สมาชิก
แลกเปลี่ยน

Fleur de Sel กับ "ดอกเกลือ" ของไทย

ในความเป็นจริงแล้ว ชาวนาเกลือในประเทศไทยก็ได้ผลิตดอกเกลือมานานนับร้อยปีมาแล้ว โดยเฉพาะที่ บ้านบางตะปูน ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม หรือที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

ครั้งที่แล้วเล่าเรื่อง Fleur de Sel เพราะได้รับของฝากจากแขกชาวฝรั่งเศสที่มาทานข้าวที่บ้าน

เล่าถึงความพิเศษกันไปแล้ว ท่านผู้อ่านคงสงสัยว่า ราคาแห่งความพิเศษนั้นจะสักเท่าไร

เฉลยให้ทราบราคาของ Fleur de Sel ของฝรั่งเศสกันเลยค่ะ

ราคานั้นหรือ . ..At 100 times the cost of table salt and ten times the cost of ordinary sea salt....ในต่างประเทศ ราคาแพงเป็นหนึ่งร้อยเท่าของเกลือป่นผ่านกรรมวิธีที่ใช้บนโต๊ะอาหาร และ แพงเป็นสิบเท่าของเกลือทะเลธรรมดาๆ

 

สมราคามั้ยคะ จากการที่ดอกเกลือ Fleur de Sel เป็นเกลือที่สะอาด มีคุณภาพสูง ราคาแพง เพราะว่ามีปริมาณน้อย ไม่ได้สัมผัสกับพื้นดิน  แน่นอนว่าเราคงไม่อยากนำเกลือที่แพงพิสดารเช่นนี้มาต้มยำทำแกง

 

กระป๋องเล็กๆที่ได้มา น้ำหนัก ๑๒๕ กรัม ทราบว่าราคา ๙ ยูโร หรือประมาณ ๔๕๐ บาท

 

ดอกเกลือ...ของไทย

ในความเป็นจริงแล้ว ชาวนาเกลือในประเทศไทยก็ได้ผลิตดอกเกลือมานานนับร้อยปีมาแล้ว โดยเฉพาะที่ บ้านบางตะปูน ตำบลลาดใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม หรือที่ตำบลบางแก้ว อำเภอบ้านแหลม จังหวัดเพชรบุรี

 

 พอฟ้าเริ่มสาง อาทิตย์ทอแสงสีทองอ่อน ๆ น้ำทะเลในผืนนาเกลือจะถูกแดดและลมพัดให้แห้งจนได้ความเค็มประมาณ 20-25 ดีกรี เกิดเกสรเกลือ หรือ เกลือแรกเริ่มตกผลึก ชาวนาเกลือเรียกว่า ดอกเกลือ  ซึ่งจะเป็นผงเล็กๆ ลอยจับตัวกันเป็นแพอยู่เหนือน้ำผืนนาเกลือ ดังนั้นชาวนาเกลือจะต้องตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อรีบช้อนดอกเกลือ ก่อนที่แสงแดด และสายลมจะทำให้ดอกเกลือจมลงด้านล่าง

 

กล่าวกันว่า ดอกเกลือที่เก็บได้ในเวลาเช้าตรู่นี้จะมีไอโอดีนสูง มีสีสันขาวเป็นประกายแวววาว รสชาติเค็มอมหวาน เป็นดอกเกลือที่สะอาด เพิ่งเกิดใหม่ๆ ไม่ได้สัมผัสกับพื้นดิน หรือตากลม ตากฝุ่นอยู่นาน  มีแร่ธาตุต่างๆสูงมาก จึงมีคุณภาพสูง อีกทั้งเพราะมีปริมาณน้อย ราคาจึงแพง (เสียดายไม่สามารถหาข้อมูลวิชาการอ้างอิงได้ เรื่องแร่ธาตุในดอกเกลือของเรา)

 

โดยปกติแล้วเกลือนั้นหากขายปลีกกันจะตกอยู่ที่ กิโลกรัมละ 4-5 บาท แต่หากเป็นดอกเกลือนี้จะราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 10 - 15 บาททีเดียว

 

 ดอกเกลือ จึงเปรียบเสมือนอัญมณีที่ล้ำค่าของชาวนาเกลือ ซึ่งเป็นที่หวงแหนมาก เพราะมีน้อย ชาวนาเกลือจึงเก็บดอกเกลือไว้ใช้เองทั้งบริโภค และประทินผิวพรรณเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านของชาวนาเกลือ เก็บไว้ล้างแผลบ้าง เก็บไว้แจกจ่ายผู้มาเยือนบ้าง

 

ผู้เขียนเคยได้ดอกเกลือมาจากสมุทรสงครามถุงหนึ่งราวๆหนึ่งกิโลกรัม ก็ใช้ทำกับข้าวแทนการใช้น้ำปลา คือเอามาต้มยำทำแกง ไม่ได้ประดิดประดอยใช้อย่างที่ฝรั่งใช้ Fleur de Sel

 

