สมาชิก
แลกเปลี่ยน
 

เรื่องสั้นน่าอ่านมากๆ

ฉันเคยเชื่อว่า การศึกษาเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงคนให้ดีขึ้นได้ ???

 

ลมหายใจของกาลเวลา

     ๑.              

      เสียงเจี๊ยวจ๊าวใต้ถุนอาคารเรียนสลบลงพร้อมกับเสียงรัวระฆังสิ้นสุด เด็กชายหญิงที่รายล้อมอยู่ที่นั่นก็ทะยอยออกมาเข้าแถวเคารพธงชาติ ฉันเห็นวิลัยโงเงขึ้นจากที่คลุกฝุ่นด้วยหน้าตามอมแมมมะลอมมะลอก เห็นแต่ดวงตาคู่ใสแจ๋วกับริมฝีปากที่ถูกเลียเป็นวงเปียกเท่านั้นที่ปราศจากฝุ่น กระนั้นเขายังยิ้มกว้างอวดฟันเหลืองๆ ด้วยความสนุกสนานที่ได้เล่นอย่างนั้น ฉันไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมเขาจึงชอบเล่นเป็นหัวหน้าพวกเด็กๆ ชอบเล่นเกลือกดินเกลือกหญ้ากับเด็กปอหนึ่งปอสองนัก ทั้งที่ตัวเขาเองอยู่ปอหกแล้วตัวก็โตกว่าใครๆในห้องเสียด้วย เขามักจะมาถึงแถวช้ากว่าเพื่อนๆเสมอ และมักจะมาพร้อมกับฝุ่นปลิวว่อนเป็นทางยาวราวกับรูปดาวหางของครูละมุลที่วาดให้พวกเราดูบนกระดาน ฉันคิดว่าไม่น่าจะมีวันใดเลยที่เขาไม่ได้เล่นจนเหงื่อโทรม กลิ่นเหงื่อเขาก็แรงขนาดเขาอยู่หลังชั้นยังโชยมาถึงหน้าชั้น โชยมาแต่ละที ทำเอาฉันแทบสลบ โดนครูดุเป็นประจำเรื่องความสกปรก แต่ไม่เท่านั้นหรอก ฉันว่า แทบทุกเรื่องเลยที่ครูดุเขา ถูกทำโทษเป็นประจำ เดี๋ยวก็ไปกระโดดน้ำหลังโรงเรียน บ้างก็หนีโรงเรียนไปหารังมิ้ม ขุดขี้สูด ไล่ตามโคมไฟ เรื่องการเรียนยิ่งแย่ ถึงปอหกแล้วอ่านคำว่า "สามารถ" ก็ยังไม่ออก สมุดคณิตขยุกขยิกเหมือนไก่เขี่ย ดูเหมือนชีวิตเขาจะมีแต่เล่นอย่างเดียว ไม่เคยสนใจเรียนเลยซักนิด เพื่อนผู้หญิงส่วนใหญ่ไม่อยากเข้าใกล้เขาสักเท่าไหร่ อิหลักอิเหลื่อเหลือเกินเมื่อต้องพูดกับเขา

