กระทู้ธรรม

 กระทู้ธรรม 

กระทู้ธรรมที่ชอบ  คือ

 

อเสวนา จ พาลานํ - ไม่คบคนพาล ตอนที่ ๑

  ความหมายของมงคล

 

  • เหตุให้เจริญด้วยสรรพสมบัติ มีวัฒนธรรมสมแก่สังคม
  • ให้เลื่อนฐานะของบุคคลขึ้นสูงกว่าภาวะเดิม
  • ให้มีกิริยาวาจาใจดีงาม
  • ให้มีชีวิตเกษมปลอดภัย ปราศจากอุบาทว์และอุปสรรค
  • ให้มีกายสงบวาจาสงบใจสงบ



ไวพจน์ที่ช่วยให้ทราบใจความของมงคลชัดขึ้นอีกได้แก่

 

1.              ภทฺทํ หมายถึง เจริญ

2.              เสยิโย หมายถึง ประเสิรฐกว่า

3.              กลฺยาณํ หมายถึง ดี

4.              สุภํ หมายถึง งาม

5.              เขมํ หมายถึง เกษม

6.              สิวํ หมาย สงบ

 

  ความหมายของอัปมงคล

เหุตทำให้เสื่อม ฉุดฐานะของบุคคลลงให้ต่ำกว่าภาวะเดิม
ให้ใจเลวร้าย กิริยาวาจาขัดสังคม
ชีวิตเดือดร้อน วุ่นวายด้วยภัยอุบาทว์และอุปสรรค

  คนพาลเป็นคนชนิดไร
คนเราคือ สัตว์เมือง ชอบอยู่รวมกันเป็นหมู่ ซและคนในหมู่นั้นมีอยู่ 2ประเภท คือ คนดีกับคนเสีย
คนดี ==> คนที่มีความดี หรือเก็บความดีไว้ในตน ==> พระพุทธองค์ทรงเรียกว่า บัณฑิต
คนเสีย ==> คนหมดความดี เสื่อมไปจากความดี หรือตายไปจากความดี ==> พระพุทธองค์ทรงเรียกว่า คนพาล

พาล แปลว่า "อ่อน", "ตัดประโยชน์ทั้งสอง"
อ่อนความคิด ==> ไม่อาจริเริ่มสร้างชีวิตให้ดีขึ้นกว่าภาวะเดิมได้
อ่อนสติ ==> ไม่มีกำลังพอจะปลุกตนให้ตื่นตัวตื่นใจ
อ่อนปัญญา ==> ไม่มีปรีชาสอดส่องให้รู้ดีรู้ชั่วหรือรู้เหตุผล เป็นคนมีชีวิตอยู่แค่ลมหายใจเข้าออกเท่านั้น มิหนำซ้ำยังตัดประโยชน์ทั้งสองที่ตนควรบำเพ็ญเสียด้วย

ประโยชน์ทั้งสอง คือ ประโยชน์ชาตินี้ และประโยขน์ชาติหน้า เป้นเครื่องมือพัฒนาฃีวิตให้ก้าวหน้า

คนพาล ตัดทอนประโยชน์ทั้งสอง ==> ฉุดชีวิตตนเองไว้ไม่ให้ก้าวหน้า และเหยียบย่ำชีวิตให้ตกต่ำอับเฉาเศร้าหมอง


ในโลกนิติว่า "คนพาลชอบแสดงท่าทีเทียมบัณฑิต แต่เมื่อถูกบัณฑิตถาม ก็ได้แต่พูดว่าครับ..ครับ
เหมือนกับเจ้ากบแม้จะยกตัวขึ้นเทียมราชสีห์ แต่พอถูกกาเฉี่ยวไป ก็ได้แต่ร้องปอดปอด"

  ประโยชน์ชาตินี้ที่คนพาลตัดทอนมี 4 ประการ

 

1.             อุฏฐานสัมปทา สมบูรณ์ด้วยความขยันหมั่นเพียร มุ่งมั่นศึกษาเล่าเรียน เพียรหาทรัพย์เลี้ยงชีวิต และเสริมสร้างฃีวิตให้มีหลักฐาน

@ พาลเฉาเซาซบซ้ำ ซมซาน
หลับสนิทเนานมนาน บ่เว้น
ไป่ลุกเร่งกอบการ กิจใหญ่ น้อยนา
ทิ้งทับถมซ่อนเร้น เริศร้างทางเจริญ

 

2.             อารักขาสัมปทา สมบูรณ์ด้วยการักษา คือรู้จักถนอมทรัพย์ที่หาหามาได้ รู้จักทำให้ผลิดอกออกผล คุ้มครองให้ปลอดภัย และรักษาหน้าที่ของตนไม่ให้เสื่อมเสีย

@ พาลเกิดในชาติเชื้อ สูงวงศ์
ประมาทจิตคิดทะนง ทั่วหน้า
มั่วหลงกลับพาพงศ์ ตนเสื่อม สูญแฮ
นานหน่อนค่อยต่ำช้า หมดเชื้อเครือสูง

 