คิดเล่นๆว่าฝรั่ง(เศส)ผลิต Fleur de Sel ได้ปีละครั้งเท่านั้น เมืองไทยมีโอกาสผลิตได้ยาวนานกว่าเพราะมีแสงแดดเกือบทั้งปี หากเรารักษาสิ่งแวดล้อมได้ดี ทะเลสะอาด น้ำทะเลที่จะใช้มาผลิตเกลือสะอาด กรรมวิธีผลิตแบบดั้งเดิมโดยภูมิปัญญาไทยของเรา การวิจัยคุณค่าของแร่ธาตุสารอาหารดอกเกลือของเราเปรียบเทียบกับของต่างประเทศให้ได้รู้กันแจ้งๆไปเลย และ การวิจัยพัฒนาเพื่อนำดอกเกลือมาผลิตเครื่องสำอาง อาจจะช่วยส่งเสริมให้อาชีพการทำนาเกลือยังคงอยู่ และสร้างรายได้จากการทำนาเกลือเพิ่มขึ้น

 

ปัญหาของคนไทยคือ เรามักไม่ค่อยเห็นคุณค่าของภูมิปัญญาของเราเอง  หากต้องการจะยกย่องก็ทำเป็นครั้งๆ(มักทำเพื่อให้ผู้พูดดูดี) เป็นแนวโรแมนติค รำลึกโหยหาความโบราณ มากกว่าจะกล่าวยกย่องอย่างมีข้อมูลน่าเชื่อถือ ประกอบเข้ากับเรื่องราวที่มาของภูมิปัญญาของผลิตภัณฑ์นั้นๆ

 

ทะเลไทยอยู่ในเขตร้อน ผู้เขียนคิดว่าน่าจะมีแร่ธาตุสารอาหารมากกว่าทะเลเขตหนาวอย่างยุโรปด้วยซ้ำ ผู้เขียนมีเพื่อนคนหนึ่งทำร้านอาหารไทยชื่อดัง และเขียนตำราอาหารไทยและเอเชีย อยู่ที่ซานฟรานซิสโก เธอมาเมืองไทยครั้งใด ขากลับทุกครั้งต้องซื้อ "เกลือไทย" กลับไปอเมริกาทุกครั้ง ผู้เขียนเคยถามว่าอเมริกาก็มีเกลือขายมากมาย เกลือไทยถูกกว่าหรือจึงต้องหอบไปให้หนัก เธอตอบว่า ไม่ใช่ถูกกว่า แต่นำไปปรุงอาหารแล้วได้รสชาติดีกว่าเกลือฝรั่ง

 

ผู้เขียนขอตัวไปทดสอบรสชาติ Fleur de Sel ที่ได้มาซักหน่อย ดูซิว่าอาหารจะอร่อยขึ้นแค่ไหน เสียดายที่ดอกเกลือที่บ้านใช้หมดแล้ว คงต้องทดลองเปรียบเทียบรสชาติกันทีหลัง

 

ระหว่างค้นข้อมูลจากกูเกิ้ล พบภาพสวยๆและเรื่องเกี่ยวกับนาเกลือมากมาย ลิงค์ที่ยกมาภาพเขาสวย คมชัดมากเลยค่ะ ขอชวนไปชมกันนะคะ

 

http://www.barekadindern.com/bkdd/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=40

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: สมุทรสงคราม เพชรบุรี fleur de sel ดอกเกลือ 
· หมายเลขบันทึก: 168447 · เขียน:  
· ดอกไม้:
1
 · ความเห็น:
33
 · อ่าน: แสดง
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
บันทึกที่เกี่ยวข้อง
    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ Sat Mar 01 2008 15:48:17 GMT+0700 (ICT)
    • มาดูนาเกลือด้วย
    • โอโหตั้ง 450 บาท
    • ผิดคาด
    • น้องนึกว่าไม่แพง
    • คิดถึงตอนเด็กๆๆคุณครูให้ตรวจสอบเกลือหาสารไอโอดีน
    • สนุกมากๆๆ
    • แปลกใจตอนเกลือเปลี่ยนสี สวยมากๆๆ
    ลุงเอก
    เขียนเมื่อ Sat Mar 01 2008 16:47:17 GMT+0700 (ICT)

    สงสัยต้องให้ไปวิจัยเกลืออิสานที่ทุ่งกุลาสักหน่อยแล้วครับ

    กฤษณา สำเร็จ (Krisana Sumret)
    เขียนเมื่อ Sat Mar 01 2008 16:54:32 GMT+0700 (ICT)

    สงสารชาวไทยที่มีโอกาสแต่ไม่สามารถทำโอกาสให้เกิดเป็นรูปธรรมได้ เพราะหลายปัจจัยนะคะ

    ไทยเรายังมีดีอยู่อีกมากมาย...  ขอบคุณค่ะสำหรับบันทึก

    เนปาลี
    เขียนเมื่อ Sat Mar 01 2008 20:19:09 GMT+0700 (ICT)
    • สวัสดีเจ้า พี่นุช..

    แล้วพี่นุชคิดว่าเกลือไทยราคา 5 บาทสู้เกลือฝรั่งราคาเฉียด 500 ได้ไหมคะ?