      หลังจากเข้าแถวเคารพธงชาติแล้ว ก็จะเป็นวิชาเลขคณิตของครูศรชัย ครูบอกพวกเราว่า สมองใหม่ของแต่ละวันก็ต้องเรียนเลขคณิตก่อน พวกเราจึงได้เรียนแต่เลขคณิตในชั่วโมงแรกทั้งปี ฉันหยิบสมุดหนังสือขึ้นมารอตั้งแต่แรกด้วยความเคยชิน แล้วก็ดูพวกเด็กอนุบาลกำลังทำกายบริหารก่อนเข้าห้องเป็นการฆ่าเวลา ใบหูกวางข้างหน้าต่างกำลังผลิใบออกจากกิ่งเป็นกระจุกเล็กๆเต็มไปหมด มันโบกกิ่งไหวๆเหมือนจะโบกมืออำลา ที่นั่งริมหน้าต่าง ทำให้ฉันได้เปรียบใครๆ ตรงที่ได้เห็นเรื่องราวความเป็นไปข้างนอก พวกเด็กๆอนุบาลส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวอย่างสนุกสนาน ทำให้ฉันนึกถึงตอนที่เป็นเด็กอนุบาล นึกถึงวันแรกที่มาโรงเรียน  ฉันร้องไห้ด้วยความหวาดหวั่นไม่เป็นอันกินอันหลับ กลัวความโดดเดี่ยว กลัวถูกทอดทิ้ง หวาดระแวงคนหน้าใหม่ๆ ต้องให้ยายมานั่งเฝ้าอยู่หลายวัน จนถึงวันนี้ ฉันจะจบปอหกแล้ว เวลาที่ผ่านมาแปดปีเหมือนแป๊บเดียวจริงๆ เวลาแห่งความสนุกสนานมักหมดไปอย่างรวดเร็วอย่างนี้แหละ คิดมาน่าใจหายที่อีกไม่กี่วันฉันต้องจากโรงเรียนที่คุ้นเคย จากครูละมุลผู้ใจดี จากเพื่อนๆที่มีแต่ความสนุกสนาน ฉันเริ่มนับถอยหลังแล้วตั้งแต่ใบหูกวางเริ่มเหลืองแล้วร่วงหล่นลง มันค่อยๆร่วงหล่นทีละใบสองใบจนหมดเหลือแต่กิ่งโกร๋น แม้ฉันจะเห็นมันร่วงหล่นอยู่อย่างนี้ทุกปีแต่ก็น่าแปลกที่ฉันกลับไม่รู้สึกเหงาหงอยเศร้าสร้อยอย่างนี้

      พวกเพื่อนผู้ชายเล่นกันเฮาฮาหยอกล้อกันอยู่หลังห้องเสียงตึงตังหนวกหู เดี๋ยวก็กระโดด เดี๋ยวก็กอดรัดฟัดเหวี่ยงกันล้มลง ดูเขาไม่ทุกข์ร้อนอะไรเสียเลย นอกจากไม่ค่อยสนใจเรียนแล้ว ยังไม่ไยดีกับเรื่องที่จะจบหรือไม่จบ เล่นได้ทั้งวัน เมื่อครูศรชัยเข้ามา พวกเขาบ้างกระโดดบ้างวิ่งตะบึงเข้าประจำที่ วิลัยเงอะงะมาหลังเพื่อนตามเคย ทั้งที่รู้ว่าถ้าหากทั้งชั้นเรียนไม่อยู่ในความเรียบร้อยในตอนที่ครูเข้ามาพวกเราต้องถูกทำโทษหรือไม่ก็ต้องโดนเทศนายกใหญ่ พวกผู้ชายก็ยังเล่นกันอยู่อย่างเดิมไม่เข็ดหลาบ

     "พวกเธอนี่เหลือเกินจริงๆ จะออกไปเผชิญชีวิตอยู่อีกไม่กี่วันยังทำตัวเป็นเด็กไม่รู้จักโต" ครูส่ายหน้าเบื่อ ก่อนจะเริ่มเทศนาอีกยาวจนฉันมึนไปหมด

     แต่จะอย่างไร ครูก็ใจดีกับพวกเราทุกคนที่ไม่ให้ใครตกซ้ำชั้น

     หลังจากจบพวกเราต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศทาง ส่วนหนึ่งได้เรียนต่อ อีกส่วนหนึ่งก็ไปทำไร่ไถนาช่วยพ่อแม่เพื่อรอให้แตกเนื้อหนุ่มสาวสักหน่อย เพื่อจะได้เข้าไปทำงานที่กรุงเทพ ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามีงานอะไรเยอะแยะให้คนตั้งมากมายทำ แต่ดูเหมือนทุกคนที่ไปทำงานที่นั่นจะกลับมาด้วยความสำเร็จ แต่งเนื้อแต่งตัวดูดีขึ้น พกเรื่องราวแปลกใหม่กลับมาให้ฉันได้ยินได้ฟังด้วยเสมอ นี่คงเป็นมนต์เสน่ห์อย่างหนึ่งที่ดึงดูดหนุ่มสาวรุ่นเยาว์รุ่นแล้วรุ่นเล่าให้ใฝ่ฝันอยากไป ส่วนฉันได้เข้ามาเรียนต่อที่โรงเรียนประจำอำเภอ ทั้งนี้เพราะความอนุเคราะห์ของญาติๆ

      ๒.

