็ถมไม่ได้

beach
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 20:51:24 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีค่ะ...คุณบางทราย

ดูภาพแล้ว เป็นการเปรียบเทียบความแตกต่างได้ดีทีเดียวค่ะ

บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 21:16:58 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ P 21. ดอกไม้น้อย

   

  • ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งนั้น เพราะกินด้วยกันใช้ด้วยกัน นุชก็มีส่วนร่วมด้วยล่ะ  
  • แต่กินไม่เท่ากันซักหน่อยนี่คะ  (แหะแหะ เปล่าเถียงนะคะ)

เห็นด้วยครับคุณนุชที่หลายคนกินน้อยกว่า น้อยกว่ามากๆด้วยครับ ผมเพียงยอมรับการกระทำที่ทุกคนมีส่วนในการกระทำให้เกิดภาวะโลกร้อนด้วยกัน แต่ มากน้อยต่างกันครับ เราจึงควรร่วมกันมีส่วนแก้ไข  ใครทำมากก็ต้องแก้ไขมาก ในทำนองเดียวกันกับหลักคิดในการกำจัดของเสียคือ "ใครทำคนนั้นต้องจ่าย"

ผมเชื่อว่าคุณนุชก็เข้าใจเพียงแต่ แหย่กันเล่นใช่ม้า.... อิอิ

บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 21:20:05 GMT+0700 (ICT)

ป๊าดดดด  conductor เปลี่ยนรูปอีกแล้ววว...

บางทีนักลงทุนอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ครับ จึงกระทำไปตามสัญชาติญาณ ก็เลยได้แค่นี้เอง อิอิ

เห็นด้วยครับ  เห็นด้วยครับ

อ้อ การถมลำรางสาธารณะ น่าจะผิดกฏหมายนะครับ แม้มีโฉนดก็ถมไม่ได้

 

น่าสนใจ ติดตาม  เพื่อนๆเป็นประธานหอการค้าจังหวัดมุกดาหารอยู่จะลองแลกเปลี่ยนข้อนี้ครับ ขอบคุณครับ

บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 21:21:18 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ  P 3. windy

ดูภาพแล้ว เป็นการเปรียบเทียบความแตกต่างได้ดีทีเดียวค่ะ

 

ขอบคุณครับ windy ครับ

Conductor
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 21:53:07 GMT+0700 (ICT)

แหม ไม่ต้องป๊าดดดดหรอกครับ อิ อิ... พี่จำลายมือผมได้โดยไม่ต้องดูรูปครับ

ค้นเว็บบอร์ดของกรมที่ดิน เจอคำตอบในกระทู้ที่น่าสนใจครับ ผมตัดตอนมาเฉพาะคำตอบจากสำนักงานเลขานุการกรม โทร.0-2221-5682, 0-2226-3073  (วันที่ 21/09/2550 15:06:13) ตรงที่น่า "เป็นเรื่อง"

...อย่างไรก็ตามในการออกโฉนดที่ดินนั้น ข้อเท็จจริงต้องปรากฏว่าที่ดินดังกล่าวไม่เป็นที่ดินต้องห้ามมิให้ออกโฉนด ที่ดินตามกระทรวง ฉบับที่ 43 (พ.ศ.2537) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฏหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ข้อ 14 เช่น ที่ดินสงวนหวงห้าม ที่ดินราษฎรใช้ประโยชน์ร่วมกัน ที่เขาที่ภูเขา ที่เกาะ ป่าไม้ถาวร ป่าสงวนแห่งชาติ หรือเขตที่มีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน เป็นต้น

ในส่วนของลำรางสาธารณประโยชน์นั้น โดยหลักการทั่วไปที่สาธารณประโยชน์เกิดขึ้นได้ดังนี้

1. โดยสภาพ เช่น ทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นต้นว่า ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง ทะเลสาบ ตามนัยมาตรา 1304 (2) แห่งประมวลกฏหมายแพ่งและพาณิชย์

2. เกิดโดยทางกฏหมาย เช่น การขึ้นทะเบียนสงวนหวงห้าม

3. เกิดโดยการอุทิศ เช่น การยกที่ดินให้เป็นที่ทางสาธารณประโยชน์

4. เกิดโดยสภาพการใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชน (โดยปริยาย)

กรณีตามคำถาม ลำเหมืองที่เกิดขึ้นโดยสภาพการใช้ประโยชน์โดยการขุด หากเป็นกรณีที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ลำเหมืองก็ย่อมกลายเป็ยลำรางสาธารณประโยชน์ ถึงแม้ต่อมาลำรางสาธารณประโยชน์ (เหมืองฯ) ดังกล่าวประชาชนจะเลิกใช้ประโยชน์จนกลายสภาพตื้นเขินก็ตาม ก็ยังคงเป็นที่สาธารณประโยชน์ (เหมืองฯ) ดังนั้นบริเวณที่ดินที่เคยเป็นลำรางสาธารณประโยชน์นี้ (เหมืองฯ) จึงไม่สามารถออกโฉนดที่ดินโดยหากมีการออกโฉนดที่ดินบริเวณดังกล่าว ก็ไม่สามารถนำรังวัดรวมที่ในส่วนที่เป็นเหมืองได้เว้นแต่เหมืองดังกล่าว เป็นการขุดเพื่อส่วนำภายในที่ดินของตนมิได้มีการใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งกรณีนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ต้องตรวจสอบว่าเป็นลำรางหรือเหมืองสาธารณ ประโยชน์หรือไม่ โดยสอบจากระวางแผนที่หรือสอบถามจากพยานบุคคลซึ่งเป็นผู้ปกครองท้องที่ อดีตผู้ปกครองท้องที่ ผู้สูงอายุและประชาชนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว อย่างไรก็ตามเมื่อท่านขอออกโฉนดที่ดินในบริเวณนี้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องทำการสอบสวนเพื่อตรวจสอบว่าเป็นลำรางหรือเหมืองสาธารณ ประโยชน์มาก่อนหรือไม่ อย่างไร ก่อนที่จะออกโฉนดที่ดินให้กับท่านต่อไป
บางทราย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 22:40:55 GMT+0700 (ICT)