     

    pa_daeng
    เขียนเมื่อ Sat Mar 01 2008 20:38:43 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ อ.พี่นุช

    • ดอกเกลือสู้เค้าได้อยู่แล้วใช่มั้ยคะ
    • ดีจังค่ะ บันทึกได้ความรู้มาอีกเรื่อง
    • ขอบคุณค่ะ
    พลเดช วรฉัตร
    เขียนเมื่อ Sat Mar 01 2008 20:58:30 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีครับ

    เห็นด้วยกับลุงเอก ต้องวิจัยครับ

    บ้านเราขาดเรื่องการวิจัย สินค้าจึงไม่สามารถมีมูลค่าเพิ่มได้เลย

    น่าสนใจ "ดอกเกลือไทยสู่โลก"

    Sasinand
    เขียนเมื่อ Sat Mar 01 2008 21:12:15 GMT+0700 (ICT)

    ตามไปดูภาพที่linkให้ดูค่ะ สวย คมชัดมาก ภาพเหล่านี้เห็นจนชินตาสมัยเด็กๆ มีบ้านพักอยู่ริมแม่น้ำบางปะกง แต่เราไปเที่ยวแถวชลบุรีบ่อยๆ  ก็เคยเห็นแบบนี้ หรือ ตอนขับรถไปเที่ยวแถวเพ็ชรบุรี ชะอำก็มากนะคะ

    แต่ไม่เคยไปพินิจ พิจารณาดูดอกเกลือสักที เพราะเห็นกองๆเกลือแบบนี้เยอะแยะไปหมด   มาอ่านที่นี่ จึงเป็นความรู้ใหม่ค่ะ ขอบคุณค่ะ

    บางทราย
    เขียนเมื่อ Sat Mar 01 2008 23:30:24 GMT+0700 (ICT)

    เป็นความรู้ใหม่ครับน้องนุช น่าสนใจมาก

    พี่รู้แต่ว่าเกลือคือสิ่งมีค่าดั่งทองในอดีต  และคำว่า salary มาจาก หฟสรื salt เพราะในสมัยโรมันเขาแจกค่าตอบแทนทหารโดยแจกเกลือ จนกลายมาเป็น salary

    a l i n_x a n a =)
    เขียนเมื่อ Sun Mar 02 2008 05:07:43 GMT+0700 (ICT)

    พี่นุชคะ

    ตามมาอ่านต่อ เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะว่าบางทีเรามีของดีใกล้ตัวแต่ ไม่เห็นคุณค่า  ถ้าชาวนาเกลือของเราสามารถนำดอกเกลือที่ได้ มาทำบรรจุภัณฑ์สวยงาม วิจัยให้ชี้ชัดถึงรสชาด แร่ธาตุของมัน แล้วขายแพงแบบฝรั่งเศสได้ ในตลาดบน จะทำให้มีคนอยากมาช่วยกัน ช้อนเกสรเกลือกันมากขึ้น

    จำได้ว่านานแล้วค่ะ ดูรายการของญี่ปุ่นเค๊าเอาเกลือทะเลที่ผลิตแบบ พิเศษสูตรโบราณดั้งเดิม ยากลำบากซึ่งมีราคาแพงมาทำน้ำซุปใส่ราเมง ซึ่งรสจะหวานอร่อยกว่าเกลือทั่วไป แสดงว่าเค๊าก็มีเกลือแบบแพงที่ต้อง ไปดั้นด้นซื้อยี่ห้อนั้นให้ได้ อยากให้บ้านเรามีแบบนั้นจัง ..คุณภาพ..ต้องละเอียดอ่อน ละเมียดละไมในรสชาดถึงจะแยกออก...

    กวิน
    เขียนเมื่อ Sun Mar 02 2008 12:59:03 GMT+0700 (ICT)
    พุดถึงเกลือ ก้คิดถึงทะเล พอพูดถึงทะเล ก็คิดถึงชลบุรี พอพุดถึงชลบุรีก้คิดถึงคนแถวนั้น...แวะมาอ่านครับ
    เบิร์ด
    เขียนเมื่อ Mon Mar 03 2008 10:15:54 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะพี่นุช

    รู้สึกคุ้นๆว่ามีคนเอามาใช้ขัดผิวในสปาราคาแพงนี่แหละค่ะ  เพราะมีคนเอามาให้แล้วเขียนติดไว้แบบนั้น แต่ถามแม่แม่บอกว่ามีการใช้ปรุงอาหารและได้รสแบบหวานละเมียดไม่แหลมจี๊ดจ๊าดแบบน้ำตาลทราย และไม่หอมละมุนแบบน้ำตาลโตนด..แต่ทำให้รสหวานชัดขึ้นและมีเค็มนิดๆที่อร่อยเหลือใจ..

    การทำนาเกลือเป็นการผลิตที่ครบธาตุทั้ง 4 เลยนะคะ..ดิน น้ำ ลม ไฟ ( แดด ) ถ้าขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปเกลือทะเลคุณภาพดีไม่เกิด เพราะมีคนพยายามลองปูพื้นนาเกลือด้วยพลาสติกก็ไม่เกิดเกลือค่ะพี่นุช..ทำให้น่าสนใจว่าการเกิดจากธาตุทั้ง 4 นี้ทำให้เกิดสมดุลอะไรได้บ้าง..ชอบจริงๆค่ะ ^ ^

    เดี๋ยวจะค้นให้นะคะว่ามีคนทำวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

    เอาสูตรสีผึ้งแบบโบราณมาฝากพี่นุชค่ะ ( ตามสัญญาจากบันทึกคุณยายเฉย )...