      ผ่านไปแล้วหลายปี ฉันไม่ค่อยได้พบเพื่อนๆสมัยเรียนชั้นประถมสักเท่าไหร่ จนแทบไม่ได้นึกถึงเขาเลยเป็นเวลานาน เพราะมัวแต่คิดและทำเรื่องของตนเองไม่รู้จักจบสิ้น ตอนนี้ฉันเรียนอยู่ปีสองแล้ว ฉันได้ทุนเรียนครูวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัย ก็สมใจ สุดแสนที่จะภูมิใจแล้วสำหรับเด็กบ้านนอกอย่างฉัน จะว่าเป็นความภูมิใจที่จะได้ดิบได้ดีเป็นครูคนแรกของหมู่บ้านก็ไม่ผิด อันที่จริงมันก็เกิดจากความพากเพียรอันยาวนานของฉันเช่นกัน ไม่ใช่เพียงเพราะฉันมีโอกาสกว่าคนอื่นอย่างที่บางคนว่า ฉันพากเพียรเพื่อแสวงหาโอกาสไม่ใช่โอกาสมันวิ่งเข้ามาหาฉัน

      ยังจำได้ครั้งหนึ่งครละมุลให้พวกเราออกไปพูดให้เพื่อนฟังว่าในอนาคตเราอยากเป็นอะไร "ฉันอยากเป็นครู" ฉันบอกทุกคนอย่างอายๆ ฉันอยากมีอาชีพที่ดี ร่ำรวย จะได้มีในสิ่งที่ฉันไม่เคยมี คุณครูบอกว่า ฉันเรียนเก่งที่สุดควรเรียนหมอ เรียนพยาบาล แต่ฉันชอบที่จะเป็นครูจริงๆ ตอนนั้นทุกคนต่างก็ได้พูดตามประสาความนึกฝันแบบเด็ก ทุกคนอยากเป็นคนดี อยากมีอาชีพดีๆทั้งนั้น แม้แต่วิลัยคนที่ปึกที่สุดในห้อง ยังบอกเพื่อนๆว่าอยากเป็นทหารแม้เขาเรียนไม่เก่งอ่านหนังสือไม่ค่อยออก เขาก็จะสมัครไปเป็นทหารเกณฑ์ ฟังดูกล้าหาญแต่ในน้ำเสียงเขายังหวาดๆจนออกขำ

      ช่วงสงกรานต์ฉันกลับมาบ้านซึ่งมักจะกลับมาเทอมละครั้งสองครั้งเท่านั้น ครั้งนี้ตั้งใจจะมาพักผ่อนให้สบายสักสองอาทิตย์ ก่อนที่จะกลับไปช่วยงานอาจารย์ช่วงปิดภาคเรียน หมู่บ้านดูแปลกตาสำหรับฉันทุกครั้งที่กลับมา ถนนที่เคยเฉอะแฉะด้วยขี้วัวขี้ควาย ตอนนี้ก็กลายเป็นถนนคอนกรีตแทน มีประปาใช้ บริเวณที่รกทึกก็กลายเป็นที่โล่งๆ หรือบ้านเรือนแทน ชาวบ้านเรียกสิ่งที่เกิดใหม่นี้ว่าความเจริญ ความเจริญมักจะทำให้ภาพความทรงจำเก่าของฉันถูกซ้อนทับด้วยภาพใหม่ครั้งแล้วครั้งเล่าทุกครั้งที่กลับมาเยี่ยมบ้าน จนตอนนี้มันอยู่ลึกสุดของความทรงจำ ฉันแทบนึกสภาพไม่ออกแล้วว่าสระบัวที่เคยลงเล่นน้ำกับเพื่อนๆ ทำอีโปงลอยคอแข่งกันนั้นเป็นอย่างไร ก็ดีอยู่หรอกเพราะฉันชักจะเคยชินกับสิ่งที่เรียกว่าความเจริญเหล่านี้จนอยู่ลำบากถ้าขาดมัน อีกอย่างพ่อแม่พี่น้องฉันก็จะได้อยู่สะดวกสบายขึ้น เพื่อนฉันบาลคนแต่งงานมีลูกโตพอที่จะเข้าโรงเรียนแล้ว หลายคนยังโสด พวกเขาดูเป็นผู้ใหญ่ในสายตาฉัน ทุกคนมีสิ่งที่ต้องรับผิดชอบมากมาย จนแทบไม่มีเวลาว่าง ทำงานหนักกรำแดด จนร่างกายออกจะแก่เกินวัย แต่ถึงอย่างไรเราก็คือเพื่อนกัน แสดงออกต่อกันอย่างเด็กๆ เปิดเผยและจริงใจต่อกันเหมือนเดิม