3.             กัลยาณมิตตตา คบเพื่อนที่ดีงาม คือเพื่อนมีอุปการะเกื้อกูลอุดหนุนแก่กัน เพื่อนร่วมสุขร่วมทุกข์ด้วยกัน เพื่อนคอยตักเตือนให้สติ แนะนำสิ่งที่เป็นประโยชน์
และเพื่อนมีความรักใคร่กันจริง
(พิมพ์ถึงบรรทัดนี้นึกถึงเพื่อนๆ เลยครับ)

4.             สมชีวิตา เลี้ยงชีวิตตามกำลังทรัพย์ที่มีอยู่ รู้จักประหยัดตามหลักธรรมในพระศาสนา คือ แบ่งใช้จ่ายเลี้ยงชีวิตส่วนหนึ่ง แบ่งไว้ประกอบการงาน ๒ ส่วน แบ่งไว้ช่วยตัวในคราวมีความจำเป้นเกิดขึ้นส่วนหนึ่ง

@ มีทรัพย์บ่เลือกใช้ สิ่งใด ควรนา
ทรัพย์หมดก่อหนี้ไป เกียรติสิ้น
หวังสุขแต่ทุกข์ภัย มาสู่ ตนแฮ
ดุจนกติดแร้วดิ้น เพื่อพ้นภัยถึง

 

 

  ประโยชน์ชาติหน้าที่คนพาลตัดทอนมี 4 ประการ

 

1.             สัทธาสัมปทา สมบูรณ์ด้วยศรัทธา คือเชื่อกรรมเชื่อผลของกรรม ว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วและเชื่อว่าพระรัตนตรัยมีคุณดีจริง เพราะพระพุทธตรัสรู้สัจธรรมจริง พระธรรมเป็นสัจธรรมแท้ พระสงฆ์ปฏิบัติสัจธรรมได้ถูกต้อง ประกาศให้ประชาชนทราบว่า มีผู้ปฏิบัติได้จริง และผู้ถือปฏิบัติตามก็เป็นคนดีได้แน่นอน
คนพาลเป็นอศรัทธา คือไม่เชื่อเหตุเชื่อผล ไพล่ไปเชื่อมงคลตื่นข่าว ตื่นผู้วิเศษ หลงงมงายในข่าวลือที่เหลวไหล เชื่อฤกษ์ เชื่อยาม เชื่อโชคเชื่อลาง

@ พาลโทษไทท้าวท่วย เทวา
และโทษสถานภูผา ย่านกว้าง
โทษถึงหมู่วงศา มิตรญาติ
ไป่โทษกรรมเองสร้าง ส่งให้เป็นผล

 

2.             สีลสัมปทา สมบูรณ์ด้วยศีล คือมีศีลบริสุทธิ์สะอาด ไม่ขาด ไม่ทะลุ ไม่ด่าง ไม่พร้อย

@ คนโลภหรือห่อนได้ ครองศีล
คนมักมังษากิน บาปสู้
มักเมาเล่าห่อนยิน คำเที่ยง
คนมักมากเล่นชู้ ห่อนรู้กลัวอาย

 

3.             จาคะสัมปทา สมบูรณ์ด้วยจาคะ คือยอมสละประโยชน์สุขส่วนน้อย ออกแผ่เผื่อเจือจานผู้อื่นด้วยเมตตากรุณา เพื่อประโยชน์สุขส่วนใหญ่

4.             ปัญญาสัมปทา สมบูรณ์ด้วยปัญญา คือมีปรีชาฉลาดหลักแหลม มีสติครองตนให้เฉลียว รู้จักเหตุให้เกิดสุขว่า เมื่อทำแล้วให้ชื่นใจ ไม่เดือดร้อนในภายหลัง และรู้จักเลือกเฟ้นทำแต่สิ่งดี หลีกเลี่ยงส่วนชั่วเสียหาย

@ รู้น้อยว่ามากรู้ เริงใจ
กลกบเกิดอยู่ใน บ่อจ้อย
ไป่เห็นชะเลไกล กลางสมุทร
ชมว่าน้ำบ่อน้อย มากล้ำลึกเหลือ (โลกนิติ)

@ พาลมีตาดูได้สีใสปลอด
แต่เหมือนบอดอับแสงทุกแห่งหน
หูฟังมีน่าเบื่ออื้อเหลือทน
ปัญญาตนมีไว้เหมือนใบ้บ้า

@ มีกำลังเป็นดั่งกำลังโหด
เมื่อประโยชน์เกิดเหมาะจำเพาะหน้า
ไม่รีบร้อนนอนซ้ำมินำพา
ประหนึ่งว่าคนตายน่าหน่ายเอย

เพราะว่าคนพาลมักนะเรื่องมาให้ปวดหัวเสมอๆๆๆ  เบื่อ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

 หมายเลขบันทึก: 167136
 เขียน:  
 อ่าน: คลิก 
 สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
 แจ้งลบ
 
 แจ้งลบ
บันทึกก่อนนี้
บันทึกใหม่กว่า

ความเห็น

 อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
 ไม่อนุญาตให้แสดงความเห็น
{{ kv.current_user.preferred_name }} - เพิ่มความเห็นเพิ่มความเห็น
 ใส่รูปหรือไฟล์