    วัตถุดิบ
    1.รังผึ้งร้างบีบน้ำหวานออกจนหมด
    2.น้ำมันมะพร้าว

    ขั้นตอนการทำ
    1. นำรังผึ้งร้างมาใส่ในภาชนะทนไฟ แล้วตั้งไฟให้รังผึ้งละลายเป็นน้ำ
    2. นำรังผึ้งที่เหลวเป็นน้ำเทกรองเอาสิ่งสกปรกออก
    3. นำรังผึ้งเหลวที่กรองแล้วมาเคี่ยวผสมกับน้ำมันมะพร้าวให้เข้ากัน
    4. เคี่ยวต่อจนงวดเหนียว เทใส่ภาชนะ ทิ้งไว้ให้เย็น ก็นำมาใช้ได้ค่ะ แต่จะมีลักษณะเหลวไม่คงตัวนะคะ และใช้แล้วจะหนืดๆ ทาแล้วเหมือนไม่ค่อยซึม แต่ทำให้ปากแดงอมชมพูค่ะ..ด้วงยคุณลักษณะที่เหลวไม่คงรูปเลยมีคนเอาวาสลินผสมทำให้จับตัวกันเป็นก้อนขึ้นรูปได้ดีกว่าสีผึ้งแท้ค่ะ ..

    อีกแบบเค้าเรียก นวด (สีผึ้งกะทิ) ค่ะสูตรโบราณ

    วัตถุดิบ
    1.ไขผึ้ง ( bee wax)
    2.หัวกะทิข้นๆ
    3.ใบเตยหอม / ดอกมะลิ / ดอกกุหลาบ / ดอกกะดังงา
    4.น้ำมันมะพร้าว
    5.เทียนอบ

    ขั้นตอนการทำ
    1.นำหัวกะทิข้นใส่หม้อเคลือบตั้งไฟพอเดือด นำเตยหอมลงต้มจนหมดกลิ่นแล้วตักออก
    2.นำดอกมะลิ , ดอกกุหลาบ , ดอกกะดังงา ลงต้มทีละชนิดจนหมดกลิ่นแล้วตักออก
    3.ใส่ไขผึ้งแท้คนจนละลาย แล้วนำไปกรองเอาสิ่งสกปรกออก
    4.นำขึ้นตั้งไฟใส่ผงขมิ้นให้ออกสีเหลืองนวล ใส่น้ำมันมะพร้าวทีละน้อย แล้วนำไปกรองเอาสิ่งสกปรกออก
    5.เคี่ยวต่อจนงวดเหนียว แล้วนำเทลงในภาชนะ ทิ้งไว้ให้เย็นแล้วอบด้วยเทียนอบค่ะพี่นุช

    วิธีใช้
    - เนื่องจากสีผึ้งจะหนืดเหนียวทายาก ให้เอานิ้วกลางถูๆสีผึ้งที่ตลับ แล้วเอานิ้วกลางนั้นมาถูๆกับนิ้วโป้ง เพื่อให้สีผึ้งอ่อนตัว จะทำให้ทาสีผึ้งได้ง่ายขึ้นค่ะ
    - ส่วนนวดใช้เหมือนลิปมันธรรมดาค่ะ
    - จากประสบการณ์การใช้ พบว่าใช้สีผึ้งแล้วปากแดงขึ้นแต่ว่าจะหนืดมาก คุณยายให้ใช้นวดทาทับก็เลยได้สูตรบำรุงแบบทวินแอคชั่นมาเลยค่ะ ทาสีผึ้งบำรุงและช่วยให้ปากแดงขึ้น ทานวดทับลงไปเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น แจ๋ว..อิ อิ อิ

    หาซื้อได้ตามร้านขายสังฆภัณฑ์หรือแผงขายหมากพลูค่ะ  แต่ใน กทม.ไม่แน่ใจว่าจะมีนวดขายมั้ยนะคะ แต่สีผึ้งน่าจะมีค่ะ

    Ajarn POP
    IP: xxx.28.169.165
    เขียนเมื่อ Mon Mar 03 2008 14:36:48 GMT+0700 (ICT)

    แวะมาทักทายและอ่านบันทึกดีๆ ของอาจารย์ครับ

     

    ยุวนุช
    เขียนเมื่อ Mon Mar 03 2008 18:16:05 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะทุกๆท่าน ขอบคุณที่มาสนับสนุนความดีของดอกเกลือไทยนะคะ

    P อาจารย์ขจิตได้ไปเที่ยวถึงนาเกลือเลยนะคะ ภาพนาเกลือที่ลิ้งค์นั้นสวยมากจริงๆ

    พี่ก็เพิ่งทราบว่าFluer de Sel แพงขนาดนี้ก็ตอนค้นข้อมูลเอามาเขียนนี่แหละค่ะ เมื่อก่อนเคยได้ยินและทราบแต่ว่าแพง แต่ไม่ทราบว่าแพงพิสดาร ดอกเกลือไทยแพงกว่า เกลือธรรมดาแค่สองสามเท่า แต่Fluer de Sel พุ่งขึ้นไปเป็นร้อยเท่า มิน่าได้สมญาว่า Caviar of Salt

    คนฝรั่งเศสยังนำเกลือธรรมดามาเพิ่มมูลค่าโดยนำมาผสมสมุนไพร ดอกไม้แห้งหลากสีสวยๆและใส่ขวดแก้วหรู พี่เคยเห็นในห้างที่ปารีส ยังบอกกับเพื่อนเลยว่าแค่จะใช้เกลือป่นบนโต๊ะก็ต้องหรูขนาดนี้เชียวนะ