      ช่วงนี้แหละที่เพื่อนๆขอให้ฉันไปช่วยเตรียมการจัดงานผ้าป่าสามาคคีที่โรงเรียน ตอนแรกฉันคิดว่าจะไปดูเท่านั้น เพราะเพื่อนๆเขาแบ่งหน้าที่กันเสร็จสรรพแล้ว แต่เมื่อเห็นพวกเขาตั้งใจกันจริงจังก็เลยนึกอาย ไหนๆก็อยู่ว่างๆ ก็เลยช่วยเขาทำเต็มที่ เป็นการดีเสียอีกที่จะได้เห็นเพื่อนครบหน้า และได้เข้ามาเยี่ยมโรงเรียนเก่า

      ฉันจากไปเสียนานแต่ทุกรอยเท่าที่นี่ยังอยู่ในความทรงจำ ภาพเรื่องราวเก่าๆทั้งหลายค่อยๆผุดพรายขึ้นในสมองเมื่อฉันได้มายืนตรงที่เคยยืน นั่นต้นไม้ที่ฉันได้ปลูกได้ดูแล ตอนนี้มันสูงใหญ่กว่าฉันหลายช่วงตัว ต้นไทรข้างลำห้วยที่พวกผู้ชายมักปีนกระโดดน้ำรกครึ้มกว่าเดิม ลำห้วยที่เคยมีน้ำใสๆตอนนี้กลายเป็นเนินทรายเกือบทั้งหมด หางนกยูงต้นที่พวกเราปีนเก็บฝักมากินตอนนี้สูงลิบลิ่วเสียดฟ้า น่าเสียดายหูกวางข้างอาคารเรียนถูกโค่นเสียแล้ว มันอาจโตเกินไปจนใบหล่นคลุมหลังคาสังกะสี ฉันเพิ่งรู้สึกเดี๋ยวนี้แหละว่าตัวเองโตขึ้นมาก จนโต๊ะเก้าอี้นักเรียนหนักและเทอะทะที่เคยนั่งกลายเป็นโต๊ะเก้าอี้ตัวกระจิดเดียว น่าขำที่ตอนเด็กๆฉันอยากจะโต เป็นผู้ใหญ่เร็วเพื่อจะได้ทำอะไรหลายๆอย่างที่ผู้ใหญ่เขาทำ แต่เมื่อฉันยืนอยู่ที่นี่ ตอนนี้กลับอยากย้อนชีวิตไปเป็นเด็กที่แสนจะสนุกสนานอีกสักครั้ง

     ที่โรงเรียนครูเก่าๆของพวกเรายังอยู่เกือบทั้งหมด ทุกท่านรู้เรื่องเกี่ยวกับตัวฉัน จนฉันรู้สึกละอายที่ไม่เคยแวะเข้ามากราบครูสักที ได้แต่ชะเง้อเข้าไปในโรงเรียนเวลาผ่านไปผ่านมาเท่านั้น ไม่ใช่เกลียดกลัวอะไรหรอก แต่ฉันก็วางตัวไม่ถูกเหมือนกัน นึกอายทุกครั้งที่นึกถึงพฤติกรรมตอนเด็กๆ ทำให้รู้สึกเหมือนเป็นเด็กอยู่อย่างนั้น เด็กยังไงก็เกรงครู

      แรกๆฉันไม่เชื่อเลยที่ได้ยินว่าวิลัยเป็นประธานงานนี้ เขาเป็นคนที่ปึกที่สุดในห้องในสายตาของเพื่อนๆ เขาเป็นคนที่ไม่เคยทำอะไรสำเร็จเลยสักอย่าง แล้วจะให้ฉันเชื่อได้อย่างไร ว่าเขาคือผู้นำความคิดที่จะพัฒนาชุมชนบ้านเกิดในมุมมองของเขา ฉันไม่เชื่อว่าเขาจะทำได้ ฉันคิดว่าอย่างเขาแค่เอาตัวให้รอดก็ลำบาก ทึ่มออกอย่างนั้นจะพูดให้ใครเขาเชื่อได้ แต่เขาก็กำลังพิสูจน์ให้ฉันดู

      ๓.