อิอิ....P 27. Conductor ครับ

ขอบคุณมากๆที่กรุณาค้นหาข้อมูลที่เป็นประโยชน์นี้ให้ เยี่ยมจริงๆ

พี่จะเอาไปปรึกษากับเพื่อนๆดังกล่าว ช่วงนี้มุกกำลังตื่นตัวเรื่องการค้าการธุรกิจขยายตัวมากๆเพราะสะพาน  ประเด็นนี้น่าที่จะมีส่วน ช่วยให้เกิดการจัดระเบียบ...ได้ครับ

ขอบคุณอีกครั้งครับ

ดอกไม้น้อย
เขียนเมื่อ Thu Apr 24 2008 23:44:54 GMT+0700 (ICT)
  • สับสนนิดหน่อยค่ะ ว่าควรมีจุดยืนยังไงกับคนที่กินมากๆ เกินไป
  • ควรอยู่เฉยๆ ทำใจในใจ หรือ "ลุกไปจัดการ"
  • นุชเองอยู่ระหว่างทางเรียนรู้เรื่องกับนี้ค่ะ
  • พบว่ามันยากตรงนี้แหล่ะค่ะ ชีวิต
บางทราย
เขียนเมื่อ Fri Apr 25 2008 00:13:05 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ P  29. ดอกไม้น้อย

  • สับสนนิดหน่อยค่ะ ว่าควรมีจุดยืนยังไงกับคนที่กินมากๆ เกินไป

ผมคิดว่าเราอยู่ในเวทีที่บางครั้งเราไม่ได้พูดตรงๆน่ะครับ ผมเองก็บ่อยครั้งเป็นเช่นนั้นเพราะเป็นเวทีสาธารณะที่อาจจะก้าวล่วงไปถึงผู้อื่นโดยไม่เจตนาได้ เลยพูดอ้อมไปอ้อมมาครับ

  • ควรอยู่เฉยๆ ทำใจในใจ หรือ "ลุกไปจัดการ"

ในกรณีที่ กินคือการกินอาหาร ก็เป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่หากเราอยู่ในสถานะที่สามารถแสดงความเห็นได้ ก็สามารถจะแลกเปลี่ยนความเห็นแบบตรงๆได้ เช่น การกินอาหารมาก มิใช่เกิดผลดีต่อร่างกาย ตรงข้ามมีส่วนสำคัญที่ก่อให้เกิดผลเสียครับ หมายถึงสุขภาพร่างกายครับ  อิอิ ผมกำลังเป็นอยู่ เพราะทานแป้งมากไป ทำให้อ้วน...

หากกรณีกินคือการคอรับชั่นนั้น ผมพบมาเสมอกับระบบงานที่ร่วมทำอยู่  สิ่งที่ผมทำคือ ไม่ร่วมมือ และคัดค้าน ขวาง และปรึกษากับบุคคลที่เราสามารถจะปรึกษาได้เพื่อช่วยมิให้เขาเกิดการ "กิน" แต่ก็ต้องยอมรับครับว่าเราไม่สามารถยืนขึ้นแล้วเปิดฉากฟาดฟันกันแบบเอาตายไปข้างหนึ่ง ... ผมเคยใช้วิธีแจ้งให้นายเขาทราบ ซึ่งเรารู้จักกับนายเขา ก็ช่วยได้ครับ  แต่เงื่อนไขแบบนี้ไม่มีทุกงานครับ ก็ต้องพิจารณาไปเป็นงานๆไปครับ  ที่สำคัญคือไม่ร่วมมือ และปิดโอกาสให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ครับ  

  • นุชเองอยู่ระหว่างทางเรียนรู้เรื่องกับนี้ค่ะ พบว่ามันยากตรงนี้แหล่ะค่ะ ชีวิต

ปัญหาหลายอย่างต้องใช้เวลาครับ เพียงแต่เราต้องเข้มแข็ง อดทน และยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง  และให้เวลาช่วยเป็นเงื่อนไขของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นครับ...

คุณแว้บ
เขียนเมื่อ Sat Apr 26 2008 07:22:58 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับคุณพี่บางทราย ผมประทับใจมากๆ กับบันทึกนี้นะครับ ทั้งรูปและเรื่องราว เป็นส่วนผสมที่ลงตัวจังเลยครับ ผมชอบที่พี่ตอบว่า "ปัญหาหลายอย่างต้องใช้เวลาครับ เพียงแต่เราต้องเข้มแข็ง อดทน และยึดมั่นในหลักการที่ถูกต้อง และให้เวลาช่วยเป็นเงื่อนไขของการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นครับ"

ผมเข้าใจว่าปัญหาบางอย่างมันเกินกำลังของคน ๆ เดียวที่จะทำอะไรได้ แต่ก็ใช่ว่าเราไม่ควรจะทำอะไรเลย มีเพลงของ Brooks Garth ที่ผมชอบมากเพลงหนึ่ง พี่ชายผมแนะนำให้ฟัง ชื่อเพลง The Change ครับ สำหรับผมแล้วเพลงนี้คือคำตอบว่าเราต้องทำอย่างไรกับสิ่งต่างๆ ที่เปลี่ยนแปลง ผมตัดท่อนจบของเพลงให้อ่านนะครับ

I hear them saying you'll never change things
And no matter what you do it's still the same thing
But it's not the world that I am changing
I do this so this world we know
Never changes me

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์