    P เรื่องการวิจัยนี่คนไทยไม่เห็นความสำคัญ และยังไปเข้าใจว่าการวิจัยนั้นเป็นเรื่องยุ่งยากนะคะคุณลุงเอก แต่การวิจัยนั้นจะเป็นการเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ของลู่ทางที่จะคิดต่อ หรือต่อยอดได้

    เกลือตามแหล่งต่างๆในบ้านเรา นุชเชื่อว่ามีสิ่งพิเศษในแต่ละที่ งานวิจัยทั้งเชิงภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์-มนุษยวิทยา และวิทยาศาสตร์ประกอบกันจะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้เกลือท้องถิ่นได้อย่างดี ไม่ใช่แค่เป็นเกลือของต่ำต้อยที่ทำง่ายๆ คนสมัยนี้คิดอย่างนั้นเสียเป็นส่วนใหญ่

    P ตอนนี้ทราบว่ามีบริษัทคนไทยกำลังทำกิจการแบบเอสเอ็มอีในการนำดอกเกลือไทยไปทำเป็นผลิตภัณฑ์สปาส่งยุโรปค่ะ แต่การที่ขาดการวิจัยและการให้คนในชุมชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของดอกเกลือและสามารถต่อยอดสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ได้เองทำให้พอเป็นดอกเกลือขายที่นาเกลือ ราคาก็ได้แค่นั้น แต่คนที่มีความรู้มากกว่า เห็นโลกมากกว่าก็ถือเป็นโอกาสได้วัตถุดิบชั้นเยี่ยมราคาถูก ชุมชนเองแทบไม่ได้อะไรนะคะ จริงอย่างที่คุณกฤษณากล่าวว่าคนไทยยังขาดโอกาส

    ที่จริงน่าส่งเสริมให้คนไทยเองรู้จัก และใช้ดอกเกลือกันในประเทศให้มากกว่านี้ ของดีๆเราต้องได้ใช้บ้างไม่ใช่ส่งออกแต่ของดีๆ

    P หากได้พบกันจะให้คุณต้อมได้เปรียบเทียบเองด้วยล่ะค่ะ เผอิญตอนนี้ดอกเกลือไทยที่บ้านหมดนานแล้ว เลยยังไม่ได้ชิมเปรียบเทียบกันค่ะ อย่างไรก็ตามพี่ไม่คิดว่าจะเลือกเชียร์ดอกเกลือไทยเพราะราคาถูก พี่ยังเชื่อมั่นในคุณค่าความรู้ของคนโบราณที่ทำดอกเกลือมาเป็นร้อยๆปีแล้ว หากจะสู้เขาไม่ได้ก็เรื่องความสะอาดของน้ำทะเล และการทำบรรจุภัณฑ์นะคะ

    อยากได้ข้อมูลวิจัยของเกลือทั้งสองแห่งมาเทียบคุณค่าสารอาหารจังเลยค่ะ

    Pคราวหน้าคุณแดงและคณะมาเที่ยวบ้านพี่นะ จะให้ช่วยกันชิมเปรียบเทียบ นี่สั่งคนข้างกายให้ไปหาดอกเกลือไทยมาให้แล้วค่ะ

    Pดีใจค่ะที่คุณพลเดชเห็นด้วยว่า"ดอกเกลือไทยสู่โลก"น่าสนใจและจะเกิดเป็นจริงได้ด้วยงานวิจัย คือส่งออกอย่างมีข้อมูลสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภค

    คิดว่าแค่ภัตตาคารไทยทั่วโลกใช้ดอกเกลือไทยปรุงอาหาร และนำมาทำผลิตภัณฑ์สปาที่ส่งออกไปทุกทวีป ชาวนาเกลือไทยคงมีความสุข และยังส่งผลให้ต้องมีการรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อคุ้มครองน้ำทะเลที่จะนำมาเป็นวัตถุดิบนะคะ

    Pภาพนาเกลือ และกองเกลือสีขาวเรียงรายนั้นสวยงาม อีกทั้งร้านค้าริมทางต่างขายเกลือนับสิบๆเจ้า แต่คุณพี่ศศินันท์คะพอไปซื้อแล้วเกลือราคาถูกเหลือเกินจนสงสารคนทำนาเกลือ ว่าทั้งเหนื่อย ร้อน ถูกเกลือกัด ราคาก็ได้แค่นี้ สักวันคงเหลือคนทำนาเกลือไม่กี่รายนะคะ

    Pขอบคุณพี่บางทรายที่ช่วยเติมเรื่องความเกี่ยวข้องกันของเกลือกับ Salary ค่ะ

    การได้เห็นและเรียนรู้จากวัฒนธรรมอื่นทำให้เรามองเห็นตัวเองชัดขึ้นนะคะ เพราะมันมีการเปรียบเทียบให้เห็นข้อเหมือนและข้อต่าง

    Pค่ะ คุณอุ๊ ญี่ปุ่นนั้นเป็นอีกชาติที่มีรายละเอียดเยอะมากในสิ่งที่เขากิน เขาใช้ และแต่ละที่มีความรู้ในถ่นของตน รู้จักตนเอง ภูมิใจในตนเองและพยายามรักษา เชิดชูความแตกต่างของชุมชนตนไว้อย่างยิ่ง