      คณะผ้าป่ามาถึงแต่เช้า พวกเราและชาวบ้านออกไปต้อนรับที่โรงเรียน ฉันได้เห็นวิลัยหลังจากที่จากกันวันจบปอหก นี่ก็ล่วงมาแล้วแปดปี ท่าทางเขานั้นต่างกับเมื่อก่อนมาก เป็นหนุ่มมาดมั่นขึ้น ผิวยังคล้ำเหมือนเดิมแต่ก็ผ่องใสเหมือนกับได้รับการดูแลมาดี ฟันนั้นไม่เหลืองเหมือนก่อนแล้ว แววตาเขานั้นยังเหมือนเดิม ยังส่องประกายใสเหมือนน้ำที่ไม่รู้จักขุ่น เขาทักทายและใช้คำแทนตัวฉันว่า "ครู" ด้วยน้ำเสียงออกจะเจียมตัว จนทำให้ฉันรู้สึกกระดากใจ ฉันก็เพิ่งรู้ว่าเขาทำงานหนักและเพียรพยายามอย่างมากจนได้เป็นเจ้าของร้านทำเบาะรถยนต์เล็กๆแห่งหนึ่งที่อยุธยา มีลูกน้องห้าหกคน มีงานไม่ได้ขาดมือ มีเงินได้สร้างบ้านได้ซื้อที่นาให้พ่อแม่และมีแรงใจที่อยากจะพัฒนาหมู่บ้านตน

     "เป็นไงบ้าง ดีใจด้วยนะที่ได้เป็นครู" เขาพูดออกเขินๆ อวดที่เขารู้เรื่องฉันโดยไม่สบตา

     "เป็นที่ไหนกับเล่า เรียนยังไม่รู้ว่าจะจบด้วยซ้ำ" ฉันยิ้มตอบรับ

      "อย่างเธอ เราเชื่อมือ" เขาคล้ายกำลังนึกว่าจะพูดอะไรต่อดี เขาทำท่านึก "เราไม่ได้เจอกันนานเลยนะ "

      "ก็ตั้งแต่จบ นายดูหล่อขึ้น" เขาหน้าแดง

      "กิจการเป็นยังไงบ้างล่ะ" อะไรบางอย่างทำให้ฉันรู้สึกสนิทกับเขา

      "พอมีงานให้ทำเรื่อยๆ แต่ก็เหนื่อยหน่อย สมที่เรียนมาน้อยนั่นแหละ"

       "คนเขาไม่สนกันหรอกตรงนั้น ขอให้มีเงินเยอะๆแล้วชี้เอาว่า อยากได้อยากเป็นอะไร ว่าแต่ถ้ามีเงินเยอะใช้ไม่หมดก็แบ่งเพื่อนใช้บ้างก็ได้นะ"

       "ไม่ค่อยเหลือหรอก ก็ส่งให้แม่..อยากให้ไอ้นัยมันเรียนสูงอย่างเธอ มันจะได้เป็นเจ้าคนนายคนกับเขาบ้าง"

      "ก็ดี ..แล้วนายไม่ได้เรียนต่อที่ไหนอีกเหรอ"

      "สมองอย่างเราเธอก็รู้ อ่านหนังสือยังไม่ค่อยออกเลย ที่มีอะไรบ้างก็เพราะขยันทำงานหนักหน่อย ได้ส่งน้องเรียนสูงๆก็ดีใจแล้ว อีกอย่างถ้าเรายังพอหาพอใช้อยู่อย่างนี้ ก็อยากช่วยให้โรงเรียนบ้านเรามีสภาพดีๆขึ้นกว่านี้ เด็กๆลูกหลานจะได้ไม่ลำบากอย่างพวกเรา ไม่ต้องลำบากเข้าไปเรียนในเมือง เราอยากให้เด็กรุ่นใหม่รักโรงเรียน รักหมู่บ้าน จำได้ไหม แต่ก่อนทุกหน้าแล้งพวกเราต้องลำบากหาบน้ำเป็นกิโลวันละหลายเที่ยว นี่ถ้าทำประปาโรงเรียนสำเร็จเราคงสุขใจมาก คราวต่อไปเรากะว่าจะทำผ้าป่าหนังสือมาให้โรงเรียนบ้าง"

      "นายดีนะ..รู้จักคิดถึงคนอื่น"

      "เราไม่อยากให้คนอื่นโง่เหมือนเรา.."

