สมาชิก
แลกเปลี่ยน

ของฝากจากกัมพูชาติดมือมาจากการประชุม

 จากการไปประชุมที่กัมพูชา ครานี้เขามีโปรแกรมนำผู้ร่วมสัมมนาสิบห้าชาติไปเสียมเรียบทางรถยนตร์ น่าทึ่งมากแม้ลุงเอกจะเดินทางมาเป็นครั้งที่ ๓ แล้วก็ตาม  

ประวัติศาสตร์ขอมนั้นเก่าแก่ค้นได้จากศิลาจารึกและจดหมายเหตุว่าขอมเป็นชื่อชนชาติที่เก่าแก่ต่อมาเรียกกันว่าเขมร และกลายเป็นกัมพูชาในปัจจุบัน

ขอมเริ่มมาจากอาณาจักรฟูนัน ที่แปลว่าภูเขา นครแห่งนี้ปกครองโดยผู้หญิง คือพระนางหลิวเหย่  ในพุทธศตวรรษที่ 6 กองทัพอินเดียเคยยกทัพมาตี 

 

พุทธศตวรรษที่ ๑๒ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๑ ได้ย้ายเมืองมาทางตอนใต้  ปกครองมาจนถึงพุทธศตวรรษที่ ๑๓ เมื่อจบยุคอาณาจักรเจนละได้ถูกแบ่งออกเป็น ๒ แคว้นใหญ่ คือ เจนละบก(อยู่ทางตอนเหนือที่เป็นภูเขาและที่ราบสูง) กับ เจนละน้ำ(บริเวณทางตอนใต้ที่ราบลุ่มจรดฝั่งทะเล)

ปี พ.ศ. ๑๓๔๕ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๒ ได้รวบรวมอาณาจักรเจนละบกและเจนละน้ำเข้าด้วยกันสถาปนาเป็นอาณาจักรกัมพุช หรือ กัมพูชา  ครอบคลุมตอนเหนือทะเลสาบใหญ่

ปราสาทนครวัตอัเก่าแก่และเป็นมรดกโลก  แม้แต่ประเทศเขาไม่ร่ำรวยแต่เขายังคงรักษาอนุรักษ์ได้อย่างดีมากเลย 

พระเจ้าชัยวรมันที่ ๗ ได้สถาปนานครธมเป็นเมืองหลวงแห่งใหม่แล้วมีกษัตริย์สืบต่อ ได้แก่ พระเจ้าอินทรวรมันที่ ๒ พระเจ้าชัยวรมันที่ ๘ พระเจ้าศรีนทรวรมัน พระเจ้าชัยวรรมปรเมศวร พระเจ้าศรีราช จนถึงแผ่นดินสมเด็จพระบรมลำพงศ์ราชา

ผลจากสงครามทำให้นครธมและปราสาทเทวาลัยในอาณาจักรกัมพูชา ซึ่งอยู่ในบริเวณเมืองเสียมเรียบได้กลายสภาพเป็นเมืองร้างทิ้งร่องรอยอารยธรรมอันยิ่งใหญ่ไว้ในป่ารกชัฏสืบมา


ปีพ.ศ. ๒๔๓๑ ฝรั่งเศสเข้ายึดดินแดนในอินโดจีนเป็นอาณานิคม เมืองพระตะบอง เสียมราฐ และศรีโสภณที่เคยอยู่กับไทย  ต้องยกให้ฝรั่งเศสเพื่อแลกเปลี่ยนกับอำนาจศาล เมืองด่านซ้าย และจังหวัดตราด ซึ่งตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ ๕


สิ่งก่อสร้างโบราณสถานต่างๆได้แสดงถึงอารยธรรมขอม แสดงถึงความเป็นชาติมหาอำนาจ  ที่เก่าแก่ทั้งด้านการเมือง  การปกครอง  การทหาร  และอารยธรรมที่รุ่งเรืองอย่างมากชาติหนึ่งของโลก หากนับเวลาเกือบสองพันปี
ส่วนใหญ่การก่อสร้างเกิดขึ้นด้วยแรงบันดาลใจจากความศรัทธาในศาสนา พราหมณ์ ฮินดู และพุทธศาสนา ปัจจุบันโบราณสถานในเขตพื้นที่กัมพูชาโดยเฉพาะในจังหวัดเสียมเรียบ ได้ถูกค้นพบแล้วมากมายเกือบ ๖๐๐ แห่ง มีทั้งที่สภาพค่อนข้างสมบูรณ์และที่ปรักหักพัง  เพราะถูกทิ้งร้างมาเนิ่นนาน ปัจจุบันกำลังได้รับความช่วยเหลือจากนานาประเทศ ได้แก่ ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น อินเดีย และอินโดนีเซีย



ปราสาทนครวัต ที่เป็นมรดกโลกอันเก่าแก่ที่คนแห่มาดูกันทั่วโลก

หลังจากกัมพูชาได้เอกราชจากฝรั่งเศส พ.ศ. ๒๔๙๖ เกิดความผันผวนทางการเมืองจนทำให้เกิดโศกนาฏกรรมฆ่าฟันกันเองเป็นล้านๆ คน 

 สถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่ยังคงถ่ายทอดมาสู่การก่อสร้างในปัจจุบัน



บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

· คำสำคัญ: วัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ กัมพูชา สถาบันพระปกเกล้า ขอม สสสส เอกชัย ศรีวิลาศ ลุงเอก การเสริมสร้างสังคมสันติสุข สำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล 
· หมายเลขบันทึก: 176536 · เขียน:  
· ความเห็น:
5
 · อ่าน: แสดง 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
สิทธิรักษ์
เขียนเมื่อ Fri Apr 11 2008 22:23:27 GMT+0700 (ICT)

สุข สดชื่น สดใส แข็งแรง ตลอดปีใหม่สงกรานต์ ครับ

 

อัยการชาวเกาะ
เขียนเมื่อ Fri Apr 11 2008 22:33:11 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีปีใหม่ครับลุงเอก

ยิ่งใหญ่อลังการจริงๆครับ

สิ่งที่ผมชอบสำหรับสถาปัตยกรรมเหล่านี้ก็คือความสามารถทางศิลปะของคนยุคนั้นที่แกะสลักก้อนหินได้อย่างสวยงาม แกะก้อนหินเป็นใบไม้เป็นกาบได้อย่างไร แกะสลักเป็นภาพมนุษย์เทวดาอย่างสวยงามได้อย่างไร และไม่ใช่จำนวนน้อยๆ ทึ่งจริงๆครับ

ลุงเอก
เขียนเมื่อ Sat Apr 12 2008 07:00:11 GMT+0700 (ICT)
P ขอบคุณครับ สิทธิรักษ์ ขอให้มีความสุขตลอดปีใหม่ไทยครับ 

P ท่านอัยการชาวเกาะ  สวัสดีครับลุงเอกว่าเขารักษาของเขาได้ดีจริงๆ  หากอยู่บ้านเราคงเก็บขายไปหมดแล้ว  เขามีปัญญาทางสถาปัตยกรรมอยู่ในระดับสูงทีเดียว  
โก๊ะจิจัง แซ่เฮ
เขียนเมื่อ Sat Apr 12 2008 09:21:35 GMT+0700 (ICT)
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
เขียนเมื่อ Sat Apr 12 2008 10:37:08 GMT+0700 (ICT)

แบบนี้ต้องไปเที่ยว

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์