    ดอกเกลือที่พี่เคยได้มาก็มาในถุงพลาสติคธรรมดารัดหนังยาง ดูไม่สมสง่าของคุณค่าดอกเกลือเลยค่ะ

    การวิจัยข้อมูลทุกด้าน ทุกแง่ทุกมุมสำคัญมากจริงๆนะคะ

    Pคนที่ชลบุรีคงดีใจที่คุณกวินทรากรคิดถึง ดีใจจังที่มาอ่านแล้วทำให้คิดถึงใครคนหนึ่งนะคะ

    Pคุณเบิร์ดนี่รวดเร็วมาก ขอบคุณมากๆเลยค่ะสำหรับสูตรสีผึ้งทั้งสองแบบ จะต้องทดลองทำดูสักหน่อย สีผึ้งยายเฉยนั้น ไม่หนืด ไม่เหลว ทาแล้วจะเบาๆ ไม่เหนอะแต่ก็ไม่ซึมค่ะ แล้วไม่มีการกรองอะไรออกเลย แกใส่อะไรทุกอย่างก็อยู่ในสีผึ้งที่เสร็จแล้วค่ะ คงต้องส่งให้ไปลองใช้วซักหน่อย กำลังหากระปุกเล็กๆแบ่งอยู่ค่ะ

    เรื่องดอกเกลือนั้นหากคุณเบิร์ดค้นได้ข้อมูลที่เขาวิจัยกันไว้ เอามาเผยแพร่กันจะมีประโยชน์มากเลยค่ะ ตอนที่พี่ได้มาก็นำมาใช้ปรุงอาหารทั้งคาวหวาน กระหน่ำใช้เพราะเห็นว่าสะอาดกว่าเกลือป่น ไม่แพง และทำให้อาหารอร่อย เค็มออกหวานรสชาติละมุนละไมดีจริงๆค่ะ ใช้แทนน้ำปลาดีมากเพราะไม่คาว เขียนเรื่องนี้แล้วนึกถึงอาจารย์หลินฮุยเพราะท่านไม่ใช้น้ำปลา

    Ajarn POP ขอบคุณดร.ป๊อปค่ะที่แวะมาอ่าน มาอ่านเรื่องเบาๆพักสมองบ้างก็ดีค่ะ พี่อ่านบันทึกของอาจารย์อยู่เรื่อยๆเห็นค่ะว่างานหนักและเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความอดทนมากทีเดียว

    ขจิต ฝอยทอง
    เขียนเมื่อ Tue Mar 04 2008 17:28:29 GMT+0700 (ICT)
    • พี่นุชครับ
    • ชวนพี่ๆเพื่อนๆมาทำวิจัยเกลือภาคอีสานกันดีไหมครับ
    • มีแหล่งเกลือน่าสนใจตั้งหลายแหล่งครับ
    อ้อยควั้น_ชายแดนใต้
    เขียนเมื่อ Sat Mar 08 2008 10:19:52 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะ...พี่นุช

    • สบายดีนะค่ะ
    • โห่...เกลือไทย กับเกลือฝาหรั่ง
    • อย่างไหนจะมีประสิทธิภาพมากกว่ากันค่ะนี่ อิอิ
    • อยากรู้จัง
    • ดูแลตัวเองด้วยนะค่ะพี่นุช
    ยุวนุช
    เขียนเมื่อ Sat Mar 08 2008 11:43:13 GMT+0700 (ICT)

    ขอโทษอาจารย์ขจิตPนะคะ มาตอบช้า หลงตาไปค่ะ

    เมืองไทยมีแหล่งขุมทรัพย์ธรรมชาติมากมาย แต่เรายังรู้จักและใช้ความรู้ไม่มากพอที่จะสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่นะคะ

    หากเราสามารถทำให้คนในท้องถิ่นได้มีกระบวนการศึกษา วิจัยโดยชุมชนเองร่วมกับนักวิชาการ เขาจะรักและหวงแหนสมบัติของแผ่นดินยิ่งขึ้น

    ยุวนุช
    เขียนเมื่อ Sat Mar 08 2008 12:40:14 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะน้องอ้อยควั้นP แหมจะเปรียบเทียบเกลือไทยกับเกลือฝรั่งแบบไม่มีข้อมูลเท่ากันทั้งสองฝ่ายคงยากค่ะ

    แต่ที่แน่ๆเลยดอกเกลือไทยหาก็ง่ายกว่า ราคาเป็นธรรม ใช้ของไทยกันดีกว่าค่ะ

    ขอบคุณค่ะ

    MEOW
    เขียนเมื่อ Thu Mar 13 2008 22:16:46 GMT+0700 (ICT)

    พิมพ์ คำว่า Fluer  ผิดหรือเปล่าคะอาจารย์

    ยุวนุช
    เขียนเมื่อ Sat Mar 15 2008 11:22:26 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณคุณMEOW มากค่ะที่ช่วยชี้ที่พิมพ์ผิดให้ ทีถูกคือ Fleur ซึ่งแปลว่าดอกไม้ สังเกตว่าพิมพ์ผิดหมดทุกที่จากใต้ภาพลงมา

    ได้แก้ไขแล้วค่ะ

    EspazsSor
    IP: xxx.9.191.90
    เขียนเมื่อ Tue May 06 2008 17:54:02 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณที่ชมเรื่องภาพสวยนะครับ ^^ ว่างๆก็ขอเชิญแวะที่ barekadindern.com เวอร์ชั่นใหม่ได้นะครับ ^^