      "ช่างเถอะ..ว่าแต่ทำยังไง ถึงได้เงินมาเยอะขนาดนี้"

       "ก็มีแต่คนอิสานทั้งนั้นทั่วกรุงเทพฯ รู้จักใครเราก็ไปหา ขอร้องเพื่อนๆเราด้วย แล้วยังเพื่อนของเพื่อนอีก ขยันหาหน่อยเงินแค่นี้ไม่กี่วัน แต่ก็ลงทุนหนักตอนพิมพ์ซอง เหนื่อยหน่อยแต่ก็สุขใจ"

      เราได้สนทนากันสั้นๆ แต่ก็เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่ฉันรู้สึกพอใจที่ได้คุยกับเขา

      งานเลี้ยงต้อนรับผ้าป่าจัดขึ้นในตอนกลางคืน เราจัดการละเล่นหลายอย่างเพื่อหาเงินสมทบกองผ้าป่า รวมทั้งการประกวดเทพีสงกรานต์บนเวทีด้วย ครูเก่าๆที่เคยสอนพวกเราเวียนกับขึ้นไปกล่าวขอบคุณคณะผ้าป่า ขอบคุณพวกเราและวิลัย บางท่านก็เอ่ยถึงเรื่องเมื่อครั้งที่เขาเป็นนักเรียนพอเป็นที่สนุก แต่ในทีครูทุกคนแสดงออกชัดว่าภูมิใจในตัวเขามากแค่ไหน เขามีพวงมาลัยดอกคูนที่เด็กนักเรียนมอบให้เต็มคอ ห้อมล้อมด้วยชาวบ้านและผู้หลักผู้ใหญ่หลายคน เขาดูมาดมั่น ฉันไม่อาจยืนอยู่เคียงข้างเขาได้ เขาเป็นผู้ใหญ่เกินไป ยังไงเด็กก็เกรงผู้ใหญ่อยู่ดี เขาขึ้นไปกล่าวอะไรหลายอย่างบนเวที ท่าทีเขาออกจะกล้าหาญอยู่มาก พูดจาฉะฉานเรียบง่าย แต่ก็อยู่ในอากัปกิริยานอบน้อม ถ่อมตน

      ฉันเคยเชื่อว่า การศึกษาเท่านั้นที่เปลี่ยนแปลงคนให้ดีขึ้นได้ ฉันเองก็ผยองในตัวเองเพราะความคิดนี้ แต่สำหรับเขา สำนึกที่ดีกับเวลาไม่กี่ปีได้เปลี่ยนเขาไปอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่เขาคิดและทำเพื่อคนอื่น ส่วนฉันยังพะวักพะวงอยู่แต่กับตัวเองไม่รู้จักจบสิ้น ฉันอยากรู้จริงๆว่าที่แท้มันคืออะไรที่ทำให้มนุษย์มีสำนึกไตร่ตรองได้ดีเลวแตกต่างกันและอะไรกันแน่ที่ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป

ฉันเรียนเก่งกว่าเขา มีความรู้กว่าเขาก็จริงแต่ฉันอายเขาจังเลย..

                                                                                          วิเชียร ไชยบัง

                                                                             1ใน10 นักเขียนเรื่องสั้นรางวัลแพรว

                                                                             ครูใหญ่โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

                                                          จากรวมเรื่องสั้น "จากเช้าวันหนึ่ง ก่อนถึงโลกาวินาศ"

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า
· คำสำคัญ: การศึกษา การพัฒนา โรงพยาบาลสีชมพู 
· หมายเลขบันทึก: 168234
· สร้าง:    · อ่าน: แสดง · ความเห็น:
27
 
· สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
แจ้งลบ
แจ้งลบ
ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ Fri Feb 29 2008 16:11:12 GMT+0700 (ICT)
  • ขอบคุณมากครับ
  • ที่เอามาให้อ่าน
  • ไม่ได้อ่านเรื่องสั้นนานมากๆๆ
  • สบายดีนะครับ
แกนด์
เขียนเมื่อ Fri Feb 29 2008 16:32:20 GMT+0700 (ICT)
  • อ่านแล้วทำให้คิดถึงเรื่องเก่า เพื่อนเก่า .....
  • ถ้าคน 10 คน เป็นได้อย่างนี้สัก 1 คนก็ดีมากแล้วเนอะ
  • ขอคุณสำหรับเรื่องสั้นดี ๆ
กวิน
เขียนเมื่อ Fri Feb 29 2008 16:58:37 GMT+0700 (ICT)

เรื่องสั้นทำใมยาวจัง...

Wasawat Deemarn
เขียนเมื่อ Fri Feb 29 2008 17:03:32 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ คุณหมอ :)

  • ดีใจจริงที่คุณหมอกลับมาเขียนบันทึกอีกครั้ง

ขอบคุณครับ :)

สิริพร ทิวะสิงห์ tuk-a-toon
เขียนเมื่อ Fri Feb 29 2008 18:31:55 GMT+0700 (ICT)

เรื่องสั้น อ่านสนุก มีสาระ...

แผ่นดิน
เขียนเมื่อ Fri Feb 29 2008 20:54:51 GMT+0700 (ICT)

สวัสดีครับ..

อ่านแล้วชวนให้คิดถึงร่องรอยชีวิตของตนเองเป็นที่สุด หมู่บ้าน  โรงเรียน  ท้องทุ่งและเพื่อน ...

ทุกวันนี้เราถูกพัดพรากห่างออกมาจากบ้านเกิดแสนไกล  แต่ก็เชื่อว่าสักวัน สายลมแห่งฤดูกาลจะพาเรากลับบ้านอีกครั้ง ...

 

ครูนัด
เขียนเมื่อ Fri Feb 29 2008 21:03:26 GMT+0700 (ICT)
  • สวัสดีค่ะ
  • แวะเข้ามาอ่าน เพราะชื่อเรื่อง  แล้วก็ได้สิ่งดีๆ สาระดีๆ กลับไป
  • ขอบคุณค่ะ
คุณครู
IP: xxx.151.232.70
เขียนเมื่อ Thu Jun 19 2008 15:36:31 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณครูใหญ่ใจดีของพวกเราที่มีเรื่องดีๆให้อ่านเสมอ

กระเด้ง
IP: xxx.26.23.95
เขียนเมื่อ Thu Aug 27 2009 22:24:36 GMT+0700 (ICT)

อ่านแล้วสะดุดใจจัง เพราะมีเพื่อนแบบนี้เหมือนกัน เขาได้เป็นผู้นำคนด้วย

IP: xxx.176.134.203
เขียนเมื่อ Mon Sep 21 2009 16:08:10 GMT+0700 (ICT)

เรื่องราวดี มีสาระ เอามาลงอีกนะครับ ชอบๆ

IP: xxx.53.63.59
เขียนเมื่อ Tue Nov 10 2009 13:57:01 GMT+0700 (ICT)

^_^...อ่านแล้วรู้สึกดีมาก...^_^

มณีนุช เฟื่องประยูร
IP: xxx.31.97.177
เขียนเมื่อ Sun Nov 29 2009 20:34:30 GMT+0700 (ICT)

ดีค่ะ แก้เหงาเหมือนกัน

Pookie
IP: xxx.151.4.20
เขียนเมื่อ Sun Dec 20 2009 09:25:53 GMT+0700 (ICT)

ซึ้งค่ะ คิดๆแล้วเหมือนกับตัวเราในตอนนี้เลย แล้วก็ตอนนี้มีผ้าป่าโรงเรียน แต่ไม่รับบผิดชอบซอง เพื่อนที่ไม่ค่อยเอาไหนเมื่อก่อน หอบซองไปเป็นร้อย แต่เราก็จะทำเพื่อโรงเรียนตลอดไป ตอนนี้ขอทำเรื่องส่วนตัวก่อน เพราะงานโรงเรียน กะงานแต่งงานชนกันค่ะ

อุลตร้าเเมน น้อย
IP: xxx.147.40.198
เขียนเมื่อ Sat Jan 09 2010 15:19:39 GMT+0700 (ICT)