    ยุวนุช
    เขียนเมื่อ Fri May 09 2008 11:23:54 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณคุณEspazsSorที่มาแวะเยี่ยมค่ะ และขอบคุณที่มาชวนไปชมบ้านเวอร์ชั่นใหม่ จะไปชมแน่ๆเพราะขนาดเวอร์ชั่นเดิมยังแจ๋วมากเลยค่ะ

    หวังว่าคุณคงมาแวะเวียนที่นี่อีกเช่นกันนะคะ

    ภูสุภา
    เขียนเมื่อ Sun Sep 07 2008 10:18:40 GMT+0700 (ICT)

    คิดถึงพี่นุชอยู่นะคะ

    ติดดูแลลูกค่ะ(ลูกป่วยยาวค่ะครั้งนี้ เกือบสองสัปดาห์)

    ลูกหายพ่อและแม่ป่วยต่อ สะบักสะบอมเล็กน้อย ไม่ได้หยุดงานทั้งคู่ อิจฉาคนอิสระ มาก ๆ เลยคราวนี้ อิจฉาจริง ๆ

    โผล่มาอ่านเรื่องนี้ก่อนเรื่องอื่น ทำให้หวนคิดถึงวัยเด็ก  พ่อและพี่ชายคนโต ๆเคยพาน้องไปเที่ยวเดิน ย่ำคันนาเกลือ เราไม่ได้สังเกตค่ะว่าดอกเกลือเป็นอย่างไร นี่น้องก็ยังไม่ได้ดูลิ้งค์ คิดถึงจึงคุยก่อน

    รักษาสุขภาพนะคะ

    ยุวนุช
    เขียนเมื่อ Mon Sep 08 2008 11:16:00 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณหมอเล็กP จริยา ขอบคุณค่ะที่คิดถึงและแวะมา  พี่ก็คิดถึงคุณหมอเล็กและสมาชิกประจำที่ผลัดเปลี่ยนเยี่ยมเยียนไปมากันอยู่เป็นประจำเช่นกัน แต่หมู่นี้มันมีภารกิจบางอย่างมาเรื่อยๆ ไม่มากจนทำให้ไม่มีเวลาแต่มันทำให้ไม่มีmood ในการเข้ามาทำกิจกรรมในบล็อกอย่างเคย อาจเรียกได้ว่าจังหวะมันกระตุกค่ะ ^__^

    ขอให้ทั้งครอบครัวกลับมาสุขภาพแข็งแรงดีโดยเร็วนะคะ คนอิสระจากงานประจำในระบบอย่างพี่ ก็มาเจอความไม่อิสระอีกรูปแบบหนึ่งค่ะ บ่นไม่ได้เพราะดีกว่าเดิมมากๆ

    ป้าตุ๊
    IP: xxx.172.65.242
    เขียนเมื่อ Wed Apr 22 2009 07:01:07 GMT+0700 (ICT)

    อยากซื้อดอกเกลือค่ะ แต่อยู่เมืองเหนือ ไม่ทราบใครรู้จักร้านที่พอให้ติดต่อทางโทรศัพท์ได้ไหมคะ

    ยุวนุช
    เขียนเมื่อ Wed Apr 22 2009 09:29:15 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณป้าตุ๊ ขอบคุณนะคะที่ให้ความสนใจมาแวะอ่านเรื่อง

    ดอกเกลือนั้นชาวบ้านเขาก็เอาใส่ถุงขายข้างทางตามแผงขายเกลือทั่วไปบนถนนที่ไปสมุทรสงครามและเพชรบุรีค่ะ

    หากคุณป้าตุ๊อยากได้เขียนที่อยู่ไปทิ้งที่อีเมล์ดิฉันนะคะ หากมีโอกาสได้ดอกเกลือมาจะแบ่งส่งไปให้ใช้ค่ะ พอดีมีเพื่อนอยู่แถวอัมพวาต้องการเมื่อไหร่เขาก็จะขับรถไปซื้อมาเก็บไว้ให้ พอมีใครไปใครมาก็จะฝากๆกันมาค่ะ

    เชอรี่
    IP: xxx.154.144.54
    เขียนเมื่อ Wed Jun 03 2009 13:29:10 GMT+0700 (ICT)

    เพิ่งเข้ามาอ่านเรื่องดอกเกลือค่ะ เผอิญที่บ้านผลิตเกลืออยู่ที่จ.เพชรบุรี

    เห็นคุณป้าตุ๊ต้องการ ยังไงส่ง e-mail เข้ามาสอบถามได้นะคะ(ตอนนี้พอมีอยู่บ้างค่ะ fasai.p@hotmail.com)

    และดีใจที่ดอกเกลือมีประโยชน์ขนาดนี้ ขอบอกว่าชาวบ้านไม่ทราบจริงๆค่ะ

    ถ้ามีงานวิจัยเรื่องนี้จะมีประโยชน์มากๆค่ะ

    เชอรี่
    IP: xxx.154.144.54
    เขียนเมื่อ Wed Jun 03 2009 13:31:16 GMT+0700 (ICT)