อ่านแล้วอยากจะร้องไห้เลยค่ะ แบบว่านึกถึงตัวเองเลย ตอนนี้ก้อเรียนอยู่ปี 2 เหมือนกันแต่ก้อยังไม่รู้เลยว่าจบแล้วจะได้ทำอ่ะไรต่อไปในอนาคต ส่วนเพื่อนหนูจบ ม.6 ตอนนี้เขาได้ทำงานไปแล้ว เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าไม่ว่าไม่ควรดูคนที่การศึกษาอย่างเดียว ต้องดูที่นิสัยด้วย ดีมากเลยค่ะ ชอบสุดๆๆ

พี
IP: xxx.25.83.73
เขียนเมื่อ Mon Jan 11 2010 14:31:34 GMT+0700 (ICT)

เขียนได้ดีคับ เหมือนถ่ายทอดความรู้สึกมาเลย

ชอบๆๆ

momo
IP: xxx.25.179.246
เขียนเมื่อ Tue Feb 16 2010 16:23:16 GMT+0700 (ICT)

ดีมากเลยครับ...อ่านแล้วทามให้คิดถึงเรื่องราวเก่าๆ

ที่ฝังอยู่ในความทรงจำ..คิดถึงวัยเด็ก....

อารมณ์สีเทา
IP: xxx.146.177.58
เขียนเมื่อ Sun Feb 28 2010 17:00:41 GMT+0700 (ICT)

อ่านแล้วทำให้คิดถึงคนอื่นขึ้นมา แต่ไม่เคยทำได้...

อ้อย
IP: xxx.47.190.117
เขียนเมื่อ Sat Mar 06 2010 16:45:00 GMT+0700 (ICT)

อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยค่ะ คิดถึงตัวเอง มีความรู้แต่ไม่ได้ทำเพื่อคนอื่นเลย น่ารักจัง

เติ้น PinkRoads
IP: xxx.142.62.32
เขียนเมื่อ Mon Mar 15 2010 01:29:30 GMT+0700 (ICT)

ขอขอบคุณทั้งผู้เขียน และผู้เผยแพร่ครับ

แพร
IP: xxx.84.51.245
เขียนเมื่อ Tue May 18 2010 17:32:28 GMT+0700 (ICT)

เรื่องสั้นแต่ทำไมยาวจัง

ยาวไปหน่อย

ทำให้สั้นกว่านี้ไม่ได้หรอ

ยาวววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

เม
IP: xxx.172.253.83
เขียนเมื่อ Thu May 20 2010 08:41:59 GMT+0700 (ICT)

สั่นอีกนิดนะ

อุบะ
IP: xxx.42.95.123
เขียนเมื่อ Wed May 26 2010 19:22:50 GMT+0700 (ICT)

ไม่ ใช่ เรื่อง สั้น ละ เรื่อง สั้น ตัวอัก ษร ไม่ เกิน 1500 คำ - 2000 คำ

สหพล
IP: xxx.120.57.99
เขียนเมื่อ Thu Jul 07 2011 21:37:53 GMT+0700 (ICT)

ขอบคุณคับ ผมไม่ค่อยมีตังซื้อหนังสือให้ลูกหัดอ่าน มีเรื่องดีๆให้ลูกหัดอ่านฟรีๆ ต้องขอขอบพระคุณด้วยคับ

อัน
IP: xxx.206.176.137
เขียนเมื่อ Tue Aug 02 2011 11:33:30 GMT+0700 (ICT)

อ่านแล้วได้ข้อคิดที่ดีหลายอย่างค่ะ ขอบคุณมาก

CHill
IP: xxx.205.172.246
เขียนเมื่อ Fri Aug 19 2011 23:35:59 GMT+0700 (ICT)

ภาพตอนเรียนประถม ผุดขึ้นมาทันทีเลยครับ

ขอบคุณสำหรับเรื่องสั้นดีๆครับ

เด็กบ้านนอก
IP: xxx.49.250.202
เขียนเมื่อ Sun Dec 16 2012 13:30:24 GMT+0700 (ICT)

ชอบ

ส้ม
IP: xxx.49.242.71
เขียนเมื่อ Sun Jul 14 2013 00:38:58 GMT+0700 (ICT)

ชอบเรื่องนี้ค่ะ

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็น