    ขออภัยค่ะ สะกดผิด fasai.m@hotmail.com

    ยุวนุช
    เขียนเมื่อ Wed Jun 03 2009 16:04:26 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณคุณเชอรี่มากค่ะที่มีน้ำใจ ก็รอคุณป้าตุ๊ติดต่อมาเช่นกันค่ะ ตอนนี้ได้ดอกเกลือมาสี่กิโลแบ่งให้ไปใช้ได้สบายๆค่ะ

    ดีใจที่เจอครอบครัวผู้ผลิตเกลือค่ะ เห็นสภาพสิ่งแวดล้อมและความเป็นไปของสังคมทำให้เกรงว่าอีกไม่นานเราคงไม่เห็นคนทำนาเกลือแบบดั้งเดิม น่าเสียดายที่ภูมิปัญญาเช่นนี้รัฐก็ไม่ได้เข้ามาส่งเสริม คนในท้องถิ่นเองก็ไม่ค่อยเห็นว่าสิ่งที่ตนมีนั้นทรงคุณค่าอย่างไร

    ขอให้การผลิตเกลือของที่บ้านคุณเชอรี่ยังคงมีสืบเนื่องต่อไปอีกนานๆค่ะ

    ต้นนุ่น
    IP: xxx.122.227.28
    เขียนเมื่อ Sun Nov 15 2009 10:38:38 GMT+0700 (ICT)

    ผมเป็นนักศึกษาด้านงานออกแบบผลิตภัณฑ์นะครับ ตอนนี้สนใจทำงานวิจัยหัวข้อเกี่ยวกับดอกเกลืออยู่

    อยากพัฒนาบรรจุภัณฑ์ของดอกเกลือเพื่อเพิ่มมูลค่า จากครึ่งกิโลขาย 50 บาท กลายเป็น 500 บาทก็ยังดี

    เพื่อให้ชาวนาเกลือได้มีรายได้มากขึ้นหรืออาจไปตีตลาดต่างชาติได้เลยก็ยิ่งดี

    อยากถามว่าผมจะศึกษาความรู้เพิ่มเติมได้ที่ไหนบ้างครับ อยากทำหัวข้อนี้เป็นวิทยานิพนธ์จริงๆ

    ยุวนุช
    เขียนเมื่อ Wed Nov 18 2009 11:18:28 GMT+0700 (ICT)

    สวัสดีค่ะคุณต้นนุ่น ขอโทษที่ตอบช้าค่ะ ดอกเกลือของไทยนั้นพี่ว่าต้องการการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมไม่แค่การออกแบบบรรจุภัณฑ์ แต่ควรมีการให้ความสำคัญกับเรื่องราว และพัฒนาที่ตัวดอกเกลือเองด้วย เคยซื้อมาจากข้างทางเวลาไปหัวหิน รู้สึกว่าก็ไม่ค่อยขาวและค่อนข้างชื้น

    คุณอาจจะดูตัวอย่างของการเพิ่มมูลค่าเกลือสินเธาว์ของอุดรธานี ที่พระองค์ภาฯท่านขอให้บริษัทเครื่องสำอาง"เอิบ" ทำการวิจัยและสร้างเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ขึ้นมา มีเกลือขัดตัวและแช่เท้า บรรจุภัณฑ์ดูดีมากเลยค่ะ เครื่องสำอางนี้มีวางตามห้างใหญ่ๆอย่างเซ็นทรัล ซึ่งคุณอาจขอคุยกับผู้จัดการเขาเป็นผู้หญิงยังสาวและเก่งมาก ก็น่าเป็นไปได้นะคะ

     

    ต้นนุ่น
    IP: xxx.137.217.251
    เขียนเมื่อ Wed Nov 25 2009 11:53:38 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณมากครับสำหรับ คำแนะนำ ตอนนี้ส่งหัวข้อผ่านแล้วกำลังกำหนดทิศทางการศึกษา ค้นคว้าอยู่

    ยังไม่แน่ใจว่าจะมุ่งไปทางไหน ช่วงนี้ต้องเก็บข้อมูลเยอะมากเลยครับ แต่การพัฒนาผลิตภัณฑ์นี่ไม่แน่ใจนะครับว่ามันอยู่ในจุดที่ผมจะใส่ลงหัวข้อได้ไหม ยังต้องปรับแก้กันอยู่ ต้องปรึกษาอาจาร์ยที่ปรึกษาด้วย เอาเป็นว่าได้เรื่องอย่างไรจะมาบอกกล่าวกันนะครับ

    ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดีๆ ผมคงต้องปรึกษาคุณนายอีกเยอะล่ะครับ หวังเป็นอย่างสูงว่าโครงการวิจัยนี้จะเป็นไปได้ด้วยดี และประสบผลสำเร็จในที่สุด

    ต้นนุ่น
    IP: xxx.121.188.66
    เขียนเมื่อ Wed Nov 25 2009 18:20:02 GMT+0700 (ICT)

    พอดีพึ่งสังเกตขัอความด้านบน กรณีศึกษาของผมอยู่ที่บางตะปูน สมุทรสงครามครับ

    หนูรี
    เขียนเมื่อ Sun Jan 30 2011 21:48:55 GMT+0700 (ICT)

    ขอบคุณค่ะพี่

    หนูรีกำลังหาข้อมูลนี้อยู่พอดีเลยค่ะ พี่คิมถามมาค่ะ เดี๋ยวจะแวะไปแจ้งพี่คิมค่ะ

    อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
    ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
    {{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
    ใส่รูปหรือไฟล์